ส.ป.ก. บุรีรัมย์ส่งมอบธารน้ำใจสู่ศูนย์พักพิงชายแดน

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธค 68 เวลา 9.30 น. นายประเสริฐ กาญจนเกียรติกุล ปฏิรูปที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ นายแพทย์ ภูวดล กิตติวัฒนาสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุรีรัมย์ พร้อมทีมงาน ส.ป.ก. บุรีรัมย์ รุดมอบสิ่งของใช้ที่จำเป็นให้กับเกษตรกร และผู้สูงอายุในเขตปฏิรูปที่ดิน อำเภอบ้านกรวด จำนวน 72 ชุด ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว รพ.บุรีรัมย์ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา


พงศ์เทพ สาคร

สดุดี “จ.ส.อ.อนันดา อุดร” ทหารกล้าพลีชีพ ที่สมรภูมิภูมะเขือ พร้อมภาพความอบอุ่น ขณะ “จ.ส.อ.อนันดา” ดูแลน้องหมาชายแดน

สดุดี “จ.ส.อ.อนันดา อุดร” ทหารกล้าพลีชีพ ที่สมรภูมิภูมะเขือ พร้อมภาพความอบอุ่น ขณะ “จ.ส.อ.อนันดา” ดูแลน้องหมาชายแดน

วันที่ 10 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากเหตุปะทะกันระหว่างไทยและกัมพูชา ตามแนวชายแดน ทำให้มีทหารเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ล่าสุด มีรายงานว่า จ.ส.อ.อนันดา อุดร ทหารสังกัด กรมทหารราบที่ 16 (ร.16 พัน 3) กองพลทหารราบที่ 6 (พล.ร.6) ค่ายบดินทรเดชา จังหวัดยโสธร ได้พลีชีพในสมรภูมิภูมะเขือ หลังทหารกัมพูชาระดมยิงปืนใหญ่หวังเข้ายืดพื้นที่ แต่ทหารไทยยืนหยัดต่อสู้ปกป้องผืนแผ่นดินไทยอย่างเต็มที่โดยก่อนหน้านี้ได้รับบาดเจ็บ ถูกสะเก็ดระเบิดที่ริมฝีปาก ก่อนถูกส่งไปรักษาตัวที่ รพ.สุรินทร์ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

โดยในโลกออนไลน์เผยภาพความอบอุ่น ขณะ “จ.ส.อ.อนันดา” ดูแลน้องหมาชายแดน สุดเศร้าน้องมะลิจะรู้ไหมว่าพ่ออนันดา จะไม่กลับมาหาหนูแล้ว ตลอดระยะเวลาที่พ่ออนันดาอยู่ พ่อได้ดูแลน้องมะลิที่ชายแดนอย่างดี มาวันนี้พ่อไม่อยู่แล้วมะลิจะอยู่ยังไง เราจะจดจำชื่อ ”พ่อ อนันดา อุดร“ ไปตลอดกาลท่านคือวีรบุรุษที่ยอมสละชีพเพื่อประเทศชาติ จากนี้ดูแลตัวเองให้ดีนะมะลิ เพราะพ่อทหารที่คอยป้อนน้ำ อุ้มกล่อม และดูแลหนูทุกคืน คงไม่ได้กลับมาที่ภูมะเขืออีกแล้ว

ขอสดุดีความกล้าหาญของ “จ่าสิบเอกอนันดา อุดร”ชายผู้ปกป้องแผ่นดินจนวินาทีสุดท้าย และขอส่งกำลังใจยิ่งใหญ่ให้กับ“น้องมะลิ” หมาน้อยวัยเพียง 5 เดือน ที่จ่าอนันดาเก็บมาเลี้ยงเหมือนลูกแท้ๆอีกคน เมื่อวานมะลิยังอยู่ในอ้อมกอดพ่อในฐานกับลุงๆทหาร ก่อนบางสิ่งตกลงมา ทำให้พ่อถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล และไม่ได้กลับมาอีกเลย

จ่าอนันดาเคยสัญญากับมะลิว่า “ถ้าชายแดนสงบ เราจะกลับบ้านไปพร้อมกัน”แต่น่าเศร้าที่คำสัญญานั้นไม่มีวันเป็นจริงแล้ว


พรพิพัฒน์ รายงาน

“คณะสงฆ์–ส่วนราชการโคราช” ผนึกกำลัง แถลงจัดงานทำบุญเมือง 558 ปี ตักบาตรพระหมื่นรูป 8 มี.ค. 69

“คณะสงฆ์–ส่วนราชการโคราช” ผนึกกำลัง แถลงจัดงานทำบุญเมือง 558 ปี ตัก บาตรพระหมื่นรูป 8 มี.ค. 69”

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมปทุมญาณมุนี วัดบึงพระอารามหลวง คณะสงฆ์จังหวัดนครราชสีมาร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น ได้แถลงข่าวเตรียมจัดงานมหามงคล “ทำบุญเมืองนครราชสีมา 558 ปี ตักบาตรพระ 10,000 รูป” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 เวลา 06.00–08.30 น. บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ใจ กลางเมืองนครราชสีมา

การแถลงข่าวนำโดย พระเทพสีมาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เจ้าอาวาสวัดบึงพระอารามหลวง พร้อมด้วย พระมงคลรัตนสุธี รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา (ธรรมยุต) วัดศาลาลอย และ พระโกวิทกิตติสาร รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ร่วมประกาศเชิญชวนประชาชนชาวโคราชและพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศร่วมงานบุญใหญ่ประจำปี

ภาครัฐและองค์กรท้องถิ่นร่วมสนับสนุนอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, นายพรพนา แสนการุณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา, นายธนากร ประพฤธิพงษ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา และ นายชัชวาล วงจร รองนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา

คณะสงฆ์จังหวัดนครราชสีมาเปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนสำนึกในความสำคัญของการธำรงพระพุทธศาสนาให้มั่นคงถาวรบนแผ่นดินไทย อีกทั้งยังเป็นวาระสำคัญเนื่องในโอกาสที่เมืองนคร ราชสีมามีอายุครบ 558 ปี โดยจะมีการตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 10,000 รูป ซึ่งถือเป็นกิจกรรมทางศาสนาครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของจังหวัด

พร้อมกันนี้จะจัดพิธี ทักษิณานุปทาน น้อมถวายเป็นพุทธบูชาและอุทิศเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ, สมเด็จพระนารายณ์มหาราช, พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงอุทิศส่วนกุศลแด่ ท้าวสุรนารี วีรสตรีผู้ปกป้องเมืองนคร ราชสีมา

ทั้งนี้ คณะจัดงานเชิญชวนประชาชนชาวโคราชร่วมกันทำบุญใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองและประชาชนในปี 2569


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

ทหารสุดใจดี !!! เปิดรีสอร์ทของตัวเอง ให้ผู้อพยพกินฟรี อยู่ฟรี ไม่เอาเงินสักบาท สร้างสังคมแห่งการให้และแบ่งปันน้ำใจ

ทหารสุดใจดี !!! เปิดรีสอร์ทของตัวเอง ให้ผู้อพยพกินฟรี อยู่ฟรี ไม่เอาเงินสักบาท สร้างสังคมแห่งการให้และแบ่งปันน้ำใจ เป็นที่พึ่งให้ที่พักพิงในวันที่ชาวบ้านชาย แดนกำลังเดือดร้อนและลำบาก

สถานการณ์การต่อสู้ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ในปัจจุบัน ในวันที่ใครๆก็ห่วงแต่ตัวเอง ซึ่งในโลกออนไลน์ ยังมีจิตอาสาทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ปัจจุบันเขายังรับราชการทหาร คือ จ่าสิบตรีบารมี พงษ์สีดา สังกัดกรมทหารปืนใหญ่ที่ 6 กอง พลทหารราบที่ 6 (พล.ร.6) ซึ่งเป็นหน่วยรบหลักของกองทัพบก ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ตำแหน่งพลขับรถอดีตพลเอกธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 หรือที่รู้จักในชื่อในโซเชียล “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ และ ห้างหุ่นส่วนจำกัด จ่าจึ๊ เซียงกงบุรีรัมย์ เขาเลือกช่วยเหลือคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ และที่โด่งดังในโลกออนไลน์นั้นก็คือเขาเปิดรีสอร์ทให้ผู้อพยพกินฟรี อยู่ฟรี ไม่เอาเงินสักบาท จนกว่าชายแดนจะปลอดภัย นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่สามแล้ว ที่เขาให้ชาวบ้านกว่า 300 คนเข้ามาอยู่ โดยไม่ถามว่าเป็นใครมาจากไหน แค่เห็นว่าเขาไม่มีที่ไป ก็เต็มใจ เปิดรีสอร์ทของตัวเองให้ทุกคนเข้ามาอยู่ได้เลย ถึงแม้จะต้องปฏิเสธหลายคนไปเพราะที่พักเต็ม แต่สิ่งที่ทำไปก็ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วสำหรับในยามที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เป็นการทำความดีด้วยหัวใจโดยไม่เคยหวังผลตอบแทนเลยจริงๆ

ปัจจุบัน “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ นอกจากรับราชการทหาร ยังประกอบธุรกิจนำเข้าอะไหล่รถเกี่ยวข้าว รถไถ รถแทรกเตอร์ ในภาคอีสาน ในนาม ห้างหุ่นส่วนจำกัด จ่าจึ๊ เซียงกงบุรีรัมย์ ที่อยู่ 173 หมู่ที่ 11 ตำบลสะแกโพรง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งยังรับซื้อรถจักรยาน ยนต์และรถยนต์มือสองอีกด้วย ซึ่งเส้นทางกว่า จะมาถึงวันนี้ “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ได้เล่าให้ฟังว่าครั้งแรกทำธุรกิจหีบศพก่อน ต่อมาทำไร่ทำสวนก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เลยลองมารับซื้อรถจักรยานยนต์มือสอง เริ่มมีรายได้หลักพันบาทต่อวัน พอมีทุนเลยหันมารับซื้อรถยนต์มือสอง ตอนแรกเริ่มจาก 1 คัน ต่อยอดจนมีรายได้หลักแสนบาท ทำอยู่ประมาณ 4 ปี คิดว่าน่าจะต่อยอดไปได้ไกลกว่าปัจจุบัน เลยพบโอกาสในธุรกิจการนำเข้าอะไหล่รถเกี่ยวข้าวจากต่างประเทศ ที่เป็นเจ้าแรกๆในภาคอีสาน จนได้จับเงินล้านและขยายสาขาธุรกิจต่อยอดในภาคอีสาน จนเจริญรุ่งเรืองจากอดีจจันถึงปัจจุบัน ซึ่งอาจจะเป็นผลบุญที่ได้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนมาโดยตลอด

หลังจากประสบผลสำเร็จในธุรกิจ “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ได้ใช้เงินต่อบุญร่วมกับภาคีเครือข่ายออกช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอยู่เป็นประจำ ซึ่งล่าสุดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาที่ผ่านมา ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ถือเป็นวิกฤต การณ์ครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี และเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียบนโลกออนไลน์ คือ เปิดรีสอร์ทของตัวเอง ให้ผู้อพยพอยู่ฟรี ไม่เอาเงินสักบาท และร่วมกับภาคีภาคเอกชนร่วมกันสร้างถนนให้กับทหารชายแดน ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร เป็นทหารที่ปกป้องชาติแล้ว ยังเป็นที่พึ่งให้ที่พักพิงในวันที่ชาวบ้านชายแดนกำลังลำบาก แต่เขาเลือกที่จะช่วยเหลือประชา ชนในทุกๆครั้งที่ประชาชนร้องขอในยามยากลำบาก ทุกๆการเดือดร้อนจะพบ “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ยื่นมือและอากส เข้าช่วยเหลือโดยเฉพาะในยามศึกสงครามทั้งในอดีตที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน โดยมีเหล่าแฟนเพจ และแม่ยก FC พร้อมภาคีเครือข่ายร่วมกันบริจาคสิ่งของ ทั้งอาหารสดและอาหารแห้ง เข้าให้การช่วยเหลือหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และนอกพื้นที่ตลอดมา

ซึ่งในสถานการณ์การต่อสู้ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ในปัจจุบัน “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ จึงขอประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนผู้มีใจบุญใจกุศล สร้างสังคมแห่งการให้และแบ่งปันน้ำใจที่อยากช่วยเหลือพี่น้องผู้อพยพ ภายในรีสอร์ท และในพื้นที่ชายแดน เปิดรับบริจาคเป็นสิ่งของ ไม่รับเงินสด ทั้งของสด อาหารแห้ง น้ำเปล่า เครื่องดื่มต่างๆ โดยโทรศัพท์ประสานโดยตรง จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ เบอร์โทรศัพท์ 0932226343


พรพิพัฒน์ รายงาน

ทหารสุดใจดี !!! เปิดรีสอร์ทของตัวเอง ให้ผู้อพยพกินฟรี อยู่ฟรี ไม่เอาเงินสักบาท สร้างสังคมแห่งการให้และแบ่งปันน้ำใจ

ทหารสุดใจดี !!! เปิดรีสอร์ทของตัวเอง ให้ผู้อพยพกินฟรี อยู่ฟรี ไม่เอาเงินสักบาท สร้างสังคมแห่งการให้และแบ่งปันน้ำใจ เป็นที่พึ่งให้ที่พักพิงในวันที่ชาวบ้านชาย แดนกำลังเดือดร้อนและลำบาก

สถานการณ์การต่อสู้ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ในปัจจุบัน ในวันที่ใครๆก็ห่วงแต่ตัวเอง ซึ่งในโลกออนไลน์ ยังมีจิตอาสาทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ปัจจุบันเขายังรับราชการทหาร คือ จ่าสิบตรีบารมี พงษ์สีดา สังกัดกรมทหารปืนใหญ่ที่ 6 กองพลทหารราบที่ 6 (พล.ร.6) ซึ่งเป็นหน่วยรบหลักของกองทัพบก ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ตำแหน่งพลขับรถอดีตพลเอกธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 หรือที่รู้จักในชื่อในโซเชียล “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด จ่าจึ๊ เซียงกงบุรีรัมย์ เขาเลือกช่วยเหลือคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ และที่โด่งดังในโลกออนไลน์นั้นก็คือเขาเปิดรีสอร์ทให้ผู้อพยพกินฟรี อยู่ฟรี ไม่เอาเงินสักบาท จนกว่าชายแดนจะปลอดภัย นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่สามแล้ว ที่เขาให้ชาวบ้านกว่า 300 คนเข้ามาอยู่ โดยไม่ถามว่าเป็นใครมาจากไหน แค่เห็นว่าเขาไม่มีที่ไป ก็เต็มใจ เปิดรีสอร์ทของตัวเองให้ทุกคนเข้ามาอยู่ได้เลย ถึงแม้จะต้องปฏิเสธหลายคนไปเพราะที่พักเต็ม แต่สิ่งที่ทำไปก็ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วสำหรับในยามที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เป็นการทำความดีด้วยหัวใจโดยไม่เคยหวังผลตอบแทนเลยจริงๆ

ปัจจุบัน “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ นอกจากรับราชการทหาร ยังประกอบธุรกิจนำเข้าอะไหล่รถเกี่ยวข้าว รถไถ รถแทรกเตอร์ ในภาคอีสาน ในนาม ห้างหุ่นส่วนจำกัด จ่าจึ๊ เซียงกงบุรีรัมย์ ที่อยู่ 173 หมู่ที่ 11 ตำบลสะแกโพรง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งยังรับซื้อรถจักรยานยนต์และรถยนต์มือสองอีกด้วย ซึ่งเส้นทางกว่า จะมาถึงวันนี้ “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ได้เล่าให้ฟังว่าครั้งแรกทำธุรกิจหีบศพก่อน ต่อมาทำไร่ทำสวนก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เลยลองมารับซื้อรถจักรยานยนต์มือสอง เริ่มมีรายได้หลักพันบาทต่อวัน พอมีทุนเลยหันมารับซื้อรถยนต์มือสอง ตอนแรกเริ่มจาก 1 คัน ต่อยอดจนมีรายได้หลักแสนบาท ทำอยู่ประมาณ 4 ปี คิดว่าน่าจะต่อยอดไปได้ไกลกว่าปัจจุบัน เลยพบโอกาสในธุรกิจการนำเข้าอะไหล่รถเกี่ยวข้าวจากต่างประเทศ ที่เป็นเจ้าแรกๆในภาคอีสาน จนได้จับเงินล้านและขยายสาขาธุรกิจต่อยอดในภาคอีสาน จนเจริญรุ่งเรืองจากอดีจจันถึงปัจจุบัน ซึ่งอาจจะเป็นผลบุญที่ได้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนมาโดยตลอด

หลังจากประสบผลสำเร็จในธุรกิจ “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ได้ใช้เงินต่อบุญร่วมกับภาคีเครือข่ายออกช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอยู่เป็นประจำ ซึ่งล่าสุดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาที่ผ่านมา ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ถือเป็นวิกฤตการณ์ครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี และเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียบนโลกออนไลน์ คือ เปิดรีสอร์ทของตัวเอง ให้ผู้อพยพอยู่ฟรี ไม่เอาเงินสักบาท และร่วมกับภาคีภาคเอกชนร่วมกันสร้างถนนให้กับทหารชายแดน ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร เป็นทหารที่ปกป้องชาติแล้ว ยังเป็นที่พึ่งให้ที่พักพิงในวันที่ชาวบ้านชายแดนกำลังลำบาก แต่เขาเลือกที่จะช่วยเหลือประชาชนในทุกๆครั้งที่ประชาชนร้องขอในยามยากลำบาก ทุกๆการเดือดร้อนจะพบ “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ยื่นมือและอากส เข้าช่วยเหลือโดยเฉพาะในยามศึกสงครามทั้งในอดีตที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน โดยมีเหล่าแฟนเพจ และแม่ยก FC พร้อมภาคีเครือข่ายร่วมกันบริจาคสิ่งของ ทั้งอาหารสดและอาหารแห้ง เข้าให้การช่วยเหลือหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และนอกพื้นที่ตลอดมา

ซึ่งในสถานการณ์การต่อสู้ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ในปัจจุบัน “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ จึงขอประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนผู้มีใจบุญใจกุศล สร้างสังคมแห่งการให้และแบ่งปันน้ำใจที่อยากช่วยเหลือพี่น้องผู้อพยพ ภายในรีสอร์ท และในพื้นที่ชายแดน เปิดรับบริจาคเป็นสิ่งของ ไม่รับเงินสด ทั้งของสด อาหารแห้ง น้ำเปล่า เครื่องดื่มต่างๆ โดยโทรศัพท์ประสานโดยตรง จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ เบอร์โทรศัพท์ 0932226343


พรพิพัฒน์ รายงาน

สตูลจับมือโคราช ดันอันดามันสู่ตลาดอีสาน เปิด Roadshow Andaman ครั้งที่ 3 กลางเซ็นทรัลโคราช

สตูลจับมือโคราช ดันอันดามันสู่ตลาดอีสาน เปิด Roadshow Andaman ครั้งที่ 3 กลางเซ็นทรัลโคราช

กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน เดินหน้าขยายตลาดการท่องเที่ยวและสินค้าชุมชนสู่ภูมิภาคอื่นของประเทศ ล่าสุดจัดกิจกรรม “Roadshow and Consumer Fair Andaman สินค้าชุมชนและบริการท่องเที่ยวของเครือข่ายการท่องเที่ยวระดับประเทศ” ครั้งที่ 3 อย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 11 – 14 ธันวาคม 2568 โดยมีผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายการท่องเที่ยวจากทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างคึกคัก

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก นางสาวดุษฎี พฤกษเศรษฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ร่วมให้การต้อนรับและสนับสนุนการจัดงานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภายในงานมีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน อาทิ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา, ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุรินทร์, พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา, พัฒนาการจังหวัดนครราชสีมา, ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดสตูล, นายประคัลภ์ ศรีจุฑารัตน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช, ประธานอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา, ผู้แทนกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (จังหวัดภูเก็ต ระนอง กระบี่ พังงา ตรัง และสตูล) รวมถึงผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร ผู้แทนภาคเอกชน ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ด้าน นางสาวภัชกุล ตรีพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล ในนามผู้แทนกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการโดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล ในฐานะหน่วยงานหลัก มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวโดยชุมชนของกลุ่มจังหวัดอันดามัน ซึ่งมีอัตลักษณ์โดดเด่นทั้งด้านภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ อุทยานธรณีโลกสตูล (UNESCO Global Geopark) ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลาย

การจัดงานครั้งนี้มุ่งนำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของเครือข่ายการท่องเที่ยวระดับประเทศ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างโอกาสทางการตลาด เพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันอย่างยั่งยืน

สำหรับกิจกรรม Roadshow and Consumer Fair Andaman ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีผู้ประกอบการจากกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการรวม 240 ผู้ประกอบการ แบ่งจัดครั้งละ 60 ผู้ประกอบการ โดยแต่ละจังหวัดจัดแสดงจังหวัดละ 10 บูธ นำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมแล้วใน

  • ครั้งที่ 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา (23 – 26 ตุลาคม 2568)
  • ครั้งที่ 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2 กรุงเทพมหานคร (21 – 24 พฤศจิกายน 2568)
  • ครั้งที่ 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช จังหวัดนครราชสีมา (11 – 14 ธันวาคม 2568) และเตรียมจัด ครั้งที่ 4 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 20 – 23 ธันวาคม 2568

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรม Table Top Sale เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจากกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้พบปะ แลกเปลี่ยน และเจรจาธุรกิจร่วมกับผู้ประกอบการในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสร้างเครือข่ายทางการค้าและต่อยอดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวในระยะยาว

ในโอกาสนี้ นางสาวภัชกุล ตรีพันธ์ ได้กล่าวขอบคุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี และเชิญประธานกล่าวเปิดงาน Roadshow and Consumer Fair Andaman ครั้งที่ 3 อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

แถลงการณ์ด่วน ! กองทัพบกเปิดโปงพฤติกรรมกัมพูชา ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

แถลงการณ์ด่วน! กองทัพบกเปิดโปงพฤติกรรมกัมพูชา ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง!

พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการกระทำของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของพลเรือน โดยมีการละเมิดกฎกติการะหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องใน 5 ประเด็นสำคัญ:

  • ใช้โบราณสถานเป็นพื้นที่ทางทหาร: ขัดต่อหลักการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม และเสี่ยงต่อความเสียหายต่อโบราณสถานของมนุษยชาติ
  • ใช้พื้นที่ชุมชนพลเรือนเป็นฐานยิง: ละเมิดหลักมนุษยธรรม นำประชาชนมาอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายอย่างชัดเจน
  • ลักลอบใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล: ละเมิดพันธกรณีของอนุสัญญาออตตาวาอย่างร้ายแรง
  • ใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายพลเรือนในพื้นที่ตอนในของไทย: ส่งผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องอพยพกว่า 200,000 คน
  • เผยแพร่ข้อมูลเท็จ: กล่าวหาไทยว่าเป็นผู้รุกรานและกล่าวหาเรื่องการใช้อาวุธเคมีโดยไร้หลักฐาน เพื่อทำลายภาพลักษณ์ประเทศไทย

กองทัพบกขอยืนยันว่า ไทยไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มต้นความรุนแรง และการปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดทำภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรมอย่างเคร่งครัด

กองทัพบกขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกตรวจสอบและประณามการกระทำของกัมพูชา เพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค


พรพิพัฒน์ รายงาน

สมุทรสงคราม ตั้งใจ มุ่งมั่น สร้างสรรค์ พัฒนาต่อเนื่อง “เพื่อชาวตำบลคลองเขิน” ลงชิงนายก อบต.คลองเขิน สมัยที่ 2

สมุทรสงคราม ตั้งใจ มุ่งมั่น สร้างสรรค์ พัฒนาต่อเนื่อง “เพื่อชาวตำบลคลองเขิน” ลงชิงนายก อบต.คลองเขิน สมัยที่ 2

จากการที่ อบต.ทั่วประเทศ หมดวาระลงพร้อมกัน เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2568 กกต.ได้ประกาศให้ มีการรับสมัครทั้ง นายก อบต.และ ส.อบต.ขึ้นระหว่างวันที่ 1-5 ธ.ค.2568 และกำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 11 ม.ค.2569 โดยในเช้าวันที่ 1 ธ.ค.2568 ที่ อบต.คลองเขิน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม นายอำนวย (หนุ่ม) กำเหนิดอุย เบอร์ 1 ผู้สมัครรับเลือกตั้ง นายก อบต. คลองเขิน นำทีมบริหารและสมาชิกกลุ่ม “คลองเขิน พัฒนา” มาขอโอกาสทำงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า พร้อมทีมงานคุณกุลชญา (หมู) หลงสวาสดิ์ รองนายกฯ และคุณนราพงศ์ (เอ็ม) ตันตระกูล รองนายกฯ ซึ่งลงร่วมทีมบริหาร ซึ่งเติบโตมาในคลองเขิน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้พบปะและรู้จักผู้คนมากมาย ทำให้ รู้ว่าพวกเขามีความคิดเห็นอย่างไรต่อสังคมไทยเรา แต่มันคือเสียงสะท้อนของความเหลื่อมล้ำที่ฝังลึกในสังคมเรา ดังนั้น เรา…ต้องขยันให้มากขึ้น เข้าถึงประชาชนให้มากกว่านี้ วันที่ 11 ม.ค.2569 เข้าคูหากาเบอร์ 1 เพื่อเลือกทีม “คลองเขิน พัฒนา”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มทร.ธัญบุรี เปิดหอประชุมรองรับ ‘ศึกยูโดซีเกมส์ครั้งที่ 33’

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ได้รับเกียรติจากการกีฬาแห่งประเทศ ไทย (กกท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬายูโด ในมห กรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–14 ธันวาคม 2568 ณ หอประชุมราชมงคล จังหวัดปทุมธานี โดยมีนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสตาฟโค้ชจาก 9 ชาติในภูมิภาคอาเซียนเข้าร่วมชิงชัยกว่า 380 คน

รองศาสตราจารย์ ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่า การได้รับคัดเลือกให้เป็นสนามแข่งขันยูโดอย่างเป็นทางการในซีเกมส์ครั้งนี้ ถือเป็นเกียรติของมหาวิทยาลัย ต้องขอขอบคุณทางการกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ให้ความไว้วางใจเลือกใช้หอประชุมราชมงคลเป็นสนามแข่งขัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของมหาวิทยาลัย ทั้งด้านมาตรฐานอาคารสถานที่ ความปลอดภัย ระบบบริหารจัดการ ทาง มทร. ธัญบุรี ได้เตรียมความพร้อมด้านสถานที่ และระบบสนับสนุนต่างๆ อย่างรัดกุม เพื่อให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหลายหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ทั้งด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย การบริการสถานที่ และการอำนวยความสะดวกให้กับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทุกประเทศ

จึงขอเชิญชวนนักศึกษา บุคลากร มหาวิทยาลัยฯ ตลอดจนประชาชนและชุมชนโดยรอบร่วมเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาทีมชาติไทยที่เข้าร่วมการแข่งขัน ขอร่วมเป็นพลังสนับสนุนกองทัพนักกีฬายูโดทีมชาติไทยทุกคน ให้สามารถแข่งขันอย่างเต็มศักยภาพ คว้าชัยชนะในการแข่งขันยูโดซีเกมส์ครั้งนี้

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า มทร.ธัญบุรี ยืนยันความพร้อมในการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านการจัดการแข่งขันกีฬาและกิจกรรมระดับนานาชาติ พร้อมยึดมั่นในการเป็นสถาบันการศึกษาที่พัฒนาเยาวชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“รัฐศักดิ์ สุขยิ่ง” ผู้บริหาร ชไนเดอร์ลิฟท์(ประเทศไทย) และบุตรชาย รับพระราชทานเกียรติบัตร “พ่อตัวอย่างแห่งชาติ 2568”

“รัฐศักดิ์ สุขยิ่ง” ผู้บริหาร ชไนเดอร์ลิฟท์(ประเทศไทย) และบุตรชาย รับพระราชทานเกียรติบัตร “พ่อตัวอย่างแห่งชาติ 2568” 

สมาคมผู้อาสาสมัครช่วยการศึกษาและคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติ จัดงานวันพ่อแห่งชาติ ปีที่ 46 อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระ บรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยได้คัดเลือกและยกย่องสรรเสริญบุคคลซึ่งเป็นพ่อที่ดี สมควรได้รับเกียรติบัตรเป็นพ่อตัวอย่างแห่งชาติทั่วราชอาณา จักร

เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปพระราชทานเกียรติบัตรแก่พ่อผู้เป็นแบบอย่าง จำนวนรวม 305 คน ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

หนึ่งในผู้ที่ได้รับเกียรติอันสูงสุดนี้ คือ นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ผู้บริหารบริษัท ชไนเดอร์ลิฟท์ ประเทศไทย จำกัด (ลำดับที่ 179) ซึ่งคณะกรรมการจัดงานวันพ่อแห่งชาติได้พิจารณาแล้วว่า ท่านเป็นผู้มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และสมควรได้รับพระราชทานเกียรติบัตร “พ่อตัวอย่างแห่งชาติ ประจำปี 2568”

การได้รับคัดเลือกในครั้งนี้ ถือเป็นการยกย่องบทบาทของ นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ในฐานะผู้นำองค์กรที่ไม่ได้จำกัดความสำเร็จไว้แค่เพียงด้านธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นบุคคลที่ มุ่งมั่นทำ ความดีเพื่อสังคมและประเทศมาโดยตลอด ด้วยจิตสำนึกในการตอบแทนคุณแผ่นดิน และเป็นแบบอย่างของพ่อที่ดูแลครอบครัวอย่างอบอุ่นควบคู่ไปกับการสร้างคุณูปการแก่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ในพิธีอันทรงเกียรติเดียวกัน ยังมีการพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้อุป การคุณและผู้ทำคุณประโยชน์ในการจัดงานฯ จำนวน 120 โล่ ซึ่งรวมถึง คุณพงศภัค สุขยิ่ง (ลำดับที่ 60) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ทำดีเพื่อสังคม และอุปถัมภ์ช่วยเหลือการจัดงานพ่อตัวอย่างแห่งชาติมาอย่างต่อเนื่อง

พิธีพระราชทานเกียรติบัตรแก่พ่อตัวอย่างแห่งชาติจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 โดยมีพิธีกล่าวต้อนรับพ่อตัวอย่างแห่งชาติในช่วงเวลา 06.00–09.30 น. และพิธีพระราชทานเกียรติบัตรฯ ในเวลา 10.00–12.00 น.

ในการจัดงานครั้งนี้ ยังมีการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัวและสังคม เช่น การมอบทุนการศึกษา 2 ประเภท ทั้งทุนด้านการศึกษาสำหรับนิสิต นักศึกษา และทุนช่วยเหลือบุคลากรทางวิชาการ (ครู อาจารย์) รวมถึงจัดทำหนังสือ “พ่อตัวอย่างแห่งชาติ” ประจำปี 2568 และจัดทำดอกพุทธรักษา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพ่อตัวอย่างแห่งชาติ 5 ขนาด

และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้มอบบัตรพิเศษชั่วคราวสำหรับการเดินทางไป-กลับ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ให้แก่พ่อตัวอย่างแห่งชาติและผู้ติดตามที่เดินทางมาร่วมพิธี ระหว่างวันที่ 3–7 ธันวาคม 2568

ตลอด 45 ปีที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้มอบเกียรติบัตรพ่อตัวอย่างแห่งชาติไปแล้วกว่า 14,000 คน ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการส่งเสริมสถาบันครอบครัวและยกย่องพ่อที่ดีของแผ่นดินให้คงอยู่ในสังคมไทยต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน