ลุ้นหัวใจแทบวาย ! เบสบอลชายไทย แซง สิงคโปร์ ระทึก 6-4 รัน คว้าชัย 4 นัดรวดซีเกมส์

ทีมเบสบอลชายไทย ลุ้นหัวใจแทบวาย แซงชนะ สิงคโปร์ สุดระทึก 6-4 รันคว้าชัย 4 นัดรวด โอกาสเข้าชิงสดใส ศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33

การแข่งขัน เบสบอลชาย ในมหกรรมซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา อำเภอธัญบุรี (รังสิต คลอง 6) เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ทีมชาติไทย ลงสนามนัดที่ 4 พบกับ ทีมชาติสิงคโปร์

ผลงานที่ผ่านมาของทั้งสองทีม ทีมชาติไทย ชนะน็อก เวียดนาม 16-0,ชนะน็อก สปป.ลาว 12-1,ชนะ อินโดนีเชีย 10-1 ส่วน สิงคโปร์ ชนะ สปป.ลาว 13-1,แพ้ ฟิลิปปินส์ 3-17,ชนะ เวียดนาม 19-12

เกมนี้ ไทย โดน สิงคโปร์ นำไปก่อน 0-3 และ 2-4 ก่อนฮึดไล่มาตีเสมอ 4-4 ในอินนิ่งที่ 7 และแซงเอาชนะ สิงคโปร์ ไปได้สุดระทึก 6-4 รัน ส่งผลให้ ทีมชาติไทย คว้าชัยชนะ 4 นัดรวด โอกาสเข้าชิงชนะเลิศสดใส

จบเกม พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส นายกสมาคมกีฬาเบสบอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “วันนี้เป็นอีกหนึ่งเกมที่ทีมของเราต้องออกแรงไม่น้อย ช่วงต้นเกมเราถูกนำไปก่อนถึง 3-0 รัน แต่ด้วยความมุ่งมั่นและการประสานงานที่ดีของทุกคน เราค่อยๆ ไล่ตามจนสามารถพลิกสถาน การณ์กลับมา และคว้าชัยชนะได้สำเร็จในท้ายที่สุด โดยวันพรุ่งนี้เราจะเจอกับแชมป์เก่า ฟิลิปปินส์ ฝากติดตามชมและเชียร์น้อง ๆ ทีมเบสบอลชายไทยกันด้วยครับ”

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป ทีมชาติไทย จะพบกับแชมป์เก่า ฟิลิปปินส์ ในวันที่ 10 ธันวาคม 2568 และนัดสุดท้าย พบ มาเลเซีย ในวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ซึ่งทั้งสองนัด แข่งขันเวลา 14.00 น. ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา อำเภอธัญบุรี (รังสิต คลอง 6)

ทั้งนี้ เบสบอลชาย ในซีเกมส์ครั้งที่ 33 มี 7 ชาติร่วมชิงชัย แข่งขันแบบพบกันหมด โดยทีมอันดับ 1 และ 2 จะผ่านเข้าสู่รอบชิงเหรียญทอง ส่วนทีมอันดับ 3 และ 4 จะชิงเหรียญทอง แดง

ติดตามความเคลื่อนไหวสมาคมเบสบอลแห่งประเทศไทยได้ที่
https://www.facebook.com


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เด็กจัดการฯ ม.ศิลปากร คว้าเหรียญทอง สาขา Restaurant Service การแข่งขัน World Skills Asia Taipei 2025

เด็กจัดการฯ ม.ศิลปากร คว้าเหรียญทอง สาขา Restaurant Service การแข่งขัน WorldSkills Asia Taipei 2025

มหาวิทยาลัยศิลปากร ขอแสดงความภาคภูมิใจและยินดีอย่างยิ่งกับความสำเร็จระดับนานา ชาติของ นางสาวพัชรมล ลิ่มทอง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการจัดการโรงแรม ที่สามารถคว้ารางวัลเหรียญทอง (Gold Medal) สาขา Restaurant Service จากเวทีการแข่งขัน World Skills Asia Taipei 2025 ครั้งที่ 3 ณ กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน

นางสาวพัชรมล ลิ่มทอง ได้แสดงศักยภาพและทักษะด้านการบริการอาหารและเครื่องดื่มอย่างยอดเยี่ยมเหนือคู่แข่งจากประเทศอื่น ๆ ในทวีปเอเชีย ในการแข่งขัน WorldSkills Asia Taipei 2025 ครั้งที่ 3 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 พฤศจิกายน 2568 ณ Taipei Nangang Exhibition Center

ซึ่งการแข่งขันในสาขา Restaurant Service เป็นการวัดความสามารถรอบด้านของนัก ศึกษาในทักษะงานบริการที่เป็นเลิศ ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานการเรียนการสอนที่เข้มข้นของสาขาวิชาการจัดการโรงแรม คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปา กร ที่มุ่งเน้นทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเพื่อผลิตบุคลากรคุณภาพสู่ตลาดแรงงานระดับสา กล 

โดยรางวัลเหรียญทองในเวทีระดับเอเชียนี้ไม่เพียงแต่เป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่น ทุ่มเท และพรสวรรค์ของนักศึกษาไทยในสาขาบริการ ซึ่งนับเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ ทั้งยังเป็นการส่งต่อแรงบันดาลใจที่ดีเยี่ยมให้กับนักศึกษารุ่นต่อๆ ไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รองอธิบดี กพร. ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามผล MOU พัฒนาช่างและบริการ พร้อมรับมอบอุปกรณ์ช่างสนับสนุนการฝึกอบรม

รองอธิบดี กพร. ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามผล MOU พัฒนาช่างและบริการ พร้อมรับมอบอุปกรณ์ช่างสนับสนุนการฝึกอบรม

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาฝีมือแรงงานในกลุ่มช่าง งานสนับสนุนช่าง และงานบริการลูกค้า ณ ศูนย์บริการซัมซุง จังหวัดเชียงใหม่ และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 19 เชียงใหม่ โดยมี นายเด่นดวง ลำเพยพล ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 19 เชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ นายธนากร สุขศรี รองผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท ไทย ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวถึงวัตถุประสงค์การดำเนินงาน

นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ในนามของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานผมขอขอบคุณบริษัท ไทย ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้การสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ช่างเครื่องปรับอากาศ จำนวน 5 ชุด (22 รายการ) มูลค่า 174,287 บาท (หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นสี่พันสองร้อยแปดสิบเจ็ดบาทถ้วน) เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาฝีมือแรงงานช่างเครื่องปรับอากาศตามแผนงานปกติของกรมพัฒนาฝีมือแรง งาน และเข้าร่วมติดตามผลการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาฝีมือแรงงานในกลุ่มช่าง งานสนับสนุนช่าง และงานบริการลูกค้า ในวันนี้ ต้องขอแสดงความชื่นชมบริษัท ไทย ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ในฐานะสถานประกอบกิจการเป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ ในประเทศไทยที่เห็นความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงาน และได้บูรณาการความร่วมมือร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาร่วมกันจัดฝึกอบรมหลักสูตรการติดตั้งและซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศในบ้านและการพาณิชย์ขนาดเล็ก การซ่อมบำรุงโทรศัพท์เคลื่อนที่ซัมซุง และการติดตั้งและซ่อมบำรุงรักษาจอแสดงผลเพื่อประชาสัมพันธ์ มีผู้ผ่านการฝึกอบรม จำนวน 361 คน และบริษัทยังมอบชุดเครื่องมือและเครื่องปรับอากาศซัมซุง มูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาฝีมือแรงงานช่างเครื่องปรับอากาศ

นายภัทรวุธฯ กล่าวต่อไปว่า การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเป็นนโยบายหลักประการหนึ่งของรัฐบาล ซึ่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานมาตลอด รวมทั้งได้ตระหนักเสมอว่าภาคเอกชนมีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการพัฒนากำลังแรงงานของประเทศ ดังนั้น การสนับสนุนของบริษัท ไทย ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด จึงเป็นความร่วมมือที่ช่วยผลักดันให้กำลังแรงงานได้มีโอกาสพัฒนาทักษะฝีมือให้มีความเป็นมืออาชีพ อันเป็นการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานของประเทศให้มีศักยภาพสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะนำเครื่องมือและอุปกรณ์ช่างเครื่องปรับอากาศที่ได้รับมอบในครั้งนี้ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อจัดทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาช่างเครื่องปรับอากาศในบ้านและการพาณิชย์ขนาดเล็ก ระดับ 1 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และสร้างสรรค์สังคมตามเจตนารมณ์ของบริษัทต่อไป

“กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ขอขอบคุณบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนอันดีอย่างเสมอมา ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มทักษะและผลิตภาพแรงงาน แต่ยังช่วยสร้างแรงงานคุณภาพที่ตรงกับความต้องการของตลาด และสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคอีกด้วย” นายภัทรวุธฯ กล่าวในตอนท้าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“เสี่ยโก้” โปรโมเตอร์มวยโลก ร้องนายกฯ โดน บริษัทโฆษณาชื่อดัง ร่วมเจ้าหน้าที่รัฐโกง สู้มา 10 ปี ไม่ได้รับความเป็นธรรม

“เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกรางวัลยอดเยี่ยมของเอเชีย 3 สถาบัน เดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรม ในวันคอร์รัปชั่นสากล (ประเทศ ไทย) พร้อมหอบหลักฐานเหตุการณ์ บ.แพลน บีฯ ร่วมมืออดีตเจ้าหน้าที่ภาครัฐปลอมแปลงเอกสารสำคัญ ทำให้ตนเสียหายกว่า กว่า 5,000 ล้านบาท และภาครัฐสูญรายได้กว่า 1,000 ล้านบาท

วันที่ 9 ธ.ค.2568 ที่ ฮอลล์ 4 อิมแพค เมืองทองธานี รัฐบาล ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช., สำนัก งาน ป.ป.ท., องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ร่วมจัดงาน “วันต่อค้านคอร์รัปชั่นสากล (ประเทศไทย) ภายใต้แนวคิด “HERO OF THE TRUTH ร่วมหยุดคอร์รัปชั่น” โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งโอกาสนี้ “เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลก ของ “ก่อเกียรติ บ็อกซิ่ง กรุ๊ป จำกัด” เตรียมนำหลักฐาน บริษัทโฆษณาชื่อดัง ร่วมอดีตผู้บริหารของรัฐ ทุจริตสัมปทานโฆษณา บนรถเมล์ ขสมก. และตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจนเกิดความเสียหายมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท และทำให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท จากการกระทำของ บริษัทโฆษณาชื่อดัง และอดีตผู้บริหารของรัฐ-เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ที่รัฐร่วมทุจริตปลอมลายเซ็นต์นายก่อเกียรติฯ และภรรยาเพื่อยึดครองสัมปทานโฆษณาบนรถเมล์ ขสมก. ก่อให้เกิดความเสียหายตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 มีการทุจริตภายในร่วมกับภาคเอกชนร่วมการปลอมแปลงและเปลี่ยนแปลงเอกสารทางราชการจำนวนมาก

เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจาก บริษัท ก่อเกียรติ กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้ได้รับสัมปทานบนรถเมล์ ขสมก. ซึ่งจำนวนรถที่จะติดป้ายโฆษณาเพิ่มขึ้นตามสัญญาแต่ละช่วง ก่อนที่ บริษัทโฆษณาชื่อดัง และอดีตผู้บริหารของรัฐได้เร่งขยายสัญญาโฆษณาล่วงหน้า 5 ปี และมีการเปลี่ยน แปลงอัตราค่าตอบแทนกับจำนวนรถที่โฆษณา ทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ ขสมก.ได้รับ เมื่อเทียบกับรายได้ของ บริษัทโฆษณาชื่อดัง ทำให้ บริษัท ก่อเกียรติ กรุ๊ป จำกัด ต้องเป็นผู้รับผิดชอบกรณีการขาดทุนที่จะเกิดขึ้นในเวลาอีก 10 ปี 

ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นเจตนาทุจริตร่วมกันระหว่าง บริษัทโฆษณาชื่อดัง และ อดีตผู้บริหารของรัฐ ด้วยการปลอมลายเซ็นต์ นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และภรรยา เพื่อถือครองสัมปทานโฆษณาบนรถเมล์ ขสมก.โดยมิชอบด้วยการเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้น จนทำให้เกิดความเสียหายมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท และความเสียหายต่อภาครัฐไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ เผยว่า ตนเองเชื่อมั่นในระบบความยุติธรรมของประเทศไทยมาโดยตลอด และในวันที่ 9 ธันวาคม ซึ่งเป็น “วันคอร์รัปชั่นสากล” (ประเทศไทย) ได้มีการจัดกิจกรรม “HERO OF THE TRUTH” ร่วมหยุดคอร์รัปชั่น เพื่ออนาคตไทยที่โปร่งใสและยั่งยืน ที่ ฮอลล์ 4 อาคารศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เวลา 09.00 น. โปรโมเตอร์มวยโลกรางวัลยอดเยี่ยมของเอเชีย 3 สถาบัน จึงเดินทางมาพบกับ นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรม และยังเป็นการแสดงออกที่ชัดเจนของรัฐบาลที่ต้องการปราบปรามการทุจริตคิดมิชอบ เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ประชาชนทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขสืบไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

นายอำเภอกำแพงแสน เข้าพบผู้บัญชาการโรงเรียนการบิน เพื่ออำลาเนื่องในโอกาสย้ายไปรับดำรงตำแหน่งนายอำเภอนครชัยศรี

นายอำเภอกำแพงแสน เข้าพบผู้บัญชาการโรงเรียนการบินเพื่ออำลาเนื่องในโอกาสย้ายไปรับดำรงตำแหน่งนายอำเภอนครชัยศรี

วันอังคารที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เวลา 09.30 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอกำแพ งแสน เข้าพบ พลอากาศตรี ดิษฐพล ชูวงษ์ ผู้บัญชาการโรงเรียนการบิน เพื่ออำลาเนื่องในโอกาสย้ายไปดำรงตำแหน่ง นายอำเภอนครชัยศรี ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ณ ห้องรับรองกองบัญชาการโรงเรียนการบิน ตำบลกระตีบ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนคร ปฐม

ในการนี้ นายอำเภอกำแพงแสน ได้ร่วมพูดคุยและกล่าวขอบคุณถึงความร่วมมืออย่างดียิ่งในการสนับสนุนภารกิจของกำลังพล ในภารกิจบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ของอำเภอกำแพงแสนตลอดระยะการปฏิบัติราชการที่ผ่านมา


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

อบต.ทุ่งขวาง จัดโครงการ “ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุ” ให้กับผู้สูงอายุในชุมชน

อบต.ทุ่งขวาง จัดโครงการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมโรงเรียนผู้สุงอายุให้กับผู้สูงอายุในชุมชน

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น .องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง ได้ดำเนินการจัดโครงการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุ ประจำเดือน ธันวาคม 2568 โดยมีนายสุนทร สมัยนิยม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง เป็นประธานกล่าวเปิดโครง การ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นายพุธิชัย หนุ่มกันนา รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง, นางสาววรรณภา คำดี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง, นางสาวอำพร อินทร์คง เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง, นายจอมใจ กองเกตุใหญ่
ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง, นางแสงเทียน เศรษฐวิทยา รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง และผู้นำชุมชน, ชมรมผู้สูงอายุ, เจ้าหน้าที่ อบต.ทุ่งขวาง, เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ทุ่งขวาง เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศาลาเอนกประสงค์หมู่ที่ 6


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ร.ร.บ้านเนินมะค่า พร้อมร.ร.บ้านบัววัฒนา ร่วมกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารี

เพชรบูรณ์ – โรงเรียนบ้านเนินมะค่า พร้อมด้วยโรงเรียนบ้านบัววัฒนา ร่วมกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสนามโรงเรียนบ้านเนินมะค่า นำโดย นายชนินทร์ วงศ์แก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเนินมะค่า คณะครู บุคลากรทางการศึกษา ได้จัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือสำรอง ลูกเสือสามัญ และเนตรนารี ประจำปีการศึกษา 2568 ณ ค่ายลูกเสือชั่วคราวโรง เรียนบ้านเนินมะค่า หมู่ 3 ตำบลบัววัฒนา อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ในระหว่างวันที่ 4 – 5 ธันวาคม 2568 เพื่อให้นักเรียน ศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบของลูกเสือ-เนตรนารี สร้างวินัยให้กับนักเรียน ส่งเสริมให้รู้จักช่วยเหลือตนเอง และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

พร้อมกันนี้ โรงเรียนบ้านบัววัฒนา นำโดย นางสาวนุชจิรา จันทร์โคตร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบัววัฒนา พร้อมคณะครู ได้ร่วมนำนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ประจำปีการศึกษา 2568 ทำกิจกรรม เข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารี ณ ค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนบ้านเนินมะค่า ์เพื่อให้นักเรียนได้ตระหนักในระเบียบวินัย หน้าที่ความรับผิดชอบ ให้นักเรียนได้แสดงความสามารถในด้านต่างๆ ตลอดจนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ และปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

กอ.รมน.สุโขทัย ลงพื้นที่รณรงค์ป้องกันปัญหาฝุ่น PM 2.5 และการเผาในที่โล่ง ให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย

กอ.รมน.จังหวัดสุโขทัย ลงพื้นที่รณรงค์ป้องกันปัญหาฝุ่น PM 2.5 และการเผาในที่โล่ง ให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 เวลา 13.30 นาฬิกา พันเอก พงศธร นิพภยะ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย (ฝ่ายทหาร) มอบหมายให้ ร้อยตรี ภานุวัฒน์ หุมอาจ หัวหน้าชุดรวบรวมตรวจสอบข่าวสาร 315ฯ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองพันขนส่งที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 (กองพันประจำอำเภอ) ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์รณรงค์ แบบเคาะประตูบ้าน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ให้ประชาชนทราบถึงภัยอันตรายจากการเผาในที่โล่ง และภัยอันตรายจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (pm 2.5)ให้กับประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ 2, 3, 4 และ 5 ตำบลนาเชิงคีรี อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย

เพื่อให้ข้อมูลโดยตรงแก่ประชาชนถึงอันตรายของการเผาเศษวัสดุต่างๆ ในที่โล่ง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคทางเดินหายใจ พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางลดมลพิษทางอากาศ เช่น การใช้วิธีไถกลบแทนการเผา การทำปุ๋ยหมักจากเศษวัสดุ และวิธีป้องกันตนเองจากฝุ่น PM 2.5 เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน


ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 จัดกิจกรรม “มอบรอยยิ้ม ด้วยความห่วงใย มอบความจริงใจ สู้ภัยฤดูหนาว” ให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37 ชุดปฏิบัติการประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ.ห้วยหญ้าไซ จัดกิจกรรม “มอบรอยยิ้ม ด้วยความห่วงใย มอบความจริงใจ สู้ภัยฤดูหนาวนี้” มอบถุงยังชีพพระราชทานและผ้าห่มกันหนาวให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ จัดกำลังพลและกำลังจิตอาสาพระราชทาน เข้าพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนกลุ่มเปราะบางของครอบครัว นายจะสีโจ จะกอ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 18 เป็นผู้พิการทางพูด (เป็นใบ้) และทางการได้ยินเสียง (หูตึง) อาศัยอยู่กับครอบครัว จำนวน 3 คน และครอบครัว นายจะแฮ มูเซอ อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 72 หมู่ที่ 18 เป็นผู้พิการทางขาเนื่องจากถูกระเบิดทำให้ขาขาดบริเวณข้อขา(ไปหาของป่า) อาศัยอยู่กับครอบครัว 2 คน

ซึ่งทั้ง 2 ครอบครัว มีฐานะค่อนข้างจะยากจน การดำรงชีวิตประจำวันมีความยากลำบาก ไม่มีรายได้เป็นประจำ ครอบครัวจึงจำเป็นต้องอาศัยการรับจ้างทั่วไป เช่น ปลูกข้าวโพด หักข้าว โพด ปลูกข้าว เกี่ยวข้าว ถางหญ้า ตัดไม้ แบกหามต่างๆ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประสบความทุกข์ยาก จึงได้มอบถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 2 ถุง ปร ะกอบด้วย มาม่า ปลากระป๋อง นำมันพืช ยาเวชภัณฑ์ เป็นต้น ผ้าห่มกันหนาวจากบริษัทโตโยต้า จำกัด และจากกองทัพบก จำนวน 5 ผืน เนื่องจากห้วงนี้เข้าสู่ฤดูหนาว อีกทั้งบนยอดดอยจะมีอากาศที่หนาวเย็นมาก จึงทำให้ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศหนาวเย็น พร้อมกันนี้ยังได้ให้กำลังใจกับครอบครัว ขอให้สู้ต่อไป และหากมีอะไรให้ทหารได้ช่วยเหลือทางหน่วยยินดีให้ความช่วยเหลือเต็มขีดความสามารถ

และจากนั้น ชุดปฏิบัติการประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ จัดกำลังพลและกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน เข้าพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนและกลุ่มเปราะบางครอบครัวขิง นายจะดา จะสอ อายุ 80 ปี บ้านเลขที่ 17 หมู่ที่ 18 เป็นผู้ชราภาพ โดยได้พักอาศัยอยู่กับครอบครัว จำนวน 8 คน และครอบครัว นายจะนะ จะอู๋ บ้านเลขที่ 22 หมู่ที่ 9 พิการทางขาเดินไม่ได้ โดยได้พักอาศัยอยู่กับครอบครัว จำนวน ๗ คน และครอบครัวนายหมี่ผ่า มาเยอะ บ้านเลขที่ 164 หมู่ที่ 11 ซึ่งเป็น ผู้ป่วยติดเตียง โดยได้พักอาศัยอยู่กับครอบครัว จำนวน ๓ คน

ซึ่งทั้ง ๓ ครอบครัว มีฐานะค่อนข้างจะยากจน การดำรงชีวิตประจำวันมีความยากลำบาก ไม่มีรายได้เป็นประจำ ครอบครัวจึงจำเป็นต้องอาศัยการรับจ้างทั่วไป เช่น ปลูกข้าวโพด หักข้าวโพด ปลูกข้าว เกี่ยวข้าว ถางหญ้า ตัดไม้ แบกหามต่างๆ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประสบความทุกข์ยาก จึงได้มอบถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 3 ถุง ประกอบด้วย มาม่า ปลากระป๋อง นำมันพืช ยาเวชภัณฑ์ เป็นต้น ผ้าห่มกันหนาวจากบริษัทโตโยต้า จำกัด และจาก กองทัพบก จำนวน 12 ผืน เนื่องจากห้วงนี้เข้าสู่ฤดูหนาว อีกทั้งบนยอดดอยจะมีอากาศที่หนาวเย็นมาก จึงทำให้ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศหนาวเย็น พร้อมกันนี้ยังได้ให้กำลังใจกับครอบครัว ขอให้สู้ต่อไป และหากมีอะไรให้ทหารได้ช่วยเหลือทางหน่วยยินดีให้ความช่วยเหลือเต็มขีดความสามารถ

ทั้งนี้ ครอบครัวของประชาชนกลุ่มเปราะบาง ได้กล่าวขอบคุณทหารที่นำถุงยังชีพพระราช ทานและผ้าห่มกันหนาวมามอบให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนอื่นใด ซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นบ.ยส.24 ร่วมกับ ป.ป.ส. ประชุมมอบแนวทางการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2569

นบ.ยส.24 ร่วมกับ ป.ป.ส. ประชุมแถลงคำสั่ง และมอบแนวทางการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2569 เอาจริง! เปิดยุทธการ 2 เดือน ยึดยาบ้าทะลุ 23 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 875 ล้านบาท!

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 เวลา 13.30 นาฬกา ที่โรงแรมเวลาดี นครพนม อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2/ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ( มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) มอบหมายให้พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 2/ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชาย แดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (รอง มทภ.2/รอง ผบ.นบ.ยส.24) และนายอภิกิจ ฉ. โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (รอง เลขาธิการ ป.ป.ส.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมแถลงคำสั่งหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

และมอบ แนวทางการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2569 ขึ้น เพื่อให้ทุกหน่วย ทุกส่วนราชการได้รับทราบ บทบาทอำนาจ หน้าที่ และแนวทางการปฏิบัติภารกิจ บูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน พร้อมทั้งได้มอบนโยบาย และข้อเน้นย้ำในการปฏิบัติงานจาก รองเลขาธิการ คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้หัวหน้าส่วนราชการได้รับทราบ และจะนำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้ การแก้ไขปัญหายาเสพติดเกิดประสิทธิภาพ ตามความมุ่งหมายของคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด และรัฐบาล เพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อันจะส่งผลให้การสกัดกั้นป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป….

สำหรับ นบ.ยส.24 มีหน้าที่ในการ วางแผน อำนวยการ ประสานงาน และผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนในพื้นที่รับผิดชอบ เข้าดำเนินการ และปฏิบัติการ สกัดกั้น ยับยั้ง และจับกุม ไม่ให้มีการลักลอบนำยาเสพติด เข้ามาในประเทศ และสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ผ่านไปยัง พื้นที่แหล่งผลิตในสามเหลี่ยมทองคำ, ปราบปราม ทำลายโครงสร้างเครือข่ายการค้ายาเสพติด และวงจรทางการเงินของกลุ่มนักค้ายาเสพติดตามแนวชายแดน, ปราบปรามการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านระบบโลจิสติกส์ตามแนวชายแดน,เสริมสร้างความเข้มแข็งของ หมู่บ้าน/ชุมชนตามแนวชายแดน เพื่อต่อต้าน ยาเสพติด เฝ้าระวัง และช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการแจ้งข่าว ในพื้นที่รับผิดชอบ ให้มากที่สุดและยั่งยืน,ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านให้ช่วยดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้ค้ายาเสพติดและหลบหนีหมายจับเข้าไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศ และดำเนินการอื่นๆ ที่จำเป็น เพื่อไม่ให้ยาเสพติดถูกลักลอบลำเลียงเข้ามาในประเทศ

โดยมี แนวทางการปฏิบัติงานตาม 6 มาตรการหลักที่ ป.ป.ส. กำหนด ได้แก่ มาตรการสกัดกั้น มอบให้ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และกองกำลังสุรนารี เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก, มาตรการปราบปราม มอบให้ ตำรวจภูธรภาค 3, ภาค 4 และกองบังคับการ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก, มาตรการป้องกัน มอบให้ จังหวัด ในบทบาทของ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก, มาตรการบำบัด มอบให้ สาธารณสุขจังหวัด เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก, มาตรการบูรณาการ ทุกส่วนราชการ มีส่วนร่วมกัน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด, มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้ช่องทาง ของคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน ระหว่างจังหวัดกับแขวง (GBC), ชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย – ลาว ของกองกำลังป้องกันชายแดน และ หน่วยประสานงานประจำพื้นที่ชายแดน ของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2

โดยในห้วง 2 เดือน ที่ผ่านมา สามารถตรวจยึด ผู้ต้องหาได้ 252 ราย ของกลาง ยาบ้า 25,790,061 เม็ด, ไอซ์ 2,167.61 กิโลกรัม, เฮโรอีน 22 กิโลกรัม และยาเสพติดชนิดอื่นๆ อีกหลายรายการ รวมเป็นมูลค่าของกลาง 1,071,633,811 บาท ในวันนี้ ได้กำหนดจัดการประ ชุมแถลงคำสั่งและมอบแนวทางการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2569 ขึ้นเพื่อให้ทุกหน่วย ทุกส่วนราชการ ได้รับทราบ บทบาทอำนาจหน้าที่ และแนวทางการปฏิบัติภารกิจ บูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนต่อไป…


นที มีเดช รายงาน