พิธีประชุมเพลิงสรีระสังขาร “หลวงปู่สมบูรณ์ กันตวัณโณ” ศรัทธามหาชนหลั่งไหลร่วมอาลัย ครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่น วัดป่าสำราญนิวาส จ.ลำปาง

พิธีประชุมเพลิงสรีระสังขาร “หลวงปู่สมบูรณ์ กันตวัณโณ”ศรัทธามหาชนหลั่งไหลร่วมอาลัย ครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่น วัดป่าสำราญนิวาส จ.ลำปาง

วัดป่าสำราญนิวาส อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง จัดพิธีถวายเพลิงสรีระสังขาร หลวงปู่สม บูรณ์ กันตวัณโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสำราญนิวาส พระเถระผู้เป็นที่เคารพศรัทธาแห่งสายพระป่าอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซึ่งละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 สิริอายุ 93 ปี 71 พรรษา โดยมีพุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์ และคณะสงฆ์จากทั่วประเทศหลั่งไหลมาร่วมแสดงความอาลัยอย่างเนืองแน่นตลอดวันพิธี เมื่อวันที่22-23 พฤศจิกายน 2568 ณ ลานฌาปนกิจวัดป่าสำราญนิวาส

พิธีเริ่มต้นขึ้นในเวลา 15.00 น. โดยพระเดชพระคุณพระเทพวชิราธิบดี เจ้าคณะภาค 6–7 (ธรรมยุต) เป็นประธานพิจารณาผ้าไตรบังสุกุล และพระครูวิมลธรรมรัต (ศรีนวล วิมโล) แสดงธรรมบนธรรมาสน์ ท่ามกลางบรรยากาศสงบ สำรวม และเต็มไปด้วยความอาลัยของศรัทธามหาชน ภายในพิธีมีแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน อาทิ พลตำรวจตรี วิชัย เชี่ยวเวทย์ อดีตผู้บังคับ การตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน ประกอบพิธีจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย และนายคมสันต์ ขวัญวงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลเกาะคา จุดเทียนส่องธรรมอาราธนาธรรม พร้อมทั้งมีสาธุชนร่วมทอดผ้าบังสุกุลตามลำดับอย่างพร้อมเพรียง

งานพิธีที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–23 พฤศจิกายน สะท้อนพลังศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของคณะสงฆ์และสาธุชนหลายภาคส่วน โดยมีพระอาจารย์ตะวัน วัดถ้ำแจ้ง ทำหน้าที่ประ สานงานหลักเพื่อให้งานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย วัดป่าสำราญนิวาสยังได้กราบอาราธนาพระมหาเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่จากหลายจังหวัดเมตตาร่วมงาน อาทิ พระพรหมมงคลวัชโรดม (โอภาส โอภาโส) อายุ 94 ปี 74 พรรษา, พระวชิรสีลาจารย์ หลวงปู่บุญมี กลมโล อายุ 99 ปี 78 พรรษา, พระครูมงคลเกษม หลวงปู่ครูบาเสน เขมจาโร อายุ 94 ปี 74 พรรษา, พระครูปัญญาศีลวิมล หลวงปู่สังวร ภทฺทสีโล อายุ 96 ปี 76 พรรษา, พระญาณวิเศษ หลวงปู่สุพรรณ กนโก อายุ 93 ปี 71 พรรษา, พระเทพญาณเวที หลวงปู่ศรีมูล มูลสิริ อายุ 90 ปี 70 พรรษา, พระครูสังวรญาณโสภณ หลวงปู่เจริญ ญาณวุฒฺโธ อายุ 95 ปี 75 พรรษา, พระครูอุดมภาวนาจารย์ หลวงปู่ทองสุก อุตตรปัญโญ อายุ 93 ปี 73 พรรษา, พระครูสิริโสมคุณ หลวงปู่สมยศ สิริจนฺโท อายุ 88 ปี 66 พรรษา, พระครูวิมลธรรมรัต หลวงพ่อมหาศรีนวล วิมโล อายุ 66 ปี 45 พรรษา, พระครูธรรมวิวัฒนคุณ หลวงปู่เจริญ จตฺตสลฺโล อายุ 75 ปี 55 พรรษา, พระครูจันท สีลคุณ หลวงปู่บุญจันทร์ จันทสีโล อายุ 80 ปี 60 พรรษา, พระครูปิยสีลโสภณ หลวงพ่ออาสน์ ปิยสีโล, พระเทพวชิราธิบดี หลวงพ่อฤทธิรงค์ ญาณวโร อายุ 64 ปี 44 พรรษา, พระราชสิริวชิโรดม หลวงพ่อสุขเลิศ กนฺตธมฺโม อายุ 59 ปี 39 พรรษา, พระครูฐิติธรรมปโภธิ หลวงพ่อสมโพธิ สคารโว พรรษา 44 และพระวิสุทธิวชิรคุณ หลวงพ่อชายแดน สีลสุทโธ อายุ 69 ปี 36 พรรษา ซึ่งต่างเดินทางมาร่วมพิธีด้วยความเคารพต่อคุณูปการของหลวงปู่สมบูรณ์ที่มีต่อพระพุทธศาสนา

ภายในงานยังจัดให้มีพิธีสวดพระอภิธรรม การถวายเครื่องสักการะ และพิธีประชุมเพลิงตามแบบอย่างพระป่ากรรมฐาน เพื่อเปิดโอกาสให้ญาติโยม ศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศได้ร่วมแสดงความอาลัยและน้อมระลึกถึงคุณความดีของหลวงปู่สมบูรณ์ กันตวัณโณ ผู้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของชาวล้านนาและเป็นกำลังสำคัญของการเผยแผ่ธรรมะในภาคเหนือมากว่า 60 ปี

สำหรับประวัติของหลวงปู่สมบูรณ์ กันตวัณโณ ท่านเกิดในตระกูลนิ่มตระกูล ที่บ้านลำปางกลาง จังหวัดลำปาง เป็นบุตรคนที่ 2 จากพี่น้อง 6 คน ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย ก่อนย้ายไปค้าขายที่กาดเกาะจาวใกล้สถานีรถไฟลำปาง เมื่ออายุ 18–19 ปี ท่านย้ายมาอยู่กับตายายที่ตำบลเกาะคา และได้ร่วมช่วยงานวัดป่าสำราญนิวาสในช่วงเริ่มก่อสร้าง จนเกิดศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา ในปี พ.ศ.2498 ท่านได้ติดตามหลวงปู่แว่น ธนปาโล ไปภาคอีสาน และบรรพชาอุปสมบท ณ วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2498 โดยมีพระมหาทองสุก สุจิตโต เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงปู่แว่น ธนปาโล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาสมบูรณ์ ปุณณาโภ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลังการอุปสมบท ท่านได้จำพรรษาหลายแห่ง ทั้งวัดบ้านบัว จังหวัดสกลนคร วัดควนจง จังหวัดสงขลา วัดอโศการาม โดยถวายงานใกล้ชิดท่านพ่อลี ธัมมธโร และจำพรรษาที่วัดสันติธรรม จังหวัดเชียงใหม่ วัดถ้ำพระสบาย ก่อนกลับมาประจำวัดป่าสำราญนิวาสตามคำบัญชาของหลวงปู่แว่น ธนปาโล เพื่อช่วยงานหลวงปู่หลวง กตปุญโญ

ตลอดเส้นทางธรรม หลวงปู่สมบูรณ์ได้ถวายงานและศึกษากับครูบาอาจารย์สายกรรมฐานหลายท่าน เช่น หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม และหลวงปู่สิม พุทธาจาโร อีกทั้งยังร่วมงานสร้างวัดอโศการามในยุคท่านพ่อลี ท่านได้พัฒนาวัดป่าสำราญนิวาสให้เจริญงอกงาม และเป็นที่เคารพรักของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศจนวาระสุดท้ายของชีวิต


เอนก ธรรมใจ / รายงาน

ดร.แดน รับเทียบเชิญ พรรคไทยชนะ เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

พรรคการเมืองเกิดใหม่มีสิทธิ์ลุ้นเสนอชื่อ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ หรือที่ประชาชนรู้จักในนาม “Doctor Dan can do” เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะพิจารณารับเทียบเชิญจาก “พรรคไทยชนะ” ลั่นวิกฤตชาติต้องได้รับการแก้ไข

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2568 สถานการณ์การเมือง ใกล้ห้วงเวลายุบสภาต้องจับตาไม่กระพริบ! “พรรคไทยชนะ” บุกทาบทาม ดร.แดนฯ เชื่อเจ้าตัวส่งสัญญาณบวก ทบทวนการตัดสินใจสู่สนามเลือกตั้ง เพื่อสนับสนุนพรรคการเมืองที่เกิดใหม่ให้ประชาชนได้เลือกตามผลสำรวจนิด้าโพล 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ที่ไม่รู้จะเลือกใครเป็นนายกฯ และยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองใด

นายจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคไทยชนะ พร้อมด้วย นายโกศล หกสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคฯ, นายประสงค์ แก้ววิจิตร กรรมการบริหารพรรคฯ เข้าพบ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ “Dr.DAN CANDO” เพื่อขอคำปรึกษาและเทียบเชิญ ขอเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคไทยชนะ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น มีความเป็นกันเอง จุดเปลี่ยนสำคัญ เกิดขึ้นเมื่อมีการหารือถึงปัญหาปากท้องและวิกฤตศรัทธาของประเทศ ทำให้ Dr.DAN ซึ่งมีความเป็นกลางทางการเมืองเป็นนักวิชาการมีชื่อเสียง เริ่มแสดงท่าทีสนใจ โดยกล่าวว่า “สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้เปราะบางมาก หากความรู้ความสามารถของผมจะช่วยกอบกู้สถานการณ์ได้ ผมก็มิอาจเพิกเฉย ขอนำข้อเสนอนี้ไปไตร่ตรองด้วยหัวใจที่รักชาติ”

ถือเป็น สัญญาณบวก ที่ชัดเจนที่สุด ว่า Dr.DAN อาจจะตัดสินใจร่วมกับพรรคไทยชนะ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองไทยทันที


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“บิ๊กเผือก” ผบช.ทท. กำชับภารกิจเร่งด่วน นำสิ่งของอุปโภค บริโภคมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.สงขลา

“บิ๊กเผือก” ผบช.ทท. กำชับภารกิจเร่งด่วน นำสิ่งของอุปโภค บริโภคมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.สงขลา

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 12.30 น. : พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. สั่งการให้ ตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ ดำเนินการนำรถวิทยุโฟวิลบรรทุกอาหารสด อาหารแห้ง และเครื่องดื่ม ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก ผบช.ทท. และความอนุเคราะห์จากภาคเอกชน (ห้างแม็คโครหาดใหญ่) เพื่อนำไปแจกจ่ายและมอบให้แก่นักท่องเที่ยวและประชาชนผู้ประสบภัยที่ติดค้างและขาดแคลนอาหารภายในพื้นที่โรงแรมแกรนด์พลาซ่าหาดใหญ่ ถนนเสน่หานุสรณ์ เทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ยืนยันความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในทุกสถานการณ์วิกฤต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมพัฒน์ฯ อุ่นเครื่อง เตรียมส่งเยาวชนไทย ชิงชัยเวทีฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 3 ณ กรุงไทเป ปลายเดือนพฤศจิกายน 2568

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า การแข่งขันฝีมือแรงงานถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนากำลังคนของประเทศ โดยเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพด้านทักษะอาชีพ พร้อมทั้งพัฒนาสมรรถนะในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านเทคนิค การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การบริหารจัดการเวลา การสื่อสาร และการทำงานภายใต้แรงกดดัน ซึ่งล้วนเป็นคุณลักษณะสำคัญของแรงงานในโลกยุคใหม่ และเป็นปัจจัยที่นายจ้างให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้จัดแข่งขันฝีมือแรงงานในระดับต่างๆ เพื่อช่วยพัฒนาขีดความสามารถของกำลังแรงงาน และเฟ้นหาตัวแทนเยาวชนด้านแรงงาน ส่งเข้าร่วมแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแสดงให้ทั่วโลกยอมรับในมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยด้วย

นายสมาสภ์ฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับปี พ.ศ.2568 ไต้หวันจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 3 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการไทเปหนานกัง เขตหนานกัง ไทเป ไต้หวัน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมแก่ผู้แข่งขัน ล่าม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทยก่อนเดินทางเข้าร่วมการแข่ง ขัน กรมได้จัดสัมมนาเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรมเดอะ พาลาสโซ กรุงเทพมหานคร

ซึ่งประเทศไทยได้จัดส่งผู้แข่งขันรวมทั้งสิ้น 19 คน ใน 16 สาขา ประกอบด้วย

1.สาขาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (ประเภททีม)
2.สาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม
3.สาขาเทคโนโลยีเว็บ
4.สาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น
5.สาขาการแต่งผม
6.สาขาหุ่นยนต์เคลื่อนที่ (ประเภททีม)
7.สาขาเมคคาทรอนิกส์ (ประเภททีม) 8.สาขาการบริการอาหารและเครื่องดื่ม
9.สาขาการประกอบอาหาร
10.สาขาเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าภายในอาคาร 11. สาขาการสร้างโมเดลในเกมสามมิติ
12.สาขาการก่ออิฐ
13.สาขาการจัดดอกไม้
14.สาขาการซ่อมตัวถังรถยนต์
15.สาขาการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย และ
16.สาขาต่อประกอบมุมไม้

การสัมมนาครั้งนี้ จะช่วยเตรียมความพร้อมให้เยาวชนทั้งด้านร่างกาย และ จิตใจ ฝึกฝนให้รู้จักการทำงานร่วมกัน ช่วยสร้างความเชื่อมั่น จนสามารถเอาชนะคู่แข่งในสนามจริง และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติได้แต่ ที่สำคัญที่สุดคือ การนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพได้ต่อไป นายสมาสภ์ กล่าวทิ้งท้าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง มอบรถ Mini Bus สนับสนุนภารกิจมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบรถ Mini Bus สนับสนุนภารกิจมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมมอบค่าพาหนะ เครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้รับขาเทียม และช่างอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยฯ ครั้งที่ 175 รวมงบฯ กว่า 3.1 ล้านบาท

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการฯ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการฯ, นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการฯ, นายชูเดช เตชะไพบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการฯ และนางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ นำทีมแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่ มอบค่าพาหนะ พร้อมด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย เส้นหมี่ขาว, วุ้นเส้น, น้ำมันพืช, ขนมเบ็ดเตล็ด ,รองเท้าฟองน้ำ บรรจุถุงผ้าดิบมูลนิธิฯ ให้แก่ผู้รับขาเทียม และช่างอาสาสมัคร ที่เข้าร่วมโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 175 รวมจำนวน 175 คน รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 158,928.75 บาท

พร้อมมอบรถโดยสารขนาดเล็ก (Mini Bus) มูลค่า 2,950,000 บาท แก่มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมงบประมาณดำเนินการในครั้งนี้ทั้งสิ้น 3,108,928.75 บาท (สามล้านหนึ่งแสนแปดพันเก้าร้อยยี่สิบแปดบาทเจ็ดสิบห้าสตางค์) โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และประธานกรรมการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นประธานในพิธี ณ โดมอเนกประสงค์ สำนักงานเทศบาลตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

การสนับสนุนมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ตั้งแต่การดำเนินการครั้งที่ 165 รวม 11 จังหวัด คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4.9 ล้านบาท

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รมว.ตรีนุช ปรับตัวชี้วัดใหม่กรมพัฒน์ ตอบโจทย์ผลิตแรงงานไทยมีฝีมือ

รมว.ตรีนุช ปรับตัวชี้วัดใหม่กรมพัฒน์ ตอบโจทย์ผลิตแรงงานไทยมีฝีมือ

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การชี้แจงตัวชี้วัดประเมินผลการปฏิบัติราชการกับการพัฒนาองค์กร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมีนายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพมหานคร

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยหลังการประชุมว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน มีภารกิจโดยตรงเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพย์มนุษย์ของประเทศด้านกำลังแรงงาน ที่เป็นหัวใจสำคัญทางเศรษฐกิจ และยิ่งมีกำลังแรงงานที่มีทักษะฝีมือจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีประชาคมโลก ซึ่งปัจจุบันกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ต้องเผชิญกับความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโน โลยีทั้งปัญญาประดิษฐ์ ระบบอัตโนมัติ เศรษฐกิจดิจิทัล หากปรับตัวไม่ทันแรงงานจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ แต่หากปรับตัวได้จากการพัฒนาทักษะฝีมือจะปรับเปลี่ยนเป็น “แรงงานทักษะสูง” ที่มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้น ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงมีเป้าหมายในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานกว่า 5 ล้านคน ที่ต้องสร้างแรงงานที่มีทักษะหลากหลาย (Multi-Skill) พัฒนาทักษะขั้นสูงที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมาย และที่สำคัญการฝึกอบรมที่นำไปสู่การจ้างงานจริง ซึ่งตัวชี้วัดของกรมฯ จะต้องการมีปรับเปลี่ยนให้ตอบโจทย์ดังกล่าว ปรับกระบวนทัศน์ทำงานเชิงรุกมากขึ้น กระทรวงแรงงานพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของกรมฯ อย่างเต็มกำลัง

ด้านนายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงานพร้อมกำหนดตัวชี้วัดที่สอดคล้องแนวทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยจะใช้เวทีในการประชุมที่มีผู้บริหารจากสถาบันและสำนักงานทั่วประเทศ รวมทั้งหน่วยงานส่วนกลาง ระดมความคิดเห็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รับฟังข้อเสนอแนะในการนำตัวชี้วัดไปใช้ในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ ยึดกำลังแรงงานและประชาชนทั่วไปเป็นศูนย์กลางการทำงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ตั้งเป้าผลิตกำลังแรงงานฝีมือป้อนสู่ตลาดแรงงานตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิร่วมกตัญญู นำเรือกู้ภัย พร้อมหีบใส่ร่าง เข้าไปช่วยรับร่างของคุณตา เสมอ บัวทิม 94 ปี ที่เสียชีวิต ด้วยโรคชราในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี

มูลนิธิร่วมกตัญญู นำเรือกู้ภัย พร้อมหีบใส่ร่าง เข้าไปช่วยรับร่างของคุณตา เสมอ บัวทิม 94 ปี ที่เสียชีวิต ด้วยโรคชราในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2568 : มูลนิธิร่วมกตัญญู นำเรือกู้ภัย พร้อมหีบใส่ร่าง เข้าไปช่วย รับร่างของคุณตา เสมอ บัวทิม 94 ปี ที่เสียชีวิต ด้วยโรคชราในพื้นที่ หมู่1 ต.อินทร์บุรี อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี โดยรอบที่นี่ยังคงมีน้ำท่วมสูงประมาน 1-2 เมตร กว่า1สัปดาห์ น้ำได้ลดลงไปเพียง30เซ็น

ทีมร่วมกตัญญู ช่วยกันบรรจุและนำร่างคุณตาออกมา พื้นที่ด้านนอกถนน และได้เตรียมรถกู้ภัย เพื่อช่วยเหลือ นำไปส่งต่อให้ ที่วัดการ้อง ต.ห้วยชัน อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เพื่อบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

พวกเราทุกคน ขอแสดงความเสียใจ

#น้ำท่วมอินทร์บุรี68 #น้ำท่วมสิงห์บุรี #มูลนิธิร่วมกตัญญูช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั่วราชอาณาจักร


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย อาสาสมัครกู้ภัยจุด สภ.อินทร์บุรี ท่าช้าง และบางระจัน ยังคงผนึกกำลังสู้ภัยน้ำท่วมต่อเนื่อง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย อาสาสมัครกู้ภัยจุด สภ.อินทร์บุรี ท่าช้าง และบางระจัน ยังคงผนึกกำลังสู้ภัยน้ำท่วมต่อเนื่อง! จัดตั้งกองอำนวยการรับแจ้งเหตุ-ช่วยเหลือ อพยพ แจกจ่ายถุงยังชีพ และอาหารปรุงสุกบรรจุกล่องพร้อมน้ำดื่ม อาหารสุนัขและแมว แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี

เมื่อวันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย หัวหน้าจุดอาสาสมัครกู้ภัย จุดสภ.อินทร์บุรี ท่าช้าง และบางระจัน ยังคงนำทีมเร่งปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่เทศบาลตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี โดยจัดทีมอาสาฯ กู้ภัย เร่งอพยพผู้ประสบภัย ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ออกจากพื้นที่ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัย ประกอบอาหารปรุงสุกบรรจุกล่องพร้อมน้ำดื่ม พร้อมนำอาหารสุนัขและแมว บรรทุกเรือออกแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ โดยจัดตั้งกองอำนวยการ ณ บริเวณที่ว่าการอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อประสานงานรับแจ้งเหตุและช่วยเหลือในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และในขณะนี้ยังคงปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ หากผู้ประสบภัยในพื้นที่ต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ตลอด 24 ชั่วโมง

ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ชื่นมื่น–เปี่ยมสิริมงคล! มกธ.จัดพิธีทำบุญและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด “ศ.ดร.บังอร” โดยมี “ดร.เอก์” นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอรัปชั่น ร่วมอวยพรอย่างอบอุ่น

ชื่นมื่น–เปี่ยมสิริมงคล! มกธ.จัดพิธีทำบุญและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด “ศ.ดร.บังอร” โดยมี “ดร.เอก์” นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอรัปชั่น ร่วมอวยพรอย่างอบอุ่น

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 : มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU) ได้จัดพิธีทำบุญและกิจกรรมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของ ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ผู้นำด้านการศึกษา วิชาการ และกีฬา ที่ได้รับความเคารพรักจากผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาทั้ง (มกธ.) บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น เรียบง่าย และงดงาม สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของ BTU ที่ให้คุณค่าทั้งด้านจิตใจ วัฒนธรรมไทย และความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน

พิธีทำบุญถวายเพล–เพื่อความเป็นสิริมงคล เวลา 10.00 น. ศ.ดร.บังอร พร้อมคณะผู้บริหาร ได้ประกอบพิธีทำบุญถวายเพลพระสงฆ์ ณ วัดศรีสุดาราม วรวิหาร พร้อมถวายจตุปัจจัยไทย ธรรม เพื่อความเป็นสิริมงคลในวาระสำคัญของท่านอธิการบดี

จากนั้นเวลา 11.30 น. ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันในบรรยากาศเรียบง่ายและอบอุ่น ณ วัดศรีสุดารามพร้อมสักการะศาลหลักเมือง–พระแก้วมรกต เพื่อความร่มเย็นเป็นสุข

ช่วงบ่ายเวลา 13.30 น. คณะผู้บริหารได้เดินทางไปสักการะ ศาลหลักเมือง และ พระแก้วมรกต ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล พร้อมตั้งจิตอธิษฐานให้การบริหารงานภายใต้การนำของ ศ.ดร.บังอร ก้าวหน้า มั่นคง และประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น ผู้ร่วมอวยพรในโอกาสพิเศษ—ดร.เอก์ เหลืองสอาด, นายสุปรีชา บุญประเสริฐ ผู้ช่วยดำเนินงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เลขานุการประจำคณะการกรรมาธิการกิจการเด็กฯ กล่าวคำอวยพร ในวาระมงคลนี้ ผู้นำองค์กรและผู้บริหารจากหลากหลายภาคส่วนได้เดินทางมาร่วมแสดงความยินดี โดยเฉพาะ ดร.เอก เหลืองสอาด นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอรัปชั่น (ประเทศ ไทย) ซึ่งได้กล่าวอวยพรอย่างจริงใจในนามขององค์กรสื่อด้านความโปร่งใส ขอให้ ศ.ดร.บังอรฯ มีสุขภาพแข็งแรง มีพลังในการพัฒนามหาวิทยาลัยกรุเทพธนบุรี (BTU) และเป็นแบบอย่างผู้นำที่ซื่อสัตย์ มุ่งมั่น พัฒนาและสร้างคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง

ผู้ร่วมงานต่างร่วมมอบช่อดอกไม้ กระเช้า คำอวยพร และกำลังใจแด่ท่านอธิการบดี ผู้เป็นศูนย์รวมใจของชาวมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU)


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

LifelongLearning มจธ. จับมือ สป.อว. จัดงาน Micro-Credential Day 2025 ร่วมพัฒนา Micro-Credential กับคณาจารย์ 24 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

4LifelongLearning มจธ. จับมือ สป.อว. จัดงาน Micro-Credential Day 2025 ร่วมพัฒนา Micro-Credential กับคณาจารย์ 24 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

หน่วยพัฒนาและบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (Education Technology Development and Integration Support – ETS) และ ทีม 4LifelongLearning จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จับมือ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) จัดงาน “Micro-Credential Day 2025” ปลุกพลังการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภายใต้ “โครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่” เปิดอบรมการออกแบบ “Design Your Own Micro-Credential” รุ่นที่ 1 ให้กับคณาจารย์ระดับอุดมศึกษาจาก 24 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา ระหว่างวันที่ 3–4 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรม SO/ Bangkok

สำหรับการอบรมครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้อบรมสามารถออกแบบ Micro-Credential (MC) ให้เป็นเครื่องมือพิสูจน์ความสามารถสำหรับคนทุกช่วงวัยได้ รับรองโดยผู้เชี่ยวชาญในทักษะหรือสายงานนั้นในอนาคต โดยมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศไทย ที่เป็นผู้พัฒนาและบุกเบิก Micro-Credential (MC) มาอย่างยาวนานภายใต้ชื่อแพลตฟอร์ม 4LifelongLearning ของหน่วยพัฒนาและบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (ETS) เป็นหัวเรือหลักของการอบรมนี้ และพร้อมโค้ชชิ่งอาจารย์ที่เข้าร่วมโครงการทุกท่านต่อไปอีก 3 เดือน

ภายในงาน อาจารย์ผู้เข้าร่วมได้ทำความเข้าใจความเป็นมาและความสำคัญของ Micro-Credential (MC) ผ่านเวทีสัมมนาในหัวข้อ “ความท้าทายของการศึกษาในระบบอุดม ศึกษาแบบดั้งเดิม และเส้นทางสู่ Micro-Credential เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต” โดยมีผู้ร่วมเสวนาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้แก่ รศ.ดร. บัณฑิต ทิพากร ที่ปรึกษาอธิการบดีด้านนวัตกรรมการเรียนรู้, ผศ.ดร.ศศิธร สุวรรณเทพ ที่ปรึกษาอธิการบดี และ ผศ.ดร.ภาณุทัต บุญประมุข รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้ โดยมี ดร.อรชุน อุดมเกษมทรัพย์ หัวหน้าหน่วยพัฒนาและบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (ETS) เป็นผู้ดำเนินรายการ

รศ.ดร.บัณฑิต ทิพากร ที่ปรึกษาอธิการบดีด้านนวัตกรรมการเรียนรู้ กล่าวถึงบริบทการเปลี่ยนแปลงของสังคม ที่ทำให้ Micro-Credential (MC) เป็นตัวช่วยสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของบริบทการทำงานและสังคม เช่น ความต้องการแรงงานที่เปลี่ยนเร็ว เทคโน โลยีที่เกิดขึ้นใหม่ ทำให้เกิดอาชีพใหม่ขึ้นอยู่เสมอ การเรียนรู้จึงไม่ควรจำกัดอยู่แค่ในปริญญา 4 ปีแบบเดิม ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงควรปรับบทบาทเป็นผู้สนับสนุน Lifelong Learning ที่เปลี่ยนจากการเรียนรู้แค่ในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่ง Micro-Credential (MC) คือส่วนหนึ่งในแผนนี้

ทั้งนี้ ตลอดการอบรมทั้ง 2 วัน มีการอบรมเชิงปฏิบัติ (Workshop) การออกแบบ Micro-Credential (MC) โดยมี ดร.กลางใจ สิทธิถาวร ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้และ Micro-Credential (MC) เป็นโค้ชหลักในการอบรม พร้อมเปิดโอกาสให้อาจารย์ผู้เข้าร่วมได้คิด ลงมือทำจริง และรับคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดตลอดงาน จากรูปแบบการอบรมที่เป็น Active Learning ที่เอื้อให้อาจารย์ผู้เข้าร่วมมีความสามารถในการออกแบบได้จริง มุ่งเน้นผลลัพธ์ (Outcome) ของการทำได้มากกว่าการรับรู้เนื้อหา ซึ่งเป็นแก่นของ Micro-Credential (MC) ในการพัฒนาสมรรถนะอาจารย์

พร้อมปิดท้ายโดย ดร.อรชุน อุดมเกษมทรัพย์ ได้ให้คำแนะนำการทำงานของ 4LifelongLearning แพลตฟอร์มที่ให้บริการพัฒนาทักษะและพิสูจน์ความสามารถ รวมถึงเผยแพร่ Micro-Credential (MC) พร้อมบริการสนับสนุนอาจารย์ทั่วประเทศให้พัฒนา Micro-Credential (MC) ได้สำเร็จ ขณะที่ ดร.สุภาพร แป้นสุวรรณ์ Designer Support Team Leader กล่าวถึงแนวทางการฝึกฝนและแผนการโค้ชชิ่งออนไลน์ต่อเนื่อง 3 เดือน กับทีม 4LifelongLearning เพื่อพัฒนาหลักสูตร Micro-Credential (MC) ในสาขาวิชาและความเชี่ยวชาญของตนเอง และนำไปต่อยอดกับมหาวิทยาลัยของตนเองที่สังกัด

การอบรมครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ Micro-Credential (MC) ในการยกระดับการเรียนรู้ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการพัฒนาสมรรถนะอาจารย์ การออกแบบหลักสูตรตามความต้องการจริงของตลาดแรงงาน และการสร้างเครื่องมือพิสูจน์ทักษะที่เชื่อถือได้ Micro-Credential (MC) จะกลายเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างทักษะเพื่ออนาคต และเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของงาน Micro-Credential Day 2025 ได้ที่เว็บไซต์ www.4lifelonglearning.org/workshop-mcday-1 หรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญได้ที่ LineOA @4Lifelonglearning

#MCDay2025 #MicroCredentialDay2025


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน