กองทัพภาคที่ 2 เผยภาพ แม่ทัพภาคที่ 2 และ ผบ.กกล.สุรนารี ร่วมบัญชาการรบ บนเนิน 350 ปรับแผน ก่อนยึดเนิน350 ได้ พร้อมยกย่องความเสียสละของ 2 ทหารกล้า

กองทัพภาคที่ 2 เผยภาพ แม่ทัพภาคที่ 2 และ ผบ.กกล.สุรนารี ร่วมบัญชาการรบ บนเนิน 350 ปรับแผน ก่อนยึดเนิน350 ได้ พร้อมยกย่องความเสียสละของ 2 ทหารกล้า

พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 2 ภายใต้การบัญชาการรบของ พลตรี สมภพ ภาระเวช ผบ.พล.ร.6/ผบ.กกล.สุรนารี สามารถเข้าควบคุมและสถาปนา “เนิน 350” พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ได้เป็นผลสำเร็จ หลังการปะทะอย่างหนัก กับกองกำลังฝ่ายกัมพูชา

แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า การปฏิบัติการนี้ ดำเนินไปด้วยความรอบคอบและรัดกุม เพราะทหารกัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิดไว้ทั่วพื้นที่ ทำให้ทุกขั้นตอนต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด และกล่าวยกย่องว่า “การเสียสละของ ทหารกล้า / นายเป็นแบบอย่างแห่งความกล้าหาญ สมกับคำว่า ‘ทหารอาชีพ’ ที่ยืนหยัดเพื่อแผ่นดินไทยจนลมหายใจสุดท้าย” แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า เรารักษาความมั่นคงของอธิปไตยไทยในพื้นที่ชายแดน และเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติและศักดิ์ศรีของกองทัพไทย ที่ยังคงมีลูกหลานพร้อมยืนหยัดปกป้องผืนแผ่นดินไทยด้วยชีวิต

#เนิน350 #ปราสาทตาควาย #กัมพูชาเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ


พรพิพัฒน์ รายงาน

ตำรวจนครนายก ทำดีด้วยหัวใจร่วมใจกันบริจาคโลหิตให้กับธนาคารเลือด

นครนายก – ตำรวจนครนายก ทำดีด้วยหัวใจร่วมใจกันบริจาคโลหิตให้กับธนาคารเลือด

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ที่บริเวณหน้าทำการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก พ.ต.อ.เผ่าภากร รามนุช รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรมจิตอาสาตามโครงการ ”จิตอาสาบริจาคโลหิต ตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก เทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์” เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568 และพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยมี ข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก และกลุ่มแม่บ้านตำรวจแต่งชุดจิตอาสา ร่วมกันทำความดีจิตรอาสาบริจาคโลหิตให้กับธนาคารเลือดโรงพยาบาลนครนายก โดยมีกาชาดนครนายก และอาสากาชาดนครนายก ได้มาร่วมรับบริจาคโลหิตที่บริเวณโรงอาหารร่มโพธิ์ทองตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก ทำให้โครงการดังกล่าวสำเร็จลุล่วงผ่านไปได้ด้วยดี


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

กอ.รมน. ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายประชาชน หนุนการแพทย์ทหาร มอบเครื่องช่วยหายใจให้ทหารตามแนวหน้าชายแดนไทย–กัมพูชา

กอ.รมน. ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายประชาชน หนุนการแพทย์ทหาร มอบเครื่องช่วยหายใจให้ทหารตามแนวหน้าชายแดนไทย–กัมพูชา

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. (สมท.กอ.รมน.) ได้บูรณาการกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชนจัดการประชุมหารือแนวทางการช่วยเหลือทหารที่ปฎิบัติหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่แนวชายแดน ไทย–กัมพูชา เพื่อกำหนดทิศทางและมาตรการสนับสนุนการดูแลช่วยเหลือให้เป็นไปอย่างเหมาะสม ทั่วถึง และเกิดผลเป็นรูปธรรม

การประชุมดังกล่าวมี พลโท ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิ เทศ กอ.รมน. (ผอ.สมท.กอ.รมน.) เป็นประธานฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร มูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 504 สมท.กอ.รมน. สวนรื่นฤดี โดยที่ประชุมฯได้หารือถึงการขยายผลความร่วมมือในการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงแนวทางการสนับสนุนด้านการแพทย์ เพื่อเสริมศักยภาพการรักษาพยาบาลกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย

ทั้งนี้ คณะกรรมการมูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ ได้ร่วมกันหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในลักษณะไม่เป็นทางการมาอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง เกี่ยวกับแนวทางการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติและผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ด้านความมั่นคง โดยล่าสุดได้มีการหารือเกี่ยวกับการจัดซื้อและสนับสนุน เครื่องช่วยหายใจ เพื่อช่วยชีวิตทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งเป็นการต่อยอดความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมด้านการแพทย์ทหาร

จากผลการประชุมดังกล่าว กอ.รมน. ร่วมกับ มูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ และ มูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน ได้ดำเนินการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยมูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติบริจาคเครื่องช่วยหายใจ จำนวน 1 เครื่อง มูลค่า 450,000 บาท และมูลนิธิผึ้งหลวงอัศวินบริจาคเครื่องช่วยหายใจ จำนวน 1 เครื่อง มูลค่า 450,000 บาท เพื่อใช้ในการดูแลรักษาทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา

โดยในวันนี้ (22 ธันวาคม 2568) เวลา 14.00 น. กอ.รมน. โดย พลโท ธนาธิป สว่างแสง ผอ.สมท.กอ.รมน. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และภาคีเครือข่าย ภาคประชาชนได้แก่ มูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ และมูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน ได้เดินทางไปมอบเครื่องช่วยหายใจ ให้แก่
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยมี พล.ต. สุขไชย สาทถาพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระ มงกุฎเกล้า พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับและรับมอบอุปกรณ์ดังกล่าว

การมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมศักยภาพด้านการรักษาพยาบาลของหน่วยงานทางการแพทย์ทหาร ให้สามารถรองรับการดูแลผู้ป่วยในภาวะวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตลอดจนเป็นการส่งต่อกำลังใจและความห่วงใยจากทุกภาคส่วนไปยังกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เสียสละเพื่อความมั่นคงของประเทศในพื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา รวมถึงครอบครัวของกำลังพลอย่างเป็นรูปธรรม

กอ.รมน. ยืนยันความมุ่งมั่นในการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลช่วยเหลือกำลังพลและพี่น้องประชาชนให้ได้รับประโยชน์สูงสุด อันสะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการเสริมสร้างความมั่นคง ความปลอดภัย และความผาสุกของประเทศอย่างยั่งยืน


เปิดตัว ‘พรรคโอกาสใหม่’ ชู ‘จตุพร’ แคนดิเดตเบอร์ 1 หวังได้ 25 สส. เสนอชื่อชิงนายกฯ written by Admin 21/12/2025

“จตุพร บุรุษพัฒน์” เปิดตัวพรรคโอกาสใหม่ ลั่นไม่ใช่สุสานข้าราชการ แต่รวมคลังสมอง แก้ปัญหาประเทศ พร้อมนั่งแคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 หวังได้ สส. 25 คน เสนอชื่อชิงนายกฯ ได้ ย้ำทำงานได้กับทุกพรรคที่ไม่ล่วงเกินสถาบัน

วันที่ 21 ธ.ค. ที่อาคาร JW TOWER นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ นำเปิดที่ทำการพรรค และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ และ สส.แบ่งเขต โดยระบุว่า เราอาสาตัวมาในวันนี้ ไม่ใช่เพราะเราต้องการตำแหน่งหรืออะไร แต่เราต้องการเข้าไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนจริงๆ ที่ผ่านมาเราอาจจะมองว่าการทำงานทางการเมืองเป็นสิ่งที่เราเจอเป็นประจำ จะสังเกตว่าคำพูดของคนที่เป็นนักการเมืองอาจจะมีปัญหา บางครั้งพูดแล้วไม่ทำและหยุดไปเฉยๆ โดยปล่อยให้พี่น้องประชาชนมองว่าเมื่อไรจะได้เห็นสิ่งที่รับปากไว้ ซึ่งเป็นแบบนี้มาตลอด

ดังนั้นวันนี้เราได้รวบรวมเพื่อนๆ พี่น้องทั้งหลายมาอยู่ในพรรค มีคนถามว่าพรรคเราเป็นที่รวมเป็นสุสานข้าราชการหรือไม่ ทำให้ตนหัวเราะ เพราะสุสานคือป่าช้าของคนตาย แต่พวกเราไม่ใช่คนตาย เราอยากเอาคนที่มีความรู้มาช่วยคนไทยจริงๆ เราคือคลังสมอง เราจึงไม่ปล่อยคนพวกนี้ให้ถึงเวลารับเบี้ยบำนาญ อย่างนี้ไม่ใช่ จึงเป็นที่มาของโอกาสใหม่เพื่อคนไทยทุกคน

สิ่งที่พูดคือเราต้องเอาการบริหารนำการเมือง พวกเรามีประสบการณ์ เป็นมืออาชีพ ถ้าท่านต้องการสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ต้องเลือกเราเข้าไปเยอะๆ เลือกคนเลือกพรรคเข้าไปแล้วท่านจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทย

โดยนโยบายของพรรคคือ การเป็นรัฐสวัสดิการทุกมิติ การจงรักภักดีและการปกป้องสถาบัน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โลกร้อนที่ทำให้เกิดภัยพิบัติ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การปฏิรูประบบการศึกษา ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาที่ดินป่าไม้

ทั้งนี้ ตอนอยู่ในระบบราชการ ตนก็ทำได้เท่าที่ทำได้ลองให้ตนเป็นใหญ่กว่านั้น จะแก้ปัญหาให้ดู ตัวตนของพรรคโอกาสใหม่คือเราจะเปลี่ยนวาทกรรมเป็นวาระงาน คือการทำงาน จะเปลี่ยนคำว่า ถ้าเป็นคำว่าทำ จะเปลี่ยนส่วนตัวให้เป็นส่วนรวม เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสใหม่ที่แก้ปัญหาให้กับคนไทยทุกคน ถ้าเลือกเราวันนี้ดีขึ้นแน่

ต่อมา นายจตุพร ให้สัมภาษณ์ว่า การเปิดตัวพรรคโอกาสใหม่วันนี้ ไม่ช้า เพราะพรรคทำงานมาอย่างต่อเนื่อง มีสมาชิกเป็นระดับต้นๆ ของประเทศ วันนี้ก็มาให้เห็นว่าเรามีผู้สมัครแต่ละภาคค่อนข้างจะครบถ้วน ไม่ได้เน้นพื้นที่ไหนเป็นพิเศษ ตั้งเป้าว่าอยากได้ สส. ถึงจำนวนที่จะเสนอชื่อเป็นนายกฯ ได้ (อย่างต่ำ 25 คน) ส่วนแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 1 ก็คือตน และยังมีอีก 2 คน คาดว่าเร็วๆ นี้จะเปิดตัว ซึ่งอยากให้ครบถ้วนทั้งภาคธุรกิจ และข้าราชการ

เมื่อถามว่า พร้อมจับมือกับทุกพรรคการเมืองหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ตนเคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วพรรคโอกาสใหม่จะเป็นพรรคที่ทำงานได้กับทุกพรรค ที่ไม่ล่วงเกินสถาบัน


ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยม มอบของขวัญปีใหม่ ให้แก่กำลังพลหน่วยรบพิเศษ

จังหวัดลพบุรี – ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ตรวจเยี่ยม มอบของขวัญปีใหม่ ให้แก่กำลังพลหน่วยรบพิเศษ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ในห้วงปีที่ผ่านมา ที่ ลพบุรี

พลเอก ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางตรวจเยี่ยม พร้อมนำของขวัญปีใหม่ จากกองทัพบก มอบให้แก่ข้าราชการ กำลังพล ของศูนย์ปฏิบัติการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ที่ จังหวัดลพบุรี โดยมี พลโท อดุลย์ จันทร์มา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ พร้อมคณะนายทหารรบพิเศษ ให้การต้อนรับ โดยเมื่อเดินทางถึง ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้เข้าสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

จากนั้น ได้เดินทางไปยัง ณ สนามสีหราชเดโช หน้ากองบัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนกำลังพลหน่วยรบพิเศษ ส่งมอบของขวัญปีใหม่ จากกองทัพบก ให้แก่ผู้แทนหน่วย ซึ่งมีกำลังพลปฏิบัติราชการสนาม ตามแนวชายแดน ร่วมเป็นผู้แทนในการรับมอบ เพื่อส่งต่อให้แก่ทหารหน่วยรบพิเศษ ทั้งในที่ตั้งปกติ และ ผู้ซึ่งปฏิบัติภารกิจในการป้องกันประเทศตามแนวชายแดน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ทหารนักรบพิเศษทุกนาย ในการปฏิบัติงานในห่วงปีที่ผ่านมา ที่เน้นการพิทักษ์สถาบัน นำหน่วยสู่ความทันสมัย และมีความพร้อมต่อทุกภัยคุกคาม

โอกาสเดียวกัน ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้อ่านสารอำนวยอวยพรปีใหม่ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ที่มีถึงกำลังพลกองทัพบกทุกนาย โดยขอส่งความปรารถนาดี และกำลังใจให้กับทหารนักรบพิเศษทุกคน โดยระบุว่า…..ตลอดห้วงปีที่ผ่านมา ทหารรบพิเศษ ได้ปฏิบัติภารกิจในด้านป้องกันประเทศ และปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ด้วยความมุ่งมั่น แม้จะต้องเผชิญกับความเหนื่อยยากและอุปสรรคนานัปการ แต่กำลังพลของกองทัพบกทุกนาย โดยเฉพาะทหารหน่วยรบพิเศษ ต่างมานะพยายาม ทำให้ภารกิจทุกด้านสำเร็จลุล่วงเป็นผลดีต่อส่วนรวม อีกทั้งสามารถเสริมสร้างความมั่นคง ในพื้นที่ชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดการยอมรับ เชื่อมั่น ศรัทธา ในการปฏิบัติหน้าที่ของกองทัพบก ที่พร้อมเป็นหลัก ด้านความมั่นคงให้กับประเทศชาติ ตลอดจนสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนา และแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศชาติ และดำรงไว้ ซึ่งบทบาทอันมีเกียรติในการรักษาความมั่นคงของชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ สืบไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

รองผู้บัญชาการทหารบก ตรวจเยี่ยมหน่วยและอำนวยพรปีใหม่ ให้กับกำลังพลกองทัพภาคที่ 3 ที่ปฏิบัติราชการสนาม

รองผู้บัญชาการทหารบก ตรวจเยี่ยมหน่วยและอำนวยพรปีใหม่ ให้กับกำลังพลกองทัพภาคที่ 3 ที่ปฏิบัติราชการสนาม

วันนี้ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ กองกำลังผาเมือง ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พลเอก ชิษณุพงษ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ในฐานะผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยและอำนวยพรปีใหม่ให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนาม เพื่อบำรุงขวัญและเพิ่มกำลังใจให้กับกำลังพลทุกนาย

โอกาสนี้ รองผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก กล่าวอวยพรปีใหม่แก่กำลังพลมีใจความที่สำคัญว่า “การปฏิบัติภารกิจในรอบปีที่ผ่านมาทุกท่านเป็นกำลังสำคัญที่ได้ทุ่มเทเสียสละแรงกายแรงใจปกป้องเอกราชอธิปไตยและรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ ทำให้ภารกิจทุกด้านสำเร็จลุล่วงเป็นผลดีต่อส่วนรวม อีกทั้งสามารถเสริมสร้างความมั่น คงในพื้นที่ชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเข้มแข็ง ควบคู่กับการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

โดยน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมายึดถือปฏิบัติ พร้อมแก้ไขในสิ่งผิด และพัฒนาตนเองให้เป็นทหารอาชีพที่มีความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ มีระเบียบวินัย มีความซื่อสัตย์สุจริต ดำรงตนอยู่บนความไม่ประมาท และคำนึงถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนยึดมั่นในอุดมการณ์และจุดยืนของกองทัพบก ที่มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชนตลอดไป”

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ฝากเน้นย้ำกำลังพลทุกนาย ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประชาชน น้อมนำพระราชปณิธานของพระมหากษัตริย์เป็นแนวทาง พัฒนาเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การดูแลกำลังพลให้เป็นแบบอย่างที่ดี ยึดมั่นความถูกต้อง มีจิตอาสา เพื่อขับเคลื่อนกองทัพบกให้มั่นคงและเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับประชาชนให้มีความสุขตลอดไป



แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

“อนุรักษ์กำลังรบ” เยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติภารกิจ ดูแลกาย-ใจ เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจในการปกป้องอธิปไตยของชาติ

“อนุรักษ์กำลังรบ เยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติภารกิจ ดูแลกาย-ใจ เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจในการปกป้องอธิปไตยของชาติ”

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กอง ทัพภาคที่ 3 พร้อมคณะสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ได้เดินทางเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลของกองทัพบก ที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์การปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อแสดงความห่วงใย และยกย่องในความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างสุดความสามารถ พร้อมทั้งพบปะให้กำลังใจแก่ครอบครัวของผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด ณ โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ได้พูดคุยสอบถามอาการ พร้อมมอบกำลังใจแก่กำลังพลทุกนาย โดยยืนยันว่ากำลังพลมีขวัญกำลังใจเข้มแข็ง แม้ได้รับบาดเจ็บแต่ยังคงเปี่ยมด้วยหัวใจนักรบ และตั้งใจแน่วแน่ว่าเมื่อรักษาตัวจนหายดีแล้ว จะขอกลับไปปฏิบัติหน้าที่ในแนวหน้าเคียงข้างเพื่อนทหารเช่นเดิม สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการเสียสละเพื่อประเทศชาติอย่างไม่ย่อท้อ ซึ่งมีการเข้าเยี่ยมจำนวน 3 นาย ได้แก่

  1. สิบเอก นราวิชญ์ อ้วนโพธิ์กลาง สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 โดยได้รับบาดเจ็บจากการถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหน้าขาท่อนล่างซ้าย และบริเวณโหนกแก้มซ้าย จากอาวุธยิงสนับสนุนของข้าศึก (ไม่ทราบชนิด)
  2. พลทหาร ปรมินทร์ สุวรรณโภชน์ สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 โดยได้รับบาดเจ็บจากการได้รับบาดเจ็บจากถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณซี่โครงด้านซ้าย จากอาวุธยิงสนับสนุนของข้าศึก (ไม่ทราบชนิด)
  3. พลทหาร ภาณุวัฒน์ เงินนา สังกัดกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 4 ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดบริเวณสะโพกด้านขวา กระดูกสะโพกร้าวจากอาวุธยิงสนับสนุนของข้าศึก (ไม่ทราบชนิด)

ขณะเดียวกัน ได้ให้กำลังใจแก่ญาติและครอบครัวของกำลังพล โดยย้ำว่ากองทัพบกพร้อมดูแลทหารทุกนายเสมือนสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน ทั้งด้านการรักษาพยาบาล สิทธิสวัสดิการ และความเป็นอยู่ของครอบครัวอย่างเต็มที่ โดยแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติยังคงติดตามอาการผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกันนี้ได้กล่าวชื่นชมและยกย่องความกล้าหาญ ความเสียสละ และความทุ่มเทของกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมกำชับให้ผู้บังคับหน่วยดูแลสิทธิ สวัสดิการ และครอบครัวของกำลังพลอย่างรอบด้านและต่อเนื่อง

โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 ยังคงยืนหยัดปฏิบัติภารกิจในการสนับสนุนแนวหน้าอย่างเต็มกำลัง ควบคู่กับการดูแลรักษาและเอาใจใส่กำลังพลผู้เสียสละอย่างดีที่สุด เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจ ความเข้มแข็ง และความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติสืบไป


นที มีเดช รายงาน

มทบ.37 ต้อนรับ ผอ.อผศ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจทหารผ่านศึกในจังหวัดเชียงราย

มทบ.37 ต้อนรับ ผอ.อผศ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจทหารผ่านศึกในจังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 และหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเชียงราย ได้ให้การต้อนรับ พลเอก กานต์นาท นิกรยานนท์ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พร้อมด้วยคุณจิตตานันท์ นิกรยานนท์ นายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และคณะอย่างอบอุ่น ณ พื้นที่จังหวัดเชียงราย

การมาปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจเยี่ยมและพบปะทหารผ่านศึกและครอบครัวในเครือข่ายทหารผ่านศึก เพื่อสอบถามสารทุกข์สุกดิบ ให้การดูแลด้านการสงเคราะห์ ตลอดจนติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยและเชิดชูเกียรติแก่ทหารผ่านศึกผู้เสียสละเพื่อประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง

มทบ37 #องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก #อผศ #ทหารผ่านศึก #เชียงราย #ดูแลทหารผ่านศึก #พลเอกกานต์นาทนิกรยานนท์ #พลตรีจักรวีร์เสนีย์วรยุทธ์ #ผู้เสียสละเพื่อชาติ #สังคมห่วงใย


ศูนย์ประชาสัมพันธ์
มณฑลทหารบกที่³⁷

นายหลิว จงอี้ ร่วมหารือกองทัพบก ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไซเบอร์สแกม เผยรัฐบาลกัมพูชามีความเชื่อมโยงและมีผลประโยชน์ร่วมกับขบวนการสแกมเมอร์ในหลายมิติ

นายหลิว จงอี้ ร่วมหารือกองทัพบก ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไซเบอร์สแกม เผยรัฐบาลกัมพูชามีความเชื่อมโยงและมีผลประโยชน์ร่วมกับขบวนการสแกมเมอร์ในหลายมิติ

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 พลเอก ดิเรก บงการ หัวหน้าศูนย์ประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ให้การต้อนรับนายหลิว จงอี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ สาธารณรัฐประชาชนจีน (Ministry of Public Security – MPS) พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากกรมสอบสวนคดีอาญา กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กองสอบสวนอาชญากรรมโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ต กระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน และจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ณ ห้อง จปร. อาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อหารือประเด็นสถาน การณ์ความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

ซึ่งในระหว่างการหารือ พลเอก ดิเรก บงการ กล่าวว่าปัจจุบันมีข้อมูลว่ากลุ่มสแกมเมอร์ที่ถูกปราบปรามอาจหลบหนีไปยังพื้นที่อื่น และอาจใช้ไทยเป็นเส้นทางผ่านไปยังประเทศที่สาม โดยใช้การแฝงตัวเข้ามาในลักษณะนักท่องเที่ยวหรือนักลงทุน ส่งผลให้การคัดกรองของเจ้าหน้าที่เป็นไปได้ยาก รวมถึงการดำเนินการของกองทัพบกที่รับผิดชอบดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดน ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการคัดกรองและระบุตัวผู้ต้องสงสัยร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนข้อมูลข่าวสารหรือเบาะแสของขบวนการสแกมเมอร์จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ก็จะสามารถแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า และทำให้การสกัดจับเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ พลเอก ดิเรก ยังกล่าวถึงขั้นตอนการส่งมอบผู้ลักลอบเข้าเมืองให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงขั้นตอนการผลักดันออกนอกประเทศ ที่ทางกองทัพบกมีความเห็นว่า หากสามารถกำหนดแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน ก็จะสามารถลดเวลาในขั้นตอนเหล่านี้ได้

ทางด้านนายหลิว จงอี้ ได้แสดงความชื่นชมต่อความร่วมมือระหว่างไทย เมียนมา และจีน ในการกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมในพื้นที่เมียวดี ซึ่งสามารถจับกุมและส่งกลับผู้ต้องหาชาวจีนกว่า 6,600 คน พร้อมกล่าวว่าปัจจุบันรัฐบาลเมียนมาได้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจในการแก้ไขปัญหา และมีการลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการตรวจอาคารใน KK Park กว่า 400 แห่งแล้ว

ทั้งนี้ ฝ่ายจีนได้ขอความร่วมมือให้ไทยเพิ่มมาตรการสกัดกั้นผู้กระทำผิด ที่พยายามใช้ไทยเป็นเส้นทางผ่าน ทั้งทางธรรมชาติและด่านตรวจคนเข้าเมือง รวมทั้งกล่าวว่าอุปกรณ์ที่ขบวนการสแกมเมอร์ใช้ ได้แก่ โทรศัพท์เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง คือหลักฐานสำคัญที่จะใช้ในการดำเนินคดีและขยายผลเครือข่ายอาชญากรรม จึงต้องมีการดำเนินการเก็บวัตถุพยานอย่างรอบคอบและรัดกุม ซึ่งวิธีดังกล่าวเป็นวิธีที่ทางการจีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินการที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ทางจีนได้แสดงความเห็นอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลกัมพูชามีความเชื่อมโยงและมีผลประโยชน์ร่วมกับขบวนการสแกมเมอร์ในหลายมิติ ดังนั้นจึงขอให้ทั้งสองประเทศได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยระยะเวลาและมาตรการที่เป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง ในการดำเนินการ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและเสถียรภาพในภูมิภาค



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ทต.เวียงยอง จัดโครงการอบรมและศึกษาเรียนรู้ สืบสานแนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจ ณ เขตพื้นที่ จ.ลำพูน จ.ชลบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา

เทศบาลตำบลเวียงยอง จัดโครงการอบรมและศึกษาเรียนรู้ สืบสานแนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจ ณ เขตพื้นที่จังหวัดลำพูน จังหวัดชลบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 น. ณ หอประชุมเทศบาลตำบลเวียงยอง เทศบาลตำบลเวียงยอง นำโดย นางสาวสิริมาพร รัตนภูมิสิริ นายกเทศมนตรีตำบลเวียงยอง เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการอบรมและศึกษาเรียนรู้ สืบสานแนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจ ระหว่างวันที่ 18-20 ธันวาคม 2568 ณ เขตพื้นที่จังหวัดลำพูน จังหวัดชลบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อศึกษาเรียนรู้พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พร้อมทั้งเดินทางไปเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จังหวัดกรุงเทพมหา นคร เพื่อเป็นการแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยมี นายเสกสรร สาคร รองนายกเทศมนตรีตำบลเวียงยอง นางสาวคณัสนันท์ บุญมาทัน เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลเวียงยอง พร้อมด้วย นายสมบูรณ์ สมสาร ประธานสภา สมาชิกสภา, นางอริสา ขำชัยภูมิ ปลัดเทศบาล หัวหน้าสำนักปลัด, ผอ.กอง หัวหน้าฝ่าย พนักงานและเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเวียงยอง ร่วมกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนตำบลเวียงยอง เข้าร่วมอบรมโครงการดังกล่าวฯ

ทั้งนี้ได้มีการซักซ้อม และทำความเข้าใจพร้อมกับนัดหมายเวลา เพื่อเดินทางไปศึกษาเรียนรู้กิจกรรมตามโครงการในเขตพื้นที่ จังหวัดชลบุรีและเขตพื้นที่พระนครศรีอยุธยา


นที มีเดช รายงาน