ตำรวจ ฝ่ายปกครองโคราช ตรวจเข้มโรงแรมกลางเมือง ไม่พบทหารรับจ้างหรือบุคคลต้องสงสัย

ตำรวจ ฝ่ายปกครองโคราช ตรวจเข้มโรงแรมกลางเมือง ไม่พบทหารรับจ้างหรือบุคคลต้องสงสัย

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ระหว่างเวลา 10.00–12.30 น. สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราช สีมา บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบ ร้อยและความมั่นคง ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังบุคคลต่างชาติที่อาจเข้ามาพักอาศัยในพื้นที่ โดยเฉพาะกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นทหารรับจ้าง

การปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พ.ต.ท.ยุทธพงษ์ โคขุนทด รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองนครราชสีมา พร้อมด้วย ร.ต.อ.สากล รอดคำทุย รองสารวัตรป้องกันปราบปราม (ร้อยเวร 20) และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับ นางสาวสมทรง เขียวเกษม ปลัดอำเภอเมืองนคร ราชสีมา รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองนครราชสีมา และคณะฝ่ายปกครอง

เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบโรงแรมและที่พักในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ โรงแรมเดอร์ฟอร์จูน, โรงแรม KS พาวิลเลี่ยน, โรงแรมซิตี้ ปาร์ค, โรงแรมแคนทารี่, โรงแรมโครานารี, โรงแรมเดอ วี ลอฟท์, โรงแรมเซ็นเตอร์ พอยต์ และโรงแรมไทยโฮเต็ล 2

จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีบุคคลต้องสงสัยหรือชาวต่างชาติที่เข้าข่ายเป็นทหารรับจ้างเข้าพักแต่อย่างใด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้กำชับและประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการโรงแรม หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือมีพฤติการณ์ผิดปกติ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่โดยทันที เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย

การลงพื้นที่ดังกล่าวเป็นไปตามมาตรการเชิงรุกในการดูแลความสงบเรียบร้อยและสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา.


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ / ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สภ.เมืองโคราช ตั้งด่านความมั่นคง คุมเข้มถนนราชสีมา–โชคชัย รวบ 2 หนุ่ม ซุกปืนเถื่อน–ยาเสพติด เสพยาขณะขับรถ

สภ.เมืองโคราชตั้งด่านความมั่นคง คุมเข้มถนนราชสีมา–โชคชัย รวบ 2 หนุ่ม ซุกปืนเถื่อน–ยาเสพติด เสพยาขณะขับรถ

เมื่อค่ำวันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ภายใต้การอํานวยการของ พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนคร ราชสีมา นำโดย พ.ต.ท.ยุทธพงษ์ โคขุนทด รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองนคร ราชสีมา (หัวหน้าชุด) พร้อมด้วย พ.ต.ท.อนนต์ มีมานะ สวป.สภ.เมืองนครราชสีมา และ ร.ต.ท.นิมนต์ ชำนินอก รอง สว.(ป.)สภ.เมืองนครราชสีมา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจความมั่นคงบนถนนราชสีมา–โชคชัย ขาเข้าเขตเมืองนครราชสีมา

ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก สีดำ ทะเบียน ยบ 4823 นครราชสีมา ขับเข้ามาที่จุดตรวจด้วยท่าทีมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจสอบ พบผู้ขับขี่คือ นายชัยยุทธ อายุ 26 ปี และมี นายสุรเชษฐ์ อายุ 26 ปี นั่งโดยสารมาด้วย

จากการตรวจค้นภายในรถ พบอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด .380 มม. จำนวน 3 นัด ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้า รวมทั้งพบยาบ้า จำนวน 4 เม็ด และยาไอซ์ น้ำหนักรวมถุง 0.58 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าสีเหลืองบริเวณช่องเก็บของหลังเบาะคนขับ โดย นายสุรเชษฐ์ รับสารภาพว่าอาวุธปืนและยาเสพติดทั้งหมดเป็นของตน

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งสองไปยัง สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อตรวจหาสารเสพติดในร่าง กาย ผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี พบว่าทั้งสองมีสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา นายสุรเชษฐ์ ในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร ครอบครองและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย ส่วน นายชัยยุทธ ถูกแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ขณะขับขี่ยานพาหนะ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกการจับกุม พร้อมนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองและของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ตำรวจย้ำเดินหน้าตั้งจุดตรวจเข้มในพื้นที่เมืองโคราช เพื่อป้องกันอาชญากรรมและสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง


ตำรวจทางหลวงลำตะคอง สกัดไอซ์ล็อตใหญ่ 500 กก. มูลค่าเกือบ 300 ล้าน

ตำรวจทางหลวงลำตะคองสกัดไอซ์ล็อตใหญ่ 500 กก. มูลค่าเกือบ 300 ล้าน กลางดึกสีคิ้ว คนร้ายไหวตัวทิ้งรถหลบหนี

เมื่อคืนวันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 23.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้นโยบาย “ห่วงใยทุกชีวิต เป็นมิตรทุกเส้นทาง” สามารถสกัดตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เมทเอมเฟตามีน หรือยาไอซ์ ได้จำนวนมากถึง 12 กระสอบ รวมน้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม บริเวณริมถนนหน้าหน่วยสอบสวนตำรวจทางหลวงสีคิ้ว กิโลเมตรที่ 155 อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

การปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พ.ต.ท.ปริญญ์ โคตรมณี สวญ.ส.ทล.3 กก.8 บก.ทล. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภาณุ พละศักดิ์ สว.ส.ทล.3 กก.8 บก.ทล., พ.ต.ต.ธีรพงศ์ ตาบัวตูม สว.(สอบสวน), ร.ต.อ.ณัฐพล ฤทธิรงค์ รอง สว.(สอบสวน) รวมถึงข้าราชการตำรวจทางหลวงชุดปฏิบัติการ

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากสายลับไม่ประสงค์ออกนาม ว่าจะมีขบวนการลำ เลียงยาเสพติดใช้รถยนต์กระบะสี่ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ต้นทาง มุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเฝ้าระวังบนถนนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 เมื่อพบรถต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ได้ส่งสัญญาณเรียกให้หยุดตรวจ แต่ผู้ขับขี่ได้จอดรถบริเวณไหล่ทาง ก่อนเปิดประตูวิ่งหลบหนีไปในความมืด ทิ้งรถยนต์ไว้ในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบภายในรถ พบกระสอบสีดำจำนวน 12 กระสอบ บรรจุยาไอซ์เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังตรวจยึดรถยนต์กระบะสี่ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ซึ่งตรวจสอบพบว่าใช้ทะเบียน กษ 7347 นครราชสีมา และพบแผ่นป้ายทะเบียน กษ 183 พระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 แผ่น คาดว่าเป็นการสวมทะเบียนเพื่ออำพรางการขนส่ง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด และนำส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีมาดำเนินคดี


ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

พลเอก ดร.ดิเรก ดีประเสริฐ ประธานกรรมการสถาบันการบินพลเรือน เป็นประธานมอบประกาศนียบัตร หลักสูตรวิชาภาคพื้น ประจำปีการศึกษา 2567

สถาบันการบินพลเรือน ขอขอบคุณ พลเอก ดร.ดิเรก ดีประเสริฐ ประธานกรรมการสถาบันการบินพลเรือน ผู้แทน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอย่างสูงยิ่ง ที่ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตร หลักสูตรวิชาภาคพื้น ประจำปีการศึกษา 2567 และได้กรุณาให้คำอวยพรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา นับเป็นเกียรติและขวัญกำลังใจอย่างยิ่งแก่คณะผู้บริหาร บุคลากร และผู้สำเร็จการศึกษาทุกคน


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ญาติของ ครอบครัวทหารที่เสียชีวิตจากชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ 14 ธันวาคม 2568 เวลา 14.45 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายาองคมนตรี เชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ญาติของ ครอบครัวจ่าสิบตรี จิรวัฒน์ มุ่งกลาง ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชาย แดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ในโอกาส นี้ องคมนตรี ได้เชิญพระ กระแสทรงเสียพระราชหฤทัย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวกับครอบครัว ให้ได้รับทราบ พร้อมกับพูดคุยให้กำลังใจ ยังความปลื้มปิติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้น

ในการนี้ องคมนตรี ได้เป็นประธาน ในพิธีพระราชทานเพลิงศพจ่าสิบตรี จิรวัฒน์ มุ่งกลาง ณ เมรุวัดวังน้ำเย็น อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีข้าราชการ และประชาชน เข้าร่วมแสดงความไว้อาลัยและเข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก


สมาคมนักศึกษาเก่า นิด้า จัดโครงการ “ร่วมใจพัฒนาอย่างยั่งยืน 44 ปี แห่งการก่อตั้งสมาคมนักศึกษาเก่าสถาบันบัณฑิ พัฒนบริหารศาสตร์ ในพระบรมราชูถัมภ์”

สมาคมนักศึกษาเก่า นิด้า จัดโครงการ “ร่วมใจพัฒนาอย่างยั่งยืน 44 ปี แห่งการก่อตั้งสมาคมนักศึกษาเก่าสถาบันบัณฑิ พัฒนบริหารศาสตร์ ในพระบรมราชูถัมภ์”

วัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจ เชิดชูศิษย์เก่าดีเด่นนิด้าที่เคยได้รับรางวัลจากสถาบัน ตั้งแต่ปี 2529 ถึงปัจจุบัน ปี 2568 จัดทำ “ทำเนียบเกียรติยศศิษย์เก่าดีเด่นของสถาบัน ติดตั้ง ณ Hall of Fame ภายในสำนักงานสมาคม ชั้น1 อาคารนวมินทราธิราช

เพื่อรวมพลศิษย์เก่าดีเด่น และศิษย์เก่านิด้าที่สนใจ ร่วมฟัง Lunch Talk “การปรับตัวเศรษฐกิจไทยฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก ปี 2026” ในวันอาทิตย์ 14 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00-14.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (สปท.) ถ.วิภาวดี กรุงเทพฯ

ติดต่อสอบถาม ได้ที่
สำนักงานสมาคมฯ ชั้น 1 อาคารนวมินทราธิราช วันเวลาราชการ โทรศัพท์ : 0 2727 3342
มือถือ 093 062 9456 (Line) :Nida Alumni44


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจ บจก.คันทรีเฟรชแดรี่ มอบนมยูเอชที แก่ผู้ยากไร้ในสถานสงเคราะห์ 5 จังหวัด รวม 27 แห่ง รวม 33,600 กล่อง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจ บจก.คันทรีเฟรชแดรี่ มอบนมยูเอชที แก่ผู้ยากไร้ในสถานสงเคราะห์ 5 จังหวัด รวม 27 แห่ง รวม 33,600 กล่อง

ระหว่างวันที่ 9-10 ธันวาคม 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ จัดทีมนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพ เจ้าหน้าที่แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ เจ้าหน้าที่แผนกบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่ส่งมอบนมยูเอชที ที่ได้รับบริจาคจาก บริษัท คันทรีเฟรชแดรี่ จำกัด ให้กับสถานสงเคราะห์เด็กและเยาวชน ผู้พิการ คนชรา และคนไร้ที่พึ่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และนครปฐม รวม 27 แห่ง ประกอบด้วย

  • สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด
  • สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี
  • สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (ชายและหญิง)
  • สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า
  • สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกึ่งวิถี (ชายและหญิง)
  • สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชายธัญบุรี
  • สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี
  • สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร บ้านพักเด็กและครอบครัว
  • สถานสงเคราะห์เด็กบ้านตะวันใหม่ บ้านเด็กเร่ร่อน
  • มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์
  • สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรปราการ
  • ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกรุณา
  • ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรปราการ
  • มูลนิธิเด็กบ้านทานตะวัน มูลนิธิหลวงตาน้อย
  • ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านมุทิตา
  • ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านอุเบกขา
  • ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนหญิงบ้านปรานี
  • ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนสิรินธร
  • ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก และ
  • บ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร

รวม 33,600 กล่อง โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เป็นผู้รับมอบ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบ พระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สละแรงกาย แรงใจ สมทบทุนงานสาธารณกุศล ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ประสบสาธารณภัยต่างๆ ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www. facebook. com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

‘ชวน’ กรีดซื้อเสียง ‘มหันตภัยทำลายชาติ’ ติง “กกต.” ต้องเร่งสางคดีฮั้ว สว.

“อดีตนายกฯ ชวน” ชี้การเมืองซื้อเสียงคือมหันตภัยทำลายชาติ ส่งผลให้แต่งตั้งข้าราชการทุจริตเป็นลูกโซ่ กรีด กกต. เมินคดี “ฮั้ว สว.” หวั่นกระทบสรรหาในองค์กรอิสระ ลั่นกฎหมายไทยไม่ได้อ่อนแอ จี้บังคับใช้จริงจัง ทำให้ศักดิ์สิทธิ์ วอนสังคมแยกแยะปมทุจริตวงการสงฆ์ ห่วงคนทำบุญน้อยวัดขาดปัจจัยจ่ายค่าไฟ-น้ำ

ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2568 นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “Anti-Corruption Awards 2025” ส่งเสริมการต้านคอร์รัปชั่น และส่งเสริมธรรมาภิบาล ประจำปี 2568 จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “คอร์รัปชั่น มหันตภัยทำลายชาติ”

นายชวน กล่าวว่า สถานการณ์ทุจริตในไทยมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นและขยายวงกว้าง โดยเฉพาะการซื้อเสียงของนักการเมือง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความเสียหายร้ายแรง เมื่อพรรคการเมืองต้นสังกัดได้เป็นรัฐบาลและตัวเองได้เป็นรัฐมนตรี บุคคลเหล่านี้มักแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงที่มีพฤติกรรมทุจริต ทำให้แวดวงข้าราชการไทยตกอยู่ในวงจรการทุจริตคอร์รัปชั่น
นายชวน ได้กล่าวตำหนิการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าขาดความจริงจังในการตรวจสอบ เปิดช่องให้นักการเมืองบางกลุ่มทำการซื้อเสียงกันได้ง่ายๆ โดยตนเคยทำหนังสือถึงประธานและเลขาธิการ กกต. เพื่อแจ้งเบาะแสและจี้ให้แก้ปัญหา แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการตอบรับหรือแก้ไขที่เป็นรูปธรรม จวบจนปัจจุบันนี้พ้นตำแหน่งไปแล้วก็ยังไม่ได้รับคำตอบ

พร้อมแสดงความห่วงใยต่อการฮั้วเลือก สว. ซึ่งคดีนี้อยู่ในอำนาจของ กกต. ในการตรวจสอบอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้คนทำผิดได้เข้ามาทำหน้าที่ และปล่อยให้ สว.กลุ่มนี้ เข้าไปมีส่วนร่วมในการสรรหาและแต่งตั้งบุคคลในองค์กรอิสระ เพราะหากต้นทางขาดความชอบธรรม ย่อมส่งผลให้การตัดสินคดีต่างๆ ขององค์กรอิสระขาดความชอบธรรมไปด้วย

นายชวน กล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญว่า เป็นองค์กรที่มีความสำคัญมากในการสร้างความยุติธรรม และการปราบปรามการทุจริต กรณีคดียุบพรรคการเมือง มีการวิ่งเต้นล้มคดียุบพรรค ซึ่งมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ พยายามวิ่งเต้นจ่ายสินบน 30 ล้านบาท ผ่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคน แต่ตุลาการท่านนั้นปฏิเสธ แม้ว่าท้ายที่สุดพรรคดังกล่าวจะถูกยุบ แต่กรณีนี้สะท้อนว่าวงจรการทุจริตได้หยั่งรากลึก และขยายวงกว้างออกไป จำเป็นที่ทุกภาคส่วนจะต้องมีส่วนร่วม โดยเฉพาะการสรรหาบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต เพราะหากได้คนดี มีความสุจริตเป็นที่ตั้ง ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นก็จะมีน้อยลง

อดีตนายกรัฐมนตรี ยังได้สะท้อนปัญหาสังคมเรื่องวิกฤตศรัทธาในพุทธศาสนา จากข่าวพระทุจริต ทำให้ประชาชนทำบุญน้อยลง จนบางวัดเหลือเงินทำบุญเพียงร้อยละ 40 และไม่มีเงินชำระค่าน้ำค่าไฟ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง จึงอยากขอให้สังคมไทยได้แยกแยะระหว่างบุคคลกับศาสนา เพราะวัดส่วนใหญ่ไม่ได้มีพฤติกรรมหลอกลวงฉ้อฉล เหมือนวัดและพระที่ตกเป็นข่าวแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้เกิดวิกฤติศรัทธา คนไม่ทำบุญ ส่งผลให้วัดหลายแห่งขาดสภาพคล่องไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำ และไฟฟ้า เป็นต้น

นายชวน ยังเน้นย้ำว่า รัฐธรรมนูญและกฎหมายไทยไม่ได้อ่อนแอ แต่ที่เป็นปัญหาคือการบังคับใช้ กฎหมาย จึงเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนช่วยกันทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ โดยทำทุกอย่างให้เป็นความจริง ตรงไปตรงมา ตนเชื่อว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ก็น่าจะลดน้อยลงไปได้


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ลดค่าประเมินช่างไฟ เหลือ 100 บาท โปรนับถอยหลังถึงสิ้นปี

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ประกาศปรับลดค่าธรรมเนียมการประเมินและรับรองความรู้ความสามารถช่างไฟฟ้าภายในอาคาร จาก 1,000 บาท เหลือเพียง 100 บาท ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เท่านั้น ช่างไฟฟ้าเร่งเข้ารับการประเมินก่อนหมดสิทธิ

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ระบบไฟฟ้า มีความสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน ที่ทำงาน การขนส่ง หรือเครือข่ายการสื่อสาร ต่างขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ดังนั้น ช่างไฟฟ้าจึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ทันสมัย เพื่อความปลอดภัยของตนเองและสาธารณะ ปัจจุบันมีผู้ปฏิบัติงานด้านไฟฟ้าที่ผ่านการรับ รองความรู้ความสามารถ จำนวนกว่า 140,000 คน และหนังสือรับรองหมดอายุแล้ว ประมาณ 100,000 คน และผู้ปฏิบัติงานที่ยังไม่เคยเข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถอีกจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ช่างไฟฟ้าดังกล่าว ต้องระวางโทษปรับตามกฎหมาย ไม่เกิน 5,000 บาท

นายสมาสภ์ฯ กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการลดภาระให้แก่ช่างไฟฟ้าให้เข้าถึงการประเมินความรู้ความสามารถ กฎกระทรวงได้ประกาศลดค่าธรรมเนียมการประเมินและรับรองความรู้ความสามารถเหลือเพียง 100 บาท ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ก่อนจะกลับไปใช้อัตราเดิม 1,000 บาท จึงขอให้ช่างไฟฟ้าทุกท่านรีบดำเนินการก่อนสิทธิจะหมด ทั้งนี้ จะต้องเข้ารับการประเมินกับสถาบันหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานเท่านั้น หากเข้ารับการประเมินกับศูนย์ประเมินของเอกชนหรือสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะไม่ใช่ราคานี้


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) จัดงานมอบรางวัล “ANTI-CORRUPTION AWARDS 2025” ส่งเสริมการต้านคอร์รัปชั่น และส่งเสริมธรรมาภิบาล ประจำปี 2568

“สื่อต้านคอร์รัปชั่นฯ” ชู “บิ๊กเต่า-ผู้กองธร-ก้อย” มือปราบทุจริต ยกย่อง“มิสเตอร์จิโร่-บิ๊กกุ้ง-บิ๊กปตท.-ออมสิน-ซีพีออลล์” ผู้นำธรรมาภิบาล ขณะที่“ศูนย์สอบมธ.-สื่อน้ำดี”ซิวโล่ห์เกียรติยศ งานมอบรางวัล“ANTI-CORRUPTION AWARDS 2025”

ที่อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2568 สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) จัดงานมอบรางวัล “ANTI-CORRUPTION AWARDS 2025” ส่งเสริมการต้านคอร์รัปชั่น และส่งเสริมธรรมาภิบาล ประจำปี 2568 โดยมี นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีมอบรางวัล พร้อมกล่าวปาฐกถา หัวข้อ “คอร์รัปชั่น มหันตภัยทำลายชาติ”

ดร.เอก เหลืองสอาด นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) และประธานสภาธรรมาภิบาลสื่อมวลชนแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 7 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อยกย่อง เชิดชู เป็นกำลังใจให้กับองค์กร หน่วยงาน บุคคล และสื่อมวลชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริต ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานของสมาคมฯ 14 ปีที่ผ่านมา ได้เล็งเห็นถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่นับวันจะทวีความรุ่นแรงมากยิ่งขึ้น โกงกินกันมากเท่าไรก็จะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในวงกว้าง การทุจริตทำให้ทรัพยากรที่ควรนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมถูกบิดเบือน เกิดความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในสังคม

สมาคมฯ จึงมุ่งเน้นไปที่เด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ เข้าไปปลุกจิตสำนึกด้านความซื่อสัตย์สุจริตให้กับพวกเขา โดยได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ สนับสนุนและส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนของชาติเห็นคุณค่าของการทำความดี นำหลักธรรมาภิบาลไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการขจัดปัญหาการทุจริตทุกรูปแบบ

ดร.เอก์ฯ กล่าวอีกว่า ขอขอบคุณมูลนิธิต่อต้านการทุจริต องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศ ไทย) และภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ รวมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ให้ความร่วมมือและให้การสนับสนุนในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติต่อต้านการทุจริตด้วยดีตลอดมา

ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น มีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคประชาชน องค์กรต่างๆ สื่อมวลชน และสถาบันอุดมศึกษา เข้าร่วมงานจำนวนมาก สะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ภายใต้การนำของ ดร.เอก์ เหลืองสอาด อย่างแท้จริง

สำหรับรางวัลส่งเสริมการต้านคอร์รัปชั่น ประจำปี 2568 ประเภทองค์กร ได้แก่ ศูนย์สอบธรรมศาสตร์ ประเภทสื่อสารมวลชน ได้แก่ ศูนย์ข่าว Policy Watch สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน และนายอลงกรณ์ เหมือนดาว บรรณาธิการข่าว 3 มิติ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 ประเภท บุคคล ได้แก่ พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร้อยตำรวจเอก นิติธร ประชันกาญจนา รองสารวัตร กองกำกับการ5 กองบังคับการปราบปราม และคุณพัสนีย์ พูลสุข

ส่วนรางวัลส่งเสริมธรรมาภิบาล ประจำปี2568 ประเภทองค์กร ได้แก่ บริษัท พีซี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารออมสิน ประเภทบุคคล ได้แก่ พันโท หนุน ศันสนาคม “มิสเตอร์จิโร่” ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และพลโท บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก อดีตแม่ทัพภาคที่ 2

นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังได้มอบเกียรติบัตร “สถาบันการศึกษาดีเด่น ด้านส่งเสริมธรรมาภิบาล” จำนวน 11 มหาวิทยาลัย ได้แก่
1.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
2.มหาวิทยาลัยนเรศวร
3.มหาลัยอุบลราชธานี
4.มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
5.มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ
6.มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
7.มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
8.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
9.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
10.สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ
11.สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน