วช. จัดแข่งขันและมอบรางวัล “หนูน้อยจ้าวเวหา สนามพิเศษ” ยกระดับศักยภาพเยาวชนไทยด้านเทคโนโลยีอากาศยานและโดรน

วช. จัดแข่งขันและมอบรางวัล “หนูน้อยจ้าวเวหา สนามพิเศษ” ยกระดับศักยภาพเยาวชนไทยด้านเทคโนโลยีอากาศยานและโดรน

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ จัดการแข่งขันเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ (รอบพิเศษ) “หนูน้อยจ้าวเวหา Young Pilot Coding Challenge : Special Edition” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 66 ปี ณ ลานนิทรรศการหมุน เวียน (วช.8) ชั้น 2 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนัก งานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนางสาววันทนีย์ เหลืองวิสุทธิ์ศิริ เลขานุ การสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ผู้บริหาร และผู้ทรงคุณ (วช.) ร่วมให้กำลังใจและต้อนรับผู้เข้าแข่งขันจากทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2568 ณ ลานนิทรรศการหมุนเวียน (วช.8) ชั้น 2 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

การแข่งขันครั้งนี้มุ่งส่งเสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และการเขียนโปรแกรม รวมถึงทักษะเชิงลึกด้านการออกแบบอากาศยาน การควบคุมระบบ การวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาเชิงระบบ โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพผ่านภารกิจที่ท้าทายและซับซ้อน เพื่อพัฒนาทักษะ STEM และสร้างพื้นฐานความเข้าใจเทคโนโลยีอากาศยานสมัยใหม่ รองรับการก้าวสู่เวทีระดับประเทศและนานาชาติในอนาคต มีทีมเยาวชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 32 ทีม เพื่อชิงรางวัล ทุนการศึกษา และโอกาสศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ภายหลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน (วช.) ได้จัดพิธีมอบรางวัลให้แก่ผู้เข้าแข่งขันที่ทำผลงานโดดเด่น โดยมีผู้บริหาร (วช.) และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับร่วมแสดงความยินดี ผลการแข่งขันประกอบด้วย

  • รางวัลชนะเลิศ : ทีม Gifted KC – Fly boys จากโรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง : ทีมลือคำหาญวารินชำราบ จากโรงเรียนลือคำหาญวารินชำราบ
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง : ทีมพระปฐมวิทยาลัย ทีม 3B จากโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย
  • รางวัลชมเชย: ทีม GP-Tech ลือคำหาญ จากโรงเรียนลือคำหาญวารินชำราบ และทีม Gifted KC – มะนาวโจมตี จากโรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์

กิจกรรม “หนูน้อยจ้าวเวหา Young Pilot Coding Challenge : Special Edition” นับเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการสร้างกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสริมสร้างแรงบันดาลใจ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะด้านอากาศยานให้แก่เยาวชนไทย พร้อมผลักดันให้ก้าวสู่การเป็นนักพัฒนาด้านอากาศยานและนวัตกรรมดิจิทัลในอนาคต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมชลฯ ระดมเครื่องจักรกล เครื่องมือ สนับสนุนภารกิจระบายน้ำฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

กรมชลประทานระดมเครื่องจักรกลและเครื่องมือจากโครงการชลประทานในหลายจังหวัดที่สถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลายแล้ว เพื่อเสริมกำลังและเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังในภาคใต้อย่างต่อเนื่อง

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับน้ำท่วมในอำเภอหาด ใหญ่ จังหวัดสงขลา รวมถึงหลายพื้นที่ของภาคใต้มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง กรมชล ประทาน จึงได้สั่งเคลื่อนย้ายเครื่องจักรกลและเครื่องมือที่พร้อมใช้งานจากพื้นที่อื่น เข้าสนับ สนุนการระบายน้ำและการฟื้นฟูหลังน้ำลด เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

ทางด้านศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน รายงานว่า ช่วงวันที่ 28 พ.ย.–6 ธ.ค.2568 สถานการณ์ฝนในภาคใต้มีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงมีฝนบางแห่งในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส สำหรับพายุ “โคโตะ (KOTO)” ล่าสุดอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง เคลื่อนตัวช้าในทะเลจีนใต้ คาดว่าจะเข้าใกล้ชายฝั่งเวียดนามตอนใต้ ช่วงวันที่ 30 พ.ย.2568 และจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วจากการปะทะมวลอากาศเย็น ไม่มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อประเทศไทย อย่างไรก็ตาม หลังพายุอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ อาจมีฝนตกบางพื้นที่ของภาคใต้

กรมชลประทาน ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือประชาชนทั้งในพื้นที่ภาคใต้และทั่วประเทศอย่างทันท่วงที


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา เติมพลังใจ “รักบี้ฟุตบอล-โบวลิ่ง” ลุ้นเหรียญทองซีเกมส์

มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา เติมพลังใจ “รักบี้ฟุตบอล-โบวลิ่ง” ลุ้นเหรียญทองซีเกมส์

“รักบี้ฟุตบอล-โบวลิ่ง” ชุดซีเกมส์ ซ้อมเข้มโค้งสุดท้าย ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬาวุฒิสภา,ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านการกีฬา วุฒิสภา,คณะอนุกรรมาธิการศึกษากฏหมายท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา และประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา เติมพลังใจ พร้อมแสดงความห่วงใยการย้าย 10 ชนิดกีฬาจากสงขลามาที่กรุงเทพฯ-ชลบุรี เหตุจากอุทกภัยถล่มรุนแรงในรอบ 300 ปี

ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬาวุฒิสภา,ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านการกีฬา วุฒิสภา,คณะอนุกรรมาธิการศึกษากฏหมายท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา และประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา ได้เดินทางไปเยี่ยมชมการฝึกซ้อมของนักกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 วันที่ 9-20 ธ.ค.ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ พร้อมมอบกระเช้าผลไม้ และเงินสนับสนุนการฝึกซ้อม โดยมี สิริรัตน์ ราวินิจ รองเลขาธิการมูลนิธิฯ และ ปัญจรีย์ ราวินิจ เหรัญญิกมูลนิธิฯ เดินทางไปด้วย เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2568

เริ่มจากทีมรักบี้ฟุตบอลชาย-หญิงทีมชาติไทย ที่สนามรักบี้ฟุตบอล รร.วชิราวุธวิทยาลัย ซึ่งเป็นสนามฝึกซ้อมของนักกีฬาชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ตั้งความหวังไว้ 2 เหรียญทอง

ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬาวุฒิสภา,ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านการกีฬา วุฒิสภา,คณะอนุกรรมาธิการศึกษากฏหมายท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา และประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา เข้าเยี่ยมชมการฝึกซ้อมนักกีฬารักบี้ฟุตบอลทีมชาติไทยชาย-หญิง

โดยมีสุภรัตน์ อัลภาชน์ กรรมการบริหารสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลฯ และประธานฝ่ายผู้ฝึกสอนทีมชาติ ฝ่ายแพทย์ และนักกายภาพบำบัด,ผู้ฝึกสอน และนักกีฬารักบี้ฟุตบอลชาย-หญิงทีมชาติไทยให้การต้อนรับ

ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ได้มอบกระเช้าผลไม้ และเงินสนับสนุนการฝึกซ้อมจำนวน 20,000 บาท พร้อมให้โอวาทแก่นักกีฬารักบี้ฟุตบอลซีเกมส์

ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ กล่าวว่า ขอให้นักกีฬารักบี้ฟุตบอลทุกคนตั้งใจฝึกซ้อม และอยู่ในระเบียบวินัย รักบี้ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ต้องใช้พลกำลัง ความเร็ว และมีการปะทะน้องๆ นักกีฬาจึงต้องระมัดระวังในเรื่องของอาการบาดเจ็บเป็นพิเศษ

ในซีเกมส์ครั้งนี้ผมในนามของมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา รวมถึงกรรมการบริหารทุกท่าน จะร่วมส่งแรงใจไปเชียร์ให้น้องๆทุกคนประสบความสำเร็จในการคว้าเหรียญทองจากแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งนี้มาเป็นของขวัญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้กับคนไทยทั้งประเทศ

สำหรับระยะเวลาที่เหลืออยู่ 12 วันกับการที่ต้องโยก 10 ชนิดกีฬาจากสงขลามาแข่งที่กรุงเทพฯ และชลบุรี เนื่องจากมหาอุทุกภัยที่เกิดขึ้นในภาคใต้ และจังหวัดสงขลาจังหวัดเจ้าภาพก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันต่องเร่งแก้ปัญหาสนามแข่งขัน-สนามฝึกซ้อม-ที่พักนักกีฬา รวมถึงศูนย์สื่อมวลชนอย่างเหมาะสมและทันต่อห้วงเวลาที่เหลือเพียง 12 วัน ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย จึงต้องระดมความคิดจากทุกภาคส่วนมาช่วยกันอย่างเต็มที่เพื่อชื่อเสียงของประเทศไทย

ในขณะที่ “น้องแอม” ธนัชพร หวานดี นักกีฬารักบี้ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย กล่าวว่า มีความมั่นใจที่จะคว้าเหรียญทองมอบให้คนไทย และเป็นตัวแทนนักกีฬาชาวใต้ส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ทุกคนผ่านพ้นภัยพิบัติจากมหาอุทุกภัยในคนั้งนี้โดยเร็ว

จากนั้นได้เดินทางไปที่ บลูโอ ริธึม แอนด์ โบว์ล เมเจอร์ รัชโยธิน เยี่ยมชมการฝึกซ้อมของนักกีฬาโบว์ลิ่งทีมชาติไทย โดยมี วิวัฒน์ชัย รัตนะรัต ผู้จัดการทีมและ อุปนายกสมาคมกีฬาโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย,วีรยุทธ จอมใจเหล็ก กรรมการบริหารสมาคมกีฬาโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย,โค้ชคิม อุย ยัง ผู้ฝึกสอนชาวเกาหลีใต้,บดินทร์ เลิศพิริยะสกุลกิจ ผู้ฝึกสอน,สุรศักดิ์ มานุวงศ์ ผู้ฝึกสอน และนักกีฬาโบว์ลิ่งทีมชาติไทย ชาย 4 คน หญิง 4 คนให้การต้อนรับ

ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ กล่าวทักทายผู้บริหารสมาคมฯ,คณะฝึกสอนและนักกีฬา ก่อบมอบกระเช้าผลไม้ และเงินสนับสนุนการฝึกซ้อมจำนวน 20,000 บาท

ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ กล่าวว่า ขอขอบคุณผู้บริหารสมาคมกีฬาโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย,ผู้ฝึกสอน และน้องๆนักกีฬาทุกคนกับความเสียสละ ความทุ่มเทเพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมชิงชัยในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ไม่ว่าผลแข่งขันจะออกมาอย่างไร ก็ถือว่าทุกคนได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างสุดความสามารถแล้ว และทุกท่านคือความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ

วิวัฒน์ชัย รัตนะรัต ผู้จัดการทีมและอุปนายกฯสมาคมกีฬาโบว์ลิ่งฯ กล่าวว่า ขอขอบคุณ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ และคณะผู้บริหารมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา ที่เดินทางมาเยี่ยมชมการฝึกซ้อมของนักกีฬาโบว์ลิ่งทีมชาติไทย และเห็นความสำคัญของสมาคมกีฬาโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ระดับผู้บริหาร,ผู้ฝึกสอนและนักกีฬา พลังใจและแรงสนับสนุนของ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ จะเป็นอีกแรงผลักดันให้ทีมกีฬาโบว์ลิ่งประสบความสำเร็จในมหกรรมกีฬาซีเกมส์

“ภัทร” ณภัทร บุษปนิกรกุล และ “ตอง” ภัทรนันธ์ พึ่งจิตต์ประไพ 2 นักกีฬาตัวแทนนักกีฬาโบว์ลิ่งทีมชาติไทย กล่าวว่า สำหรับความมั่นใจในการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ขอทำผลงานให้ดีที่สุด เนื่องจากชุดนี้ ส่วนใหญ่เป็นนักกีฬาดาวรุ่ง จะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อ เป้าหมายสูงสุด เหรียญทองซีเกมส์

และตอนนี้ ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น มีพี่น้องชาวใต้ ประสบกับปัญหามหาอุกภัย โดยเฉพาะสงขลา ถึงแม้พวกเราอาจจะอยู่ห่างไกล แต่ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ที่ประสบมหาอุทุกภัยผ่านพ้นห้วงเวลาแห่งความลำบากนี้โดยเร็ว


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“NRCT Forum 2025” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา วช. ภายใต้แนวคิด “66 ปี วช. สานพลังองค์ความรู้ เชิดชูคุณค่านักวิจัย ยกระดับอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม”

“NRCT Forum 2025” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา วช. ภายใต้แนวคิด “66 ปี วช. สานพลังองค์ความรู้ เชิดชูคุณค่านักวิจัย ยกระดับอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม”

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน “NRCT Forum 2025” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา (วช.) ครบรอบ 66 ปี ภายใต้แนวคิด “66 ปี วช. สานพลังองค์ความรู้ เชิดชูคุณค่านักวิจัย ยกระดับอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม”

โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน พร้อมปาฐกถาพิเศษเรื่อง “(อว.) กับการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิจัยและนวัตกรรม : Research for a Better Thailand” นำเสนอทิศทางการพัฒนาวิจัยและนวัตกรรมของไทยเพื่ออนาคตประเทศอย่างยั่งยืน จากนั้นเป็นการกล่าวแสดงความยินดีในหัวข้อ “(วช.) ในทศวรรษที่ 7 กับอนาคตเพื่อการวิจัยของประเทศ” โดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ และ นางสาวสุกัญญา ธีระกูรณ์เลิศ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ที่ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์และความสำคัญของการพัฒนางานวิจัยในยุคใหม่ ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช.1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) กล่าวว่า (วช.) มีบทบาทเสมือนเสาหลักในการวางรากฐานการวิจัยของประเทศมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ยุค “สภาวิจัยแห่งชาติ” จนถึง “สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ” ในปัจจุบัน และได้กล่าวชื่นชมผู้บริหารและบุคลากร วช. ทุกท่านในความมุ่งมั่นทุ่มเทในการบริหารจัดการทุนวิจัย การจุดประกายองค์ความรู้ การสร้างนักวิจัย รวมถึงการเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ ตลอดจนขอบคุณนักวิจัยในเครือข่ายระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมทุกท่าน ที่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานเพื่อการพัฒนาประเทศในหลากหลายมิติ

นอกจากนั้น ยังได้กล่าวถึง บทบาทของ (วช.) ในการผลักดันงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ เช่น ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้วยวิจัยและนวัตกรรม การส่งเสริมการวิจัยเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัยด้วยนวัตกรรม การส่งเสริมการเคลื่อนย้ายบุคลากรวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง (อว.) และรัฐบาลที่ต้องการให้ประเทศไทยก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง โดยการดำเนินงานทั้งหมดนี้ (วช.) ภายใต้กระทรวง (อว.) พร้อมร่วมมือกับเครือข่ายในระบบวิจัย และนักวิจัยทุกท่าน เพื่อขับเคลื่อนพลังด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำไปสู่การสร้าง Better Thailand เพื่อประเทศไทยที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ชป. ทยอยปรับลดน้ำเจ้าพระยา ภาคใต้ฝนลดลง เร่งระบายน้ำคลี่คลายสถานการณ์

ชป.ทยอยปรับลดน้ำเจ้าพระยา ภาคใต้ฝนลดลง เร่งระบายน้ำคลี่คลายสถานการณ์

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำว่า ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ รวมกันประมาณ 69,747 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 91% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวม 24,580 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 99% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้น้ำในเขตชลประทานช่วงฤดูแล้งนี้

ด้านสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เช้าวันนี้ เวลา 06.00 น. ที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา ควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,900 ลบ.ม./วินาที (วานนี้ 2,020 ลบ.ม./วินาที) กรมชลประทาน ได้ทยอยปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาลง จากปริมาณน้ำเหนือที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เหลืออัตรา 700 ลบ.ม./วินาที ในช่วงวันที่ 17–18 ธันวาคม 2568 ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่คลองโผงเผง อ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด อ.ผักไห่จ.พระนครศรี อยุธยา

สำหรับในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ที่กำลังประสบกับปัญหาน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ ล่าสุดปริมาณฝนได้ลดลงแล้ว แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง และมีน้ำล้นตลิ่งในแม่น้ำสายต่างๆ ในพื้นที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี, สงขลา, ตรัง, สตูล, ยะลา, ปัตตานี และนราธิวาส กรมชลประทาน ได้ระดมเครื่องสูบน้ำจากพื้นที่ตอนบน ลงไปเสริมกำลังเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง พร้อมตรวจสอบอาคารชลประทานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประตูระบายน้ำ (ปตร.) คลองหรือระบบระบายน้ำ ให้มีความมั่นคงแข็งแรง เพื่อใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นให้มากที่สุด


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตม.ปทุมธานี รวบหนุ่มปากีสถานแอบมุดเข้าไทย โดยทางการปากีสถานแจ้งมีประวัติใช้เอกสารทางการเงินปลอมขอวีซ่าท่องเที่ยว

ตม.ปทุมธานี รวบหนุ่มปากีสถานแอบมุดเข้าไทย โดยทางการปากีสถานแจ้งมีประวัติใช้เอกสารทางการเงินปลอมขอวีซ่าท่องเที่ยว

ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ พล.ต.ต.ธนิศ ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงของกลุ่มบุคคลต่างด้าว โดยมุ่งเน้นจับกุมการกระทำความผิดของคนต่างด้าว เกี่ยวกับคนต่างด้าวที่มีหมายจับ การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง กฎหมายอาญา กฎหมายการทำงานของคนต่างด้าว การทำงานในลักษณะนอมินี หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นั้น

เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2568 เวลาประมาณ 20.05 น. ภายใต้การสั่งการของ ว่าที่ พ.ต.อ.ดุสิต จิตรขุนทด ผกก.ตม.จ.ปทุมธานี, พ.ต.ท.จิรัฏฐวัฒน์ กาญจนวรางกูร รอง ผกก.ตม.จ.ปทุมธานี, พ.ต.ท.หญิงสุภางค์กาญจน์ มนตรีพิศาล สว.ตม.จ.ปทุมธานี โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ตม. จ.ปทุมธานี ได้สืบสวนทราบว่า มีนายอาหะหมัด อายุ 22 ปี ชาวปากีสถาน ซึ่งเป็นบุคคลที่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอิสลามมบัด ได้มีหนังสือแจ้งมายังทางการไทย ว่าบุคคลดังกล่าวมีการใช้เอกสารทางการเงินปลอม(Bank statement) ยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวที่ประเทศปากีสถาน จึงได้ปฏิเสธคำร้องขอรับการตรวจลงตรา

ซึ่งพฤติการณ์เป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรนั้น ได้หลบหนีเข้ามากบดานอยู่ภายในซอยมัสยิดอัลละลา ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงได้ราย งานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งตามวันเวลาดังกล่าวข้างต้น พบบุคคลต่างด้าวลักษณะมีตำหนิรูปพรรณคล้ายกับนายอาหะหมัด เดินอยู่บริเวณดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตม.จ.ปทุมธานี ขอตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทาง ปรากฏว่าไม่สามารถนำมาแสดงได้

จึงได้เชิญตัวมาตรวจสอบข้อมูลบุคคลต่างด้าวในระบบสารสนเทศ (BIOMETIC) ซึ่งในระบบแจ้งว่าบุคคลดังกล่าวคือนายอาหะหมัด ชาวปากีสถาน คนเดียวกันกับที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอิสลามมบัด ได้มีหนังสือแจ้งมายังทางการไทยจริง จากการสอบถามยอมรับว่าเมื่อเดือน พ.ค.2568 ได้เดินทางเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส จึงได้จับกุมใน ข้อหา“เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” นำส่ง สภ.คลองหลวง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มท.4 นำทัพ Kick Off “ปลุกกระแส เปลี่ยนน้ำเสีย คืนน้ำใส ให้พีพี”

มท.4 นำทัพ! Kick Off “ปลุกกระแส เปลี่ยนน้ำเสีย คืนน้ำใส ให้พีพี”

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.00 น. : นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “เปลี่ยนน้ำเสีย คืนน้ำใส ให้พีพี” จัดโดยองค์การจัดการน้ำเสีย กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ณ ศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำ องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง (เกาะพีพี) พร้อมประกาศให้ศูนย์ฯ แห่งนี้เป็นต้นแบบในการสร้างสมดุลของระบบนิเวศ ช่วยยกระดับให้เกาะพีพีเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก อีกทั้งเป็นการประกาศหมุดหมายที่เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลภายใต้นโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งเน้นให้มีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่การส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เติบโตไปพร้อมกันกับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

ศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำ องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง (เกาะพีพี) เป็นระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน ที่ออกแบบ ก่อสร้าง ควบคุม ดูแล บริหารจัดการโดยองค์การจัดการน้ำเสีย ได้รับรางวัล Winner in Landscape Architecture–Park and Garden Landscape จากการประกวด Built Design Awards (BLT) 2025 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความสามารถในการรองรับและบำบัดน้ำเสีย 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน น้ำที่ผ่านการบำบัดมีคุณ ภาพตามมาตรฐาน สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้ของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่

โดยศูนย์ฯ แห่งนี้มีการออกแบบลักษณะเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กแบบก่อสร้างใต้ดิน พร้อมติดตั้งเครื่องจักร อุปกรณ์สำหรับกระบวนการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์พื้นที่ด้านบน ให้เป็นแหล่งนันทนาการสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงใช้เป็นสถานที่จัดงาน “เปลี่ยนน้ำเสีย คืนน้ำใส ให้พีพี” ในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการปลุกกระแสให้ประชาชนทุกภาคส่วนตระหนัก รับรู้ ให้ความสำคัญ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการปัญหาน้ำเสีย ตลอดจนเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ “เมืองกระบี่ยั่งยืน สะอาด สวยงาม ปลอดภัย”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“สาวเครือฟ้า เดอะ มิวสิคัล” กับการกลับมาของบทประพันธ์อมตะร่วมสมัยที่ทุกคนรอคอย

“สาวเครือฟ้า เดอะ มิวสิคัล” กับการกลับมาของบทประพันธ์อมตะร่วมสมัยที่ทุกคนรอคอย

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้างซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ : “สาวเครือฟ้า เดอะ มิวสิคัล” กับการกลับมาของบทประพันธ์อมตะร่วมสมัยที่ทุกคนรอคอย พร้อมเปิดม่านสื่อแสดงรักอมตะรับวันวาเลนไทน์ โดยจัดการแสดง เพียง 5 รอบเท่านั้น 13-14-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงละคร M Theatre

ค่ายดีแอค บริษัท ดีแอค ฟิล์ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวละครเวทีฟอร์มยักษ์แห่งปี “สาวเครือฟ้า เดอะ มิวสิคัล” อย่างเป็นทางการในวัน 27 พฤศจิกายน 2568 โดยมีผู้กำกับและทีมนักแสดงนำเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง พร้อมเปิดเผยถึงความพิเศษของการนำเสนอเรื่องราวความรักโศกนาฏกรรมในรูปแบบมิวสิคัลสมัยใหม่ ที่ยังคงกลิ่นอายความคลาสสิกของบทประพันธ์เดิม

ละครเวทีเรื่องนี้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการ โดย ภคมินทร์ อุปะโยคิน ผู้จัดละครและผู้กำกับการแสดงถอดหัวใจถ่ายทอดความรู้สึก “รักเท่าชีวิต” การโหยหา ความพลัดพราก และการสะท้อนอัตลักษณ์และวัฒนธรรมสตรีของ “แม่ญิงคนเมือง เอื้องล้านนา”

ผ่านบทเพลงไพเราะและการแสดงอันทรงพลัง โดยได้ทีมนักแสดงคุณภาพมาร่วมถ่ายทอดบทบาทสำคัญ ได้แก่น้องพลอยใส AF 12 ร้อยโทหญิง ธัญลักษณ์ โชคธนเดช รับบทเป็น “เครือฟ้า” ต้นน้ำ กานต์ธีรา เมืองคำ รับบทเป็น “ร้อยตรีพร้อม” อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ รับบทเป็น “เจ้าดารารัศมี” แม็กซ์ จิรายุทธ คันธยศ (แม็กซ์ เดอะ สตาร์) รับบทเป็น “เจ้าสายน้ำผึ้ง”

สาวเครือฟ้า เดอะ มิวสิคัล ไม่ใช่เพียงแค่การนำเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ แต่เป็นการตีความใหม่ที่เข้มข้นขึ้น มีความร่วมสมัยมากขึ้น ทั้งในส่วนของดนตรีและโปรดักชั่นเพื่อให้เข้าถึงผู้ชมทุกช่วงวัย โดย ภคมินทร์ อุปะโยคิน ผู้กำกับการแสดงกล่าวต่อไปว่า ทุกคนได้ทุ่มเทใส่ใจรายละเอียดเชิงศิลป์อย่างเต็มที่เพื่อมอบประสบการณ์ทางศิลปะการแสดงที่ดีที่สุด และหวังว่าเรื่องราวความรักของเครือฟ้าและร้อยตรีพร้อมจะยังคงอยู่ในใจผู้ชมตราบนานเท่านาน

การจัดแสดงละครเวที เรื่อง “สาวเครือฟ้า เดอะ มิวสิคัล” มีกำหนดจัดขึ้นในรอบสื่อมวลชน ในวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ วันเสาร์ที่ 14 และวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงละคร M Theatre บัตรเข้าชมมีจำหน่าย ณ วันนี้ผ่านทาง ThaiTicketMajor.com และผ่านช่องทาง ณ บริษัทฯ ค่ายดีแอคฯ มุ่งมั่นในการผลิตละครเวที ภาพยนตร์ และละครซีรี่ย์คุณภาพที่มุ่งมั่นนำเสนอผลงานที่ทรงคุณค่าทางศิลปะให้เป็นการยกระดับวงการละครเวทีให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ค่ายดีแอค บริษัท ดีแอคฟิล์ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด สำนักงานใหญ่ 999/9 ชั้น 29 อาคาร ดิ ออฟฟิศเซศ ออฟ เซ็นทรัลเวิร์ล พระราม 1 ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
อีเมล์ : dactfilm.ceo@gmail.com โทรศัพท์: 02 207 2309


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เริ่มแล้ว! พิธีเปิดศึกฝีมือยิ่งใหญ่ WorldSkills Asia Taipei 2025 เด็กไทย 19 คนพร้อมโชว์ศักยภาพ คว้าชัยกลับไทย

เริ่มแล้ว! พิธีเปิดศึกฝีมือยิ่งใหญ่ WorldSkills Asia Taipei 2025 เด็กไทย 19 คนพร้อมโชว์ศักยภาพ คว้าชัยกลับไทยการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 3 เริ่มแล้ว สะท้อนวิสัยทัศน์พัฒนาทักษะเยาวชนเอเชีย

นายสมชาติ สุภารี รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ในวันนี้ (26 พฤศจิกายน 2568) มีพิธีเปิดการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชียครั้งที่ 3 ณ กรุงไทเปไต้หวัน ซึ่งมี ดร.มูบารัก อัล ชัมซี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และมีตัวแทนจาก 31 ประเทศสมาชิก ร่วมประชันฝีมือในเวทีระดับภูมิภาค ขณะที่ประเทศไทยส่งผู้แข่งขัน 19 คน ใน 16 สาขา ร่วมแสดงศักยภาพสู่สายตานานาชาติ

นายสมชาติฯ กล่าวต่อไปว่า การแข่งขัน WorldSkills Asia Taipei 2025 เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์ประชุมและนิทรรศการไทเป ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักจากผู้แทนหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียที่เดินทางเข้าร่วมเพื่อประชันความสามารถด้านทักษะอาชีพสมัยใหม่บนเวทีมาตรฐานสากล ซึ่งการแข่งขันดังกล่าวเป็นการยกระดับแรงงานเอเชียผ่านระบบการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและการแข่งขันที่สร้างแรงบันดาลใจ ขอชื่นชมไต้หวันที่รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพอย่างมีประสิทธิภาพและเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น

สำหรับปี 2025 การแข่งขันครอบคลุมหลากหลายสาขาทักษะ ทั้งด้านเทคโนโลยี การผลิต การบริการ และงานสร้างสรรค์ อาทิ เทคโนโลยีสารสนเทศ หุ่นยนต์อุตสาหกรรม งานช่างฝีมือ การประกอบอาหาร และงานดูแลผู้สูงอายุ โดยผู้เข้าแข่งขันแต่ละประเทศจะได้แสดงความสามารถเชิงลึกและแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านทักษะอาชีพร่วมกัน ในส่วนของประเทศไทยได้จัดส่งผู้เข้าแข่งขัน รวม 19 คน ใน 16 สาขา โดยตัวแทนไทยทุกคนผ่านการฝึกซ้อมเข้มข้นและการประเมินมาตรฐานระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความพร้อมของประเทศไทยในการยืนบนเวทีทักษะอาชีพระดับภูมิภาค ช่วยเปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ พัฒนาเครือข่าย และร่วมยกระดับมาตรฐานทักษะสู่ระดับโลก

ขอเชิญทุกท่านร่วมส่งแรงใจ และร่วมเชียร์ทีมชาติไทยให้ทำผลงานอย่างสุดความสามารถ เพื่อสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับประเทศในการแข่งขันระดับภูมิภาคเอเชีย และก้าวสู่การคว้าชัยในระดับโลกต่อไปได้ โดยติดตามผ่านเพจ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือ WorldSkills Thailand รองสมชาติฯ กล่าวทิ้งท้าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

LONGi เปิดตัว HIBC 700W แผงโซลาร์เซลล์เชิงอุตสาหกรรมประสิทธิภาพสูงสุดของโลก ยกระดับมาตรฐานพลังงานแสงอาทิตย์ให้ไกลกว่าเดิม

LONGi เปิดตัว HIBC 700W แผงโซลาร์เซลล์เชิงอุตสาหกรรมประสิทธิภาพสูงสุดของโลกยกระดับมาตรฐานพลังงานแสงอาทิตย์ให้ไกลกว่าเดิม

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 : LONGi (ลอนจี) จัดงานเปิดตัวเทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์ใหม่ล่าสุด HIBC กำลังการผลิตสูงสุด 700วัตต์ ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ในอุตสาหกรรม ด้วยการจัดงานเปิดตัวเทคโนโลยี HIBC (Hybrid Interdigitated Back Contact) ภายใต้แนวคิด ‘Define Evolution, Illuminating the Future’ โดยมีไฮไลท์คือแผงโซลาร์เซลล์สำหรับภาคอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ที่ทำกำลังผลิตได้สูงถึง 700วัตต์ ซึ่งเป็นแผงโซลาร์เซลล์เชิงอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในโลกในปัจจุบัน การเปิดตัวครั้งใหญ่นี้ไม่เพียงแต่ทำลายสถิติเดิมๆ แต่ยังเป็นการนำเสนอโซลูชันแบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านพลังงานสะอาดในทุกกลุ่ม เร่งการผลักดันโลกสู่ยุคพลังงานสะอาดที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยมีผู้สนใจเรื่องนวัตกรรมพลังงานเข้าร่วมงานจำนวนมาก ณ ห้องนภาลัย แกรนด์ บอลรูม ชั้น 1 โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ

คุณหม่า เหมิง ผู้จัดการประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงเจตนารมณ์ที่ทาง LONGi มุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำของโลก โดยเน้นการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานพลังงานสะอาด จนได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จได้ในระดับโลกว่า “นับตั้งแต่ปี 2017 LONGi ได้บุกเบิกการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี HPBC (Hybrid Passivated Back Contact) จนกระทั่งเข้านำเข้ามาในประเทศไทยในปี 2022 และในปีนี้เทคโนโลยี BC (Back Contact) ขั้นสูงของเราอย่าง HIBC ได้สร้างสถิติโลกด้านประสิทธิภาพเซลล์ ซึ่งตอกย้ำว่าเทคโนโลยี BC คือมาตรฐานแห่งอนาคตที่คาดว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกถึง 50% ภายในปี 2028 ด้วยวิสัยทัศน์นี้ LONGi จึงเป็นผู้ผลิตรายหลักเพียงรายเดียวที่มุ่งเน้น BC ในตลาดไทยตั้งแต่ปี 2023 และด้วยความไว้วางใจจากลูกค้า ทำให้กำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ HPBC ของเราในประเทศไทยเติบโตถึง 800 เมกะวัตต์ (MW) แล้วในปัจจุบัน ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงความร่วมมือที่เรามีร่วมกันในการบุกเบิกการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อสร้างอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย พลังงานสะอาดและยั่งยืน”

กำหนดนิยามใหม่ของประสิทธิภาพด้วย HIBC 700W LONGi HIBC 700W คือโมดูลโซลาร์เซลล์ระดับเรือธงที่พลิกโฉมวงการ ด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้าที่สูงกว่า 700 วัตต์ และบรรลุประสิทธิภาพโมดูลสูงสุดถึง 25.9% ในโมดูลขนาดมาตรฐาน คือ 2382 × 1134 มม. ได้เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากเทคโนโลยี HIBC (Hybrid Interdigitated Back-Contact) ที่รวมข้อดีของเซลล์ HJT เข้ากับโครงสร้าง Back-Contact ช่วยเพิ่มพื้นที่รับแสงเต็มที่ ทำให้ได้ความหนาแน่นพลังงานที่โดดเด่นถึง 259 วัตต์ต่อตารางเมตร แผงนี้จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการติดตั้งในพื้นที่จำกัดที่ต้องการผลผลิตสูงสุด

การนำโมดูล HIBC 700W ไปใช้งานในโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Utility-Scale) และโครงการเชิงพาณิชย์ (C&I) จะสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างชัดเจน “ด้วยกำลังไฟที่เพิ่มขึ้นอย่างมากต่อโมดูล ทำให้จำนวนโมดูลที่ต้องใช้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการ ลดต้นทุนรวมในการติดตั้งระบบ (BOS Cost) รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน ขาตั้ง และสายเคเบิล ทำให้โครงการต่างๆ มี อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่สูงขึ้น มีระยะเวลาคืนทุนที่สั้นลง และสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าในระยะยาว” คุณณัฐภาส ไทยสีหราช ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ กล่าวถึงความสำคัญของ HIBC 700W Champion Technology Driving an Era of Transformation

นอกจากนี้ LONGi ได้นำเสนอสิ่งที่เรียกได้ว่า ‘มาตรฐานใหม่’ ของงานติดตั้งบนหลังคา C&I โซลูชันที่รวมทั้งความปลอดภัย น้ำหนักเบา และประสิทธิภาพเข้าด้วยกันอย่างลงตัว นวัตกรรมนั้นก็คือ Hi-MO X10 Guardian Light Design The Ideal Solution for Low-Capacity C&I Roofs โมดูลที่ถูกคิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาจริงของผู้ประกอบการและโรงงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะสถานที่ที่โครงสร้างหลังคามีน้ำหนักรับจำกัด แต่ยังต้องการพลังงานสะอาดระดับสูงสุด

รวมถึงโซลูชันที่คิดใหม่ทั้งระบบเทคโนโลยีที่ไม่ได้เป็นเพียงโมดูลบนหลังคา แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอาคารอย่างแท้จริง เป็นความคิดใหม่ของการบูรณาการสถาปัตยกรรมและพลังงานโซลาร์ที่ไม่ใช่แค่ติดตั้งบนโครงสร้าง แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนั้น และเทคโนโลยีที่ทำให้สิ่งนี้เป็นจริง ได้แก่ Hi ROOF S Structural Skin Solar Rethink Integration. Engineered for EPC ด้วยการออกแบบแบบ Structural Skin Hi ROOF S เปลี่ยนภาพลักษณ์ของหลังคา และเปิดโอกาสใหม่ให้กับงานออกแบบอาคาร รวมถึงช่วยลดขั้นตอนการติดตั้ง เพิ่มความปลอดภัย และตอบโจทย์ EPC ที่ต้องการโซลูชันที่ติดตั้งง่าย แข็งแรง และมีประสิทธิภาพสูงสุด

และสุดท้ายกับตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ระดับที่อยู่อาศัย (Residential Solar) ในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาด ความคุ้มค่า และดีไซน์ที่เข้ากับบ้านสมัยใหม่ LONGi ได้ออกแบบนวัตกรรมที่รวมทั้งประสิทธิภาพ, ความงามและความเข้ากับวิถีชีวิต เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โซลูชันนั้นก็คือ LONGi EcoLife Series – Redefine the Residential Level PV Module ซีรีส์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อยกระดับมาตรฐาน ของโมดูลโซลาร์เซลล์สำหรับที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยีที่ไม่เพียงให้พลังงานสูงขึ้น แต่ยังกลมกลืนกับสถาปัตยกรรมของบ้านในทุกสไตล์สวยงาม ทนทาน ปลอดภัย และตอบโจทย์ครัวเรือนยุคใหม่ที่ต้องการพลังงานอัจฉริยะและคุ้มค่าที่สุด

ภายในงาน ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือทางกลยุทธ์ ที่จะเป็นหมุดหมายใหม่ในการผลักดันเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และสร้างการเติบโตไปพร้อมกันในอนาคต โดยมีหน่วยงานร่วมลงนาม ได้แก่ บริษัท ศิวาโซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด, บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท เมก้า อินดัสทรี (ประเทศไทย) จำกัด), บริษัท คิวทีซี อาร์อี จำกัด, บริษัท เอ็นแม๊กซ์ โซล่าร์ 1 (อีพีซี) จำกัด, บริษัท เฮลิโอเทค เอเนอร์จี้ โซลูชั่นส์ จำกัด, บริษัท ปิโตรพลัส เอ็นเนอร์จี จำกัด, บริษัท โซลาร์ วิง เอนเนอร์ยี่ จำกัด, บริษัท จอห์นโซลาร์ เอนเนอร์จี จำกัด, บริษัท แพลนเน็ตอีเอสจี จำกัด

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาร่วมศตวรรษ LONGi มุ่งเน้นการพัฒนาการบริการที่ดีและเลือกใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า พร้อมทั้งมุ่งมั่นเพื่อพัฒนาศักยภาพในการให้บริการพลังงานสีเขียว สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ LONGi (ลอนจี) ได้ที่ www.longi.com, Facebook : LONGi Thailand


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน