พัฒนา ภูมิทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

          วันนี้ วัน​จันทร์​ที่​ 14 ต.ค.62 เวลา 10.00 น.​ ณ​ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ​ : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมพัฒนาภูมิทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รับขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ด้านวัดอรุณฯ เตรียมสถานที่รองรับประชาชน พร้อมตั้งโรงทานบริการประชาชน

          ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” พัฒนาภูมิทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เพื่อถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเนื่องในวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเพื่อเตรียมความพร้อมรับในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค โดยมี ดร.ศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการ กศน.พร้อมจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากสถานศึกษาในสังกัดสำนักงาน กศน.กระทรวงศึกษาธิการ ลูกเสือและประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 600 คน

          รมช.กระทรวงศึกษาธิการ ได้นำกล่าวปฏิญาณตน เราทำความดีด้วยหัวใจ ในนามคณะจิตอาสาได้น้อมนำแนวทางพระราชทานโครงการจิตอาสามาจัดกิจกรรม เพื่อร่วมกันสืบสานพระราชปณิธาน ในการรักษาไว้ซึ่งความสะอาดเรียบร้อยของบ้านเมือง และให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีความสมัครสมานสามัคคีในการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ จากนั้นมีการพัฒนาชุมชนโดยรอบและร่วมกันปลูกต้นไม้ เก็บขยะ ทาสี ตามจุดต่างๆ โดยรอบวัดอรุณฯ รวมถึงพัฒนาภูมิทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเตรียมความพร้อมรับเสด็จขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในวันที่24 ตุลาคม 2562 นี้ เพื่อให้ออกมาสะอาด เรียบร้อย สวยงามสมบูรณ์ที่สุด

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นครนายก – ทีมงานสายบุญ จิตอาสา นำสิ่งของเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง

ทีมงานสายบุญจิตอาสาพร้อมคณะนำสิ่งของเครื่องใช้เข้าเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง

         จากมีผู้ใช้เฟสบุ๊คได้โฟส ถึงสองตาตาย ชีวิตที่หิวโหย ต้องการความช่วยเหลือ อดมื้อกินมื้อ สามีป่วยติดเตียง ภรรยาหาเลี้ยงคนเดียว ทีมงานสายบุญจิตอาสา จึงได้ประสานงานกับทีมงานสายบุญออนทัวร์องครักษ์ ทีมงานอินเตอร์ ชลบุรี ทีมงานจิตอาสาวัยรุ่นแจกทาน และกู้ภัยสว่างอริยะนครนายก มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้นำสิ่งของเครื่องใช้ เช่นเตียงผู้ป่วย ข้าวสารอาหารแห้ง ยารักษาโรค ฯ ที่ได้รวบรวมจากทีมงานและมีผู้บริจาค ได้นำมามอบให้กับนายน้อย ดิศร อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง มีภรรยาชื่อนางสีดา ผามล อายุ 73 ปี เป็นผู้ดูแล อยู่กันเพียงลำพัง 2 คนตายาย บ้านเลขที่ 5/1 หมู่ที่ 4 ตำบลศรีนาวา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดยมีนายพีรพล อั้งเจริญ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก นายสมบุญ พิพัฒน์ขจรกิติ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีนาวา นางสาวประภัสสร ปราบพยัคฆ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลศรีนาวา พร้อมชาวบ้านให้การต้อนรับ

          ด้วยทีมงานสายบุญจิตอาสา ได้มีเครือข่ายอยู่หลายจังหวัด ได้ร่วมทีมงานช่วยเหลือประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยากในจังหวัดนครนายกและจังหวัดใกล้เคียงมาเป็นเวลาหลายปีแล้วและมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือประชาชนต่อไปเพื่อสร้างบุญกุศลให้กับตนเองและครอบครัวให้เจริญยิ่งๆขึ้นสืบต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก – วัดมณีวงศ์จัดทำเซียมซีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครนายก

วัดมณีวงศ์ ดงละคร จัดทำเซียมซีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครนายก ไว้ให้ประชาชนที่เข้ามาในวัดได้ใช้เสี่ยงเซียมซีทำนายดวงชะตา ที่วิหารเซียนหลวงพ่อพันล้าน

          เนื่องจากมีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่ออ้อแอ้ จันทิมาตร เด็กวัดครยก ได้โพสต์เฟสบุ๊คแนะนำวัดและเซียมซีเสี่ยงทายทำนายดวงชะตามีขนาดใหญ่ ที่วัดมณีวงศ์ ตำบลดงละคร จังหวัดนครนายก ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อไป พบพระครูปิยะรัตนานุกุล หรือหลวงพี่ต่อและนางสาวขวัญเกล้า จันทิมาตร หรืออ้อแอ้ ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าชมวิหารเซียนใต้ฐานองค์หลวงพ่อพันล้านที่ข้างในได้ตั้งเซียมซีที่มีขนาดใหญ่มียาวสูงประมาณ 1 เมตรและไม้เสี่ยงเซียมซียาวประมาณ 1เมตร 50 เซนติเมตร ภายในไม้เสี่ยงเซียมซีจะมีตัวเลข 1- 10 ไว้ให้ประชาชนที่เข้ามาในวัดได้เสี่ยงทายทำนายดวงชะตาของแต่ละคน

          จากการให้สัมภาษณ์ของนางสาวขวัญเกล้า จันทิมาตร เล่าว่าตนได้เข้าไปเปิดเฟสบุ๊คดูและพบว่าในต่างจังหวัดได้ทำเซียมซีที่ใหญ่พอประมาณ จึงได้มาปรึกษาพระครูปิยะรัตนานุกุล ที่จะทำเซียมซีที่มีขนาดใหญ่มาไว้ให้ประชาชนที่เข้ามาทำบุญที่วัดได้ใช้เสี่ยงทายดวงชะตา และขณะนี้ได้ทำเพิ่มเพื่อไปวางไว้อีกหลายจุดภายในวัดมณีวงศ์ดังกล่าว

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีจุดเทียน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

         เมื่อวันที่(13 ตุลาคม 2562) เวลา 19.30 น. ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานพิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกาและภริยา ประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและภริยา คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิ สภา ข้าราชการตุลาการ ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ รัฐวิสาหกิจ และประชาชนทุกสาขาอาชีพ เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน

          เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางถึงมณฑลพิธีท้องสนามหลวง นายกรัฐมนตรีและภริยาเดินขึ้นสู่เวที ถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมกล่าวรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ความว่า

         เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันนี้ ข้าพระพุทธเจ้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐ มนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ที่ได้มาชุมนุมกันอย่างพร้อมเพรียง ณ ที่แห่งนี้ ต่างน้อมจิตตั้งมั่นเพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาสุดมิได้

         นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ปวงพสกนิกรใต้ร่มพระบารมีทั่วราชอาณาจักร ต่างประจักษ์ชัดแจ้งในพระเกียรติคุณ พระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ทรงทุ่มเทกำลังพระวรกายและพระสติปัญญาคิดค้นโครงการในพระราชดำริหลายพันโครงการ อันเป็นประโยชน์อย่างอเนกอนันต์แก่ประเทศชาติ ทั้งได้พระราชทานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไว้เป็นแนวทางให้ประชาชนได้ดำเนินชีวิตอย่างมีภูมิคุ้มกัน ปวงอาณาประชาราษฎร์ต่างสำนึกซาบซึ้ง และระลึกอยู่เสมอว่านับเป็นบุญอันประเสริฐโดยแท้ ที่ได้มีชีวิตอยู่อย่างผาสุกร่มเย็นบนผืนแผ่นดินไทย ภายใต้ร่มพระบารมีของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ

          ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น เปรียบประดุจดวงประทีปของแผ่นดินที่ส่องนำทางสร้างความรุ่งเรืองแก่ชาติบ้านเมืองมายาวนานตลอดรัชสมัยแห่งพระองค์ ปวงข้าพระพุทธเจ้าจักน้อมนำแนวทางตามที่ได้พระราชทานไว้ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวในการปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติตนเพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติและประชาชนสืบไป

          เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันนี้ ขอให้ผู้ที่ชุมนุมกัน ณ สถานที่แห่งนี้และสถานที่ต่าง ๆ พร้อมใจกันจุดเทียนและยืนสงบนิ่ง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยตราบกาลนิรันดร์

          จากนั้น นายกรัฐมนตรี และภริยา รับมอบเทียน พร้อมด้วยผู้ร่วมพิธี ยืนสงบนิ่ง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นเวลา 89 วินาที เสร็จภารกิจนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับ

——————–

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

นายกฯ รับรายงานคนไทยในญี่ปุ่นทุกคนปลอดภัย พร้อมชมเชยการทำงานของทุกฝ่าย

          ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามสถานการณ์พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดพายุได้กลับลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงใยคนไทยที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น รวมถึงผู้ที่กำลังท่องเที่ยวหรืออาศัยอยู่ที่นั่นเป็นอย่างมาก

          ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้ตรวจสอบกับเครือข่ายคนไทย วัด นักเรียน และอาสาสมัครทราบว่า ทุกคนปลอดภัยดี ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีชมเชยการทำงานของทุกฝ่ายที่แจ้งเตือนข้อมูลแก่ประชาชนอย่างฉับไวและใกล้ชิด ทำให้ทุกคนเตรียมความพร้อมได้ทันท่วงที โดยเฉพาะสถานเอกอัครราชทูตไทยที่สามารถติดต่อสื่อสารกับคนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

ชมรมไทยสร้างสรรค์พัฒนาสังคมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9

         เนื่องในวันที่ 13 ตุลาคม 2562 เป็นวันครบรอบ 3 ปีแห่งการเสด็จสวรรคตของ “พระ บาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” ในหลวง ร.9 กษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ

นครนายก – ผ้าป่าสนับสนุน ทุนเล่าเรียนหลวง สำหรับพระสงฆ์

จังหวัดนครนายก จัดพิธีทอดผ้าป่าสนับสนุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย

         ที่ศาลาห้องประชุมสงฆ์วัดพราหมณี พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก เจ้าอาวาวัดพราหมณี พระอารามหลวง พระครูปริยัติ โพธิสุนทร เจ้าคณะอำเภอเมืองนครนายก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีพิธีทอดผ้าป่าสนับ สนุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย โดยมีพระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา จากนั้นพระสงฆ์จำนวน 10 รูป สวดพระพุทธมนต์ ธรรมนิยามสูต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนิกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมราชบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต ประธานพิธีเชิญผ้าบังสุกุลวางไว้ที่กองผ้าป่า

          จากนั้นประธานสงฆ์ได้พิจารณาบังสุกุล ประธานฝ่ายฆราวาส ทอดผ้าไตรบังสุกลจำนวน 10 ผืน พระสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุล หัวหน้าส่วนราชการประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์จำนวน 10 รูป พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานกรวดน้ำและรับพร สำหรับทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทยได้มุ่งเน้น เพื่อให้พระภิกษุและสามเณรได้ศึกษาพระธรรมวินัยอย่างลึกซึ้งแตกฉาน สร้างความร่มเย็นในสังคมด้วยการมีหลักพุทธธรรมที่ถูกต้อง เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เป็นหลักทางจิตใจและความคิดของประชาชนตลอดไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก – ตักบาตรเทโวโรหณะวันออกพรรษา

จังหวัดนครนายก จัดงานทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ ข้าวสารอาหารแห้ง ข้าวต้มลูกโยน แด่พระภิกษุสงฆ์ เนื่องในโอกาสเทศกาลออกพรรษา ประจำปี 2562

         ที่บริเวณลานวัดเขานางบวช ตำบลสาลิกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนนายก องค์การบริหารส่วนตำบลสาลิการ่วมกับทางวัดเขานางบวชและประชาชนในพื้นที่ พื้นที่ใกล้เคียง ร่วมทำบุญเข้าวัดตักบาตรเทโวโรหณะ โดยมีนายบัญชา เชาวรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในพิธีเปิดงานฯ และมอบรางวัลแก่ผู้แต่งกายชุดไทย สืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ให้คงอยู่คู่ชาติตลอดไป

         ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ถือเป็นอีกหนึ่งประเพณีสำคัญในช่วงเทศกาลออกพรรษา โดยมีความเชื่อกันว่าวันออกพรรษา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อรับบิณฑบาตจากชาวบ้าน โดยทางวัดเขานางบวชได้จัดประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะติดต่อกันมาเป็นเวลา 24 ปีแล้ว และทุกปีจะมีประชาชนมาร่วมงานบุญยิ่งใหญ่กันเป็นจำนวนมาก

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี – เจ้าของอู่ซ่อมรถ บนพ่อแก่ขายที่ดินได้ ถวายฟักทอง 300 ลูก

          เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2562 ที่อาศรมฤๅษีเณร ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 บางปะอิน – ปทุมธานี น.ส.สุนีย์ แซ่เหลี่ยม อายุ 60 ปี เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ ซวงดีเซล เลขที่ 2/314 ถนนพหลโยธิน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ได้เดินทางมาถวายฟักทอง 300 ลูก กับพ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ หลังจากที่ขายที่ดินได้สำเร็จ และแก้บนกุมารเจ้าสัวเฮง จุดประทัด 2,000 นัด หลังจากถูกฉลากกินแบ่งรางวัลที่ 5 ในงวดที่ผ่านมา

          โดยบรรยากาศที่อาศรมฤๅษีเณร มีประชาชนเดินทางมาดูตัวเลขที่อ่างน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ โดยมีตัวเลข ตัวเลข 0,4,6,2,7 และ 8 ลอยอยู่บนผิวน้ำมนต์ที่อ่าง ตัวเลขเหล่านี้จะลอยวนเวียนไปเรื่อยไม่อยู่กับที่ ด้านฤๅษีเณรธาตุพุทธคุณได้ทำพิธีจรดตัวเลขเหล่านี้เรียกว่า “เลขโสฬสสะระตะ” นอกจากนี้ประชาชนยังได้เข้ามาร่วมพิธีอาบน้ำมนต์ตัดกรรม ลงนะหน้าทอง สาลิกาลิ้นทอง เจิมหน้าผากเสริมดวงรับโชคลาภ ซึ่งเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ประชาชนที่แสวงหาการเสี่ยงโชคมักจะเข้ามากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในอาศรมฤๅษีเณรเป็นที่ร่ำลือพูดถึงอย่างมาก หลังจากที่ประชาชนได้ผ่านพิธีนี้ มักจะพูดกันปากต่อปากว่าศักดิ์สิทธิ์นัก

          ทางด้าน น.ส.สุนีย์ แซ่เหลี่ยม กล่าวว่า เนื่องจากได้มาขอพรจากพ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ให้ขายที่ดินได้ เมื่อกลับไปบ้านไม่นานก็มีคนมาติดต่อเพื่อซื้อขายที่ดินทันที่ และโอนที่ดินเสร็จเรียบร้อย จึงได้ซื้อฟักทองมาจำนวน 300 ลูกเพื่อถวายแก้บน ส่วนการจุดประทัด 2,000 นัด เนื่องจากตนเองถูกฉลากกินแบ่งฯ รางวัลที่ 5 จึงมาแก้บนดังกล่าว และทราบว่าที่อาศรมจะมีงานยกเศียรพ่อแก่องค์ใหญ่ที่สุดในโลก จึงจะเดินทางมาร่วมงานบุญอีกในวันที่ 22 ตุลาคม 2562.

CR. พี่อนันต์ ปทุมธานี

จังหวัดลพบุรี – หนึ่งเดียวในโลกตักบาตรลูกอม วันออกพรรษา

ในวันเทศกาลวันออกพรรษา 15 ค่ำเดือน 11 ชาวไทยเบิ้ง ต.โคกสลุง อ.พัฒนานิคม ลพบุรี ร่วมประเพณีตักบาตรลูกอม หนึ่งเดียวในโลกที่ทำสืบอดกันมาอย่างยาวนาน นับ 100 ปี สำหรับลูกอมที่ตักบาตรเพื่อให้พระสงฆ์ที่เดินธุดงค์นำติดตัวไประหว่างทางเมื่อเกิดกระหายน้ำ

         เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 62 ที่วัดโคกสำราญ ต.โคกสลุง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ชาวไทยเบิ้งที่อาศัยอยู่ที่นี้ทั้งเด็กและคนแก่จำนวนมาก มาร่วมตัวกันที่วัด เพื่อทำบุญในวันออกพรรษา และวันนี้เป็นวันประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ซึ่งที่นี้จะมีการตักบาตรที่ไม่เหมือนกับที่อื่นสำหรับที่วัดโคกสำราญวัดในชุมชนไทยเบิ้งแห่งนี้ จะใช้ลูกอม เช่น ลูกอมนมสด ที่ชาวบ้านกวนกันเอง ลูกอมที่หาซื้อจากท้องตลาด มาตักบาตรเทโวพระสงฆ์ โดยเป็นการทำสืบทอดต่อกันมารุ่นต่อรุ่นจนถึงนะวันนี้ยาวนานกว่า 100 ปีแล้ว

         พระครูผาสุกพัฒนสุนทร เจ้าอาวาสวัดโคกสำราญ ต.โคกสลุง กล่าวว่า การตักบาตรเทโวของที่นี้ เป็นการสืบทอดประเพณีเก่าของชาวไทยเบิ้ง ซึ่งการตักบาตรลูกอมมีความหมายคือในอดีตกาลหลังออกพรรษาแล้วพระสงฆ์ส่วนใหญ่ก็จะออกเดินธุดงค์เพื่อปฎิบัติธรรม แต่การเดินทางสมัยก่อนไม่สะดวก พระสงฆ์ที่รับบาตรลูกอมมาก็จะนำลุกอมติดตัวไปด้วยเวลาเดินธุดงค์พระสงฆ์เกิดหิวน้ำก็จะใส่ลูกอมอมแทนการดื่นน้ำเพื่อแก้กระหายน้ำ หรือบางครั้งระหว่างออกธุดงค์พระเกิดอาพาธเมื่อกินยาลูกกรแล้วมีอาการขมก็จะใช้ลูกอม อมก็จะแก้ขมได้จึงถือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันตลอดมาตลอดจนปัจจุบัน

ภาพ/ข่าว นายกฤษณ์ ลพบุรี
นายโยธิน พรมแตง /รายงาน