ศอ.ปส.ภ.1 ร่วมสืบภาค 5 ป.ป.ส. ภาค 5 และ 6 ร่วมจับกุมรถขนผักลำเลียงไอซ์ จำนวน 34 กระสอบ น้ำหนักรวมกว่า 600 กิโลกรัม

ศอ.ปส.ภ.1 ร่วม สืบภาค 5 ป.ป.ส. ภาค 5 และ 6 ร่วมจับกุมรถขนผักลำเลียงไอซ์ จำนวน 34 กระสอบ น้ำหนักรวมกว่า 600 กิโลกรัม

วันพฤหัสบดีที่ 20 พ.ย.2568 เวลา 11.00 น. ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ตำรวจภูธรภาค 1 : พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมคณะฯ ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมรถขนผักลำเลียงไอซ์ จำนวน 34 กระสอบ น้ำหนักรวม 675 กิโลกรัม

ตามนโยบายของรัฐบาลนำโดย นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ” หน่วยงานของรัฐทุกภาคส่วนจึงได้มีการบูรณาการกำลัง เพื่อร่วมกันกวาดล้างจับกุม แก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและจริงจังในทุกมิติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. /สำนักงาน ป.ป.ส. นำโดยพ.ต.ต.สุริยา สิงหกลม เลขาธิการ ป.ป.ส., นายอภิกิต ฉ. โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส., นาย คณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.สปป., นาย ธันวา ผุดผ่อง ผอ.ปปส.ภาค 6, นาย นพดล นุใหม่ ผอ.ปป.3 สปป. และ นายวรากร ทนันชัย รอง ผอ.ปปส.ภาค 6, นายอำนาจ เหล่ากอที ผอ.ปปส.ภ.1, นางสาวศศิรัศมิ์ นามวงษ๋ ผอ.บก.ปปส.ภาค 1, นายปริญญา ปิดเมือง นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ และนายวิศรุต คำปุ้ย นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ

ตำรวจภูธรภาค 1 นำโดยพล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รอง จตร. ปฏิบัติราชการ ภ.1, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก. ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.1 และ พ.ต.อ.พีรพัสส์ ชูช่วย ผกก.สืบสวน ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม

ด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.ภ.1 ได้รับการประสานจาก ศอ.ปส.ภ.5, สำนักงาน ปปส.ภาค 6 และ สำนักงาน ป.ป.ส. แจ้งว่าในวันที่ 18 พ.ย.2568 จะมีกลุ่มรถยนต์ขับขี่ติดตามกัน เพื่อลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือลงมาสู่พื้นที่ภาคกลาง จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อวางแผนการเข้าตรวจสอบและเฝ้าติดตามกลุ่มรถยนต์ดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ตรวจพบรถยนต์กระบะคอกบรรทุกผักไว้ท้ายรถ ซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับรถเป้าหมาย ถูกจอดทิ้งไว้บริเวณถนนสาธารณะหลังวัดถ้ำกระบอก ต.เขาวง อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี จึงวางกำลังเฝ้าดูรถคันดังกล่าว

จากนั้นในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 14.10 น. ได้มีนาย ณัฎฐกรฯ ผู้ต้องหา ได้เดินมาเปิดประตูรถคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าแสดงตัวเพื่อทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบไอซ์ จำนวน 34 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 675 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำ การจับกุมผู้ต้องหา พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมกระทำความผิดต่อไป


ขอขอบคุณในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร ตำรวจภูธรภาค 1

ส.ส.อนุชา สะสมทรัพย์ ลงพื้นที่ดูการติดตั้งไฟส่องสว่างโซล่าเซลล์ในพื้นที่ อำเภอนครชัยศรี

ส.ส.อนุชา สะสมทรัพย์ อดีต รมต.ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ดูการติดตั้งไฟส่องสว่างโซล่าเซลล์ในพื้นที่ อำเภอ.นครชัยศรี

ตามที่ ฝ่ายปกครองและฝ่ายบริหารตำบลศรีมหาโพธิ์ได้ทำเรื่องขอไฟส่องสว่างโซล่าเซลล์ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม โดยการประสานงานของ ส.ส. อนุชา สะสมทรัพย์ เร่งจัดติดตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา 4 ตำบล มีตำบลศรีมหาโพธิ์ ตำบลแหลมบัว, ตำบลบางละมุด, ตำบลสัมมทวน เพื่อเป็นการลดการก่ออาชญากรรมและอุบัติเหตุในท้องถนน ได้ลงพื้นที่ในเขตตำบลศรีมหาโพธิ์ เพื่อดูการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างโซล่าเซลล์ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นโครงการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม โดยการประสานงานจากท่าน สส.อนุชาสะสมทรัพย์
เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาและ ลดอาชญากรรม และอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ ทางด้านฝ่ายบริหารและฝ่ายปกครองต้องขอกราบขอบคุณท่านนายกจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ที่ได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งไฟฟ้าส่งสว่างโซล่าเซลล์ในครั้งนี้ไว้เป็นอย่างสูง


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ขสป.แม่น้ำภาชี อช.เฉลิมพระเกียรติไทยประจัน สนธิกำลังปราบปราม​ ตามนโยบายรองนายกฯ สุชาติ​ยึดอาวุธปืน-ซากสัตว์ป่าสงวนและสัตว์คุ้มครองเพียบ

ขสป.แม่น้ำภาชี อช.เฉลิมพระเกียรติไทยประจัน สนธิกำลังปราบปราม​ ตามนโยบายรองนายกฯสุชาติ​! ยึดอาวุธปืน-ซากสัตว์ป่าสงวนและสัตว์คุ้มครองเพียบ

​วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี (ขสป.แม่น้ำภาชี) และอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน (อช.เฉลิมพระเกียรติไทยประจัน) ได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปากท่อ เข้าดำเนินการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎ หมายป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างเข้มข้น ผลการปฏิบัติการสามารถตรวจยึดของกลางสำคัญจำนวนมาก ประกอบด้วย อาวุธปืน, ซากสัตว์ป่าสงวน (หัวเลียงผา เนื้อเลียงผา) และซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หลายรายการ

​นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน​ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี​ เปิดเผยว่า​ ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และดำเนินการภายใต้การอำนวยการของ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช​ และนายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3

คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย 4 หน่วยงาน ได้แก่ เจ้าหน้าที่ ขสป.แม่น้ำภาชี นำโดย หัวหน้าเขตฯ, เจ้าหน้าที่ อช.เฉลิมพระเกียรติไทยประจัน, เจ้าหน้าที่สายตรวจสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) บ้านโป่ง, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากท่อ และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายในท้องที่บ้านพุสำโรง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี

ภายหลังการสืบสวน (การทำงานการข่าว) พบข้อมูลว่ามีการลักลอบล่าสัตว์ป่าสงวนและคุ้ม ครองแล้วนำซากมาครอบครอง​ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงบ้านเป้าหมาย ซึ่งเป็นบ้านพักชั้นเดียวสภาพโทรม ได้พบชายอายุ 38 ปี แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ และยินยอมให้นำตรวจสอบตลอดระยะเวลาดำเนินการ

จากการตรวจสอบภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ตรวจพบซากสัตว์ป่าและอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำ ความผิดจำนวนมาก ได้แก่​ หัวเลียงผาสด บรรจุในถุงกระสอบวางอยู่ในตู้ทำความเย็น​ เนื้อเลียงผา บรรจุในถุงพลาสติกวางอยู่ในตู้ทำความเย็น​ หนังแมวดาว, อุ้งตีนตะกวด, ขาเก้ง​ เต่าเหลือและเต่าหก​ งูจงอาง​ หนังเก้ง จำนวน 2 ผืน​ อาวุธปืนลูกซอง จำนวน 2 กระบอก​ เครื่องกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 4 ลูก​ ลำกล้องปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 2 ลำกล้อง​ มีดพก จำนวน 6 เล่ม

จากการสอบถาม ชายคนดังกล่าวให้การว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นของนายคาน เป็นผู้พักอาศัยอยู่เพียงลำพังมาโดยตลอด และซากสัตว์ป่ารวมถึงอุปกรณ์ที่ตรวจพบเป็นของนายคาน โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบถามผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านใกล้ชิด ซึ่งให้การตรงกันว่า นายคาน พักอาศัยที่บ้านหลังนี้โดยลำพัง มีพฤติกรรมมักดื่มสุราและล่าสัตว์​ พนักงานเจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ติดต่อไปยัง นายคาน เพื่อให้มาให้ถ้อยคำและชี้แจง แต่ปรากฏว่า นายคาน ยังไม่มาพบพนัก งานเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของ นายคาน อายุ 54 ปี เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย ฐาน “ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง” ตามมาตรา 12 ประกอบมาตรา 89 วรรคสอง ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562​ ฐาน “มีไว้ในครอบครองซึ่ง ซากสัตว์ป่าสงวนหรือคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามมาตรา 17 ประกอบมาตรา 92 ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562​ ความผิดตาม พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ ฐาน “ห้ามมิให้ผู้ใด มี ใช้ ซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต” ตามมาตรา 7 และมาตรา 8. ​คณะพนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดซากสัตว์ป่าสงวนและซากสัตว์ป่าคุ้มครองทั้งหมดและอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด พร้อมจัดทำบันทึกตรวจยึด และนำส่งของกลางทั้งหมดไปยังพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปากท่อ จังหวัดราชบุรี เพื่อติดตามตัว นายคาน มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างจริงจัง เพื่อรักษาทรัพยากร ธรรมชาติและสัตว์ป่าให้คงอยู่อย่างยั่งยืน


บรรณรต จ.เพชรบุรี

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จัดกิจกรรม “สร้างความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนในพื้นที่ กฟก.3”

สุพรรณบุรี – การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จัดกิจกรรม “สร้างความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนในพื้นที่ กฟก.3”

ที่ห้องประชุมชั้น 4 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุพรรณบุรี นายธนะ โชคพระสมบัติ ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคกลาง) จ.นครปฐม เป็นประธานจัดกิจกรรม “สร้างความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนในพื้นที่ กฟก.3” ในเขตพื้นที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายสาโรจน์ แช่มช้อย ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้าง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในสังกัด จังหวัดสุพรรณบุรี และมีสื่อมวลชน ทั้งสื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ของจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมจัดกิจกรรม “สร้างความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนในพื้นที่ กฟก.3” เพื่อมุ่งเน้นการสร้างความ สัมพันธ์ที่ดีกับสื่อมวลชน ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและรับฟังปัญหาข้อเสนอแนะต่างๆ จากพี่น้องสื่อมวลชน

พร้อมกับประชาสัมพันธ์การบริหารจัดการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ด้านต่างๆ ให้สื่อมวลชนรับทราบรายละเอียด และได้แจ้งปัญหาเรื่องมิจฉาชีพ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ ที่โทรศัพท์มาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้า ว่าจะทำการเปลี่ยนหม้อมิเตอร์ไฟฟ้าให้ฟรี ขอให้เชื่อได้ว่าเป็นมิจฉาชีพ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าอย่างแน่นอน แนะนำให้ตัดสายโทรศัพท์ทิ้งไป เนื่องจากทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ไม่มีนโยบายให้พนัก งานโทรศัพท์ติดต่อไปหาผู้ใช้ไฟ และที่สำคัญอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวหรืออย่าแอดไลน์ กับบุคคลที่โทรศัพท์มาแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นอาจจะถูกมิจฉาชีพ แฮ็กข้อมูลส่วนตัวดูดเงินในบัญชีธนาคารได้


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ผู้การฯ นครปฐม ตรวจพื้นที่บริเวณหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ เพื่อจัดเตรียมงาน เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ผู้การนครปฐม ตรวจพื้นที่บริเวณหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ เนื่องในงา เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตครบ 100 ปี 25 พฤศจิกายน 2568 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ครบ 100 ปี 24 พฤศจิกายน 2568

วันที่ 21 พ.ย.68 เวลา 16.00 น. พระมหาบุญลือ วิชฺชากโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร, พล.ต.ต. พิทักษ์ อุปพงษ์ื ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.อิทธิพล พรเทวบัญชา รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม, พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม, พ.ต.ท.ธนากฤต เนตรเกื้อกูล รอง ผกก.จร.สภ.เมืองนครปฐม และเจ้าหน้าที่จัดทำแผน ภ.จว.นครปฐม

ตรวจพื้นที่ บริเวณหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ และร่วมประชุมหารือกับ พระมหาบุญลือ วิชฺชากโร
ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร กรณีจัดเตรียมสถานที่ในการจัดงาน เพื่อดำเนินการตามแผนรักษาความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เนื่องในงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตครบ 100 ปี 25 พฤศจิกายน 2568 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ครบ 100 ปี 24 พฤศจิกายน 2568 ณ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จังหวัดนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้ข่าว นครปฐม

พสกนิกร จ.นครปฐม กว่า 750 คน ออกเดินทางเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท กรุงเทพฯ

พสกนิกรชาวจังหวัดนครปฐม กว่า 750 คน ออกเดินทางเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท กรุงเทพฯ

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา 05.00 น. ที่บริเวณพุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นำคณะผู้บริหารระดับสูงในจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และพสกนิกรชาวจังหวัดนครปฐม ขึ้นรถบัส จำนวน 19 คัน รวม 750 คน เดินทางไปเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

ในการนี้ รถโดยสารทุกคัน ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ประจำรถ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางดังกล่าว โดยมีการตรวจเช็ครถโดยสาร ให้คำแนะนำการปฏิบัติกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น การเปิดประตูทางออกฉุกเฉิน การใช้ถังดับเพลิง การคาดเข็มขัดนิรภัย เป็นต้น ซึ่งรถทุกคันไม่สามารถใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดได้ เพราะมีระบบจีพีเอสตรวจจับความเร็วตลอดเวลาที่รถวิ่ง

สำหรับจังหวัดนครปฐม ได้กำหนดแผนการเดินทางเพื่อเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท กรุงเทพมหานคร เป็นจำนวน 4 วัน รวมจำนวนทั้งสิ้น 3,000 คน โดยกำหนดในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 วันที่ 10 ธันวาคม 2568 วันที่ 29 ธันวาคม 2568 และวันที่ 17 มกราคม 2569

ในการนี้ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอกำแพงแสน พร้อมด้วย ปลัดอำเภอกำแพงแสน สมาชิก อส. องค์การบริหารส่วนตำบลกระตีบ เทศบาลตำบลกระตีบ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยหมอนทอง ได้นำประชาชน รวม 120 คน เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท


น.ส. ลาวัลย์ แสงสว่าง
ผู้สื่อข่าว นครปฐม

เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าสุพรรณบุรี นำกำลังลงพื้นที่น้ำท่วมขัง ตรวจสอบกระแสไฟรั่วป้องกันอันตราย

สุพรรณบุรี – เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านำกำลังลงพื้นที่น้ำท่วมขังตรวจสอบกระแสไฟรั่วป้องกันอันตราย

นายสาโรจน์ แช่มช้อย ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วย นายเมธี สุกก่ำ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมและบริการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคกลาง) จังหวัดนครปฐม รองผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมและบริการ, นายเมธี สุกก่ำ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 ภาคกลาง จังหวัดนครปฐม, นายอารุณ จรดล ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอู่ทอง, นายประเสริฐ ฝัดศิริ ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาสองพี่น้อง, นายพรหมแดน สิทธิงาม ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาทุ่งคอก, นายมนตรี พุทธโอวาท ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล บางตะเคียน และพนักงานในสังกัด ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงที่อาจจะเกิดอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว ที่โรงเรียนวัดสำเภาทอง ตำบลบางตะเคียน อำเภอสองพี่น้อง ที่ถูกน้ำท่วมขัง

โดยทางโรงเรียนยังคงเปิดสอนตามปกติ เนื่องจากทางท้องถิ่น ได้นำกระสอบทรายมาวางทำแนวกั้นพื้นที่ตัวอาคารเรียนให้นักเรียนสามารถมาเรียนได้ตามปกติ ส่วนพื้นที่ด้านนอกแนวกั้นถูกน้ำท่วมรวมทั้งสนามหน้าโรงเรียน ห้องน้ำ เครื่องผลิตน้ำดื่มของทางโรงเรียนก็ถูกน้ำท่วมพื้น แต่ยังสามารถใช้การได้ จากการตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆของทางโรงเรียนพบว่ามีความสมบูรณ์ไม่มีกระแสไฟฟ้ารั่วไหล แต่อย่างใด

จากนั้นได้เดินทางไปที่ บริเวณวัดบางซอ ตำบลบางตะเคียน อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ถูกน้ำท่วม เจ้าหน้าที่ได้นำอุปกรณ์ซึ่งเป็นนวัตรกรรมตรวจวัดกระแสไฟฟ้า เดินลุยน้ำตรวจวัดกระแสไฟฟ้าตามบ้านเรือนประชาชน และเสาไฟฟ้า เพื่อตรวจสอบว่ามีจุดไหนที่มีกระแสไฟฟ้ารั่วจะได้ทำการซ่อมแซมแก้ไข ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามี 1 หลัง ซึ่งเจ้าของบ้านเป็นผู้สูงอายุ มีกระแสไฟกระจายอยู่ที่ประตูเหล็กดัด หน้าบันไดบ้านมีสายไฟพาดอยู่เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้ย้ายสายไฟ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานาน

พร้อมกันนี้ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ให้ระวังเรื่องแกงค์คอลเซ็น เตอร์ สแกมเมอร์ ที่โทรมาหลอกว่าการไฟฟ้าจะทำการเปลี่ยนหม้อไฟหรือ อะไรก็แล้วแต่ว่าทางการไฟฟ้าไม่มีนโยบาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่โทรศัพท์หาผู้ใช้ไฟ ถ้ามีการโทรศัพท์มาหาแนะนำให้ตัดสายทิ้ง อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวหรืออย่าแอดไลน์ เดี๋ยวจะถูกแฮ็กข้อมูลดูดเงินในบัญชี และมอบน้ำดื่ม PEA จำนวน 150 โหล และแนะนำการใช้ไฟฟ้าในกรณีที่น้ำท่วมหรือน้ำท่วมขังให้กับประชาชน

นายสาโรจน์ แช่มช้อย ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้เป็นอีกหนึ่งโครงการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต3 ภาคกลาง จังหวัดนครปฐม ในเรื่องความห่วงใยพี่น้องประชาชนในภาวะน้ำท่วมและเรื่องของกระแสไฟฟ้ารั่วการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 ภาคกลาง จังหวัดนครปฐม ได้คิดทำเครื่องมือนวัตรกรรมตรวจกระแสไฟรั่ว และมีข้อสั่งการจากนายธนะ โชคพระสมบัติ ผู้ช่วยผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 ( ภาคกลาง) จังหวัดนครปฐม ให้ผู้จัดการทุกพื้นที่ลงตรวจสอบพื้นที่ที่มีน้ำท่วมตรวจสอบให้ละเอียดอย่าให้เกิดเหตุการณ์ว่ามีประชาชนได้รับอันตรายจากไฟฟ้ารั่วอย่างเด็ดขาด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว กรณีน้ำท่วมสูง และให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดย PEA พร้อมสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมทั้งให้คำแนะนำ ด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าในช่วงน้ำท่วม โดยประชาชนสามารถติดตามและแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับไฟฟ้าได้ที่ สำนักงานการไฟฟ้าในพื้นที่ หรือโทร 1129 PEA Contact Center ตลอด 24 ชั่วโมง

ทางด้าน ปภ.สุพรรณบุรี ได้รายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ประจำวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา สถานี C2 นครสวรรค์ 2,622 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปริมาณน้ำลดลง 91 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที ระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่อัตรา 2,570 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การระบายน้ำลดลง 67 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระบายน้ำเข้าสู่แม่น้ำท่าจีน ผ่านประตูพลเทพที่อัตรา 120.55 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยได้แผ่ขยายวงกว้างมากขึ้นทำให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 5 อำเภอ 64 ตำบล 31 ชุม ชน 487 หมู่บ้าน 21,288 ครัวเรือน ทางชลประทานได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำที่ประตูระบายน้ำ สำเภาทอง ตำบลบางตะเคียน ประตูระบายน้ำ บางสาม และที่สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนบริเวณวัดท่าเจดีย์ ตำบลบางตาเถร เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเล เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่อำเภอศรีประจันต์ อำเภอเมือง อู่ทอง บางปลาม้า สองพี่น้อง ที่ถูกน้ำท่วมบ้านได้รับความเดือดร้อน น้ำเริ่มเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น อีกทั้งยังมีสัตว์มิพิษ เช่นงู ตะขาบ แมงป่อง และปลิง ชุกชุม ชาวบ้านอีกจำนวนมากต้องขนย้ายข้าวของจากบ้านมาไว้บนถนน ต้องใช้ศาลาที่พักริมทางอาศัยหลับนอน


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

พบช้างป่าแก่งกระจานถูกไฟฟ้าซ็อตตาย 1 ตัว จนท.รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฏหมาย

พบช้างป่าแก่งกระจานถูกไฟฟ้าซ็อตตาย 1 ตัว จนท.รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฏหมาย

วันนี้ 20 พ.ย.68 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี พร้อมด้วยคณะร่วมลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สัตว์แพทย์กรมอุทยานสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่3 สาขาเพชรบุรี ตร.สภ.แก่งกระจาน ทหารทัพพญาเสือ ฝ่ายปกครองอำเภอแก่งกระจาน อบต.ป่าเด็ง ไฟฟ้าอำเภอแก่งกระจาน เข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นไร่ของชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี (ซึ่งอยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เจ้าของไร่เป็นชายวัย 73 ปี ได้ใช้ลวดจำนวน 5 เส้น ขึงไฟฟ้ารอบไร่ เพื่อป้องกันวัวเข้ามากินพืชไร่ จากการตรวจสอบพบช้างป่าถูกกระแสไฟฟ้าซ็อตจนตายจำนวน 1 ตัว พบเป็นช้างป่า สีดอ อายุประมาณ 8-10 ปี หนักประมาณ 2 ตัน ในสภาพงวงถูกกระแสไฟฟ้าซ็อตจนตาย

โดยทีมสัตว์แพทย์ได้ทำการผ่าชันสูตรซากช้างป่า พบว่าสาเหตุการตายเกิดจากกระแสไฟฟ้าซ็อต พร้อมเก็บตัวอย่างอาหารในกระเพาะเพื่อส่งวิเคราะห์หาสาเหตุเพิ่มเติม ด้านนายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้มอบหมายหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นำเจ้าหน้าที่ เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เตรียมดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธื จ.เพชรบุรี

ผบช.7 ลงพื้นที่มอบของให้กับประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม

ผบช.7 ลงพื้นที่มอบของให้กับประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีที่ประสบอุทกภัยน้ำท่าม

วันนี้ (19 พ.ย. 68) เวลา 10.50 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย คุณมัณฑนา ตันประเสริฐ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 7, พล.ต.ต.ไพศาล พฤกษจำรูญ รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชน ได้มอบสิ่งของจำเป็น และร่วมกันปรุงอาหารแจกจ่ายให้กับประชาชน ผู้ประสบอุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ในอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ออกเยี่ยมสถานประกอบการที่มีความประสงค์จ้างงานผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ

ออกเยี่ยมสถานประกอบการที่มีความประสงค์จ้างงานผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ

วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม มอบหมายให้นายภิรมย์ สารผล ผู้อำนวยการส่วนสงเคราะห์ผู้ต้องขัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ(Care) เรือนจำกลางนครปฐม และเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม ออกเยี่ยมสถานประกอบการที่มีความประสงค์จ้างงานผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ เพื่อนำเสนอโครงการให้ผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษเข้าทำงานในสถานประกอบการ เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษจะได้มีอาชีพและมีรายได้อีกทางหนึ่ง


น.ส. ลาวัลย์ แสงสว่าง ผู้สื่อข่าว นครปฐม