ตร.พัทยา ดำเนินคดี หนุ่มกระบะพ่นควันดำ ฟุ้งกลางพัทยา รับหัวฉีดพัง ทำรถจะดับ เลยต้องเร่งตลอด

ตร.พัทยา ดำเนินคดี หนุ่มกระบะพ่นควันดำ ฟุ้งกลางพัทยา รับหัวฉีดพัง ทำรถจะดับ เลยต้องเร่งตลอด

จากกรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่คลิปวิดีโอรถกระบะ อีซูซุ ดีแมกซ์ ออนิว สีดำ ทะเบียน บห 2243 พระนครศรีอยุธยา เร่งเครื่องพ่นควันดำฟุ้งกระจายทั่วบริเวณ บนถนนเลียบชาย หาดพัทยา ใจกลางแหล่งท่องเที่ยว บริเวณปากทางเข้าถนนวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ท่าม กลางรถจักรยานยนต์ที่ขับตามหลัง รวมถึงนักท่องเที่ยวที่สัญจรอยู่ในพื้นที่ ต่างได้รับความเดือดร้อนและเกิดความรำคาญ พร้อมตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของผู้ขับขี่ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการอย่างเด็ดขาด เหตุเกิดขึ้นช่วงค่ำวันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ล่าสุด ช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วย พ.ต.ท.อมรเทพ ใหม่มา สารวัตรจราจร สภ.เมืองพัทยา ได้เชิญตัว นายปริญญา อายุ 32 ปี หรือ “ปูเป้” สมาชิกกลุ่มกำลังดี ผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว มาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้ถูกเรียกตัวได้ขับรถกระบะมาจอดที่หน้า สภ.เมืองพัทยา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามขั้นตอน

จากการสอบสวน นายปริญญา ให้การว่า ประกอบอาชีพขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันในพื้นที่เมืองพัทยา ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถกระบะแต่งซิ่ง ซึ่งมีการปรับจูนระบบหัวฉีด เทอร์โบ และรีแมพเครื่องยนต์ ไปทำธุระในพื้นที่อำเภอสัตหีบ ระหว่างเดินทางกลับเข้าเมืองพัทยา พบว่ารถเกิดปัญหาหัวฉีดรั่วชำรุด จึงจอดพักอยู่กับรุ่นพี่บริเวณซอย 6 ถนนเลียบชายหาดพัทยา ก่อนจะขับรถออกมาในช่วงดึก ผ่านบริเวณปากทางเข้าถนนวอล์กกิ้งสตรีท ทั้งที่รถยังอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์

นายปริญญา อ้างว่า อาการหัวฉีดรั่วทำให้จำเป็นต้องเร่งเครื่องตลอดเวลา หากผ่อนคันเร่งรถจะดับวูบ ระหว่างขับขี่ได้ยินเสียงผู้คนโห่ร้องตามหลัง เนื่องจากควันดำที่พ่นออกมา ส่วนสาเหตุที่ไม่สามารถจอดรถได้ทันที เพราะเกรงว่ารถจะดับและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเรียกรถสไลด์ จึงฝืนขับกลับบ้าน จนกระทั่งคลิปเหตุการณ์ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ พร้อมยอมรับว่าการกระทำดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนา และจะเร่งปรับปรุงซ่อมแซมเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพปกติต่อไป

เบื้องต้น พ.ต.ท.อมรเทพ ใหม่มา สว.จร.สภ.เมืองพัทยา ได้สอบปากคำและเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก รวมถึงความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจยึดรถกระบะคันดังกล่าว ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบค่าควันดำและระดับเสียง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
ศูนย์ข่าวพัทยา รายงาน

สลดตาวัย 83 ปี รถกระบะชนจักรยานยนต์ กระเด็นเสียชีวิตคาที่

นครนายก – คลิปเหตุการณ์ รถกระบะชนจักรยานยนต์กระเด็นเสียชีวิตคาที่ สลดตาวัย 83 ปี จะเลี้ยวจอดรถเพื่อจะเดินไปซื้อของในตลาดนัด ถูกรถกระบะวิ่งสวนทางเสยเข้าเต็มแรงลากไถลกว่า 20 เมตร เสียชีวิตคาที่

ที่นครนายกเป็นเรื่องน่าเศร้าสลดของคุณตาวัย 83 ปี ภาพจากกล้องวงจรปิดได้จับภาพรถกระบะชนรถจักรยานยนต์บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ตำบลศรีนาวา อำเภอเมือง จังหวัดนคร นายก ได้เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยมังกร กู้ชีพ อบต.ศรีนาวาที่อยู่ใกล้เคียงได้รีบช่วยเหลือผู้ทีได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุแล้วทำ CPR แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะมาสด้า 4 ประตู สีเทา หมายเลขทะเบียน กพ 4822 เพชรบูรณ์ ทราบชื่อคนขับนายวัฒนา เนตรนิล อายุ 33 ปี ห่างกันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีดำแดงหมายเลขทะเบียน 1กจ 19 นครนายก และพบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อนายจิณณวัตร หนูเรียง อายุ 83 ปี สวมเสื้อลายดอกกางเกงขาสั้น สภาพศพแขนขาผิดรูปเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ส่วนทางด้านนางสาวศิริพร หนูเรียง ลูกสาวคนตายเล่าให้ฟังว่า คุณพ่อนั้นชอบมาซื้อของที่ตลาดนัดเป็นประจำและพ่อก็ไม่เคยขี่รถเร็วคิดว่าพ่อคงจะเข้ามาจอดตรงเลนกลางและทำให้รถกระบะที่ขับสวนทางมานั้นเฉี่ยวชนเข้าอย่างแรงจึงทำให้พ่อตัวเองเสียชีวิต

จากการสอบถาม นางสาวนิภาพร คำโสภา แม่ค้าอาหารตามสั่งที่เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่าตัวเองขายของอยู่ที่ตลาดนัดและได้ยินเสียงรถเบรคอย่างแรงก็หันไปมอง ก็เห็นตาที่ขับรถมอเตอร์ไซค์มาถูกชนไปแล้วคาดว่าตาน่าจะจอดรถมาซื้อของที่ตลาดนัดเพราะวันนี้มีตลาดนัดและมีรถเยอะมากที่สำคัญถนนตรงนี้แบ่งเป็น 3 เลน ซึ่งทำให้ขับรถกันลำบากอาจจะทำให้เกิดการสับสนของระหว่างคนขับทั้ง 2 คัน จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

ผบช.ภ.3 ปล่อยแถวระดมกำลังโคราช กวาดล้างอาชญากรรมเข้ม รับมือชายแดน โดรนสอดแนม เทศกาลปีใหม่

ผบช.ภ.3 ปล่อยแถวระดมกำลังโคราช กวาดล้างอาชญากรรมเข้ม รับมือชายแดน โดรนสอดแนม เทศกาลปีใหม่

เมื่อวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมและเสริมมาตรการรักษาความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยมี พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย ทหาร ปกครอง ตม.ปภ.เขต5 ตำรวจทางหลวง ปปส.มูลนิธิกู้ภัยสว่างเมตตานครราชสีมาและผู้กำกับการสถานีตำรวจในสังกัดเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ประกอบด้วย พ.ต.อ.นิรันดร์ แก้วอิน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา, พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง, พ.ต.อ.ศิวภาคย์ พวงจันทร์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจอหอ, พ.ต.อ. โกสินทร์ สะอาดวงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรมะเริง และ พ.ต.อ.พิเชษฐ์ จันทรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพลกรัง

การปล่อยแถวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชา ชน ควบคู่การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท โดยเฉพาะการเฝ้าระวังภัยคุกคามด้านความมั่นคงจากสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา การใช้หรือบังคับโดรนโดยผิดกฎหมาย การเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลต้องสงสัยและชาวต่างชาติ รวมถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2569 ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเป็นจำนวนมาก

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้กำชับให้ทุกหน่วยปฏิบัติงานเชิงรุก บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ควบคู่การอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและการให้บริการประชาชนด้วยความสุภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้แก่ประชาชนในช่วงปลายปีอย่างเต็มที่.


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

เพชรบูรณ์ลุยเต็มสูบ ! วางแผนประชาสัมพันธ์ “งานมะขามหวานนครบาล 2569” ชูของดีเมืองเพชรฯ สร้างเงินสะพัด

เพชรบูรณ์ – ลุยเต็มสูบ ! วางแผนประชาสัมพันธ์ “งานมะขามหวานนครบาล 2569” ชูของดีเมืองเพชรฯ สร้างเงินสะพัด

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 5 อาคาร 1 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์ ประจำปี 2569 โดยมี นายธีระชัย มังกรทอง ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดเพชรบูรณ์ และสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแผนปฏิบัติการประชาสัมพันธ์อย่างเข้มข้น ครอบคลุมการผลิตและเผยแพร่ข่าวสาร การจัดทำอินโฟกราฟิก สปอตวิทยุ สปอตโทรทัศน์ การถ่ายทอดสด และการสื่อสารผ่านทุกแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างการรับรู้และกระแสความสนใจต่อ “งานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์ 2569” ให้เข้าถึงประชาชนทั่วประเทศ พร้อมทั้งหารือการแต่งตั้งคณะกรรมการตัดสิน “ขวัญใจสื่อมวลชน” ในการประกวดนางสาวนครบาลเพชรบูรณ์ ประจำปี 2569

ทั้งนี้ งานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์ ประจำปี 2569 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–31 มกราคม 2569 ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของจัง หวัด ส่งเสริมผลิตผลทางการเกษตร โดยเฉพาะ “มะขามหวานเพชรบูรณ์” อันเป็นของดีขึ้นชื่อ ควบคู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการสร้างรายได้ให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่

ภายในงานจัดเต็มกิจกรรมไฮไลต์ อาทิ การประกวดมะขามหวานชิงถ้วยพระราชทาน ตลาดนัดมะขามหวานคุณภาพจากเกษตรกร การประกวดขบวนรถบุปผชาติและธิดามะขามหวาน การประกวดนางสาวนครบาลเพชรบูรณ์ การจำหน่ายสินค้า OTOP นิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐ การแสดงของนักเรียน และคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เรียกได้ว่า ครบเครื่องความสนุก–ของดี–ของเด่นเมืองเพชรบูรณ์ ต้อนรับศักราชใหม่อย่างยิ่งใหญ่


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

กรมชลฯ kick off ส่งเสริมนาเปียกสลับแห้งสู่การขยายผลพื้นที่ชลประทาน แปลงต้นแบบ “สุขเต็มนา RIo10@ทุ่งบางกุ่ม”

กรมชลฯ kick off ส่งเสริมนาเปียกสลับแห้งสู่การขยายผลพื้นที่ชลประทาน แปลงต้นแบบ “สุขเต็มนา RIo10@ทุ่งบางกุ่ม”

วันที่ 15 ธันวาคม 2568 สำนักงานชลประทานที่ 10 กรมชลประทาน จัดกิจกรรม kick off ส่งเสริมนาเปียกสลับแห้งสู่การขยายผลพื้นที่ชลประทาน ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อลดการใช้น้ำและเพิ่มผลผลิตเชื่อมโยงการลดภาวะโลกร้อน (Carbon Credit) นำสู่การเพิ่ม Water Productivity โดยมี นายองอาจ แสนอุบล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10 พร้อมด้วย ดร.วัชระ เสือดี ที่ปรึกษากรมชลประทาน และประธาน INWEPF นายไชยวัฒน์ คุณวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเริงราง ผู้แทนจากหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และภาคเอกชน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องและเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม ณ แปลงต้นแบบ “สุขเต็มนา RIo10@ทุ่งบางกุ่ม” อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี

ภายในงานประกอบด้วยการบรรยาย การขับเคลื่อนโครงการฯ ในพื้นต้นแบบทุ่งบางกุ่ม การส่งเสริมนาเปียกสลับแห้งสู่การขยายผลพื้นที่ชลประทาน การสาธิตการเพาะกล้า และความรู้เกี่ยวกับปุ๋ย Low Carbon โดยได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมให้ความรู้เพื่อขับเคลื่อนโครงการฯ และร่วมกิจกรรมปักดำกล้าและสาธิตการทำนาโดยใช้รถดำนา ภายในแปลงนาต้นแบบ “สุขเต็มนา RIo10@ทุ่งบางกุ่ม”

ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 10 มีพื้นที่ชลประทานประมาณ 2.5 ล้านไร่ มีแผนการเพาะปลูกนาปรังปีละประมาณ 1.43 ล้านไร่ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่อู่ข้าวอู่น้ำของลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง เกษตรกรส่วนใหญ่ยังทำนาน้ำขังรูปแบบเดิม การสร้างต้นแบบนาหว่านและนาดำ จำนวน 50 ไร่ ที่ตำบลบ้านหลวง อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ภายใต้ชื่อแปลงต้นแบบ “สุขเต็มนา Rio10@ทุ่งบางกุ่ม” เพื่อใช้เป็นแหล่งสาธิตและเรียนรู้กระบวนการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง สู่การขยายผลพื้นที่ชลประทานของกลุ่มผู้ใช้น้ำทุ่งบางกุ่ม จำนวน 83,400 ไร่ รวมถึงพื้นที่ชลประทานในเขตสำนักงานชลประทานที่ 10 โดยตั้งเป้าหมายเพื่อผลิตข้าวคุณภาพ สร้างแบรนด์เฉพาะของกลุ่มผู้ใช้น้ำบางกุ่มสู่ตลาดสากล สร้างรายได้ให้เกษตรกรไม่น้อยกว่า 3 เท่าจากปัจจุบัน โดยใช้ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ พลิกฟื้นการทำนาโดยใช้รูปแบบนาเปียกสลับแห้ง เพื่อมุ่งลดการใช้น้ำให้น้อยลง เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการชลประทานให้สูงขึ้นและเพิ่มผลผลิตต่อไร่จากกระบวนการเปียกสลับแห้งแกล้งข้าว สามารถเชื่อมโยงกับมาตรการแนวทางการลดโลกร้อน โดยการขายคาร์บอนเครดิต เพิ่มรายได้อีกช่องทางหนึ่งให้เกษตรกร นำมาซึ่งการเพิ่ม water productivity ให้สูงขึ้นอีกด้วย


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

แพทย์ทหารเตือนภัย “ฝุ่น PM2.5 ภัยเงียบคร่าชีวิต” ป้องกันโดยยึดหลัก“หลีก ปิด ใช้ เลี่ยง ลด”

แพทย์ทหารเตือนภัย “ฝุ่น PM2.5 ภัยเงียบคร่าชีวิต” ป้องกันโดยยึดหลัก“หลีก ปิด ใช้ เลี่ยง ลด”

จากข้อมูลกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ปัจจุบันฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งประเทศ ซึ่งมีสาเหตุเกิดจากการเผาป่า และไฟป่า มลพิษ ควันจากท่อไอเสียของรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม การก่อสร้าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ 1) เด็กเล็ก คือ เด็กแรกเกิด – 5 ปี เนื่องจากระบบป้องกันและภูมิคุ้มกันของร่างกายยังพัฒนาได้ไม่ดีเหมือนผู้ใหญ่, 2) หญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอายุครรภ์ 6 เดือนแรก อาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ที่กำลังพัฒนาอวัยวะต่างๆ ส่งผลกระทบในระยะยาว รวมถึงการคลอดก่อนกำหนด และทารกแรกคลอดมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์, 3) ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ, 4) ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคปอด โรคหอบหืด และ 5) ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง เช่น พนักงานทำความสะอาดถนน คนขับขี่รถโดยสารสาธารณะ พนักงานส่งอาหาร /พัสดุ แม่ค้าหาบเร่แผงลอย เป็นต้น

ซึ่งผลกระทบของฝุ่น PM 2.5 จะเพิ่มระดับความรุนแรงต่อสุขภาพร่างกายของเรา จากการสะสมของฝุ่นละอองภายในปอดเป็นระยะเวลายาวนาน โดยระดับของอาการจะรุนแรงแตกต่างกัน ดังนี้.-

  1. ไอ จามและภูมิแพ้ : พบได้เมื่อมีฝุ่นละอองเข้าไปสะสมในโพรงจมูก ทำให้เกิดการระคายเคืองในจมูกและลำคอ มีเสมหะ ไอ จาม โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้จะมีอาการภูมิแพ้กำเริบได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
  2. โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง : พบได้ในกรณีที่เป็นอาการไอต่อเนื่องนาน 3-8 สัปดาห์ขึ้นไป มีเสมหะเป็นสีขาว สีเหลือง หรือมีเลือดปน นอกจากนี้จะรู้สึกเหนื่อยเพิ่มมากขึ้น กระทบต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
  3. โรคหลอดเลือดและหัวใจเรื้อรัง : พบได้ในกรณีที่ฝุ่นละอองเกิดการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด อาจทำให้เกิดการอุดตันในหลอดเลือดและผนังหัวใจ อาการที่พบคือ มีอาการเจ็บหน้าอก เหงื่อออก ใจสั่น เหนื่อยหรือแน่นขณะออกแรง ซึ่งอาจทำให้เป็นลม หมดสติ หรือเสียชีวิตได้
  4. โรคปอดเรื้อรัง และมะเร็งปอด : พบได้ในกรณีที่สูดเอาฝุ่นละออง PM 2.5 สะสมเข้าไปเป็นระยะเวลานาน ทำให้มีอาการไอเรื้อรัง มีเสมหะมากหมดเรี่ยวแรง หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ ซึ่งอาจรุนแรงและกลายเป็นเซลล์มะเร็งที่อาจลุกลามไปทั่วปอด เกิดเป็นโรคมะเร็งปอดได้

ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และคณะแพทย์ทหาร จึงมีความห่วงใยต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 และพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จัดหวัดภาคเหนือ ต่อภัยดังกล่าว จึงขอแนะนำประชาชนในการป้องกันตนเองจากฝุ่น PM 2.5 โดยยึดหลัก “หลีก ปิด ใช้ เลี่ยง ลด” คือ หลีก : หลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่น โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ปิด : ประตูหน้าต่างให้มิดชิด ใช้ : หน้ากากป้องกันฝุ่น PM 2.5 ทุกครั้งเมื่อออกนอกอาคาร เลี่ยง : การทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือการเข้าไปในสถานที่ที่มีฝุ่นละอองสูง เป็นเวลานาน (มากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน) ลด : กิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่น เช่น จุดธูป เผากระดาษ เตาปิ้งย่างที่ทําให้เกิดควัน การเผาใบไม้ เผาขยะ เผาพืชผลทางการเกษตร รวมถึงการติดเครื่องยนต์ในบ้านเป็นเวลานาน

ทั้งนี้ หากพบว่าตนเองหรือคนรอบข้างมีอาการบ่งชี้ หรือสงสัยว่ามีภาวะหรืออาการดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว โดยสามารถเข้ารับบริการได้ที่โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชน ในยามวิกฤตทุกโอกาส


กองทัพภาคที่ 3 ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมเป็นครอบครัวกองทัพบก

กองทัพภาคที่ 3 ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมเป็นครอบครัวกองทัพบก

ตามที่ ผู้บัญชาการทหารบก มีนโยบายในการพัฒนาระบบการคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการในกองทัพบก โดยให้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม มาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 ด้วยการรับการสมัครสอบผ่านระบบออนไลน์ นั้น

ทั้งนี้ กองทัพบก ได้เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติงานในกองทัพบก ตามโครง การ One Stop Service ประจำปีงบประมาณ 2569 ประเภทนายทหารประทวน จำนวน 2,350 อัตรา เพื่อบรรจุเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก จำนวน 2,200 อัตรา และบรรจุลงในตำแหน่งในหน่วยต่างๆ ในกองทัพบก จำนวน 150 อัตรา โดยเริ่มรับสมัครทางระบบออนไลน์ ตั้งแต่ในวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึง 14 มกราคม 2569

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดการรับสมัคร และสอบคัดเลือก พร้อมทั้ง Download ระเบียบการสมัครสอบตัดเลือกฯ เพื่อศึกษาคุณสมบัติของผู้สมัครแต่ละประเภท ตามเงื่อนไขการรับสมัครตามที่กรมยุทธศึกษาทหารบกกำหนด ได้ทางเว็บไซต์ https://recruitment.rta.mi.th (สมัครสอบออนไลน์กองทัพบก), https://atc.rta.mith (กรมยุทธศึกษาทหารบก) และ https://radd-atc.rta.mi.th (กองคัดสรรและพัฒนาบุคลากร) และสามารถสอบถามมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมยุทธศึกษาทหารบก กรุงเทพมหานคร หมายเลขโทรศัพท์กองอำนวยการรับสมัคร 0 2241 4037 หรือ 0 2241 4629 หรือ 0 2241 4068 – 9 ต่อ 89100, 89108 และ 89109 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ขอเชิญชวนให้บุคคลที่มีความประสงค์ ร่วมเป็นครอบครัวกองทัพบก และมีคุณสมบัติที่เหมาะสมครบถ้วน สมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการในกองทัพบกได้ในรูปแบบใหม่ ที่สร้างโอกาสในการเข้าถึงของทุกกลุ่มบุคคล ในสังคมไทยอย่างเท่าเทียมต่อไป


กิจกรรม “งานกาชาดทหารพันธุ์ดี กองทัพภาคที่ 3” ประจำปี 2568

ตามที่ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้ริเริ่มให้มีการจัดกิจกรรม “งานกาชาดทหารพันธุ์ดี กองทัพภาคที่ 3” ประจำปี 2568 ขึ้น โดยได้มอบหมายให้หน่วยกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 และหน่วยทหารภายในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ที่ดำเนินโครงการทหารพันธุ์ดี ร่วมจัดงานกาชาด คู่ขนานกับส่วนกลาง เพื่อจำหน่ายผลผลิตในโครงการอีกทางหนึ่ง

สำหรับการจัดงานกาชาดทหารพันธุ์ดี กองทัพภาคที่ 3 ประจำปี 2568 นั้น จัดขึ้น ณ สวนสุขภาพ ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ระหว่างวันที่ 15 – 21 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 17.00 – 21.00 น. รวม 7 วัน โดยได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อจัดหารายได้บำรุงสภากาชาดไทย

ภายในงานจะมีการจัดแสดงนิทรรศการโครงการทหารพันธุ์ดี, การจำหน่ายผลผลิตในโครงการทหารพันธุ์ดี, ผักปลอดสารพิษ, ผลิตภัณฑ์จากสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3, การจำหน่ายสินค้าของครอบครัวกำลังพล, ซุ้มอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภค บริโภคต่างๆ มากมาย รวมทั้งกิจกรรมนันทนาการ อาทิ การแสดงดนตรี การวดภาพระบายสี และกิจกรรมการละเล่น สอยดาว สลากกาชาด โดยเน้นการจำหน่วยสินค้าคุณภาพดี ราคาย่อมเยา

สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ เป็นจัดหารายได้เพื่อทูลเกล้าถวาย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย และเผยแพร่กิจกรรมทางทหารต่อการช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆ นอกจากนั้นเป็นการประชาสัมพันธ์การเปิดค่ายทหารให้ กำลังพลได้มาออกกำลังกาย ณ สวนสุขภาพ โดยประตูค่ายจะเปิดจนถึงเวลา 22.00 น. ของทุกวัน จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกิจกรรมตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าวต่อไป


“เคาะแล้ว” ว่าที่ผู้สมัคร เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์

“เคาะแล้ว” ว่าที่ผู้สมัคร เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ส่ง “นายกเดียร์” นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก ลงสู้สึกเลือกตั้งครั้งนี้ “นายกเดียร์” ดำรงตำแหน่ง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก มา 15 ปี ลูกหม้อ ภูมิใจไทย ที่รับอาสาดูแลพี่น้องประชาชน เขต 3 ในครั้งนี้ สำหรับ เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีเขตเลือกตั้ง ต.ห้วยทราย อ.เมืองจ.ประจวบ อ.ทับสะแก อ.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย โดย กกต. กำหนดเลือกตั้ง วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569


ตำรวจสืบสวนภาค 7 จับขบวนการลักลอบขนต่างด้าวกว่า 50 คน

สุพรรณบุรี – ตำรวจสืบสวนภาค 7 จับขบวนการลักลอบขนต่างด้าวกว่า 50 คน

พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 ได้รับการร้องเรียนว่ามีขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่ตำบลสระกระโจม อำเภอดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี อย่างต่อเนื่อง จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.พุฒิเศรษฐ์ ใหลประเสริฐ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส. ภ.7 พ.ต.ท.ศักดิ์สยาม จิตวิสุทธิ์ศรี สว.กก.สืบสวน 2 นำกำลังสืบสวนหาข่าวและจับกุมขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี จึงได้ประสานกำลังกับ พ.ต.ท.ธนชาติ เกิดผล สว.กก.ปพ. บก.สส.ภ.7 ร่วมกับ พ.ต.ท.ธนพล จันทร สว. ตม. จว.สุพรรณบุรี ร.ต.อ.นิธิพัฒน์ ศิริอนันต์ ร.ต.อ.สุรพล ชูช่าง ร.ต.ต.รวิญช์ สืบใหม่ รอง สว(สส) ตม.จว.สุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี สนธิกำลังร่วมกัน

จากการสืบสวนทราบว่าที่บริเวณป่าละเมาะริมถนนสาย 333 ด่านช้าง – อู่ทอง พบหลักฐานร่องรอยของกลุ่มคนเข้ามาใช้พื้นที่ มีเศษกล่องใส่อาหาร ขวดน้ำดื่ม ถุงขนมต่างๆ กระจายเกลื่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมั่นใจว่าเป็นสถานที่ ที่ขบวนการลักลอบขนแรงงานต่าง นำพาต่างด้าวเข้ามาพักหลบซ่อน เพื่อรอเคลื่อนย้ายกระจายไปตามที่ต่างๆ จึงวางกำลังดักซุ่ม กระทั่งเช้ามืดของวันที่ 16 ธ.ค. 2568 ได้มีรถกระบะมีคอก 2 คันและรถกระบะสี่ประตู 1 คัน ขับเข้ามาจอด ซึ่งรถยนต์ทั้ง 3 คัน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้า ซึ่งผิดปกติของรถปกติทั่วไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบพบภายในรถกระบะ พบที่ท้ายรถมีแรงงานต่างด้าวทั้งชาย-หญิงและเด็ก กว่า 50 คน จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวนขยายผลต่อที่ สภ.ดอนเจดีย์

ซึ่งเป็นแรงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ผู้ต้องหาทั้งหมด 49 คน หญิง 22 คน ชาย 27 คน และเด็ก 3 คน รวม 52 คน ซึ่งแรงงานต่างด้าวทั้ง 49 คน มีบัตรจุดผ่านแดน ข้ามสะพานแม่น้ำสายแห่งที่ 1 จังหวัดเชียงราย สอบถามนายเด่น ขอสงวนนามสกุล อายุ 40 ปี นายพิชัย อายุ 35 ปี และนายวาทิต อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถกระบะทั้ง 3 คัน เบื้องต้นให้การว่าได้รับการว่าติดต่อจ้างมาจากนายหน้าทางโทรศัพท์ ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใคร แจ้งว่าให้ไปรับลูกค้าที่บริเวณบ้านตาก จังหวัดตาก นำไปส่งปลายทางที่จังหวัดสุพรรณบุรี จะจ่ายค่านำพาหัวละ 500 บาท จึงได้ตกลงรับงานและชวนกันมา ขับมาตามเส้นทางกำแพงเพชร เข้าโป่งแดงออก วังเจ้า คลองลาน ผ่านจังหวัดอุทัยธานี อ.บ้านไร่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ไปตามถนนสาย 333 มุ่งหน้าเข้า อำเภออู่ทอง จ.สุพรรณบุรี แล้วไปจอดให้แรงงานด่างด้าวลงรถที่เนินป่าข้างทาง เสร็จขับรถกลับไปรอรับเงินค่าจ้าง ซึ่งผู้ว่าจ้างจะติดต่อมาหาให้ไปรับเงินตามจุดที่นายหน้า จะให้ลูกน้องเอาค่าจ้างมาวางไว้ พวกตนทำมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว แต่ว่าครั้งนี้โชคไม่ดีเลยถูกตำรวจจับกุมได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาคนขับรถทั้ง 3 คน ที่เป็นผู้นำพาแรงงานต่างด้าวมา ข้อหาผู้นำพาซ่อนเร้น ช่วยเหลือหรือช่วยด้วยประการใดๆแก่บุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย” ส่วนต่างด้าวทั้ง 52 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ประสานผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ร่วมกับฝ่ายข่าวความมั่นคง กอ.รมน.พบพื้นว่าที่ดังกล่าวเป็นเนินดินของชาวบ้านที่ถมดินไว้มีป่าหญ้าและมีต้นไม้ขึ้นรกทึบรอบบริเวณ เหมาะแก่การซ่อนอำพรางตัว ในบริเวณเนินดินดังกล่าวยังพบกล่องโฟมสำหรับใส่อาหาร ขวดน้ำดื่ม ถุงใส่ขนม ซองบุหรี่ ของประเทศเมียนมา และเศษขยะกระจายเกลื่อน สอบถามชาวบ้านใกล้เคียงทราบว่าบริเวณดังกล่าวมักจะมีการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวมาลงเพื่อกระจายไปตามสถานที่ต่างๆ นานแล้ว โดยจะมาทั้งกลางวันและกลางคืน ส่วนมากจะเป็นช่วงเช้ามืด ชาวบ้านเคยแจ้งเบาะแส ให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หลายครั้งแต่ไม่ปรากฎว่ามีการดำเนินการอย่างไร จึงร้องเรียนไปที่ตำรวจภาค 7 จนนำไปสู่การจับกุมได้แรงงานต่างด้าวได้จำนวนมากดังกล่าว


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี