พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระ นางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ครบ 100 ปี วันคล้ายวันประสูติ “เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระ นางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอภิลักขิตสมัยวันคล้ายวันประสูติสมเด็จ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา ครบ 100 ปี พุทธศักราช 2568

วันนี้ (24 พฤศจิกายน 2568) เวลา 17.10 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระ นางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอภิลักขิตสมัยวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา ครบ 100 ปี พุทธศักราช 2568 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

ครั้นเมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง เสด็จเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ ประจำรัชกาลที่ 6 และพระพุทธรูปประจำวันประสูติของพระอัฐิสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ซึ่งประดิษฐานในพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยกราบถวายบังคมพระอัฐิสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ซึ่งประดิษฐานที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยกราบถวายบังคมพระอัฐิ ทรงกราบ

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อาลักษณ์ กองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อ่านประกาศพระบรมราชโองการสถาปนาพระอิสริยศักดิ์ เฉลิมพระนามพระอัฐิสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เป็น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา เมื่ออาลักษณ์อ่านประกาศพระบรมราชโองการสถาปนาพระอิสริยศักดิ์ จบ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ อาลักษณ์เชิญพานหีบพระสุพรรณบัฏทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเบื้องหน้าพระโกศพระอัฐิสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ทรงวางพานพระสุพรรณบัฏเบื้องหน้าพระโกศพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา ทรงกราบ

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนพัดรองที่ระลึกพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอภิลักขิตสมัยวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา ครบ 100 ปี แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ และสมเด็จพระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนา แล้วทรงประเคนพัดรองที่ระลึก ฯ แด่พระราชาคณะเจ้าคณะรอง และพระราชาคณะ จนครบ 86 รูป จากนั้น พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปปักที่จงกลธรรมาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร สำหรับพระอัฐิทรงธรรม สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง “กตัญญูกตเวทิตากถา” จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตร เที่ยวแรก จำนวน 18 ไตร และทรงถวายย่ามที่ระลึกพระราชพิธี ฯ แด่พระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์และถวายพระธรรมเทศนา แล้วพระสงฆ์สดับปกรณ์พระอัฐิ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

ต่อจากนั้น ทรงทอดผ้าไตร และทรงถวายย่ามที่ระลึกพระราชพิธี ฯ ทรงปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 68 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ เสร็จแล้ว ทรงกราบพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ ประจำรัชกาลที่ 6 และพระพุทธรูปประจำวันประสูติของพระอัฐิสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบถวายบังคมพระอัฐิ ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา เป็นพระราชธิดาเพียงพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ซึ่งประสูติแต่พระ นางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ประสูติ ณ พระที่นั่งเทพสถานพิลาศ ในหมู่พระมหามณเฑียร พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2468

เมื่อแรกประสูติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา ต่อมาเมื่อพุทธศักราช 2470 เปลี่ยนคำนำพระนามเป็น สม เด็จพระเจ้าภาติกาเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา ครั้นถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เปลี่ยนคำนำพระนามเป็น สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา ทรงเป็นสมเด็จพระบรมวงศ์ผู้ใหญ่ ผู้เป็นที่เคารพเทิดทูนยิ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนพสกนิกรทุกหมู่เหล่า

เมื่อครั้งยังทรงมีพระชนม์อยู่ ทรงดำรงพระองค์เป็นแบบอย่างของขัตติยราชนารี ผู้เปี่ยมด้วยพระเมตตาการุญ ทรงพระอัธยาศัยสุภาพสมขัตติยชาติ ทรงพระศรัทธามั่นในพระพุทธศาสนา และทรงรักษาพระเกียรติศักดิ์แห่งความเป็นราชนารีในมหาจักรีบรมราชวงศ์ไว้โดยตลอดพระ ชนม์ชีพ ทรงพระอุตสาหะมุ่งมั่นสืบสานพระราชกิจจานุกิจ และประกาศพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า สมเด็จพระบรมชนกนาถ อย่างยิ่งยวด ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจแบ่งเบาพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างเต็มพระกำลังตลอดมา ทรงเอาพระทัยใส่อุปถัมภ์สถาบันการศึกษา หน่วยทหาร โรงพยาบาล มูลนิธิ สมาคม สโมสรลูกเสือ เนตรนารี องค์กรสาธารณสงเคราะห์ และกิจการอาสาสมัครไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อประโยชน์แก่ราษฎร ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2554 สิริพระชันษา 85 ปี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กำหนดการพระราชพิธี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอภิลักขิตสมัยวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา ครบ 100 ปี พุทธศักราช 2568 ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ขึ้น ด้วยทรงพระราชอนุสรณ์คำนึงถึงพระคุณูปการแห่งสมเด็จพระราชปิตุจฉาที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ เพื่อนำความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่อาณาราษฎร และนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่บ้านเมืองสืบเนื่องมาจน ถึงปัจจุบัน


พล.ต.ต.ภูมินทร์น ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ร่วมประชุม Kick – Off มอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ด้านการยุติความรุนแรงต่อสตรีในระดับพื้นที่

วันนี้ (24 พ.ย.68) เวลา 09.30 น. พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ร่วมประชุม Kick – Off มอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ด้านการยุติความรุนแรงต่อสตรีในระดับพื้นที่ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี

ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ


พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.ปากเกร็ด อำนวยการรักษาความปลอดภัยภารกิจ นายกรัฐมนตรี

วันนี้ (24 พฤศจิกายน 2568 ) เวลา 10.30 น. พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.สถิตพร บุณยรัตพันธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.ท.ก้องพิสิษฐ์ พฤกษาชีวะ รอง ผกก.ป.สภ.ปากเกร็ด, พ.ต.ท.ฐาปนพงษ์ พึ่งมี สว.จร.สภ.ปากเกร็ด พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้ปฏิบัติภารกิจดูแลอำนวยการรักษาความปลอดภัยภารกิจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุม Kick-Off มอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ด้านการยุติความรุนแรงต่อสตรีในระดับพื้นที่ ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี


ภารกิจผู้บังคับบัญชา ภ.จว.สิงห์บุรี

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เวลา 13.00 น. นายโสภณ ซารัมย์ ประธานคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีในการติดตามการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเขตตรวจราชการที่ 1 มอบให้ นายวราดิศร อ่อนนุช รรท.ผวจ.สิงห์บุรี เป็นผู้แทนฯ พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี ร่วมรับฟังสถานการณ์อุทภัยในพื้นที่และมอบถุงยังชีพ ณ อบต.ประศุก อ.อินทร์บุรี จว.สิงห์บุรี


ตม.จว.สตูล ได้ปฎิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จว.สตูล

วันนี้ (26 พ.ย.68) ตม.จว.สตูล ได้ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จว.สตูล ดังนี้

  1. อำนวยความสะดวก รับ-ส่ง นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จากที่พักในอำเภอเมืองสตูล ไปยังท่าเรือตำมะลัง เพื่อเดินทางไปยังลังกาวี ประเทศมาเลเซีย
  2. มอบเงินสนับสนุน โรงครัวเพื่อจัดเตรียมอาหารปรุงสุดส่งมอบผู้ประสบภัย ณ ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินถล่ม เทศบาลเมืองสตูล จังหวัดสตูล
  3. มอบเงินสนับสนุนสภากาชาดจังหวัดสตูล เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบ อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสตูล ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ศาลากลางจังหวัดสตูล อำเภอเมืองสตูล
  4. มอบข้าวกล่อง ข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่ม ให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อำเภอละงู จว.สตูล
  5. ขรก.ในสังกัด ร่วมกันจัดทำข้าวกล่อง เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับ ณ ด้านหน้าที่ทำการ ตม.จว.สตูล

พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด และสภ.รัตนาธิเบศร์ นนทบุรี

วันนี้ (26 พ.ย.68) เวลา 13.00 น. พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ปฎิบัติหน้าที่ จังหวัดเรือยนต์หลวง 904 และที่พักเขตพระราช ฐาน เหตุการณ์ทั่วไปปกติ กำชับเวรควบคุมดูแลความสงบเรียบร้อย

ต่อมาเวลา 13.40 น. ตรวจเยี่ยม สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้พบ พ.ต.อ. พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณผกก. สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมด้วย รอง ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ เหตุการณ์ทั่วไปปกติ กำชับการปฏิบัติหน้าที่ เส้นทางการ ถปภ. การอำนวยควาทสะดวกการจราจรจุดหนาแน่น การกวดขันตรวจตรา สิ่งผิดกฎหมาย บ่อนการพนัน อบายมุข


พล.ต.ต.ภัทรภวัต สุขแสง รอง ผบช.ภ.1 ตรวจเยี่ยม สภ.คลอง หลวง และจุดกวดขันวินัยจราจร บริเวรทางคู่ขนาน ถนนพหลโยธินขาออก เยื้องตลาดไท ในความรับผิดชอบของสภ.คลองหลวง

วันที่ 26 พ.ย.68 เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.ภัทรภวัต สุขแสง รอง ผบช.ภ.1 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม จุดกวดขันวินัยจราจร บริเวรทางคู่ขนาน ถนนพหลโยธินขาออก เยื้องตลาดไท ในความรับผิดชอบของสภ.คลองหลวง โดยมี พ.ต.อ.อธิเมศร์ ไชยศรัญวิชญ์ ผกก.สภ.คลองหลวง, พ.ต.ท.กวินเวทย์ วิริยะสิริภักดี รอง ผกก.ป.สภ.คลองหลวง, พ.ต.ท.สิงหา เฟื่องแก้ว สว.จร. สภ.คลองหลวง, ข้าราชการตำรวจ ประจำจุดตรวจฯ สภ.คลองหลวง ให้การต้อนรับ โดยได้มีข้อกำชับ ดังนี้

  1. ให้ยึดหลักการตั้งด่านตรวจ/จุดตรวจตามหลักยุทธวิธีตำรวจ สำนักงานตำรวตแห่งชาติ
  2. ใช้กริยาวาจาสุภาพเรียบร้อยและแต่งกายให้ถูกต้องตามระเบียบ
  3. ห้ามมีการเรียกรับผลประโยชน์หรือส่อไปในทางทุจริตโดยเด็ดขาด
  4. หากพบปัญหาหรืออุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ให้รายงานหัวหน้าผู้ควบคุมจุดตรวจหรือผู้บังคับบัญชา

หลังจากนั้นพล.ต.ต.ภัทรภวัต สุขแสง รอง ผบช.ภ.1 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.คลอง หลวง โดยมี พ.ต.อ.อธิเมศร์ ไชยศรัญวิชญ์ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.กวินเวทย์วิริยะสิริภักดี รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง รอง ผกก.(สอบสวน)ฯพ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รองผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.ยศวัฒน์ นิติรัตน์พัฒนคุณ รอง ผกก.(สอบสวน)ฯ พ.ต.ท.สิงหา เฟื่องแก้ว สว.จร.ฯข้าราชการตำรวจ สภ.คลองหลวง ให้การต้อนรับ โดยได้มีข้อกำชับ ดังนี้

  1. ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ,ผบ.ตร. และ ผบช.ภ.1 อย่างเคร่งครัด
  2. ควบคุมกำกับดูแล งานสอบสวน อย่าให้พนักงานสอบสวนต้องทำงานเพียงลำพัง
  3. ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ดูแลกำกับการปฏิบัติหน้าที่ ของผู้ใต้บังคับบัญชา ให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย อย่าให้เกิดภาพลักษณ์ ที่ไม่ดีต่อองค์กร เป็นอันขาด
  4. ให้ข้าราชการตำรวจทุกนายตระหนักในหน้าที่ และการดูแลประชาชนด้วยความเต็มใ
  5. ให้ข้าราชการตำรวจทุกนายใส่ใจการแต่งกายในเครื่องแบบ และนอกเครื่องแบบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และพร้อมสำหรับการปฎิบัติหน้าที่และเป็นไปตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

แพทย์ทหาร ชวนวัยทำงานใส่ใจสุขภาพ สร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ลดเสี่ยงเบาหวาน

แพทย์ทหาร ชวนวัยทำงานใส่ใจสุขภาพ สร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ลดเสี่ยงเบาหวาน

จากข้อมูลกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเทศไทย จากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) ปี 2568 พบผู้ป่วยรายใหม่สูงถึง 3.7 แสนราย ซึ่งโรคเบาหวานเกิดจากความผิดปกติของร่างกายในการผลิตฮอร์โมนอินซูลิน หรือภาวะดื้อต่ออินซูลิน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลที่อยู่ในกระแสเลือดไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สำหรับปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคเบาหวานมาจากพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหารที่รสชาติหวานจัด มันจัด เค็มจัด การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ สูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ มีภาวะอ้วน และโรคความดันโลหิตสูง โดยโรคเบาหวานมักไม่แสดงอาการ แต่จะแสดงอาการเมื่อเป็นมานานในระยะเวลาหนึ่ง อาการที่ควรสังเกต ได้แก่ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืนมากกว่า 1 ครั้ง ปัสสาวะบ่อยและมีปริมาณมาก อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หิวน้ำบ่อย กินจุ หิวบ่อย มีปื้นดำที่คอ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโรคเบาหวาน เนื่องจากหากเกิดการรักษาล่าช้าหรือควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ได้อาจเกิดภาวะแทรก ซ้อน เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ ไตวายจากเบาหวาน เบาหวานขึ้นจอประสาทตา เส้นประสาทเสื่อม ชาปลายมือปลายเท้า เป็นแผลง่ายหายยาก รุนแรงอาจต้องตัดเท้า

ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และคณะแพทย์ทหาร จึงมีความห่วงใยต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 และพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จัดหวัดภาคเหนือ จึงได้ส่งเสริมให้หน่วยทหาร รวมทั้งสถานที่ทำงานสามารถส่งเสริมบุคลากรให้มีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ สนับสนุนกิจกรรมที่สร้างเสริมสุขภาพป้องกันก่อนที่จะเกิดโรคได้ด้วยการเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานทุกปี ซึ่งค่าระดับน้ำตาลในเลือดเกณฑ์ปกติ ควรต่ำกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร พร้อมทั้งสร้างความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงการป้องกันโรคเบาหวาน ด้วยการควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม (ค่าดัชนีมวลกาย BMI 18.5 – 22.9 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เลี่ยงหวาน มัน เค็ม ไม่สูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน หรือสะสม 150 นาทีต่อสัปดาห์ จัดการความเครียดและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งประชาชนสามารถนำไปปฏิบัติได้ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี มีสุขภาพที่ดีทั้งต่อร่างกายและจิตใจ ลดโอกาสป่วยด้วยโรคเบาหวานอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ หากพบว่าตนเองหรือคนรอบข้างมีอาการบ่งชี้ หรือสงสัยว่ามีภาวะหรืออาการดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว โดยสามารถเข้ารับบริการได้ที่โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชน ในยามวิกฤตทุกโอกาส


สัมผัสอากาศหนาว เที่ยวชมธรรมชาติ ในพื้นที่เขตทหารเพชรบูรณ์

ตามที่ รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพื่อให้สอดคล้องตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการกระจายความมั่นคงทางเศรษฐกิจสู่ชุมชน นั้น กอง ทัพบก ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตทหาร ภายใต้โครงการ “Army Land” ดินแดนท่องเที่ยวในเขตทหาร เพื่อเปิดบริการให้ประชาชนได้เข้ามาท่องเที่ยว พักผ่อน หรือร่วมกิจกรรมนันทนาการ ซึ่งเป็นการสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ เป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ได้เลือกใช้บริการแหล่งท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ชุมชนทหารและครอบครัว รวมถึงประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง นั้น

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ และการศึกษาเรียนรู้ ความเป็นมาของชุมชนท้องถิ่นที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ ในพื้นที่เขตทหารจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป มีจำนวน 3 แห่ง ดังนี้

  1. พระตำหนักเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ติดต่อที่พัก หมายเลขโทรศัพท์ 090 – 9301239
  2. บ้านพักสวัสดิการบ้านทะเลหมอก (บ้านทหารม้า) อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ติดต่อที่พัก หมายเลขโทรศัพท์ 056 – 924033
  3. บ้านพักสวัสดิการเขาค้อลอดจ์ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ติดต่อที่พัก หมายเลขโทรศัพท์ 056 – 728100

ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ขอเชิญชวนข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3, พี่น้องประชาชนในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และเหล่านักท่องเที่ยวมาสัมผัส เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ แหล่งท่องเที่ยวในเขตทหาร “Army Land” ทั้งนี้ การเข้ามาท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ทหาร นักท่องเที่ยวจะได้รับความปลอดภัย ความสะอาด ความสะดวกสบาย และความประทับใจอย่างแน่นอน


ศอ.จอส.พระราชทาน ภาค 3 ขอเชิญร่วมสมัคร เพื่อเข้ารับการฝึก “หลักสูตรจิตอาสา 904 (หลักสูตรพื้นฐาน)

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 ขอเชิญชวนร่วมสมัคร เพื่อเข้ารับการฝึก “หลักสูตรจิตอาสา 904 (หลักสูตรพื้นฐาน)

ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใย และทรงคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชา ชนเป็นสำคัญ และพระองค์ทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะทำให้ ประเทศชาติ มั่นคง เป็นปึกแผ่น มีความรัก ความสามัคคีและประชาชน มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยมีพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และแนวพระราชดำริต่างๆ ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชน และพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดโครงการจิตอาสาขึ้นในครั้งแรกเมื่อวันพุธที่ 21 มิถุนายน พุทธศักราช 2560 ณ โรงเรียนสุโขทัย เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยมีพระรา โชบาย ให้เริ่มทำจากจุดเล็กไปใหญ่ โดยเริ่มจากการดูแลรักษาบ้านและบริเวณรอบบ้านของตนเองให้สะอาดก่อน จึงเกิดโครงการจิตอาสา เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ นับตั้ง แต่นั้นเป็นต้นมา

สำหรับในปีงบประมาณ 2569 นี้ ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน โดย ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 ได้เปิดรับสมัคร ข้าราชการพลเรือน ทหาร, ตำรวจ, ประชา ชน รวมถึงเยาวชนทั่วไป ที่มีใจ “จิตอาสา ทำความดีด้วยหัวใจ” เข้ารับการฝึก หลักสูตรจิตอาสา 904 (หลักสูตรพื้นฐาน) ภาค 3 รุ่นที่ 6/69 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานในด้านเศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนรวมทั้งการป้องกัน บรรเทา และช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติ เพื่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี ประชาชนมีสุข ตามแนว ทางโครงการจิตอาสาพระราชทาน ตลอดจนกิจการอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย มีผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน โดยเริ่มการสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จน ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 นี้

ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราช ทาน ภาค 3 จึงขอเชิญข้าราชการพลเรือน ทหาร, ตำรวจ, ประชาชน รวมถึงเยาวชนทั่วไป ที่มีใจ “จิตอาสา ทำความดี ด้วยหัวใจ” เข้ารับการฝึกหลักสูตรดังกล่าว ในห้วงวันที่ 4 – 20 กุมภาพันธ์ 2569 สนใจดูรายละเอียด พร้อมดาวน์โหลดระเบียบการหลักฐานต่างๆ ได้ที่ เฟซบุ๊ก : ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 หมายเลขโทรศัพท์ 055 242 859