ยะลา – กศน.จังหวัด สั่ง ผอ.อำเภอทุกอำเภอ ตรวจสอบเข้ม เข้าแจ้งความ ผู้ปลอมเอกสาร วุฒิ ม.6 เข้าสอบตำรวจ

กศน.จังหวัดยะลา สั่ง ผอ.อำเภอทุกอำเภอตรวจสอบเข้ม เข้าแจ้งความ ผู้ปลอมเอกสารวุฒิ ม.6 เข้าสอบตำรวจ

         วันนี้ 22 ต.ค.62 ที่สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จ.ยะลา (กศน.) นางขนิษฐา มะลิสุวรรณ ผอ.กศน.จ.ยะลา ได้เรียกนายสมพงศ์ ฉิมหนู ผอ. กศน.อ.เมืองยะลา เข้าพบเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีการแอบออกใบประกาศคุณวุฒิการศึกษา ชั้น มัธยมปลายปีที่ 6 ปลอม เพื่อนำไปสมัครสอบเข้าศึกษาต่อหรือนำเป็นหลักฐานการสมัครเป็นผู้นำท้องถิ่น อบต. ซึ่งจาการตรวจสอบพบว่า ที่ออกในนาม กศน.อ.เมือง มากที่สุด จำนวน 26 ราย 1 ในนั้น นำไปสมัครสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ และสอบผ่านเข้าศึกษาได้อีกด้วย โดยให้นายสมพงศ์ ฉิมหนู ผอ.กศน.อ.เมือง นำเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้อง ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลาเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องอีกด้วย

         นางขนิษฐา มะลิสุวรรณ ผอ.กศน.จ.ยะลา เปิดเผยว่า หลังจากได้มีการตรวจสอบพบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารราชการเท็จในเรื่องการออกใบประกาศวุฒิการศึกษาปลอมเกิดขึ้น ตนได้สั่งการให้ ทุกอำเภอให้มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด และกำชับให้ ผอ.กศน.กำชับ ให้ตรวจสอบบุคคลภายใน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุ การณ์ที่เกิดขึ้น ให้ดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเฉีนบขาด ฝากให้ปลายทางคือ หน่วยงานที่รับบุคคลเหล่านี้ได้ตรวจสอบในรายละเอียดและสอบถามมายัง กศน.ได้ด้วย

          สำหรับบุคคลที่ใช้เอกสารปลอมไปสมัครไปศึกษาต่อ พบว่า ไปสมัคร ตำรวจ 1 ราย สมัครเรียนในระดับอุดมศึกษา 2 ราย และส่วนใหญ่จะเป็น การสมัคร เจ้าหน้าที่ อส. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและ สมาชิกสภาท้องถิ่น พบนำไปประกอบไปสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา 1 รายอีกด้วย

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี

สำนักข่าวความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ยะลา – แม่ทัพภาค 4 เปิดศูนย์จิตอาสา ม.ราชภัฏยะลา ปลูกจิตสำนึกให้แก่นักศึกษา

แม่ทัพภาค 4 เปิดศูนย์จิตอาสามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ปลูกจิตสำนึกด้านการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และด้านจิตอาสาให้แก่นักศึกษา

         วันนี้ 21 ต.ค.62 ที่ ลานกิจกรรมนักศึกษา ชั้น 1 อาคารกิจกรรมนักศึกษา พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ภาค 4 เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์จิตอาสามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา โดยมี ผู้ช่วยศาสตรา จารย์ ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กล่าวต้อนรับ ซึ่งมี นายนิมะ มะกาเจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, น.ส.สุนารี บุญชุบ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ส่วนราช การในพื้นที่ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาจิตอาสามหาวิทยาลัยราช ภัฏยะลา เข้าร่วมพิธีเปิดศูนย์ในครั้งนี้

          ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา / ผู้อำนวยการศูนย์จิตอาสา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กล่าวว่า ศูนย์จิตอาสามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ถือกำเนิดขึ้นตามแนวพระบรมราโชบาย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นเครื่องมือในการทำหน้าที่ประสานความร่วมมือในการทำงานระหว่างสถาบันการศึกษา กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ให้มีส่วนร่วมทำงานแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานของชาติ ให้คนในชาติ ในชุมชน มีความสุขอย่างยั่งยืน สนองพระราชปณิธานที่ว่า รักษา สืบสาน ต่อยอด

         ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุญสิทธิ์ ไชยชนะ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา /รองผู้อำนวยการศูนย์จิตอาสา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ถือเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นชายแดนใต้ และมหา วิทยาลัยราชภัฏยะลา ยังให้ความสำคัญต่อการปลูกฝังจิตอาสาให้กับนักศึกษา น้อมนำพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ผ่านกิจกรรมจิตอาสา โดยมีชมรม มรย.จิตอาสา เป็นชมรมที่ขับเคลื่อนการปฏิบัติกิจกรรมจิตอาสา ซึ่งปัจจุบันนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามีจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ประมาณ 1,200 คน ดำเนินการทำกิจกรรมจิตอาสา ทั้งจิตอาสาพัฒนา จิตอาสาภัยพิบัติ และจิตอาสาเฉพาะกิจ

         รองผู้อำนวยการศูนย์จิตอาสา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กล่าวอีกว่า การจัดตั้งศูนย์จิตอาสามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เป็นการจัดตั้งขึ้น เพื่อดำเนินกิจกรรมสนองพระราชดำริพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมุ่งปลูกจิตสำนึกด้านการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และด้านจิตอาสาให้แก่นักศึกษาเพิ่มพูนความรู้ ทักษะความคิด ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และความรับผิดชอบ เพิ่มประสบการณ์ให้นักศึกษา และเป็นศูนย์กลางของนักศึกษาจิตอาสาในการทำกิจกรรมจิตอาสาให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประชาติต่อไป

         กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย เปิดศูนย์จิตอาสา พร้อมเยี่ยมชมศูนย์ นิทรรศการ ติดตามการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริต่อโครงการ เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ ของชมรม มรย.จิตอาสา, การบรรยายเรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย โดยวิทยากรหลัก สูตรจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวา คม 2550, กิจกรรมจิตอาสาพัฒนามหาวิทยาลัยฯ ณ ลานวัฒนธรรม และกิจกรรมปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี.

สำนักข่าวความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

มุกดาหาร # ตม.จว.มุกดาหาร จับหนุ่มลาว 2 คน Over Stay

ตามนโยบายของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ระดมกวาดล้างจับกุมคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Over Stay) และผู้กระทำผิดตามกฎหมายคนเข้าเมืองและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

          เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 เวลา 06.30 น. ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ.ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4, พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 และ พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล สว.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4

          นามเจ้าพนักงานตำรวจที่จับ ว่าที่ ร.ต.ต.จิรภัทร อินทะเนน รอง สว.ตม.จว.มุกดาหาร, ด.ต.สมบัติ แก้วพวง, ด.ต.กานตพงศ์ บุดดีวัน และ ด.ต.ยุทธพล เศษสุวรรณ ผบ.หมู่ ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการจับกุม

  1. MR.SOUAY XAYAPHETH อายุ 30 ปี สัญชาติ ลาว ถือหนังสือเดินทางเลขที่ P 2196244
  2. MR.YANH ( ไม่มีนามสกุล ) อายุ 21 ปี สัญชาติ ลาว ถือหนังสือเดินทางเลขที่ P 2055960

ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” สถานที่จับกุม บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสาร จังหวัดมุกดาหาร ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร

          พฤติการณ์ในการจับกุม ตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ ได้รับแจ้งจากสายลับ(ขอปิดนาม)ว่าจะมีบุคคลต่างด้าวเดินทางมาด้วยกับรถโดยสาร จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เดินทางตรวจสอบบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร พบเห็นบุคคลคล้ายคนต่างด้าว มีรูปร่างลักษณะมีพิรุธ จึงได้ทำการขอตรวจพบ MR.SOUAY XAYAPHETH อายุ 30 ปี สัญชาติ ลาว พร้อมพวกรวม 2 คน (ทราบชื่อ-สกุล อายุ และสัญชาติภายหลัง) จึงได้แสดงตัวเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว ผู้ถูกจับได้ยื่นเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง (LAISSEZ-PASSER) แสดงตนว่าเป็นบุคคลสัญชาติลาว แต่ไม่มีรอยตราประทับของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงสอบถามว่ามีหนังสือเดินทางหรือไม่

          ผู้ถูกจับที่ 1 แจ้งว่าเก็บไว้ในกระเป๋าสะพายสีดำและได้นำหนังสือเดินทางเลขที่ P 2196244 มาแสดงกับเจ้าหน้าที่ จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่า ผู้ถูกจับได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2562 ( 10 AUG 2019 ) โดยได้รับการตรวจลงตราประเภท ผ.ผ.30 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ถึง วันที่ 8 กันยายน 2562 ( 8 SEP 2019 ) แต่ผู้ถูกจับได้อยู่ในราชอาณาจักรมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

          ผู้ถูกจับที่ 2 แจ้งว่าเก็บไว้ในกระเป๋าสะพายสีดำ-ชมพู และได้นำหนังสือเดินทางเลขที่ P 2055960 มาแสดงกับเจ้าหน้าที่ จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่า ผู้ถูกจับได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562 ( 19 MAR 2019 ) โดยได้รับการตรวจลงตราประเภท ผ.ผ.30 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ถึง วันที่ 17 เมษายน 2562 ( 17 APR 2019 ) แต่ผู้ถูกจับได้อยู่ในราชอาณาจักรมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

          ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ นำตัว MR.SOUAY XAYAPHETH พร้อมพวก มาที่ทำการ ตม.จว.มุกดาหาร เพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบบไบโอเมทริกซ์(Biometrics) จากการตรวจสอบ MR.SOUAY XAYAPHETH พร้อมพวก รับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าวจริง และได้อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดข้อหา “อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 จึงทำการจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎมายต่อไป.


////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///////

ลพบุรี – บ้านป่าเมืองเถื่อน มือปืนบุกกระหน่ำยิง ทำลายรถแม็คโครกลางเมืองลพบุรี

          เมื่อเวลา 10.00 น. นายสมชาย กลายดี อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81/6 ต.โพธิ์เก้าต้น อ.เมือง ลพบุรี ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ธวัชชัย นันทพันธ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมือง ลพบุรี ว่าเมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. ของคืนวันที่ 21 ต.ค. 62 ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้บุกเข้ามากระหน่ำยิงรถแม็คโคร ยี่ห้อ KOMATSU สีเหลือง และตัดสายไฮดรอลิค ที่จอดไว้ภายในซอย โรงเรียนจินดารัตน์ หมู่ที่ 2 ต.ท่าศาลา อ.เมือง ลพบุรี หลังจากทำงานวางท่อเสร็จเมื่อเวลา 17.00 น. จนได้รับความเสียหาย

         ที่เกิดเหตุเป็นลานจอดรถภายในซอย จากการตรวจสอบพบรถถูกกระหน่ำยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด จำนวน 3 นัด กระจกทั้ง 3 ด้านเป็นรูพรุน ภายในตัวรถ บริเวณคันบังคับรถถูกยิงได้รับความเสียหาย และคนร้ายยังได้ตัดสายไฮดรอลิคขาดหมด ทั้งคันน้ำมันไหลนองพื้น โดยนายพังศ์พัฒน์ เอี่ยมจันทร์ อายุ 25 ปี คนขับเล่าว่าตนเองเป็นเพียงลูกจ้าง ได้มาทำงานขุดร่องในซอยนี้ได้ 4 วัน เพื่อวางระบบท่อใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม เนื่องจากท่อเดิมมีขนาดเล็กระบายน้ำไม่ทัน และหยุดทำงานเมื่อเวลา 17.00 น.ของทุกวัน โดยนำรถมาจอดพักไว้ในจุดที่เกิดเหตุนี้ จนเมื่อช่วงเช้าจะมาทำงานพบว่ารถถูกยิงแล้ว คุณป้าสมศรี (นามสมมุติ) อายุ 68 ปี บ้านใกล้ที่เกิดเหตุเล่าว่าเมื่อเวลาประมาณ 23.30 น.ได้ยินเสียงปืนดังสนั่น 3 นัดซ้อน แต่ไม่รู้ว่าเสียงปืนมาจากทางทิศใด และได้ยินเสียงสุนัขเห่ากรรโชก แต่ไม่ได้ออกมาดู กลัวจะไม่ปลอดภัย

         ด้านนายสมชาย กลายดี เจ้าของรถ เล่าว่าตนเองเป็นเพียงแค่คนรับงาน เพื่อขุดท่อเท่านั้น โดยรับงานต่อมาจากผู้รับเหมาอื่น อีกทั้งตนเองไม่เคยไปประมูลงานกับหน่วยงานใดๆ แข่งขันกับผู้รับเหมาใด และไม่เคยมีศัตรูกับใคร ในเบื้องต้นประเด็นการถูกยิงรถในครั้งนี้ น่าจะเกิดจากความเข้าใจผิด คิดว่าเป็นรถของผู้รับเหมาคู่แข่งในการประมูล หรือเป็นการยิงทำลายเพื่อข่มขู่ ซึ่งตนเองและคนงานยอมรับว่ากลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอวิงวอนผู้รับเหมาผู้มีอิทธิพลล้นฟ้า ขอให้สงสารตนเองและครอบครัวที่เป็นเพียงผู้ที่หาเช้ากินค่ำบ้าง

          ทั้งนี้ ร.ต.ท.ธวัชชัย นันทพันธ์ ร้อยเวรสอบสวน ได้บันทึกสถานที่เกิดเหตุ สอบสวนผู้เสียหายและพยานใกล้สถานที่เกิดเหตุ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบ้านใกล้ที่เกิดเหตุ เพื่อเร่งติดตามคนร้าย และผู้ร่วมก่อเหตุ ที่กล้าลงมือยิงกลางเมืองอย่างอุกอาจในครั้งนี้นำมาดำเนินคดีตามกฎหมายบ้านเมืองต่อไป

ภาพ/ข่าว นายกฤษณ์ ลพบุรี
นายโยธิน พรมแตง /รายงาน

มุกดาหาร # ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สกัดกั้นและปราบปรามยา นรกอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่ จ.นครพนม

         เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 62 เวลา 20.30 น. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยกองร้อยเคลื่อนที่เร็วที่ 1 กองบังคับการควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สนธิกำลังร่วมกับ กองร้อยทหารพรานที่ 2102 กรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติด โดยใช้ถนนหมายเลย 2032 จึงได้ประสานวางแผนการปฏิบัติร่วมกับหน่วยในพื้นที่ ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด บริเวณพื้นที่สามแยกทางเข้าบ้านคำเตย ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

         ต่อมาครั้นเมื่อเวลา 21.30 น. มีชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้าสกุ๊ปบี้ สี ดำ ทะเบียน 1 กฆ 4963 สกลนคร ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามายังบริเวณตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น ผลการตรวจค้นทั้ง 2 คน พบเป็นยายาบ้า จำนวน 3 มัด ประมาณ 6,000 เม็ด ซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าสะพายข้าง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พร้อมของกลาง นำส่งสถานีตำรวจภูธรท่าอุเทน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

