นครนายก – ตร.พาเด็กสาว17ปีไปชี้จุด เร่งหาหลักฐานเพิ่มเติม

คืบหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจพาตัวเด็กสาววัย 17 ปี ไปบ้าน ที่นายปราโมทย์พาไปข่มขืน ซึ่งอยู่ในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อหาหลักฐานพยานเพิ่มเติม

         ที่นครนายก พ.ต.ตวีระศักดิ์ ญาณวุฒิโท สว.สอบสวน สภ.เมืองนครนายก พร้อมพ.ต.ต.อชิรวิชญ์ แสนคำ สว.สืบสวนสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจาก สภ.เมืองนครนายก ได้พาตัวเด็กสาววัย17ปีกับแม่ไปยังบ้านเลขที่ 73 หมู่ 4 ต.วังไทร อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านของนายปริญญา ศรีโคกกรวด เพื่อนของนายปราโมทย์ที่ก่อเหตุคดีข่มขืนนาน 4 วันโดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้าน 2 ชั้น และได้พบกับนายปริญญา เพื่อนของนายปราโมทย์ กำลังอยู่ในบ้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สอบปากคำเพิ่มเติม

         โดยนายปริญญาบอกว่านายปราโมทย์ได้พาเด็กสาวคนดังกล่าวมาอยู่ที่บ้านของตนจริง แต่ดูลักษณะท่าทางเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ เด็กผู้หญิงดูเงียบๆไม่ค่อยพูดตนจึงคิดว่าเป็นแฟนกัน เพราะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด พากันไปซื้อของมาทำกินที่บ้านของตน ต่อมาได้พาตัวเด็กสาวคนดังกล่าวลงจากรถแล้วพาไปชี้จุดที่ถูกข่มขืน ซึ่งอยู่ภายในบ้านโดยใช้ตู้ไม้กั้นทำเป็นห้องและมีผ้าปิดเอาไว้ธรรมดา นอกจากนี้ยังมีที่นอน หมอน ผ้าห่ม พัดลม ยังอยู่ในสภาพเดิม เจ้าหน้าที่จึงถ่ายรูปและเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยนายปริญญาบอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกว่า ไม่ทราบว่านายปราโมทย์ได้ลวงเด็กสาวคนดังกล่าวมาจากนครนายก แต่วันที่จะกลับ ได้บอกว่าจะไปจังหวัดปราจีนบุรีต่อไป หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยจนมาทราบข่าวจากสื่อต่างๆว่านายปราโมทย์ได้ลวงเด็กคนดังกล่าวมาที่บ้านของตนเป็นคดีดังกล่าว

     โดยหลังจากนั้นได้พาตัวเด็กสาวไปชี้บ้าน ที่คืนนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดเอาไว้ที่บ้านที่นายปราโมทย์เรียกว่าเจ๊ แต่ไม่พบตัวเจ๊คนดังกล่าวและบ้านก็ปิดไว้พบเพียงเพื่อนบ้านโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าบ้านหลังดังกล่าวมีส่วนพัวพันกับคดียาเสพติดชัดเจน อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับนายปราโมทย์แล้ว และจะตามจับนายปราโมทย์มาดำเนินคดีทางกฏหมาย …

—————————

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

คณะศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กอ.รมน. ลงพื้นที่ จ.ยะลา รับทราบความคืบหน้าการปฏิบัติงานที่สำคัญของ ศอ.บต. ในห้วงที่ผ่านมา

          วันนี้ (13 กันยายน 2562) พลโท วาสิฏฐ์ มณีโชติ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อร่วมประชุมรับทราบความคืบหน้าของการปฏิบัติงานสำคัญของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในห้วงที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมใหญ่ 303 ชั้น 3 ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยมีนายชนธัญ แสงพุ่ม ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ผู้อำนวยการกอง กลุ่ม และเจ้าหน้าที่จาก ศอ.บต. ร่วมต้อนรับ และร่วมการประชุมในครั้งนี้

         นายชนธัญ แสงพุ่ม ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ. บต. ยังคงรักษาแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยยึดหลักยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างเอก ภาพและการบูรณาการของทุกหน่วยงานในพื้นที่ในการแปลง นโยบายไปสู่การปฏิบัติ การเพิ่มประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่รัฐที่มาปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อที่จะทำให้การพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดความสันติสุข

          ด้านพลโท วาสิฏฐ์ มณีโชติ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กอ.รมน. ได้กล่าวชื่นชมการปฏิบัติงานของ ศอ.บต. และขอขอบคุณผู้บริหารทุกคนที่ให้การต้อนรับการมาเยือนในครั้งนี้ มั่นใจ เชื่อใจ และสบายใจ ต่อความก้าวหน้าทางด้านพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย ศอ.บต. ได้พัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ จึงทำให้ปัจจุบันในพื้นที่เศรษฐกิจมีนักธุรกิจมาร่วมลงทุนเพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวมีเพิ่มมากยิ่งขึ้น ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันเกิดความสันติสุข ประชาชนในพื้นที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

—————————-

#คณะศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กอ.รมน. #จังหวัดยะลา #ความคืบหน้าการปฏิบัติงานที่สำคัญของ ศอ.บต.#ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล – ผู้สื่อข่าว : อัมรัน แมหะ/ ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สวท.ยะลา

สำนักข่าวความมั่นคง

เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติบางลาง มอบเมล็ดพันธุ์พืช, ข้าวสาร, เสื้อผ้าให้กับกลุ่มซาไก หลังจากหลงเข้าเมือง พร้อมนำรถ 6 ล้อ ส่งซาไกกลับป่าฮาลาบาลา

จากกรณีที่กลุ่มชนเผ่าอัสรี หรือซาไก ที่พักอาศัยอยู่ในป่าฮาลาบาลา ใกล้ฐานดาหลา อำเภอธารโต ซึ่งเป็นฐานเก่าของเจ้าหน้าที่ ตชด.445 เดินทางมาหานายนาเซ โต๊ะเฮง พนักงานพิทักษ์ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติบางลาง เพื่อขอเมล็ดพันธ์พืชไปปลูกใช้ดำรงชีพ บริเวณที่พักอาศัย

          วันนี้ (13 ก.ย. 62) นายนาเซ โต๊ะเฮง พนักงานพิทักษ์ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติบางลาง พร้อมเจ้าหน้าที่ ฉก.ตชด.44 , อส , ได้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ข้าวสาร เสื้อผ้าไปมอบให้กับกลุ่มซาไกที่มาพักอยู่ในขนำของชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 6 ตำบลยะรม อำเภอเบตง จังหวัดยะลา สร้างความดีใจให้กับซาไกกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก หลังจากพบปะพูดคุยกินข้าว มอบสิ่งของเรียบร้อยแล้ว นายนาเซ โต๊ะเฮง ก็ได้ประสานนายชาคร คงเสรีกุล ปลัดอำเภอเบตง หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง ขอสนับสนุนรถ 6 ล้อ ของที่ว่าการอำเภอเบตง นำกลุ่มซาไกไปส่งที่นิคมสร้างตนเองเบตง บ้านอัยเยอร์ควีน หมู่ที่ 8 ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

          นายนาเซ โต๊ะเฮง พนักงานพิทักษ์ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติบางลาง เล่าว่า ซาไกกลุ่มนี้รู้จักกับตนมานานแล้ว เวลาตนไปเดินลาดตระเวนในป่าฮาลาบาลา เวลาพบเจออุปสรรค์ปัญหาอย่างเช่น ข้าวสาร อาหารหมด เฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถมาส่งเสบียงได้ ก็จะได้ซาไกให้ความช่วยเหลือ โดยให้เงินซาไกเดินเท้าออกมาซื้ออาหารที่หมู่บ้านอัยเยอร์ควีน หรือหมู่บ้านนากอ ตำบลอัยเยอร์เวง จึงทำให้มีความสนิทสนมและไว้ใจกัน การที่ซาไกออกมาจากป่าฮาลาบาลา มาหาตนในครั้งนี้เนื่องจากเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ตนได้ให้ซาไกกลุ่มนี้ช่วยถางหญ้าเพื่อสร้างสนามให้เฮลิคอปเตอร์ลงจอด จากนั้นก็ได้บอกกับซาไกว่า หากเข้าไปเจอกันในครั้งต่อไป จะนำเมล็ดพันธุ์พืชไปให้ปลูก แต่ก็ไม่เคยได้เจอกันอีกเลย เพราะซาไกไม่อยู่เป็นหลักแหล่งย้ายถิ่นฐานไปเรื่อย เมื่อซาไกกลุ่มนี้ได้เดินทางมาถึงบ้านจุฬาภรณ์ 10 จึงได้ให้ชาวบ้านพามาหาตน

—————————

#เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไม้ #อุทยานแห่งชาติบางลาง #เมล็ดพันธุ์พืช ข้าวสาร เสื้อผ้า #กลุ่มซาไกหลงเข้าเมือง #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล – ผู้สื่อข่าว : อดินันท์ มะลี/ ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สวท.เบตง จ.ยะลา

สำนักข่าวความมั่นคง

สงขลา-เขาหินล้านงาม ต้อนรับนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม

          เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา พล.ต.ชัชภณ สว่างโชติ รองผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี เป็นประธาน เปิดกิจกรรม เข้าค่ายเปิดโลกทัศน์เรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรมเพื่อสร้างสังคมสันติสุขด้วยตัวเราเอง โดยมีครูนักเรียน จากโรงเรียนพัฒนาสาธิตวิทยายะลา กว่า 300 คน ผู้นำในพื้นที่พร้อมด้วย ชาวบ้านหินล้านงาม ม.5 ต.ตาชี บ้านเจาะกลาดี ม.8 ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา และ บ้านหาดทราย ม.6 ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย สงขลา หน่วยสันติสุข กอ.รมน. 4 ฉก.47 รวม 500 คน

          โดยมี พันเอกชลัช ศรีวิเชียร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา พ.อ.อภิชัย เรืองฤทธิ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 ดร.กัญจน์ คงหนู นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือนหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพราน ที่ 47 นายพสิษฐ์ ศรีสุข นายก อบต.ตาชี นายอนันต์พง โฆษิตโภคินัน กำนันต.ตาชี นายอนุวัฒน์ ทองธรรมชาติ ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 นายพีระพงษ์ การะเกตุ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาชีมะลูดิง ปาเต๊ะเล๊าะ, นายกอบต.ธารคีรี อ.สะบ้า ย้อย จ.สงขลา, นายอดุลย์ ปะแตเลาะ ผู้อำนวยการโรงเรียนธรรมคีรีวิทยา ร่วมกันจัดกิจกรรมร่วมกับ ชาวบ้านในพื้นที่ 3 ชุมชน 2 วัฒนาธรรม ต.ตาชี ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลาและ ต.ธารคีรี อ.สะบ้ายอย จ.สงขลา ที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขท่ามกลางความไม่สงบในพื้นที่

          กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อ ส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เกิดจิตสำนึก มีทัศนคติที่ดี และยอมรับในความแตกต่างหลากหลายของเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม ที่ สามารถอยูู่ร่วมกันได้

          สำหรับ กิจกรรมเริ่มจาก ขบวนออฟโรด โดยมีรถจี๊ป ซึ่งเป็นรถที่มีทั่วไปในต.ตาชี เพื่อให้ชุมชน ได้ชื่นชมจากนั้นจะมีกิจกรรม เข้าฐาน การดำรงค์ชีพในป่า ลอดถ้ำยาง ข้ามตาข่าย และใต๋ผ่าต้นยาง นอกจากนั้น นักเรียนที่ร่วมกิจกรรมจะได้ สัมผัส แสงสุดท้าย ในเวลากลางคืน สามารถชมแสงไฟระยิบระยับจากชุมชนก่อนจะมา ชมแสงแรกของวันใหม่และบรรยากาศทะเลหมอกยามเช้า รวมทั้งได้เล่น น้ำตกแกเดะที่เย็นช่ำ ก่อนปิดกิจกรรมก็จะได้รับ มอบใบประกาศนียบัตร และได้เรียนรู้หลักเศรษฐกิจพอเพียงจาก ศูนย์เรียนรู้เศรษฐ์พอเพียง นพค. 42 อีกด้วย

          พล.ต.ชัชภณ สว่างโชติ รองผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี เป็นประธาน กล่าวว่า กิจกรรมนี้ เป็นกิจกรรมที่ดีมาก อยากให้จัดอย่างต่อเนื่อง เพราะ สิ่งที่เกิดขึ้น น้องๆสามารถนำไปเรียนรู้กับชีวิตได้ดี เกิดความอดทน และมีความสามัคคี

         นางสาวรอกีเยาะ อาบู ประธาน กลุ่มจิตอาสารักษ์บ้านเกิด บูเกะโต๊ะบีแด หินล้านงามตาชี ม.5 ต.ยะหา จ.ยะลา กล่าวว่า เป้าหมายหลักๆของการจัดกิจกรรม คือ เราต้องการแสดงให้สังคมภายนอกได้เห็นถึง สังคมพหุวัฒนธรรมที่ 3 ชุมชน ตาชี หาดทราย เจาะกลาดี ยังอยู่ร่วมกันได้ และอยากดึงคนจากนอกพื้นที่เข้ามาในพื้นที่เพื่อนกระตุ้นเศรษฐกิจภายในชุมชน โดยการจัดกิจกรรมเข้าค่าย ในพื้นที่ อีกทั้งยังต้องการให้เด็กเยาว์ชนรุ่นใหม่ ในพื้นที่ ได้มีอาชีพ มีกิจกรรมดีๆร่วมกัน และ เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดี มีความเข้าใจกัน มีพื้นที่ สำหรับทำกิจกรรม ระหว่างชาวบ้าน ผู้นำในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ภาครัฐ กิจกรรมนี้เกิดขึ้นได้ โดยมีการควบคุม จากพันเอกชลัช ศรีวิเชียร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่คอยให้คำปรึกษาแนะนำพวกเราจึงทำให้พวกเราสามารถเตรียมพร้อมงานได้ตามเป้สหมายที่ทุกคนคาดหวัง และมี บรรณาธิการศูนย์อิศรา ที่ช่วยเราทุกอย่างอีกคนที่อยู่เบื้องหลัง ของกิจกรรมวันนี้

          นักเรียน โรงเรียนพัฒนาสาธิตวิทยา กล่าวว่า พวกเราทั้งหมดที่เข้าร่วมกิจกรรม เป็นนักเรียนจากโครงการALL in One อัลมุคอยยัมอัตตัรบาวีย์อัลอิสลามีย์ ครั้งที่ 4 ทีี่ได้มาเข้าค่ายลูกเสือชมวิถีชีวิต หินล้านงามพร้อม สานสันติสุขสู่ชุมชน และยังได้ ผจญภัยในสวนผลไม้ได้ชม ไอหมอก ดินแดนแห่งสองเมืองยะลาและสงขลา สวยงามมากเอดเวนเจอรมาก ขอบคุณทางผู้้จัดที่มีกิจกรรมดีๆให้พวกเรา/.

—————————-

ขอบคุณข้อมูล : Yala ToDay ยะลา ทูเดย์

สำนักข่าวความมั่นคง

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 ออกหน่วย“สระไดร์ ไร้เหา” ให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านรานอ จ.ยะลา

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 ออกหน่วย “สระไดร์ ไร้เหา” ให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านรานอ ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา งานนี้ ยิ้มแย้มกันถ้วนหน้า

          #สุขภาพอนามัยของเด็กในวัยเรียนเป็นเรื่องสำคัญ เรื่อง “เหา” บนศรีษะ ก็เป็นอีกปัญหาของเด็กนักเรียนหญิงที่ต้องได้รับการดูแล ด้วยเหตุนี้ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 จึงได้จัดกำลังพล ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนหญิง นำยาเวชภัณฑ์ น้ำยาหมักเหา เข้าให้บริการหมักผมกำจัดเหาให้กับนักเรียนหญิงที่มีปัญหาเรื่องเหาบนศีรษะ ตามโครงการ “สระไดร์ ไร้เหา” ณ โรงเรียนบ้านรานอ ม.8 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งได้รับความสนใจ และเข้ารับการหมักผมเป็นจำนวนมาก เรื่องของสัตว์ตัวเล็กที่สร้างปัญหาไม่เล็ก เจอหมักยาเข้าไป… “เหาจ๋า..ลาก่อน”

—————————-

#หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่33
#กำจัดเหา
#ยะลาทูเดย์
#yalatoday

ขอบคุณข้อมูล : Yala ToDay ยะลา ทูเดย์

สำนักข่าวสมาคมตำรวจ

นายกรัฐมนตรี เดินทางตรวจราชการและพบปะประชาชนในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อตรวจติดตามพื้นที่ก่อสร้างประตูระบายน้ำ

          วันนี้ ( 13 กันยายน 25662 เวลา 09.00 น. ) พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4 ให้การต้อนรับ และร่วมติดตามภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี/รมว.กลาโหม พร้อมคณะ ในการเดินทางมาตรวจราชการและพบปะประชาชนในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อตรวจติดตามพื้นที่ก่อสร้างประตูระบายน้ำ ในโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาและบรรเทาอุทกภัยในเขตเมืองนครศรีธรรมราช และพื้นที่ใกล้เคียง

           จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปยังโรงเรียนสาธิตองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 (โรงเรียนบ้านท่าเรือมิตรภาพที่ 30) เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและนักเรียน พร้อมรับชมการแสดงมโนราห์ร่วมสมัยของน้อง ๆ นักเรียนโรงเรียนสาธิตฯ ก่อนมอบอุปกรณ์ส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุ และมอบอุปกรณ์การเรียนแก่นักเรียน หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีออกเดินทางไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อสักการะพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งถือเป็นศาสนสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช

—————————

ขอบคุณข้อมูล : ข่าวทหาร ทภ.4

สำนักข่าวความมั่นคง

จนท.เทศกิจ “เขตพระนคร” ลงพื้นที่ ตรวจความเรียบร้อยกวดขันจัดระเบียบ “ผู้ค้า” บริเวณไปรษณีย์วัดเลียบ ปากคลองตลาด เขตพระนคร..

          วันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2562 เวลา 17:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” พร้อมทั้ง ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” สั่งการให้ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจ “เขตพระนคร” ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยพร้อมทั้งกวดขันจัดระเบียบ “ผู้ค้า” บริเวณไปรษณีย์วัดเลียบ ปากคลองตลาด เขตพระนคร กรุงเทพฯ

         ทั้งนี้ในการลงพื้นที่วันนี้เพื่อเน้นย้ำผลการปฎิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรีฯ” อีกทั้ง เพื่อเน้นย้ำและปฎิบัติงานตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน. ขวัญเมือง (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) ในเรื่องพรบ.การรักษาความสะอาด เเละความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ( NOW ทำจริง เห็นผลจริง )…

#สำนักงานเขตพระนคร

#สายตรวจ 3 ประสาน

#เจ้าหน้าที่เทศกิจ #สนง.เขตพระนคร

#ปรับปรุงภูมิทัศน์ #ลุยตรวจกวดขัน #ผู้ค้า #ปากคลองตลาด

#ตามนโยบาย #ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

#NOW_ทำจริง_เห็นผลจริง


ภาพ/เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม “พนักงานเทศกิจ ส.1 เขตพระนคร” รายงาน

ปราจีนบุรี – รถทัวร์โดยสารพุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วง บาดเจ็บจำนวนมาก

https://youtu.be/rP0PjjQuiD4

          เมื่อเวลา 01.30น.วันที่ 14 กันยายน 2562 ร.ต.อ.ประยงค์ หม่อมวงศ์สุวรรณ รอง.สว.(สอบสวน) สภ.สระบัว รับแจ้งอุบัติเหตุรถทัวร์โดยสารชนกับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย ที่เกิดเหตุบนถนนสาย 304 กบินทร์บุรี –นครราชสีมา หน้าศูนย์วิจัยสัตว์ปีก กม. 155 ม. 3 ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังรับแจ้งพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรี กู้ชีพ รพ.กบินทร์บุรี รุดตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

          ในที่เกิดเหตุพบรถทัวร์โดยสารปรับอากาศชั้น 1 เป็นรถนอน 2 ชั้น หนองคาย-ตราด ม. 4 ข. สีฟ้า ชาว หมายเลขข้างรถ 590-12 ทะเบียน 10-7775 อุดรธานี ของบริษัท 407 พัฒนา จำกัด สภาพรถด้านหน้าพังยับเยินตกลงร่องน้ำข้างทางฝั่งขาเข้ากบินทร์บุรี ภายในรถมีผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยจำนวนกว่า 40 คน หนีตายออกมาจากตัวรถอย่างโกลาหล และมีผู้ได้บาดเจ็บอยู่ในรถอีกจำนวนหลายราย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฯได้ช่วยเหลือออกมาจากตัวรถปฐมพยาบาลก่อนนำส่ง รพ.กบินทร์บุรี รพ.นาดี/ และ /รพ.ศรีมหาโพธิ ส่วนบนท้องถนนมีนมถั่วเหลืองบรรจุกล่องแลคตาซอยตกหล่นเกลื่อนถนน กีดขวางการจราจร 1 ช่องทาง

          ส่วนบริเวณหน้ารถพบร่างคนขับรถทัวร์ถูกอัดติดคาซากรถในสภาพอาการสาหัส เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกำลังยื้อชีวิต พร้อมกับนำเครื่องตัดถ่างงัดร่างออกจากตัวรถ ในสภาพอากาศที่มีฝนตกโปรยปรายตลอดเวลา ใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วโมงสามารถนำร่างออกจากรถได้นำส่ง รพ.กบินทร์บุรี ทราบชื่อคือสมบัติ กลีบจำปี อายุ 50 ปี เป็นคนขับมือหนึ่ง ด้านถนนฝั่งขวาพบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อฮีโน่ ทะเบียน 70-1021 นครนายก ทะเบียนตัวพ่วง 70-0919 นครนายก มีนายเกรียงศักดิ์ แคล้วกลาง อายุ 42 ปี เป็นคนขับ บรรทุกนมถั่วเหลืองบรรจุกล่องของบริษัทแลคตาซอยมาเต็มคัน สภาพรถตัวพ่วงด้านซ้ายมีรอยเฉี่ยวชนยุบ ส่งผลทำให้นมถั่วเหลืองบรรจุกล่องกระจายเกลื่อนถนน

          นายถาวร อินทโส อายุ 52 ปี คนขับรถทัวร์มือ 2 กล่าวว่า รถทัวร์คันดังกล่าวออกจากจังหวัดระยอง มุ่งหน้าจังหวัดหนองคาย เมื่อเวลา 20.00 น.ของวันที่ 13 กันยายน 2562 ในรถมีผู้โดยสารเต็มคันประมาณ 40 กว่าคน ขณะเกิดเหตุตนนอนหลับอยู่มารู้สึกอีกทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และถามเด็กรถว่าเกิดอะไรขึ้นเบื้องต้นทราบว่าบรรทุกพ่วงปาดหน้า ด้านนาย เกรียงศักดิ์ แคล้วกลาง คนขับรถบรรทุกพ่วง กล่าวว่า ได้บรรทุกทุกนมทั่วเหลืองออกมาจากบริษัทแลคตาซอย เพื่อจะไปส่งให้ลูกค้าที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อเวลา 23.00 น.ขณะขับมาถนนเลนซ้ายเป็นหลุมเป็นบ่อตนจึงวิ่งเข้าเลนขวานานกว่า 20 นาที เมื่อมาถึงตรงจุดหลัก กม.155 ก็ได้ยินเสียงเบรกดังอยู่ท้ายรถ ก่อนถูกชนท้าย คาดว่ารถทัวร์น่าจะวิ่งมาเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนต่อไป

—————————

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.ปราจีนบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กระทรวงยุติธรรมและกรมบังคับคดีจัดโครงการมหกรรมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562จ.สุโขทัย

          วันที่ 14 กันยายน 2562 เวลา 10.30 น. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการมหกรรมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ในจังหวัดสุโขทัย โดยมีนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมศรีจุฬาลักษณ์โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม จังหวัดสุโขทัย

          การจัดโครงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีในครั้งนี้ ถือเป็นการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปีที่ได้กำหนดนโยบายหลัก 12 ด้าน เพื่อพัฒนาประเทศ แก้ไขปัญหาปากท้อง และสร้างรายได้ให้ประชาชนให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

          การจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีในครั้งนี้ กรมบังคับคดีร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวม 5 หน่วยงาน ได้แก่ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ธนาคารออมสิน บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) มีลูกหนี้ตามคำพิพากษาในเขตพื้นที่รวม 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย, จังหวัดตาก, จังหวัดพิจิตร, จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดอุตรดิตถ์ รวมทั้งสิ้น 3,200 เรื่อง

          โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการดำเนินการภารกิจเชิงรุกในการเพิ่มโอกาสให้เจ้าหนี้ และลูกหนี้สามารถเจรจากันได้ด้วยความพึงพอใจ สะดวก รวดเร็ว เป็นธรรม และไม่มีค่าใช้จ่าย เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ และลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้ ส่งผลให้ลูกหนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องถูกบังคับคดี หรือถูกฟ้องล้มละลาย อีกทั้งยังเป็นการอำนวยความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและช่วยเหลือประชาชนให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย ตลอดจนเป็นการสร้างสังคมที่เป็นสุขให้กับประชาชน

—————————

ภาพข่าว:วิชัย สิทธิพันธ์
นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากสุโขทัย

สุโขทัย-อาถรรพ์ศุกร์ 13 ฝ่ายปกครองเฮี้ยน!! ลุยผับเด็กผมติ่งหู CLUB 64 สุโขทัย ชงผู้ว่าเตรียมสั่งปิด 5 ปี

         กรมการปกครอง นำโดย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง และนายประสงค์ อุไรวรณ์ ปลัดจัง หวัดสุโขทัย นายธนพงษ์ บุญเรือง นายอำเภอเมืองสุโขทัย นายสุชาติ พระเพชร ปัองกันจังหวัดสุโขทัย พร้อมพนักงานฝ่ายปกครองส่วนกลาง จากสำนักการสอบสวนและนิติการ บุกเข้าจับกุมสถานบันเทิงเถื่อน!! หลังได้รับการร้องเรียนจากครูและผู้ปกครองว่า สถานบันเทิงชื่อ CLUB 64 ต้ังอยู่ ซอยประชาร่วมใจ ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย มีการปล่อยปละละเลยให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ เข้าไปใช้บริการภายในร้าน และยังปิดให้บริการเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด เป็นเหตุให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน เป็นอย่างมาก

         จึงได้ส่งสายลับซึ่งเป็นพนักงานฝ่ายปกครอง เข้าทำการสืบสวน พบว่า ร้าน CLUB 64 มีลักษณะเป็น “ผับ” ที่เข้มงวดตรวจบัตรประชาชน ไม่มีการตรวจอาวุธของผู้เข้าใช้บริการ ผับแห่งนี้ไม่ได้ให้ความสาคัญกับอายุของบุคคลผู้เข้าใช้บริการแต่อย่างใด กลับปล่อยให้เด็กที่มีอายุต่ากว่า 20 ปี เข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด มีการยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการเต้นภายในร้าน ถึงแม้ว่าภายในร้านจะมีการติดป้ายว่า “ห้ามลุกเต้น” ก็ตาม ซึ่งคาดว่าทางร้านเขียนไว้เพื่อเป็นการเลี่ยงกฎหมาย ให้ไม่เป็นสถานบริการ เพราะร้านนี้ไม่มีใบอนุญาต ทั้งๆที่ ในร้านไม่มีเก้าอี้ให้ลูกค้านั่งแต่อย่างใด และลักษณะการเล่นเพลงในร้าน เป็นเพลงแนวแดนซ์ ลูกค้าส่วนใหญ่ จะเต้นไปตามจังหวะเสียงเพลงเป็นปกติ โดยที่ทางร้านไม่ได้มีการห้ามปรามหรือตักเตือนแต่อย่างใด

          สายลับพบนักเที่ยวในผับส่วนมากเป็นเด็ก โครงสร้างภายในผับได้มีการจัดทำทางหนีทีไล่เป็นประตูลับ จำนวน ถึง 2 แห่ง โดยพนักงานร้านจะจัดโซนให้เด็กอยู่ใกล้กับบูทดีเจ ติดกับประตูลับดังกล่าว เพื่อให้เด็กในผับสามารถหลบหนีออกด้านหลังร้านได้รวดเร็ว หากมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบจับกุม

         ปฏิบัติการจู่โจมสถานบันเทิงละเมิดกฎหมาย เปิดเผยขึ้น เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2562 เวลา 00.30 น. เมื่อสายลับส่งสัญญาณความพร้อม ชุดจับกุมเข้าไปถึงร้าน CLUB 64 ต้ังอยู่ ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ภายในร้านพบนักเที่ยว จำนวนกว่า 250 คน กำลังเต้นอย่างเมามันตามจังหวะของเสียงดนตรี ทันทีที่นักเที่ยวรู้ว่าถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม ภายในผับเกิดโกลาหล เด็กหลายคนพยายามจะหลบหนีออกทางประตูลับด้านหลังร้าน แต่ชุดจับกุมได้วางแผนมาเป็นอย่างดี โดยส่งเจ้าหน้าที่ปิดล้อมประตูลับไว้ทุกด้าน จึงทำให้นักเที่ยวไม่สามารถหนีออกไปได้ เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองสั่งให้เปิดไฟแสงสว่าง ประกาศให้ทุกคนอยู่ในความสงบ ได้ตรวจสอบภายในร้าน

  1. พบนักเที่ยวทั้งหมด จำนวน 260 คน เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการ จำนวน 154 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 67 คน โดยมีเด็กอายุต่ำสุด เพียง 15 ปี จึงส่งตัวเด็กให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุโขทัย ดำเนินการบันทึกทำข้อตกลงและแจ้งผู้ปกครองมารับตัวต่อไป
  2. และมีนักเที่ยวไม่พกบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 22 คน จึงส่งพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองอำเภอเมืองสุโขทัยดำเนินคดีและเปรียบเทียบปรับ
  3. พบยาเสพติด ตกอยู่ภายในร้าน ประกอบด้วย ซองยาเค จำนวน 2 ซอง และยาบ้าจำนวนหนึ่ง

โดยมีนายมงคล ปานทอง อายุ 22 ปี มาแสดงตัวเป็นผู้ดูแลร้าน เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง จึงได้จับกุมตัวและแจ้งข้อหา ดังนี้

(1) ร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต
(2) ร่วมกันขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
(3) ร่วมกันขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาห้ามขาย
(4) ร่วมกันยุยงส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร
(5) ร่วมกันจำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราแก่เด็ก

         นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการ ส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบ สวนและนิติการ กรมการปกครอง กล่าวว่า กรมการปกครองจะกวดขัน จับกุม ปราบปราม สถานบริการที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผู้ประการการสถานบันเทิงควรมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยประกอบธุรกิจให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสวัสดิ ภาพและส่งเสริมความประพฤติเด็ก สถานบันเทิงไม่สามารถปล่อยให้เด็กเข้าไปใช้บริการได้สถานที่เหล่านี้ ไม่สมควรให้เยาวชนเข้ามาใช้บริการหรือใช้เป็นที่มั่วสุม เพราะเป็นต้นทางนำไปสู่ปัญหาสังคมอื่นตามมากมายมาย เช่น สถานที่แห่งนี้ ยาเสพติดเริ่มแพร่ระบาดสู่เยาวชน เป็นบ่อเกิดของอาชญากรรมอื่นตามม “เพื่อมิให้สถานบริการเป็นแหล่งกระทำผิดกฎหมาย ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ถูกต้อง เพราะหากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว จะส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม”

          เนื่องจาก ร้าน CLUB 64 กระทำผิดกฎหมายโดยชัดแจ้ง จากนี้ไป พนักงานฝ่ายปกครองจะได้เสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย มีคำสั่งปิดสถานที่ดังกล่าว เป็นเวลา 5 ปี ต่อไป

—————————-

ภาพ:f:ส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม
นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากสุโขทัย