ตม.4​ โชว์​ผลงาน​ “BIOMETRICS” เจ๋ง​ จับพิรุธปลอมหนังสือเดินทาง แคนาดา

         วันนี้​ วันอาทิตย์ที่ 20 ต.ค.62 เวลา 14.00 น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย

  1. พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม.
  2. พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4
  3. พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ
  4. พ.ต.อ.นิธิศ ปิติธีรโชติ
  5. พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รองผบก.ตม.4
  6. พ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ รองผบก.ภ.จ.ปทุมธานี ปฏิบัติราชการ สตม.
  7. พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.สส.บก.ตม.4​

ร่วมแถลงข่าว ผลจับกุมคดีสำคัญโดย “BIOMETRICS” จับพิรุธ ปลอมหนังสือเดินทางแคนาดา

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าว​ว่า​เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2562 เวลาประมาณ 16.30 น. ตม.จ.มุกดาหาร ได้จับกุมตัว นายโรเบิร์ต (MR.ROBERT) อายุ 54 ปี สัญชาติแคนาดา พร้อมของกลางหนังสือเดินทางประเทศแคนาดา จำนวน 1 เล่มโดยกล่าวหาว่า “ปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม” พฤติการณ์คือ ตามวันเวลาเกิดเหตุขณะที่นายโรเบิร์ตฯ​ ได้แสดงหนังสือเดินทางต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เพื่อตรวจอนุญาต ปรากฏการแจ้งเตือนในระบบตรวจสอบหนังสือเดินทาง (BIOMETRICS) ว่า

         เอกสารหนังสือเดินทางดังกล่าว ได้ถูกแจ้งหาย​ และถูกโจรกรรม ตามข้อมูลขององค์ กรตำรวจสากล (INTERPOL) จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ประจำสถานทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ได้รับแจ้งยืนยันว่าหนังสือเดินทางดังกล่าวมีการปลอมหน้าประวัติผู้ถือ โดยกองหนังสือเดินทางของแคนาดา ได้ออกหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าว ให้กับ นางโจเซ่ (MRS.JOSEE) ตามฐานข้อมูลหนังสือเดินทาง เอกสารเล่มดังกล่าวได้ถูกบันทึกแจ้งหายไว้ทำให้ไม่สามารถใช้เดินทางได้อีกต่อไป จากนั้นได้นำตัวคนต่างด้าวพร้อมหนังสือเดินทางของกลาง มาตรวจสอบเปรียบเทียบกับข้อมูลรายละเอียดของหนังสือเดินทางฉบับจริงพบข้อแตกต่าง ดังนี้

  1. หมายเลขหนังสือเดินทางในหน้าข้อมูล หน้าที่ 2 กับหน้าที่ 3 ไม่ตรงกัน
  2. หมายเลขบาร์โค้ดในหน้าที่ 3 ไม่ตรงกับรอยปรุหน้าอื่นๆ
  3. หน้าที่ 2 ถึง 4 ไม่มีรอยปรุหมายเลขบาร์โค้ด
  4. ตัวหนังสือ CANADA ไม่ได้พิมพ์ด้วยหมึกเปลี่ยนสี
  5. หน้าข้อมูลในหนังสือเดินทางหน้าที่ 2 ไม่มีการเปลี่ยนสีตามมุมมองของอุปกรณ์เปลี่ยนรูปเปลี่ยนสี หรือ OVD และ
  6. หน้าข้อมูลในหนังสือเดินทางหน้าที่ 2 พิมพ์ชื่อเมืองผิด “VANCOVER” ที่ถูกต้องคือ “VANCOUVER” เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาจับกุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝากประชาสัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบกวดขันและจับกุมปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุข​ และความปลอดภัยในชีวิติทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิด ความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

          หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มุกดาหาร # นรข.บ้านแพง ตรวจยึดเรือแพ ขนรถยนต์ 2 คัน กลางแม่น้ำโขง ขณะนำส่งประเทศเพื่อนบ้าน

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ตรวจยึดรถกระบะโจรกรรมข้ามชาติในพื้นที่ จ.นครพนม

         เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 62 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย สถานีเรือบ้านแพง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข) ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ แถลงการณ์ตรวจยึด รถยนต์กระบะโจรกรรมข้ามชาติ จำนวน 2 คัน คือ

  • รถยนต์กระบะโตโยต้า Revo 4 ประตู สีขาว หมายเลขทะเบียน กพ 7764 ราชบุรี
  • โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน 7 กด 1160 กทม.

          พร้อมเรือแพดัดแปลงติดเครื่องยนต์ 2 ลำ โดยตรวจยึดได้ เมื่อเวลา 03.00 น. ที่ผ่านมา บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านดอนแพง ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ภายหลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า จะมีการลักลอบขนส่งรถยนต์โจรกรรมข้ามชาติ ส่งไปขายประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว จึงระดมกำลังวางแผน เข้าสกัดกั้นปราบปรามจับกุม จนกระทั่งพบกลุ่มชายต้องสงสัย ประมาณ 7 -10 คน กำลังช่วยกันลำเลียงรถยนต์ดังกล่าวลงเรือหางยาว ที่ดัดแปลงต่อเป็นแพ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นจับกุม ทำให้กลุ่มผู้กระทำผิดทิ้งรถ ยนต์หนี และอาศัยความมืดหายไป จึงได้ทำการตรวจยึดรถยนต์ของกลางมาตรวจสอบที่สถานนีเรือบ้านแพง

         เบื้องต้น จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เชื่อว่า รถยนต์ดังกล่าวจะเป็นรถยนต์ของขบวนการโจรกรรมรถยนต์ข้ามชาติ ที่ลักลอบนำมาเตรียมส่งไปขายประเทศเพื่อนบ้าน ที่เคยมีการจับกุมหลายครั้ง โดยจะใช้วิธีการลำเลียงลงเรือหางยาวส่งต่อไปขาย ในราคาคันละประมาณ 2 -3 แสนบาท ตามสภาพ ส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์กระบะ ประเภทยกสูง ยี่ห้อโตโยต้าเป็นหลัก เพราะเป็นที่นิยมของตลาดโจรกรรมรถยนต์ข้ามชาติ ซึ่งรถยนต์คันดังกล่าวจากการาตรวจสอบเอกสารพบชื่อผู้ครอบครอง และเอกสารสัญญาซื้อขาย และหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งจะได้เร่งตรวจสอบขยายผล สอบสวนหาที่มา รวมถึงสอบสาวนเจ้าของรถว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

           สำหรับที่มาของรถยนต์ส่วนใหญ่ จะมีที่มาประกอบด้วย รถยนต์ที่ได้จากการโจรกรรม รวมถึงรถยนต์ที่ดาวน์มาในราคาต่ำ แล้วส่งต่อไปขาย และยังมีรถยนต์ส่วนใหญ่ที่นำส่งออกไปขาย คือรถยนต์ที่นำมาจากการจำนำบ่อนการพนัน โดยทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสืบสวนขยายผล ติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดี พร้อมเพิ่มมาตรการเข้มในการสกัดกั้นปราบปรามจับกุม ตามพื้นที่แนวชายแดนต่อไป.


///// พวงเพชร จันทร์ดี รายงาน /////

“องคมนตรี” เป็นประธาน ในพิธีน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

“องคมนตรี” เป็นประธานในพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

          วันที่ 19 ตุลาคม 2562 ณ เขื่อนแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี​ : พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี พร้อมด้วย นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ร่วมเป็นประธานในพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

         โดยมี นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวง​ และการบินเกษตร, ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีฝ่ายบริหาร กรมชลประทาน​ และนายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เข้าร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมร่วมปล่อยพันธ์ุปลา ถวายเป็นพระราชกุศล จำนวน 100,000 ตัว โอกาสนี้คณะจิตอาสา เกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำ ได้ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ด้วยการทำความสะอาดและเก็บเศษวัชพืช

         สำหรับพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จัดขึ้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ​ และเผยแพร่ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของกรมฝนหลวง และประวัติศาสตร์เมื่อครั้งรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในการทรงบัญชาการปฏิบัติการฝนหลวง สาธิตแก่นักวิทยาศาสตร์ชาวสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2515 ณ เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชร บุรี ซึ่งการสาธิตการทำฝนหลวงในครั้งนั้น ถือเป็นต้นกำเนิดเทคโนโลยีฝนหลวงที่พัฒนามาเป็นการทำฝนหลวงมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤตภัยแล้งนำมาซึ่งความอยู่ดีกินดีของพี่น้องเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่

         ทั้งนี้ในส่วนของกรมชลประทาน ได้มีการรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่แก่งกระจาน โดย นายบุญลือ คงชอบ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและ บำรุงรักษา สำนักงานชล ประทานที่ 14 และนายสันต์ จรเจริญ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ร่วมบรรยายข้อมูลให้แก่องมนตรีได้รับทราบ พร้อมทั้งนำคณะองคมนตรี ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าโครงการจัดหาน้ำเพื่อช่วยเหลือราษฎร์ในพื้นที่ตำบลแก่งกระจานและตำบลวังจันทร์พร้อมระบบส่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

          โดยอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำปัจจุบัน 563.155 ลบ.ม. มีปริมาณการส่งน้ำ​ และการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี​ 2562/2563 รวม 476.148 ลบ.ม. ซึ่งมีน้ำเพียงพอต่อการใช้น้ำได้ถึงต้นฤดูฝน ปี 2563 สร้างความยั่งยืนให้กับราษฎรในพื้นที่ต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนตม.4 จับฉ้อโกงประชาชน หลอกทำหนังสือรับรอง เพื่อจดทะเบียนสมรสปลอม ป่วน 300 คู่รักไทย-ลาว

สืบสวนตม.4 จับฉ้อโกงประชาชน หลอกทำหนังสือรับรองเพื่อจดทะเบียนสมรสปลอม ป่วน 300 คู่รักไทย-ลาว

         วันนี้​ วันอาทิตย์ที่ 20 ต.ค.62 เวลา 14.00 น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ, พ.ต.อ.นิธิศ ปิติธีรโชติ, พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รองผบก.ตม.4, พ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ รองผบก.ภ.จ.ปทุมธานี ปฏิบัติราชการ สตม. และ พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.สส.บก.ตม.4 ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาฉ้อโกงประชาชน หลอกทำหนังสือรับรองเพื่อจดทะเบียนสมรสปลอม ป่วน 300 คู่รักไทย-ลาว

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 26 ก.ย.62 เวลาประมาณ 10.45 น. กก.สส.บก.ตม.4 ร่วมกับ ตม.จ.หนองคาย ตม.จ.อุดรธานี และ สภ.เมืองอุดรธานี นำหมายศาลจังหวัดอุดรธานีเข้าตรวจค้นและจับกุมตัวนายณรงค์ศักดิ์ฯ ผู้ต้องหา ได้บริเวณหน้าบ้าน ต.โพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน” นำส่ง พงส.สภ.เมืองอุดรธานี ดำเนินการคดีตามกฎหมาย

         โดนพฤติการณ์ในการกระทำผิด คือผู้ต้องหาได้ร่วมกับกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่อยู่ใน สปป.ลาว ลงประกาศโฆษณาในเว็บไซต์ว่าสามารถดำเนินการประสานกับเจ้าหน้าที่ สปป. ลาว จัดหาหนังสือรับรองของทางการลาว เพื่อนำมาประกอบการจดทะเบียนสมรสกับชายไทยได้ โดยคิดค่าจ้างรายละ 40,000-70,000 บาท จนมีผู้หลงเชื่อ ติดต่อให้ดำเนินการและโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา และผู้ต้องหาได้โอนเงินให้บุคคลสัญชาติลาวอีกทอดหนึ่ง

         เมื่อกลุ่มผู้ต้องหาดำเนินการเสร็จแล้ว ได้นำหนังสือที่อ้างว่าเป็นหนังสือรับรองของทางการลา วมาให้หญิงชาวลาวเพื่อใช้จดทะเบียนสมรสกับชายไทย จนนายทะเบียน​ อำเภอเมืองอุดรธานี หลงเชื่อรับจดทะเบียนสมรสให้ ความได้ปรากฏภายหลังว่าหนังสือรับรองของทางการลาวดังกล่าว เป็นหนังสือปลอม นายทะเบียนอำเภอเมืองอุดรธานี​ จึงได้แจ้งความร้องทุกข์กับ พงส.สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง พงส.จึงได้ขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดอุดรธานี และ กก.สส.บก.ตม.4 ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบสวนจนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีดังกล่าว

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวต่อว่า​ นอกจากนี้ยังมีกรณีการจดทะเบียนสมรสระหว่างหญิงชาวลาวกับชายไทยในลักษณะดังกล่าวข้างต้น เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี จำนวน 4 ราย ได้แก่ อำเภอเมือง​อุบลราชธานี,อำเภอดอนมดแดง,อำเภอม่วงสามสิบ และอำเภอโขงเจียม จังหวัด​อุบลราชธานี​ โดยฝ่ายปกครองได้แจ้งความร้องทุกข์กับ พงส.ในเขตพื้นที่รับผิดชอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ซึ่ง สตม. โดย บก.ตม.4 ได้เข้าไปร่วมสืบสวนขยายผลหาตัวผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ฝากประชาสัมพันธ์​ว่า​ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขอเรียนให้ท่านทราบว่า เรามีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขันและจับกุมปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“รอง ผบช.น.” รุดตรวจเยี่ยมให้กำลังใจประชาชน พร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและเงินสดช่วยเหลือที่เกิดไฟไหม้ ชุมชนริมทางรถไฟ เขตตลิ่งชัน

“รอง ผบช.น.” รุดตรวจเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนพร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและเงินสดช่วยเหลือที่เกิดไฟไหม้ชุมชนริมทางรถไฟ เขตตลิ่งชัน

          วันที่ 19 ต.ค.62 เวลา 13.00 น.​ : พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.และผบก.น.7​ พร้อมด้วยคณะ กตร.สน. ตลิ่งชัน เข้าตรวจเยี่ยมประชาชน​ พร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและเงินสดช่วยเหลือที่เกิดไฟไหม้ชุมชนริมทางรถไฟ ใกล้สน.ตลิ่งชัน​ เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่18​ ต.ค.62 ที่ผ่านมา

          นอกจากนี้ทางสน.ตลิ่งชัน และ สนง.เขตตลิ่งชัน​ ยังได้จัดเจ้าหน้าที่มาอำนวยความสะดวกทางด้านเอกสาร​ และข้อมูลทะเบียนราษฏร​ รวมถึงที่พักพิงชั่วคราวให้กับชาวบ้านอีกด้วย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เอาใจคนรักสุขภาพ !!เครือสหพัฒน์ ฯ จัดวิ่งการกุศล ระดมทุนสนับสนุนกิจกรรม เพื่อชุมชน

เครือสหพัฒน์ ฯ จัดวิ่งการกุศล ระดมทุนสนับสนุนกิจกรรม เพื่อชุมชนในพื้นที่ ประเดิมสนามแรก ที่ศรีราชา พร้อมเตรียมจัดสนามสอง ที่ลำพูน กลางเดือนพฤศจิกายน และสนามสามที่กบินทร์บุรีปลายเดือน ธ.ค.นี้

         วันนี้ ( 20 ต.ค.) นายวิชัย กุลสมภพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพัฒนา อิน เตอร์โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดงานงานพร้อมด้วย นายนิติ วิวัฒนวานิช นายอำเภอศรีราชา นางปัทมา วิวัฒนวานิช นายแพทย์สมเกียรติ บวรเสรีผไท รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล สมเด็จพระบรมราชนเทวี ณ ศรีราชา ร่วมงานพร้อมนักวิ่งจากทั่วสารทิศ กว่า 3000 คน

          นายวิชัย เผยว่า เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันยั่งยืนระหว่างเครือสหพัฒน์กับชุมชนในพื้นที่ ที่เครือสหพัฒน์ตั้งอยู่คือที่ ศรีราชา ลำพูน และกบินทร์บุรี โดยทางเครือสหพัฒน์ จึงได้จัดกิจกรรมวิ่งการกุศลภายใต้ชื่องานว่า “พระพรหมเครือสหพัฒน์ แชริตี้ รัน” เพื่อระดมทุนสนับสนุนกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนในแต่ละชุมชน

         โดยงาน “พระพรหมเครือสหพัฒน์ แชริตี้ รัน” สนามแรกกำหนดจัดขึ้น ที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี และในวันที่ 20 ต.ค. ณ สนามบินเครือสหพัฒน์ศรีราชา โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 3,000 คน จัดการวิ่งเป็นสองประเภท คือ

  • การวิ่ง Fun Run ระยะทาง 5 กม.
  • มินิมาราธอน ระยะทาง 10 กม.

         รายได้ทั้งหมดจากการวิ่ง โดยไม่หักค่าใช้จ่าย จะสมทบทุนสร้างอาคารศรีสวรินทิรานุสรณ์ 150 ปี โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จำนวน 1,659,500 บาท ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในอำเภอศรีราชา ซึ่งจะเป็นศูนย์รักษาพยาบาลขนาด 26 ชั้น กำหนดเปิดให้บริการได้ประมาณปลายปี 2563 เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี เพราะศรีราชาเป็นพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม ทำให้มีจำนวนแรงงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก

          สำหรับสนามต่อไป เครือสหพัฒน์กำหนดจัดงานวิ่ง “พระพรหมเครือสหพัฒน์ แชริตี้ รัน” ที่จังหวัดลำพูน ในวันที่ 17 พ.ย.ณ สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ลำพูน รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้กับศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัดลำพูน

          และสนามสุดท้ายที่กบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี จะจัดขึ้นในวันที่ 22 ธ.ค. ณ พรหมสถาน สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์กบินทร์บุรี รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วจะนำไปบริจาคสมทบทุนซื้อเครื่องล้างไต มอบให้โรงพยาบาลกบินทร์บุรี

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ภัยเงียบ !! กระดูกพรุน ป้องกันและดูแลได้

ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย รณรงค์ให้รู้จัก ป้องกัน กระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน เนื่องในวันกระดูกพรุนโลก

         โรคกระดูกพรุนเป็นปัญหาทางสาธารณสุขในอันดับที่ 2 ของโลก รองจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด เป็นภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือน สาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระดูกหัก โดยเฉพาะกระดูกสะโพก ซึ่งผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักจะมีอัตราการเสียชีวิตในปีแรกร้อยละ 17% และสัดส่วน 80% ไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมรวม ทั้งจากข้อมูลมูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติ พบว่าประชากรไทยที่มีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน 80 – 90% ยังไม่ได้รับการประเมินและรักษา

          เนื่องในวันกระดูกพรุนโลก วันที่ 20 ตุลาคม 2562 ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย (The Royal College of Orthopaedic Surgeons of Thailand = RCOST) ร่วมกับบริษัท แอมเจน (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมรณรงค์ให้ผู้สูงอายุทุกคนตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน และปรึกษาแพทย์หากพบว่าตนมีความเสี่ยง โดยได้รับเกียรติจาก

  1. ศ.นพ.อารี ตนาวลี ประธานราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย
  2. พันเอก รศ.นพ.ทิพชาติ บุณยรัตพันธุ์ ประธานจัดงานประชุมวิชาการประจำปี ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 41
  3. รศ.นพ.สัตยา โรจนเสถียร ประธานอนุสาขาโรคกระดูกพรุน ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์
  4. ศ.นพ.วิวัฒน์ วจนะวิศิษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลรามาธิบดี
  5. ศ.ดร.นพ.ทวี ทรงพัฒนาศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลพระมงกฏเกล้า
  6. รศ.นพ.พงศ์ศักดิ์ ยุกตะนันท์ ผู้เขี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  7. เภสัชกรหญิง ภัทรพร วิมลวัตรเวที ผู้จัดการ บริษัท แอมเจน (ประเทศไทย)

เข้าร่วมงาน ณ อาคารหอประชุม โรงแรมรอแยลคลิปฯ พัทยา

          ศ.นพ.อารี ตนาวลี ประธานราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า โรคกระดูกพรุน คือภาวะที่ร่างกายมีความแข็งแกร่งของกระดูกลดน้อยลง ส่งผลให้กระดูกหักเกิดง่ายขึ้น ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ เมื่อผู้ป่วยหกล้มจะมีความเสี่ยงกระดูกหักง่าย ไม่ว่าจะเป็นการหกล้มในท่ายืนจากชีวิตประจำวัน หรือบางรายอาจจะมีกระดูกสันหลังยุบจากการที่นั่งกระแทกก้นแรง หรือยกของหนักที่เฉียบพลันเกินไป โดยรวมภาวะกระดูกหักจากสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เราเรียกว่า ภาวะกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน

          รศ.นพ.สัตยา โรจนเสถียร ประธานอนุสาขาโรคกระดูกพรุน ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ กล่าวว่า หลังจากที่ผู้ป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนแล้วพบว่า ตำแหน่งที่ทำให้เกิดกระดูกหักมากและบ่อยคือ กระดูกสะโพก กระดูกข้อมือ กระดูกซี่โครง กระดูกต้นแขน กระดูกสันหลัง ซึ่งอาการของการเกิดกระดูกหักมักสัมพันธ์กับการล้ม และแม้คนไข้จะล้มแบบธรรมดาครั้งเดียว หรือล้มแบบเบา ๆ คนไข้ก็สามารถที่จะมีสะโพกหักได้

          ศ.นพ.วิวัฒน์ วจนะวิศิษฐ ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า โรคกระดูกพรุนเมื่อเป็นแล้ว ผลที่ตามมาคือจะมีกระดูกหัก และพบบ่อยที่สุดคือช่วงกระดูกสันหลัง กระดูกสันหลังยุบ และกระดูกสันหลังหักพบถึง 50% ของผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุน อาการแสดงที่สังเกตง่าย ๆ คือ ตัวเตี้ยลงมากกว่า 4 เซนติเมตร หลังโก่ง และหลังโค้ง

          ศ.ดร.นพ.ทวี ทรงพัฒนาศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลพระมงกฏเกล้า กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโรคกระดูกพรุนคือ การเกิดกระดูกหักจะทำให้ผู้ป่วยเกิดความทรมานและเดือดร้อนไปถึงผู้ดูแล รวมทั้งเกิดโรคแทรกซ้อนบางอย่าง เช่น แผลกดทับ โรคปอดบวม โรคแทรกซ้อนทางหัวใจ หลอดเลือดต่าง ๆ ซึ่งสามารถเกิดตามมาได้ และถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาผ่าตัดเสร็จแล้ว อาจจะตามมาด้วยการไม่สามารถใช้ชีวิตได้ 100 % หรืออาจจะเกิดความพิการขึ้นได้ หรืออาจจะมีอันตรายถึงกับชีวิตได้ด้วย

          รศ.นพ.พงศ์ศักดิ์ ยุกตะนันท์ ผู้เขี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การป้องกันโรคกระดูกพรุน คนไข้สามารถเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่วัยเด็กได้ โดยรับประทานอาหารที่มีแคลเซียม หมั่นออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน เช่น ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา ในผู้ที่มีความเสี่ยงหรือผู้หญิงเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือน ควรมาพบแพทย์ ส่วนผู้ที่ตรวจพบแล้วว่าเป็นโรคกระดูกพรุน แนะนำให้พบแพทย์เพื่อที่แพทย์จะได้แนะนำเกี่ยวกับการรับประทานยา และการปฎิบัติตัวที่เหมาะสม

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก – รับถ้วยพระราชทาน :สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

         นายวิวรรธน์ วิไลลักษณ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครนายก ครู และนักเรียน นักศึกษา ได้เข้าร่วมพิธี รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และแสดงความยินดีกับ “ทีมสาริกา” วิทยาลัยเทคนิคนครนายก ประกอบด้วย นายชาญชัย จันทา ระดับ ปวส. ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ แผนกวิชาอิเล็กทรอนิกส์, นายพลธนรัชต์ วงษาพล และนายกฤษฎา ดีทิพย์ ระดับ ปวส. ชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาเทคนิคการผลิต แผนกวิชาช่างกลโรงงาน

         โดยมีนางกฤษณา เฮ็งฉุน นายสุชาติ เฮ็งฉุน และนายนรัท พูลเพิ่มสุขสมบัติ เป็นครูที่ปรึกษา ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันประเภทการออกแบบชิ้นส่วนยานยนต์ด้วยหุ่นยนต์อุตสาหกรรม 4.0 (Competition on Automotive Parts Design with Industrial Robot) ได้รับถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท จากการแข่งขันการควบคุมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 ครั้งที่ 2 (Thailand Competition on Robotic and Automation Control using Industry 4.0 Technology 2nd) ณ วิทยาลัยเทคนิคนครนายก

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก – ชาวบ้านขุดดินพบระเบิด ตกใจ รีบโทรแจ้งตำรวจ

ชาวบ้านขุดดินเพื่อปลูกฟักทองพบระเบิดรวมทั้งหมดจำนวน 9 ลูกตกใจรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

          ร.ต.อ.สุนทร สุวลักษณ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านนา จ.นครนายก ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นระเบิด ในพื้นที่หมู่ 5 ซอยโรงช้าง บ้านโคกประเสริฐ ต.ป่าขะ อ.บ้านนา จึงรายงานให้ พ.ต.อ.กสินธุ์ ธำรงศรีสุข ผกก.สภ.บ้านนา รีบไปตรวจสอบพร้อมด้วย นายพัลลพ แต่งตั้ง ปลัดอำเภอบ้านนา และชุดสืบสวน และร.ต.อ.ชาติชาย พูนทา หน่วยเก็บกู้ระเบิด EOD จ.นครนายก

         ที่เกิดเหตุ เป็นพื้นดินว่างเปล่าเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ บริเวณรอบๆปลูกข้าวโพด และยังมีพื้นที่ว่างเปล่า มีรอยขุดดินเป็นหลุมขึ้นมากองไว้ พบระเบิดลูกเกลี้ยง 1 ลูก ระเบิดหน่อยหน่า 1 ลูก เมื่อเจ้าหน้าที่ EOD ใช้เครื่องสแกนตรวจพบลูกเกลี้ยง 1 ลูก ลูกปืนคอร์ จำนวน 2 ลูก ลูกระเบิด TNT ขนาด 1 ส่วน 2 ปอนด์ และขนาด 1 ส่วน 4 จำนวน 4 ลูก อยู่ในถุงพลาสติก รวมทั้งหมด 9 ลูก สภาพเป็นสนิมมีดินเกาะเกรอะกัง เจ้าหน้าที่ใช้ล้อยางรถยนต์ครอบไว้กั้นพื้นที่ไม่ให้ประชาชนเข้าใกล้เกรงว่าจะระเบิด

          จากการสอบถามนายลัย แก้วปิก อายุ 64 ปี เล่าว่า ตนเป็นชาว จ.พะเยา มาได้ภรรยาอยู่ ต.บ้านพริก อ.บ้านนา มาเช่าที่ดินผืนนี้ได้ประมาณ 2 เดือนเศษ มาปลูกกระต๊อบพักอยู่ข้าง ๆ ถากถางจนเตียนปลูกข้าวโพด สายวันนี้เอาจอบขุดหลุมเพื่อปลูกฟักทอง ขุดลงไป 50 ซม. จอบงัดก้อนดินขึ้นมามีกลมๆ กระเด็นขึ้นมาโดนขานึกว่าขาโต๊ะ หยิบมาดูพบว่าลูกระเบิด และมองไปในหลุมยังมีอีก ตกใจแทบช็อกโยนทิ้งละจอบวิ่งไม่คิดชีวิต ตนมีความเชื่อมั่นว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคือในคอคล้องสร้อย มีเหรียญหลวงพ่อเกิด วัดโพธิ์แทน หลวงพ่อรอด เกจิอาจารย์ชื่อดังขณะจอบขุดโดนจังๆ ถึงไม่ระเบิด จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ

         ด้าน พ.ต.อ.กสินธุ์ ธำรงศรีสุข ผกก.สภ.บ้านนา จ.นครนายก กล่าวว่า เป็นช่วงกวาด ล้าง คาดว่าบุคคลที่มีอาวุธอันตราย จนท ตั้งด่านกวดขันอย่างต่อเนื่อง กลัวความผิดจึงนำมาขุดหลุมฝังดินไว้ จึงให้เจ้าหน้าที่ EOD ขุดหลุดทำลายในที่เกิดเหตุเนื่องจากสลักระเบิดถูกสนิทกัดกล่อนยากต่อการเคลื่อนย้าย และจะได้สืบหาผู้ที่เอาระเบิดมาฝั่งรายนี้เพื่อมาดำเนินคดีต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

อ่างเก็บน้ำห้วยตู้ล่าง คึกคัก หลังฝนตกลงมา ชาวบ้านเล่นน้ำ คลายร้อน

         วันนี้ 20 ต.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบังบริเวณฝายน้ำล้น อ่างเก็บน้ำห้วยตู้ 1 หรืออ่างห้วยตู้ล่าง ม.11 ต.เกล็ดแก้ว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังประชาชนจำนวนมากได้ให้ความสนใจ พากันไปเล่นน้ำพักผ่อนกันอย่างสนุกสนาน พบเป็นทางดินแดงตรงจากอ่างเก็บน้ำห้วยตู้เข้าไปประมาณ 200 เมตร พบฝายน้ำล้นขนาดความกว้างประมาณ 50 เมตร เป็นคอนกรีตลาดยาวสไลด์ลงไปความยาวประมาณ 100 เมตร พบประชาชนพาครอบครัวมาเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน บ้างครอบครัวปูเสื่อนำอาหารมารับประทานกันริมฝาย เพื่อความผ่อนคลาย

          ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ได้มีหน่วยงาน ต่างๆในพื้นที่ และประชาชนได้มาช่วยกันดำเนินการพัฒนาและทำความสะอาด บริเวณรอบๆ ฝายน้ำล้นอ่างห้วยตู้ให้สะอาดตาและน่าท่องเที่ยวเพื่อสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ โดยภายหลังจากที่ก่อนหน้า อ่างเก็บน้ำห้วยตู้แห่งนี้ได้ถูกสั่งปิดอย่างไม่มีกำหนด และล่าสุด ได้มีประชาชนที่ติดตามข่าวสารจากโลกโซเชียลได้พบเห็นข้อมูลข่าวสารและบรรยากาศที่ฝายน้ำล้นของอ่างเก็บน้ำห้วยตู้ที่ได้มีน้ำล้นไหล เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และได้มีการพัฒนาทำความสะอาด จนเริ่มมีผู้คนเข้ามาพักผ่อนกันช่วงวันหยุดจนมาถึงในตอนนี้ก็ได้มีผู้คนหลั่งไหลเดินทางกันมาเล่นน้ำและพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยตู้นั้นกลับมาคึกคักอีกครั้ง

          สำหรับฝายน้ำล้น อ่างเก็บน้ำห้วยตู้ 1 เป็นหนึ่งใน โครงการพัฒนาลุ่มน้ำบ้านอำเภอ (ตามแนวพระราชดำริ) ที่ดำเนินการโดยกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยความจุของอ่างอยู่ที่ 1.5 ล้าน ลบ.ม. ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว หมู่ที่ 11 ชุมชนบ้านโค้งวันเพ็ญ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยเทศบาลตำบลเกล็ดแก้วมีแนวคิดที่จะพัฒนาพื้นที่โดยรอบให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แล้วด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก