พบแล้วศพหญิงสาว ถูกคลื่นซัดลอยน้ำเกยชายหาดทับสะแก เป็นสาวสวย ทำงานแบงค์

ประจวบคีรีขันธ์ – พบแล้วศพหญิงสาว ถูกคลื่นซัดลอยน้ำเกยชายหาดทับสะแก เป็นสาวสวย ทำงานแบงค์

จากกรณี พบศพผู้เสียชีวิตบริเวณชายหาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากร็อคกี้พ้อยรีสอร์ท ไปทางทิศเหนือ (ซังเขาขวาง ) ประมาณ 500 เมตร สภาพศพหญิงสาวนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณชายหาดถูกคลื่นซัดอยู่บริเวณหาดทราย สภาพศพเปลือยกาย ด้านบนเสื้อยกทรงรูดขึ้นอยู่ที่เหนือราวนม ส่วนกางเกงลักษณะถอดมาไว้ที่บริเวณหน้าแข้ง ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่า ถูกคลื่นซัด หรือ ถูกประทุษร้าย

ล่าสุดเมื่อเวลา ประมาณ 10.00 น. วันที่ 18 พ.ย. 68 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต. อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใยรอง ผบก.ภ.จว. ประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.สาโรจน์ พิมพ์คุณากร ผกก.สภ.ทับสะแก ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุดสืบสวน สภ.ทับสะแก และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง ประชุมเร่งรัดสืบสวนสอบสวน หลังทราบว่า ผู้เสียชีวิตคือ น.ส.ฐิติฌากรณ์ คล้ายแก้ว อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 266/1 หมู่ 4 ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ซึ่งมีตำแหน่งเป็น ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่งในอำเภอทับสะแก

โดยเจ้าหน้าที่ ได้ตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา ผู้ตายได้ลางานไปหาหมอที่ รพ.พระมงกุฎ เนื่องจากเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง และโรคซึมเศร้า จากนั้นได้กลับมาบ้านที่ อ. สามร้อยยอด จนมาเมื่อเช้าวันจันทร์ ผู้ตายได้ขับรถมาที่บ้านพัก ในตลาดทับสะแก และได้มาพบกลายเป็นศพลอยอยู่ชายหาดดังกล่าว

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ตายได้ขับรถเก๋งของตัวเอง ยี่ฮ้อฮอนด้าซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน กธ 9486 ประจวบคีรีขันธ์ ไปจอดบริเวณที่ว่างเปล่า ติดกับชายทะเลช่วงปากคลองทับสะแก หมู่ 3 ต.ทับสะแก ห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 2-3 กิโลเมตร ซึ่งประตูถูกปิดล็อค เจ้าหน้าที่ต้องให้ช่างมาทำการเปิดรถตรวจสอบ โดยได้ตรวจสอบห่างจากจุดจอดรถไปริมทะเลที่พบศพประมาณ 1 กม.พบกระเป๋าโน๊ตบุ๊คผู้ตายตกอยู่ และห่างไปอีก 500 เมตร พบหนังสือการจดทะเบียนสมรสของผู้ตายตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บเอกสารหลังฐานต่างๆ ไว้ตรวจสอบ

โดยที่ตามร่างผู้ตาย พบว่ามีรอยฟกช้ำที่แขน และขา เจ้าหน้าที่ได้นำศพส่งตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจะได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่ผู้ตายเดินทางออกจากบ้านพักไปจุดจอดรถ และตรวจสอบพยานแวดล้อมที่เกิดเหตุว่ามีรถอื่นเข้ามาด้วยหรือไม่ นอกจากนี้จะได้เรียก แฟนหรือสามีผู้ตายที่มีชื่อในทะเบียนสมรสมาสอบสวนด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง และรอผลชันสูตรยืนยันอีกครั้ง


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

ผู้ว่าฯ นครปฐม บูรณาการปฏิบัติการ Kick Off “รัฐเข้ม ตรวจจับ ปรับจริง ห้ามใช้รถควันดำ”

ผู้ว่าฯ นครปฐม บูรณาการปฏิบัติการ Kick Off “รัฐเข้ม ตรวจจับ ปรับจริง ห้ามใช้รถควันดำ”

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่บริเวณถนนมาลัยแมน ต.วังตะกู อ.เมืองนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิด ปฏิบัติการ Kick Off “รัฐเข้ม ตรวจจับ ปรับจริง ห้ามใช้รถควันดำ” เพื่อเป็นการลดมลพิษด้านฝุ่นละอองจากภาคคมนาคม และขนส่งที่มาจากยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล โดยมีผลบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับรถที่มีควันดำเกินค่ามาตรฐาน จนกว่าจะได้รับการซ่อมบำรุงหรือแก้ไขให้ถูกต้อง และผ่านการตรวจรับรองจากเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย

นายศิวะปกรณ์ วิเชียรเพริศ ผอ.สนง.สิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 5 กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อสุข ภาพของประชาชนในช่วงเดือนตุลาคม ถึงเดือนมีนาคมของทุกปี ทั่วทุกภาคของประเทศ ไทยได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่และเขตปริมณฑลที่มีการจราจรหนาแน่น ซึ่งการป้องกันและลดมลพิษที่ต้นทางหรือจากแหล่งกำเนิด เป็นมาตรการหนึ่งในการแก้ไขปัญหาตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง”

กรมควบคุมมลพิษ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 5 ร่วมกับหน่วยงานในจังหวัดนครปฐม ได้แก่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด สำนักงานขนส่งจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตำรวจภูธรจังหวัด ตำรวจภูธรในพื้นที่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ร่วมกันตั้งจุดตรวจสอบยานพาหนะ ดำเนินการตรวจสอบตรวจจับและห้ามใช้รถยนต์ควันดำ ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ตั้งแต่ปีพ.ศ 2565 จนถึงปัจจุบัน โดยร่วมกันบูรณาการเพื่อปฏิบัติตรวจวัดควันดำครอบคลุมพื้นที่ถนนสายหลักและสายรองใน 7 อำเภอของจังหวัดนครปฐม


ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม
จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าวประจำ จ.นครปฐม

สุพรรณบุรี จัดงานวันโลกรำลึกผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน

สุพรรณบุรี – ตำรวจสุพรรณบุรี จัดงานวันโลกรำลึกผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสร้างมีวินัยจราจร มีจำลองเหตุนำแดงเข้าจมูกเกือบตายจริง

ที่สวนเฉลิมภัทรราชินี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรสุพรรณบุรี เป็นประธาน เปิดงานวันโลกรำลึกผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน โครงการขับขี่ปลอดภัยมีวินัยจราจร โดย พ.ต.อ.กฤศ จันทร์สว่าง รอง การผู้บังคับการตำรวจภูธรสุพรรณบุรี รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้ จัดกิจกรรมในโครงการ “ขับขี่ปลอดภัยมีวินัยจราจร” ลดความเร็ว ลดความสูญเสีย จากปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก

โดยเฉพาะจากพฤติกรรมขาดวินัยจราจร และการใช้ ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด พร้อมกับมีการเล่าประสบการณ์จากเหยื่อของอุบัติเหตุทางถนน มีการจัดนิทรรศการ และ การวางดอกไม้ เพื่อรำลึกถึงการเสียชีวิตของผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนน และมีการจำลองการเกิดอุบัติเหตุ โดยจำลองการเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน โดยทางสมาคมเณรแก้วกู้ภัยทาวหลวงสุพรรณบุรี ได้แสดงโดยใช้น้ำหวานแทนเลือด แต่ตอนแสดงปรากฏคนแสดงเทน้ำหวาน มากเกินจนเข้าหู เข้าจมูกคนแสดงเป็นคนเจ็บ จนเกือบสำลัก แต่การแสดงก็จบได้ด้วยดี หลังแสดงเสร็จต้องรีบล้างน้ำออกทันที

จากนั้นได้มีการปล่อยขบวนรณรงค์ โดยมีรถบรรทุกโลงศพ ให้นักแสดงนอนบนโลง แห่ไปรอบเมือง และ รถฮาร์เล่ย์เดวิดสัน นักเรียนเทคนิค อาชีวะศึกษา และ น้องๆนักเรียน เดินร่วมขบวนรถณรงค์การรักษาวินัยจราจรในการขับขี่ เพื่อลดการสูญเสีย การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ทหาร ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ สกัดจับหนุ่มขนยาไอซ์คาด่านน้ำเกริ๊ก มูลค่ากว่า 11 ล้านบาท

ทหาร ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ สกัดจับหนุ่มขนยาไอซ์คาด่านน้ำเกริ๊ก มูลค่ากว่า 11 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 พลตรี ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองพลหารราบที่ 9 ในฐานะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ บูรณาการร่วมกับ นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี (รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่ ว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมาก จากบริเวณชายแดน จ.กาญจนบุรี เข้ามายังพื้นที่ตอนใน

จึงได้สั่งการให้ พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 ในฐานะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พร้อมด้วย พันเอก ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ร่วมกับ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 134 สภ.สังขละบุรี และฝ่ายปกครอง อำเภอสังขละบุรี ทำการตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายไม่ให้เข้าไปยังพื้นที่ตอนใน

ต่อมาเวลา 10.10 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัด บริเวณ จุดตรวจร่วมน้ำเกริ๊ก ม.8 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี สังเกตพบรถยนต์ต้องสงสัยตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว จึงให้สัญญาณหยุดรถเพื่อตรวจสอบ พบ นายตันเท ไม่มีชื่อสกุล อายุ 36 ปี เป็นผู้ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ Ford Ranger สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ชบ 2438 ราชบุรี แสดงอาการพิรุธชัดเจน จึงได้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียด พบของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) จำนวน 94,500 กรัม (90 ห่อ) ซุกซ่อนอยู่ภายในตัวถังรถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งถูกดัดแปลงเพื่อลักลอบขนยาเสพติดโดยเฉพาะ พร้อมเงินสดจำนวน 10,000 บาท และโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง

จากการสอบถามทราบว่า นายตันเทฯ ได้รับการว่าจ้างด้วยเงินจำนวน 10,000 บาท จากชายไม่ทราบชื่อ ให้ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปจอดบริเวณร้านสะดวกซื้อในตลาดสังขละบุรี ซึ่งเป็นจุดนัดหมาย หลังจากนั้นจะมีบุคคลไม่ทราบชื่อมารับรถยนต์คันดังกล่าวเพื่อขับเข้าไปยังพื้นที่ตอนในต่อไป แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จึงนำของกลางทั้งหมดส่ง สภ.สังขละบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และขยายผลการจับกุมต่อไป


#/// กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก

พบศพหญิงสาว ถูกคลื่นซัด นอนเปลือยกายเสียชีวิตชายหาดแหลมกุ่ม เจ้าหน้าเร่งสืบสวน

ประจวบคีรีขันธ์ – พบศพหญิงสาว ถูกคลื่นซัด นอนเปลือยกายเสียชีวิตชายหาดแหลมกุ่ม เจ้าหน้าเร่งสืบสวน

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 17 พ.ย.68 พ.ต.ท.วินัย รายละเอียด สารวัตรสอบสวน สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตบริเวณชายหาดแหลมกลุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จึงพร้อมด้วย ตำรวจชุดสืบสวน ชุดปราบปราม ฝ่ายปกครองอำเภอทับสะแก และอาสาสมัครมูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานอำเภอทับสะแก เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

บริเวณชายหาดแหลมกลุ่ม ห่างจาก ร็อคกี้พ้อยรีสอร์ท ไปทางทิศเหนือ (ซังเขาขวาง) ประมาณ 500 เมตร พบศพหญิงสาว อายุ ราวๆ 45-50 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณชายหาดถูกคลื่นซัดอยู่บริเวณหาดทราย สภาพศพเปลือยกาย ด้านบนเสื้อยกทรงรูดขึ้นอยู่ที่เหนือราวนม ส่วนกางเกงลักษณะถอดมาไว้ที่บริเวณหน้าแข้ง ที่ร่างกายไม่พบว่ามีบาดแผลหรือถูกทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงนำร่างผู้เสียชีวิตส่งผ่าพิสูจน์ยังโรงพยาบาลทับสะแกเพื่อตรวจสอบการเสียชีวิตในครั้งนี้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และเป็นใครมาจากไหน

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่มาหาของทะเลว่าพบศพคนนอนเสียชีวิตถูกคลื่นซัดอยู่ชายหาดดังกล่าว ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้เร่งออกหาข่าวว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหนและได้มาเสียชีวิตที่เกิดเหตุเพราะเหตุใด โดยจะเร่งสืบสวนหาบุคคลสูญหาย ในละแวกใกล้เคียง และนำภาพ ถ่ายออกหาเบาะแส รูปร่างหน้าตาผู้เคยพบเห็น บ้านไหนมีบุคคลสูญหายสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ พนักงานสอบสวน สภ.ทับสะแก



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นทีตรวจติดตามจุดก่อสร้างโครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน ที่จังหวัดนครปฐม

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะลง พื้นทีตรวจติดตามจุดก่อสร้างโครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน ที่จังหวัดนครปฐม

เวลา 09.30 น. ณ จุดก่อสร้างโครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน เชื่อมคลองสูบ หมู่ 2 โรงพยาบาลห้วยพลู อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจสถานที่ก่อสร้างประตูระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน พร้อมทั้งได้มอบถุงยังชีพ จำนวน 250 ชุด ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่

โดยมีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม, นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์, นางสาวเสาวลักษณ์ ศุภกมลเสนีย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน ตลอดจน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนให้การต้อนรับ

สืบเนื่องจากประชาชนหมู่ที่ 2 ตำบลห้วยพลู ตำบลวัดละมุด ตำบลบางพระ ตำบลบางแก้วฟ้า และโรงพยาบาลห้วยพลู อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ได้รับความเดือดร้อนจากปริมาณน้ำในแม่น้ำท่าจีนที่เพิ่มสูงขึ้นจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนของประชา ชนและโรงพยาบาล ได้รับความเสียหาย เนื่องจากปัจจุบันไม่มีอาคารควบคุมปริมาณน้ำ ดังนั้น เพื่อป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ เมื่อดำเนินโครงการก่อ สร้างประตูระบายน้ำพร้อมสถานีสูบน้ำคลองโรงพยาบาลหัวยพลู ตำบลห้วยพลู อำเภอนคร ชัยศรี จังหวัดนครปฐม แล้วเสร็จจะสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ประมาณ 890 ไร่ ราษฎรจำนวน 200 ครัวเรือน

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวว่า การเดินนทางมาที่จังหวัดนครปฐม เนื่องจากมีปัญหาหลายเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาการบริหารจัดการน้ำแม่น้ำท่าจีน ซึ่งเชื่อมโยงมาตั้งแต่จังหวัดสุพรรณบุรีมาถึงจังหวัดนครปฐม โดยได้รับฟังปัญหาจากผู้นำท้องถิ่น ว่าแม่น้ำท่าจีนถึงเวลาต้องขุดลอก ปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่ ซึ่งได้ดำเนินการที่จังหวัดสมุทรสาคร ใช้เวลาในการดำเนินการ 1 เดือน เพื่อขยายคลองให้มีความกว้างและลึกได้เหมือนเดิม

สำหรับวันนี้จังหวัดนครปฐม ที่บริเวณนี้ ได้รับการร้องเรียนจากผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ และตัว แทนของพรรค ที่มีความต้องการสร้างประตูระบายน้ำ ซึ่งได้มีการหารือกันมาหลายปี จากแผนฯ กำหนดไว้ต้องใช้งบประมาณ พ.ศ. 2571 แต่ความเดือดร้อนที่ประชาชนได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะโรงพยาบาลห้วยพลู ที่ต้องรองรับผู้ป่วยจากอำเภอนครชัยศรีและอำเภอใกล้เคียง และพื้นที่ชุมชนกว่า 200 ครัวเรือน เพราะปัญหาน้ำท่วม จึงได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุมัติในหลักการ เพื่อขออนุมัติใช้เงินเหลือจ่ายงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อเร่งดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าแบบจะแล้วเสร็จ เดือนธันวาคม 2568 เมื่อแบบเสร็จจะได้มีการประสานมายังผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เพื่อขอใช้พื้นที่ในการก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่ต้องดำเนินการแก้ไขปัญหา และอีกหนึ่งเรื่องเกี่ยวกับปัญหาลำน้ำสาขา ที่มีความตื้นเขิน อยู่ในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า โดยได้หารือกับรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) ได้มีความเห็นชอบ โดยมอบให้กรมชลประทาน เป็นผู้ดำเนินการที่มีความพร้อม ร่วมกับกระทรวงกลาโหม ไม่ว่าจะเป็น หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ที่มีเครื่องมือ หน่วยทหารช่าง ซึ่งได้มีการประสานเบื้องต้นแล้ว จะมาบูรณาการร่วมกันขุดลอก ทั้งนี้ ไม่ใช่แม่น้ำท่าจีน แต่ยังรวมไปถึงแม่น้ำสาขา แม่น้ำสายหลัก ที่ต้องมีการบูรณาการดำเนินการร่วมกันทั่วประเทศ

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสถานที่ก่อสร้างโครงการประตูระบายน้ำคลองพระน้อย ตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม พร้อมทั้งได้มอบถุงยังชีพ จำนวน 350 ชุด ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้เป็นพื้นที่รับน้ำจากพื้นที่ตำบลวัดละมุด ตำบลดอนแฝก ตำบลศรีมหาโพธิ์ และตำบลสัมปทวน ก่อนระบายน้ำลงสู่คลองท่าเรือ-บางพระ

ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในช่วงฤดูฝน เนื่องจากไม่มีอาคารควบคุมน้ำที่สามารถช่วยระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำไหลย้อนเข้าท่วมพื้นที่ริมคลองและพื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เมื่อดำเนินการก่อ สร้างแล้วเสร็จ จะสามารถช่วยลดปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน รวมถึงช่วยเก็บกักน้ำไว้ในคลองได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยเหลือพื้นที่อยู่อาศัย และพื้นที่การเกษตรได้ประมาณ 545 ไร่ ประชากร 340 คน 110 ครัวเรือน

ในการนี้ ร้อยเอกธรรมนัสฯ ได้สั่งการให้กรมชลประทาน เร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการประตูระบายน้ำฯให้แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้ เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวนครปฐมให้สามารถใช้ประโยชน์ได้โดยเร็วที่สุด


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม รายงาน

จับรายวัน!! ตม.จว.กาญจนบุรี สกัดจับรถขนแรงงาน พบต่างด้าวผิดกฎหมาย 29 ราย พร้อมคนขับ 1 ราย

จับรายวัน ตม.จว.กาญจนบุรี สกัดจับรถขนแรงงาน พบต่างด้าวผิดกฎหมาย 29 ราย พร้อมคนขับ 1 ราย

ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช./ผอ.ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.), พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.), พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก. ตม.3, พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รอง ผบก.ฯ รรท.รอง ผบก.ตม.3 นำโดย พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี, พ.ต.ท.ตฤณธวัช ปัญญาธร รอง ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี, ว่าที่ พ.ต.ต.ธนพงษ์ พลายเพชร สว.ตม.จว.กาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว. กาญจนบุรี เฝ้าติดตามเครือข่าย ขบวนการขนคนต่างด้าว โดยตรวจเส้นทางการเดินรถผ่าน License Plate พบรถยนต์มีลักษณะต้องสงสัย จึงได้วางแผนติดตามตรวจสอบรถคันดังกล่าว

วันที่ 15 พ.ย.2568 เวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่พบรถกระบะ Nissan หมายเลขทะเบียน 2ฒง 8505 กทม. จอดอยู่หน้าห้องเช่าบริเวณ ม.4 ต.หนองบัว อ.เมืองกาญจนบุรี ตรวจสอบพบบุคคลเพศชายกำลังจะขับรถกระคันดังกล่าวออกจากบริเวณหน้าห้อง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่และขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว พบว่า บุคคลดังกล่าวชื่อนาย วรพันธ์ (ผู้ถูกจับกุมที 1) โดยได้แจ้งว่าเป็นผู้เช่าห้องเช่าดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจสอบภายในห้องเช่าดังกล่าว โดยนายวรพันธ์ เป็นผู้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่า ภายในห้องพบบุคคลต่างด้าวจำนวน 29 คน (ชาย 16 คน หญิง 11 คน และเด็กหญิงผู้ติดตาม 2 คน) พร้อมกระเป๋าสัมภาระจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขอตรวจสอบเอกสารแสดงตัวตนของบุคคลต่างด้าวทั้งหมด พบว่า บุคคลต่างด้าวจำนวน 29 คน ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทางมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม

จากการสอบถามผู้ถูกจับกุมที่ 1 ได้ให้การว่าตนเป็นผู้เช่าห้องเช่าดังกล่าว จำนวน 2 ห้อง 1 ห้องเป็นห้องพักของตน และอีก 1 ห้อง เป็นห้องที่นำบุคคลต่างด้าวมาพัก โดยวันที่ 15 พ.ย.68 เวลาประมาณ 04:00 น. ได้ขับรถกระบะ Nissan หมายเลขทะเบียน 2ฒง 8505 กทม. ไปรับบุคคลต่างด้าวมาจากบริเวณป่าข้างทางแถววัดลิเจีย เพื่อจะไปส่งยังวัดโคกขาม จว.สมุทรสาคร โดยได้นำบุคคลต่างด้าวมาพักไว้ที่ห้องเช่าดังกล่าว และรอที่จะเดินทางต่อ โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 1,200 บาท ต่อบุคคลต่างด้าว 1 คน

จากการสอบถามผู้ถูกจับที่ 2 – 28 ได้ให้การว่าเป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา และได้เดินทางหลบหนีเข้าเมืองมาจากช่องทางธรรมชาติ อ.สังขละบุรี เพื่อที่จะเดินทางไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย โดยได้เสียค่าใช้จ่ายให้นายหน้าฝั่งประเทศเมียนมาเป็นเงินจำนวน 55,000 – 65,000 บาท โดยจะจ่างเงินเมื่อถึงปลายทาง โดยได้เดินเท้าเข้าทางช่องทางธรรมชาติ และได้ลงเรือ จากนั้นได้มีรถกระบะคันดังกล่าวมารับและนำมาพักอาศัยอยู่ภายในห้องเช่าดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับชุดจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิของผู้ถูกจับตามกฎหมายและรายละเอียดแห่งการจับดังกล่าวข้างต้นให้ผู้ถูกจับทราบ จากนั้นจึงได้บันทึกการจับกุมตัว
สถานที่จับกุมบริเวณห้องเช่า ม.4 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยผู้ขับขี่ถูกจับกุมใน ข้อกล่าวหาว่า “ช่วยเหลือ ซ้อนเร้น ด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฏหมายนั้นพ้นจากการจับกุม” และบุคคลคนต่างด้าว 27 ราย ข้อกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่าง ด้าวเดินทางเข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” มีผู้ติดตาม 2 ราย ในชั้นจับกุม ผู้ถูกจับให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้นำตัวไปยัง ตม.จว.กาญจนบุรี ทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีต่อไป

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด ในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง #


/// กัมพล ทันเวลา / ทีมข่าวภาคตะวันตก

พ่อเมืองสุพรรณติดเครื่อง นำข้าราชการลุยน้ำติดตามสถานการณ์อุทกภัยหาทางช่วยชาวบ้านหลังเข้ารับตำแหน่ง

พ่อเมืองสุพรรณนำข้าราชการลุยน้ำติดตามสถานการณ์อุทกภัยหาทางช่วยชาวบ้าน หลังเข้ารับตำแหน่งพ่อเมืองสุพรรณ ไม่รอช้าติดเครื่องนำข้าราชการส่วนที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยพร้อมมอบถุงยังชีพ ในพื้นที่อำเภอศรีประจันต์ อำเภอเมือง และอำเภออู่ทอง ทันทีพร้อมหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป

นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วย นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี หัวหน้าสำนักงาน ปภ. สุพรรณบุรี ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ตำบลมดแดง อำเภอศรีประจันต์ พร้อมมอบถุงยังชีพ และเยี่ยมเยียนให้กำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 15 ครัวเรือน โดยมีนายอำเภอศรีประจันต์ นายก อบต.มดแดง ผู้นำชุมชน และประชาชน ให้การต้อนรับ

จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมคณะ เดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หมู่ที่ 2 ตำบลสวนแตง อำเภอเมือง เพื่อมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย และกลุ่มเปราะบาง จำนวน 6 ครัวเรือน รวมทั้งกล่าวให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่ ก่อนจะ เดินทางต่อไปที่ตำบลเจดีย์ อำเภออู่ทอง และเดินเท้าลุยน้ำเข้าเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 15 ครัวเรือน โดยมี นายอำเภออู่ทอง รองนายกเทศมนตรีตำบลเจดีย์ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ร่วมให้การต้อนรับ

ทางด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี (ปภ.จ.สุพรรณบุรี) ได้รายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ประจำวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ว่า ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ ระบายน้ำเข้าสู่แม่น้ำท่าจีน ผ่านประตูพลเทพที่อัตรา 150.35 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การระบายน้ำเพิ่มขึ้น 0.12 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระบายผ่านประตูระบายน้ำโพธิ์พระยาในอัตรา 149.88 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การระบายน้ำเพิ่มขึ้น 0.11 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือประตู +6.10 ม.รทก. ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 10 เซนติเมตร ระดับน้ำท้ายประตู +5.68 ม.รทก. ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 10 เซนติเมตร สูงกว่าระดับถนนพระพันวษา 8 เซนติเมตร (ระดับต่ำสุดในเขตเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี 5.60 เมตร) ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนเพิ่มขึ้น 10 เซนติเมตร คลองจระเข้สามพัน ระบายน้ำในอัตรา 38.28 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีการระบายน้ำลดลง 5.16 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คลองระบายใหญ่สองพี่น้อง ระบายน้ำในอัตรา 70.07 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีการระบายน้ำลดลง 0.12 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปริมาณน้ำรวมสถานี T 13 บริเวณสะพานวัดท่าเจดีย์ระบายน้ำในอัตรา 450.00 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การระบายน้ำลดลง 1.83 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำ 7.37 เมตร เพิ่มขึ้น 1 เซนติเมตร สูงกว่าระดับตลิ่ง 0.97 เมตร (ระดับตลิ่ง 6.40 เมตร) อ่างเก็บน้ำกระเสียวมีปริมาณน้ำ 243 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้น 1 ล้านลูกบาศก์เมตร (ปริมาณความจุอ่าง 299 ล้านลูกบาศก์เมตร) คิดเป็น 81.44 %

ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยได้แผ่ขยายวงกว้างมากขึ้นทำให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 5 อำเภอ 64 ตำบล 31 ชุมชน 477 หมู่บ้าน 21,153 ครัวเรือน มีบ่อกุ้งบ่อปลาของเกษตรกรอำเภอบางปลาม้า อำเภอสองพี่น้อง ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายหลายร้อยไร่


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

นบ.ยส.24 บูรณาการร่วม กกล.สุรศักดิ์มนตรี ปฏิบัติการเด็ดปีกแก๊งค้ายานรก พร้อมของกลางยาบ้า 136,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.เมือง บึงกาฬ

นบ.ยส.24 บูรณาการร่วมกับ กกล.สุรศักดิ์มนตรี ปฏิบัติการเด็ดปีกแก๊งค้ายานรก พร้อมของกลางยาบ้า 136,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 68 เวลา 02.30 น. กองทัพบก โดย ทภ.2/นบ.ยส.24 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ท.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 ขับเคลื่อนนโยบาย “Quick Big Win” รวมพลังรักศรัทธาแก้ไขปัญหา ยาเสพติดแบบบูรณาการ ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว สู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ อำนวยการให้ ส่วนปราบปรามขยายผล กก.สืบสวน ภ.จว.บ.ก. (หน่วยงานหลัก) บูรณาการร่วมกับ ร้อย.สกัดกั้นฯ ที่ 2 บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) กกล.สุรศักดิ์มนตรี และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ โดยใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว ทะเบียน ผท 1955 อุดรธานี ขับเข้ามาในพื้นที่ จนท.จึงจัดกำลัง ซุ่มเฝ้าตรวจ

จนกระทั่ง เวลา 02.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบรถยนต์คันดังกล่าว ตรงตามลักษณะที่แหล่งข่าวแจ้ง ขับมาตามเส้นทาง ถนนหมายเลข 3009 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการไล่ติดตาม สกัดจับรถยนต์คันดังกล่าวไว้ได้ ที่บริเวณถนนหมายเลข 3009 บ.ดอนเสียด ต.บ้านต้อง อ.เซกา จังหวัดบึงกาฬ

หลังจากการตรวจค้นภายในรถยนต์ พบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 136,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง กก.สืบสวน ภ.จ.บึง กาฬ เพื่อดำเนินการตรวจนับโดยละเอียด และดำเนินตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว : วัชรา ยืนทน นบ.ยส.24

ประมง ปล่อยปลาตะเพียน 15 ล้านตัวลงพื้นที่น้ำท่วมเพื่อเป็นแหล่งอาหารหลังน้ำลด

จังหวัดลพบุรี – อำเภอบ้านหมี่ ร่วมกับประมงจังหวัดลพบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลพุคา ปล่อยปลาตะเพียนกว่า 15 ล้านตัว ลงในแหล่งน้ำที่ท่วม เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้กับประชาชนในพื้นที่หลังน้ำลดลง

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2568 นายณภัทร์ เอมอ่อน นายอำเภอบ้านหมี่ นายสง่า คำพันธ์ ประมงจังหวัดลพบุรี ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ฤทธิ์ ทองดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพุคา ได้ร่วมกันนำลูกปลาตะเพียนจำนวน 1,510,000 ตัว จากสถานีประมงจังหวัดลพบุรีมาปล่อยลงในพื้นที่ตำบลพุคา อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ซึ่งในปัจจุบันพื้นที่ตำบลพุคา ได้รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์ จังหวัดชัยนาทเข้ามาในพื้นที่ เพื่อเป็นการแบ่งมวลน้ำที่ไหลมาจากด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยามาเก็บกักไว้ในพื้นที่ ทั้งนี้เป็นการชะลอน้ำไม่ให้ไหลลงไปเพิ่มระดับน้ำในพื้นที่จังหวัดที่อยู่ทางด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังมาเป็นระยะเวลากว่า 4 เดือนแล้ว โดยทางองค์การบริหารส่วนตำบลพุคาได้สร้างวิกฤตให้เป็นโอกาศได้ประสานกับทางประมงจังหวัดลพบุรี เพื่อขอสนับสนุนพันธุ์ปลามาปล่อยในพื้นที่ที่จะเป็นแหล่งอาหารให้กับประชาชนหลังจากระดับน้ำลดลง

ซึ่งทาง ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ฤทธิ์ ทองดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพุคา ได้เปิดเผยว่าตอนนนี้ระดับน้ำในพื้นที่ยังคงมีระดับที่สูงขึ้น แต่ก็ยังพอที่จะรับไหวประชาชนได้มีการเตรียมตัวขนสิ่งของมีค่าขึ้นไว้ในที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยรับแจ้งเหตุและประสานงานกับประชาชนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งยังได้มีการจัดเตรียมเรือท้องแบนไว้บริการประชาชนที่จะต้องเดินออกจากบ้านเข้า ออกไปทำงาน โดยให้เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องปฏิบัติในเรื่องของความปลอดภัยในการเดินทาง สำหรับในการปล่อยพันธุ์ปลาในครั้งนี้ได้ระดมเจ้าหน้าที่ปล่อยพันธุ์ปลาตามจุดต่าง ๆ โดยเชื่อว่าหลังจากน้ำลดพันธุ์บางส่วนจะไหลไปตาน้ำสู่พื้นที่ด้านล่าง ขณะที่พันธุ์ปลาบางส่วนก็จะอาศัยตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ตามบ่อหรือแหล่งน้ำ ซึ่งจะทำให้เป็นแหล่งอาหารของคนในพื้นที่

ทั้งนี้ทาง นายสง่า คำพันธ์ ประมงจังหวัดลพบุรี ได้เปิดเผยว่า พันธุ์ปลาที่จะนำไปปล่อยเป็นแหล่งอาหารให้กับประชาชนยังมีในพื้นที่ของอำเภอท่าวุ้ง ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำอีกพื้นที่หนึ่งและยังมีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยจะทยอยนำพันธุ์ปลาไปปล่อยในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกันปลาจะได้เติบโตด้วยการใช้เวลาประมาณ 6–8 เดือน สำหรับพันธุ์ปลาตะเพียนนี้เป็นปลาที่กินพืชทำให้สามารถเจริญเติบโตในแหล่งพื้นที่น้ำที่ท่วมในพื้นที่ทางการเกษตรได้ดี


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090