พวงเพชร จันทร์ดี รายงาน


“ทนายหมู” พร้อมทีมงาน ร่วมพิธีสวดอภิธรรมศพ ไว้อาลัยแด่ คุณแม่บุญชู สิทธิเกษร

         พัทยา – (21 ตุลาคม 2562 ) คุณศรชัย เชี่ยวชาญ (ทนายหมู) ผู้บริหารสำนักงานกฎ หมายยูนิตี้แอนด์ลอว์, คุณโยธิน พรมแตง หัวหน้าศูนย์ข่าวสำนักข่าวความมั่นคง, คุณคัมภีร์ อาบสุวรรณ์ เลขาฯ (ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี คมชัดลึก พัทยา) ได้มาร่วมเป็นเจ้าภาพและร่วมพิธีฟังพระสวดพระอภิธรรมศพ คุณแม่บุญชู สิทธิเกษร (ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ) ซึ่งท่านจากไปอย่างสงบด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 20ตุลาคม2562 ศิริอายุได้ 86 ปี

         ซึ่งค่ำคืนนี้เป็นคืนแรกที่ตั้งศพสวดพระอภิธรรมศพ ณ ศาลา 2 วัดสุทธาวาส (ซอยเนินพลับหวาน พัทยา) ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยร่วมกับ บุตรธิดาคนในครอบครัว สิทธิเกษร และลูกหลานเป็นเจ้าภาพในการทำพิธีในคืนแรก มีผู้มาร่วมพิธีไว้อาลัยแก่ครัวสิทธิเกษร เป็นจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าภาพกำหนดพิธีประชุมเพลิงศพ คุณแม่บุญชู สิทธิเกษร ในเวลา 16.00 น. วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2562 ..

พัทยา จ.ชลบุรี/ โยธิน พรมแตง-คัมภีร์ อาบสุวรรณ์-วิรัตน์ ขำแตร-ศิระ แย้มตระกูล
*086-1499878

สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่นฯ​ ประชุม สรรหาบุคคลดีเด่น

         ดร.เอกชัย เหลืองสะอาด นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่นฯ​ ประชุมคณะกรรมการเฟ้นหาบุคคลดีเด่นปี​ 2562​ ต้านคอร์รัปชั่น​ หลายสาขาครั้งที่​ 2

         โดยมีคุณมานิจ สุขสมจิตร บรรณาธิการอาวุโส นสพ.ไทยรัฐ เป็นประธาน, รศ.มาลี บุญศิริพันธ์ อดีตคณบดีคณะวารสารศาสตร์ม.ธรรมศาสตร์, คุณบุตรดา ศรีเลิศชัย นักหนังสือ พิมพ์อาวุโส, นายสุรชัย วิเศษโสภา นายกสมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชน, พลเอกพนา ถนอมสิงห์​ และคุณลัลน์ลลิตฤดี วิเศษศิริ นายกสมาคมสมาพันธ์นักข่าวฯ ฯลฯ​ บรรยากาศแบบกันเอง ณ อาคารยูไนน์เต็ด​ สีลม​ กทม.

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

คณะผู้บริหาร Intersystems เยี่ยมชม โรงพยาบาลหัวเฉียว ดูแลระบบ TrakCare Version 2018

          เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 : น.อ.นายแพทย์​ ภาณุรัตน์ ธัญญสิริ (ที่ 5 จากขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ โรงพยาบาลหัวเฉียว ให้การต้อนรับตัวแทนจากโรงพยาบาลต่างๆ จากประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และออสเตรเลีย พร้อมผู้บริหารบริษัท Intersystems ผู้พัฒนาโปรแกรม TrakCare ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมโรงพยาบาลหัวเฉียว

          โรงพยาบาลหัวเฉียวได้ทำการ Upgrade Program TrakCare ให้เป็น Version ปัจจุบัน ด้วยงบประมาณกว่า 60 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการดูแลผู้ป่วย โดยวางแผนว่าในปี 2564 โรงพยาบาลหัวเฉียวจะเข้าสู่การเป็น Digital Hospital เพื่อเพิ่มคุณภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณอรอานันท์ อนันต์ธนพัชร ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรฯ​ แผนกประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02-223-1351 ต่อ 5626

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนาม ถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

         วันนี้ วัน​จันทร์​ที่​ 21 ตุลาคม 62 เวลา 09.00 น.​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง กรรมการตรวจสอบ พร้อมด้วย​นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการฯ, นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการและเหรัญญิกฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ และผู้บริหารฯ นำแจกันดอกไม้ ถวายเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์​ และร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ทรงมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง หายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนบช.น. – บก.สปพ. – บก.น.8​ ร่วมจับกุม แก็งค้ายาบ้ารายใหญ่​ 5.5 แสนเม็ด

         วันที่ 19 ต.ค.62 เวลา 14.00 น.ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น.​ : พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รองผบช.น.​ พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต. สำราญ นวลมา ผบก.สปพ., พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8, พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์, พ.ต.อ.อรรถพล อนุสิทธิ์, พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ, พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี รองผบก. สปพ.บช.น., พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว รองผบก.สปพ.บช.น., พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก. สายตรวจ บก.สปพ., พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์, พ.ต.อ.สามารถ​ พรหมชาติ​ รองผบก.น.8, พ.ต.อ.คมกฤช รักไทย ผกก.กก.สส.บก.น.8​ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. และ กก.สส.บก.น.8

         ร่วมแถลงผลการจับกุม ผู้ต้องหาในคดีมียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย ร่วมกันสืบสวนจับกุมให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562​ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 1 ราย คือนายอภิวัตร์ พรหมจันทร์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 ม.8 ต.บ้านแก่ง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ พร้อมด้วยของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 550,000 เม็ด​และรถยนต์ โตโยต้าวีออส สีเทา หมายเลขทะเบียน 3กพ-3864 กรุงเทพมหานคร พร้อมกุญแจ

         โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท​ 1​ (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย​ โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้ บริเวณริมถนนมิตรภาพ ปากซอยเทศบาล 22 ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา​ จากการสืบสวนทราบว่าจะมีขบวนการลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่จากภาคอีสานลงมาจำหน่ายให้กับลูกค้าที่กรุงเทพมหานครและใกล้เคียง โดยใช้รถยนต์คันดังกล่าว​ จะลำเลียงยาเสพติดจากภาคอิสานโดยใช้เส้นทาง จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชัยภูมิ เข้าสู่ถนนมิตรภาพบริเวณอำเภอด่านขุนทดและอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จึงได้วางกำลังเพื่อวางแผนเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งต่อมาเวลาประมาณ 03.00 น. พบเห็นรถยนต์คันดังกล่าว​

          เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เฝ้าติดตามมาจนกระทั่งถึงปากซอยเทศบาล 22 ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ผู้บังคับบัญชาจึงได้สั่งให้แสดงตัวเพื่อเข้าทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ ยาบ้า บรรทุกมาภายในรถ ประมาณ 550,000 เม็ด เมื่อสอบถามผู้ต้องหาแล้วให้การรับสารภาพ ว่ายาเสพติด (ยาบ้า) ดังกล่าว ตนเองกับพวกที่หลบหนีได้รับว่าจ้างจากนายทุนให้นำยาเสพติดดังกล่าวไปส่งให้กับลูกค้าในกรุงเทพมหานคร​ และบริเวณใกล้เคียง ได้ค่าว่าจ้างครั้งนี้เป็นเงิน สองแสนบาท และรับว่ารับงานครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3

          จากการตรวจสอบประวัติ นายอภิวัตร์ พรหมจันทร์ มีประวัติการดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมาหลายครั้ง ในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดฯ โดยถูกจำคุกเป็นเวลา 2 ปี จึงได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​