วช.เปิดศูนย์พัฒนาระบบการใช้ โดรน เพื่อสนับสนุนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ณ ศูนย์ต้นแบบเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ต.เจดีย์ชัย อ.ปัว จ.น่าน

วช. เปิดศูนย์พัฒนาระบบการใช้โดรนเพื่อสนับสนุนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ณ ศูนย์ต้นแบบเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ต.เจดีย์ชัย อ.ปัว จ.น่าน

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยา ศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สมาคมกีฬาเครื่องบินจําลองและวิทยุบังคับ จัด “พิธีเปิดการจัดตั้งศูนย์ศึกษาและพัฒนาระบบการใช้โดรนเพื่อสนับสนุนเมื่อเกิดภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วย นายอิทธิฤทธิ์ ยะแสง กํานันตําบลเจดีย์ชัยและหัวหน้าศูนย์การจัดการภัยพิบัติตําบลเจดีย์ชัย กล่าวขอบคุณ,นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจําลองและวิทยุบังคับ กล่าวถึงที่มาของโครงการ,นายสมเกียรติ สุขโข ปลัดอาวุโสอำเภอปัว กล่าวต้อนรับ และผู้ทรงคุณวุฒิ (วช.) เข้าร่วมในพิธี ณ ศูนย์ต้นแบบเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ตําบลเจดีย์ชัย อําเภอปัว จังหวัดน่าน

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า (วช.) มุ่งสนับสนุนงานวิจัยนวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ โดยผลงานที่สามารถยกระดับความปลอดภัยของประชา ชนในพื้นที่เสี่ยงภัยภาคเหนือและภาคใต้ การนำเทคโนโลยีโดรนมาใช้ช่วยสำรวจ ประเมินสถานการณ์ และสนับสนุนการช่วยเหลือในพื้นที่เสี่ยงภัย จะเพิ่มความแม่นยำ ลดเวลาเข้าถึงพื้นที่ และเสริมความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดตั้งศูนย์ศึกษาและพัฒนาระบบการใช้โดรนแห่งนี้ จึงเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระบบปฏิบัติการโดรน ถ่าย ทอดองค์ความรู้ให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร เสริมศักยภาพชุมชนต้นแบบด้านการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ และขยายการใช้นวัตกรรมไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยอื่นทั้งในภาคเหนือและภาคใต้

นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจําลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า ศูนย์ดังกล่าวนับเป็นศูนย์แห่งแรกในพื้นที่ภาคเหนือที่มุ่งพัฒนาศักยภาพหน่วยงานและชุมชนท้องถิ่นในการรับมือภัยพิบัติด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และการฝึกอบรมการใช้เทคโนโลยีโดรน เพื่อสนับสนุนภารกิจสำรวจ ประเมินสถานการณ์ และการขนส่งสิ่งของช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน อันจะช่วยเสริมความพร้อมและเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายอิทธิฤทธิ์ ยะแสง กํานันตําบลเจดีย์ชัยและหัวหน้าศูนย์การจัดการภัยพิบัติตําบลเจดีย์ชัย กล่าวว่า การได้รับการสนับสนุนเครื่องมือและเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างโดรนกู้ภัย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในภาวะเสี่ยงภัย โดยสามารถนำไปใช้ในการขนส่งเสบียงยามเกิดภัยพิบัติ รวมถึงสนับสนุนการระงับเหตุไฟป่าที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งได้อย่างรวดเร็ว อันจะช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที

นายสมเกียรติ สุขโข ปลัดอาวุโสอำเภอปัว กล่าวว่า ด้วยลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดน่าน ทำให้มีโอกาสประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยครั้ง อาทิ ดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งในปีที่ผ่านมาภัยพิบัติได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนถึง 9 ตำบล การจัดตั้งศูนย์ต้นแบบแห่งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อชาวอำเภอปัวแต่รวมไปถึงประชาชนในพื้นที่ข้างเคียง โดยเทคโนโลยีที่ทันสมัยจะช่วยเสริมศักยภาพของชุมชนในการเตรียมพร้อมและรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ การจัดตั้งศูนย์ศึกษาและพัฒนาระบบการใช้โดรนเพื่อรับมือภัยพิบัติ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการสาธารณภัยของประเทศ โดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ช่วยเสริมความพร้อมของชุมชน พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ และขยายการใช้นวัตกรรมสู่พื้นที่เสี่ยงภัย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตม.สั่งสกัดเข้ม เขมรใช้ฟรีวีซ่าเข้าไทย พร้อมสกัดฝรั่งกลุ่มเสี่ยงทหารรับจ้าง วอนท่องเที่ยวต่างชาติเข้าใจสถานการณ์ รอคิวไม่เกิน 40 นาที

ตม.สั่งสกัดเข้ม เขมรใช้ฟรีวีซ่าเข้าไทย พร้อมสกัดฝรั่งกลุ่มเสี่ยงเกรงทหารรับจ้าง วอนท่องเที่ยวต่างชาติเข้าใจสถานการณ์ รอคิวไม่เกิน 40 นาที

จากกรณีมีข้อห่วงใย โดยมีนักวิจารณ์ และนักวิชาการเปิดเผยผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ ว่าอาจมีคนต่างชาติ ที่เป็นนักรบรับจ้าง บินเข้าไทยเพื่อปฎิบัติการเป็นอันเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศเพื่อบั่นทอนขีดความสามารถของกำลังฝ่ายไทยทุกรูปแบบ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2568 พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ฯ/โฆษก สตม. ได้เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้มีความห่วงใยในเรื่องนี้ นับแต่เริ่มมีการปะทะระหว่างไทยและเขมรอีกระลอกอย่างรุนแรง
ในขณะที่ยังมีสายการบินพานิชย์บินระหว่างประเทศทั้งสองตามปกติ รวมถึงอาจมีกลุ่มนักรบต่างชาติ อาศัยโอกาสฟรีวีซ่าเข้าไทย เพื่อปฎิบัติการใดๆ ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงหลังแนวรบทั้งในเขตไทย และการลักลอบผ่านแดนเข้าทางเขมร

โดยเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2568 ที่ผ่านมา ทาง สตม. ได้มีการประชุมผู้บังคับบัญชา และหัวหน้าด่าน ตม.สนามบิน 5 สนามบินในสังกัด ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต และหาด ใหญ่ เพื่อกำหนดมาตรการขั้นเด็ดขาดกับคนสัญชาติที่มีพฤติการณ์เสี่ยงต่อการเป็นภัยความมั่นคงหลังแนวรบ เช่น แอบผ่านช่องทางธรรมชาติเข้าช่วยเหลือเขมร หรือเป็นสายลับ หรือกระทำการอื่นใด โดยพุ่งเป้าหมายไปที่คนต่างชาติ 2 กลุ่ม ที่ใช้ฟรีวีซ่าเดินทางเข้าไทย ได้ แก่

  • กลุ่มนักรบรับจ้างในแถบยุโรปตะวันออก และเอเซียตอนบน
  • กลุ่มคนกัมพูชาที่บินมาเข้าไทย โดยใช้สิทธิฟรีวีซ่า

ซึ่งช่วงเวลานี้ ทั้งสองฝ่ายยกระดับความขัดแย้งถึงขั้นการปะทะ จึงดูผิดวิสัยวิญญูชนปกติที่จะเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งหากมีธุรกิจตามกฏหมายในไทย ก็ให้กลับไปขอวีซ่าจากสถานทูตไทยมาให้ถูกต้องทุกราย เพื่อให้มีการคัดกรองจากต้นทางมาก่อน โดยนับตั้งแต่มีเหตุการณ์ปะทะรุนแรง มีการปฎิเสธการเข้าเมืองไปแล้ว ตั้งแต่ต้น ธ.ค. ถึง 13 ธ.ค.2568 รวม 185 ราย

อย่างไรก็ดี ทาง สตม. จะประสานขอข้อมูลจากหน่วยงานข่าวความมั่นคง เพื่อหาข้อมูลข่าวเพิ่มเติมว่า มีข้อมูลการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนต่างชาติที่เป็นนักรบรับจ้างหรือไม่ ซึ่งหากมีข้อมูลข่าวที่สามารถชี้เป็นตัวบุคคลได้ ก็จะช่วยโฟกัสกลุ่มต้องห้ามได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยไม่กระทบกับชาวต่างชาติอื่นๆ ที่เข้ามาท่องเที่ยวในไทยโดยภาพรวม โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลท่องเที่ยว ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไม่น้อยกว่าวันละ 75,000 ถึง 80,000 คน และเจ้าหน้าที่ ตม. หน้าด่าน มีเวลาตรวจหนังสือเดินทางไม่เกินรายละ 45 วินาทีเท่านั้น

ทั้งนี้ มาตรการเพิ่มความเข้มในการคัดกรองดังกล่าว อาจมีภาพความหนาแน่นของผู้โดยสารที่รอคิวเข้ารับการตรวจหนังสือเดินทาง โดยเฉพาะที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในช่วงชั่วโมงที่เที่ยวบินหนาแน่น แต่ทางเจ้าหน้าที่ ตม. ได้มีการจัดกำลังพลเต็มทุกช่องตรวจ แม้มาตรการความมั่นคงดังกล่าวจะส่งผลให้การรอคิวนานกว่าปกติ จากเดิมที่ไม่เกิน 20 นาที ก็จะรอราวๆ ไม่เกิน 45 นาทีเท่านั้น โดยยืนยันว่าไม่กระทบกับการเดินทางเข้าออกของคนไทยแต่อย่างใด


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

อบต.ทุ่งขวาง จัดการประชุมประจำเดือนธันวาคม 2568

องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง จัดการประชุมประจำเดือนธันวาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง ได้จัดการประชุมประจำเดือนธันวาคม 2568 โดยมีนายสุนทร สมัยนิยม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นายพุธิชัย หนุ่มกันนา รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง, นางสาววรรณภา คำดี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง, นางสาวอำพร อินทร์คง เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง, นายจอมใจ กองเกตุใหญ่ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง, นางแสงเทียน เศรษฐวิทยา
รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง, นายวิเชียร คำจุ้ย กำนันตำบลทุ่งขวาง, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, ตำรวจชุมชน, เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งขวาง, ตัวแทน อสม., ตัวเเทนสตรีแม่บ้าน, ตัวแทนคุณครู, ตัวแทนผู้สูงอายุ, กศน.ตำบลทุ่งขวาง, หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

กกต.กาญจน์ เปิดโครงการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน

กกต.กาญจน์ เปิดโครงการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนพร้อมจัดกิจ กรรมรองที่ 1 ศส.ปชต.และเครือข่ายรณรงค์ 6 สัปดาห์ในการเลือกตั้งสม่ชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร(อบต.)ครบวาระและยกฐานะ

วันนี้ (15 ธันวาคม 2568) เวลา 09.30 น. ร้อยตำรวจเอกพงศ์บัณฑิต ปิ่นสุวรรณ ผู้อำนวยการกาญจนบุรี ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน กิจกรรมรองที่ 1 ศส.ปชต. และเครือข่ายรณรงค์ 6 สัปดาห์ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (อบต.) ครบวาระและยกฐานะ โดยมีคณะเจ้าหน้าที่กกต. กาญจนบุรี สื่อมวลชน สมาชิก ศส.ปชต. และ เครือข่ายรณรงค์ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น(.อบต.)และแขกผู้มีเกียรติที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมให้การต้อนรับ ณ โรงแรมริเวอร์แคว ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

จากนั้นนายธนกฤต สนองสิทธิ์ พนักงานการเลือกตั้งชำนาญการ ได้เป็นตัวแทนกล่าวรายงาน เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการจัดทำโครงการฯ และ การจัดกิจกรรมวิชาต่างๆ ที่ทาง กกต.กาญจน์ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ได้จัดขึ้นมาในวันนี้ว่า การจัดโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนได้ดำเนินการร่วมกันจัดขึ้นมาเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น (อบต.)ที่จะมีการเลือกตั้งขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 ที่จะถึงนี้ ภายในโครงการดังกล่าวยังได้จัดให้มีการทำกิจกรรมให้ความรู้ 5 วิชากับผู้เข้าร่วมโครงการได้ศึกษาเรียนรู้เพื่อนำความรู้ที่ได้ในครั้งนี้นำไปใช้และปฎิบัติเพื่อทำการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนชาวกาญจนบุรีได้ทราบเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นให้ประธานและผู้เข้าร่วมกิจกรรมของ ศส.ปชต.และ เครือข่ายได้ทราบ ต่อจากนั้น ร้อยตำรวจเอกพงศ์บัณฑิต ปิ่นสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาญจนบุรี ประธานในพิธีได้กล่าวเปิดโครงการดังกล่าวพร้อมกับร่วมถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก

เสร็จสิ้นพิธีเปิดวิทยากรผู้ดำเนินรายการได้กล่าวเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่ทาง กกต. กาญจน์ และหน่วยงานทุกภาคส่วนได้ร่วมกันจัดขึ้นพร้อมกับยังได้กำหนดกิจกรรมการให้ความรู้กับผู้เข้าร่วมโครงการฯไว้ด้วยกัน 5 วิชา แต่ละวิชาล่วนมีความสำคัญและให้ความรู้กับผู้ร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น

  • วิชาที่ 1 เรื่องการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • วิชาที่ 2 เรื่องสาระความสำคัญในการเลือกตั้งท้องถิ่น (อบต.)
  • วิชาที่ 3 เรื่องการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
  • วิชาที่ 4 เรื่องวิธีและช่องทางการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ และ
  • วิชาที่ 5 วิชาสุดท้าย เรื่องการสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ เสร็จกิจกรรม พร้อมกับเชิญวิทยากรผู้มากด้วยประสบการณ์และความรู้มาเป็นวิทยากรในการให้ความรู้ในครั้งนี้ในแต่ละวิชาทั้ง 5 วิชา เสร็จกิจกรรม.

นบ.ยส.24 โดยบก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) ร่วมกับ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ตรวจยึดยาบ้า 404,000 เม็ด

นบ.ยส.24 โดยบก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) ร่วมกับ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล กน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ตรวจยึดยาบ้า 404,000 เม็ด

เมื่อ 14 ธ.ค.68 เวลาประมาณ 00:30 น. กกล.สุรศักดิ์มนตรี/ส่วนสกัดกั้น ภาค ตอ./น. ตอนบน นบ.ยส.24 โดย บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) ร่วมกับ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.ดส. บช.น.หน่วยหลัก), ร้อย.ฉก.ตชด.236 และ หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ประมาณ 404,000 เม็ด และ รถยนต์ 1 คัน ไม่มี ผตห. บริเวณถนนท้ายหมู่บ้าน ด้านทิศใต้บ้านโคกพัฒนา ม.11 ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จว.น.พ. ของกลางทั้งหมดนำส่ง พงส.สภ.นาโดน และจะนำเข้าส่วนกลาง ณ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.ดส. บช น.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พฤติกรรมนำสู่การตรวจยึด โดยเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.68 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการขน ส่งยาเสพติดจาก ภาค ตอ./น. (จว.น.พ.) เข้าพื้นที่ตอนใน โดยใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะในการลักลอบขนยาเสพติด โดยใช้ถนนหมายเลข 212 เจ้าหน้าที่จึงประสานการปฏิบัติไปยัง กก.ตชด.23 เพื่อออกสืบสวนหาข่าว เพื่อจับกุมผู้กระทำผิด

ต่อมา เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.68 เวลาประมาณ 23.00 น.เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์คันดังกล่าวบนถนนหมายเลข 212 บริเวณบ้านกุดข้าวปุ้น อ.เมืองนครพนม จว.น.พ. โดยรถมีลักษณะคล้ายบรรทุกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากด้านท้าย พบดินแดงและคราบโคลนติดอยู่บริเวณล้อรถ ซุ้มล้อ และบังโคลน อันเป็นเหตุอันควรสงสัย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและส่งสัญญาณให้หยุดรถ แต่ผู้ขับขี่ได้เร่งความเร็วหลบหนี

ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถยนต์คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ในป่ารกทึบ บริเวณถนนท้ายหมู่บ้าน ด้านทิศใต้บ้านโคกพัฒนา หมู่ที่ 11 ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จว.น.พ.โดยไม่พบผู้ขับขี่หรือเจ้า ของรถ จึงทำการตรวจค้น พบของกลางซุกซ่อนอยู่บริเวณที่เก็บของท้ายรถ ตรวจสอบพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 404,000 เม็ด


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

ชมรมผู้สูงอายุบ้านดงพลับ จัดโครงการ “ปั่นเพื่อสุขภาพบนเส้นทางดอกไม้”

จังหวัดลพบุรี – อำเภอบ้านหมี่ ชมรมผู้สูงอายุตำบลดงพลับ จัดโครงการปั่นเพื่อสุขภาพ 2025 ชมทุ่งดอกทานตะวัน และทุ่งดอกข้าวฟ่างแดง “บ้านดงพลับ” กว่า 2,000 ไร่ ท่าม กลางบรรยากาศธรรมชาติ ในช่วงปลายฝนต้นหนาว แบบเปิดเข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ที่บริเวณพื้นที่เกษตรกรรม ทุ่งทานตะวันและทุ่งข้าวฟ่าง ตำบลดงพลับ อำเภอบ้านหมี่ จัง หวัดลพบุรี นายณภัทร เอมอ่อน นายอำเภอบ้านหมี่ พร้อมด้วย พร้อมด้วย นางอารีย์ ฤกษ์สภาพ ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี และนางสาวไพรวรรณ บุญวงษ์ ประธานชมรมผู้สูงอายุตำบลดงพลับ ร่วมกับฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โรงพยาบาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบลดงพลับ และโรงเรียนวัดดงพลับ ได้ร่วมกันเปิดโครงการปั่นเพื่อสุขภาพ 2025 ชมทุ่งดอกทานตะวัน และทุ่งข้าวฟ่าง “บ้านดงพลับ” ประจำปี 2568

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก ตำบลดงพลับ มีเกษตรกรปลูกดอกทานตะวัน และข้าวฟ่างแดง เป็นจำนวนมาก หลังจากปลูกข้าวโพด ทำให้เมื่อถึงฤดูดอกทานตะวันบานสะพรั่งมีความสวยงามเต็มพื้นที่ไร่ คู่ กับทุ่งดอกข้าวฟ่าง ในตำบลดงพลับกว่า 2,000 ไร่ เป็นที่สนใจของช่างภาพทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก รวมถึงประชาชนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเชลฟี่ดอกทานตะวัน ดอกข้าวฟ่างที่ออกดอกพร้อมกันท่ามกลางท่ามกลางธรรมชาติ มีที่ลาดต่ำ เนินสูง สลับทิวเขา ดอกทานตะวันเอนรับแสงแดด ตัดกับดอกข้าวฟ่างไกลสุดหูสุดตากว่า 2 พันไร่

โดยขณะนี้ได้ถึงเวลาที่อวดโฉมดอกทานตะวันรับลมหนาว คู่กับทุ่งข้าวฟ่างแดง ซึ่งการสัญ จรในบริเวณไร่ดอกทานตะวัน ทุ่งข้าวฟ่างแดง มีถนนสะดวกสบายง่ายแก่การเดินทางมากขึ้น ชมรมผู้สูงอายุ ตำบลดงพลับ จึงได้ร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขี้น โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน และ มีนักปั่นจักรยาน จำนวน 50 คน ปั่นจักรยานระยะทาง 15.5 กิโลเมตร โดยเน้นการปั่นจักรยานชมทุ่งทานตะวันและทุ่งข้าวฟ่าง เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และส่งเสริมให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของ ตำบลดงพลับ ซึ่งตลอดเส้นทางผู้ร่วมกิจกรรมยังสามารถจอดรถเลือกมุมถ่ายภาพสวยได้ตลอดเส้นทาง ซึ่งเป็นการเปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมฟรี แบบไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางเที่ยวชม และศึกษา แปลงปลูกกล้วยหอมคาเวนดิช ของเกษตร กรในพื้นที่ได้อีกด้วย

default

ทั้งนี้ ต้องขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวที่เดินทางไม่เยือน ไม่เด็ดดอกทานตะวัน หรือ ดอกข้าวฟ่างของเกษตรกร เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้ เกษตรกรปลูกเพื่อเก็บผลผลิต แต่ช่วงที่ ทั้งทานตะวัน และข้าวฟ่างกำลังออกดอกสวยงามพร้อมกัน ก็จะเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมฟรี


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ทบ. ประณามกัมพูชา ยิงจรวด BM-21 โจมตีพื้นที่ชุมชน เป็นเหตุให้ประชาชนเสียชีวิต บ้านเรือนเสียหาย

ทบ. ประณามกัมพูชา ยิงจรวด BM-21 โจมตีพื้นที่ชุมชน เป็นเหตุให้ประชาชนเสียชีวิต บ้านเรือนเสียหาย

วันนี้ (14 ธ.ค.68) เวลา 1150 น. กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 ว่าฝ่ายกัมพูชาได้ใช้อาวุธจรวด BM-21 โจมตีเข้าใส่พื้นที่ ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอยู่บริเวณใจกลางแหล่งชุมชนและโรงเรียน

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิต 1 ราย (นายดร ปัจฉาพันธ์ อายุ 63 ปี) จากสะเก็ดระเบิด พร้อมส่งผลให้เกิดไฟไหม้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงเสียหาย 1 หลัง ส่วนรายละเอียดผู้บาดเจ็บกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

กองทัพบกขอประณามการกระทำของฝ่ายกัมพูชาต่อเวทีประชาคมระหว่างประเทศ ที่ยังคงใช้อาวุธโจมตีใส่พื้นที่พลเรือนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางทหารเป็นวันที่สอง เป็นเหตุให้พลเรือนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นหลักฐานที่ชี้ชัดถึงเจตนาของฝ่ายกัมพูชาที่ละเมิดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างร้ายแรง


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

กองร้อยทหารพรานที่ 3203 นำจิตอาสา มอบผ้าห่มกันหนาวตามโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว”

กองร้อยทหารพรานที่ 3203 นำจิตอาสา มอบผ้าห่มกันหนาวตามโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” ในพื้นที่ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 กองร้อยทหารพรานที่ 3203 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพล จิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ร่วมกับ ผู้นำชุมชน, อาสาสมัครสาธารณสุขบ้านนุชเทียนฯ จัดกิจกรรม “ทหารพราน 32 ส่งความสุข อุ่นใจ บรรเทาภัยหนาว” โดยลงพื้นที่มอบผ้าห่มกันหนาว ให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง และผู้สูงอายุ ในพื้นที่ บ้านนุชเทียน หมู่ 7 ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย และเป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป จำนวน 6 ราย ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ ตามนโยบายของกองทัพบกในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว และการดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องตามโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” โดยมีเป้าหมายในการบรรเทาความเดือดร้อนจากสภาพอากาศหนาวเย็นในพื้นที่ที่ประสบภัย การช่วยเหลือจะครอบคลุมทั้งการ แจกจ่ายผ้าห่มกันหนาว และการให้บริการด้านสุขภาพ โดยเน้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ยากไร้ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารตามแนวชายแดน

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังนเรศวร เร่งเครื่องประชาสัมพันธ์ ประชาชนร่วมป้องกันไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดตาก และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

กองกำลังนเรศวร ระดมชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน พร้อมจิตอาสา บูรณาการผู้นำชุมชน ฝ่ายปกครอง เร่งเครื่องประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนร่วมป้องกันไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดตาก และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 301 ชุดปฏิบัติการกิจการพล เรือนที่ 302 ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 303 ชุดปฏิบัติการกิจกการพลเรือนที่ 304 ชุดปฏิบัติการกิจกการพลเรือนที่ 305 กองกำลังนเรศวร พร้อมด้วยจิตอาสาภัยพิบัติ ประสานบูรณาการผู้นำชุมชนและฝ่ายปกครอง พบปะพัฒนาสัมพันธ์กับประชาชน เพื่อประสานงานด้านกิจการพลเรือน, ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่ บ.ช่องแคบ ต.ช่องแคบ อ.พบพระ, ที่ทำการกำนันตำบลพระธาตุผาแดง อ.แม่สอด, บ.แม่ระมาดน้อย ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด, บ.แม่ต้าน ต.แม่ต้านอ.ท่าสองยาง และ บ.เซอทะ ต.หนองหลวง อ.อุ้มผาง จ.ตาก

นอกจากนี้ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 306 และชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 308 กองกำลังนเรศวร พร้อมด้วยจิตอาสาภัยพิบัติ ประสานบูรณาการผู้นำชุมชนและฝ่ายปกครอง พบ ปะพัฒนาสัมพันธ์กับประชาชน เพื่อประสานงานด้านกิจการพลเรือน, ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่ บ.ห้วยกองเป๊าะ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย และ บ.แม่ละนา ต.ปางมะผ้า อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน


นที มีเดช รายงาน

“ลอยกระทงสวรรค์ 1,000 ดวงใจ รวมพลังแห่งภักดี” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

“ลอยกระทงสวรรค์ 1,000 ดวงใจ รวมพลังแห่งภักดี” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

14 ธ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อคืนที่ผ่านมา นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ ฮ่องสอน พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัด นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และเหล่าพสกนิกร ประชาชน นักเรียน นักศึกษา จัดกิจกรรม ถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระ บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ สวนสาธาณะหนองจองคำ ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน และบริเวณหน้าวัดจองคำ จองกลาง เหล่าพสกนิกร ข้าราชการ นักเรียนนักศึกษา ประชาชน ได้ร่วมกัน “ลอยกระทงสวรรค์ 1,000 ดวงใจ รวมพลังแห่งภักดี” ขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสวยงามน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ น้อมถวายความอาลัยอย่างหาที่สุดไม่ได้ แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้กล่าวถวายความอาลัยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ผู้ทรงอุทิศพระวรกายพระสติปัญญาและพระราชหฤทัย เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข แก่ปวงชนชาวไทย ตลอดพระชนมชีพ ทรงเป็นดังแสงแห่งพระเมตตา ที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวแม่ฮ่องสอนเสมอมา ข้าพระพระพุทธเจ้าและเหล่าพสกนิกร จังหวัดแม่ฮ่องสอน จะมุ่งมันสืบสานพระราชปณิธานธำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์สืบไป

เหล่าปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายความอาลัย และขอน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ พระปรีชาสามารถ และพระราชจริยวัตรอันงดงาม จะยังคงสถิตอยู่ในใจของปวงชนชาวแม่ฮ่องสอน และชาวไทยตลอดไป


ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน