ทบ.จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ สดุดีทหารกล้า สละชีพปกป้องแผ่นดินไทย

ทบ. จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ สดุดีทหารกล้า สละชีพปกป้องแผ่นดินไทย

จากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลให้กำลังพลกองทัพบกซึ่งปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจด้วยความเสียสละ กองทัพบกจึงได้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพแก่ทหารหาญผู้กล้า เพื่อเชิดชูเกียรติและสดุดีการอุทิศชีวิตเพื่อประเทศชาติอย่างสมเกียรติ

โดยในวันนี้ (13 ธันวาคม 2568) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้คณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก ร่วมเป็นเกียรติในพิธีพระราชทานเพลิงศพกำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ จำนวน 3 นาย ดังนี้

จ่าสิบเอกศตวรรษ สุจริต
สังกัดกองร้อยทหารม้าลาดตระเวนที่ 6 ตำแหน่งพลขับรถถัง ตอนรถถัง หมวดลาดตระเวน เสียชีวิตจากการสะเก็ดระเบิดในพื้นที่ฐานป้องไพร ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชเพลิงศพ และพลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ วัดพรหมพิทักษ์วนาราม อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด
กองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานเลื่อนชั้นยศเป็น พลตรี และจะได้รับเงินพระราชทาน, เงินบำรุงขวัญ, เงินสินไหมทดแทนในการประกันชีวิตของกองทัพบก (ภัยสงคราม), เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ของกองทัพบก, เงินช่วยเหลือและเงินบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท และเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีและเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบฯ ตามมติ ครม. รวมประมาณ 12,072,652 บาท

พลทหารเทิดศักดิ์ ศรีลาชัย
สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 ตำแหน่งพลยิงเครื่องยิงลูกระเบิด กองร้อยอาวุธเบาที่ 2 เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิดกระสุน BM-21 บริเวณพื้นที่ปราสาทคนา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 โดยมีพลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดกลางขุขันธ์ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ
กองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานเลื่อนชั้นยศเป็น ร้อยตรี และจะได้รับเงินพระราชทาน, เงินบำรุงขวัญ, เงินสินไหมทดแทนในการประกันชีวิตของกองทัพบก (ภัยสงคราม), เงินช่วยเหลือและเงินบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท และเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีและเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบฯ ตามมติ ครม. รวมประมาณ 11,335,825 บาท

สิบเอกชวกร เดชขุนทด
สังกัดกองพันทหารม้าที่ 11 กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ ตำแหน่งนายสิบประจำหมวด กองร้อยทหารม้า เสียชีวิตจากเหตุโดรนทิ้งระเบิดของฝ่ายตรงข้าม ขณะเคลื่อนย้ายออกจากบังเกอร์ในพื้นที่ฐานบ้านต้นพยุง อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 โดยมีพลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธี และพลเอก ไพศาล หนูสังข์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดหนองบัว อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี
กองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานเลื่อนชั้นยศเป็น พันตรี และจะได้รับเงินพระราชทาน, เงินบำรุงขวัญ, เงินสินไหมทดแทนในการประกันชีวิตของกองทัพบก (ภัยสงคราม), เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ของกองทัพบก, เงินช่วยเหลือและเงินบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท และเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรีและเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบฯ ตามมติ ครม. รวมประมาณ 11,700,481 บาท

สำหรับพิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้

กองทัพบกขอสดุดีแด่กำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ และยืนยันความมุ่งมั่นในการดูแลสิทธิ สวัสดิการ และความเป็นอยู่ของครอบครัวและทายาทของทหารกล้าทุกนายอย่างดีที่สุด ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความจงรักภักดีที่ทหารหาญทั้งสามนายได้อุทิศให้แก่ประเทศชาติ นับเป็นเกียรติภูมิสูงสุดของกองทัพบก และจะถูกจารึกไว้ในความทรงจำ และอยู่ในหัวใจของประชาชนไทยตลอดไป


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

เผยภาพ “แม่ทัพภาค2” บัญชาการรบ แนวหน้า แต่ต้อง ดูแนวหลังด้วย สั่งด่วน! ช่วยเหลือ ผู้นำชุมชน–ชรบ.–อส. ที่อาสาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนยารักษาโรค ชุดปฐมพยาบาล

เผยภาพ “แม่ทัพภาค2” บัญชาการรบ แนวหน้า แต่ต้อง ดูแนวหลังด้วย สั่งด่วน! ช่วยเหลือ ผู้นำชุมชน–ชรบ.–อส. ที่อาสาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนยารักษาโรค ชุดปฐมพยาบาล

การสู้รบในวันที่ 7 กองทัพภาค2 โดย พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ร่วมบัญชาการรบ ในที่ทำการ ที่มั่นคงแข็งแรง โดยมีคำสั่งด่วน ให้หน่วยงานในพื้นที่ เร่งตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้นำชุมชน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อาสารักษาดินแดน (อส.) รวมถึงประชาชนที่อาสาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง หลังได้รับรายงานว่าหลายพื้นที่ประสบปัญหาความขาดแคลนสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะยาสามัญประจำบ้าน และชุดปฐมพยาบาล เนื่องจากร้านยาปิดให้บริการ ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ไม่สามารถเข้าถึงเวชภัณฑ์ขั้นพื้นฐานได้อย่างเพียงพอ

แม่ทัพภาคที่ 2 จึงกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ในการประชุมระดับพื้นที่ เพื่อเร่งหาแนวทางช่วยเหลือ สนับสนุนยา และอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน เพื่อดูแลความปลอดภัยและขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่

#แม่ทัพเติ่ง #แม่ทัพภาค2 #กัมพูชาต้องสิ้นสภาพทางการทหาร


พรพิพัฒน์ รายงาน

ผู้แทนคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เข้าร่วมพิธีรับศพ พลฯ วายุ ขวัญเสือ ผู้พลีชีพในสมรภูมิปราสาทตาควายในสมรภูมิการปะทะระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568

ผู้แทนคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เข้าร่วมพิธีรับศพ พลฯวายุ ขวัญเสือ ผู้พลีชีพในสมรภูมิปราสาทตาควายในสมรภูมิการปะทะระหว่างทหารไทยกับกัมพู ชาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568

พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้มอบหมาย ดร.นวลนิจ หงษ์วิวัฒน์ กรรมาธิการการทหารฯ และสมาชิกวุฒิสภา เข้าร่วมพิธีตามที่จังหวัดปทุมธานีได้จัดพิธีรับศพ เคารพศพ และรดน้ำศพทหารกล้า พลทหาร วายุ ขวัญเสือ ในวันพุธที่ 10 ธันวาคม 2568 เมื่อเวลา 14.00 น. ณ วัดสว่างภพ ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และมีผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ พร้อมด้วยชม รมทหารผ่านศึก และข้าราชการทหาร พ่อค้าประชาชนร่วมพิธีด้วย โดยมีกำหนดพิธีสวดพระอภิธรรม ตั้งแต่วันที่ 10 -16 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 น. และพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 16.00 น.

ทั้งนี้ พลทหาร วายุ ขวัญเสือ อายุ 20 ปี สังกัด ร31 พัน3 ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บจุดปะทะ เนิน 225 ปราสาทตาควาย ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ และไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลพนมดงรักษ์และได้เสียชีวิตใจเวลาต่อมา นำมาซึ่งเศร้าโศกเสียใจของครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง

คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ขอแสดงความเคารพต่อวีรชนทหารกล้า และ สดุดีในการเสียสละในการปฎิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างสมเกียรติสมศักดิ์ศรี


พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา และกรรมาธิการ ร่วมพิธีปัญญาสมวาร

พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิ สภา และกรรมาธิการ ร่วมพิธีปัญญาสมวาร

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2568 วุฒิสภาจัดพิธีทำบุญตักบาตรเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

  • เวลา 07.00 น. ถวายภัตตาหารเช้า พระสงฆ์ 10 รูป
  • เวลา 07.45 น. พิธีสวดพระพุทธมนต์
  • เวลา 08.20 น. พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป (ข้าวสาร/อาหารแห้ง)

ในการนี้ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิ สภา และกรรมาธิการ ได้เข้าร่วมในพิธีปัญญาสมวารดังกล่าวเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในนามคณะกรรมาธิ การการทหารฯ เป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระ บรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตครบปัญญาสมวาร (50 วัน) ณ บริเวณริมสระมรกต อาคารรัฐ สภา ฝั่งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิ คุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงมีต่อปวงพสกนิกรชาวไทยตลอดมาอันหาที่สุดมิได้


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะบุคคลเฝ้าฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรี และคณะเฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายเงิน สมทบทุนมูลนิธินักเรียนทุนพระราชทาน มทศ./ และให้คณะนายกสภา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิต แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี

วันนี้ 13 ธันวาคม 2568 เวลา 12.26 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะบุคคลต่าง ๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ดังนี้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน สมทบทุนมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)

โครงการทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.) เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริให้ดำเนินการด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินที่ราษฎรทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายโดยเสด็จพระราชกุศล และจัดตั้งมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้น เรียกโดยย่อว่า ม.ท.ศ. ตั้งแต่ปี 2552 โดยทรงเป็นองค์ประธานกรรมการมูลนิธิ ฯ ที่ผ่านมามูลนิธิ ฯ ได้จัดสรรทุนพระราชทาน ฯ ทุกปีเพื่อให้นักเรียนที่มีฐานะยากจนมีความประพฤติดีมีความสามารถในการศึกษา ได้รับโอกาสในการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยม ศึกษาตอนปลายสายสามัญ สายอาชีพ จนถึงปริญญาตรีหรือเทียบเท่า พร้อมจัดให้มีระบบการดูแลและพัฒนาศักยภาพ นักเรียนทุนพระราชทาน ฯ บ่มเพาะให้มีทัศนคติที่ถูกต้องดีงาม

ศาสตราจารย์พิเศษสุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำ คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย พร้อมครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และสูจิบัตรแด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

ด้วย สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญกับการกีฬาและการออกกำลังกายมาโดยตลอด พระปรีชาสามารถด้านการกีฬาล้วนเป็นที่ประจักษ์ ทรงร่วมการแข่งขันกีฬาในฐานะนักกีฬาตัวแทนประเทศไทย อาทิ การแข่งขันเรือใบนานาชาติชิงถ้วยพระราชทาน “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า” การแข่งขันเรือใบข้ามอ่าว “มหกรรมกีฬาเรือใบเฉลิมพระเกียรติพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” การแข่งขันเรือใบรายการ “ปอร์โต พอร์ทัลส์ ฟิฟตี้ทู ซูเปอร์ ซีรีส์ เซลิ่ง วีค” (Puerto Portals 52 Super Series Sailing Week) ณ ราชอาณาจักรสเปน การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตรระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย นอกจากนี้ ยังทรงสนพระราชหฤทัยในการวิ่งและกีฬาจักรยาน ด้านสุขภาพอนามัยและการออกกำลังกาย สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกาย เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชปณิธานและพระอัจฉริยภาพด้านการกีฬา
และการออกกำลังกายเป็นที่ประจักษ์ ทรงเป็นแรงบันดาลใจ และแบบอย่างแก่นักกีฬา มีน้ำพระราชหฤทัยด้วยความเป็นนักกีฬา และทรงส่งเสริมให้ประชาชนสนใจในการดูแลสุขภาพและพลานามัยของตนเอง


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ปัญญาสัมวาร 50 วัน ถวายพระบรมศพสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ปัญญาสัมวาร 50 วัน ถวายพระบรมศพสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันนี้ 13 ธันวาคม 2568 เวลา 10.15 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล
ปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระ บรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ สม เด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร
มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นพระนพปฎล
มหาเศวตฉัตร ทรงกราบ แล้วประทับพระราชอาสน์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายศีล จบแล้ว พระสงฆ์ 30 รูป ถวายพรพระ

เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคนภัตตาหารแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ จนครบ 10 รูป ภัตตาหารนอกนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระราชวงศ์ องคมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ประเคนพระสงฆ์ตามลำดับ ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรเที่ยวแรก 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรอีกเที่ยวละ 10 รูป พระสงฆ์สดับ ปกรณ์ ทรงปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 2 เที่ยว ต่อจากนั้น เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 11 รูปในจำนวน 93 รูป ที่จะสดับปกรณ์เท่าพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี นาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ แล้วสวดมาติกา จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรเที่ยวแรก 11 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรอีกเที่ยวละ 11 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 2 เที่ยว เสร็จแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 3 เที่ยวและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 3 เที่ยว ครบ 93 ไตร เท่าพระชนมพรรษาสมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการหน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าพระโกศพระบรมศพ

เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระแท่นเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ด้านตะวันออก และด้านตะวันตก
ณ มุขเหนือพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาททรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ปัญญาสมวาร (50วัน) ถวายพระบรมศพ “สมเด็จพรมราชชนนีพระพันปีหลวง”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ปัญญาสมวาร (50วัน) ถวายพระบรมศพ “สมเด็จพรมราชชนนีพระพันปีหลวง”

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา 17.05 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกดิ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร
มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตราชกัญญา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปีกลองชนะ ปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ แล้วประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนัก งานพระราชพิธีเชิญไปปักที่โต๊ะ ข้างธรรมาสน์ ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม เสร็จแล้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระ รมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศ สำหรับพระบรมศพทรงธรรม แล้วทรงศีล พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส ถวายศีลและถวายพระธรรรมเทศนา เรื่อง “นาถกถา“ จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำ เนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกมุกที่หน้าพระแท่นมุก พระสวดธรรมคาถา เมื่อพระสงฆ์ 4 รูป สวดธรรมคาถาจบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัย ไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตรถวายพระสงฆ์ที่ถวายพระธรรมเทศนา และพระสงฆ์ที่สวดธรรมคาถาพระสงฆ์สดับปกรณ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการหน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าพระโกศพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระแท่น เตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้านตะวันออก และด้านตะวันตก ณ มุขเหนือพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จากนั้น เสด็จลงจากพระที่นั่งดุสิต ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ทั้งนี้ ในโอกาสทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ปัญญาสมวาร (50วัน)ถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พิมพ์หนังสือ พระราชทาน แก่ผู้ที่มา ร่วมในพิธี เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ประกอบ ด้วย หนังสือ 1ชุด จำนวน 5 เล่ม ได้ แก่

  1. จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ พระนามพระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดา
  2. ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศทางราชการ
  3. หอแสดงผ้าไทยพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ
  4. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กับงานประณีตศิลป์
  5. ตำนานสภากาชาดสยาม ตอนที่ ๑-๒

ทหาร ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ สกัดจับรถตู้หรูคาด่าน ดัดแปลงรถซุกยาเค มูลค่ากว่า 36 ล้านบาท

ทหาร ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ สกัดจับรถตู้หรูคาด่าน ดัดแปลงรถซุกยาเค มูลค่ากว่า 36 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 พลตรี ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองพลหารราบที่ 9 ในฐานะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ บูรณาการร่วมกับ นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราช การจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่ ว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมาก จากบริเวณชายแดน จ.กาญจนบุรี เข้ามายังพื้นที่ตอนใน

จึงสั่งการให้ พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 ในฐานะ ผู้บัง คับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พร้อมด้วย พันเอก ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า และ พันตำรวจเอก ปริญญา ใคร่ครวญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ จัดกำลังพลร่วมกับ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135, ฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ และ สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ ทำการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ บริเวณ จุดตรวจร่วมสามแยกทองผาภูมิ ม.1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

ต่อมาเวลา 21.00 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงประจำจุดตรวจร่วมสามแยกทองผาภูมิ พบรถ ยนต์ ยี่ห้อ Toyota Alphad สีขาว หมายเลขทะเบียน 5ขว 2931 กรุงเทพมหานคร ลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ขับมาจาก อ.สังขละบุรี มุ่งหน้า อ.เมืองกาญจนบุรี จึงให้สัญญาณหยุดรถเพื่อตรวจสอบ พบ นายเมธี สุกะรินทร์ อายุ 39 ปี เป็นผู้ขับขี่ ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่พูดคุยสอบถาม นายเมธีฯ แสดงอาการพิรุธชัดเจน จึงขออนุญาตทำการตรวจค้น พบว่ารถตู้คันดังกล่าวถูกดัดแปลงตัวถังและคอนโซลภายในห้องโดยสาร เพื่อซุกซ่อนยาเสพติด จากการตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบของกลางยาเสพติด เคตามีน จำนวน 182 กิโลกรัม มูลค่า 36,400,000 บาท ถูกซุกซ่อนไว้ภายในรถตู้

สำหรับพฤติการณ์ของนายเมธีฯ ผู้ต้องหา ได้ให้การว่า ตนได้รับการว่าจ้างจาก นางดาฯ (ไม่ทราบชื่เสกุล) ด้วยเงินจำนวน 5,000 บาท ให้ขับรถตู้คันดังกล่าวจาก บ้านบ่อญี่ปุ่น อ.สังขละ บุรี ไปยัง อ.เมืองกาญจนบุรี และหลังจากนั้นจะมีบุคคลไม่ทราบชื่อมารับรถตู้คันดังกล่าว แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายเมธีฯ พร้อมของกลางยาเสพติดและรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ส่ง สภ. ทองผาภูมิ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลการจับกุมต่อไป


#/// กัมพล ทันเวลา / ทีมข่าวภาคตะวันตก

ชาวประมงวอนขอความช่วยเหลือ เรือประมงล่มกลางทะเล 5 วัน ลูกเรือรอด 3 ยังสูญหายอีก 2 ราย ในทะเล

ชาวประมงวอนขอความช่วยเหลือ เรือประมงล่มกลางทะเล 5 วัน ลูกเรือรอด 3 ยังสูญหายอีก 2 ราย ในทะเล

วันนี้ 13 ธ.ค.68 ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191เพชรบุรี ได้รับแจ้งจาก นางอารีย์ ลิขิตานันททพงศ์ อายุ 63 ปี ชาวจังหวัดสมุทรสงคราม เจ้าของเรือประมงชื่อพรสมคิดว่า เรือประมงพรสมคิดขนาด 17.61 ตันกรอส เครื่องมืออวนลากแผ่นตะเฆ่ ขอตนได้แจ้งออกจากทะเล PIPO ปราณบุรี วันที่ 8 ธ.ค. จากนั้นไม่สามารถติดต่อเรือประมงของตนได้ ตั้งแต่เวลา 00.17 น. ของวันที่ 9 ธ.ค. บริเวณพิกัด แลต 12 องศา 19.500 เหนือ ลอง 100 20.500 ตะวันออก ห่างจากท่าเรือคลองวาฬประมาณ 49 ไมล์ ก่อนประสาน ศร.ชล. และตำรวจน้ำปราณบุรีให้เข้าช่วยเหลือแต่ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเหลือ

ต่อมาได้รับแจ้งจากเรือประมงในพื้นที่ว่าพบเรือเรือประมงพรสมคิดล่มในทะเลห่างจากฝั่งประมาณ 29 ไมล์ทะเล โดยมีเรือประมงสามารถช่วยลูกเรือที่ลอยคอในทะเลได้3คน แต่ไม่พบตัว นายเกรียงไกร ขำบางพูล อายุ56ปีไต๋เรือและนายบี ลูกเรือชาวพม่ายังสูญหายอยู่ในทะเล ก่อนนางอารีย์ อายุ63 เจ้าของเรือได้ประสานเรือประมงมาทำการลากเรือที่ล่มเข้าฝั่งในพื้นที่ชะอำ แต่ไม่สามารถลากเข้าฝั่งได้เนื่องจากติดแนวอวนหอยของชาวประมงรายอื่น เพราะหากลากไปชนกับอวนหอยของชาวประมงรายอื่นจะทำให้เสียหายนับล้านบาท จึงทำการเรือเข้ามาแล้วห่างจากฝั่งประมาณ 20 ไมล์ทะเล บริเวณหน้าหาดชะอำ สภาพเรือมีอวนพันอยู่ทั่วเรือ จมใต้น้ำลึกประมาณ 20-25 เมตร ตอนนี้จึงอยากได้หน่วยงานเข้าช่วยเหลือ และเจ้าหน้าที่กองร้อยกู้ชีพ ค่ายนเรศวร มาช่วยค้นหาไต๋เรือและลุกเรืออีก 2 คน ที่ยังคงสูญหายในทะแลหรือดำลงไค้นหาไต๋กับลูกเรือที่คาดว่าจะติดอยู่ภายในหัวเก๋งเรือจมไปกับเรือ


//////บรรณรต จ.เพชรบุรี

โรงพยาบาลบางเลน จัดกิจกรรม “ศุกร์สุขใจ” ทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศลและแบ่งปันโอกาสแก่ผู้ยากไร้

โรงพยาบาลบางเลนจัดกิจกรรม “ศุกร์สุขใจ” ทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศลและแบ่งปันโอกาสแก่ผู้ยากไร้

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เวลา 07.30 น. โรง พยาบาลบางเลน ภายใต้การอำนวยการของ นพ.ยุทธกรานต์ ชินโสตร ผอ.รพ.บางเลน พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และประชาชน/ผู้มารับบริการ จัดกิจกรรม ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ณ บริเวณชั้น 1 ตึกอำนวยการและอาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลบางเลน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพื่อส่งเสริมการแบ่งปันโอกาสให้แก่ผู้ยากไร้และผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน

ในการนี้ ได้รับความเมตตาจาก ท่านพระครูเกษมถาวรคุณ (ถาวร) สุนทรวิภาค ท่านเจ้าอาวาส พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์จากวัดบางเลน จ.นครปฐม มารับบิณฑบาตจากเจ้าหน้าที่และประชาชนอย่างพร้อมเพรียงกัน

แสดงให้เห็นถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นโอกาสอันดีที่บุคลากรและประชาชนในชุมชนจะได้ร่วมกันทำความดี สร้างขวัญและกำลังใจ ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคมตามแนวทางของโรงพยาบาลบางเลน


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม