จิตอาสา 904 ภาค​ 3 อำนวยความสะดวกเดินทางเพื่อเข้าเฝ้าฯกราบถวายบังคม พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จิตอาสา 904 ภาค​ 3 อำนวยความสะดวกเดินทางเพื่อเข้าเฝ้าฯกราบถวายบังคม พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลา 21:00 – วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 10:00 น. จิตอาสา 904 หลักสูตร​พื้นฐานภาค​ 3 รุ่นที่ 2/2565 หลักสูตร​พื้นฐานภาค​ 3 รุ่นที่ 3/2566 หลักสูตร​พื้นฐานภาค​ 3 รุ่นที่ 4/2567 จังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกิจกรรม เดินทางเพื่อเข้าเฝ้าฯกราบถวายบังคม พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รอบที่ 2

จุดรวมพลอำเภอหนองไผ่ นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ มอบหมายให้ป้องกันจังหวัดพร้อมเจ้าที่ปกครองอำเภอหนองไผ่ วังโป่ง ชนแดน จิตอาสา 904 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวก พร้อมส่งประชาชน ที่ร่วมเดินทางเข้าเฝ้าฯกราบถวายบังคม พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นรอบที่ 2 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และญาติ พี่น้องชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมขบวน ที่บรรทุกประชาชน กว่า 700 คน จำนวน 17 คัน ให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ

โดยจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี สำหรับการนำประชาชนเตรียมพร้อมเข้ากราบถวายบังคม พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยได้ประชุมทุกภาคส่วน ในการจัดหารถ อำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง การดูแลสุขภาพของผู้เดินทาง การตรวจสภาพรถ ตรวจความพร้อมคนขับ เพื่อให้ประชาชนที่เดินทางมีความสะดวกสบาย และปลอดภัย เดินทางไปกลับโดยสวัสดิภาพสูงสุด

ตามที่สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายกราบบังคม พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ในการนี้จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้จัดขบวนรถนำประชาชนเตรียมพร้อม เข้ากราบถวายบังคม พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ในการเดินทางไปกราบพระบรมศพ ฯ ครั้งที่ 2 ในวันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม 2568 ของ จังหวัดเพชรบูรณ์ เวลา 04.10 น. เดินทางถึงจุดพักคอย สนามกีฬาธูปเตมีย์ (กองทัพอากาศ) เวลา 06.45 น . เดินทางถึงจุดพักคอยสนามหลวง เวลา 07.40 น เข้าจุดคัดกรองประวัติ ผ่านการคัดกรองทั้งหมด เวลา 08.00 น.ประชาชนเริ่มเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ ประชาชนเดินทางออกจากพระบรมมหาราชวัง 10.30 น เดินทางกลับจังหวัดเพชรบูรณ์


นที มีเดช รายงาน

หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท มอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชนบนยอดดอย อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท มอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชนบนยอดดอย อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนขณะที่ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ตรวจโครงการจัดหาน้ำกินน้ำใช้ และมอบผ้าห่มกันหนาวให้นักเรียนพุทธเกษตรบรรเทาความเดือดร้อนจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568 หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท กองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย ชุดพัฒนามวลชนสัมพันธ์ที่ 3110 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 1 ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “1 เดือน 1 รอยยิ้ม” เข้าเยี่ยมเยือนประชาชนกลุ่มผู้เปราะบาง ในพื้นที่รับผิดชอบ ตามแนวชายแดน ที่ได้รับผลกระทบ จากอากาศที่หนาวเย็น พร้อมมอบผ้าห่ม จำนวน 5 ราย ณ บ.แพมกลาง ต.ทุ่งยาว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

และ พลโท หม่อมหลวงประวีร์ จักรพันธุ์ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจติดตามผลการปฏิบัติงานโครงการประจำปีงบประมาณ 2569 ของ น่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชา การทหารพัฒนา โดยมี เสนาธิการสำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมด้วยนายทหาร กำลังพล หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ให้การต้อนรับ นำตรวจโครงการจัดหาน้ำกินน้ำใช้ งานอาคารบริการน้ำดื่ม ระบบ Ro อัตราการผลิต 250 ลิตร/ชม. ให้กับโรงเรียนพุทธเกษตร เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน

ในโอกาสนี้ พลโท หม่อมหลวงประวีร์ จักรพันธุ์ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ได้มอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 100 ผืน ให้แก่คณะครูและนัก เรียน โรงเรียนพุทธเกษตร ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น จากอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 15-19 องศาเซลเซียล บนยอดดอย 10-12 องศาเซลเซียล เพื่อบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือในเบื้องต้น ทั้งนี้ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานราชการ กับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย


นที มีเดช รายงาน

รองผอ.รมน.จ.สุโขทัย (ฝ่ายทหาร) ร่วมประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)

รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย (ฝ่ายทหาร) ร่วมประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568 พันเอก พงศธร นิพภยะ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย (ฝ่ายทหาร) เข้าร่วมประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM๒.๕) ปี 2568 – 2569 จังหวัดสุโขทัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2569 ครั้งที่ 1

โดยมี นาย นพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานการประชุมฯ เพื่อบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อม วางแนวทาง และกำหนดมาตรการในการป้องกัน เฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ณ ห้องประชุมศรีสัชนาลัย ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุโข ทัย ตำบลธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.แพร่ บูรณาการ สร้างการรับรู้ พร้อมทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่าหมอกควันและลดฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่อำเภอเมืองแพร่

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแพร่ บูรณาการ สร้างการรับรู้รณรงค์พร้อมทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่าหมอกควันและลดฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่อำเภอเมืองแพร่

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568 พันเอก จิตรเทพ ตรีวิมล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่น คงภายในจังหวัดแพร่ ฝ่ายทหาร มอบหมายให้ ร้อยโท ธวัชชัย สกุลอ๊อด รองหัวหน้าฝ่ายประสานการปฏิบัติ และกำลังพลกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแพร่ ร่วมกับ เทศบาลตำบลช่อแฮ ลงพื้นที่รณรงค์ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในพื้นที่ ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

จากนั้นได้ดำเนินการบูรณาการร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจแนวกันไฟเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ที่มีความสูงชัน ณ วัดดอยเล็ง ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

ต่อจากนั้น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแพร่ เข้าพบปะและหารือแนวทางการบูรณาการการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลช่อแฮ ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.พิจิตร พร้อม จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน รุ่น 3/62 ร่วมกิจกรรมจัดระเบียบสายสื่อสาร จังหวัดพิจิตร

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร พร้อม จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน รุ่นที่ 3/62 ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาจัดระเบียบสายสื่อสาร จังหวัดพิจิตร

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568 พันเอก สัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนาสกุล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร ฝ่ายทหาร พร้อมด้วย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดพิจิตร จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน รุ่นที่ 3/62 จังหวัดพิจิตร และจิตอาสาภาคประชาชน จำนวน 30 คน ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาจัดระเบียบสายสื่อสาร ดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารโทรคมนาคมบนเสาไฟฟ้าของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย และสายสื่อสารที่ไม่ใช้งานในพื้นที่จังหวัดพิจิตร บริเวณถนนสระหลวง (ฝั่งซ้าย)

โดยเริ่มจากปั๊มน้ำมันบางจาก – สี่แยกไฟแดงทางเข้าตลาดเทศบาล 1 อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร ช่วยทำให้สายสื่อสารบริเวณถนนเส้นสระหลวง เป็นระเบียบเรียบร้อย อีกทั้งเป็นการสร้างความรักความสามัคคีในหมู่คณะ


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.ภาค 3 ประชุมคณะกรรมการฯ ประจำปี 2569

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ประชุมคณะกรรมการฯ ประจำปี 2569

วันที่ 16 ธันวาคม 2569 เวลา 10.00 นาฬิกา ที่ห้องบันเทิงทัพ 1 สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 จัดการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 และคณะกรรมการที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมันคงภายในภาค 3 ประจำปี 2569 เพื่อพบปะและประสานความร่วมมือของคณะกรรมการอำนวยการรักษา ความมั่นคงภายใน ฯ

โดยมี พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ, ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้แทนจังหวัด, รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจัง หวัด (ฝ่ายทหาร) เข้าร่วมการประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งมีหัวข้อเรื่องสำคัญที่นำเสนอให้คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 และผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อทราบและพิจารณา ในหัวข้อต่าง ๆ โดยมีการสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ กองอำนวยการรักษาความมันคงภายในภาค 3 และ ข้อสั่งการของอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน โดยการรับชมวีดีทัศน์ การบูรณาการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ประจำปี 2569 รวมไปถึงการหารือและข้อคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมฯ ประเด็น “การดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันฯ และแผนการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันฯ อย่างยั่งยืน การบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และการเพิ่มความชุ่มชื้นในพื้นที่ป่า เป็นต้น

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งจะได้ข้อแนะนำ และแนวทางการปฏิบัติต่างๆ ที่สามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอบคุณการนำเสนอผลงานการแก้ปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด รวมถึงการคลี่คลายสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งพื้นที่ชายแดน และพื้นที่ตอนในที่ผ่านมา กอ.รมน.ทุกจังหวัด ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ต้องขอบคุณเป็นพิเศษ สำหรับ เรื่องไฟป่า หมอกควัน นับเป็นปัญหาที่ต้องเผชิญในช่วงเวลานี้ทุกปี ซึ่งได้จัดประชุมฯ มอบแนวทางการปฏิบัติให้กับ ผอ.รมน.จังหวัดไปเรียบร้อยแล้ว

ปัญหาสำคัญอีกปัญหาหนึ่ง คือ ปัญหาน้ำ และป่าต้นน้ำ เพื่อให้การขับเคลื่อนงานในระดับจังหวัดมีความต่อเนื่องขอหมอบหมายให้ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ฝ่ายทหาร) เป็นผู้ปฏิบัติงานหลักในคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด เพื่อแบ่งเบางานจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด/ ผอ.รมน.จังหวัด เนื่องจากในระดับภาคนั้น สทนช.ภาค 1 ได้ประสานงานกับ กอ.รมน.ภาค 3 อยู่แล้ว การใช้งาน รอง ผอ.รมน.จังหวัด (ท.) ในระดับจังหวัด จึงสอดคล้องกับการทำงานในระดับภาค ขอขอบคุณ ผอ.รมน.จังหวัด, คณะกรรมการอำนวยการฯ และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านที่ให้คำแนะนำ อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในวันนี้ กอ.รมน.ภาค 3 จะนำข้อแนะนำเหล่านี้ ไปใช้แก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ทบ. รับมอบอาหารสำเร็จรูป พร้อมสิ่งของจำเป็น เพื่อส่งมอบกำลังใจให้กับกำลังพลที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

ทบ. รับมอบอาหารสำเร็จรูป พร้อมสิ่งของจำเป็น เพื่อส่งมอบกำลังใจให้กับกำลังพลที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ (16 ธ.ค. 68) เวลา 09.00 น. ณ ห้องรับรอง 211 กองบัญชาการกองทัพบก กองทัพบกดำเนินการรับอาหารสำเร็จรูป พร้อมสิ่งของจำเป็น เพื่อนำไปมอบให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี พลเอก ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีฯ พร้อมด้วย พันเอก สุรพร สุธรานันท์ รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 ผู้แทนกองทัพภาคที่ 1 เป็นผู้รับมอบ ดังนี้

  1. บริษัท นวนครบิสสิเนส 2012 จำกัด นำโดย พันโท ธรรมรัตน์ ธานีโต ประธานบริษัท นวนครบิสสิเนส 2012 จำกัด และคณะ มอบห่อหมกกระป๋อง 3,840 กระป๋อง มูลค่า 268,800 บาท
  2. สหายธรรมกลุ่มเสียงบุญ กรุงเทพมหานคร และสหายธรรมทางเพจเฟซบุ๊ก นำโดย นางสาว อุไร ตั้งอุดมมงคล และคณะ มอบผ้าห่ม 400 ผืน และสเปรย์กันยุงซอฟเฟล 400 ขวด รวมมูลค่า 50,800 บาท

กองทัพบก ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบกำลังใจให้กับกำลังพลที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ถือเป็นพลังน้ำใจในความห่วงใยที่มีต่อทหารผู้กล้าให้พร้อมทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติอย่างดีที่สุดต่อไป



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

ศอ.จอส.ภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่า หมอกควัน) บูรณาการร่วมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์รณรงค์ สร้างฝายชะลอน้ำ ในพื้นที่ จ.ตาก จ.เชียงใหม่ และ จ.แม่ฮ่องสอน

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่า หมอกควัน) บูรณาการร่วมกับ มณ ฑลทหารบกที่ 310 หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง เขตพื้นที่ กองพลพัฒนาที่ 3 จัดกิจกรรมประชา สัมพันธ์รณรงค์ สร้างฝายชะลอน้ำ ตามมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันในพื้นที่จังหวัดตาก จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

เมื่อวันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติมณฑลทหารบกที่ 310 (ไฟป่า หมอกควัน) จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ให้ประชาชนรับรู้ถึงผลกระทบที่เกิดจากไฟป่า ณ บ้านคลองขยางโพรง หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำรึม อำเภอเมือง จังหวัดตาก

ขณะที่ กองบังคับการควบคุมหน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท ร่วมกับ หมวดปืนเล็กที่ 4 กองร้อยทหารราบที่ 1733 พร้อมกับหน่วยพิทักษ์ป่าปางมะผ้า เข้าร่วมกิจกรรมการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ให้กับ บุคคลากรนักเรียน และประชาชนในพื้น ที่ ณ บ้านเมืองแพม ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อแนะนำให้ความรู้เบื้องต้น “เผาป่ามีความผิด คิดก่อนทำลาย” ความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และให้ความรู้เรื่อง ฝุ่นละออง PM 2.5, PM 10 ทำการแจกเอกสารแผ่นพับความรู้เรื่องไฟป่า หมอกควัน และร่วมปลูกป่ากับประชาชนในพื้นที่

และ ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง เขตพื้นที่ กองพลพัฒนาที่ 3 มอบหมายให้ ชุดปฏิบัติการโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตามพระราช ดำริ บ้านนาเกียน ตำบลนาเกียน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับราษฎร บ้านนาเกียน ได้ดำเนินการสร้างฝายชะลอน้ำชั่วคราว โดยใช้วัสดุธรรมชาติ จำนวน 1 ฝาย ขนาดความสูง 0.5 เมตร กว้าง 0.7 เมตร ยาว 2.2 เมตร เพื่อชะลอการไหลของน้ำ ดักตะกอนธรรมชาติ เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผืนป่าในพื้นที่โครงการฯ ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 รับคณะ นายทหารนักเรียน หลักสูตรการจัดงานส่งกำลังบำรุงชั้นสูง รุ่นที่ 68 ประจำปีงบประมาณ 2569

กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 รับคณะ นายทหารนักเรียน หลักสูตรการจัดงานส่งกำลังบำรุงชั้นสูง รุ่นที่ 68 โรงเรียนส่งกำลังบำรุงทหารบก และ คณะทำงานด้านส่งกำลังบำรุง ประจำปีงบประมาณ 2569

เมื่อวันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2568 ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 มอบหมายให้ พันเอก รัฐวิชญ์ ณรงค์พนารัตน์ เสนาธิการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พร้อมด้วยฝ่ายเสนาธิการ ร่วมให้การต้อนรับคณะ โรงเรียนส่งกำลังบำรุงทหารบก และนำเสนอสรุปภารกิจ, การจัด และการดำเนินงานด้านส่งกำลังบำรุงของ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ให้กับคณะผู้บังคับบัญชา, อาจารย์ และนายทหารนักเรียน หลักสูตรการจัดงานส่งกำลังบำรุงชั้นสูง รุ่นที่ 68 มี พันเอก พีรวัส สุขการค้า รองผู้บัญชาการโรงเรียนส่งกำลังบำรุงทหารบก เป็นหัวหน้าคณะฯ โดยมี พันเอกมนตรี พูลทวี รองเสนาธิการ กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธาน ณ ห้องประชุมคชรัตน์ 1 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก..

ต่อจากนั้น ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 มอบหมายให้ พันเอก ศักดิ์สิทธิ์ นิลจันทร์ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พร้อมด้วย พันเอก ระพิน ร่ำรวย ผู้บังคับศูนย์ควบคุมการส่งกำลังบำรุง กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 และเจ้าหน้าที่ของหน่วยให้การต้อนรับ พลตรี รัฏฐกรณ์ ไทยสีหราช หัวหน้าคณะทำงานด้านส่งกำลังบำรุง ประจำปีงบประมาณ 2569 และคณะฯ พร้อมทั้งชี้แจงผลการดำเนินงาน และปัญหาข้อขัดข้องของหน่วยให้กับคณะฯ รับทราบ ณ ห้องประชุม ศูนย์ควบคุมการส่งกำลังบำรุง กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก


นที มีเดช รายงาน

“สดุดีวีรชน” แม่ทัพภาคที่ 4 รับร่างทหารกล้าเสียชีวิตจากเหตุปะทะพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งกลับสู่บ้านเกิด จังหวัดนราธิวาส

“สดุดีวีรชน” แม่ทัพภาคที่ 4 รับร่างทหารกล้าเสียชีวิตจากเหตุปะทะพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งกลับสู่บ้านเกิด จังหวัดนราธิวาส

จากเหตุการณ์การปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาด้านจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 10.00 น. ขณะกำลังพลกองทัพบกปฏิบัติภารกิจผลักดันอริราชศัตรูในพื้นที่ยุทธภูมิ ช่องอานม้า เขตตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ได้เกิดเหตุข้าศึกใช้อาวุธหนักและอาวุธวิถีโค้ง ยิงเข้ามายังจุดวางกำลังฝ่ายเรา ส่งผลให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 3 นาย และเสียชีวิตทันที 4 นาย หนึ่งในนั้นคือ พลอาสาสมัคร มุสตากีม มาเจ๊ะมะ สังกัด กองพันจู่โจม หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ

วันนี้ (14 ธันวาคม 2568) เวลา 13.45 น. ณ ท่าอากาศยานนราธิวาส ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา เป็นประธานในพิธีสดุดีและรับศพ พลอาสาสมัคร มุสตากีม มาเจ๊ะมะ เพื่อส่งร่างทหารกล้ากลับสู่ภูมิลำเนา ท่ามกลางบรรยา กาศแห่งความโศกเศร้าอาลัย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานในพื้นที่ ผู้นำท้องถิ่น และมวลชนจังหวัดนราธิวาส เข้าร่วมพิธีอย่างสมเกียรติ

พลอาสาสมัคร มุสตากีม มาเจ๊ะมะ อายุ 21 ปี สังกัดกองพันจู่โจม กรมรบพิเศษที่ 3 เกิดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2547 บรรจุเข้ารับราชการทหารเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่ 3 ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ได้เสียสละชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติ บริเวณเนิน 677 ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ทหารกล้าผู้นี้เดินทางไกลกว่าพันกิโลเมตรจากบ้านเกิดในจังหวัดนรา ธิวาส เพื่อร่วมปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการปกป้องผืนแผ่นดินไทย ถือได้ว่าทหารกล้าผู้นี้ได้ต่อสู้อย่างเข้มแข็ง กล้าหาญ และเสียสละเลือดเนื้อชีวิต เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไทยอย่างแท้จริง สมควรที่ได้กล่าวอย่างภาคภูมิใจ สมศักดิ์ศรี ว่า เป็น “วีรบุรุษจากชายแดนใต้ สู่แนวหน้าชายแดนไทย–กัมพูชา” ทั้งนี้ พลอาสาสมัคร มุสตากีมฯ ถือเป็นสายเลือดทหารโดยแท้ เนื่องจากมารดาเป็นทหารหญิง ปัจจุบันรับราชการอยู่ที่จังหวัดสระบุรี โดยเจ้าตัวสมัครเข้ารับราชการทหารด้วยความตั้งใจแน่วแน่ เพื่อแบ่งเบาภาระของมารดา และตอบแทนคุณแผ่นดิน

ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุ พลอาสาสมัคร มุสตากีม มาเจ๊ะมะ เคยปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สมรภูมิ ภูมะเขือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 20–28 กรกฎาคม 2568 แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ อดทน และเสียสละตลอดแนวการปฏิบัติภารกิจ สำหรับกำหนดการพิธีศพ ครอบครัวกำหนดจัดพิธีทางศาสนาอิสลาม ณ กุโบสะบือรัง (บ้านสุแฆ) หมู่ 3 ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส

ในโอกาสนี้ ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอร่วมสดุดีและไว้ อาลัยแด่วีรกรรมอันกล้าหาญของทหารกล้าผู้ได้ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินด้วยชีวิต การเสียสละของ พลอาสาสมัคร มุสตากีม มาเจ๊ะมะ นับเป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่า แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ ความเสียสละ และความจงรักภักดีต่อประเทศชาติ ศาสนา และประชาชน วีรกรรมของท่านจะถูกจารึกไว้ในความทรงจำของกองทัพและคนไทยทั้งชาติ ในฐานะวีรบุรุษนักรบผู้ยืนหยัดปกป้องอธิปไตยของแผ่นดินจนวาระสุดท้าย สมศักดิ์ศรีทหารผู้กล้าของไทย และจะเป็นแรงบันดาลใจให้อนุชนรุ่นหลังยึดถือเป็นแบบอย่างแห่งการรับใช้ชาติด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์สืบไป

#แม่ทัพภาคที่4 #กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


นที มีเดช รายงาน