สุโขทัย-ปล่อยพันธุ์ปลาเพื่อเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย “โพดุล”

          ในช่วงที่ผ่านมาเกิดปัญหาอุทกภัยขึ้น ในเขตจังหวัดพิษณุโลกและสุโขทัย ทั้งยังส่งผลต่อเนื่องทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้รับผลกระทบตามไปด้วย รัฐบาลจึงได้บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน จัดทำโครงการบางระกำโมเดล ด้วยการปรับปฏิทินการเพาะปลูกสลับกับการทำประมงในช่วงฤดูน้ำหลาก เพื่อเป็นการลดผลกระทบจากอุทกภัยที่ส่งผลต่อพืชผลผลิตทางเกษตร ทั้งยังช่วยส่งเสริมรายได้ทดแทนให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ หลังช่วงเพาะปลูกอีกด้วย

         วันที่ 13 กันยายน 2562 เวลา 10.30 น. นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ร่วมกับประมงจังหวัดสุโขทัยและหน่วยงานต่างๆ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เป้นปลายี่สกเทศ จำนวน 100,000 ตัว ลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและมอบพันธุ์ปลาให้กับเกษตรกรผู้ประสบภัยจากตำบลยางซ้าย จำนวน 40 รายและตำบลปากพระ จำนวน 60 ราย อีกจำนวน 100,000 ตัว ณ ศาลาเอนกประสงค์บ้านลัดทรายมูล ม. 2 ต.ปากพระ อ.เมือง จ.สุโขทัย เพื่อที่เกษตรกรสามารถทำอาชีพประมงเป็นรายได้เสริมหลังจากฤดูการเพาะปลูก

ภาพข่าว:วิชัย สิทธิพันธ์
นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

บ้านปลาฝา ชุมชนต้นแบบในการแก้ปัญหายาเสพติดโดยกระบวนการมีส่วนร่วมจากคนสามวัย

ยาเสพติดเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งด้านสุขภาพกาย-จิตใจ และด้านสังคมโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเข้าถึงได้ง่าย แม้ที่ผ่านมาภาครัฐมีมาตรการป้องกันปราบปรามผู้จำหน่ายและเสพยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาดังกล่าวไม่ได้หมดไป

         ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้บ้านปลาฝา ตำบลหินฮาว อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยครูบุญช่วย ทองเถาว์และครูณัฏฐนิช ทองเถาว์ เห็นว่าทุกภาคส่วนของสังคมควรมีบทบาทในการแก้ปัญหาร่วมกัน การปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานภาครัฐรับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียวไม่เพียงพอ และจะทำให้ปัญหาการแพร่ระบายของยาเสพติดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จึงได้ก่อตั้งศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้บ้านปลาฝาขึ้น โดยใช้พื้นที่บ้านของตัวเองเป็นสถานที่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เพื่อนำสังคมไทยไปสู่สังคมที่พึงปรารถนา คือ สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน และสร้างแกนนำเด็ก และเยาวชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้รับการพัฒนาทักษะชีวิต รู้จักวิธีการปฏิเสธ การป้องกันตนเอง เพื่อให้เยาวชนเป็นแกนนำในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนร่วมใจสร้างความดีทั้งต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติ และเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีต่อคนอื่นทั้งในสังคมของโรงเรียน ชุมชนและมุ่งหวังให้ชุมชนตระหนักถึงความรัก ความผูกพัน ต่อบ้านเกิดของตน

          ในศูนย์ดังกล่าวทุกเย็นหลังเลิกเรียนและวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เด็กเยาวชนในหมู่บ้านกว่า 60 คนในช่วงแรกๆ จนถึงปัจจุบันที่มีเด็กเยาวชนในวัยตั้งแต่ 3 -17 ปีราว 30 คนจะมาร่วมทำกิจกรรมเล่นกีฬาออกกำลังกาย เล่นดนตรี ฝึกทักษะชีวิต เย็บปักถักร้อย ทำอาหารการแสดงศิลปวัฒนธรรม โดยมีพ่อแม่ ปู่ย่าตายายคอยเป็นพี่เลี้ยงและให้กำลังใจ จึงเปรียบเสมือนกำแพงรั้วกั้นที่ทำให้ปัญหายาเสพติดไม่สามารถเข้ามาแพร่ระบาดในชุมชนได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้เด็กๆจากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้บ้านปลาฝายังร่วมกับ กลุ่มแม่บ้านจิตอาสา ชมรมบ้านน่าอยู่ บ้านปลาฝาทำกิจกรรมอื่นเพื่อชุมชน เช่น สร้างฝายชะลอน้ำ เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จัดกิจกรมวันแม่ วันพ่อ เพื่อเป็นการปลูกฝังให้เยาวชน จิตอาสา บ้านปลาฝา จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ กตัญญูรู้คุณต่อบิดามารดา พร้อมทั้งให้พี่น้องชาวบ้านปลาฝา และชาวบ้านใกล้เคียงหลอมรวมพลังใจเป็นหนึ่ง กิจกรรม “ร่วมฮัก ร่วมแฮง กินข้าวแลงนำกัน” เพื่อให้คนสามวัยได้มีความผูกพันต่อกัน โครงการงานศพ งานทำบุญแจกข้าว ปลอดเหล้า เพื่อให้ชาวบ้านประหยัดค่าใช้จ่าย

         ครูบุญช่วย ทองเถาว์และครูณัฏฐนิช ทองเถาว์ในวันที่ทำงานเพื่อบ้านเกิดมา 10 ปีวาดฝันว่าอยากได้วิทยากรอาสาที่มีความรู้ในแขนงต่างๆมาต่อยอดให้เด็กๆได้มีความรู้มากขึ้นและความฝันสุดท้ายคือการที่อาจจะมีคนที่มารับช่วงภารกิจเหล่านี้สืบทอดจากพวกตนเพื่อขยายผลให้สังคมชุมชนมีความน่าอยู่และปลอดภัยจากยาเสพติดต่อไป 10 ปีที่ดำเนินกิจกรรมให้เป็นศูนยเรียนรู้ โดยใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัว ส่งผ่านกระบวนการครูสอนศิษย์ พี่สอนน้อง คนในชุมชนสอนลูกหลานทำให้วันนี้เยาวชน จิตอาสา ชมรม to be number one ชุมชนบ้านปลาฝา ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนอำเภอหล่มเก่า เข้ารับการประเมิน ชมรม to be number one ชุมชนของจังหวัดจนผ่านเกณฑ์ประเมิน สร้างความภาคภูมิใจแก่ชุมชนบ้านปลาฝาเป็นอย่างยิ่งและถือเป็นพื้นที่ต้นแบบในการแก้ปัญหายาเสพติดโดยกระบวนการมีส่วนร่วมจากชุมชน

มนสิชา คล้ายแก้ว

ทหารใหม่ สวนสนามปิดการฝึกแสดงศักยภาพก่อนประจำการหน่วยขึ้นตรง ผลัด 2 รุ่น 2562

          วันนี้ 12 ก.ย.62 พลเรือตรี วราห์ แทนขำ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู่อากาศยานและรักษาฝั่งมาเป็นประธานปิดการฝึกหัดศึกษาอบรมหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา พร้อมตรวจพลสวนสนาม ในพิธีสวนสนามปิดภาคการฝึก แสดงศักยภาพ ความพร้อม อันแสดงออกถึงความอดทน ความเข้มแข็ง ทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ ให้ประจักษ์สู่สายตาผู้บังคับบัญชา และครอบครัว ของนักเรียนพลกองประจำการ ผลัดที่ 2 รุ่นปี 2562และมอบโล่รางวัล ณ สนามฝึก ศูนย์การฝึกหน่วยบัญชาการต่อสู่อากาศยานและรักษาฝั่ง (เกล็ดแก้ว) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

          ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบหมายให้ ศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งเป็นหน่วยรับผิดชอบการฝึกทหารกองประจำการภาคสาธารณะ หลักสูตรทหารใหม่ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจภาคสาธารณะ หลักสูตรทหารใหม่ มีรองเสนาธิการทหารเรือสายงานกำลังพล เป็นประธานกรรมการ มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจภาคสาธารณะให้เป็นไปตามหลักการและแนวทางที่กำหนด รวมทั้งกำหนดให้มีรางวัลแก่หน่วยฝึกตามวงรอบการฝึกสำหรับการตรวจการฝึกภาคสาธารณะ หลักสูตรทหารใหม่ ผลัด 2/62 ภายใต้หลักสูตรภาคสาธารณศึกษา 2562 ในครั้งนี้ คณะกรรการได้พิจารณาแต่งตั้งผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ ในการฝึกทหารใหม่จาก กรมกำลังพลทหารเรือกรมจเรทหารเรือ กองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กรมแพทย์ทหารเรือ และ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ร่วมเป็นชุดตรวจและประเมินการฝึก ทำการตรวจหน่วยฝึก ทั้งหมด 4 กองพัน ประกอบด้วย ศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จำนวน 2 กองพัน และศูนย์การฝึกหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง จำนวน 2 กองพัน โดยแบ่งการตรวจออกเป็น 4สถานี ประกอบด้วยการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การทดสอบปฏิบัติวิชาทหารราบ/การทดสอบความรู้ และการทดสอบการสวนสนามจากผลการทดสอบการฝึกทั้งหมด อยู่ในเกณฑ์ดี ผู้เข้ารับการฝึก มีความตั้งใจในการฝึกทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด สำหรับผลัดนี้มีจำนวน 1,966 นาย

          ภายหลังการฝึกภาคสาธารณะศึกษาจบสิ้น ทหารทุกนายจะมีการสวนสนามปิดภาคการฝึก อันแสดงออกถึงความมีระเบียบวินัย มีความองอาจเข้มแข็ง และมีความเป็นชายชาติทหารอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมที่จะแยกย้ายเข้าไปประจำการยัง หน่วยขึ้นตรงของกองทัพเรือ ซึ่งในการนี้ จะเปิดโอกาสให้ครอบครัว เข้ามาร่วมชมการปิดภาคการฝึกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของบุตรหลาน จากพลเรือนที่ก้าวขึ้นมาเป็น ทหารเรือผู้มีระเบียบวินัย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – แถลงข่าว เตรียมพร้อมจัดงานเทศกาลถือศีลกินเจระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 7 ตุลาคม 2562

จังหวัดจันทบุรี แถลงข่าว เตรียมพร้อมจัดงานเทศกาลถือศีลกินเจ ผักปลอดสารพิษ ประจำปี 2562 ส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม และการท่องเที่ยว กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 7 ตุลาคม 2562 แห่รับเจ้าวันเสาร์ที่ 28 กันยายน

         วันนี้ ( 12 ก.ย.62 ) ที่สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จังหวัดจันทบุรี นายธนพล กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย นายกสมาคมตังเอ็งสว่างกตัญญูธรรมสถาน / ประธานโรงเจบ้วนเฮงเจตั้ว และ ประธานโรงเจเม่งหงีเจตั้ว จังหวัดจันทบุรี ได้ร่วมกันแถลงข่าว งานเทศกาลถือศีลกินเจ ผักปลอดสารพิษ ประจำปี 2562 ที่ปีนี้กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 7 ตุลาคม 2562 ส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม และการท่องเที่ยวของจังหวัด กำหนดอัญเชิญกิ้วอ้วงฮุกโจ้วในวันเสาร์ที่ 28 กันยายน

          ทั้งนี้โรงเจทั้ง 2 แห่งในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรีคือโรงเจบ้วนเฮงเจตั้ว วัดเขตนาบุญญาราม จัดเทศกาลถือศีลกินเจต่อเนื่องเป็นปีที่ 132 ส่วนโรงเจเม่งหงีเจตั้วสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 33 และองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ได้สนับสนุนผักปลอดสารพิษจากโครงการหลวงพื้นที่ภาคเหนือนำมาปรุงเป็นอาหารเลี้ยงแก่ผู้ร่วมรับประทานอาหารเจ ฟรีตลอด 10 วันของเทศกาลถือศีลกินเจจังหวัดจันทบุรี”หนึ่งมื้อกินเจ หมื่นชีวิตรอดตาย”

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวตะวันออก

จันทบุรี-จัดโครงการรณรงค์เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังแก่เกษตรกร ในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อนและสอยดาว

         วันนี้ ( 12 ก.ย.62 )ที่วัดบึงชนัง หมู่ที่ 3 ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี นายปิยะ สมัครพงศ์ เกษตรจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช เกษตรอำเภอโป่งน้ำร้อน หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเกษตรกรจากอำเภอโป่งน้ำร้อนและอำเภอสอยดาวจำนวน 200 คน เข้าร่วมงานวันรณรงค์ เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง โครงการรณรงค์เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ การควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง ให้แก่เกษตรกรนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการผลิตของตน เอง และขยายผลต่อเกษตรกรข้างเคียง

          ซึ่งการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังมีความสำคัญ เชื้อไวรัส สาเหตุโรคสามารถแพร่ระบาดทั้งโดยท่อนพันธุ์มันสำปะหลังและแมลงหวี่ขาวยาสูบ ซึ่งจังหวัดจันทบุรี เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้าเกษตรหลายชนิด อำเภอโป่งน้ำร้อนและสอยดาว เป็นแหล่งผลิตมันสำปะหลังที่สำคัญของจังหวัดจันทบุรี หากเกิดการระบาดและเกษตรกรควบคุมการแพร่ระบาดที่ไม่ถูกต้อง จะทำให้ การแพร่กระจายของโรครวดเร็วไปทั้งจังหวัด และเสียหายจนไม่สามารถควบคุม โดยมีกิจกรรมในงานประกอบด้วยสถานีเรียนรู้ จำนวน 5 สถานี ได้แก่ สถานีที่ 1 รู้จักโรค สถานีที่ 2 ติดตามเฝ้าระวัง สถานีที่ 3 ท่อนพันธุ์ สถานีที่ 4 แมลงพาหะ และสถานีที่ 5 การป้องกันกำจัด

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

พลอากาศตรีธวัชชัย ศรีแก้ว ผู้เชิญอาหารสุนัข แมว และสิ่งของพระราชทาน นำมอบเป็นขวัญและกำลังใจให้กับสถานสงเคราะห์สัตว์ เรือนมาลี

พลอากาศตรีธวัชชัย ศรีแก้ว ผู้เชิญอาหารสุนัข แมว และสิ่งของพระราชทาน นำมอบเป็นขวัญและกำลังใจให้กับสถานสงเคราะห์สัตว์ เรือนมาลี อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรีวั

         วันนี้ ( 12 ก.ย.62 ) ที่สถานสงเคราะห์สัตว์เรือนมาลี ถนนเทศบาลสาย 8 ตำบลท่า ใหม่ อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี พลอากาศตรี ธวัชชัย ศรีแก้ว ผู้เชิญอาหารสัตว์พระราชทาน ได้เดินทางเป็นประธานในพิธีเชิญอาหารสุนัข แมว และสิ่งของพระราชทาน นำมอบเป็นขวัญและกำลังใจให้กับสถานสงเคราะห์สัตว์เรือนมาลี อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี โดยมีนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ปศุสัตว์จังหวัดจันทบุรี และนางสาวมะลิวัลย์ ดอยล์ เจ้าของสถานสงเคราะห์สัตว์ เรือนมาลี ให้การต้อนรับ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงมีต่อประชาชน สุนัข และแมวจรจัดที่ถูกทอดทิ้ง

          พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระประสงค์พระราชทานอาหารสัตว์เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับสถานสงเคราะห์สัตว์จรจัด ในนามคุณโบตันและคุณฟูฟู สุนัขทรงเลี้ยง ซึ่งปัจจุบันสถานสงเคราะห์สัตว์เรือนมาลี ของนางสาวมะลิวัลย์ ดอยล์ มีสุนัขและแมว อยู่ในความดูแลรวมทั้งสิ้น 484 ตัว แบ่งเป็นสุนัขเพศผู้ 167 ตัว เพศเมีย 269 ตัว แมวเพศผู้ 17 ตัว และแมวเพศเมีย 31 ตัว ในแต่ละเดือนต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ซึ่งนางสาวมะลิวัลย์ ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพร้อมเป็นแบบอย่างในการดูแลบริหารจัดการสัตว์จรจัด ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ไม่สร้างปัญหาความเดือดร้อนแก่สังคม และพร้อมจะสนองพระประสงค์นี้อย่างเต็มกำลังความสามารถ

          โอกาสนี้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดจันทบุรี ที่ได้นำหน่วยแพทย์มาให้บริการรักษาพยาบาลสัตว์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและทำการผ่าตัดทำหมันให้กับสัตว์ในสถานสงเคราะห์ และประชาชนใกล้เคียงด้วย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กลุ่มไทยออยล์ สนับสนุนงบจำนวน 3 แสนบาทให้กับ โครงการแก้ไขปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญจากลิง ในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง

กลุ่มไทยออยล์ สนับสนุนงบจำนวน 3 แสนบาทให้กับโครงการแก้ไขปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญจากลิงแบบบูรณาการและยั่งยืน ในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง ด้วยการทำหมันลิง เพื่อลดประชากรลิงที่จะส่งกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน

         นายเลอเลิศ อมรสังข์ ผู้จัดการประชาสัมพันธ์โรงกลั่น บริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน ) เผยว่า ทางกลุ่มไทยออยล์ ได้รับการประสานขอความร่วมมือ เกี่ยวกับ โครงการแก้ไขปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญจากลิงแบบบูรณาการและยั่งยืน ในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง ด้วยการทำหมันลิง หลังจากได้รับทราบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนภายในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง ที่เกิดจากลิงป่าทั้งเพศผู้และเพศเมียซึ่งมีพฤติกรรมขโมยหรือทำลายข้าวของ กีดขวางการจราจร รวมถึงการทำร้ายผู้อยู่อาศัย

         อีกทั้งยังมีจำนวนประชากรลิงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงได้เกิดความร่วมกันขึ้นระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยสำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครแหลมฉบัง กลุ่มไทยออยล์ และภาคเอกชนอีกหลายแห่ง ร่วมกัน จัดโครงการแก้ไขปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญจากลิงแบบบูรณาการ และยั่งยืน ในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง ปีงบ ประมาณ 2562 ครั้งที่ 4 ตามแนวทางในยุทธศาสตร์ที่ 3 การควบคุมประชากรลิง เพื่อเป็นการควบคุมประชากรลิงอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ

          โครงการดังกล่าวจัดทำเพื่อควบคุมประชากรลิงป่าไม่ให้เพิ่มจำนวนจนเป็นภาวะประชากรลิงล้น ด้วยการคุมกำเนิดลิงโดยวิธีการทำหมันถาวรทั้งในลิงเพศผู้และลิงเพศเมีย พร้อมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในการสร้างระบบป้องกันสถานที่ ทรัพย์สิน ความปลอดภัย และโรคภัยที่มาจากลิงป่า โดยเจ้าหน้าที่งานสัตวแพทย์ ได้กำหนดการดำเนินการทำหมันลิงป่า จำนวน 300 ตัว โดยได้รับการสนับสนุนการดำเนินโครงการจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) โดยทางกลุ่มไทยออยล์ได้ เล็งเห็นถึงความสำคัญ และความจำเป็นดังกล่าว จึงได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นเงินจำนวน 300,000 บาท

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออ

นครนายก – ลุงพาป้ากลับจากหาหมอ ขี่จจย.ตัดหน้าเก๋งชนร่างลอยละลิ่วหัวกระแทกกระจกสาหัส

ลุงกับป้าขี่จจย.ไปหาหมอระหว่างทางจะกลับเลี้ยวรถกะทันหันตัดหน้ารถเก๋งเสยกระเด็นทั้งคู่

         ที่นครนายก พ.ต.ท.มงคล โครตอาสา ร้อยเวร สภ.เมืองนครนายกได้รับแจ้งเหตุจากกู้ภัยสว่างอริยะจุดพรหมณี ว่ามีเหตุรถยนต์เก๋งชนกับรถจักรยานยนต์อาการสาหัสจึงรีบไปยังที่เกิดเหตุ บริเวณจุดยูเทิร์นถนนสุวรรณศรฝั่งขาออกตรงหน้าร้านขายกระเบื้อง ไดนาสตี้

         ในจุดที่เกิดเหตุพบรถผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ทราบชื่อ นางหลอด ขาวผ่อง อายุ 73 ปี นอนอยู่บนถนนมีบาดแผลตามลำตัวถลอกที่ศรีษะเลือดออกจำนวนมากอาการค่อนข้างสาหัสเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล ส่วนอีกรายทราบชื่อนายเฉลิม ขาวผ่อง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณแขน ขา ถลอกฟกช้ำ ห่างกันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีแดง หมายเลขทะเบียน กตจ253 นครนายก สภาพด้านท้ายรถพังเสียหายแผ่นป้ายหลุด บังโคนแตก ถัดมาพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าซิตี้สีขาวหมายเลขทะเบียน 7กฒ 1140 กรุงเทพมหานคร สภาพรถด้านหน้ายุบกระจกแตก และมีเส้นผมติดคากระจกหลายเส้น โดยมีนายพิชัย มูลผล อายุ 37 ปีเป็นคนขับพร้อมเพื่อนที่นั่งมาด้วยกัน 4 คน

          จากการสอบถามนายพิชัย มูลผล คนขับรถเก๋งคันดังกล่าวเล่าว่าตนและเพื่อน ได้เดินทาง มาจากจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อที่จะไปทำงานที่จังหวัด ปทุมธานี ระหว่างทางที่ตนขับรถเข้าสู่จังหวัดนครนายกพอถึงจุดที่เกิดเหตุเป็นจุดกลับรถชั่วคราวตนได้ขับรถมาทางตรงปรกติแต่จู่ๆมีลุงกับป้าที่จักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมาเลี้ยวรถตัดหน้าอย่างกะทันหันตนจึงเบรคไม่ทันชนเข้าอย่างแรง

         ส่วนทางด้าน นายเอกชัย ไชยบำรุง ทำงานอยู่ที่ร้านขายกระเบื้องไดนาสตี้ ผู้เห็นเหตุการณ์ได้เล่าตนได้ทำงานอยู่กำลังขนกระเบื้องและหันหน้ามาทางถนนพอดีเห็นคาตาขณะที่ลุงกับป้าเลี้ยวข้ามถนนเพื่อที่จะกลับรถ และรถเก๋งได้เสยท้ายจนป้าลอยหมุนกลางอากาศหัวกะแทกกับจกด้านหน้ารถเก๋งอย่างแรงแล้วล่วงลงมานอนอยู่บนถนนส่วนลุงนั้นก็ล้มแต่ลุกยืนได้ พวกตนจึงรีบวิ่งมาช่วยและรีบแจ้งกู้ภัยมาช่วยนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุและหาหลักฐานจากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงอีกครั้งเพื่อหาข้อมูลเท็จจริงอีกครั้งเพื่อจะดำเนินคดีต่อไป ..

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นิพนธ์ฯ น้อมนำแนวพระราชดำริบริหารจัดการสาธารณภัย ย้ำคนต้องปลอดภัย ในทุกพื้นที่ภัยพิบัติทัวประเทศ

มท.2 ย้ำให้ ปภ.ทุกพื้นที่ต้องช่วยให้ประชาชนปลอดภัยก่อน พร้อมให้สำรวจทุกพื้นที่เพื่อ หาที่ให้น้ำอยู่ ทำทางให้น้ำไหล

          นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในระหว่างประชุมเตรียมรับสถานการณ์มรสุมภาคใต้และให้นโยบายกับ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย เขต 11 ซึ่งประกอบไปด้วย จังหวัดสุราษฏร์ธานี จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 12 กย 62 ว่าขณะนี้เรากำลังประสบภัยธรรมชาติ น้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในขณะนี้ที่หลายจังหวัดในภาคอีสานและภาคเหนือ

         ดังนั้นเรื่องสำคัญที่สุดเมื่อยามเกิดวิกฤติคือ ประชาชนต้องปลอดภัยก่อน ถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก ศูนย์ป้องกันภัยทุกพื้นที่ ต้องเตรียมความพร้อมทุกด้านทั้งเรื่องคนและอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณคือน้ำพระทัยจากครัวพระราชทานทุกครั้งเมื่อเกิดวิกฤติต่างๆขึ้นมา รวมถึงทุกภาคส่วนไม่เคยทิ้งกัน โดยเฉพาะหน่วยราชการที่ถือว่ามีบทบาทสำคัญมากในหลายวิกฤติที่เกิดขึ้นคือ กองทัพ ที่มีความพร้อมด้านบุคลากร และภาคีเครือข่าย ทั้งอาสาสมัครต่าง ซึ่งเราถือเป็นภาคีเครือข่ายทั้งภาคประชาชน องค์กรการกุศล และทุกองค์กรรัฐ ถือว่ามีส่วนอย่างสำคัญในการเข้าช่วยเหลือภัยพิบัติต่างๆ

         “นายนิพนธ์ฯ กล่าวด้วอย่าง จากวิกฤติน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ทำให้เราต้องคิดทบทวนถึงกระบวนการบริหารจัดการน้ำว่า ก่อนหน้าน้ำท่วม ทุกภาคของประเทศกำลังประสบภัยแล้ง แล้วก็มาเจอน้ำท่วม ดังนั้น ปภ ทุกศูนย์ ทุกจังหวัด ต้องเร่งสำรวจพื้นที่ว่า เราจะต้องทำที่ให้น้ำอยู่ ในจุดที่สามารถกักเก็บน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ได้ ในขณะเดียวกันเราต้องเร่งจัดการเรื่องคูคลองต่างๆที่เป็นเส้นทางระบายน้ำ ให้ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมในทุกปี และมีที่เก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งได้” รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยกล่าว

สั่งปลดและถอดยศนายทหารในสังกัด กองทัพภาคที่ 4 ”ฐานความผิดประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง”

จากกรณีนายทหารสัญญาบัตรสังกัด กองทัพภาคที่ 4 ได้ถูกกล่าวหาในความผิดฐาน”พาบุคคลอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร ดังที่ปรากฏเป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมา นั้น

          ล่าสุดเมื่อ 12 กันยายน 2562 พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า ภายหลังทราบเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้หน่วยต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยความโปร่งใส เเละพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และภายหลังได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงพร้อมสั่งพักราชการในระหว่างการสอบสวนเพื่อดำเนินการทางวินัยทหารตามลักษณะฐานความผิดต่อไป

          ทั้งนี้ คณะกรรมการได้เข้าดำเนินการสอบสวนบุคคลและวัตถุพยานอื่นๆที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว พบว่านายทหารคนดังกล่าวได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาจริง ถือเป็นการกระทำความผิดวินัยทหารอย่างร้ายแรง ในความผิดฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง กรณีถูกกล่าวหาในความผิดฐาน พาบุคคลอายุมากกว่า 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร อันเป็นการกระทำผิดกฏหมายหรือศีลธรรม โดยตนเองก็รู้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฏหมายแต่ก็ยังมีเจตนาที่จะกระทำอีก และปัจจุบันได้มีคำสั่งให้ปลดออกจากราชการและถอดยศทหารเรียบร้อยแล้วสำหรับเรื่องคดีอาญา เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป

          ตลอดเวลาที่ผ่านมา กองทัพภาคที่ 4 ได้มีนโยบายกวดขันวินัยกำลังพลมาอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคีภายในกรมกองและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน และหากมีการตรวจพบการกระทำความผิดก็จะมีมาตรการลงโทษทั้งทางวินัยและอาญาทหารขั้นเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น จึงขอให้สังคมได้มีความมั่นใจว่ากองทัพจะไม่ปกป้องผู้กระทำความผิดในทุกๆกรณีและหากพบเห็นเจ้าหน้าที่ทหารกระทำความผิดหรือสร้างความเดือดร้อนขอให้แจ้งหน่วยต้นสังกัดทราบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและพิจารณาลงทัณฑ์ตามความเหมาะสมต่อไป

          สำหรับมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนขั้นต้นได้อนุญาตให้กลับมาพักอาศัยในบ้านพักของหน่วยเนื่องจากคู่กรณีได้ถูกปลดจากราชการไปแล้ว และให้มารดาผู้เสียหายทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ ของ ร.5 พัน 3 นอกจากนี้ยังได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและครูที่ปรึกษาช่วยเหลือและฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็กให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด

ขอบคุณข้อมูล : โฆษกกองทัพภาคที่ 4

สำนักข่าวความมั่นคง