อาชีวศึกษาจังหวัดนครนายก ยกย่องเชิดชูเกียรติสถานประกอบการที่ร่วมจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีพัฒนากำลังคนคุณภาพป้อนภาคอุตสาหกรรมของประเทศ

นครนายก อาชีวศึกษาจังหวัดนครนายก ยกย่องเชิดชูเกียรติสถานประกอบการที่ร่วมจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีพัฒนากำลังคนคุณภาพป้อนภาคอุตสาหกรรมของประเทศ

​          สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 3 โดยอา ชีวศึกษาจังหวัดนครนายก ได้จัดพิธียกย่องเชิดชูเกียรติสถานประกอบการ ประจำปีการศึกษา 2562 ระดับอาชีวศึกษาจังหวัดนครนายก ภายใต้โครงการขยายและยกระดับการจัดการอาชีว ศึกษาระบบทวิภาคี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 หวังสร้างเครือข่ายความร่วมมือ สร้างความภาคภูมิใจ และยกย่องสถานประกอบการที่ได้ร่วมจัดการศึกษาระบบทวิภาคีเป็นอย่างดี โดยมีสถานประกอบการเข้าร่วมงาน 52 แห่ง จากสถานศึกษา 6 แห่ง โดยมีนายศิริ จันบำรุง ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 3 เป็นประธาน ณ ห้องประชุมหลวงบรรณสารประสิทธิ์ วิทยาลัยเทคนิคนครนายก

         นายศิริ จันบำรุง ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 3 กล่าวภายหลังจากเป็นประธานเปิดงานว่า การจัดงานในครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาด้านมาตรฐานคุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ และการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา โดยมอบหมายให้อาชีวศึกษาจังหวัดนครนายกดำเนินกิจกรรมดังกล่าว เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีร่วมกับสถานประกอบการ การขอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับสถานประกอบการ การยกย่องเชิดชูเกียรติ การทบทวนบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ และแนะแนวทางการจัดทำแผนการฝึกงาน/อาชีพร่วมกัน

         ทั้งนี้ “อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี” มีรูปแบบการเรียนเปรียบเสมือนโรงเรียนในโรงงาน บางรูปแบบก็เป็นโรงงานในโรงเรียน มีการฝึกใช้อุปกรณ์ และเครื่องมือที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ตกรุ่น และมีครูฝึกจากสถานประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญคอยให้ความรู้ และเป็นที่ปรึกษา โดยนักเรียน นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชา ชีพชั้นสูง (ปวส.) ที่เรียนในระบบทวิภาคี จะเข้าไปฝึกงาน/ฝึกอาชีพในสถานประกอบการเป็นระยะเวลา 1 ปี ก่อนจบการศึกษา ทำให้เป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบ มีวินัยในการทำงาน ที่ดี เข้าใจวัฒนธรรมองค์หรือวิถีอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่สถานประกอบการต้องการอย่างยิ่ง สิ่งที่สำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จมาจากการวางแผนร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ โดยออกแบบหลักสูตร และการดูแลผู้เรียนอย่างใกล้ชิด มีครูนิเทศจากสถานศึกษา มีครูฝึกในสถานประกอบการที่ให้คำปรึกษาตลอดเวลาของการฝึกประสบการณ์ ผู้เรียนจะได้ฝึกงานในสิ่งแวดล้อมของการทำงานจริง ๆ ใกล้ชิดกับหัวหน้างาน มีพี่เลี้ยงในที่ทำงาน มีรุ่นพี่เป็นเพื่อนร่วมงาน รวมถึงได้พบปะกับลูกค้าในสายงานของตัวเอง ต้องเผชิญกับสถานการณ์จริง แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ สร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ซึ่งหากไม่ได้เรียนอาชีวะ จะไม่มีโอกาสได้รับ โดยการเรียนในระบบทวิภาคีนี้จะไม่ใช่เพียงการไปฝึกงานในบริษัทธรรมดา แต่เป็นการ “ฝึกทำงานในอาชีพเฉพาะทาง” ดังนั้นผู้จบการศึกษาในระดับ ม.3 ม.6 ปวช.หรือปวส. ที่สนใจสามารถสมัครเข้าเรียนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีแบบนี้ได้เช่นกัน

         ด้านนายวิวรรธน์ วิไลลักษณ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครนายก และประธานอาชีวศึกษาจังหวัดนครนายก กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานประกอบการที่ได้รับโล่เชิดชูเกียรติมีจำนวน 52 แห่ง และสถานประกอบการที่ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง 4 แห่ง จาก 6 สถานศึกษา ประกอบด้วย วิทยาลัยเทคนิคนครนายก, วิทยาลัยการอาชีพนครนายก, วิทยาลัยการอาชีพองครักษ์, วิทยาลัยเทคโนโลยีวีรพัฒน์, วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการนครนายก และวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและพาณิชยศาสตร์ รายละเอียดดังนี้

วิทยาลัยเทคนิคนครนายก มีสถานประกอบการ 28 แห่ง

  1. บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน)
  2. บริษัท เสถียร โมบิลิตี้ ดีไซน์ จำกัด
  3. บริษัท ฮอนด้า โลจิสติกส์ เอเชีย จำกัด
  4. บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
  5. บริษัท ตรีเพชรอีซูซุบริการ จำกัด บริษัท เอส ซี เอ็น ออโต กรุ๊ป จำกัด
  6. บริษัท นครนายก ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด
  7. ธนาคารออมสิน สาขาอำเภอเมืองนครนายก
  8. บริษัท ปทุมการบัญชี จำกัด
  9. ส่วนงานจราจร ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  10. บริษัท ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด (มหาชน)
  11. หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 12
  12. สำนักงานพัฒนาภาค 1
  13. หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย
  14. การประปาส่วนภูมิภาค สาขาอำเภอบ้านนา
  15. บริษัท บีดี สตรอว์ จำกัด สำนักงานเกษตรจังหวัดนครนายก
  16. บริษัท เบฟ ซิสเท็มส์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
  17. บริษัท เอส.เอ็ม.ซี. (ประเทศไทย) จำกัด
  18. บริษัท แมทช์พอยท์ อินโนเวชั่น จำกัด
  19. บริษัท เพอร์เฟค ครีเอชั่น เทคโนโลยี จำกัด
  20. บริษัท ธนาสตีล ดีไซน์ จำกัด
  21. บริษัท เคซีอี เทคโนโลยี จำกัด
  22. ภูสักธารรีสอร์ท จังหวัดนครนายก
  23. บริษัท เอ็ม เค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
  24. เดอะ แรบบิท โฮม
  25. บริษัท พีเอส 2017 กรุ๊ป
  26. สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก
  27. ร้านแม่บุญศรี โทรทัศน์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาอำเภอองครักษ์
  28. บริษัท เอกชัย ดิสทริบิวชั่น ซีสเทม จำกัด

วิทยาลัยการอาชีพนครนายก มีสถานประกอบการ 6 แห่ง

  1. บริษัท เอส ที เอส อินสตรูเม้นท์ จำกัด
  2. บริษัท ไอ มีเดียอินโนเวชั่น จำกัด
  3. บริษัท ฮอนด้าปรารถนาดี จำกัด
  4. อู่ทรัพย์ทวี ออโต้
  5. สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์นครนายก
  6. สำนักงานณัฐญา การบัญชี

วิทยาลัยการอาชีพองครักษ์ มีสถานประกอบการ 6 แห่ง ได้แก่

  1. บริษัท นครนายกอีซูซุ เซอร์วิช จำกัด สาขาอำเภอองครักษ์
  2. บริษัท แม็กซ์ ออโตเทค จำกัด
  3. ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพ้นบอล นครนายก
  4. ห้างหุ้นส่วนจำกัด จีโพร์เอนเตอร์เทนเม้นท์
  5. บริษัท โตโยต้านครนายก จำกัด สาขาอำเภอองครักษ์

วิทยาลัยเทคโนโลยีวีรพัฒน์ มีสถานประกอบการ 5 แห่ง

  1. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
  2. บริษัท บิซิเนส เซอร์วิสเซส อัลไลแอนซ์ จำกัด
  3. บริษัท บีควิก จำกัด
  4. บริษัท วีอาร์โปรเซอร์วิส จำกัด
  5. อิงธาร รีสอร์ท

วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการนครนายก มีสถานประกอบการ 5 แห่ง

  1. ได้แก่ บริษัท โตโยต้า พาราก้อน มอเตอร์ จำกัด
  2. บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน)
  3. บริษัท ปริทัศน์อุทยานนางรอง จำกัด
  4. บริษัท โซนี่เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดชลบุรี
  5. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและพาณิชยศาสตร์ มีสถานประกอบการ 2 แห่ง

  1. รอยัล ฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดนครนายก
  2. องค์การบริหารส่วนตำบลดงละคร จังหวัดนครนายก

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก
​​​​​​​

สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากท่วมเส้นทาง และบ้านเรือนของชาวบ้านใน 3 ตำบล เริ่มคลี่คลาย หลังฝนหยุดตก

สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากท่วมเส้นทาง และบ้านเรือนของชาวบ้านใน 3 ตำบล เริ่มคลี่ คลาย หลังฝนหยุดตก ขณะที่ทางจังหวัดยังสั่งการให้ 10 อำเภอ เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเนื่องจากท้องฟ้ายังมืดครึม และมีฝนตกโปรยปรายลงมาอีก

         วันที่ 16 กันยายน 2562 เวลา 08.00 น.ผู้สื่อข่าวได้ติดตามสถานการณ์น้ำป่าที่ไหลหลากลงมาจากเทือกเขาสระบาป และท่วมเส้นทาง สวนผลไม้ และบ้านเรือนของชาวบ้านใน 3 ตำบล ในช่วงเย็นเมื่อวานที่ผ่านมา ล่าสุดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากเริ่มคลี่คลายลง หลังฝนหยุดตก น้ำที่ท่วมถนนสายจันทบุรี-ตราด ขาออก รถสามารถสัญจรผ่านไปมาได้แล้ว ส่วนสวนผลไม้ และบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมชาวบ้านเริ่มออกมาล้างทำความสะอาด และเก็บข้าวของเข้าที่ แต่ในเบื้องต้นยังมีน้ำท่วมขังในบางจุดที่เป็นแอ่งกระทะอยู่ ส่วนความเสียหายคอสะพานวัดตะปอนน้อย ที่ถูกน้ำป่าไหลหลากซัดจนได้รับความเสียหาย ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เตรียมเข้าไปซ่อมแซมฟื้นฟู เพื่อให้กลับมามีสภาพเหมือนเดิม ขณะที่ร้านขายพันธุ์ไม้ ที่ถูกน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมเสียหายนับแสนบาท เจ้าของร้านก็ได้ออกมาเก็บข้าวของ และเก็บพันธุ์ไม้ที่ถูกน้ำป่าพัดเสียหาย เพื่อเปิดร้านขายตามปกติแล้ว

         ในเบื้องต้นชาวบ้านใน 3 ตำบล คือ ตำบลเกวียนหัก, ตำบลพลิ้ว, อำเภอแหลมสิงห์ และตำบลตะปอน อำเภอขลุง ยังคงวิตกกังวลกับสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากอยู่ เนื่องจากชาวบ้านอยู่มา 20 ปี พึ่งเคยเจอน้ำท่วมหนักคราวนี้ และยังคงเฝ้าติดตามข่าวสาร และการแจ้งเตือนของหน่วยราชการอยู่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากในเช้าวันนี้ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ท้องฟ้ามืดครึม และมีฝนตกโปรยปรายลงมาแต่ไม่หนักเท่ากับเมื่อวาน ส่วนปริมาณน้ำใน 4 จุดหลัก ที่เป็นจุดวัดน้ำสำคัญ คือ แม่น้ำจันทบุรี ฝายยาง อำเภอเมือง ฝายท่าระม้า อำเภอมะขาม และสะพานกระทิง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี พบว่ามีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น มีสีขุ่นแดง และไหลเชี่ยว แต่ปริมาณน้ำยังไม่ถึงจุดวิกฤต เนื่องจากทางชลประทานจังหวัดจันทบุรี ได้มีการเปิดประตูระบายน้ำบริเวณคลองภักดีรำไพ เพื่อพร่องน้ำให้ไหลลงสู่ทะเล และป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจชั้นใน

          ขณะที่น้ำตก 4 แห่ง ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ทางอุทยานแห่งชาติทั้ง 4 แห่ง ยังคงปิดชั่วคราว และห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด เนื่องจากบนเขายังคงมีฝนตกลงมา และมีน้ำไหลเชี่ยว ทั้งนี้ทางอุทยานแห่งชาติต้องมีการประเมินสถานการณ์วันต่อวัน ส่วนคลื่นลมในทะเลพบว่ามีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวประมงพื้นบ้านใน 4 อำเภอ ต่างนำเรือมาจอดหลบคลื่นลมในทะเลเป็นจำนวนมาก ทางอุตุนิยมวิทยาจังหวัดจันทบุรี ได้มีการแจ้งเตือนให้เรือเล็กงดออกจากฝั่งในช่วงนี้ออกไปก่อน ส่วนเรือประมงขนาดใหญ่ ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

—————————-

Cr.สุปราณี แก้วหุง/จันทบุรี

ลพบุรี -วัดพระบาทนำ้พุ เร่งบรรจุของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ชาวนาลพบุรี เร่งเก็บเกี่ยวหนีน้ำเช่นกัน

          วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี เร่งจัดข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม ขนม อุปกรณ์ยังชีพ บรรจุใส่ถุงยังชีพไปช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ขณะที่เกษตรกรทำนาจังหวัดเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำ หลังมีประกาศเตือนพายุลูกใหม่

          โดยเมื่อเช้าวันนี้ 16 ก.ย. 62 พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ พระอลงกต ติกฺขปญฺโญเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ต.เขาสามยอด อำเภอเมืองลพบุรี ได้ร้องขอทหารกว่า 50 นาย เร่ง จัดข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม ขนม นมเนย และอุปกรณ์ในการยังชีพ บรรจุใส่ถุงยังชีพ เพื่อจัดส่งไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบกับอุทกภัยในเขตพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะได้ไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอีกทางหนึ่ง

          สำหรับข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ขนม นมเนย และอุปกรณ์ยังชีพ ที่บรรจุใส่ถุงยังชีพในครั้งนี้ได้รับบริจาคมาจากประชาชนที่มามอบให้กับทางวัด และที่หลวงพ่อออกไปบิณฑบาตในพื้นที่ต่าง ๆ โดยมีประชาชนชาวไทยทั่วสารทิศที่มีจิตศัทธรา ได้บริจาคสิ่งของต่างๆ มาจำนวนมาก เพื่อนำไปให้กับผู้ที่ประสบอุทกภัย ที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนักอยู่ ณ ขณะนี้ อาหารแห้งที่นำมาบรรจุใส่ในถุงยังชีพที่ทางวัดมอบไปนี้ สามารถนำไปเก็บไว้ได้ไม่น้อยกว่า 3 เดือน ซึ่งยังมีภาคเอกชนที่จะเดินทางไปจากจังหวัดลพบุรี ไปมอบให้กับมือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว

          ขณะที่ในท้องทุ่งเขตอำเภอบ้านหมี่ และอำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำนาพบว่าช่วงที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้พื้นที่นามีน้ำขังเริ่มสูงขึ้นข้าวก็กำลังต้องท้องใกล้ที่จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว จึงทำให้เกษตรกรผู้ทำนาหวั่นวิตกว่าจะมีน้ำท่วมนาจากการประกาศเตือนพายุลูกใหม่ที่จะเข้ามาอีกไม่ช้านี้ รวมถึงน้ำที่ระบายออกมาจากเขื่อนเจ้าพระยา ได้เริ่มเร่งระบายลงมาแล้วทำให้น้ำเอ่อสูงขึ้นตามลำดับ โดยท้องทุ่งดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นแก้มลิง หากมีน้ำส่งมาเพิ่มหรือฝนตกลงมาอีกนาข้าวจะถูกน้ำท่วม จึงได้ไปจ้างรถเกี่ยวข้าวมาเร่งเก็บเกี่ยวก่อนที่จะมีพายุฝนตกลงมาทำให้ข้าวที่จะเก็บเกี่ยวได้รับความเสียหาย



ภาพ/ข่าว : นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
นายโยธิน พรมแตง/รายงาน

ตราด-คณะทํางานขับเคลื่อนธนาคารปูม้า จากสนง.วิจัยแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประเมินผล ธนาคารปูม้า ครั้งที่ 2

ตราด/คณะทํางานขับเคลื่อนธนาคารปูม้า จากสํานักงานวิจัยแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประเมินผล ธนาคารปูม้า ครั้งที่ 2 ระยะที่ 1 ของตําบลไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

          วันที่ 15 กันยายน 2562 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ชุมชนบ้านคลองมะนาวและชุมชนบ้านคลองตะเคียน ต.ไม้รูด โดยมี ดร.สุกัญญา ธีรกูรณ์เลิศ ประธานคณะทํางานขับเคลื่อนการขยายผลธนาคารปูม้า ตามมติคณะรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ผู้สนับสนุนโครงการวิจัยเรื่องรูปแบบการจัดการเพื่อติดตั้งธนาคารปูม้าอย่างยั่งยืน โดยมีชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมกรณีศึกษาการทําประมงพื้นบ้านจังหวัดตราด พร้อมผู้รับทุนได้แก่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เบ็ญจมาศ ไพบูลย์กิจกุล มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี เข้าร่วมชม และตรวจประเมินความก้าวหน้าของโครงการธนาคารปูม้า ที่ชุมชนบ้านคลองมะนาวและชุมชนบ้านคลองตะเคียน ของ อบต.ไม้รูด ในระยะที่ 1 โดยมีผู้เข้าร่วมธนาคารปูม้า 8 ธนาคาร ซึ่งที่ผ่านมามีแม่ปูม้าไข่นอกกระดองสีดําได้บริจาคเข้าสู่ธนาคารปูทั้งสิ้น 2500 ตัว คิดเป็นลูกปูม้าที่ปล่อยออกสู่ทะเลประมาณ 3040 ล้านตัว

          ซึ่งโครงการธนาคารปูม้าของรัฐบาลนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้คนในชุมชนชายฝั่งทะเลเข้ามาร่วมโครงการ เพื่อให้ตระหนักเรื่องการบริจาคไข่ปูม้านอกกระดอง เพื่อให้ลูกปูปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดยมีประมงพื้นบ้านให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพื่อการมีทรัพยากรปูม้าให้มากขึ้น เพื่อเอาไปใช้ประโชยน์อย่างยั่งยืนถึงรุ่นลูกหลานสืบต่อไป ดร.สุกัญญา ยังได้กล่าวว่า ในครั้งนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม พื่อหาข้อคิดเห็นร่วมกันของการตรวจประเมินในครั้งนี้ จะนําไปสู่การพัฒนาโครงการธนาคารปูม้าให้ดียิ่งขึ้นไป เพื่อเป็นการอนุรักษ์และเพิ่มพูนทระพยากรปูม้าให้มากขึ้นและให้อยู่อย่างยั่งยืนต่อไป


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รองผบช.น.ประธานพิธีเปิดการอบรม​”โครงการอบรมวิทยากรสำหรับให้ความรู้ผู้ปฏิบัติตามพ.ร.บ.จราจรทางบก

รองผบช.น.ประธานพิธีเปิดการอบรม​”โครงการอบรมวิทยากรสำหรับให้ความรู้ผู้ปฏิบัติตามพ.ร.บ.จราจรทางบก

          วันนี้​ วัน​จันทร์ที่ 16 ก.ย.62 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมปารุสกวัน1​ : พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมทางไกลผ่านจอภาพ (VDO Conference) “โครงการอบรมวิทยากรสำหรับให้ความรู้ผู้ปฏิบัติตามพ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 ของ ตร.โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ให้ความรู้ความเข้าใจแนวทางปฏิบัติและสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปขยายผลให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานด้านจราจร เข้าร่วมอบรม


Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รองผบช.น.เป็นประธานเปิดการอบรมเตรียมความพร้อมเกษียณอายุราชการ ของข้าราชการตำรวจ​ บช.น.ปี 62

รองผบช.น.ประธานพิธีเปิดการอบรมเตรียมความพร้อมเกษียณอายุราชการ ของข้าราชการตำรวจ​ บช.น.ปี 62

          วันนี้​ วัน​จันทร์ที่ 16 ก.ย.62 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ บช.น.​ : พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รองผบช.น. เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมเตรียมความพร้อมเกษียณอายุราชการ ของข้าราชการตำรวจ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ประจำปี 2562 โดยมีผู้เกษียณอายุราชการ บก.น.1-9,บก.อก.,บก.จร.,บก.สปพ.,บก.อคฝ.,บก.สส. และ กก.ดส. เข้าร่วมอบรม โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรของ รพ.ตร.มาร่วมบรรยาย


Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช.ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร 11 องค์กร จัดระดมสมอง สะท้อนความคิด นโยบายสิ่งแวดล้อมเมือง ผ่านงานวิจัย เพื่อส่งต่อ (ว่าที่) ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร

ปัญหาสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพมหานครเป็นปัญหาเกิดขึ้นมานาน ทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งการแก้ไขปัญาต้องใช้องค์ความรู้จากงานวิจัย ไปสู่การแก้ปัญหาทางนโยบายและและปฏิบัติ ที่ผ่านมาสิ่งแวดล้อมในเมืองใหญ่แบบกรุงเทพมหานครได้ทวีความรุนแรงและเผชิญกับปัญหาในหลายประเด็น ที่มีผลต่อคุณภาพชีวิต​ และความเป็นอยู่ของประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ และที่เดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร

          ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวในการประชุมระดมสมอง สะท้อนความคิด…นโยบายสิ่งแวดล้อมเมือง…ผ่านงานวิจัย เพื่อส่งต่อ…(ว่าที่) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2562 ณ ห้องประชุมกมลทิพย์ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพมหานคร ว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยงานส่งเสริมงานวิจัยและนำผลวิจัยไปสู่การขยายผลในทางปฏิบัติ ได้มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองน่าอยู่และแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเมืองหลายแผนงานเป็นเวลามากกว่า 30 ปี​ ที่ผ่านมา จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้นำผลงานวิจัยมาชี้ประเด็นถึงการพัฒนากรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองที่มีความซับซ้อน มีมลพิษ จำเป็นต้องให้องค์ความรู้จากงานวิจัยมาช่วยในการแก้ไข

          ทั้งนี้ เนื่องจากกรุงเทพมหานครจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 11 ซึ่งทุกพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครเข้าแข่งขันกำลังจัดเตรียมนโยบาย จุดขาย เพื่อใช้ในการหาเสียงที่เจาะใจเข้าถึงคนกรุงเทพมหานครให้ได้ฐานเสียงมากที่สุด และต้องการข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ผ่านการประมวล และวิเคราะห์เรียบร้อยแล้ว

          วช. จึงร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันนวัตกรรมบูรณาการ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมนักเรียนเก่า เอไอที ประเทศไทย วิทยาลัยการพลังงานรุ่นที่ 3 บริษัท บางจาก จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย และมูลนิธิอารยะสถาปัตย์​ จัดการประชุมระดมสมอง สะท้อนความคิด…นโยบายสิ่งแวดล้อมเมือง…ผ่านงานวิจัย เพื่อส่งต่อ…(ว่าที่) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อเผยแพร่งานวิจัยด้านทรัพยากรธรรมชาติ นำไปสู่การปฏิบัติ รวมทั้งเพื่อให้ (ว่าที่) ผู้ว่าราชการกรุงเทพทหานคร

         ได้ตระหนักถึงความสำคัญและปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพ มหานคร และกำหนดเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ในนโยบายหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการประชุมมีส่วนในการบอกกล่าวให้ผู้ที่จะสมัครเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพทหานคร เข้าใจถึงปัญหากรุงเทพมหานคร ความต้องการ และความคาดหวังของคนไทยทั้งประเทศต่อบทบาทของกรุงเทพมหานครในฐานะเมืองหลวง ทั้งนี้การประชุมระดมสมองฯ ในครั้งนี้คาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนากรุงเทพมหา นครในทุกมิติ และเป็นเมืองหลวงในฝันของประชาชนในอีก 4 ปี ข้างหน้า


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

งานเดิน-วิ่งการกุศล TMC RUN FOR SHARE เพื่อหารายได้ซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้ รพ.กลาง

         วันที่​ 15​ กันยายน​ 2562​ เวลา​ 16.00​ น.​ณ​ สมาคมศิษย์เก่าไตรมิตร-สามจีน จัดงานเดิน-วิ่งการกุศล​ “TMC RUN FOR CHARE” เพื่อหารายได้ซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้ รพ. กลาง โดยมี พลเอก อาทร โลหิตกุล รองเลขาธิการฯและ หัวหน้าส่วนบังคับบัญชา สำนักงานรองนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อดีตนายกสมาคมนักเรียนเก่าสามจีน-ไตรมิตร ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีพร้อมกล่าวเปิดงาน

          ซึ่งมี พลตรี ชวการ คมคาย เป็นประธานจัดงานเดิน-วิ่งการกุศลครั้งนี้ พร้อมด้วย พลตรี ทนงศักดิ์ รองทิม รองผู้บัญชาการวิทยาลัยเสนาธิการทหาร,นายสุทธิชัย รัตนพิธาน นายกสมาคมนักเรียนเก่า สามจีน-ไตรมิตรวิทยาลัย​ และยังได้รับเกียรติจาก นายแพทย์เพชรพงษ์ กำจรกิจการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลาง,นายแพทย์อดิศร วิตตางกูลรอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลาง ฝ่ายการแพทย์,คุณอภิรดี สุนันท์ตานนท์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลาง ฝ่ายบริหาร รวมทั้ง และ คุณธเนส สุขวัฒน์ Music Guru ศิษย์เก่าไตรมิตร,คุณวิวัฒน์ วงศ์ภัทรฐิติ “ซูป” ศิษย์เก่าไตรมิตร รวมทั้งคณะกรรมการจัดงานคณะอาจารย์,ศิษย์ปัจจุบัน ศิษย์เก่า และ VIP มาเข้าร่วมงาน พร้อมดารานักแสดงรุ่นใหญ่ คุณทนงศักดิ์ ศุภการ มาร่วมเป็นพิธีกรในงานงานเดิน-วิ่ง TMC RUN FOR SHARE ครั้งนี้

          สำหรับงานเดิน-วิ่งการกุศล TMC RUN FOR SHARE โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์รักษาตัวที่โรงพยาบาลกลาง นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ทุกคนหันมาสนใจดูแลรักษาสุขภาพด้วยการเดินวิ่งแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่นำรายได้บางส่วนตอบแทนคืนกลับสู่สังคม ด้วยการบริจาคเพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์รักษาตัวที่โรงพยาบาลกลาง

    โดยกิจกรรมภายในงาน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ เดิน-วิ่งการกุศล ระยะทาง 3 กม.และ เดิน-วิ่งการกุศล ระยะทาง 5 กม. รวมทั้งได้เปิดโอกาสให้นักเรียนศิษย์ปัจจุบันได้เข้าร่วมเป็นจิตอาสาทำงานเพื่อสังคม ทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์งานวิ่ง จำหน่ายเสื้อวิ่ง และขบวนสิงโตสร้างสีสันตลอดเส้นทาง โดยมีอาจารย์หลายท่านมาร่วมช่วยกันด้วย


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผบก.น.1 เป็นประธาน พิธีปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล “นครบาล1 สัมพันธ์ 2562” (รอบชิงชนะเลิศ)

         วันนี้ วัน​อาทิ​ตย์ที่​ 15 ก.ย.62 เวลา 18.30 น. ณ สนามกีฬา ศูนย์เยาวชนกรุงเทพ มหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง​ กทม.: พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล “นครบาล1 สัมพันธ์ 2562” (รอบชิงชนะเลิศ) โดยมี พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รอง ผบก.น.1, ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ประธาน อนุ กต.ตร.บก.น.1,ผกก.สน. ในสังกัด บก.น.1,ข้าราชการตำรวจ ในสังกัด บก.น.1,คณะ อนุ กต.ตร.บก.น.1 และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตาหลังเกิดภัย ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด พร้อมมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตในพื้นที่ประสบอุทกภัย จังหวัดภาคกลาง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตาหลังเกิดภัย ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด แจกเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตในพื้นที่ประสบอุทกภัย จังหวัดภาคกลาง

         วันนี้ วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน 62​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรม การและเลขาธิการฯ พร้อมด้วย​ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและรองเลขาธิการฯ และทีมสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา และน้ำมันพืช บรรจุลงในถุงผ้ามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ในโครงการ “ฟื้นฟูหลังน้ำลด” ออกแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.คีรีมาศ อ.เมืองสุโขทัย และ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย รวม 1,000 ชุด โดยมีมูลนิธิร่วมมิตรสุโขทัย เป็นผู้ประสานการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการร่วมในพิธี

          และในวันพรุ่งนี้ วัน​จัน​ทร์ที่​ 16 กันยายน 62 มูลนิธิฯ กำหนดแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 1,000 ชุด พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยจำนวน 2 รายๆ ละ 20,000 บาท (สองหมื่นบาท) โดยมี มูลนิธิประสาทบุญสถาน จ.พิษณุโลก เป็นผู้ประสานการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่

         โครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบอุทกภัย ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ย.62 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคกลางรวม 3 จังหวัด ได้ แก่ จ.พิจิตร สุโขทัย และพิษณุโลก และกำลังอยู่ระหว่างประสานงานกับมูลนิธิประจำจังหวัดในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคอีสาน 6 จังหวัด รวมการดำเนินการโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสานรวม 9 จังหวัด คิดมูลค่าเป็นเงินกว่า 6,000,000 บาท (หกล้านบาทถ้วน)

         เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมกู้ชีพ กู้ภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรร เทาทุกข์และช่วยเหลือเบื้องต้น หลังจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทก ภัย รายละ 20,000 บาท ทั้งนี้ หากมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร
086-854-1418 #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

.