รพ.พญาไท 3 จัดกิจกรรม “ครอบครัวคนรักษ์ข้อ ครั้งที่ 16” “Good Joint Good Health ข้อดีชีวิตดีกับ พญาไท 3”

โรงพยาบาลพญาไท 3 จัดกิจกรรม “ครอบครัวคนรักษ์ข้อ ครั้งที่ 16” “Good Joint Good Health ข้อดีชีวิตดีกับ พญาไท 3”

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โรงพยาบาลพญาไท 3 จัดกิจกรรม ครอบครัวคนรักษ์ข้อครั้งที่ 16 สานสัมพันธ์ผู้ป่วยที่ผ่านการผ่าตัดรักษาเปลี่ยนข้อเข่าเทียมกับศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อโรงพยาบาลพญาไท 3 นำทีมโดย นพ.สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 3 ร่วมกับ ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อโรงพยาบาลพญาไท 3 ภายใต้แนวคิด “Good Joint Good Health ข้อดี ชีวิตดีกับ พญาไท 3” มากกว่าการผ่าตัดคือการดูแลต่อเนื่องแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งโภชนาการ การฟื้นฟูและการออกกำลังกายร่วมกับทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ป่วย

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างเรียบง่าย อบอุ่น เน้นการส่งเสริมสุขภาพ ภายใต้ธีมงาน “ยืดเส้น เล่นงานวัด สุขใจ อิ่มท้อง ล่องเรือชมแม่น้ำเจ้าพระยา” โดยมีกิจกรรมเพื่อสุขภาพ อาทิ ตรวจวัดความดัน,ตรวจมวลกระดูกข้อเท้าเบื้องต้น กิจกรรม Workshop Health Pie สนุกกับการเคลื่อนไหวร่างกายในเกมส์งานวัด ปาป๋อง,ยิงปืน,ปาโป่งพร้อมด้วย Photo Booth ถ่ายภาพบันทึกความทรงจำในงานครั้งนี้ อีกทั้ง ผู้เข้าร่วมงานยังได้ร่วมกิจกรรมยืดเหยียดสอนท่ากายบริหาร ในหัวข้อ “ชีวิตดี ข้อเข่าดีตลอดไป” โดยทีมนักกายภาพบำบัด จากศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัดโรงพยาบาลพญาไท 3 ก่อนปิดท้าย งาน ด้วยกิจกรรมล่องเรือริเวอร์ไซด์ชมวิวสองฝั่งของแม่เจ้าพระยายามเย็น พร้อมรับประทานอาหารบุฟเฟต์นานาชาติ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขและความประทับใจของผู้มาร่วมงาน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของโรงพยาบาลพญาไท 3 ในการยกระดับการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยแบบองค์รวม เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่ Facebook : Phyathai3Hospital

Call Center : 1772

#ครอบครัวคนรักษ์ข้อ #ศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อ #โรงพยาบาลพญาไท3


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วี วันดี เฮ!!..ลูกค้าซื้อสลากกับวันดี ออนไลน์ ถูกรางวัลที่1 สองใบ รับ 12 ล้านเต็มๆ

“วี วันดี” ดีใจสุดๆเมื่อลูกค้า ”วันดี ออนไลน์“ ถูกสลากออนไลน์รางวัลที่ 1 กับ “วันดี ออน ไลน์” จำนวน 2 ใบ รวมเป็นเงิน 12,000,000 (สิบสองล้านบาท) โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น รับไปเต็มๆ โดยคุณวี ฐิตาภา ธนทรัพย์ปรีชาญ์ CEO กล่าวความรู้สึกดังนี้… “เปิดศักราชใหม่ พุทธศักราช 2569 ทางบริษัทวันดี ออนไลน์ ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่สุด โดยงวดนี้ วันที่ 17 มกราคม 2569 มีลูกค้าของวันดี เป็นผู้โชคดี ถูกสลากออนไลน์ รางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ มูลค่า 12 ล้านบาท นั่นคือคุณสมศักดิ์ฯ อยู่กรุงเทพมหานคร โดยคุณสมศักดิ์ฯ แจ้งว่า ก่อนหน้านี้ช่วงปีใหม่ได้ไปทำบุญที่วัดสวนหลวง (วัดพี่จุก) สมุทรสาคร ได้ขอพรให้ตัวเองโชคดี มีความสุข เป็นพรทั่วไปเหมือนคนอื่นๆที่ขอพรให้ตัวเอง ส่วนเงินที่ได้จากการถูกสลากออน ไลน์ 12 ล้านกับทาง ”วันดี ออนไลน์“ จะนำไปปิดบ้านที่ตัวเองผ่อนอยู่ และ “คุณสมศักดิ์ฯ ยังฝากเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังเจอเรื่องทุกข์ร้อน ไม่สบายใจทุกคน ผมขอให้ทุกคนสู้ต่อไปสักวันจะเป็นวันของเรา เหมือนผม” คุณสมศักดิ์ฯ กล่าว

ทาง “วันดี ออนไลน์” ขอแสดงความยินดี และดีใจกับคุณลูกค้าที่ให้อุดหนุนสลากออนไลน์ของวันดี

ท่านใดที่อยากโชคดีแบบนี้ สามารถร่วมสนุกกับทาง “วันดีออนไลน์ เพราะทุกวันคือวันดี” ได้ที่ https://vandeelottery.com/ หรือติดตามกิจกรรมความเคลื่อนไหวได้ทุกช่องทาง อาทิ ID LINE : @vandee , https://www.facebook.com/vandeeonline , instagram.com/vandee.online และ tiktok.com/@vandeeonline

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ยูทูป :
https://youtube.com/shorts/VvZNnLp8EiQ?si=MfVJxsb9PwDrnR7W

วันดี #ทุกวันคือวันดี #สลากออนไลน์ #ถูกหวย #รางวัลที่1 #ถูก12ล้าน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ฉลองครบรอบ 38 ปี นสพ.เชียงรายนิวส์ “โชติศิริ” นำทีมจัดงานยิ่งใหญ่ พร้อมประกวดนางสาวเชียงราย 2569

ฉลองครบรอบ 38 ปี นสพ.เชียงรายนิวส์ “โชติศิริ” นำทีมจัดงานยิ่งใหญ่ พร้อมประกวดนางสาวเชียงราย 2569

เมื่อวันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569 เวลา 17.30 น. ณ โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย : นายโชติศิริ ดารายน บรรณาธิการบริหารและเจ้า ของหนังสือพิมพ์เชียงรายนิวส์ ได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 38 ปี หนังสือพิมพ์เชียงรายนิวส์ อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมจัดกิจกรรมประกวด “นางสาวเชียงราย 2569” ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยได้รับเกียรติจาก นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี กล่าวเปิดงาน และมอบโล่รางวัลพร้อมประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลและองค์กรที่ได้ทำคุณประโยชน์แก่จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีหัวหน้าส่วนราชการ,ภาคเอกชน, สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นายสมใจนึก เองตระกูล ประธานกรรมการ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ หนังสือพิมพ์เชียงรายนิวส์ เข้าร่วมแสดงความยินดี รวมถึง นายสุนทร อรุณานนท์ชัย ประธานโรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และในโอกาสนี้ นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.61ปี) มอบองค์จตุคามรามเทพ-องค์พระพิฆเนศ รุ่นมงคลทรัพย์แสนล้าน นำมามอบให้เนื่องในโอกาสครบรอบ 38 ปีในครั้งนี้ด้วย ซึ่งภายในงานมีพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อจังหวัดเชียงรายหลายท่าน อาทิ : นายภูเบศ กิตติญาณปัญญา รองผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบิน เวียตเจ็ท ไทยแลนด์, ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิทำความดีเพื่อสังคม ตลอดทั้งข้าราชการและผู้ประกอบการจังหวัดเชียงรายอีกหลายท่าน ซึ่งได้รับรางวัลดีเด่น ในฐานะผู้ที่อุทิศตนช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง

การจัดงานในครั้งนี้เป็นไปอย่างเป็นระบบ ระเบียบ และสมเกียรติ ทีมงานผู้จัดแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ ส่งผลให้งานเฉลิมฉลองครบรอบ 38 ปี หนังสือพิมพ์เชียงรายนิวส์ และการประกวดนางสาวเชียงราย 2569 สำเร็จลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อยและงดงาม

หนังสือพิมพ์เชียงรายนิวส์38ปี #นางสาวเชียงราย2569 – VietjetAir #VietjetThailand – สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.61ปี)


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ไทยโชว์ศักยภาพเบอร์หนึ่ง! SAFF จิ้มเลือก ‘กรุงเทพฯ’ สังเวียนกลางจัดฟุตซอลชิงแชมป์เอเชียใต้ครั้งแรก

ไทยโชว์ศักยภาพเบอร์หนึ่ง! SAFF จิ้มเลือก ‘กรุงเทพฯ’ สังเวียนกลางจัดฟุตซอลชิงแชมป์เอเชียใต้ครั้งแรก เผยเบื้องหลังแก้ปมขัดแย้ง 7 ชาติด้วยจุดเด่น ‘บินตรง-เป็นกลาง-มืออาชีพ’

กรุงเทพฯ – สหพันธ์ฟุตบอลเอเชียใต้ หรือ “SAFF” สร้างความฮือฮาด้วยการตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ฟุตซอลชิงแชมป์เอเชียใต้ (SAFF Futsal Championship) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ทั้งประเภททีมชายและทีมหญิง โดย “มิส เตอร์อาโบ ฟาซ” ผู้อยู่เบื้องหลังดีลสำคัญชี้ชัด สาเหตุหลักมาจากความเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของไทย และการเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ช่วยแก้ปัญหาการเดินทางอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมืองในภูมิภาคได้ดีที่สุด

มิสเตอร์อาโบ ฟาซ (Mr. Abo Faz) ฝ่ายจัดการแข่งขันของไทย เปิดเผยถึงรายละเอียดและสาเหตุที่ SAFF ไว้วางใจให้ประเทศไทยรับหน้าที่นี้ว่า ทางสหพันธ์ฯ มองเห็นศักยภาพของประเทศไทยว่าเป็น “เบอร์ต้นๆ ของโลก” ในด้านการจัดการแข่งขันฟุตซอล โดยมีความพร้อมสมบูรณ์ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นสนามแข่งขันที่ได้มาตรฐานสากล ระบบการจัดการ การเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งทีมงานไทยสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง

กุญแจสำคัญ : “สนามกลาง” ยุติปัญหาการเมือง
นอกเหนือจากความเป็นมืออาชีพ มิสเตอร์อาโบ ฟาซ ยังระบุถึงปัจจัยชี้ขาดสำคัญคือ “ความซับซ้อนทางการเมือง” ภายในกลุ่มประเทศเอเชียใต้เอง ซึ่งประกอบไปด้วย 7 ชาติสมาชิก ได้แก่ : • 🇮🇳 อินเดีย • 🇵🇰 ปากีสถาน • 🇧🇩 บังกลาเทศ • 🇱🇰 ศรีลังกา • 🇧🇹 ภูฏาน • 🇳🇵 เนปาล
• 🇲🇻 มัลดีฟส์ “ในกลุ่มประเทศเอเชียใต้มีความขัดแย้งทางการเมืองที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ทำให้การเดินทางข้ามประเทศระหว่างกันเพื่อไปแข่งขันทำได้ยากลำบาก แต่ข้อได้เปรียบของประเทศไทยคือ ประเทศทั้งหมดนี้มีเที่ยวบินตรง (Direct Flight) บินมายังกรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้เวลาบินไม่นาน ทำให้ไทยกลายเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการเป็นสังเวียนแข้ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักกีฬาทุกชาติอย่างเท่าเทียม”

ไทยพร้อมรับจัดอีเวนต์กีฬานานาชาติ
สำหรับการแข่งขันครั้งนี้จะจัดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบทั้ง ทีมชายและทีมหญิง โดยทางด้าน มิสเตอร์อาโบ ฟาซ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ทางประเทศไทยและสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติให้ดูแลการแข่งขันให้กับทุกชาติ และพร้อมเปิดรับการติดต่อหากชาติใดหรือองค์กรใดต้องการให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ด้วยความพร้อมและประสบการณ์ที่มี สรุปประเด็นข่าว :
• เหตุการณ์: ไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพฟุตซอลชิงแชมป์เอเชียใต้ (SAFF) ครั้งแรก
• แหล่งข่าว: มิสเตอร์อาโบ ฟาซ (ฝ่ายจัดการแข่งขัน)
• เหตุผล 1 (มาตรฐาน): ไทยจัดงานระดับโลกได้ดี สนามพร้อม ทำงานไว
• เหตุผล 2 (ภูมิรัฐศาสตร์): แก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของ 7 ชาติเอเชียใต้ โดยใช้ไทยเป็นสนามกลาง
• เหตุผล 3 (โลจิสติกส์): ทุกชาติมีบินตรงมากรุงเทพฯ เดินทางสะดวก
• ท่าทีของไทย: ยินดีจัดให้และพร้อมรับการติดต่อเสมอ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำคณะ วางพวงมาลาและกราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำคณะกรรมการมูลนิธิฯ และหน่วยงานในเครือ เข้าวางพวงมาลาและกราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ.2569 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการฯ, นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการฯ, นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการฯ นำคณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิฯ พร้อมหน่วยงานในเครือ เข้าวางพวงมาลาและกราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“เสี่ยโก้” ร้องขอถอดถอนและยกเลิกทะเบียนพาณิชย์ “บ.แพลนบี” เพราะใช้เอกสารกยื่นจดทะเบียนเป็นเอกสารเท็จเกือบทั้งหมด

“เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์รางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบันบุกกระทรวงพาณิชย์ ร้องขอถอดถอนและยกเลิกทะเบียนพาณิชย์ “บ.แพลนบี” เพราะใช้เอกสารการยื่นจดทะเบียนเป็นเอกสารเท็จเกือบทั้งหมด

วันทึ่ 19 ม.ค.2569 ที่ กระทรวงพาณิชย์ “เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน ยังคงเดินหน้าร้องขอความเป็นธรรมกรณีถูก บ.แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ปลอมลายเซ็นต์นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และภรรยาเพื่อแก้ไขจำนวนหุ้นให้น้อยลงไม่เกิน 5% ซึ่งทำให้นายก่อเกียรติและภรรยาไม่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของบริษัทจึงนำหลักฐานเอกสารมามอบต่อกระทรวงพาณิชย์ ดังมีรายละเอียด ดังนี้

กระผมนายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบันได้เดินทางมาที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อยื่นหนังสือขอให้มีคำสั่ง ถอดถอน และ ยกเลิก ทะเบียนพาณิชย์ ของ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน)

เนื่องจาก กระทรวงพาณิชย์ ยังไม่เคยทราบมาก่อนว่า เอกสารการยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด ของ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่วันแรกที่ยื่นขอจดทะเบียน เป็นเอกสารเท็จ เกือบทั้งหมด

เริ่มจากรายงานการประชุม เป็นเอกสารเท็จ เพราะมีการปลอมแปลงรายมือชื่อผู้ถือหุ้นหลัก คือ นายก่อเกียรติฯ และ นางวรันญาฯ มีการปลอมแปลงรายมือชื่อผู้ถือหุ้น เพื่อแก้ไขจำนวนหุ้นให้น้อยลงไม่เกิน 5% เพื่อไม่ให้ ก่อเกียรติฯ และ ภรรยา มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของบริษัท มากกว่าผู้ถือหุ้นรายย่อยทั่วไป อีกทั้ง ยังเป็นการหลบเลี่ยงระบบภาษีการโอนหุ้นตามกฏหมายปัจจุบัน

และยังเป็นการจำกัดสิทธิ ของ นายก่อเกียรติฯ และภรรยา ในการเสนอชื่อกรรมการอิสระ : สิทธิในการเสนอวาระการประชุมและเสนอชื่อกรรมการ : สิทธิในการขอให้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นวิสามัญ : สิทธิขอตรวจดูรายงานการประชุมและเอกสารสำคัญ : สิทธิในการฟ้องร้อง : สิทธิในการรับข้อมูลและการแจ้งข่าวสาร : และ สิทธิอื่นๆ อีกมากมาย

และในการปลอมแปลงลายมือชื่อ โดยเจตนาทุจริต เพื่อแก้ไข จำนวนหุ้นในหนังสือบริคณห์ สนธิ ดังกล่าวจึงทำให้หนังสือบริคณห์สนธินี้ เป็น เอกสารปลอม เมื่อนำไปยื่นขอจะทะเบียนหลักทรัพย์ ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้เกิดความไม่โปร่งใสในการถือครองหุ้น

ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ และ ประชาชนทั่วไป หลงเชื่อ อันอาจจะทำ ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ และ สังคมโดยรวม อันอาจจะนำไปสู่การกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน การฟอกเงิน และ ยังอาจฝืนกฏหมายอื่นๆอีกมากมายหลายฉบับ

และในการใช้หนังสือบริคณห์สนธิปลอมนี้ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ยังมีเจตนาทุจริต ใช้เอกสารปลอมนี้มากกว่า 50 ฉบับ ไปเป็นเอกสารประกอบการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญาสัมปทานโฆษณาบนรถโดยสาร ขสมก. จาก บริษัท ก่อเกียรติ กรุ๊ป จำกัด ไปเป็น บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) โดยได้ร่วมกันกับ เจ้าหน้าที่ ขสมก. ใช้เอกสารปลอม ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ใช้อำนาจโดยทุจริต และ ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเปลี่ยน แปลงแก้ไขสัญญาสัปทาน ตั้งแต่เริ่มสัญญาสัปทาน ฉบับเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2548 จนถึงสัญญาสัมปทานปัจจุบันที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2570

ซึ่งการกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำโดยเจตนาทุจริตกระทำผิดกฏหมายตั้งแต่เริ่มต้น อันอาจจะเป็นฐานความผิดที่จะนำไปสู่ พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542

เป็นเหตุให้ กระผม สูญเสียโอกาสทางธุรกิจตลอดหลายปีที่ผ่านมา มากกว่า 5 พันล้านบาท และยังอาจทำให้ ขสมก. สูญเสียรายได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มากกว่าพันล้านบาท

ด้วยเหตุผลดังกล่าว กระผม จึงมายื่นหนังสือในวันนี้เพื่อให้ กระทรวงพาณิชย์ มีคำสั่ง ถอด ถอน และ ยกเลิก ทะเบียนพาณิชย์ ของ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับกระผมนายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และภรรยา ซึ่งถูกปลอมลายเซ็นต์และเป็นผู้เสียผลประโยชน์โดยตรง รวมไปถึงผู้ที่หลงเชื่อและร่วมลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ก็เข้าข่ายถูกหลอกลวงจากบริษัทดังกล่าว และอาจสูญเสียประโยชน์จากการซื้อหุ้นของบริษัทดังกล่าวด้วยเช่นกัน จึงขอฝากกระทรวงพาณิชย์เร่งตรวจสอบเพื่อสร้างธรรมาภิบาลที่โปร่งใสให้เกิดขึ้น และยังเป็นการสร้างความมั่นใจในการทำงานที่เข้มข้นของกระทรวงพาณิชย์อีกด้วย

ทางด้านนายสุทธิพงษ์ บุษบงค์ ทนายความของนายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ พูดถึงการทำ งานในมุมของกฎหมายว่า “กรณีนี้เหตุเริ่มต้นมาจากการปลอมหนังสือบริคนห์สนธิ เพื่อจดทะเบียนของ บริษัท แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ดังนั้นทางนายทะเบียนต้องตรวจสอบความจริงให้ปรากฏเพื่อสร้างธรรมาภิบาลทางด้านการพาณิชย์ให้เกิดขึ้น

สำหรับผู้ที่สนใจยังสมารถติดตามข้อมูลอย่างละเอียดทางออนไลน์ได้ที่ “โปรมวยโลกก่อเกียรติร้องทุกข์” ขอบพระคุณมากครับ


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เปิดรับสมัคร “ครูต้นแบบ รุ่นที่ 5” เฟ้นหา 10 ครูต้นแบบจาก 5 ภูมิภาค ชิงทุนสนับสนุนการสอนและสถานศึกษา รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เดินหน้าสานต่อปณิธานด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่องกว่า 1 ทศวรรษ ประกาศเปิดรับสมัคร สว>“ครูต้นแบบ รุ่นที่ 5” ภายใต้โครงการ “บีเจซี ครูไทยของแผ่นดิน ประจำปี 2569” เพื่อเปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับปฐมวัยและประถมศึกษาจากทั่วประเทศ ได้แสดงศักยภาพ แนวคิด และหัวใจความเป็นครู ผ่านผลงานที่สะท้อนการเสียสละ ความคิดสร้างสรรค์ และบทบาทการเป็นศูนย์กลางของชุมชน โครงการนี้ไม่เพียงเป็นเวทีเชิดชูเกียรติครู แต่ยังสะท้อนความเชื่อสำคัญของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ที่เชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมีคุณภาพ หากได้รับการดูแล หล่อหลอม และชี้นำจากครูที่มีคุณภาพ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นครูต้นแบบ จะได้รับโล่เกียรติยศและทุนสนับสนุนรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาทต่อ 1 รางวัล โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้–16 กุมภาพันธ์ 2569

โครงการ “บีเจซี ครูไทยของแผ่นดิน” ริเริ่มขึ้นโดยกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ด้วยความเชื่อมั่นว่าการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต้องเริ่มจากรากฐานทางการศึกษาที่เข้มแข็ง โดยมอง “ครู” เป็นเสมือนต้นน้ำของห่วงโซ่การศึกษา ผู้ปลูกฝังทั้งความรู้ คุณธรรม และทักษะชีวิตให้แก่เยาวชน ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา โครงการมุ่งเน้นการเชิดชูเกียรติและพัฒนาศักยภาพครูไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ แคมป์ครูเชิงปฏิบัติการ และการพัฒนาทักษะดิจิทัล

สำหรับการเปิดรับสมัคร “ครูต้นแบบ รุ่นที่ 5” ในปีนี้ โครงการมีเป้าหมายในการเฟ้นหาครูต้นแบบจำนวน 10 คน ได้แก่ ระดับปฐมวัย 5 คน และระดับประถมศึกษา 5 คน จาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ (ภูมิภาคละ 2 คน) เพื่อสร้างเครือข่ายครูคุณภาพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่เพื่อนครู ชุมชน และสังคมไทยในวงกว้าง

คุณสมบัติและหลักเกณฑ์การคัดเลือก : โครงการเปิดรับสมัครข้าราชการครู พนักงานราชการ หรือครูอัตราจ้าง ที่มีประสบการณ์การสอนไม่น้อยกว่า 2 ปี ในระดับปฐมวัยหรือประถมศึกษา โดยคณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกภูมิภาคละ 2 ท่าน จากคะแนนรวม 100 คะแนน ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่

  1. ความทุ่มเทเพื่อการศึกษา (40 คะแนน)พิจารณาจากจิตวิญญาณความเป็นครู การอุทิศตนดูแลนักเรียน และผลลัพธ์การพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม
  2. นวัตกรรมหรือเทคนิคการจัดการเรียนรู้ (30 คะแนน) ความคิดสร้างสรรค์ในการจัดการเรียนการสอน การพัฒนาสื่อหรือแนวทางใหม่ที่สามารถนำไปขยายผลได้จริง
  3. ความทุ่มเทและเสียสละเพื่อสังคม (30 คะแนน)

บทบาทการมีส่วนร่วมกับชุมชน ผู้ปกครอง และการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่ท้องถิ่น : รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็น “ครูต้นแบบ รุ่นที่ 5” จำนวน 10 ท่าน จะได้รับรางวัลเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ รวมมูลค่ากว่า 30,000 บาทต่อท่าน ประกอบด้วย:
• โล่รางวัลเกียรติยศ พร้อมเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ
• ทุนสนับสนุนการสอน (ส่วนตัว) มูลค่า 10,000 บาท
• Big C Gift Voucher สนับสนุนสถานศึกษา มูลค่า 20,000 บาท
นอกจากนี้ ผู้ผ่านเข้ารอบ 30 ท่านสุดท้าย จะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ พร้อมเกียรติบัตร เพื่อยกย่องความมุ่งมั่นตั้งใจในการเป็นพลังสำคัญของวงการศึกษาไทย

กำหนดการและช่องทางการสมัคร

  • เปิดรับสมัคร : ตั้งแต่วันนี้–16 กุมภาพันธ์ 2569
  • วิธีการสมัคร : ดาวน์โหลดฟอร์มส่งผลงานและกรอกข้อมูลผ่าน Google Form (แนบไฟล์ PDF)
  • ประกาศผลรอบ 30 ท่านสุดท้าย : ต้นเดือนมีนาคม 2569 ผ่านทาง Facebook Page: บีเจซีครูไทยของแผ่นดิน
  • รอบตัดสิน : นำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการ ในวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ อาคารบิ๊กซี เฮ้าส์

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่
Facebook Fanpage : bjckruthaikhongphandin หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณลัทธชัย เกตุปาน โทร.084-942-9159


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวง อว. ผนึกภาคีจัดประชุม “Thailand Sustainable Food Horizons 2026–2030” ปักหมุดอาหารไทยสู่ความยั่งยืนระดับโลก

กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวง อว. ผนึกภาคีจัดประชุม “Thailand Sustainable Food Horizons 2026–2030” ปักหมุดอาหารไทยสู่ความยั่งยืนระดับโลก

วันที่ 20 มกราคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา นักวิทยาศาสตร์ทรงคุณวุฒิ และผู้อำนวยการสถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุมและเสวนาวิชาการ เรื่อง “Thailand Sustainable Food Horizons 2026–2030 : วิสัยทัศน์และทิศทางอาหารไทยเพื่อความยั่งยืน” เพื่อยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมอาหารไทย และเตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ

ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) โดยสถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ มุ่งยกระดับงานวิจัย นวัตกรรม และมาตรฐานการตรวจสอบรับรองเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยตลอดห่วงโซ่การผลิตควบคู่การขับเคลื่อนตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งจะผลักดันอาหารแห่งอนาคต เทคโนโลยีอาหาร และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมเสริมศักยภาพ SMEs และวิสาหกิจชุมชนให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

ด้านนายสมภพ ลาภวิบูลย์สุข ผู้อำนวยการศูนย์ห้องปฏิบัติการอ้างอิงชีวภาพ สถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ (วศ.) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ภายในงานมีการบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญหลายหน่วยงาน อาทิ เรื่องการยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการอาหาร ความปลอดภัยอาหารอย่างยั่งยืน แนวโน้ม Future Food และกรอบทิศทางการวิจัยด้านอาหารในช่วงปี 2026–2030 นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนากลยุทธ์และกรอบทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทยแบบบูรณาการ เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทย ที่มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน รวมกว่า 35 หน่วยงาน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอาหารคุณภาพและยั่งยืนในเวทีโลก


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ดร.จำนงค์ฯ ประธานบริษัท สีไทยกันไซเพนท์ จำกัด และกาญจนา อัศวเรืองชัย พร้อมด้วยคุณ นงนุชฯ ที่ปรึกษาอาวุโส เดอะมอลล์ กรุ๊ป เป็นประธานมอบทุนการศึกษาประจำปี 2569

ดร.จำนงค์ อัศวเรืองชัย ประธานบริษัท สีไทยกันไซเพนท์ จำกัดและกาญจนา อัศวเรืองชัย พร้อมด้วยคุณ นงนุช นามวงศ์ ที่ปรึกษาอาวุโส เดอะมอลล์ กรุ๊ป เป็นประธานมอบทุนการศึกษาประจำปี 2569 แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดโรงวัว ต.แม่ก๊า อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ พร้อมจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน

ซึ่งนอกจากมอบทุนการศึกษาแล้ว ดร.จำนงค์และคุณกาญจนา ยังบริจาคเงินเพื่อสร้างอาคารเรียน สร้างโรงอาหาร ปรับปรุงและสร้างสนามกีฬาโรงเรียน บริจาครถตู้สำหรับใช้ในกิจการโรงเรียน จัดซื้อโต๊ะ เก้าอี้ และยังสนับสนุนโรงเรียนในด้านอื่นๆอีกจำนวนมาก เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กนักเรียน โดยมีคุณ พิชญาภัค โนลา ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นผู้รับมอบ

นอกจากนี้ยังมีพิธีมอบ “สีตราพัด” นวัตกรรมใหม่สีน้ำกันยุง ภายใต้ แบรนด์แรกของประเทศ ไทย ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท สีไทยกันไซเพนท์ จำกัด ที่ใช้ป้องกันยุงได้ยาวนานถึง 70 เดือน ภายใต้การรับรองของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) มอบให้กับโรงเรียนบ้านห้วยแม่จะค่าน ตชด.อนุสรณ์ ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยมีคุณคำจันทร์ เรือนธนวงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปทาสีอาคารเรียนโรงเรียนบ้านห้วยแม่จะค่าน ตชด.อนุสรณ์ ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2518 และมีการจัดตั้งเป็นโรงเรียน ตชด.ชื่อโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบำรุงที่ 107 จนกระทั่งในปี 2541 กก.ตชด.ที่ 33 ได้มอบโอนโรงเรียนให้แก่สำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดเชียงใหม่ และใช้ชื่อใหม่ว่า “โรงเรียนบ้านแม่จะค่าน ปัจจุบันมีคุณคำจันทร์ เรือนธนวงษ์ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกผู้เสียหาย สูญเงิน 1.5 ล้าน ใช้คนมาเลเซียแทนบัญชีม้ามารับเงินต่อกัน

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกผู้เสียหาย สูญเงิน 1.5 ล้าน ใช้คนมาเลเซียแทนบัญชีม้ามารับเงินต่อกัน

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2569 ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น., พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2, พ.ต.อ.เด่นโดม ลาภานันต์ ผกก.สน.เตาปูน, พ.ต.ท.อภิวัฒน์ อาจอินทร์ รอง ผกก.สส.สน.เตาปูน สั่งการให้ พ.ต.ต.เกียรติศักดิ์ เพชรสงค์ สว.สส.สน.เตาปูน พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ คือชายชาวมาเลเซีย วัย 28 ปี ฐานความผิดฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ตามหมายจับศาลอาญา ณ โรงแรมย่านรามคำแหงกรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2569 ผู้เสียหาย วัย 72 ปี ได้มาลงประจำวันแจ้งความว่า เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 15.30 น. ตนได้ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก และตนได้ไปกดเงิน จำนวน 1,500,000 บาท และส่งมอบให้ผู้ก่อเหตุบริเวณลานจอดรถ คอนโดรีเจนท์ เฟส 27 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ต่อมาฝ่ายสืบสวนได้ติดตามตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนสืบทราบว่าคนมารับเงินจากผู้เสียหาย คือชาววัย 28 ปี ชาวมาเลเซียเมื่อได้รับเงินแล้วจะได้นำเงินไปส่งต่อให้กับ ผู้ร่วมขบวนการสัญชาติ มาเลเซีย เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ขอศาลอนุมัติขอหมายจับผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ราย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับได้พักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบตัวไปตรวจค้นห้องพักของโรงแรม พบของกลางภายในห้องคือ

  1. เงินสด 53,300 บาทไทย
  2. เงินริงกิต มาเลเซีย 63 ริงกิต
  3. กระเป๋าสะพายหลัง สีดำ จำนวน 1 ใบ
  4. กระเป๋าเดินทาง สีดำขอบน้ำตาล จำนวน 1 ใบ (ใส่เครื่องปริ้นและตาชั่งดิจิตอล)
  5. เครื่องปริ้นเตอร์ ยี่ห้อEPSON จำนวน 1 เครื่อง (พบภายในกระเป๋าเดินทาง ของกลางลำดับที่2)
  6. เครื่องชั่งดิจิตอล จำนวน 1 เครื่อง (พบภายในกระเป๋าเดินทาง ของกลางลำดับที่2)
  7. ซองกระดาษ สีน้ำตาล จำนวน 47 ซอง
  8. กระดาษ เอ4 จำนวน 1 ริม
  9. ถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 20 ใบ
  10. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน สีแดง จำนวน 1 เครื่อง (ใช้ส่วนตัว)
  11. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง (ใช้ในการติดต่อสื่อสาร)
  12. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อHONOR สีฟ้า จำนวน 1 เครื่อง (ใช้สำหรับส่วนตัว)

จึงทำการตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน