อบต.ท้ายดง จัดการสอบวัดผลให้กับนักเรียนผู้สูงอายุเพื่อพัฒนาควมมคิดและความจำ

         ที่โรงเรียนสร้างสุขผู้สูงวัย องค์การบริหารส่วนตำบลท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ น. ส.ฉัตรนภา เมืองแป้น นายกอบต.ท้ายดง ผู้อำนวยการโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงวัย ได้จัดให้มีการสอบวัดผลให้กับนักเรียนผู้สูงวัยในภาคเรียนที่1/2562 ขึ้น

         โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความคิดความจำและการถ่ายทอดความรู้ในวิชาเรียน ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับวิชาที่สอบในวันนี้มีวิชาพระพุทธศาสนา, คณิตศาสตร์, ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยมีคุณครูอาสาจากอบต.ท้ายดงและเหมืองทองอัคราเป็นผู้ออกข้อสอบ มีนักเรียนเข้าสอบทั้งสิ้น 66 คน หลังจากนั้นได้มีการนันทนาการก่อนปิดเทอมภาคเรียนที่1บรรยากาศเป็นไปด้วยความสุขความสนุกสนาน

ยุทธ ศรีทองสุข ภาพ/ข่าว

ลพบุรี-หลวงพ่อมอบเงินช่วยเหลือคนตาย สองแสนบาทและให้คนขับรถขอขมาญาติ

         เมื่อเวลา 19.00 น.วั้นที่ 2 ต.ค. 62 หลวงพ่ออลงกต ได้มอบหมายให้พระครูภัทรปัญญาวุธ เจ้าอาวาสวัดสิงห์คูยาง เจ้าคณะอำเภอโคกสำโรง เป็นตัวแทนไปกับลูกศิษย์ นำเงินจำนวน 2 แสนบาท ไปมอบให้กับญาติผู้เสียชีวิต รายละ 100,000 บาท โดยมีนางประนอม ปัญญา อายุ 67 ปี แม่ของนางระอุ่น ปัญญา และ น.ส.อรสา แสนอภัย อายุ 27 ปีบุตรสาวนายสุนทร เป็นผู้รับมอบ เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเรื่องค่าทำศพเบื้องต้นไปก่อน โดยไปมอบกันที่ สภ.โคกสำโรง รวมทั้งไปร่วมในการสวดพระอภิธรรมศพทั้ง 2 ศพด้วย ทั้งที่สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพนายสุนทร ที่วัดวังขอนขว้าง ซึ่งจะการฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 5 ต.ค.นี้ ส่วนศพนางระอุ่น ปัญญา จะทำการฌาปนกิจในวันที่ ที่ 3 ต.ค. นี้ ที่วัดห้วยเจริญ โดยก่อนหน้านี้ทางหลวงพ่อได้สั่งให้นำพวงหรีดไปวางที่หน้าศพทั้ง 2 แล้ว

          นอกจากนี้ หลวงพ่ออลงกต ยังมีความเป็นห่วงในครอบครัวของผู้เสียชีวิตถามกับลูกศิษย์ที่เดินทางไปดูแลตลอดโดยวันนี้กำชับให้ดูแลทั้งสองครอบครัวให้ดีที่สุด และในโอกาสเดียวกันนี้ได้ให้นายพีระพงษ์ เหล่าลูกอินทร์ อายุ 22 ปี คนขับรถในวันเกิดเหตุเข้าขอขมาญาติผู้เสียชีวิตทั้งสองราย ซึ่งหลวงพ่ออลงกตต้องการที่จะเดินทางกลับไปพักรักษาตัวที่วัดพระบาทน้ำพุ เนื่องจากมีความเกรงใจผู้ที่มาพักรักษาตัวคนอื่น ๆ เพราะมีลูกศิษย์มาเยี่ยมตลอดทั้งวันทำให้ผู้ป่วยคนอื่น ๆ ไม่ได้พักผ่อน รวมทั้งในเรื่องของการจอดรถที่ทาง รพ.พระนารายณ์มหาราชมีพื้นที่จำกัด ทั้งนี้ก็ต้องลองคุยกับทางคณะแพทย์ที่มาทำการรักษาว่าจะสามารถกลับไปพักฟื้นที่วัดได้หรือไม่ เพื่อที่จะได้อำนวยความสะดวกกับทางศิษย์ยานุศิษย์ได้อีกทางหนึ่งด้วยเช่นกัน ซึ่งทางแพทย์ได้อนุญาตให้หลวงพ่อกลับไปพักรักษาตัวได้ในวันเสาร์ที่ 5 ต.ค.นี้

          ขณะที่ทางลูกศิษย์คนสนิทของ หลวงพ่ออลงกต ได้เปิดเผยว่าก็ยังมีลูกศิษย์บางรายที่ หลวงพ่ออลงกต ได้อนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้เป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากมีเรื่องงานที่จะต้องคุยกันในการดำเนินงานต่อ ซึ่งก็มีนายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ ผวจ.ลพบุรี นายกเหล่ากาชาด และนายจำเริญสละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี เพราะมีภารกิจที่จะต้องมาประสานงานกันในการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี

          ทางด้าน พ.ต.ท.ณัฐพล พงษานุวัฒน์ พงส.สภ.โคกสำโรง เจ้าของคดี ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ได้ดำเนินการสอบปากคำไปแล้ว 5 ปากคือ หลวงพ่ออลงกต คนขับรถ ลูกศิษย์ที่นั่งมาด้านข้าง ซึ่งให้การว่าในช่วงที่เกิดเหตุนั้นขับมาด้วยความเร็วประมาณ 130 กม/ชั่วโมงมาถึงจุดที่เกิดเหตุมีรถยนต์กระบะตัดหน้ากะทันหันทำให้ไม่สามารถเบรกหรือหยุดรถได้ทัน รวมทั้งสอบปากคำพยานในจุดที่เกิดเหตุและญาติผู้เสียชีวิต แต่จะต้องมีการสอบปากคำเพิ่มเติมหลังจากเสร็จพิธีศพไปก่อน โดยรถที่ หลวงพ่ออลงกต นั่งมานั้นมี พรบ.และประกันชั้น 1 ทำให้ไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องของการดูแลค่าเสียหายและทาง พนักงานสอบสวนก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม

ภาพ/ข่าวนายโยธิน พรมแตง
นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090 รายงาน

คณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี

           วันนี้ 2 ตุลาคม 2562 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดปัตตานี คณะกรรมมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม รองประธานคณะกรรมาธิการ ได้เดินทางเข้าพบนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี และจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังบรรยายสรุปภารกิจและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่มีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ สามารถดำเนินการตามกฏหมายกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง

          ในส่วนการพัฒนาพื้นที่และสร้างความเจริญ สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ จังหวัดปัตตานีได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า “เมืองเกษตรอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์ฮาลาลคุณภาพของประเทศ เป็นสังคมพหุวัฒธรรมที่สันติสุข” อีกทั้งมีการกำหนดการขับเคลื่อนจังหวัดปัตตานี 4 วาระ คือ ขจัดภัยยาเสพติดเร่งเศรษฐกิจให้เฟื่องฟู สร้างบ้านเมืองให้น่าอยู่ เชิดชูคนดี การขับเคลื่อนจังหวัดปัตตานีให้ห้วงเวลาที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนได้รวมพลังกันขับเคลื่อนจังหวัดปัตตานี โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อสร้างปัตตานีให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป จากนั้นเวลา 10.30 น. ได้เดินทางเข้าเยี่ยมหน่วยและรับฟังบรรยายสรุปภารกิจ การจัดหน่วย ตลอดจนสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ณ จังหวัดทหารบกปัตตานี ค่ายอิงคยุทธบริหาร

#คณะกรรมาธิการทหาร #สภาผู้แทนราษฎร #จังหวัดปัตตานี  #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล :ผู้สื่อข่าว – ธรรมนูญ คีรีนารถ /ผู้เรียบเรียง – วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี

แจ้งความเอาผิดอาญา’ ทหาร’ ทำ’อับดุลเลาะ อีซอมูซอ’เสียชีวิต

ครอบครัว อีซอมูซอกับทนายความมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม และตัวแทนมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ยื่นคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ให้สอบสวนดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีอาญา กรณีการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ที่บาดเจ็บสาหัสในค่ายทหารและเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

          วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. นางสาวซูไมยะห์ มิงกะ ภริยาของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ และนายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ  ทนายความประจำมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน     สถานีตำรวจภูธรหนองจิก จังหวัดปัตตานี ต่อการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะฯ ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25  สิงหาคม 2562  โดยที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ได้ออกหนังสือรับรองการเสียชีวิต ระบุว่าเสียชีวิตจากภาวะสมองขาดออกซิเจนและขาดเลือด

          ทั้งนี้ นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ถูกควบคุมเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2562 โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 ภายใต้อำนาจตามกฎอัยการศึกไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 03.00 นาฬิกา ของวันที่ 21 กรกฎาคม  2562 ถูกพบว่าหมดสติอยู่ในหน่วยซักถามของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ภายในค่ายอิงคยุทธบริหาร เจ้าหน้าที่ประจำค่ายจึงนำนายอับดุลเลาะฯ เข้ารับการรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร จากนั้นได้ส่งไปรักษาตัวต่อ ณ อาคารผู้ป่วยวิกฤติ(ICU) โรงพยาบาลปัตตานี ต่อมาวันที่ 22 กรกฎาคม 2562 ถูกส่งตัวไปรักษาต่อ ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และได้รับการักษาอย่างต่อเนื่อง โดยแพทย์ระบุว่าผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ไม่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ ผลเอ็กซเรย์สมองพบว่าสมองบวม มีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง ยังคงใส่เครื่องช่วยหายใจ มีสภาวะไตวายเฉียบพลันและจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดในหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤติทางอายุรกรรมเป็นเวลากว่า 30 วันและเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม  2562 ที่ผ่านมา

          กรณีดังกล่าวเป็นคดีที่มีความสำคัญต่อการสร้างให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในการควบคุมตัวบุคคลตามอำนาจกฎหมายพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้  การสืบสวนสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งมีหน้าที่ทำความจริงให้ปรากฎว่า  ก่อนการถูกควบคุมตัวนายอับดุลเลาะห์ฯไปนั้นนายอับดุลเลาะห์มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว สมาชิกในครอบครัวและสังคมต้องได้รับคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับนายอับดุลเลาะห์ ระหว่างถูกควบคุมตัวภายในศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43  ค่ายอิงคยุทธบริหาร และหากเป็นการกระทำที่เป็นความผิดทางอาญา พนักงานสอบสวนจึงมีหน้าที่ติดตาม และหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          โดยคดีนี้ทนายความศูนย์ทนายความมุสลิมและทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับมอบหมายให้ช่วยเหลือคดีเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับนายอับดุลเลาะห์และญาติต่อไปให้ถึงที่สุดทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ในระดับนโยบายและกระบวนการยุติธรรมในจังหวัดชายแดนใต้

         นอกจากนี้ ในวันที่ 5 ตุลาคม 2562 ทางญาติจะจัดงานครบรอบ  40 วันอันเป็นประเพณีทางศาสนาอิสลามให้แก่นายอับดุลเลาะห์ที่บ้านในพื้นที่ตำบลตะบิ้ง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี และในวันที่ 9 ตุลาคม 2562 จะมีการเดินทางมายื่นหนังสือให้คณะกรรมาธิการกฎหมาย  การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนของสภาผู้แทนราษฎรด้วย

ขอบคุณข้อมูล : mtoday

ศอ.บต. ร่วมกิจกรรมมอบบ้านสุขใจหลังที่ 2 แก่ราษฎรผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่เจาะไอร้อง

          เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 ที่บ้านโคก หมู่ที่ 5 ตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส  พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานในกิจกรรมส่งมอบบ้านสุขใจของเครือข่ายนักประชาสัมพันธ์และบริการประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายอำเภอเจาะไอร้อง ผู้แทนหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 48 หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ โต๊ะอีหม่าม เครือข่ายนักประชาสัมพันธ์ จชต. ตลอดจนประชาชนบ้านโคกและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วม

          พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ที่นี่เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งที่เราทุกคนอยากเห็นความร่วมมือในการสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งขณะนี้ได้มีการเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบ้านหนึ่งหลังอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่วันนี้ก็สามารถทำให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกคนในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ทั้งคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย นักประชาสัมพันธ์ จชต. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเยาวชนจิตอาสาที่รวมตัวกันสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่ ซึ่งสิ่งที่ได้มากกว่าบ้านคือความร่วมมือของทุกคน เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือการสร้างสันติสุขให้กับจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยที่นี่จะเป็นต้นแบบในการผลักดันพื้นที่อื่นๆให้เกิดการพัฒนาต่อไปด้วย

           ด้าน ตัวแทนนักประชาสัมพันธ์ จชต.เผยถึงการเข้ามาช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสภายใต้กิจกรรมของบ้านสุขใจว่า เป็นความร่วมมือของเครือข่ายนักประชาสัมพันธ์ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ เมื่อพบกรณีผู้ด้อยโอกาสจึงนำเรียนให้ทาง ศอ.บต. รับทราบเพื่อพิจารณาให้การช่วยเหลือ ซึ่งกรณีของนายเจ๊ะรอฮิม เจ๊ะเลาะ มีฐานะยากจน สภาพบ้านทรุดโทรม และมีสมาชิกในบ้านจำนวน 7 คน เมื่อผ่านการพิจารณาของ ศอ.บต. ทางเครือข่ายชมรมนักประชาสัมพันธ์จึงได้ร่วมจำหน่ายเสื้อเพื่อสมทบทุนในการก่อสร้างบ้านสุขใจหลังที่ 2 และได้รับเงินสนับสนุนจากฝ่ายซากาตและสังคมสงเคราะห์ ของกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ในการร่วมสมทบทุนก่อสร้างในครั้งนี้ด้วย

          ด้าน นายเจ๊ะรอฮิม เจ๊ะเลาะ ผู้ได้รับบ้านสุขใจในครั้งนี้กล่าวด้วยความรู้สึกตื้นตันว่า ตนรู้สึกดีใจมาก เพราะในชีวิตไม่เคยคิดว่าจะมีคนมาสร้างบ้านให้ อีกทั้งทุกคนที่มาช่วยก็มาด้วยใจที่อาสา ซึ่งตนสามารถสัมผัสได้และอยากขอบคุณทุกคนจริงๆ ที่ไม่ทอดทิ้งคนที่ลำบากให้เดียวดายและหมดหวัง

         สำหรับ กิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นสืบเนื่องจากนโยบายของ พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต.ที่ต้องการให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมดูแลผู้ยากไร้ และช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง 11 ประเภท พร้อมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งจากกิจกรรมดังกล่าวได้รับการตอบรับและเสียงชื่นชมจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจจนเห็นผลเป็นรูปธรรมด้วยการสร้างพื้นที่สันติสุขขนาดเล็กให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของภาครัฐที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังได้อย่างสมบูรณ์อีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล : News

ทหารพรานยิงปะทะโจรใต้กลุ่ม “ตอเย็บ แมทารง” ที่เชิงเขาสุไหงปาดี

ทหารพรานที่ 48 เดินลาดตระเวนในสวนยางพารา ก่อนเกิดเหตุยิงปะทะโจรใต้กลุ่มของ “ตอเย็บ แมทารง” บริเวณเชิงเขาสุไหงปาดี จ.นราธิวาส เปิดฉากยิงกันเป็นระลอกนานกว่า 10 นาที สุดท้ายทั้งสองฝ่ายไร้คนเจ็บ

          วันนี้ (1 ต.ค.) พ.อ.สฐิรพงษ์ อาจหาญ ผบ.ชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารชุดจรยุทธ์ ร้อย ทพ.4809 จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ นำกำลังขึ้นพิสูจน์ทราบความเคลื่อนไหวของกองกำลังติดอาวุธกลุ่ม นายตอเย็บ แมทารง ซึ่งมีหมายจับ ป.วิอาญา คดีความมั่นคงและพวก ที่เคลื่อนไหวบนเทือกเขาหลังหมู่บ้านสือแด หมู่ 7 ต.สากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

          ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทหารกำลังเดินลาดตระเวนในสวนยางพาราของชาวบ้านที่ปลูกไว้ที่เชิงเขา ซึ่งเป็นทางขึ้นน้ำตกสือแดอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ทหารได้พบกับกองกำลังติดอาวุธกลุ่มนายตอเย็บ ซึ่งมีกำลังจำนวน 5-6 คน ที่กำลังเดินลงจากเทือกเขา จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นระลอกนานกว่า 10 นาที กลุ่มคนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้ใช้ความชำนาญพื้นที่ และใช้อาวุธปืนยิงเบิกทางหลบหนีไปเข้าเขตรอยต่อบ้านดอเฮะ หมู่ 3 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดยที่สองฝ่ายไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

          ต่อมา พ.อ.สฐิรพงษ์ อาจหาญ ผบ.ชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ได้รับรายงานเหตุที่เกิดขึ้น จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำอยู่ฐานปฏิบัติการชั่วคราว ในพื้นที่เขตรอยต่อระหว่างบ้านสือแด หมู่ 7 ต.สากอ และบ้านดอเฮะ หมู่ 3 ต.ริโก๋ จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทหารติดตามไล่ล่ากดดันกลุ่มคนร้ายที่กำลังหลบหนีอย่างกระชั้นชิดแล้ว

          อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.สุพจน์ เรืองรุ่งโรจน์ หัวหน้า สภ.สากอ อ.สุไหงปาดี ได้มีการประสานไปยัง ร.ต.อ.พลวัฒน์ เทพษร รักษาราชการแทนหัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้ทำการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นสวนยางพาราของชาวบ้าน พบว่าลำต้นของต้นยางพารามีร่องรอยถูกกระสุนปืนของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ และเจ้าหน้าที่ทหารพรานเป็นรูพรุน และพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และอาก้าของทั้งสองฝ่ายตกกระจายอยู่ในสวนยางพาราจำนวนมาก

ขอบคุณข้อมูล : News

มูลนิธิพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรยะลา อัญเชิญพระจำลองออกแห่รอบเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคล เปิดงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2562

          วันนี้ (1 ตุลาคม 2562) เวลา 09.00 น. ที่ มูลนิธิพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายแพทย์สมหมาย  บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานพิธีเปิดงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2562 และอัญเชิญพระจำลองขึ้นประทับบนบุษบกแห่รอบเมือง เพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดี และให้ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนได้กราบไหว้สักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวในช่วงของเทศกาลถือศีลกินเจ โดยมี รองนายกเทศมนตรีนครยะลา, วัฒนธรรมจังหวัดยะลา, ประธานมูลนิธิพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร คณะกรรมการองค์กรจีนจังหวัดยะลาและใกล้เคียง รวมทั้งประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

          ทั้งนี้ การจัดเทศกาลกินเจ มูลนิธิพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรยะลา จัดขึ้นเพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นการทำบุญละเว้นกินเนื้อสัตว์ในเทศกาลกินเจ เป็นการพบปะสังสรรค์พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดยะลาอีกด้วย โดยกำหนดจัดกิจกรรมถือศีลกินเจ ระหว่างวันที่ 29 กันยายน -8 ตุลาคม 2562 เป็นเวลา 9 วัน โดยมีกิจกรรมนำองค์พระจำลองกิ๊วอ๊วงฮุคโจ้ว และองค์พระต่าง ๆ ประทับบนบุษบกแห่รอบเมือง การเวียนเทียน และการนำเรือพระอัญเชิญกิ๊วอ๊วงฮุคโจ้ว กลับสู่สวรรค์ เพื่อนำไปลอยแม่น้ำปัตตานีต่อไป

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยคนกรุง แจกจ่ายหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละออง แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยฝุ่นมลพิษเกินค่ามาตรฐาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยคนกรุง แจกจ่ายหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละออง แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยฝุ่นมลพิษเกินค่ามาตรฐาน

          วันนี้ วันพุธ​ที่ 2 ตุลาคม 2562 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยคุณพินัย ศรีพนาสณฑ์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมสังคมสงเคราะห์ ลงพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟชุมทางบางซื่อ สวนจตุจักร และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยฝุ่นมลพิษเกินค่ามาตรฐาน ออกแจกจ่ายหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 แก่ประชาชน รวม 1,600 ชิ้น คิดมูลค่าเป็นเงินจำนวน 64,000 บาท (หกหมื่นสี่พันบาทถ้วน)

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​มูลนิธิ​ป่อเต็กตึ๊ง​
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

พิธีส่งมอบหน้าที่ ผบช.ภ.6 ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภ.6

         พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ผบช.ภ.6 เดินทางมาดำรงตำแหน่ง ผบช.ภ.6 โดยมีพิธีส่งมอบหน้าที่ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในตำรวจภูธรภาค 6 และรับมอบธงประจำ ภ.6 จาก พล.ต.ท.สุธีร์ เนรกัณฐี

          พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.สุกิจ สมณะ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.ดำรง เพ็ชรพงศ์ รอง ผบชภ.6, พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร รอง ผบช.ภ.6, ผบก. – รอง ผบก.ในสังกัดภ.6, ผกก.ฝอ.1 – 6 บก.อก.ภ.6, ผกก.กก. ปพ.บก. สส.ภ.6 , หัวหน้าสถานีตำรวจใน ภ.6 หรือผู้แทนและข้าราชการในสังกัด บก.อก.ภ.6, กก.ปพ.บก.สส.ภ.6 เข้าร่วมในพิธีฯ ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภ.6

ปรีชา นุตจรัส รายงาน

บิณฑ์ประกาศ ปิดบัญชีรับบริจาคยอดพุ่งกว่า​ 422 ล้าน

https://youtu.be/y4oOY37o8CM

บิณฑ์ประกาศปิดบัญชีรับบริจาคยอดพุ่งกว่า​ 422 ล้านแถลงระบุช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยในจังหวัดอุบลราชธานีไปแล้วกว่า1หมื่นครัวเรือนลั่นเดินหน้าเยียวยาต่อในทุกจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสานพร้อมเยียวยาหลังน้ำลด

         จากเหตุอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสานหลายจังหวัด ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างหนัก บางท่านต้องรีบอพยพครอบครัวหนีน้ำ ไร้ที่อยู่อาศัย ขาดคลนอาหาร น้ำดื่ม ของอุปโภค ทรัพย์สินที่สร้างมาต้องถูกน้ำท่วมเสียหายในพริบตา ซึ่งทางด้านมูลนิธิกตัญญูนำโดย บิณฑ์-เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ นำคาราวานร่วมกตัญญู ลุยฝ่ากระแสน้ำท่วมออกช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ต่างๆ

          กระทั่ง วันที่ 16 ก.ย. 62 บิณฑ์ได้ไลฟ์สดผ่านเพจ เปิดใจถึงเหตุการณ์น้ำท่วมอุบลฯ โดยเห็นความลำบากของประชาชน จึงตัดสินใจควักเงินตนเอง 1.7 ล้านบาท และเปิดรับบริจาคเฉพาะแฟนเพจ คนละ 10 บาท 20 บาท รวมๆกันก็จะได้หลายล้าน และจะนำเงินส่วนนี้ไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านครอบครัวละ 1,000 บาท เพราะเล็งเห็นว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือปัจจัยหรือเงิน เพราะเขาต้องใช้ซื้อของ หลังน้ำลดก็ต้องใช้ซ่อมแซมบ้าน ทรัพย์สิน กระทั่งผ่านมาเพียงคืนเดียว คลิปนี้ถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ และมีผู้ร่วมบริจาค จากทั่วประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง 10 ล้านบาท 30 ล้าน พุ่งไป 50 ล้านบาท ไปเรื่อยๆจนแตะไปที่หลักร้อยล้านบาท เรียกได้ว่าน้ำใจไทยหลั่งไหลมาช่วยกันอย่างไม่ขาดสาย โดยผ่านบัญชีของบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ด้วยความที่ประชาชนไว้ใจและมั่นใจในตัวผู้ชายคนนี้ว่า เงินทุกบาททุกสตางค์จะถึงมือผู้ประสบภัยอย่างแน่นอนและรวดเร็ว ซึ่งบิณฑ์ได้นำเงินที่ได้ไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านครอบครัวละ 5,000 บาท จากตอนแรกที่ตั้งใจว่าจะแจกจ่ายให้ครอบครัวละ 1,000-2,000 บาท

          หลังจาก บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้เปิดบัญชีเป็นสะพานบุญเพือให้พี่น้องชาวไทยได้ร่วมบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสาน ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2562 ตลอดไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2562 และมีการแถลงว่าจะปิดบัญชีรับบริจาค โดยล่าสุดวันนี้ (2 ต.ค. 62) เวลาเที่ยงจะปิดบัญชีรับบริจาค แต่หากใครอยากมามอบเงิน ก็สามารมามอบได้ถึงมือบิณฑ์ และมีการชี้แจงรายละเอียดบัญชีและยอดเงินบริจาคดังนี้

ล่าสุดได้มีสรุปรายการให้ความช่วยเหลืออุทกภัยในจ.อุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ 16- ก.ย.-1 ต.ค.62       

  • จำนวนประชาชน 13,078 ครัวเรือน
  • ผู้ป่วยติดเตียง/ทุพลภาพ 1,677 ราย
  • วัด/สำนักสงฆ์ 51 แห่ง

ยอดบัญชีเงินบริจาค

  • ยอดเงินฝากเข้าบัญชีออมทรัพย์และกระแสรายวัน รวม ณ 1/10/19 = 422,496,026 บาท
  • ยอดรวมเงินสดที่รับมอบโดยตรง รวม ณ 1/10/19 = 4,008,002.75 บาท
  • ยอดรวมเบิกเงินออกจากบัญชีธ.กสิกรไทย รวม 11 ครั้ง รวม ณ 1/10/19 = 82,000,000 บาท
  • ยอดรวมรายการช่วยเหลือ ตั้งแต่ 16 ก.ย. – 1 ต.ค. 62 รวม ณ 1/10/19 = 74,484,000 บาท

***พื้นที่การปฏิบัติงานในจ.อุบลราชธานี ที่ได้รับความช่วยเหลือแล้ว จาก 15 อำเภอ ช่วยเหลือไปแล้ว 6 อำเภอ ดังนี้

  1. อ.เมือง
  2. อ.วารินชำราบ
  3. อ.พิบูลมังสาหาร
  4. อ.ดอนมดแดง
  5. อ.สว่างวีระวงศ์
  6. อ.เขื่องใน

***พื้นที่ อ.นาเยีย จะเข้าให้ความช่วยเหลือในวันที่ 2 ต.ค. 62

ที่รอดำเนินการ 8 อำเภอ ดังนี้

  1. อ.ม่วงสามสิบ
  2. อ.เดชอุดม
  3. อ.เหล่าเสือโก้
  4. อ.ตระการพืชผล
  5. อ.ตาลสุม
  6. อ.โขงเจียม
  7. อ.น้ำขุ่น
  8. อ.กุดข้าวปุ้น

Cr.ทีมงานมูลนิธิ​ร่วมกตัญญู​
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​