โครงการทหารพันธุ์ดี อารยเกษตรวิถี มทบ. 37 ให้การต้อนรับคณะครู-น.ร.โรงเรียนเทศบาล 1 ศรีเกิด ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย

โครงการทหารพันธุ์ดี อารยเกษตรวิถี มณฑลทหารบกที่ 37 ให้การต้อนรับคณะครู และนักเรียน โครงการทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกสถานที่ ของโรงเรียนเทศบาล 1 ศรีเกิด ต.เวียง อ.เมือง จว.ช.ร

โครงการทหารพันธุ์ดี อารยเกษตรวิถี มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่โครงการฯ ให้การต้อนรับ และบรรยายการดำเนินงานของโครงการฯ ให้กับคณะครู และนักเรียน โรงเรียนเทศบาล 1 ศรีเกิด ต.เวียง อ.เมือง จว.ช.ร เข้าศึกษาดูงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงฯสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน มียอดครู 8 ท่านและนักเรียน 118 คน ยอดรวมทั้งสิ้น 126 คน โดยเข้าศึกษาเรียนรู้การดำเนินงานของโครงการทหารพันธุ์ดีฯ เพื่อเปิดโลกทัศน์ ส่งเสริมพัฒนาการ เสริมทักษะความรู้ จากประสบการณ์จริง ตลอดจนปลูกฝังแนวคิดตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้สามารถเติบโตเป็นเยาวชนที่ดีมีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป

พร้อมกันนี้ได้ศึกษาภายในโครงการทหารพันธุ์ดีอารยเกษตรวิถี มณฑลทหารบกที่ 37 ได้แก่

  • โครงการ “มินิซู” (Mini SU) ของ มณฑลทหารบกที่ 37 (มทบ.37) หรือที่รู้จักในชื่อ “โครงการทหารพันธุ์ดี” เป็นการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ค่ายเม็งรายมหาราชให้เป็นศูนย์การเรียนรู้และทดลองโครงการต่างๆ โดยมีที่มาจากพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มีพระประสงค์ให้ค่ายทหารเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับทหารและชุมชน.
  • โครงการเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นแนวทางการดำเนินงานเพื่อสร้างรายได้จากการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีด โดยต้องมีการเตรียมพื้นที่และโรงเรือน, คัดเลือกพันธุ์จิ้งหรีดที่แข็งแรง, จัดหาแหล่งอาหารที่หลากหลายทั้งพืชและอาหารเสริม, เตรียมภาชนะให้น้ำและอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัยของจิ้งหรีด, และดูแลเรื่องสุขอนามัยเพื่อป้องกันศัตรูและโรคระบาด.
  • โครงการเลี้ยงไส้เดือนเป็นการเพาะเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดต้นทุนการเกษตร ส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์ และสร้างรายได้ให้เกษตรกร กระบวนการประกอบด้วยการเตรียมสถานที่เลี้ยงที่ร่มและมีความชื้นเหมาะสม การจัดหาอาหารจากมูลสัตว์หรือเศษอินทรีย์วัตถุ การดูแลให้ไส้เดือนมีสภาพแวดล้อมที่ดี และการเก็บเกี่ยวปุ๋ยมูลไส้เดือนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร

นที มีเดช รายงาน

ครั้งแรกของโลก ! ซ้อมกู้ภัยร่วม “ช้าง–สุนัข–มนุษย์” ฝึก TIMS 2025 ที่เชียงใหม่ บูรณาการพลังสัตว์–คน รับมือภัยพิบัติยุคใหม่

ครั้งแรกของโลก! ซ้อมกู้ภัยร่วม “ช้าง–สุนัข–มนุษย์” ฝึก TIMS 2025 ที่เชียงใหม่ บูรณาการพลังสัตว์–คน รับมือภัยพิบัติยุคใหม่

เชียงใหม่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการกู้ภัยโลก เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ที่บ้านช้างตระกูลแสน อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มีการฝึกซ้อมการค้นหาและกู้ภัยระดับนานาชาติ Thailand International Multi-Hazard SAR Exercise (TIMS 2025) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการนำ “ช้าง” และ “สุนัข K9” เข้าร่วมฝึกปฏิบัติการกู้ภัยร่วมกับมนุษย์อย่างเป็นระบบ ท่ามกลางความสนใจจากหน่วยงานด้านความมั่นคงและการช่วยเหลือภัยพิบัติทั้งในและต่างประเทศ

นายไชยเชษฐ์ พัดสี ผู้อำนวยการฝึกอบรมและกู้ภัย ประจำภูมิภาคเอเชีย สมาพันธ์การค้นหาและกู้ภัยนานาชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรงและเกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย ดินถล่ม หรืออุบัติเหตุขนาดใหญ่ การเตรียมความพร้อมด้านการค้นหาและกู้ภัยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง การฝึก TIMS 2025 ครั้งนี้ มุ่งเน้นการบูรณาการศักยภาพของมนุษย์และสัตว์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตอบโต้ภัยพิบัติและลดการสูญเสียในสถานการณ์จริง

การฝึกซ้อมครั้งนี้มีช้างจากบ้านช้างตระกูลแสนเข้าร่วมจำนวน 4 เชือก นำทีมโดย พลายแสนทรัพย์ พลายแสนตัน พลายวาเลนไทน์ และพลายงาม พร้อมด้วยสุนัขค้นหาและกู้ภัย (K9) จำนวน 6 ตัว พันธุ์ลาบราดอร์และโกลเดนรีทรีฟเวอร์ โดยแบ่งการฝึกออกเป็น 4 สถานีหลัก ประกอบด้วย การตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ สถานการณ์เฮลิคอปเตอร์ตก สถานการณ์ดินสไลด์และแพคว่ำ และสถานการณ์อุบัติเหตุรถตกเหว เสมือนเหตุการณ์ภัยพิบัติจริงในพื้นที่ทุรกันดาร

นายไชยเชษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดเด่นของการฝึกครั้งนี้คือการนำจุดแข็งของสัตว์แต่ละชนิดมาใช้ร่วมกันอย่างเหมาะสม สุนัข K9 มีความสามารถในการดมกลิ่นและค้นหาผู้สูญหายในพื้นที่ซับซ้อน ขณะที่ช้างมีพละกำลัง แข็งแรง และคุ้นเคยกับภูมิประเทศทุรกันดาร สามารถลุยน้ำ ลุยโคลน และลำเลียงอุปกรณ์หรือผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ยานพาหนะหรือเครื่องจักรหนักไม่สามารถเข้าถึงได้

ด้านนายสุทธิเกียรติ โสภณิก ผู้อำนวยการองค์การสุนัขกู้ภัยแห่งชาติ K9 USAR Thailand ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการฝึก TIMS 2025 ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกของความร่วมมือระหว่างสุนัขกู้ภัยและช้างอย่างเป็นรูปธรรม สุนัขมีความคล่องตัวและรวดเร็ว ส่วนช้างมีพละกำลังและความทนทาน เมื่อนำมาประสานการทำงานร่วมกัน จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการตอบสนองต่อภัยพิบัติได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ ในปี 2569 มีแผนขยายความร่วมมือในระดับนานาชาติ โดยเชิญประเทศที่มีช้าง เช่น สปป.ลาว เมียนมา มาเลเซีย และไต้หวัน เข้าร่วมการฝึก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมกันพัฒนามาตรฐานการกู้ภัยในระดับภูมิภาค

ขณะที่พระครูสังฆรักษ์วีรวัฒน์ วีรวฑุฒโน หรือพระครูอ๊อด วัดเจดีย์หลวง ผู้ก่อตั้งบ้านช้างตระกูลแสน กล่าวว่า แนวคิดการพัฒนาช้างกู้ภัยเกิดขึ้นจากประสบการณ์ตรงในช่วงอุทกภัยครั้งใหญ่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อปี 2567 ที่มีการนำช้างจำนวน 4 เชือก เข้าช่วยลำเลียงอาหารและสิ่งของไปยังชุมชนที่ถูกตัดขาด จึงเห็นศักยภาพของช้างในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และพัฒนาทักษะให้สามารถปฏิบัติงานด้านกู้ภัยได้อย่างจริงจัง

พระครูอ๊อด วัดเจดีย์หลวงเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันช้างของบ้านช้างตระกูลแสนผ่านการฝึกด้านการกู้ภัยแล้ว 8 เชือก และพร้อมเข้าปฏิบัติการทันทีหากเกิดภัยพิบัติในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ลดความสูญเสีย และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ประสบภัย นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างทีมกู้ภัยมนุษย์ ช้าง และสุนัข ไม่ว่าจะเป็นโดรนทางอากาศหรือโดรนตรวจจับความร้อน เพื่อสำรวจเส้นทางและวางแผนก่อนเข้าพื้นที่จริงอย่างรอบคอบและปลอดภัย

การฝึก TIMS 2025 ครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการพัฒนาระบบกู้ภัยแบบบูรณาการ และอาจกลายเป็นต้นแบบใหม่ของการใช้ “พลังสัตว์” ควบคู่เทคโนโลยีและมนุษย์ เพื่อรับมือภัยพิบัติในอนาคตอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

ผบ.มทบ.39 ร่วมให้ความรู้ แก่เยาวชน สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จ.พิษณุโลก

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 พร้อมหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 วิทยากรจิตอาสา 904 ร่วมให้ความรู้ แก่เยาวชน สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก ตามโครงการเฉลิมพระเกียรติและร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสม ภพ วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ

พลตรี นพดล วัชรจิตรบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39/วิทยากรจิตอาสา 904 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเฉลิมพระเกียรติและร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ โดยมี นางลดาวัลย์ ปั่นเงิน ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก ให้การต้อนรับ ซึ่งในกิจกรรมจัดให้มีการกล่าวน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณา ธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และกิจกรรมเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์

ทั้งนี้ พลตรี นพดล วัชรจิตรบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ในฐานะ วิทยากรจิตอาสา 904 พร้อมด้วย พันเอก เสรี ทองคู่ หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระ ราชทานภาค 3 ได้ร่วมจัดกิจกรรมบรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ณ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก


นที มีเดช รายงาน

จิตอาสาพระราชทานมทบ.310 พร้อม นศท.จิตอาสา ร่วมรณรงค์ให้ความรู้ การป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน พร้อมมอบผ้าห่ม พื้นที่ อ.แม่ระมาด จ.ตาก

จิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 310 พร้อมนักศึกษาวิชาทหารจิตอาสา ร่วมรณรงค์ให้ความรู้ การป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน พร้อมทั้งมอบผ้าห่มกันหนาวให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 310 จัดจิตอาสาพระราชทาน และ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 310 จาก หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 310 จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ และ นักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับเทศบาลตำบลแม่จะเรา เดินทางเข้าชุมชน ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด จว.ตาก ให้ความรู้เรื่องไฟป่าและหมอกควัน ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยที่เกิดจากการเผาป่า เผาไร่นา ในพื้นที่ ในกลุ่มเป้าหมายประมาณ 30 ครัวเรือน

ต่อจากนั้น ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 310 มอบหมายให้ หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 310 จัดกำลังพลจิตอาสา 904 พร้อมด้วย ผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทาน, นักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับเ ทศบาลตำบลแม่จะเรา จิตอาสาผู้นำชุมชน นำผ้าห่มคลายหนาว ถุงยังชีพมอบให้กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง (เปราะบาง) จำนวน 5 ราย ในพื้นที่ชุมชนตำบลแม่จะเรา ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด จังหวัดตาก และ นักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาพระราชทาน ได้มอบติดโบว์ให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ร่วมถวายอาลัยแด่แม่หลวงแห่งดิน สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.น่าน ร่วมบูรณาการกับส่วนราชการมอบเครื่องกันหนาว อุปกรณ์กีฬาและอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียน

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน ร่วมบูรณาการกับส่วนราชการในพื้นที่มอบเครื่องกันหนาว อุปกรณ์กีฬาและอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียน พร้อมรณรงค์ประชา สัมพันธ์การป้องกันไฟป่าหมอกควันในพื้นที่อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน ร่วมบูรณาการกับ ศาลเยาวชนและครอบ ครัวจังหวัดน่าน โรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์ มณฑลทหารบกที่ 38 กรมทหารพรานที่ 32 และส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดน่าน ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนโครงการ “อุ่นรัก อิ่มใจ สู้ภัยหนาว ภูเค็งพัฒนา“ โดยได้นำเครื่องนุ่งห่มกันหนาว อุปกรณ์กีฬาและอาหารกลางวัน มอบให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนภูเค็งพัฒนา ตำบลแม่ขะนิง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนจากภัยหนาวและลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

ในการนี้ได้ประชาสัมพันธ์ปลูกฝังและสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในชุมชน การให้บริการตรวจโรคและทันตกรรมเบื้องต้น เพื่อแนะนำการปฏิบัติตัวและการป้องกันโรค การให้บริการตัดผม พร้อมทั้งเชิญชวนบุตรหลานที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการ ทหารกองประจำการด้วยวิธีร้องขอด้วยระบบออนไลน์ของกองทัพบก

โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น สร้างรอยยิ้มจากผู้ให้สู่ผู้รับ เด็กนักเรียนมีความสุขที่ได้รับการแบ่งปันสิ่งดีๆ ในครั้งนี้ และประชาชนในชุมชนเกิดทัศนคติที่ดีต่อปัญหาไฟป่า อันจะเป็นผลนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในชุมชน และพร้อมใจกันร่วมมือกันป้องกันไฟป่าอย่างมีส่วนร่วมของภาคประชาชน


นที มีเดช รายงาน

ทหารพรานผาเมือง สนธิกำลังตำรวจ สภ.เทิง ยึดยาบ้า 7 หมื่นเม็ด ผู้ต้องสงสัยไหวตัวหลบหนีไปได้

ทหารพรานผาเมือง สนธิกำลังตำรวจ สภ.เทิง ยึดยาบ้า 7 หมื่นเม็ด ผู้ต้องสงสัยไหวตัวหลบหนีไปได้

วันที่ 17 ธ.ค.2568 เจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.3105 ฉก.ทพ.31 กองกำลังผาเมือง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เทิง จ.เชียงราย ได้ตรวจยึดของกลางยาเสพติดประเภทยาบ้า จำนวนประมาณ 70,000 เม็ด เพื่อดำเนินการขยายผลตามกฎหมาย หลังจากกลางดึกวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ทพ.3105 ได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนถนนพื้นที่หมู่บ้านดอนไชย หมู่ 6 ต.หงาว อ.เทิง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติด ต่อมาได้พบรถจักรยานยนต์ไม่ทราบป้ายทะเบียนจำนวน 1 คัน มีคนขับขี่และซ้อนท้ายกันมารวม 2 คัน เมื่อจะถึงจุดตรวจจุดสกัดกลับพากันแตกตื่นเลี้ยวรถหลบหนี

เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นว่ามีพิรุธจึงได้นำรถออกติดตามไปจนถึงบริเวณข้างแยกอ่างเก็บน้ำห้วยดี หมี หมู่บ้านหัวดง หมู่ 12 ต.หงาว อ.เทิง จ.เชียงราย คนบนรถจักยานยนต์ได้ทิ้งสิ่งของบางอย่างเอาไว้ข้างทางก่อนจะอาศัยความมืดขับหลบหนีไปได้

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจวัตถุที่ทิ้งเอาไว้พบเป็นกระเป๋าใบเล็กเมื่อเปิดดูภายในปรากฎว่าบรรจุยาเสพติดประเภทยาบ้ารวมจำนวน 70,000 เม็ดดังกล่าว จึงทำการตรวจยึดไว้และนำส่ง สภ. เทิง ตามกฏหมายต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 พร้อมสมาคมแม่บ้านฯเยี่ยมให้กำลังใจ กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะในพื้นที่ชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา

กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 พร้อมสมาคมแม่บ้านทหารบก กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 เยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบเงินสวัสดิการช่วยเหลือกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะในพื้นที่ชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 พันโท ศิริพงษ์ มูลอำมาตย์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 และ คุณ ชวารินทร์ มูลอำมาตย์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กอง พันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 พร้อมด้วยสมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 ได้เดินทางเข้าเยี่ยมกำลังพลของหน่วยที่ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ปะทะในพื้นที่ชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ขณะปฏิบัติหน้าที่ป้องกันอธิปไตย จำนวน 2 นาย ประกอบด้วย

  1. สิบเอก นราวิชญ์ อ้วนโพธิ์กลาง กำลังพลสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 โดยได้รับบาดเจ็บจากการถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหน้าขาท่อนล่างซ้าย และบริเวณล่างตาข้างซ้าย จากอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายตรงข้าม (ไม่ทราบชนิด)
  2. พลทหาร ปรมินทร์ สุวรรณโภชน์ กำลังพลสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 โดยได้รับบาดเจ็บจากการถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณซี่โครงด้านซ้าย จากอาวุธยิงสนับสนุนของฝ่ายตรงข้าม (ไม่ทราบชนิด)

โดยได้มอบเงินสวัสดิการช่วยเหลือ พร้อมทั้งสอบถามอาการบาดเจ็บและให้กำลังใจกับกำลังพลและครอบครัว ณ โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.พิษณุโลก ร่วมการประชุมรับฟังการชี้แจงแผนงานโครงการของ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กอ.รมน.ราชอาณาจักร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ร่วมการประชุมรับฟังการชี้แจงแผนงานโครงการของ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

เมื่อวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 พันเอก วิชา อมระดิษฐ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ฝ่ายทหาร มอบหมายให้ พันเอก ทินชาติ สุทธิรักษ์ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ให้การต้อนรับคณะ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณา จักร และร่วมการประชุมรับฟังการชี้แจงแผนงานโครงการของ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมกุลพิจิตร กองบังคับการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก และได้นำคณะ ไปยัง ตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อหารือเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน และอาวุธปืน โดยมี พลโท ณัฐศิษฐ์ คงชินศาสตร์ธิติ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นหัวหน้าคณะฯ


นที มีเดช รายงาน

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

วันนี้ (17 ธ.ค. 68) พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมคณะ กรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน พร้อมทั้งพบปะให้กำลังใจแก่คณะผู้บริหาร ครู และเด็กนักเรียนของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะผู้บริหาร ครู บุคลากร และนักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ โดย พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ได้รับฟังสรุปผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งรับทราบปัญหาและความต้องการในการพัฒนาด้านต่างๆ ของโรงเรียน

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 ได้ดำเนินการตามพันธกิจของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ที่มุ่งเน้นการจัดการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาสและผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ โดยจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรฐานสมรรถนะและหลักสูตรทวิศึกษา เช่น ช่างยนต์ ช่างเชื่อม การโรงแรม คอมพิวเตอร์ธุรกิจและการบัญชี เพื่อให้นักเรียนมีทักษะวิชาชีพควบคู่กับวิชาการ และด้านการพัฒนานักเรียนได้ส่งเสริมกิจกรรมกีฬา อาทิ ยกน้ำหนัก รักบี้ ฟุตบอล มวย และเพาะกาย ซึ่งที่ผ่านมานักเรียนสามารถสร้างชื่อเสียงและได้รับรางวัลในระดับจังหวัดและระดับประเทศ ควบคู่กับส่งเสริมทักษะด้านอาชีพ กิจกรรมจินตคณิตสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา เพื่อสร้างทักษะการคิด วิเคราะห์ และความมั่นใจในการเรียนรู้ และในด้านการบริหารจัดการ ได้มีการดำเนินงานสหกรณ์นักเรียน เพื่อฝึกฝนการออม การบริหารจัดการ สร้างความรับผิดชอบร่วมกัน ผลจากการดำเนินงานดังกล่าว ทำให้นักเรียนมีความก้าวหน้าทางด้านวิชาการ ทักษะอาชีพ และคุณธรรมจริยธรรม โดยมีนักเรียนที่สามารถอ่านออกเขียนได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม

สำหรับปัญหาที่ทางโรงเรียนฯ ได้ประสบมาก่อนหน้านี้ คือ ปัญหาในเรื่องน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ปัจจุบันการประปาส่วนภูมิภาคได้เข้ามาให้การช่วยเหลือในการวางระบบท่อส่งน้ำ และมีการขุดบ่อกักเก็บน้ำ ทำให้ทางโรงเรียนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ และได้นำระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์) เข้ามาติดตั้งเพื่อใช้ประโยชน์ ช่วยให้ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ กิจ กรรมต่างๆ ได้ช่วยพัฒนาให้เด็กนักเรียนมีความรู้ที่ดีขึ้น ทัดเทียมกับเด็กนักเรียนในชุมชนเมือง

โอกาสนี้ องคมนตรีพร้อมคณะฯ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ บูธกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ และพบปะพูดคุยให้กำลังใจแก่บุคลากรและเด็กนักเรียนของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 โดยขอให้เด็กนักเรียนทุกคนตั้งใจเรียนอย่างเต็มความสามารถ และขอให้ทางโรงเรียนส่งเสริมเด็กนักเรียนให้ได้รับการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เพื่อให้เป็นทุนชีวิตติดตัวและให้เกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตในอนาคต


นที มีเดช รายงาน

ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน บูรณาการกำลังกว่า 150 นาย ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2569

ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน บูรณาการกำลังกว่า 150 นาย ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญา กรรมช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2569 มุ่งเน้นสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ป้องกันอาชญากรรมและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่

วันนี้ 17 ธ.ค.68 เวลา 16.00 น. ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน โดย พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน จัดให้มีพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ช่วงเทศกาลคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ 2569 ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวลำพูน เชิงสะพานท่าขาม อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน พร้อมด้วยหัวหน้า สภ. ในสังกัดภ.จว.ลำพูน ได้นำกำลังข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.ลำพูน, ตม.,พฐ., ท่องเที่ยว, สันติบาล พร้อมทั้งฝ่ายปกครอง,กอ.รมน.,ปภ. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการปฏิบัติการในครั้งนี้ รวมกว่า 150 นาย โดยมี นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผวจ.ลำพูนเป็นประธานปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม และมี พ.ต.อ.พชรพล วงศ์รจิต รอง ผบก.ภ.จว.ลำพูน กล่าวรายงานต่อประธาน การปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในครั้งนี้ เพื่อมุ่งเน้นสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ป้องกันอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่

โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดมาตรการเข้มข้นในการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทั่วประเทศก่อนช่วงวันคริสต์มาส และวันหยุดยาวปีใหม่ 2569 ระหว่างวันที่ 17-25 ธ.ค.68
และช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค.68 – 5 ม.ค.69 เป็นช่วงวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน มีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา และพักผ่อนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก อาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนน ปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การก่อความไม่สงบเรียบร้อย รวมไปถึงคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจมีคนร้ายหรือมิจฉาชีพแฝงตัวก่ออาชญากรรม จะเน้นกวาดล้างส่วนของเรื่องการพนัน เรื่องอาวุธปืน การหลอกลวงประชาชนทางไซเบอร์ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ เน้นการป้องกันปราบปรามการประทุษร้ายทำร้ายร่างกายประชาชน นักท่องเที่ยว และอีกส่วนเป็นเรื่องการดู
แลการฝากบ้านไว้กับตำรวจ การควบคุมการยิงปืนขึ้นฟ้า และเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ส่วนนี้จะดูแลสถานที่สำคัญ สถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ แหล่งท่องเที่ยว
สถานที่ที่มีประชาชนอยู่รวมกันจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังมีการบังคับใช้กฎหมาย เรื่องการอำนวยความสะดวกการจราจรได้บังคับใช้กฎ หมายโดยจะป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะเมาแล้วขับ การสวมหมวกนิรภัย และการอำนวยความสะดวกการจราจร เพื่อให้ประชาชนในจังหวัด และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในพื้นที่มีความปลอดภัย และเกิดความประทับใจ

ทั้งนี้ พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน ได้กำชับให้ สภ.ในสังกัด ภ.จว.ลำพูน เพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อมุ่งเน้นการลดอุบัติเหตุทางถนน ตามมาตรการ 10 ข้อหาหลัก โดยเฉพาะข้อหาเมาแล้วขับ กรณีเกิดอุบัติเหตุให้มีการตรวจวัดปริมาณแอลกอ ฮอล์ทุกราย ทำงานเชิงรุกตามแนวทางของตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเน้นย้ำถึงการดำเนินงานภายใต้ยุทธวิธีอย่างรัดกุม

พร้อมกันนี้ ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง ระมัดระวัง ไม่ประมาทและเตรียมพร้อมรับ มือทุกสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับความปลอดภัยสูงสุดตลอดช่วงเทศกาลและขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความร่วมมือปฏิบัติตามข้อกฎหมายเพื่อการท่องเที่ยวอย่างมีความสุขและปลอดภัย และขออวยพรให้ทุกท่านมีกำลังกาย กำลังใจที่เข้มแข็ง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน ขอให้ใช้วาจาให้สุภาพ ในขณะออกปฏิบัติภารกิจ และยึดระเบียบกฎหมายเป็นที่ตั้ง ไม่ประมาทและใช้ยุทธวิธีที่ฝึกฝนมาให้เป็นประโยชน์ต่อการทำ งานอย่างเต็มความสามารถ รวมทั้งมีความปลอดภัยจากการปฏิบัติงานด้วย ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูนมีความห่วงใยความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนตลอดการเดินทางช่วงเทศกาล ขอให้ทุกคนมีสติดื่มไม่ขับ กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย

หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือพบเบาะแสอาชญากรรม ยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายแจ้งได้ที่สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชม.หรือ โทรสายตรงศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191


นที มีเดช รายงาน