“ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3” เยี่ยมเยียนการดำเนินงานของสมาคมแม่บ้านทหารบกในพื้นที่จังหวัดน่าน

“ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3” เยี่ยมเยียนการดำเนินงานของสมาคมแม่บ้านทหารบกในพื้นที่จังหวัดน่าน


เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 เดินทางไปตรวจเยี่ยมเยียนการดำเนินงานของสมาคมแม่บ้านทหารบกในพื้นที่จังหวัดน่าน ในการนี้ สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 38 , สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองพันทหารม้าที่ 15 กรมทหารม้าที่ 2 และสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2 ได้นำผลิตภัณฑ์จากโครงการพัฒนาผลิต ภัณฑ์และอาชีพเสริม ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ มาจัดแสดงให้คณะฯ ได้เยี่ยมชม อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน ข้าวเกรียบปลา กล้วยหนึบ กล้วยกรอบ น้ำพริกปลากรอบ น้ำพริกแคบหมู น้ำพริกหมูคั่ว พรมเช็ดเท้า และที่รองเขียง ณ สโมสรนายทหารค่ายสุริยพงษ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยมี ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 38, ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองพันทหารม้าที่ 15 กรมทหารม้าที่ 2, ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2 และสมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบกในพื้นที่จังหวัดน่าน ร่วมให้การต้อนรับ


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังผาเมือง จัดกิจกรรมโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” นำจิตอาสามอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

กองกำลังผาเมือง จัดกิจกรรมโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” นำจิตอาสามอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับ ผู้ใหญ่บ้านบ้านสันทราย, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, อาสาสมัครสาธารณสุขบ้านสันทราย หมู่.9 ได้นำผ้าห่มกันหนาว พร้อมด้วย ยาสามัญประจำบ้าน ไปมอบให้กับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้ยากไร้ และผู้ที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่ บ้านสันทราย จำนวน 2 ราย ได้แก่

  1. นาง แสง สุภา อายุ 83 บ้านเลขที่ 26 บ้านสันทราย หมู่.9 ซึ่งเป็นประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ
  2. นางเอ้ย ทองคำสุข อายุ 78 บ้านเลขที่ 54 บ้านสันทราย หมู่.9 กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุและผู้ยากไร้

ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือและปฏิบัติตามนโยบายของกองทัพบกในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว และการดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องตามโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” โดยมีเป้าหมายในการบรรเทาความเดือดร้อนจากสภาพอากาศหนาวเย็นในพื้นที่ที่ประสบภัย การช่วยเหลือจะครอบคลุมทั้งการ แจกจ่ายผ้าห่มกันหนาว และการให้บริการด้านสุขภาพ ณ บ้านสันทราย หมู่.9 ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย


นที มีเดช รายงาน

ตร.เร่งหาสาเหตุ ไฟไหม้โบสถ์เหรียญบาท มือดีย่องขนหลักฐานทิ้งกลางดึกก่อนพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจที่วัดบ้านทุ่งเคล็ด อ.ทับสะแก

ประจวบฯ – ตร.เร่งหาสาเหตุ ไฟไหม้โบสถ์เหรียญบาท มือดีย่องขนหลักฐานทิ้งกลางดึกก่อนพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจที่วัดบ้านทุ่งเคล็ด อ.ทับสะแก

23 พ.ย.68 คลิปจากชาวบ้านบันทึกขณะเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ภายในโบสถ์ ชาวบ้านหลายรายช่วยกันลากสายยางมาฉีดน้ำผ่านทางหน้าต่างด้านข้างเพื่อสกัดเพลิงระหว่างรอรถดับเพลิง ทราบว่าโบสถ์ดังกล่าวเป็น “โบสถ์เหรียญบาท” ของวัดบ้านทุ่งเคล็ด ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเคยเป็นประเด็นขัดแย้งระหว่างพระสงฆ์สองฝ่ายเกี่ยวกับตำแหน่งเจ้าอาวาส และยังอยู่ในกระบวนการต่อสู้คดีกันในชั้นศาล

ล่าสุด พระประสิทธิ์ เจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด (ปัจจุบัน) เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท. วินัย ลายละเอียด สว.สืบสวน สภ.ทับสะแก ระบุว่า พระอาทิตย์ อดีตเจ้าอาวาส พร้อมพวก ได้เข้าไปขนย้ายทรัพย์สินออกจากโบสถ์หลังเพลิงสงบ โดยไม่แจ้งให้ตนทราบ ทั้งที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังไม่สรุปสาเหตุเพลิงไหม้ ว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือความประมาท ซึ่งก่อนเกิดเหตุมีการประกอบพิธีทางสงฆ์ภายในโบสถ์เหรียญบาท

ขณะเจ้าอาวาสวัดทุ่งเคล็ดพาผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบภายในโบสถ์ พบว่ามีการทำความสะอาดพื้นที่อยู่ โดยพบพระอาทิตย์ อดีตเจ้าอาวาส กำลังควบคุมการทำความสะอาดร่วมกับชาวบ้าน เมื่อผู้สื่อข่าวขอสัมภาษณ์ พระอาทิตย์ปฏิเสธไม่ขอให้ข้อมูลใด ๆ และให้ไปสอบถามร้อยเวร พร้อมสั่งไม่ให้ถ่ายภาพ หากมีภาพใบหน้าจะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ด้านนายบุญมา หรือ “เล็ก” อายุ 51 ปี ชาวบ้านในละแวก เล่าเหตุการณ์ว่า ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงเรียกให้ช่วย จึงรีบออกมาดูและพบว่าไฟกำลังลุกไหม้ภายในโบสถ์ จึงช่วยกันลากสายยางฉีดน้ำดับไฟ หลังเพลิงสงบพบว่าโต๊ะหมู่บูชาที่ใช้วางดอกไม้ธูปเทียนถูกไฟไหม้จนไม่เหลือซาก รวมทั้งฐานไม้บูชาพระแก้วมรกตถูกไฟไหม้ก่อนที่ไฟจะลุกลามไปยังผนังโบสถ์และเครื่องปรับอากาศหลายตัว ชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่าเหตุไม่น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่อาจเกิดจากความประมาทของผู้ที่ประกอบพิธีและไม่ดับธูปเทียนก่อนออกจากโบสถ์

พระประสิทธิ์เล่าเพิ่มเติมว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พระอาทิตย์ได้เปิดโบสถ์เพื่อประกอบพิธีสงฆ์ โดยไม่แจ้งให้ตนทราบ ต่อมาประมาณสามทุ่มกว่า ตนได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุไฟไหม้ในโบสถ์ ชาวบ้านจึงช่วยกันดับไฟ และหลังร้อยเวรเข้าตรวจที่เกิดเหตุพร้อมถ่ายภาพก่อนกั้นพื้นที่ไว้เพื่อรอพิสูจน์หลักฐานในตอนเช้า ช่วงกลางดึกคืนเดียวกันกลับพบว่าพระอาทิตย์และพวกได้เข้าไปขนย้ายสิ่งของที่เสียหายจากไฟไหม้ไปทิ้ง รวมถึงนำชาวบ้านเข้ามาปัดกวาดเช็ดถูจนเรียบร้อย จึงสงสัยว่าอาจมีเจตนาทำลายหลักฐานก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบหรือไม่

ด้าน พ.ต.ท.วินัย ลายละเอียด สว.สอบสวน สภ.ทับสะแก เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องแจ้งความจากพระประสิทธิ์แล้ว และจะตรวจสอบว่าการขนย้ายทรัพย์สินก่อนพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้—ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าลัดวงจรหรือความประมาทจากการประกอบพิธีทางสงฆ์—ต้องรอผลพิสูจน์ ซึ่งได้เร่งรัดให้ดำเนินการโดยเร็ว เนื่องจากประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก


นครินทร์ ประจวบฯ รายงาน

ทหารพราน ร้อย.ฉก.ทพ.2105 บูรณาการปฏิบัติการบุกทลายแก๊งค้ายาบ้า ทำลายเส้นทางลำเลียงยานรกให้สิ้นจากหมู่บ้าน

มุกดาหาร – ทหารพราน ร้อย.ฉก.ทพ.2105 บูรณาการปฏิบัติการบุกทลายแก๊งค้ายาบ้า ทำลายเส้นทางลำเลียงยานรกให้สิ้นจากหมู่บ้าน

เมื่อวันที่ 23 พ.ย.68 เวลา 09.30 น. ในพื้นที่ซอยคำภูเงิน ถ.มุกดาหาร-ดอนตาล ต.ศรี บุญเรือง อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร หลังจากสืบทราบว่าแก๊งค้ายาบ้าในพื้นที่ ลักลอบขายยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นราคาเข้าถึงได้ง่าย จึงเข้าแจ้งเบาะแสให้กับ ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 จึงบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอเมืองมุกดาหาร ดำเนินการปฏิบัติการตามนโยบาย การป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ บังคับใช้กฎหมายเข้าปิดล้อมตรวจค้นต่อผู้กระทำผิดกฎหมาย ตาม พรบ.ยาเสพติด ตัดตอนเส้นทางลำเลียงยานรก ก่อนกระจายเข้าหมู่บ้าน ปฏิบัติการบุกทลายแก๊งค้ายาบ้า จำนวน 2 เป้าหมาย

โดยเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 35 ซอยคำภูเงิน ถ.มุกดาหาร-ดอนตาล ต.ศรีบุญ เรือง อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด(ยาบ้า)ให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ สร้างความวิตกกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก ชุดปฏิบัติร่วมฯ จึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งแหล่งข่าว ตรวจพบ นายวรวิทย์ อายุ 38 ปี อาศัยอยู่ภายในบ้าน จึงได้เข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้น พบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 3 ถุง จำนวน 139 เม็ด วางอยู่บนแท่นพระบนประตูทางเข้าภายในบ้านพักของนายวรวิทย์ จันทิมพ์ (ทราบชื่อภายหลัง) จึงทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมายัง บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 เพื่อสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมต่อไป

และดำเนินการต่อเนื่องเข้าทำการตรวจค้นบริเวณบ้านเลขที่ 371 ซอย 7 ต.ศรีบญเรือง อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ซึ่งภายในพบ น.ส.นพมาศ และ น.ส.สมนึก (ทราบชื่อภายหลัง) อาศัยอยู่ภายในบ้าน จึงได้เข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้น พบก้อนวัตถุพันด้วยกระดาษไขภายในห่อหุ้มด้วยซองบุหรี่เปิดดูภายในพบเป็นยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 1 ถุง เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) เม็ดสีแดง จำนวน 211 เม็ด และเม็ดสีเขียว จำนวน 2 เม็ด รวมยาบ้าทั้งสิ้น จำนวน 213 เม็ด พร้อมโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง

เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมฯ จึงทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมายัง บก.ร้อย. ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 เพื่อดำเนินการสอบสวนขยายผลเครือข่ายแก๊งค้ายาบ้าเพิ่มเติม จึงได้ทำการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะที่จับกุม จนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบ สวนตาม มาตรา 22 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว : ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21

จังหวัดลำพูน แถลงข่าวงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาว ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 28 พย. – 7 ธค. 68

จังหวัดลำพูน แถลงข่าวงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 7 ธันวาคม 2568

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2568) เวลา 17.00 น. ณ สะพานขัวมุงท่าสิงห์ ต.ในเมือง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานแถลงข่าว “งานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568” โดยมีนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแถลงข่าว มีประเด็นการแถลงข่าวดังนี้ กิจกรรมบนเวทีกลางภาคค่ำของแต่ละคืน โดยนายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน, ประเด็นกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน การจำหน่ายสลากกาชาด ประจำปี 2568 โดยนางณัษฐพร ชูวงศ์ รักษาการนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน, ประเด็นกิจกรรมการเดินแบบ “การส่งเสริมการใส่ผ้าไทยพระราชนิยม” โดยนางลัดดา พรหมเมือง พัฒนาการจังหวัดลำพูน และการประกวดนางสาวลำพูน ประจำปี 2568 โดยท้องถิ่นจังหวัดลำพูน

นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า จังหวัดลำพูน กำหนดจัดงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประ จำปี 2568 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 7 ธันวาคม 2568 ณ พื้นที่เอกชน บ้านแม่สารป่า แดด อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์เมืองลำพูน ผู้ทรงก่อตั้งนครหริภุญไชยมาแล้วกว่า 1,300 ปี ซึ่งในปีนี้จัดภายใต้การแสดงความอาลัยถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งจังหวัดลำพูน มีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมต่าง ๆ ให้สอดรับกับช่วงเวลาของการไว้อาลัยพระองค์ท่าน โดยเฉพาะกิจกรรม ณ เวทีกลาง ภาคค่ำ และบูธนิทรรศการต่างๆ

อย่างไรก็ตาม การจัดงานดังกล่าวยังคงเป็นการส่งเสริมการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าชมและเลือกซื้อสินค้าไว้เป็นของฝาก ของที่ระลึก ของขวัญ ในช่วงปีใหม่ พ.ศ.2569 โดยจะมีพิธีเปิดในวันแรกของการจัดงาน คือ วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ในเวลา 18.30 น.

นอกจากนี้ ตลอดการจัดงาน 10 วัน 10 คืน ยังมีกำหนดการ ดังนี้

  • วันที่ 28 พฤศจิกายน: พิธีเปิดงานฯ ,กิจกรรมเปิดตัวผู้เข้าประกวดนางสาวลำพูน ปี 2568 และการประกวดมิสเตอร์ลำพูนประจำปี 2025
  • วันที่ 29 พฤศจิกายน: การประกวดหนูน้อยลำพูน ประจำปี 2568
  • วันที่ 30 พฤศจิกายน: การแสดงของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • วันที่ 1 ธันวาคม : การแสดงของนักเรียนโรงเรียนลำพูนพัฒนา และกิจกรรม “พื้นที่สร้างสรรค์…ทูบีนัมเบอร์วันลำพูน”
  • วันที่ 2 ธันวาคม : การประกวดราชินีแห่งความงามลำพูน (Queen of beauty Lamphun) ประจำปี 2568
  • วันที่ 3 ธันวาคม : การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านและสตรีแม่บ้าน
  • วันที่ 4 ธันวาคม : การแสดงวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์
  • วันที่ 5 ธันวาคม : การแสดงเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
  • วันที่ 6 ธันวาคม : การประกวดนางสาวลำพูน ประจำปี 2568 รอบตัดสิน)
  • วันที่ 7 ธันวาคม : การแสดงของนักเรียนโรงเรียนในสังกัดจังหวัดลำพูน, การหมุนวงล้อออกรางวัลสลากกาชาดการกุศลจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568

สำหรับนิทรรศการในปีนี้ เป็นนิทรรศการสืบสานพระราชปณิธานตามรอยพ่อ นิทรรศการรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และนิทรรศการเกี่ยวกับพระนางจามเทวี ภายใต้โครงการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ และการปกป้องสถา บันสำคัญของชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้กำหนดกรอบแนวคิดในการจัดนิทรรศการฯ ภายใต้กรอบแนวคิด “ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้และเพื่อสืบสานแนวพระราชดำริสู่คนรุ่นใหม่ เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การระลึกถึง และการถ่ายทอดพระราชจริยวัตรในมิติที่อบอุ่นและมีชีวิต ผ่านสื่อผสมผสานระหว่างศิลปะ เทคโนโลยี และเรื่องราวจากหัวใจของพสกนิกรไทย ประกอบกับเพื่อเป็นการแสดงผลงานและกิจกรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนที่ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 10 เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้อยู่ดีมีสุข
ด้านการจัดกิจกรรมออกร้านมัจฉากาชาด

ในแต่ละคืนจะมีการจำหน่ายบัตรมัจฉากาชาด ในราคาฉบับละ ๒๐ บาท เพื่อให้ได้ลุ้นของรางวัล เช่น รถจักรยานยนต์ ทีวี ตู้เย็น พัดลม จักรยาน เครื่องใช้ไฟฟ้า และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย โดยจำหน่ายบัตรตั้งแต่ เวลา ๑๗.๐๐ – ๒๓.๐๐ น. ตลอดการจัดงาน (ยกเว้นคืนวันที่ 5 ธันวาคม 2568) ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะนำไปใช้ประโยชน์ ในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ยากไร้และด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดลำพูน

นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ภายใต้โครงการธงฟ้า ราคาประหยัดลดค่าครองชีพ ปีงบประมาณ 2569 จังหวัดลำพูน โดยมีการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาพิเศษ ลดราคาไม่น้อยกว่า 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ สินค้าจัดจำหน่ายภายในงาน ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ น้ำมันพืช ข้าวสาร บะหมี่ กึ่งสำเร็จรูป ไข่ไก่สดเบอร์ 2 และน้ำตาลทราย และกิจกรรมส่งเสริมการจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรแปรรูป สินค้าชุมชน และสิน ค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น จำนวนกว่า 10 ร้านค้า จากผู้ประกอบการพื้นที่จังหวัดลำพูน

และสำหรับไฮไลท์หนึ่งในปีนี้ คือ กิจกรรมเดินแบบ “ร้อยดวงใจชาวหละปูน เทิดทูนพระ มารดาแห่งไหมไทย” ในงานสักการะพระนางจามเทวี และงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 ในวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ณ เวทีกลางของงาน โดยชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน กำหนดจัดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทย “ร้อยดวงใจชาวหละปูน เทิดทูนพระมารดาแห่งไหมไทย” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระ บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแบบอย่างสำคัญในด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานภูมิปัญญาผ้าไหมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ และเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนชาวไทยร่วมอนุรักษ์และสืบสานผ้าไทยให้ดำรงไว้คู่แผ่นดิน จนได้รับการถวายพระราชสมัญญา “พระมารดาแห่งไหมไทย”

โดยการเดินแบบผ้าไทยในปีนี้ จะประกอบไปด้วยผ้าไทย 2 ประเภท ได้แก่

  • ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ “จากรากเหง้าวัฒนธรรม สู่ความสง่างามร่วมสมัย” เพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายตามแบบไทยที่เป็นต้นแบบชุดประจำชาติของสตรีไทยในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงความงดงามและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ เพื่อให้ผู้ที่ร่วมชมกิจกรรมในวันนั้นได้สัมผัสถึงความสง่างามของเครื่องแต่งกายไทยตามแบบพระราชนิยม ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี-พันปีหลวง ได้พระราชทานชื่อชุดทั้ง 8 แบบ ประกอบด้วย ชุดไทยเรือนต้น, ชุดไทยจิตรลดา, ชุดไทยอมรินทร์, ชุดไทยบรมพิมาน, ชุดไทยดุสิต, ชุดไทยจักรี, ชุดไทยศิวาลัย, ชุดไทยจักรพรรดิ ซึ่งชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 ชุด จะถูกสวมใส่และถ่ายทอดความงดงามโดยหัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารภาคเอกชนของจังหวัดลำพูน
  • ชุดผ้าลำพูน “ถิ่นภูษา ผ้าลำพูน” เพื่อนำเสนอเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่ถูกออกแบบและตัดเย็บจากผ้าลำพูนที่หลากหลาย ทั้งผ้ายกดอกที่เป็นทั้งไหมและฝ้าย ผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าบาติก ผ้าพิมพ์ลาย และผ้าชนเผ่า รังสรรค์ให้มีความสวยงาม ร่วมสมัย มีสไตล์ โดยยังคงกลิ่นอายของวัฒนธรรมล้านนาและอัตลักษณ์ลวดลายของผ้าลำพูน ในธีม “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ซึ่งจะสวมใส่และถ่ายทอดความงดงามโดยหัวหน้าส่วนราชการทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ ภาคีภาคเอกชน กลุ่ม องค์กร สมาคม และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ การนำเสนอความงดงามของผ้าไทยทั้ง 2 รูปแบบ บนเวทีเดียวกัน จะเป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงระหว่าง “คุณค่าของวัฒนธรรมดั้งเดิม” กับ “ความสร้างสรรค์ร่วมสมัย” เป็นการส่งต่อความภาคภูมิใจในมรดกภูมิปัญญาของไทย รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์ผ้าลำพูนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายต่อไป

จังหวัดลำพูน โดยชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน จึงขอเชิญชวนหัวหน้าส่วนราชการทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ ภาคีภาคเอกชน กลุ่ม องค์กร สมาคม และพี่น้องประชาชนที่สนใจ สมัครเข้าร่วมกิจกรรมเดินแบบผ้าไทย “ร้อยดวงใจชาวหละปูน เทิดทูนพระมารดาแห่งไหมไทย” ในประเภท ชุดผ้าลำพูนในธีม “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพื่อร่วมกันแสดงให้เห็นว่าผ้าลำพูนของเรามีความสวยงามและสามารถตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายได้อย่างสวยงามและหลากลาย

โดยแบ่งประเภทของการรับสมัครออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  • ประเภท เดินเดี่ยว ค่าใช้จ่าย คนละ 3,000 บาท
  • ประเภท เดินคู่ ค่าใช้จ่าย คู่ละ 2,000 บาท
  • ประเภท เดินกลุ่ม (ไม่เกิน 6 คน) ค่าใช้จ่าย กลุ่มละ 5,000 บาท

โดยสามารถสมัครได้ตั้งแต่ วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ณ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน หรือติดต่อเพื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน โทรศัพท์ 0 5351 1166 รวมถึงติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์การรับสมัครกิจกรรมเดินแบบได้ที่ Facebook “เหล่ากาชาด จังหวัดลำพูน” ทั้งนี้ รายได้จากการจัดกิจกรรมหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสมทบกิจกรรมสาธารณะกุศลตามภารกิจของชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน และเหล่ากาดชาดจังหวัดลำพูนต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ม.แม่โจ้ ผนึกกำลังเครือข่ายสื่อสารองค์กรมหาวิทยาลัย จัด KM “Reskill เทคนิคการถ่ายภาพโดยวิทยากรมือชีพ”

ม.แม่โจ้ ผนึกกำลังเครือข่ายสื่อสารองค์กรมหาวิทยาลัย จัด KM “Reskill เทคนิคการถ่ายภาพโดยวิทยากรมือชีพ”

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภากร ธาราฉาย รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานเปิดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เครือข่ายสื่อสารองค์กร “Reskill เทคนิคการถ่ายภาพโดยวิทยากรมืออาชีพ” ซึ่งฝ่ายสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดขึ้นเพื่อร่วมแชร์ประสบการณ์และพัฒนาทักษะด้านการถ่ายภาพรูปแบบต่างๆ โดยมีคณะกรรมการเครือข่ายสื่อสารองค์กรจากทุกคณะ/วิทยาลัย/สำนัก รวมถึงนักศึกษา และผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ กว่า 90 คน ณ Co working Space อาคาร แม่โจ้ 70 ปี มหา วิทยาลัยแม่โจ้

“ภาพถ่าย” เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การสื่อสารสามารถเข้าใจและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เครือข่ายสื่อสารองค์กร “Reskill เทคนิคการถ่ายภาพโดยวิทยากรมืออาชีพ” ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก อาจารย์วิศาล น้ำค้าง วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพ และ ผศ.จรัลศักดิ์ ลอยมี สาขาวิชาศิลปะการถ่ายภาพสร้างสรรค์ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นวิทยากรถ่ายทอดประสบการณ์ ด้านการถ่ายภาพในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ภาพกิจกรรม ภาพสถานที่ ภาพกีฬา ภาพบุคคล ฯลฯ ทั้งภาคทฤษฏี และภาคปฏิบัติ เป็นการช่วยพัฒนาศักยภาพด้านการถ่ายภาพ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ แชร์ประสบการณ์ระหว่างกัน

นอกจากนั้นยังเกิดความสัมพันธ์อันดีต่อกันทั้งคณะกรรมการเครือข่ายฯ และนักศึกษา ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันยุทธศาสตร์สำคัญของมหาวิทยาลัย และการจัดกิจกรรมใหญ่ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้คือ การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 “อินทนิลเกมส์” ระหว่างวันที่ 9-19 มกราคม 2569 ที่ทุกคนจะได้มีส่วนร่วมเผยแพร่ภาพลักษณ์ที่ดีของมหาวิทยาลัยสู่สาธารณชนต่อไป


นที มีเดช รายงาน

มช.จัดกิจกรรมลูกช้างขึ้นดอยสานต่อประเพณีสู่ปีที่ 61 “รับน้องขึ้นดอย ร้อยภู พันธุ์เผ่า หลากเหล่าชนเนา ล้วนวัฒนา” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

มช. จัดกิจกรรมลูกช้างขึ้นดอยสานต่อประเพณีสู่ปีที่ 61 “รับน้องขึ้นดอย ร้อยภู พันธุ์เผ่า หลากเหล่าชนเนา ล้วนวัฒนา” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เช้าวันนี้ (22 พ.ย.68) นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกิจกรรม “รับน้องขึ้นดอย” งานประเพณีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่จัดขึ้นต่อเนื่องสู่ปีที่61 โดยมี ศ.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรม สำหรับปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “รับน้องขึ้นดอย ร้อยภู พันธุ์เผ่า หลากเหล่าชนเนา ล้วนวัฒนา” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระเมตตาต่อปวงชนทุกหมู่เหล่า อันก่อเป็นคุณูปการภายใต้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมาย ที่รวมถึงประชาชนในพื้นที่ราบสูง ให้ได้รับโอกาสได้มีอาชีพ และสามารถดำเนินวิถีชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขและมีคุณภาพ

กิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 03.30 น. โดยผู้แทนนักศึกษาจากคณะต่าง ๆ สวมชุดพื้นเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวเชียงใหม่ร่วมกันอัญเชิญเครื่องสักการะพระบรมธาตุออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยตามลำดับ ประกอบด้วย

  1. คณะวิศวกรรมศาสตร์
  2. คณะเกษตรศาสตร์
  3. คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์
  4. คณะแพทยศาสตร์
  5. คณะอุตสาหกรรมเกษตร
  6. คณะเศรษฐศาสตร์
  7. คณะสังคมศาสตร์
  8. คณะเทคนิคการแพทย์
  9. คณะสัตวแพทยศาสตร์
  10. คณะทันตแพทยศาสตร์
  11. คณะบริหารธุรกิจ
  12. วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี
  13. คณะเภสัชศาสตร์
  14. คณะการสื่อสารมวลชน
  15. คณะพยาบาลศาสตร์
  16. คณะศึกษาศาสตร์
  17. คณะมนุษยศาสตร์
  18. คณะนิติศาสตร์
  19. วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล
  20. คณะวิทยาศาสตร์
  21. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และ
  22. คณะวิจิตรศิลป์

นอกจากนี้ยังมีขบวนของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยสมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะสาธารณสุขศาสตร์ วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ประเพณีการนำน้องใหม่ไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ “รับน้องขึ้นดอย” เป็นประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2507 เป็นต้นมา โดยนักศึกษาจะร่วมใจกันเดินขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นระยะทางรวมกว่า 14 กิโลเมตร ซึ่งทุกก้าวไม่ใช่แค่เส้นทางสู่ยอดดอย แต่คือการเดินทางสู่หัวใจของ “ชาวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่” สองข้างทางน้อง ๆ ได้พบกับรอยยิ้มของพี่ๆ นักศึกษาปัจจุบันและนักศึกษาเก่า ได้สัมผัสถึงมิตรภาพ ความอบอุ่น และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการส่งน้ำ ยื่นมือให้กำลังใจ หรือเดินไปด้วยกันอย่างเข้าใจและเท่าเทียม เมื่อถึงบริเวณวัดพระธาตุดอยสุเทพแล้ว พี่ๆ นำนักศึกษาน้องใหม่ทุกคน สักการะพระบรมธาตุดอยสุเทพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตการศึกษา และการเริ่มต้นบทบาท “ลูกช้าง มช.” อย่างสมบูรณ์ นับว่าเป็นการรับน้องที่สร้างสรรค์ที่จัดสืบเนื่องต่อกันมาทุกปี


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพน้อยที่ 3 ร่วมพิธีสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ และบวงสรวงอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ ประชุมการขับเคลื่อนแผนการปฏิบัติงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ประจำปีงบประมาณ 2569

แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่า หมอกควัน) ร่วมพิธีสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ และบวงสรวงอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ ประชุมการขับเคลื่อนแผนการปฏิบัติงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ประจำปีงบประมาณ 2569

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3/ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่า หมอกควัน) เป็นประธานพิธีสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ และบวงสรวงอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับกำลังพลในโอกาสเดินทางมาปฏิบัติงานภารกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ณ กองบัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

จากนั้น พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3/ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่า หมอกควัน) เป็นประธาน การประชุมการขับเคลื่อนแผนการปฏิบัติงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ประจำปีงบประมาณ 2569 ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน ตามนโยบายของ แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่า หมอกควัน) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ อาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

เเม่ทัพภาคที่ 3 เยี่ยมเยือนและบรรยาย “เสริมสร้างแรงบันดาลใจ สู่เส้นทางฝันที่วาดไว้” ให้กับนักเรียน รร.สามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย พร้อมประชุมมอบนโยบายให้มทบ.37

เเม่ทัพภาคที่ 3 เยี่ยมเยือนและบรรยาย “เสริมสร้างแรงบันดาลใจ สู่เส้นทางฝันที่วาดไว้” ให้กับนักเรียน รร.สามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย พร้อมประชุมมอบนโยบายให้มณฑลทหารบกที่ 37 และไปทหารในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันศุกร์ ที่ 21 พฤศจิกายน 2568 พลโท วรเทพ บุญญะ เเม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ ยกเสาเอก-เสาโท อาคารสำนักงานสนามกอล์ฟ ศูนย์พัฒนากีฬามณฑลทหารบกที่ 37 โดยมี ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วยคณะ ฝ่ายเสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ข้าราชการ พลเรือน เอกชน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีฯ ในการนี้ พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 เป็นประธานดำเนินงาน ได้นำกำลังพลและครอบครัว มณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมในพิธีฯ ได้รับความเมตตานุเคราะห์จากคณะสงฆ์วัดเม็งรายมหาราช ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และชัยมงคลคาถา เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ พื้นที่ก่อสร้าง มณฑลพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารสำนักงานสนามกอล์ฟ ศูนย์พัฒนากีฬามณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

ต่อมา พลโท วรเทพ บุญญะ เเม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยทหารในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย รับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมา โดยมี พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้มอบนโยบายโดยเน้นย้ำให้เตรียมกำลังให้พร้อมรับทุกภารกิจ ปรับปรุงการทำงานให้ทันสมัยและมีประ สิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับการพิทักษ์สถาบันหลักของชาติ การช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ณ กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช อำ เภอเมือง จังหวัดเชียงราย

ต่อจากนั้น พลโท วรเทพ บุญญะ เเม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย คุณ อิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 , พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 , นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ และคณะศิษย์เก่าผู้ทรงคุณค่าของโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม เดินทางมาเยี่ยมเยือนโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม โดยมี ว่าที่ร้อยโท ณัฐรัชต์ ใหญ่ผา ผู้อำนวยการโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม คณะผู้บริหารโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม คณะครูและนักเรียนโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ให้การต้อนรับ

ในโอกาสนี้ เเม่ทัพภาคที่ 3 ได้บรรยาย “เสริมสร้างแรงบันดาลใจ สู่เส้นทางฝันที่วาดไว้” ให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม และได้ตอบข้อซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักเรียนที่ร่วมกิจกรรม บรรยากาศเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพลังแห่งความฝันของเยาวชนสามัคคีวิทยาคม ณ หอประชุมโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

พร้อมกันนี้ ศิษย์เก่าทรงคุณค่า พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ส.น.ส. 24/27 พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ส.น.ส. 24/27 นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ส.น.ส. 28/31 ได้พบปะ ให้ข้อคิดเเละกำลังใจ ในการศึกษาเล่าเรียนเเก่นัก เรียน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นเเละความประทับใจที่ศิษย์เก่าโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ได้มาพบปะนักเรียนในรุ่นปัจจุบัน


นที มีเดช รายงาน

อช.กุยบุรี เร่งติดตามช้างป่าบาดเจ็บที่ขาหลัง พบมูลเหลวในพื้นที่ประเมินอาการใกล้ชิด เตรียมเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน

อช.กุยบุรี เร่งติดตามช้างป่าบาดเจ็บที่ขาหลัง พบมูลเหลวในพื้นที่ประเมินอาการใกล้ชิด เตรียมเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน

วันนี้ 23 พ.ย. 68 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี
ได้รับรายงานจาก นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี หลังรับแจ้งเหตุพบช้างป่าโตเต็มวัย 1 ตัว มีอาการบาดเจ็บบริเวณขาหลัง ในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ในโครงการติดตามประชากรช้างป่าแบบบูรณาการ พบช้างป่าตัวดังกล่าวในพื้นที่ แปลงหญ้าอาหารสัตว์ป่า บ่อ 1 หมู่ 7 ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี โดยพบว่า เป็นช้างโตเต็มวัย (ไม่ทราบเพศ) มีบาดแผลบริเวณขาหลัง. และพบมูลเหลวในบริเวณใกล้เคียง และเนื่องจากเป็นเวลาใกล้ค่ำ เจ้าหน้าที่ประเมินว่าอาจเสี่ยงต่อความปลอดภัย จึงวางแผนติดตามตรวจสอบต่อในวันรุ่งขึ้น

โดยวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568​ เจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามอีกครั้ง พบช้างป่าอยู่ในแปลงหญ้าเดิม จึงสั่งการให้ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าและทีมสัตวแพทย์ สบอ.3 สาขาเพชรบุรี เข้าประเมินอาการอย่างละเอียด พร้อมเตรียมช่วยเหลือโดยเร็ว​ที่สุด


บรรณรต เพชรบุรี