นครปฐม แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด อาวุธปืน บุคคลตามหมายจับ และการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง ภายใต้ปฏิบัติการ “อรุณ พิทักษ์นครปฐม”

จังหวัดนครปฐม ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด อาวุธปืน บุคคลตามหมายจับ และการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง ภายใต้ปฏิบัติการ “อรุณ พิทักษ์นครปฐม”

วันที่ 16 ธันวาคม 2568 ที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ภายในศูนย์ราชการจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พลตำรวจตรี พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นครปฐม ปลัดจังหวัด นครปฐม พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล

ผกก.สภ.ดอนตูม อ.ดอนตูม จ .นครปฐมร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด อาวุธปืน บุคคลตามหมายจับ และการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง ภายใต้ปฏิบัติการ “อรุณ พิทักษ์นครปฐม” ระหว่างวันที่ 8 – 15 ธันวาคม 2568 เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ซึ่งการดำเนินการมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในทุกมิติ ได้แก่ การปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การกวดขันรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่มีการดัดแปลงสภาพ ท่อไอเสียเสียงดัง การป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง รวมถึงการปราบปรามขบวนการใช้ บัญชีม้า ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฉ้อโกงประชาชน

เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ได้ร่วมกันดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด คดีอาวุธปืน บุคคลตามหมายจับ รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง อันเป็นการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมีผลการปฏิบัติ ดังนี้

  1. สรุปผลการตรวจค้นตามหมายค้น จำนวน 38 เป้าหมาย พบการกระทำผิด 18 เป้าหมาย
  2. ผลการจับกุมอาวุธปืน ผู้ต้องหา จำนวน 10 ราย พร้อมของกลาง อาวุธปืน จำนวน 8 กระบอก แบ่งเป็น อาวุธปืนที่มีทะเบียน 4 กระบอก และอาวุธปืนไม่มีทะเบียน 4 กระบอก กระสุนปืน 106 นัด
  3. ผลการจับกุมยาเสพติด ผู้ต้องหา จำนวน 96 ราย 97 คน แบ่งเป็น
    1. ข้อหาจำหน่าย 10 ราย 11 คน
    2. ข้อหาเพื่อจำหน่าย 4 ราย 4 คน
    3. ข้อหาเพื่อครอบครอง 32 ราย 32 คน
    4. ข้อหาเพื่อครอบครองเพื่อเสพ 5 ราย 5 คน
    5. ข้อหาเสพ 29 ราย 29 คน
    6. ข้อหาขับเสพ 16 ราย 16 คน พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 96,958 เม็ด ยาไอซ์ 14.61 กรัม เคตามีน 15.14 กรัม ยาอี 2.0 กรัม และยึดทรัพย์มูลค่าทั้งสิ้น 2,923,500 บาท
  4. ผลการจับป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง แบ่งเป็น
    1. การตรวจร้านขายอะไหล่ 17 แห่ง
    2. การตรวจร้านอู่ซ่อมรถ 53 แห่ง
    3. การยึดรถดัดแปลงสภาพ 37 คัน
    4. การยึดท่อไอเสียไม่ได้มาตรฐาน 40 อัน

โดยแถลงผลการปฏิบัติคดีสำคัญ 4 ราย ดังนี้ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 สภ. ดอนตูม เข้าตรวจสอบพบรถยนต์ต้องสงสัย เป็นรถยนต์เก๋ง toyota cross หมายเลขทะเบียน 5 ขถ 5936 กรุงเทพมหานคร บริเวณหมู่ที่ 5 ตำบลดอนรวก อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัว แต่ผู้ต้องสงสัยขับขี่หลบหนีการตรวจค้นมุ่งหน้าเส้นทาง ไปยังดอนรวก- พะเนียงแตก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการติดตามเข้าคู่ขนานมอเตอร์เวย์ m81 รถผู้ต้องหาพลิกคว่ำ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ดอนตูม สภ.สามควายเผือก และสภ. เมืองนครปฐม ได้เข้าทำการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 95,400 เม็ด

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ได้ดำเนินยุทธการ “ปิดเมืองสยบแว้นนครปฐม” โดยได้จับกลุ่มผู้ต้องหาจำนวน 7 ราย บริเวณถนนสาธารณะเส้นทางหน้าศาลากลางจังหวัดนครปฐม ในข้อหาร่วมกันพยายามแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานจราจร และเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ศาลแขวงนครปฐม ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 7 คน จำคุกคนละ 1 เดือน ปรับคนละ 2,500 บาท ทั้งนี้โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และริบรถจักรยานยนต์ของกลางตกเป็นของแผ่นดิน

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 19.54 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเลน ได้รับแจ้งจากกำลังตำบลนราภิรมย์ นึกว่ามีคนร้ายลักทรัพย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด “ปะ ฉะ ดะ” สภ.บางเลน ถึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบผู้ต้องหา และได้ตรวจสอบพบของกลางเป็นหัวก๊อกน้ำยี่ห้อ Sanwa 12 อัน มีดปลายแหลม 20 ซม. ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา พร้อมพาไปชี้จุดที่หลักทรัพย์ จึงทำการควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางเลน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

และเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 17:00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเลน ตั้งจุดตรวจเส้นทางบางเลน-ไทรน้อย ตรวจค้นรถกระบะต้องสงสัยพบผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมโทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคารหลายรายการ ผู้ต้องหารับสารภาพมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีม้าเพื่อส่งต่อให้กระบวนการอาชญากรรมทางการเงิน ตรวจปัสสาวะผู้โดยสาร 2 ราย พบสารเสพติดเมทแอมเฟตามีน เจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ. บางเลน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ สภ.บางเลนได้ตรวจประวัติไม่พบประวัติการต้องโทษหรือหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว

พิธีเปิดโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ประจำปี 2568 ของ ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา

นครนายก – พิธีเปิดโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ประจำปี 2568 ของมหา วิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา

วันที่ 16 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่วัดสุวรรณ ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนคร นายก พระราชวัชรคุณบัณฑิต รศ. ดร. รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา รองอธิการบดี มหา วิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา เป็นประธานองค์ประธานเปิดโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ประจำปี 2568 พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่พระนิสิตและนิสิตคฤหัสถ์ นายธนวัฒน์ ปิ่นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ โดยมี พระครูขันติธรรมธารี ดร. เจ้าคณะตำบลศรีนาวา เขต2 เจ้าอาวาสวัดสุวรรณ ประธานดำเนินงานจัดโครงการฯ ถวายการต้อนรับ พระเถรานุเถระ เจ้าคณะพระสังฆาธิการ , ผศ.ไพรัตน์ เอิบสำโรง ประธานหลักสูตรสาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ กล่าวถวายรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการฯ

พร้อมด้วย นายกองโท สมศักดิ์ แย้มพันธุ์นุ้ย นายอำเภอเมืองนครนายก วัฒนธรรมจังหวัดนครนายก ศึกษาธิการจังหวัดนครนายก สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครนายก พระนิสิตและนิสิตคฤหัสถ์ เข้าร่วมพิธีเปิดโดยพร้อมเพรียง ซึ่งระยะเวลาการจัดโครงการฯ ระหว่างวันที่ 15 – 25 ธันวาคม 2568 รวม 10 วัน มีพระนิสิตและนิสิต ระดับปริญญาตรี สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ จำนวน 52 รูป/คน หลักสูตรระดับปริญญาตรี สาขาวิชารัฐศาสตร์ (เฉพาะคฤหัสถ์) จำนวน 52 คน หลักสูตรระดับประกาศนียบัตรบริหารกิจการคณะสงฆ์ (ป.บส.) จำนวน 29 รูป หลักสูตรระดับปริญญาโท สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ รุ่นที่ 3 จำนวน 17 รูป/คน รุ่นที่ 4 จำนวน 18 รูป/คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 221 รูป/คน ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และเป็นกฎระเบียบข้อบังคับที่ได้กำหนดให้นิสิตทุกรูป/คน จำเป็นต้องปฎิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานประจำปีของการศึกษาทุกระดับชั้นต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

รองผบช.สตม.ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายที่ ตม.นครราชสีมา เน้นย้ำการบริการเพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความสุข

รองผบช.สตม.ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายที่ ตม.นครราชสีมา เน้นย้ำการบริการเพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความสุข

เมื่อวันที่(16ธ.ค.68) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ และมอบนโยบายที่ ตม.จว.นครราชสีมา โดยมี พ.ต.อ.เกรียงไกร อาริยะยิ่ง ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัดร่วมรับมอบนโยบาย

ในการนี้ รอง ผบช.สตม. ได้รับทราบข้อมูลของตม.นครราชสีมาพร้อมกับมอบนโยบายการปฏิบัติราชการ ให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด โดยกำชับให้มีการบริการนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่จ.นครราชสีมาอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับกรณีนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานมีเหตุฉุกเฉินหรือได้รับความเดือดร้อนขอให้ตม.นครราชสีมาบูรณาการกับตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและผู้ที่เข้ามาทำงานให้ได้รับการดูแลและท่องเที่ยวหรือพักอาศัยในประเทศไทย และที่จังหวัดนครราชสีมาอย่างมีความสุข เพื่อที่เขากลับไปแล้วจะได้บอกต่อนักท่องเที่ยวคนอื่นถึงความประทับใจต่อบริการของตำรวจไทยต่อไป


กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา / รายงาน

ลพบุรีเตรียมงานใหญ่ หลังควบคุมประชากรลิงในโครงการ อะเมซิ่งลพบุรี

จังหวัดลพบุรี – เตรียมจัดงานใหญ่ หลังมีการควบคุมประชากรลิง ภายใต้โครงการ อะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) และกิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์” 3 วัน 3 คืน ชมฟรี ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569

ที่บริเวณถนน คนเดิน เลียบพระปรางค์สามยอด อำเภอเมืองลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธาน ในการแถลงข่าว การจัดโครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) และ กิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์” โดยจังหวัดลพบุรี ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี เทศบาลเมืองลพบุรี ได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการยกระดับจังหวัดลพบุรี ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งในมิติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะร่วมสมัย

นายวีระพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้กล่าวถึง นโยบายการส่งเสริมและสนับ สนุนด้านการท่องเที่ยว โดยย้ำว่าจังหวัดให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ ผ่านการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ การจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดปี และการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว ตลอดจนยกระดับภาพลักษณ์ลพบุรีให้เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่โดดเด่นในระดับประเทศ พร้อมมั่นใจว่ากิจกรรมภายใต้โครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายมหิธธร สุรบุญจรัส ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี ได้กล่าวนำเสนอภาพรวม กิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์” ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) โดยมุ่งนำเสนอเอกลักษณ์ของลพบุรีผ่านนิทรรศการศิลปะ การแสดงวัฒนธรรม การเดินชมเมืองเก่า เส้นทางท่องเที่ยวโบราณสถาน และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชน โดยมีเป้าหมายให้ลพบุรีเป็นเมืองศิลป์และเมืองสร้างสรรค์แห่งภูมิภาคกลาง พร้อมทั้งเป็นเวทีให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอด 3 วัน 3 คืน ชมฟรี ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569

นายจำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี กล่าวถึง ศักยภาพและความพร้อมของเทศ บาลเมืองลพบุรี หลังมีการควบคุมประชากรลิงได้อย่างเป็นรุปธรรม โดยระบุว่าเทศบาลเมืองลพบุรี ได้เตรียมความพร้อมด้านสถานที่ โครงสร้างพื้นฐาน ระบบความปลอดภัย การจราจร และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวอย่างครบถ้วน พร้อมทั้งบูรณาการกับชุมชนและภาคเอกชนเพื่อให้กิจกรรมสามารถนำเสนอตัวตนของเมืองได้อย่างมีเอกลักษณ์และมีมาตรฐาน

ขณะที่ นายสิทธิชัย หล่อประสงค์สุข ที่ปรึกษาโครงการ ได้กล่าวถึงการขับเคลื่อนทรัพยากร เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยยืนยันว่าจะผลักดันงบประมาณ และนโยบายจากส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์โบราณสถาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการท่องเที่ยว การส่งเสริมผู้ประกอบการ และการสร้างกิจกรรมที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม พร้อมเน้นย้ำถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เป็นหัวใจสำคัญในการทำให้ลพบุรีก้าวสู่จังหวัดท่องเที่ยวคุณภาพในอนาคต

สำหรับการจัดงาน Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์ มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 30-31 ธันวาคม 2568 และวันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นการส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ ที่ สนามโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จังหวัดลพบุรี พบกับการแสดงศิลปพื้นบ้าน การแสดงทางวัฒนธรรม ดนตรี การออกร้านอาหาร ที่สุดอะเมซิ่ง จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวประชาชนในจังหวัดลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมสัมผัสเสน่ห์ประเพณีวัฒนธรรมของจังหวัดลพบุรี แบบจัดหนักจัดเต็มทุกรายการโดยเฉพาะขบวนแห่ประวัติศาสตร์จินตนาการ กว่า 300 ชีวิตที่ร่วมขบวน และในภาคกลางคืนยังจัดให้มีการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดังก้องประเทศ และตลาดวัฒนธรรมวิถีท้องถิ่นของจังหวัดลพบุรี อีกมากมายหลากหลายรายการ อย่าลืมอย่าพลาด!!! น่ะครับ

ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจร่วมกันของจังหวัดลพบุรี หลังมีการควบคุมประชากรลิง เพื่อเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการทรัพยากร นโยบาย และความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพและผลักดันลพบุรีให้เป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นของประเทศไทย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

เปิดภาพปฏิบัติราชการสนามของ ‘แม่ทัพเติ่ง’ นำกำลังพลออกปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อีสานใต้ และ 3 จังหวัดชายแดนใต้

เปิดภาพปฏิบัติราชการสนามของ ‘แม่ทัพเติ่ง’ พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 นำกำลังพลออกปฏิบัติภารกิจราชการสนามสำคัญในพื้นที่อีสานใต้ และ 3 จังหวัดชายแดนใต้

จากลูกชาวนาเมืองร้อยเอ็ด สู่ขุนศึกใหญ่แห่งแดนอีสานใต้ จึงรู้คน รู้พื้นที่ ใจซื่อถือสัตย์ต่อแผ่นดิน สำหรับ พลโทวีระยุทธ รักศิลป์” แม่ทัพภาคที่ 2 ชื่อเล่นว่าเติ่ง เป็นนักเรียนเตรียม ทหารรุ่นที่ 26 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 37รุ่นเดียวกับ พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พลโทบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่2 และที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก เหลืออายุราชการถึงปี 2570

ข้อมูลประวัติการปฏิบัติหน้าที่สนามในอดีต ตำแหน่งการรับราชการที่สำคัญ ได้แก่

  • ผู้บังคับกองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 6 ( ผบ.ร้อย.ลว.ไกล 6)
  • ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 16 (ผบ.ร.16 พัน.1)
  • ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 16 (ผบ.ร.16)
  • ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 / ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี (ผบ.พล.ร.6 / ผบ.กกล.สุรนารี), รองแม่ทัพภาคที่ 2 (รอง มทภ.2)และก้าวสู่ตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 อย่างสมภาคภูมิ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบ.ร.16 พัน.1 ได้นำกำลังพลออกปฏิบัติภารกิจราชการสนามสำคัญ ได้แก่
    • ราชการสนาม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยเฉพาะกิจปัตตานีที่ 21 (ฉก.ปัตตานี 21 ) จ.ปัตตานี
    • ราชการสนาม พัน.ร.161 พื้นที่ตามาเรีย-ภูมะเขือ-พลาญยาว-พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

ในสถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ผ่านมา พลโทวีระยุทธ ในฐานะแม่ทัพภาค2 มีบทบาทสำคัญ ในการควบคุมบังคับบัญชากองบัญชาการส่วนหน้า การปกป้องอธิปไตยชายแดน คือภารกิจอันทรงเกียรติในการเป็นผู้นำของเหล่าทหารกล้าของกองทัพภาคที่ 2
วันนี้ พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 บุรุษพูดน้อยต่อยหนัก ได้เรียกศักดิ์ศรี “แม่ทัพ” กลับคืนโดยไม่ต้องเรียกหา แต่ประจักษ์ด้วยตา และมาพร้อมหัวใจของคนไทยทั้งชาติ
เมื่อกัมพูชาเปิดก่อน ในวันที่ 7 ธันวาคม 2568 จึงขอความเห็นชอบที่จะตอบโต้เต็มรูปแบบ หลังได้รับไฟเขียวจากนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการเหล่าทัพ จึงบัญชาการรบ สั่งยกระดับปรับกำลังภายหลังเหตุปะทะระหว่างกองกำลังฝ่ายไทยและกัมพูชา โดยสั่งการให้หน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เข้าสู่โหมด “รบทุกมิติ” เพื่อเฝ้าระวังและปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง และมีคำสั่งชัดเจนว่า ให้ดำเนินการตอบโต้ภายใต้กรอบยุทธวิธีอย่างเป็นระบบ มุ่งปกป้องอธิปไตยไทย รักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ลั่น “แผ่นดินไทยนี้ ต้องไม่ถูกท้าทายอีกต่อไป”


พรพิพัฒน์ รายงาน

ตาวัย 70 ปี ขับรถลงเขา เสียหลักหลุดโค้งพุ่งลงเหวลึก ดับ 1 เจ็บ 1

อุทัยธานี – ตาวัย 70 ปี ขับรถขึ้นเขาขาลงเขา เสียหลักหลุดโค้งพุ่งลงเหวลึกดับ 1 เจ็บ 1

วันที่ 15 ธ.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ได้รับแจ้งจากนายนเรศ กีตา เจ้าหน้าที่ป่าไม้ บ้านหนองปรือ อ.บ้านไร่ ว่ามีรถยนต์กระบะตกเหวมีความลึกประมาณ 18-20 เมตร ที่บริเวณถนนสายขึ้นเขาบ้านอีมาดอีทราย เส้นบ้านเจ้าวัดบริเวณทางโค้งน้ำตกผาร่มเย็น หมู่ 5 บ้านเจ้าวัด ต.เจ้าวัด อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี มีผู้ติดภายใน 2 รายอาการสาหัส

หลังจากได้รับแจ้งจึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณ์ภัย อบจ.อุทัยธานี ชมรมบรร เทาสาธารณภัยอุทัยธานี กู้ชีพกู้ภัยบ้านไร่ กู้ภัยอุทัยธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ ตัดถ่างรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ ภายในเหวด้างล่างพบรถกระยี่ห้ออีซูซุ สุพรรณบุรี ซุกอยู่ในซอกหิน พลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้า สภาพรถยนต์พังยับเยิน มีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส 1 ราย ร้องขอความช่วยเหลือ ทราบชื่อ น.ส.วิจิตรา ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัย ธานี เจ้าหน้าที่รีบนำเครื่องตัดถ่าง รีบนำตัวผู้บาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาลบ้านไร่อย่างเร่งด่วน

ด้านคนขับ ได้เสียชีวิตคาพวงมาลัยทราบชื่อ นายพิศ อายุ 70 ปี ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัย ธานี เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิต ออกมาจากตัวรถ ใช้เวลา 30 นาที หลังจากนั้นได้ช่วยกันหามผู้บาดเจ็บไตร่เขาขึ้นมาด้วยความทุลักทุเล โดยมีลูกชายของผู้ตายที่ทราบข่าวรีบเดินทางมาดูด้วยอาการเศร้าโศกเสียใจ

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ นายนเรศ กีตา เจ้าหน้าที่ป่าไม้ บ้านหนองปรือ ว่าช่วงนั้นตนเองได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณนั้น ได้เห็นรถกระบะคันดังกล่าว ขับขึ้นเขาที่สูงชันมาจากทางบ้านเจ้าวัด ในอาการกล้าๆ กลัว ๆ หลังจากนั้น รถกระบะคันดังกล่าว ได้ขับผ่านตนเองขึ้นเขาไปยังแก่นมะกรูดเพื่อชมดอกไม้งาม และไปกลับรถยนต์บริเวณทางโค้ง จุดชมวิวน้ำตกผาร่มเย็น บริเวณศาลา 8 เหลี่ยม หลังจากนั้นได้ขับลงมาจากเขา ซึ่งช่วงนั้นเป็นทางลงเขาที่ลาดชัน และเป็นทางโค้งหักศอก ทำให้รถวิ่งเลยทางโค้ง ตรงไปตกลงไปเหว ตนเองจึงรีบวิ่งตามลงไปดู และพบผู้หญิงร้องโอดโอย ขอความช่วยเหลือ ส่วนคนขับช่วงนั้นยังพูดคุยกับตนเอง ได้ ตนเองจึงขึ้นมาจากเหว รีบแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอกำลังเจ้าหน้าที่มูลนิธิต่างๆ พอกลับมาคนขับได้เสียชีวิตแล้ว


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

อลังการอะเมซิ่ง เสน่ห์เมืองลพบุรี เชิญชวนชมเมือง ดูศิลป์

จังหวัดลพบุรี – อลังการอะเมซิ่ง เสน่ห์เมืองลพบุรี เชิญชวนชมเมือง ดูศิลป์ จัดงานแถลงข่าวการจัดโครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) และกิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์”

วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณถนนข้างพระปรางค์สามยอด นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นายมหิทธร สุรบุญจรัส ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี นายจำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี และ นายสิทธิชัย หล่อประสงค์สุข ที่ปรึกษาโครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi )ร่วมกันแถลงข่าวการจัดโครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) และกิจกรรม “Lopburi Fest เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์” ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับลพบุรีให้เป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งในมิติประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะร่วมสมัย

โดยนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวถึง นโยบายการส่งเสริมและสนับ สนุนด้านการท่องเที่ยว โดยย้ำว่าจังหวัดลพบุรีให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ ผ่านการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ การจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดปี และการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว ตลอดจนยกระดับภาพลักษณ์ลพบุรีให้เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่โดดเด่นในระดับประเทศ พร้อมมั่นใจว่ากิจกรรมภายใต้โครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi)จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ซึ่งกิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) โดยมุ่งนำเสนอเอกลักษณ์ของลพบุรีผ่านนิทรรศการศิลปะการแสดงวัฒนธรรม การเดินชมเมืองเก่า เส้นทางท่องเที่ยวโบราณสถาน และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชน โดยมีเป้าหมายให้ลพบุรีเป็นเมืองศิลป์และเมืองสร้างสรรค์แห่งภูมิภาคกลาง พร้อมทั้งเป็นเวทีให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

นายจำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี กล่าวถึง ศักยภาพและความพร้อมของเทศบาลเมืองลพบุรีในการรองรับและสนับสนุนการจัดกิจกรรม โดยระบุว่าเทศบาลได้เตรียมความพร้อมด้านสถานที่ โครงสร้างพื้นฐาน ระบบความปลอดภัย การจราจร และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวอย่างครบถ้วน พร้อมทั้งบูรณาการกับชุมชนและภาคเอกชนเพื่อให้กิจกรรมสามารถนำเสนอตัวตนของเมืองได้อย่างมีเอกลักษณ์และมีมาตรฐาน

นายสิทธิชัย หล่อประสงค์สุข ที่ปรึกษาโครงการอะเมซิ่ง ลพบุรี (Amazing Lopburi) กล่าวถึง การขับเคลื่อนทรัพยากรเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยยืนยันว่าจะผลักดันงบประมาณและนโยบายจากส่วนกลางอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์โบราณสถาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการท่องเที่ยว การส่งเสริมผู้ประกอบการ และการสร้างกิจกรรมที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม พร้อมเน้นย้ำถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เป็นหัวใจสำคัญในการทำให้ลพบุรีก้าวสู่จังหวัดท่องเที่ยวคุณภาพในอนาคต

สำหรับงาน LOPBURI FEST — เสน่ห์ลพบุรี ชมเมือง ดูศิลป์ กำหนดจัดในวันที่ 30–31 ธันวาคม 2568 และ 1 มกราคม 2569 ณ บริเวณโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จังหวัดลพบุรี เป็นงานการแสดงศิลปพื้นบ้าน การแสดงวัฒนธรรม ดนตรี และออกร้านอาหาร ที่สุดยิ่งใหญ่ตระการตา ขอเชิญพี่น้องชาวจังหวัดลพบุรีและจังหวัดข้างเคียงร่วมสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมลพบุรีแบบจัดเต็ม ขบวนแห่ประวัติศาสตร์กว่า 300 ชีวิต การแสดงดนตรีสดจากศิลปินชื่อดัง และตลาดวัฒนธรรมรวมของดีของเด่นจากชุมชนมากมาย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ผบก.ตม.4 ร่วมกับด่านศุลกากรนครพนม ตรวจเข้มน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านชายแดนด้าน จ.นครพนม

ผบก.ตม.4 ร่วมกับด่านศุลกากรนครพนม ตรวจเข้มน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านชายแดนด้าน จ.นครพนม

ตามที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้มีคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง ยุทธภัณฑ์ ที่บริเวณด่านช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมา ตรวจสอบพบการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง ในปริมาณมากกว่าปกติ ซึ่งในปัจจุบัน จ. นครพนม ที่มีพรมแดนติดกับ สปป.ลาว ยังไม่มีคำสั่งจากทางการ ให้ห้ามการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 มีความกังวลว่า เมื่อมีมาตร การการสกัดห้ามส่งออกน้ำมันผ่านทางด่านช่องเม็กแล้ว มีความเป็นไปได้ที่รถขนส่งน้ำมันอาจจะเปลี่ยนช่องทางในการส่งออกไปยังด่านอื่นๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ติดกับ สปป.ลาว และอาจจะถูกขายส่งไปยังกัมพูชาต่อไปได้ จึงต้องลงพื้นที่มาสังเกตุการณ์และให้ข้อมูลกับหน่วยงานชายแดน จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ชัชชัย สำเนียง ผกก.ตม.จว. นคร พนม ร่วมมือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแลการส่งออกน้ำมันผ่านด่านพรมแดน นำข้อมูลมาร่วมกันตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนว่า บริษัทที่ส่งออกน้ำมันผ่านด่านพรมแดนไทย-ลาว โดยใช้บรรทุกน้ำมัน นำน้ำมันไปเก็บหรือส่งที่ใด นำเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของทหารไทยที่ปกป้องอธิปไตยของชาติและประชาชนคนไทย



เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

มทบ. 37 จัดกิจกรรม “ช่วยด้วยใจ ลดรายจ่าย สร้างรายได้” ด้วยการช่วยราษฎรเก็บข้าวโพด พร้อมขนย้ายไปเก็บไว้ในโรงเก็บ บ้านห้วยหญ้าไซ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพล จัดกิจกรรม “ช่วยด้วยใจ ลดรายจ่าย สร้างรายได้” ด้วยการช่วยราษฎรเก็บข้าวโพด พร้อมขนย้ายไปเก็บไว้ในโรงเก็บข้าวโพด เพื่อนำส่งให้กับพ่อค้า ณ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพล นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการช่วยราษฎรเก็บข้าวโพด พร้อมขนย้ายไปเก็บไว้ในโรงเก็บข้าวโพด เพื่อนำส่งให้กับพ่อค้า ซึ่งเป็นราษฎรที่อาศัยในโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

โดยได้เมล็ดข้าวประมาณ 160 กระสอบ เพื่อเป็นการลดรายจ่ายในการจ้างค่าแรงคนงาน และเป็นลดต้นทุนในการใช้เครื่องจักรในการเก็บเกี่ยว และเป็นการสร้างรายได้ให้กับครอบครัว รวมทั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนในพื้นที่โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ #เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน

รพ.ค่ายกาวิละ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม เสริมความพร้อมสิ่งอุปกรณ์สายแพทย์

โรงพยาบาลค่ายกาวิละ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม เสริมความพร้อมสิ่งอุปกรณ์สายแพทย์

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 โรงพยาบาลค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 ได้ดำเนินการตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำด้านการส่งกำลังบำรุงสายแพทย์ ตามแนวทาง Area Medical Support แก่หน่วยทหารในพื้นที่รับผิดชอบ ณ หมวดเสนารักษ์ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 7 ค่ายพิชิตปรีชากร อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมด้านการแพทย์และการสนับสนุนทางการแพทย์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้เป็นไปตามมาตรการของกรมแพทย์ทหารบก โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาสิ่งอุปกรณ์สายแพทย์ที่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุ พร้อมให้คำแนะ นำด้านการบริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์อย่างถูกต้อง ครอบคลุมการเบิกจ่าย การปรับปรุงพื้นที่คลังให้ได้มาตรฐาน การจัดเก็บตามหลัก First In First Out (FIFO) การขึ้นบัญชีควบคุมสิ่งอุปกรณ์ที่ได้รับจากการบริจาค รวมถึงการตรวจความพร้อมใช้งานของเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED)

นอกจากนี้ ยังได้แนะนำแนวทางการดำเนินกรรมวิธีจำหน่ายสิ่งอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพหรือล้าสมัย เพื่อให้สามารถเบิกทดแทนได้อย่างถูกต้องตามระเบียบ อันจะช่วยให้หน่วยมีสิ่งอุปกรณ์สายแพทย์ที่มีความพร้อมใช้งาน สนับสนุนภารกิจด้านการแพทย์และการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพต่อไป


นที มีเดช รายงาน