“วิวสวย กาแฟเลิศรส” กองกำลังผาเมือง ชวนเที่ยวฐานทหารเชียงราย

“วิวสวย กาแฟเลิศรส” กองกำลังผาเมือง ชวนเที่ยวฐานทหารเชียงราย

ตามที่ รัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งให้สอดคล้องกับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นั้น ในการนี้ กองทัพภาคที่ 3 โดย กองกำลังผาเมือง จึงได้ริเริ่มเปิดสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ และจุดชมวิวทะเลหมอก ชายแดนไทย – เมียนมา บริเวณฐานปฏิบัติการ ตามพื้นที่แนวชายแดนจังหวัดเชียงราย รวมทั้งได้มีร้านกาแฟ และสถานที่พักผ่อนไว้บริการนักท่องเที่ยว โดยใช้เมล็ดพันธุ์กาแฟ และผลิตภัณฑ์ในชุมชนที่ปลูกในท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมให้ชุมชมโดยรอบฐานปฏิบัติการมีรายได้ มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จำนวน 2 จุด ดังนี้.-

1.จุดชมวิวดอยช้างมูบ ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย สถานที่ท่องเที่ยงแห่งใหม่ โดยอยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดเชียงราย ผ่านถนนหมายเลข 1 และหมายเลข 1149 ประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ซึ่งฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบแห่งนี้ ตั้งอยู่บนแนวสันเขาแบ่งเขตแดนไทย – เมียนมา ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของอำเภอแม่สาย อีกแห่งหนึ่ง รวมทั้งมีร้านกาแฟ Phamuang Coffee @DoichangMub และลานกางเต้นท์

2.จุดชมวิวด่านป่าสัก ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย Phamuang Coffee Danpasak ร้านกาแฟเปิดใหม่ โดยนำกาแฟ Phamuang Coffee และกาแฟม้าดอย มาให้บริการ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชิมกาแฟคุณภาพ พร้อมชมทะเลหมอกยามเช้า ในบรรยากาศสบายๆ มีวิวที่สวยงาม โอบล้อมด้วยเทือกเขา สัมผัสชั้นหมอกยามเช้า มองเห็นวิวภูเขาของทั้งสองฝั่ง ทั้งฝั่งประเทศเพื่อนบ้านและฝั่งตัวเมืองของอำเภอแม่สาย

ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 ขอเชิญชวนข้าราชการทหารในสังกัดกองทัพภาคที่ 3, พี่น้องประชาชนในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ รวมทั้งนักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสทดลองเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ชมบรรยากาศความงดงามตามธรรมชาติ ของฐานปฏิบัติการ ตามพื้นที่แนวชายแดน กองกำลังผาเมือง จังหวัดเชียงราย ในห้วงฤดูหนาวนี้ ได้อย่างมั่นใจในความปลอดภัย รวมทั้งได้สัมผัสธรรมชาติอย่างมีความสุข


โครงการตามพระราชเสาวนีย์ฯ “บ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ” เพื่อความสุขของประชาชนชาวไทย ในพื้นที่ภาคเหนือ

โครงการตามพระราชเสาวนีย์ฯ “บ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ” เพื่อความสุขของประชาชนชาวไทย ในพื้นที่ภาคเหนือ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีความห่วงใยประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ได้เสด็จฯ เยี่ยมพสกนิกรทั่วทุกพื้นที่และพระราชทานความช่วยเหลือในลักษณะโครงการตามพระราชเสาวนีย์ฯ และโครงการพัฒนาต่างๆ เพื่อช่วยเหลือให้มีความกินดีอยู่ดี มีความผาสุกมาโดยตลอด โดย กองทัพภาคที่ 3 เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินงานโครงการตามพระราชเสาวนีย์ฯ ในพื้นที่ภาคเหนือ สำหรับกลุ่มงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่) จำนวน 4 โครงการ

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนที่ยากไร้และสมัครใจเข้าร่วมโครงการ ด้วยการก่อสร้างบ้านเรือนให้ พร้อมกับมอบที่ดินทำกินตามความเหมาะสม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น รวมทั้งบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางคนอยู่ร่วมกับป่า ในลักษณะบ้านเล็กในป่าใหญ่ ป้องกันมิให้ป่าถูกบุกรุกทำลาย ฟื้นฟูสภาพป่า อนุรักษ์สภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ให้คงอยู่ต่อไป รายละเอียดดังนี้

โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย หน่วยรับผิดชอบโครงการ : มณฑลทหารบกที่ 37

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2542 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎร ณ บ้านห้วยหญ้าไซ หมู่ที่ 9 ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ได้ทรงรับทราบปัญหา และด้วยความห่วงใยในราษฎรของพระองค์จึงได้มีพระราชดำริ ที่จะจัดตั้งหมู่บ้านขึ้นในลักษณะ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” โดยเน้นให้ “คน” อยู่ร่วม กับ “ป่า” ได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน คนไม่ทำลายป่า ป่าให้ความร่มรื่นกับคน โดยที่ทรัพยากรธรรมชาติยังคง ความสมบูรณ์ มั่นคงถาวร เป็นการปลูกจิตสำนึกในการรักและหวงแหนธรรมชาติ ให้อยู่ควบคู่กับชุมชนและประเทศชาติ ด้วยเหตุนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้มีพระราชดำริที่จะจัดตั้ง “โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ” ณ บริเวณบ้านหลักแต่งเก่า เมื่อ 16 มกราคม 2543 มีพื้นที่จำนวน 15,000 ไร่ ซึ่งแยกเป็นป่าเสื่อมโทรม จำนวน 7,000 ไร่ ป่าเลื่อนลอย จำนวน 4,500 ไร่ และป่าต้นน้ำที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ดังเดิม จำนวน 3,500 ไร่ เพื่อใช้ชาวไทยภูเขาที่ไม่มีแหล่งทำกิน โดยเฉพาะชาวไทยภูเขาเผ่าอีก้อ ได้มีที่ทำกินเป็น หลักแหล่งไม่บุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อทำไร่เลื่อนลอยอีกต่อไป

โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ ดอยฟ้าห่มปก ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยรับผิดชอบโครงการ : กองพลพัฒนาที่ 3

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2543 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินบริเวณพื้นที่ดอยป่าคา ลุ่มน้ำแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี แม่ทัพภาคที่ 3, รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3, ป่าไม้เขตเชียงใหม่ เฝ้าฯ รับเสด็จ ซึ่งบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เหมาะสมจัดทำโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ โดยได้ดำเนินการสำรวจแล้วเห็นว่ามีลักษณะที่เข้าหลักเกณฑ์ตามพระราชประสงค์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และป่าไม้เขตเชียงใหม่ ได้ถวายรายงานเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของพื้นที่และแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่โครงการ ตลอดจนการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับวิธีการให้ “คน”อยู่กับ “ป่า” ได้อย่างยั่งยืน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงวินิจฉัยพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ทรงรับพื้นที่ลุ่มแม่น้ำสาว จำนวน 16,670 ไร่ เพื่อจัดทำโครงการ “บ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ” และมีพระราชเสาวนีย์ให้ สำนักพระราชวังประสานกับ กองทัพภาคที่ 3, กรมป่าไม้ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป

ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2544 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จพระราชดำเนินยังพื้นที่ดอยป่าคา ลุ่มน้ำแม่สาว อีกครั้งหนึ่ง โดยมี แม่ทัพภาคที่ 3, ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, ป่าไม้เขตเชียงใหม่ เฝ้าฯ รับเสด็จ ในการนี้โปรดเกล้าฯ ให้นำราษฎรบ้านป่าโหลและบ้านจะนะ ตำบลแม่อาย อำเภอแม่อาย ซึ่งอยู่บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงโครงการฯ เข้าเฝ้าฯ และทรงพระราชทานความช่วยเหลือเบื้องต้น จำนวน 211 คน

โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ ดอยดำ บ้านนามน ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยรับผิดชอบโครงการ : กองพลทหารราบที่ 7

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรพื้นที่แนวชายแดน และพระราชทานถุงยังชีพแก่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณดอยดำ ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2545 ทรงพบว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าว ได้ถูกบุกรุกแผ้วถางป่าเป็นบริเวณกว้าง ประกอบกับมีปัญหาด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน จึงทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งหมู่บ้านขึ้นในลักษณะโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ บริเวณแหล่งต้นน้ำลำธาร โดยให้ “คนอยู่กับป่า” ได้อย่างผสมกลมกลืนและยั่งยืน และมีพระราชเสาวนีย์ให้สำนักพระราชวัง ประสานกับ กองทัพภาคที่ 3, กรมป่าไม้, กรมชลประทาน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต่อไป

โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านหนองห้า ตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา หน่วยรับผิดชอบโครงการ : มณฑลทหารบกที่ 34

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2545 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรพื้นที่แนวชายแดนไทย – ลาว บริเวณดอยยอดห้วยน้ำลาว บ้านเย้าหนองห้า ตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ทรงพบว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าว ได้ถูกบุกรุกแผ้วถางป่าเป็นบริเวณกว้าง บางส่วนของพื้นที่มีการปลูกพืชเสพติด ประกอบกับมีปัญหาด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน และมีราษฎรไทยภูเขาเผ่าต่างๆ ได้เคยถวายฎีกาขอพระราชทาน ความช่วยเหลือเรื่องที่ดินทำกินเป็นจำนวนมาก

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชดำริที่จะให้ราษฎรเหล่านั้นเข้ามาช่วยฟื้นฟูสภาพป่า เพื่ออนุรักษ์แหล่งต้นน้ำลำธาร โดยจะดำเนินการขอใช้พื้นที่ของกรมป่าไม้ จัดตั้งเป็น “โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่” และมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จะให้การสนับสนุนการฝึกอบรมศิลปาชีพและปลูกฝังความรู้เรื่องการเกษตร การอนุรักษ์ธรรมชาติแก่ราษฎรที่จะเข้ามาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างผสมกลมกลืน โดย “คนเป็นผู้พิทักษ์รักษาป่า ป่าให้ความร่มเย็น และเป็นแหล่งผลิตอาหารของคน”

กองทัพภาคที่ 3 ได้น้อมนำศาสตร์พระราชา เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการพัฒนาความเจริญทุกมิติให้เกิดขึ้นในพื้นที่และก่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน อย่างยั่งยืนตลอดไป


เพชรบุรี ขอเชิญเที่ยวพักผ่อน หาดร่มหุบชะอำ เปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนส่งท้ายปี

เพชรบุรี – ขอเชิญเที่ยวพักผ่อน หาดร่มหุบชะอำ เปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนส่งท้ายปี

วันที่ 8 ธ.ค.68 นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ จ.เพชรบุรี ได้พาลงพื้นที่ชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี นำเยี่ยมชมบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ชายหาดชะอำ ในทุกๆวันพุทธของทุกอาทิตย์ โดยบรรยากาศการท่องเที่ยวทุกวันพุธจะเป็นชายหาดที่ โล่ง โปร่ง สบาย เพราะเป็นวัน “ร่มหุบ” ที่ไม่มีเตียงผ้าใบมาตั้งเกะกะทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สามารถจอดรถริมชายหาด นำเสื่อไปปูนั่งชิลล์ฟังเสียงคลื่น มองวิวทะเลกว้างๆได้แบบเต็มที่ เหมาะกับการพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธิ์ และเล่นน้ำได้สะดวกกว่าวันปกติเหมาะกับการพักผ่อนจริงๆ โดยเน้นความเรียบง่าย โปร่งโล่ง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมาสัมผัสหาดทรายและทะเลแบบธรรมชาติเต็มๆ โดยทางเทศบาลเมืองชะอำได้เปิดพื้นที่หาดชะอำระยะทาง 5กิโล ให้เป็นชายหาดที่ไม่มีเตียงผ้าใบ ให้บริการนักท่องเที่ยวทุกๆวันพุทธของทุกอาทิตย์ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาวปีใหม่นี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวพักผ่อนได้อย่างสะดวกสบาย

ด้าน นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ เปิดเผยว่า ทุกๆ วันพุทธของทุกอาทิตย์ เทศบาลเมืองชะอำได้เปิดพื้นที่ชายหาดชะอำให้นักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวผักผ่อนได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่มีเตียงผ้าใบให้บริการ สามารถขับรถเที่ยวชมบรรยากาศที่สวยสดงดงามริมชายหาดได้ ทุกๆวันพุธที่หาดชะอำจะเรียกกันว่าวันร่มหุบ เพราะปกติวันอื่นๆ จะมีการตั้งเตียงผ้าใบในบริการนักท่องเที่ยวร่มจะเก็บกลับบ้านทุกเจ้า ปล่อยให้ชายหาดคงธรรมชาติให้ทรายได้รับแสงแดดจจนทำให้เกิดความสะอาดและมีเจ้าหน้าที่มาร่วมกันทำ ความสะอาดชายหาดทุกๆ วันพุธ เพื่อให้เป็นปลอดอากาศแก่นักท่องเที่ยว และยังสามารถนำเตียงผ้าใบ เก้า โต๊ะ เสื่อ มานอนหรือปูนั่งพักผ่อนได้

ชายหาดชะอำมีความหลากหลายในเรื่องธรรมชาติโดยเฉพาะเรื่องของอาหารทะเลสด เรามีสะพานปลา มีพี่น้องชาวประมงนำอาหารทะเลสดๆขึ้นมาจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวทุกวัน ที่ตลาดอาหารทะเลสดปูชัก-สะพานยก ที่มีปูม้า ปลาทะเล หมึก กุ้ง และอาหารทะเลสดๆที่ขึ้นมาจากเรือประทมงทุกวันมาให้นักท่องเที่ยวได้เลือกทานกัน ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่ว ไป ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านเดินทางมาเที่ยวที่หาดชะอำ ชะอำเรามีดีไรอีกหลายอย่าง ที่จะอวดให้กับนักท่องเที่ยวทุกท่านได้ชมกัน


บรรณรต จ.เพชรบุรี

เริ่มแล้ว !! งานเทศกาลกินปลาพาเที่ยวแก่งกระจาน ครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 5-14 ธ.ค.68

เริ่มแล้ว !! งานเทศกาลกินปลาพาเที่ยวแก่งกระจาน ครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 5-14 ธ.ค.68

วันนี้ 6 ธ.ค.68 นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงานกินปลาพาเที่ยวแก่งกระจาน ครั้งที่20 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-14 ธันวาคม 2568 ณ ที่ว่าการอำเภอแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยมี นายธนยศ หิรัญเนตร นายอำเภอแก่งกระจาน, นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานเพชรบุรี, นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประ มงจังหวัดเพชรบุรี, ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวแก่งกระจาน, หัวหน้าส่วนราชการ, คณะผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน, ภาคเอกชน, ผู้นำชุมชน และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

งาน “เทศกาลกินปลาพาเที่ยวแก่งกระจาน ครั้งที่20” นี้ เป็นการเริ่มต้นฤดูการท่องเที่ยวแก่งกระจาน จ.เพชรบุรีมีมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ไฮไลต์ปีนี้คือนักท่องเที่ยวจะพบกับการตกแต่งด้วยไม้ไผ่สวยงาม ประดับดวงไฟสวยงาม พลุ นำเสนองานชาติพันธ์แสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ลานกิจกรรมสร้างความสุข การแสดงศิลปวัฒนธรรม รำวง การแข่งขันกินปลา ประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวชมทะเลหมอกพะเนินทุ่ง ชิมเมนูปลารสเด็ดจากเขื่อนแก่งกระจาน ชิมรสกับเมนูที่ทำจากปลา ปลานิลเผา ปลาแดดเดียว ลวกจิ้มปลาบึก ผัดฉ่าปลากดคลัง ต้มยำปลา ทอดมันปลา และยังมีร้านอาหารกว่า 100 ร้านค้า ให้เลือกชิม

กิจกรรมพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวปีนี้ การขึ้นจุดชมวิวทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่งในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยพานักท่องเที่ยวที่เข้าพักโรงแรม รีสอร์ทในพื้นที่แก่งกระจาน และมาร่วมงานเทศกาลกินปลาพาเที่ยวแก่งกระจาน ที่ลงทะเบียน ณ บูธโซนท่องเที่ยวเพื่อขึ้นชมทะเลหมอกพะเนินทุ่ง จำกัดสิทธิเพียงวันละ 10คน/วัน นอกจากนี้ยังมีเส้นทางท่องเที่ยว แคมป์ปิ้ง ดูดาว ดูนก ดูผีเสื้อ และชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบนสันเขื่อนแก่งกระจาน นั่งเรือรับลมชมบรรยากาศ พระอาทิตย์ตกยามเย็นในอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน นั่งเรือยาง ล่องลำน้ำเพชร ชมธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำเพชร อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นของโรงแรม ที่พัก/รีสอร์ท ลดราคาสุดพิเศษในช่วงเทศกาลจัดงานดังกล่าว

จึงขอเชิญชวนผู้สนใจและนักท่องเที่ยวมาร่วมงาน “เทศกาลกินปลา พาเที่ยวแก่งกระจาน ครั้งที่20” และท่องเที่ยวใน จ.เพชรบุรี ระหว่างวันที่ 5-14 ธ.ค.นี้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ว่าการอำเภอแก่งกระจานโทรศัพท์ 032- 459118 หรือที่ ททท.สำนักงานเพชรบุรี โทรศัพท์ 032-471005-6 และ 1672 เบอร์เดียวทั่วไทย


บรรณรต เพชรบุรี

นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานในการจัดกิจกรรม เนื่องในวันชาติ เเละวันพ่อเเห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568

นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานในการจัดกิจกรรม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ เเละวันพ่อเเห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานในการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ เเละวันพ่อเเห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568

  • เวลา 07.00 น. พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล พระสงฆ์จำนวน 89 รูป ณ วัดประชาราษฎร์บำรุง(รางหมัน) ตำบลรางพิกุล อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
  • เวลา 08.30 น. พิธีวางพานพุ่มดอกไม้ ณ อาคารอเนกประสงค์ วัดประชาราษฎร์บำรุง(รางหมัน) ตำบลรางพิกุล อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดย ปลัดอำเภอกำแพงแสน หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนจิตอาสาพระราชทาน ฯลฯ หัวหน้าส่วนราชการอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมพิธีฯ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยพร้อมเพรียงกัน

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

วัดท่าขนุน ออกรับบิณฑบาด เนื่องในวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568

วัดท่าขนุนออกรับบิณฑบาด เนื่องในวันชาติและวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 เวลา 08.00 น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ประธานชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน ประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลท่าขนุน ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ นำพระภิกษุสามเณร จำนวน 89 รูป รับบิณฑบาตเนื่องในวันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ณ ลาน อเนกประสงค์ ที่ว่าการอำเภอทองผาภูมิ หมู่ที่ 1 ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี


เพชรบุรี เชิญชวนคนไทยพาพ่อเที่ยวอุทยานฯ ฟรี เนื่องในวันที่ 5 ธ.ค.

วันที่ 4 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืชจะเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยพาพ่อเข้าเที่ยวชม อุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ สวนรุกขชาติ รวมถึงพื้นที่คุ้มครองสัตว์ป่าทั่วประเทศฟรี โดยไม่เสียค่าเข้า โดยสามารถพาคุณพ่อเด็กๆและผู้สูงอายุเข้าเที่ยวชมในสวนสัตว์ในสังกัดกรมอุทยานได้ฟรีทั่วประเทศ เพื่อเป็นการมอบของขวัญสุดพิเศษให้แก่คุณพ่อทุกคน เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 5 ธค.68 นี้

โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่3 สาขาเพชรบุรี ดูแลพื้นที่อุทยานแห่งชาติอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, อุทยานแห่งชาติกุยบุรี, อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด, อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง, อุทยานแห่งชาติหาดวนกร, อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม ร่วม 6 แห่ง และพื้นที่วนอุทยานรวม 6 แห่ง ได้แก่ วนอุทยานท้าวโกษา, อุทยานแห่งชาติหาดวนกร, วนอุทยานปราณบุรี, อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง, วนอุทยานห้วยน้ำซับ และ วนอุทยานเขาตาม่องล่าย และสถานีเพราะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี-ประจวบคิรีขันธ์ พร้อมเปิดให้บริการนักท่องเที่ยววันที่พ่อที่ 5 ธ.ค.นี้ฟรี

นายนิทัศน์ นุ่นสง ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่3สาขาเพชรบุรี กล่าวว่า เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ธ.ค.ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้เปิดพื้นที่อุทยานแห่งชาติให้นักท่องเที่ยวชาวไทย เข้าเที่ยวชมฟรีทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ดูแลอุทยานฯ และวนอุทยานในพื้นที่2 จังหวัด คือจังหวัดเพชรบุรี จะเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวชมทะเลหมอก สัมผัสอากาศหนาว เยี่ยมชมสัตว์ป่าต่างๆ ได้ฟรี ในส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้แก่ หาดวนกร, อุทยานแห่งชาติกุยบุรี, น้ำตกห้วยยาง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเที่ยวชมได้ฟรีตลอดทั้งวันในวันที่ 5 ธันวาคม สำหรับน้องๆหนูๆ ที่ชื่นชอบสัตว์ป่าและอยากใกล้ชิดสัตว์ป่า สามารถเดินทางไปเลี้ยงอาหารสัตว์ป่าได้ที่สถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทราย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และยังสามารถร่วมเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์ให้สัตว์ป่าได้ โดยการสมทบทุนจัดซื้ออาหารให้สัตว์ป่าได้อีกด้วย ซึ่งสัตว์ป่าดังกล่าวอยู่ในความดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช


บรรณรต จ.เพชรบุรี

ผบก.ภ.จว.นครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการ “สานต่อความห่วงใยขับขี่ปลอดภัยทุกเส้นทาง”

ผบก.ภ.จว.นครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการ “สานต่อความห่วงใยขับขี่ปลอดภัยทุกเส้นทาง”

วันที่ 3 ธ.ค. 2568 เวลา 15.30 น. พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม (ประธานในพิธี) โดยมีนายจำนงค์ ภักดี ผู้อำนวยการโรงเรียนบางเลนวิทยา พร้อมด้วย กำนันยงยุทธ เพชรดี ประธาน กต.ตร.สภ.บางเลน, นายอาคม ใจแจ้ง กต.ตร.สภ.บางเลน, mr.Lee Ah baa
กต.ตร.สภ.บางเลน, พ.ต.อ.อภิศักดิ์ กำเนิด ผกก.สภ.บางเลน, พ.ต.ท.อุทัย สุมาลัย รอง ผกก. ป.สภ.บางเลน, พ.ต.ท.รวิพงศ์ เลิศพันธุ์ สวป.สภ.บางเลน, คณะ กต.ตร.สภ.บางเลน, ข้าราช การตำรวจ สภ.บางเลน ร่วมพิธีเปิดโครงการ “สานต่อความห่วงใย ขับขี่ปลอดภัยทุกเส้นทาง” เพื่อเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยมุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกและวินัยจราจร ให้แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับในการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569

โดยมีกิจกรรมมอบหมวกนิรภัยตามโครงการ “สานต่อความห่วงใย ขับขี่ปลอดภัยทุกเส้นทาง” เน้นการสวมหมวกนิรภัย เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุจราจรทางบก ให้แก่ประชา ชนผู้ใช้เส้นทางในพื้นที่ ให้แก่ นักเรียน 3 โรงเรียน (บ้านบางเลน, วัดผาสุการาม, บางเลนวิทยา), ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในพื้นที่, ประชาชนผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ รวม จำนวน 325 ใบ ณ โรงเรียนบางเลนวิทยาคม ต.บางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

การแข่งขันทักษะวิชาการด้านบริหารธุรกิจ ระดับชาติ ครั้งที่ 3

สุพรรณบุรี – มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์สุพรรณบุรี จัดโครงการการแข่งขันทักษะวิชาการด้านบริหารธุรกิจ ระดับชาติ ครั้งที่ 3 (BA&IT EXPO 2025) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์สุพรรณบุรี จัดโครงการการแข่งขันทักษะวิชาการด้านบริหารธุรกิจ ระดับชาติ ครั้งที่ 3 (BA&IT EXPO 2025) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ดร.อุดม โปร่งฟ้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งชันทักษะวิชาการด้านบริหารธุรกิจ ระดับชาติ ครั้งที่ 3 และมหกรรมวิชาการนวัตกรบริหารธุรกิจ BA&IT EXPO SUPHANBURI 2025 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์สุพรรณบุรี อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เพื่อมุ่งส่งเสริมศักยภาพเยาวชนไทยให้ก้าวทันโลกธุรกิจยุคดิจิทัล สร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ นวัตกรรม และภาวะผู้นำผ่านการลงมือทำจริง เพื่อเป็นการเปิดพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ พัฒนา และประชันศักยภาพของเยาวชนด้านบริหาร ธุรกิจจากทั่วประเทศ

โดยมี ดร.ณรงค์ศักดิ์ แสงป้อม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์สุพรรณบุรี กล่าวต้อนรับ มีนายสุระบัณฑิต กันยานะ นายอำเภอสามชุก นายสุวัฒน์ ปานเพ็ชร นายกเทศมนตรีตำบลสามชุก นางธัญญารัตน์ สาริกา ผู้อำนวยการกองบริหารทรัพยา กรสุพรรณบุรี คณะผู้บริหาร ครู อาจารย์ และนักเรียน-นักศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพทั่วประเทศ จำนวนมาก เข้าร่วมกิจกรรม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรชัย เอมอักษร คณบดีคณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวว่าวัตถุประสงค์การจัดงานนี้ขึ้น เพื่อเป็นเวทีพัฒนาทักษะด้านวิชาการของนักเรียนและนักศึกษาด้านบริหารธุรกิจ และมุ่งหวังสร้างเครือข่ายโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา วิทยาลัยการอาชีพต่างๆทั่วประเทศ โดยนำเอานโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และจังหวัดสุพรรณบุรี มาบูรณาการ การเรียนการสอนและพัฒนาศักยภาพทักษะอาชีพระดับสูง ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพและคุณครู โดยมีสถานศึกษาสมัครเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 450 ทีม 150 โรงเรียน จากทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 910 คน

โดยมีรูปแบบกิจกรรมทั้งสิ้น 8 การแข่งขัน ได้แก่ การแข่งขันชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จำนวน 4 รางวัล ดังนี้

  1. การแข่งขันการเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรม (INNOVATOR NEXT GEN)
  2. การแข่งขันตอบปัญหาทางบัญชี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
  3. การแข่งขันตอบปัญหาทางบัญชี ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
  4. การแข่ขันทักษะการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (GEN Aldea Challenge)

และการแข่งขันชิงถ้วยชนะเลิศ ดร.อุดม โปร่งฟ้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 4 รางวัล ได้แก่

  1. การแข่งขัน BA&IT E-SPORT MATCH Presented by TRUE&G
  2. การแข่งขัน BA&IT BOARD GAMES CHAMPIONSHIP ศึกเจียระในเพชร
  3. การแข่งขัน LiveStorm Creators Challenge : U R The Next Star
  4. การแข่งขัน BIZIT COVER DANCE SUPHANBURI CONTEST 2025 ซึ่งสอดรับกับการที่สุพรรณบุรี ได้รับการประกาศเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีขององค์การยูเนสโก

สำหรับ BA&IT EXPO SUPHANBURI 2025 คือการจุดกำเนิดผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ เยาวชนจากทั่วประเทศได้แสดงพลังสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ ผ่านการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การคิดเชิงกลยุทธ์ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างสรรค์โซลูชันใหม่ ๆ เพื่อสร้างเมืองนวัต กรรมการศึกษายุคดิจิทัล ที่พุ่งเป้าสำคัญในการสร้างสังคมคุณภาพที่ผสมผสานธุรกิจและเทคโนโลยี เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดและประเทศในอนาคต


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ตรวจเยี่ยมโครงการโคก หนอง นา เรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี

ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ตรวจเยี่ยม และรับฟังสรุปผลการดำเนินงานโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” ที่เรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี

วันที่ 3 ธ.ค.2568 พลตรีกัลย์สรรค์ จันทรเสน ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ระดับ 10, พลเอกสมบัติ ธัญญะวัน นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์, หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ และคณะศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทานฯ (คณะกรรมการโครงการพระราชทานฯ), นายสมบูรณ์ ศิลา รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เข้าตรวจเยี่ยมรับฟังการนำเสนอภาพรวมและติดตามการดำเนินงานโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2568 รุ่น 7/5 พร้อมให้กำลังใจผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และครูพาทำโดยมีนายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายสิทธิวิชญ์ รัตนาชัยศิริ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี และคณะให้การต้อนรับ

โครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นพื้นที่สำหรับการฝึกวิชาชีพ เป็นศูนย์การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การให้กำลังใจและให้โอกาสสำหรับผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ ตลอดจนประชา ชนและสังคม โดยการประสานงานบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายในพื้นที่ ทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทั้งด้านการบริหารจัดการพื้นที่ การบริหารทรัพยากร การเผยแพร่องค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

นายสิทธิวิชญ์ รัตนาชัยศิริ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่าเรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี ได้มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้โครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคก หนอง นา แห่งใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” ตั้งแต่ปี 2563 เพื่อให้เป็นพื้นที่สำหรับการฝึกอาชีพ เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายในพื้นที่สำหรับการให้กำลังใจ และให้โอกาสสำหรับผู้ต้องขังและประชาชนทั่วไป ซึ่งกรมราชทัณฑ์ได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการฝึกอบรมผู้ต้องขัง การพัฒนาศักยภาพบุคลากร เจ้าหน้าที่ให้เป็นครูพาทำ และการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้โครงการพระราชทาน ฯ ส่งผลให้ผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ บุคลากรในสังกัด ตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้น้อมนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินชีวิต อีกทั้งเป็นการสืบสานต่อยอดโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” ด้วย


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี