“เสมา 3” ชง ปราจีนโมเดลต้นแบบ นำการบริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการ

          วันนี้​ วันอังคาร​ที่ 22 ต.ค.62​ ณ ห้องประชุมโกวิท วรพิพัฒน์ ชั้น 3 อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ​ : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวง​ศึกษาธิการ เปิดเผยหลังจากการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการจังหวัดต้นแบบการบริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการ (ปราจีนบุรีโมเดล) ว่า “ตนได้กำหนดแนวนโยบายในการบริหาร การศึกษา“ มุ่งจัดการศึกษาเพื่อให้คนไทยทุกช่วงวัย ได้รับบริการการศึกษาที่มีคุณภาพ อย่างเสมอภาคและเท่าเทียม จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Leave No One Behind)

         โดยการมีส่วนร่วมของภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทาง การศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายของรัฐบาล เป็นไปตาม เป้าหมายในการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี ค.ศ. 2030 (Sustainable Development Goals : SDGs 2030) ที่ประชาคมโลกตกลงร่วมกันในเรื่องของการขจัดความเหลื่อมล้ำ การเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมของคนทุกกลุ่ม โดยน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน

         “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นแนวทางในการดำเนินการ โดยให้ความสำคัญกับการศึกษาเพื่อพัฒนาคนให้มีคุณภาพ ประชากรที่มีคุณภาพ เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ ให้มี ความเจริญก้าวหน้าทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม รัฐบาลจึงให้ความสำคัญเกี่ยวกับนโยบาย ด้านการศึกษา มีการปฏิรูประบบการบริหารจัดการศึกษา ทุ่มเทงบประมาณสำหรับการพัฒนาคนให้มีคุณภาพ อย่างเต็มที่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่ง ขันเพื่อพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศให้มีความ เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ

         แต่สภาพปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาด้านการศึกษาหลายประการสำหรับโครงการจังหวัดต้นแบบการบริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการ (ปราจีนบุรีโมเดล) นั้นมีวัตถุ ประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการศึกษาในส่วนภูมิภาคให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการในจังหวัดปราจีนบุรี และเพื่อส่งเสริมความเสมอภาค และลดความ เหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยคาดว่าจะสามารถ สร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ได้แก่ เด็กตกหล่น และเด็กออกกลางคัน เด็กตกหล่น หมายถึง ประชากรวัยเรียนที่ไม่เคยเข้ารับการศึกษา และเด็กออกกลางคัน หมายถึง ประชากรวัยเรียนที่ได้รับการศึกษาแล้วออกจากระบบการศึกษา ในขณะที่ยังไม่จบหลักสูตรการศึกษา ซึ่งมีสาเหตุหลายประการด้วยกัน รวมถึงเด็กที่ติดยาเสพติด

          ซึ่งประชากรกลุ่มดังกล่าวจึงเป็นผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา จึงถือเป็นภารกิจสำคัญ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการให้ประชากรกลุ่มดังกล่าวได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม และเสมอภาค ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการยังคงประสบปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก เนื่องจากประชากรลดลง ในบางพื้นที่มี สถานศึกษาในระดับเดียวกันเป็นจำนวนมาก และมีแผนการรับนักเรียนที่มีจำนวนมากกว่าประชากรวัยเรียน มาตรการการควบรวม และเลิกสถานศึกษาขนาดเล็ก ยังคงเป็นปัญหาความเห็นที่แตกต่างกัน ในขณะเดียวกัน

          หลักการจัดการศึกษา กำหนดให้ทุกภาคส่วนสามารถจัดการศึกษาได้ทุกระดับ ทุกประเภทการศึกษา ยังไม่มี การวางแผนในการจัดตั้งสถานศึกษาให้สอดคล้องกับจำนวนผู้เรียนในแต่ละพื้นที่ สำหรับผู้เรียนที่ยังขาดการวิเคราะห์ตนเองให้สามารถเลือกเรียนได้ตามความถนัดและความสนใจของตนเอง ยังไม่มีการวิเคราะห์​ และให้คำปรึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้เรียนเลือกเส้นทาง การศึกษาต่อและประกอบอาชีพได้ตรงตามความถนัด ความสนใจของตนเองและสอดคล้องกับความต้องการ ของตลาดงาน จึงยังคงมีปัญหาของการว่างงานของผู้ที่จบการศึกษาระดับอุดมศึกษา

          ซึ่งหน่วยงานทางการศึกษา​ และสถานศึกษาต้องใช้ข้อมูลสำหรับการวางแผนสำหรับการเปิดสาขาอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน และตลาดงาน อีกทั้งขาดการบูรณาการงานด้านการศึกษาระหว่างหน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษาและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการจัดการศึกษาในพื้นที่ระดับจังหวัด ขาดการวางแผนเพื่อการระดมทรัพยากรและใช้ทรัพยากรร่วมกัน การบริหารจัดการข้อมูลเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ยังไม่เป็นระบบ ยังคงปรากฏความเหลื่อมล้ำของนักเรียนและสถานศึกษา ในการได้รับการสนับสนุนทรัพยากร จากต้นสังกัดที่แตกต่างกัน ดร.กนกวรรณ กล่าว

          ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวต้องอาศัยการดำเนินการให้มีการวางแผนดำเนินการ โดยการบูรณาการทั้งกิจกรรมกรรม บุคลากร และ งบประมาณ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน คาดหวังว่า จะสามารถช่วยเหลือประชากรวัยเรียนให้ได้เข้ารับการศึกษาทุกคน สามารถจัดทำระบบให้คำปรึกษา การวิเคราะห์ตนเอง เพื่อการศึกษาต่อและเส้นทางสู่การประกอบอาชีพ ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในจังหวัดปราจีนบุรี จัดทำ Education mapping ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี และวางระบบการระดมและการใช้ทรัพยากรทางการศึกษาร่วมกันในจังหวัดปราจีนบุรีได้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป ดร.กนกวรรณ กล่าว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

“นิทรรศการภาพวาดศิลปินยูเครน จากคุณยายมาเรีย พรีมาเชนโก (Maria Prymachenko) ส่งต่อถึงรุ่นหลาน อิวาน พรีมาเชนโก (Ivan Prymachenko) 100 ปี​ แห่งศิลปะโลกแฟนตาซี”

“นิทรรศการภาพวาดศิลปินยูเครน จากคุณยายมาเรีย พรีมาเชนโก (Maria Prymachenko) ส่งต่อถึงรุ่นหลาน อิวาน พรีมาเชนโก (Ivan Prymachenko) 100 ปี​ แห่งศิลปะโลกแฟนตาซี”

          ดร.ปรีชา ถิรกิจพงศ์ กงสุลกิตติมศักดิ์ สถานทูตยูเครนประจำประเทศไทย เรียนเชิญร่วมพิธีเปิด “นิทรรศการภาพวาดศิลปินยูเครน จากคุณยายมาเรีย พรีมาเชนโก (Maria Prymachenko) ส่งต่อถึงรุ่นหลาน อิวาน พรีมาเชนโก (Ivan Prymachenko) 100 ปีแห่งศิลปะโลกแฟนตาซี” โดยมี ฯพณฯ มร. อันดรีย์ เบซตา เอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทยให้เกียรติเป็นประธาน ในวันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2562 เวลา 16.00 น. ณ บริเวณโถงชั้น 4-5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ซึ่งนิทรรศการจะมีไปจนถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2562

          ศิลปินมาเรีย พรีมาเชนโก (ปีพศ. 2451-2540) เป็นจิตรกรชาวยูเครน “ศิลปะแห่งโลกแฟนตาซี” ผู้ชนะรางวัล Shevchenko ในปีพ.ศ.2509 จนยูเนสโกประกาศยกย่องให้ปี 2552 เป็นปี Maria Prymachenko รูปภาพของมาเรีย เป็นศิลปะที่ไม่เหมือนใคร เป็นปรากฎการณ์ทางวัฒนธรรมที่ผสมผสานประเพณีการวาดภาพพื้นบ้านกับพรสวรรค์ส่วนบุคคล ก่อให้เกิดเป็นผลงานอันมหัศจรรย์ ที่ขัดแย้งกับอุดมการณ์ของโซเวียตอย่างเป็นทางการ ทำให้สามารถเห็นถึงการค้นหาปรัชญาตลอดจนแรงจูงใจเหนือจริงของศิลปิน เห็นความเป็นอัจฉริยะ

          Ivan Prymachenko เป็นหลานชายคนเล็กสุดของมาเรีย ตั้งแต่วัยเด็กเขาชอบวาดภาพการ์ตูน แม้ภาพเหล่านี้จะเป็นภาพวาดที่ดูไม่ค่อยดีในช่วงแรก แต่ศิลปะของอีวานก็สะท้อนจินตนาการที่ไม่รู้จบและเติมความรักให้ต่อโลกโดยรอบ มีเงาฝังอยู่ในจินตนาการที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรูปภาพ และทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ความประทับใจเขาก็คว้าดินสอวาดโดยทันที

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนนครบาล​ 1​ – รวบแก็งฉ้อโกงผู้อื่น​ และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอมทั้งหมด

สืบสวนนครบาล​ 1​ รวบแก็งฉ้อโกงผู้อื่น​ และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอมทั้งหมด

         วันนี้​ วัน​อังคารที่ 22 ต.ค.62 เวลา 10.30 น. ณ ลานแถลงข่าว ชั้น1 อาคาร บช.น.​ : พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รองผบช.น., พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง ผบก.บก.น.1, พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร ผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.ท.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รองผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.ต.กฤษฎา นาคประสิทธิ์ สว.กก.สส.บก.น.1 และ เจ้าหน้าที่​กก.สส. บก.น.1 ได้ร่วมแถลงข่าว​การจับกุมผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่น,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอมทั้งหมด หรือแต่บางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จฯ

          พล.ต.ท.ภัคพงศ์ฯ​ กล่าว​ว่า​ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1​ ได้ร่วมกันทำการจับกุม​ นายอรรถยา​ หรืออุ้ย ศศิธร อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 249 ม.5 ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน,นายปฐมศิลป์ หรือไก่ จำเริญสม อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 143 ม.9 ต.สามแยก อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ (คนรับส่งเงิน),นางวิลาศิณี หรือนิด มาลาวัยจันทร์ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 9 ม.7 ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช​ และน.ส.ณภัสสรณ์ หรือแหวว ธนพลจรัสไชย อายุ 36 บ้านเลขที่ 1 ม.4 ต.ทับคล้อ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร (คนถอนเงิน)

          โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา ได้ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้า ถ.จรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กทม.และที่กองกำกับการสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 1​ โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่น,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอมทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อี่นโดยมิชอบในการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น หรือประชาชนซึ่งออกให้ผู้มีสิทธิ์ในการเบิกถอนเงินสด หรือรับของโจร ” ตามหมายจับศาลอาญา​ พร้อมด้วยของกลางที่ตรวจยึดได้คือ
1.ธนบัตรเงินสดจำนวน 170,000 บาท
2.โทรศัพท์มือถือจำนวน 10 เครื่อง
3.สมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทยพร้อมบัตร ATM ที่ใช้ในการก่อเหตุ
4.คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจำนวน 1 เครื่อง
5.รถจักรยานยนต์ยี่ห้อดูคาร์ติจำนวน 1 คัน (เป็นทรัพย์สินที่ยึดไว้ตรวจสอบ)
6.รถยนต์ยี่ห้อ​นิสสัน 350 Z จำนวน 1 คัน (เป็นทรัพย์สินที่ยึดไว้ตรวจสอบ)

          พล.ต.ท.ภัคพงศ์ฯ​ กล่าว​ต่อว่า​ พฤติการณ์การกระทำความผิดคือ กลุ่มคนร้ายเป็นกลุ่มแฮกเกอร์และม้าถอนเงิน โดยมีนายอรรถยาฯ ทำหน้าที่เป็นแฮกเกอร์ เจาะข้อมูลเว็ปไซต์ลงโฆษณาฟรีที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้บริการและสมัครสมาชิก เพื่อเอาข้อมูลอีเมล์และพาสเวิร์ดมาทดสอบเข้าแอปพลิเคชันไลน์ของผู้อื่น

          เมื่อพบว่าอีเมล์ที่ได้มาผูกกับบัญชีไลน์ นายอรรถยาฯ ก็จะเปิดเบอร์โทรศัพท์ใหม่แล้วก็นำอีเมล์ดังกล่าวมาลงทะเบียนเข้าแอปพลิเคชั่นไลน์ปลอมตัวเป็นบุคคลอื่น แล้วตระเวนทักบุคคลที่เชื่อว่าน่าจะรู้จักเพื่อขอยืมเงินโดยอ้างเหตุจำเป็นเร่งด่วนต้องการใช้เงิน เมื่อบุคคลที่ถูกหลอกหลงเชื่อ ก็จะส่งบัญชีธนาคารของผู้อื่นซึ่งได้จากการประกาศให้กู้ยืมเงินเพื่อหลอกเอาบัญชีมาใช้กระทำความผิด และก็จะให้นางวิลาศิณีฯ​ และน.ส.ณภัสสรณ์ฯ ซึ่งทำหน้าที่ม้าถอนเงินไปกดเงินออกจนหมดทันที และนำเงินมามอบให้กับนายปฐมศิลป์ฯ ซึ่งทำหน้าที่คนรับเงินส่งให้กับนายอรรถยาฯ แฮกเกอร์อีกทอดหนึ่ง

          จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้เสียหาย จำนวนกว่า 15 ราย ความเสียหายประมาณ 1.2 ล้านบาทเศษ เข้าแจ้งความไว้หลายท้องที่ เพื่อดำเนินคดีกลุ่มคนร้าย ในความผิดดังกล่าว พงส.ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมาย และจนกระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว รายละเอียดความเสียหาย ดังนี้

  1. สน.ห้วยขวาง 1 รายความเสียหายรวม​150,000 บาท
  2. สน.หัวหมาก 1​ รายความเสียหายรวม 150,00 บาท
  3. สน.บางเขน 1​ รายความเสียหายรวม 50,000 บาท
  4. สน.ปทุมวัน 2 รายความเสียหายรวม 150,000 บาท
  5. สน.สายไหม 2 รายความเสียหายรวม 150,000 บาท
  6. สภ.ปากเกร็ด 1 รายความเสียหายรวม 20,000 บาท
  7. สภ.เมืองอุดรธานี 2 รายความเสียหายรวม 140,000 บาท
  8. สภ.เมืองหนองคาย 1 รายความเสียหายรวม 100,000 บาท
  9. สภ.บางแก้ว 2 รายความเสียหายรวม 160,000 บาท
  10. สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ 1 รายความเสียหายรวม 250,000 บาท
  11. สภ.เมืองนนทบุรี 1 รายความเสียหายรวม 100,000 บาท​

รวมมูลค่าความเสียหาย 1,285,000 บาท

          พล.ต.ท.ภัคพงศ์ฯ​ ฝากประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนโดยทั่วไปให้ระมัดระวัง ในการให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่เว็บไซต์ที่ไม่เป็นที่รู้จัก,แอปพลิเคชันแปลกปลอม,เว็บไซต์ที่ความปลอดภัยส่วนบุคคลไม่มีมาตราฐาน ซึ่งคนร้ายอาจจะนำข้อมูลของท่านเจาะเข้าฐานข้อมูลส่วนบุคคลและนำมาใช้ในการกระทำผิดได้ หรือหากต้องการให้ผู้ใดยืมเงินให้ทำการตรวจสอบให้ดี โดยทำการโทรศัพท์สอบถามผู้ขอยืมเงินอีกครึ่งหนึ่งเพื่อเป็นเครื่องยืนยันการยืมเงิน และไม่ให้เกิดความเสียหายต่อผู้เสียหาย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.เชียงใหม่​ รวบแก๊งชาวมาเลเซีย​ จัดสัมมนาเพื่อซักชวนการทำธุรกิจผิดกฎหมาย

ตม.เชียงใหม่​ รวบแก๊งชาวมาเลเซีย​ จัดสัมมนาเพื่อซักชวนการทำธุรกิจผิดกฎหมาย

         วันนี้​ วันอังคารที่ 22 ต.ค.62 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 และ พ.ต.อ.โกเมน สุภาพ ผกก.ตม.จ.เชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวการจับกุมแก๊งมาเลเซีย​ จัดสัมมนาเพื่อซักชวนการทำธุรกิจผิดกฎหมาย

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าว​ว่า​ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจสอบกลุ่มบุคคลต่างด้าวชาวมาเลเซีย 10 ราย ได้แก่ MR.ENG, MR.LEONG, MR.IRETON, MR.CHIN, MR.KELLY, MR.TAN, MR.SIEW, MR.TANG, MR.HING และMR.LOOH โดยใช้พื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่​ สัมมนาในการทำธุรกิจที่อาจผิดกฎหมาย

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวอีกว่า​ ก่อนจับกุมเจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาจัดสัมมนาเพื่อชักชวนในการทำธุรกิจให้กับกลุ่มผู้ต้องหานี้ และได้สืบสวนทราบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวมีการรวมคนสัญชาติจีนมาร่วมสัมมนาในการทำธุรกิจกับกลุ่มผู้ต้องหา ณ บริเวณห้องสัมมนาคุ้มคำภายในโรงแรมคุ้มพญารีสอร์ท ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่​ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2562

          จึงได้ไปตรวจสอบพบกลุ่มผู้ต้องหากำลังจัดให้มีการประชุมสัมมนา กลุ่มชาวจีนอยู่ประมาณกว่า 100 คน โดยมีการขึ้นไปบรรยายบนเวที และมีการถ่ายภาพ บันทึกภาพการจัดสัมมนาดังกล่าว​ ลงในคอมพิวเตอร์​ และบันทึกการสัมมนานั้นลงในแผ่นบันทึกข้อมูล (ของกลาง) จึงได้ขอตรวจสอบการขออนุญาตจากนายทะเบียน ปรากฏว่ากลุ่มผู้ต้องหาที่จัดให้มีการประชุมสัมมนาดังกล่าว ไม่สามารถแสดงหนังสืออนุญาตจากนายทะเบียนให้กับเจ้าหน้าที่ได้

          ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการทำงานอันมีลักษณะจำเป็นหรือเร่งด่วน หรือเป็นงานเฉพาะกิจที่มีระยะเวลาทำงานให้เสร็จสิ้นภายในสิบห้าวัน โดยไม่มีหนังสือแจ้งให้กับนายทะเบียนทราบ อันเป็นการกระทำผิดกฎหมายตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการ การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 มาตรา 119 จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่าการบูรณาการกับหน่วยที่เกี่ยว ข้องในการระดมกวาดล้างการจับกุมคนต่างด้าวทำงานโดยผิดกฎหมายเป็นมาตรการในการป้องกันปราบปรามที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายรัฐบาล​ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากผู้ใดพบเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซอยสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หมายเลข 1178 หรือ ทางเว็บไซต์ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนภ.3 – แถลงข่าวจับกุมเครือข่ายยาเสพติด ใช้สื่อออนไลน์ เป็นช่องทางซื้อ – ขาย

สืบสวนภ.3 แถลงข่าวจับกุมเครือข่ายยาเสพติดมีพฤติกรรมใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางติดต่อซื้อขายยาเสพติดกับลูกค้า​ ผ่านทางบริษัทรับส่งพัสดุ

         วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 22 ต.ค.62 เวลา 09.00 น.​ ณ หน้าอาคารกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมือง​ จ.นครราชสีมา​ : พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์, พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย, พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี, พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ รองผบช.ภ.3, พล.ต.ต.ปวริศ บุญสุทธิ ผบก.สส.ภ.3, พล.ต.เวิน จำปาสา รองผอ.ศอ.ปส.ชอน.(ตัวแทนแม่ทัพภาค 2), พ.ต.อ.ชลาสินธุ์ ชลาลัย, พ.ต.อ.ไพโรจน์ ขุนหมื่น, พ.ต.อ.กิตติ กองแสงศรี รอง ผบก.สส.ภ.3​, พ.ต.อ.สุนทร หิมารัตน์ ผกก.สืบสวน​ 2 บก.สส.ภ.3, พ.ต.ท.ไกรสร ศรีอำพร รอง ผกก.สืบสวน 2​ บก.สส.ภ.3

         แถลงข่าวจับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีพฤติกรรมใช้สื่อสังคมออนไลน์ เป็นช่องทางติดต่อซื้อขายยาเสพติดกับลูกค้า และส่งยาเสพติดผ่านทางบริษัทรับส่งพัสดุให้ลูกค้า ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคอื่นๆ ในประเทศไทย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.เชียงใหม่​ – รวบเฒ่านิวซีแลนด์ เปิดร้านอาหาร เบื้องหลังค้ายา

         วันนี้​ วันอังคารที่ 22 ต.ค.62 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 และ พ.ต.อ.โกเมน สุภาพ ผกก.ตม.จ.เชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวการจับกุม​ชาวนิวซีแลนด์ใช้วีซ่าชีวิตบั้นปลายประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาตและจำหน่ายยาเสพติด

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าว​ว่า จากการสืบสวนหาข่าวของชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปราม ตม.จ.เชียงใหม่​ สืบทราบว่า บริษัท ริมิ โฮสดิ้งส์ จำกัด ประกอบการในชื่อ ร้าน SPADES BISTRO&BAR สถานที่เกิดเหตุ ตั้งอยู่เลขที่ 207 ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มีลักษณะเป็นธุรกิจร้านอาหาร​ และจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีคนต่างด้าวลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย

          จึงได้เฝ้าติดตามดูพฤติกรรมจนพบว่า มีชายคนต่างด้าวอยู่ภายในร้านจะทำหน้าที่มาคอยดูแลลูกค้าชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการภายในร้าน มีการรับชำระเงินจากลูกค้า เป็นต้น จึงได้ขออนุญาตผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเพื่อเข้าตรวจสอบและจับกุมเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562 เวลา 22.00 น.โดยตรวจพบคุณไมค์ หรือ MR.MICHAEL กำลังดูแลลูกค้าอยู่ ภายในร้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจสอบหนังสือเดินทางและเอกสารการจัดตั้งบริษัท

          ซึ่งตรวจพบว่า MR.MICHAEL เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 ได้รับการตรวจลงตราประเภทสงวนสิทธิ์การตรวจลงตราเดิม (ใช้ชีวิตบั้นปลาย) ได้รับอนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 26 มีนาคม 2563 ประกอบกับตรวจพบเอกสารการจดทะเบียนนิติบุคคลจากสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดเชียงใหม่​ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า MR.MICHAEL เป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัทฯ ซึ่งวีซ่าประเภทนี้ไม่สามารถทำงานใดๆ หรือเป็นกรรมการของบริษัทได้

         จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจสอบข้อมูลกล้องวงจรปิด ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในร้าน โดย MR.MICHAEL แจ้งว่าไม่มีการบันทึกข้อมูล กล้องวงจรปิดที่ตรวจพบมีเพียงแค่ตัวกล้องติดตั้งเท่านั้น ไม่ได้ใช้งานเนื่องจากเป็นกล้องของผู้เช่าอาคารคนเดิมซึ่งไม่ได้ถอดออกไปด้วย แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อตามที่กล่าวอ้าง จึงให้ MR.MICHAEL นำตรวจสอบบริเวณชั้น 2 และ 3

         ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีการบันทึกข้อมูลกล้องวงจรปิดแต่อย่างใด แต่ได้ตรวจพบยาเสพติด คือ ยาอีหรือเอสตาชี 64 เม็ด,โคเคน น้ำหนักรวม 9.92 กรัม และยาเค 9.68 กรัม อีกทั้งพบถุงซิปล็อคขนาดเล็ก จำนวนหลายถุง ซุกซ่อนในลิ้นชักโต๊ะทำงาน บริเวณชั้น 3 ของร้านที่เกิดเหตุ จึงเชื่อว่า MR.MICHAEL มีพฤติการณ์มียาเสพติดให้โทษเพื่อเสพและจำหน่ายด้วย ในเบื้องต้นได้สอบถาม MR.MICHAEL ให้การว่าได้ซื้อยาเสพติดทั้งหมดจากเพื่อนผู้ชายชาวต่างชาติซึ่งไม่ได้แจ้งชื่อให้ทราบ โดยซื้อมาเป็นเงินประมาณ 45,000 บาท จากนั้นจึงได้ตรวจ สารเสพติดในปัสสาวะของ MR.MICHAEL พบว่ามีผลเป็นบวกในกลุ่มยาเสพติดประเภทโคเคน ประกอบกับจากการสอบปากคำพยานซึ่งเป็นพนักงานของร้าน ให้การสอดคล้องต้องกันว่าเจ้าของร้าน คือ MR.MICHAEL และพนักงานบางคนเคยรู้เห็นว่า MR.MICHAEL เคยใช้ยาเสพติดบ้างเป็นบางครั้ง แต่ไม่ทราบว่าเป็นยาเสพติดชนิดใด

         เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ MR.MICHAEL ได้ทราบว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต”, “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน”, “เป็นคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวแต่ประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอีหรือเอสตาซี) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”,“มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”, “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยผิดกฎหมาย”, “มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (ยาเคหรือเคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” และจับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          ต่อมาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 เวลาประมาณ 14.00 น. ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ นำโดย พันตำรวจโท ฐิติวัฒน์ ฤชานุกูล รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ และชุดสืบสวน ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำการสืบสวนขยายผลการจับกุมยาเสพติดดังกล่าว จนทราบว่า MR.MICHAEL ได้เช่าบ้านพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 280 หมู่ 5 ตำบลสันทรายน้อย อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

          จึงได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 315/2562 เข้าตรวจค้นเพื่อหาสิ่งผิดกฎหมาย​ และยาเสพติด โดยได้แสดงหมายค้นให้ นางสาวภัณฑิราฯ เจ้าของบ้าน​ และเป็นผู้ให้เช่า ผลการตรวจค้นพบอุปกรณ์ที่สันนิษฐานว่าใช้เสพยาเสพติดให้โทษ จำนวน 14 รายการ เช่น อุปกรณ์ท่อสูบทองเหลือง มีเขม่าสีดำด้านใน เชื่อว่ามีไว้เสพยาเสพติดของเหลวลักษณะข้นสีดำเชื่อว่าอาจจะเป็นยาเสพติดประเภทฝิ่น เป็นต้น จึงได้ทำการตรวจยึดและมอบให้พนักงานสอบสวนส่งตรวจพิสูจน์ที่งานตรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้การตรวจพิสูจน์ยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งจะได้ติดตามผลการตรวจพิสูจน์นำเรียนผู้บังคับบัญชาในลำดับต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่าการบูรณาการกับหน่วยที่เกี่ยวข้องในการ ระดมกวาดล้างการจับกุมคนต่างด้าวทำงานโดยผิดกฎหมายเป็นมาตรการในการป้องกันปราบปรามที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากผู้ใดพบเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซอยสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทรกรุงเทพมหานคร 10120 หมายเลข 1178 หรือ ทางเว็บไซต์ www. immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นักศึกษานิเทศศาสตร์ มรรภ.รำไพพรรณี คว้ารางวัลเกียรติยศเชิดชูเกียรติ เยาวชนต้นแบบ สาขา ศิลปิน ดารา นักแสดง งาน The HONOR Awards 2019 Best.Of Global

นักศึกษานิเทศศาสตร์ มรรภ.รำไพพรรณี คว้ารางวัลเกียรติยศเชิดชูเกียรติ เยาวชนต้นแบบ สาขา ศิลปิน ดารา นักแสดง งาน The HONOR Awards 2019 Best.Of Global

          นายอดิเทพ อุ่นมล นักศึกษาสาขาการสื่อสารมวลชน แขนงวิชาการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ได้เข้ารับโล่รางวัลเกียรติยศเชิดชูเกียรติ เยาวชนต้นแบบ สาขา ศิลปิน ดารา นักแสดง ในงาน The HONOR Awards 2019 Best.Of Global จาก ม.ร.ว.นิวัติ กัลยาณวงศ์ ซึ่งเกณฑ์ในการพิจารณาเยาวชนต้นแบบนั้น ต้องมีคุณสมบัติ เป็นผู้มีความประพฤติดี ปฏิบัติดี เหมาะต่อการเป็นแบบอย่างของคนรุ่นใหม่ และมีผลงานในระดับประเทศ หรือนานาชาติ ซึ่งมีเยาวชนต้นแบบเข้ารับรางวัลในสาขาต่างๆ ร่วม 20 คน ณ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

          นอกจากนี้ ในเดือนธันวาคม 2562 นายอดิเทพ อุ่นมล รองอันดับ 2 Mister Star Thailand 2019 ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทย ในการประกวดเวทีระดับโลก Best Model Of The World ที่ประเทศ Turkey และมีผลงานละครทางช่อง 7 HD เร็วๆนี้

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สืบสวน​สตม. รวบชาวเยอรมัน หนีหมายจับซุกไทย​ และยังเข้ามาก่อคดี อำพรางศพหญิงชราร่วมชาติ ยัดตู้ไม้ ทิ้งคลองย่านบางแสน หวังเงินเกษียณ

สืบสวน​สตม.รวบชาวเยอรมันหนีหมายจับซุกไทย​ และยังเข้ามาก่อคดีอำพรางศพหญิงชราร่วมชาติ ยัดตู้ไม้ทิ้งคลองย่านบางแสน หวังเงินเกษียณ

         วันนี้​ วันอังคารที่ 22 ต.ค.62 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม. และ พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม.

         ตำรวจภูธรภาค 2 นำโดย พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.เทียนชัย​ เลิศมณีทวีทรัพย์ ผกก.สภ.แสนสุข, พ.ต.ท.ชัฎ บรรทัดเที่ยง รองผกก.สอบสวนฯ, พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ กู้พิมายวรกูล รองผกก.สส.สภ.แสนสุข ร่วมแถลงข่าว​ผลการจับกุม​หนุ่มเยอรมัน ยัดศพหญิงชราร่วมชาติ ใส่ลังไม้ทิ้งคลองย่านบางแสน อำพรางการตายหวังเงินเกษียณ

          พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ​ กล่าว​ว่า​ ได้รับการประสานจากตำรวจเยอรมัน ให้ช่วยติดตามนาง Margund อายุ 77 ปี ซึ่งเป็นบุคคลที่ทางการเยอรมันได้รับแจ้งว่าสูญหาย โดยได้เดินทางมาพร้อมกับนาย Richard ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 ทางญาติไม่สามารถติดต่อได้เกรงว่ามารดาอาจถูกทำร้ายหรือจะได้รับอันตราย ตรวจสอบข้อมูลพบว่านาย Richard กระทำผิดลักษณะหลอกลวงผู้หญิงสูงอายุหลายครั้ง​ และมีหมายจับประเทศเยอรมันในข้อหาฉ้อโกงบัตรเครดิต 17 กระทง รวมเป็นเงิน 6,000 ยูโร (240,000 บาท)

          พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ​ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวน บก.สส.สตม.ออกสืบสวนติดตามจับกุมตัวนาย Richard และสืบสวนหาตัวนาง Margund เจ้าหน้าที่​กก.2 บก.สส.สตม.ได้สืบสวนติดตามจนทราบว่านาย Richard ได้อาศัยอยู่ที่บ้านเช่า ภายใน ต.แสนสุข อ.เมือง​ จ.ชลบุรี อาศัยอยู่กับหญิงไทย จึงได้แสดงตัวเข้าพบว่าวีซ่าหมดอายุตั้งแต่ 22 มิ.ย.60 จึงได้ควบคุมตัวไปยัง สภ.แสนสุข สอบสวนปากคำ ให้การว่าได้อาศัยอยู่ด้วยกันตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560

         สอบสวน น.ส.สุปราณี ภรรยานาย Richard ให้การว่านาย Richard พานาง Margund มาอยู่ด้วยกัน โดยใช้เงินที่โอนมาจากประเทศเยอรมัน เดือนละหลายหมื่นบาท ซึ่งเงินดังกล่าวนาย Richard บอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเงินเกษียณของนาง Margund ต่อมาประมาณต้นเดือนมกราคม 2562 นาง Margund ได้ล้มลงในห้องน้ำ จึงได้ช่วยกันพามานอนพัก จนทราบภายหลังว่าเสียชีวิตแน่นอนแล้ว นาย Richard จึงได้นำผ้าห่มมาห่อศพแล้วยัดใส่ตู้ลังไม้ใส่ของ จากนั้นได้นำใส่รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง (ซาเล้ง) ซึ่งนาย Richard ขี่ไปทิ้งที่คลองบางโปรง หลังสนามกีฬาเทศบาลเมืองแสนสุข​ และต่อมาปรากฏว่ามีข่าวพบศพหญิงนิรนามที่ถูกยัดใส่ตู้ลังไม้ลอยน้ำ

          จากการสืบสวนพิสูจน์ทราบ​ เชื่อว่าศพดังกล่าวคือนาง Margund พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ จึงได้ประสาน ผบช.ภ.2 และตำรวจประเทศเยอรมัน ร่วมพิสูจน์หลักฐานในคดีดังกล่าว ซึ่งอยู่ในระหว่างตรวจสอบผลดีเอ็นเอ และประวัติการทำฟันของนาง Margund เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​สภ.แสนสุข จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลจังหวัดชลบุรี ออกหมายจับนาย Richard ในข้อหา ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพฯ และได้แจ้งข้อกล่าวหา อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝาก​ประชาสัมพันธ์​ให้ว่าการบูรณาการกับหน่วยที่เกี่ยวข้องในการระดมกวาดล้างการจับกุมคนต่างด้าวทำงานโดยผิดกฎหมายเป็นมาตรการในการป้องกันปราบปรามที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากผู้ใดพบเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซอยสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หมายเลข 1178 หรือทางเว็บไซต์ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช.จับมือ สกสว.หนุน 6 มาตรการ แก้วิกฤต​ หลังยางพาราไทย ถูกกีดกันทางการค้า ด้วย “มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี”

          วันนี้​ วันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2563 เวลา 10.00-12.00 น.ณ ห้องประชุม 3 ชั้น​ 15 อาคาร SM Tower ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพฯ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดงานแถลงข่าว จับตาวิกฤตยางพาราไทย : ยางและไม้ยางพาราไทยกับการถูกกีดกันทางการค้าด้วย “มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี เพื่อสรุปสถานการณ์ของยางพาราไทยในปัจจุบันและนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาหลังไทยถูกกีดกันทางการค้า ด้วย “มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี”

         ศาสตราจารย์ นายแพทย์ศิริฤกษ์ ทรงวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุดในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านยางรถยนต์ (มิชลิน) ของประเทศฝรั่งเศส และเฟอร์นิเจอร์ (อิเกีย) ของประเทศสวีเดน ได้ประกาศว่าในอีก 2 เดือนข้างหน้า ทั้ง 2 บริษัทจะไม่ซื้อยางพารา และไม้ยางพาราที่มีการบุกรุกป่า และในขณะเดียวกันยังมีบริษัทจากต่างประเทศอีกหลายประเทศ เริ่มมีการเคลื่อนไหวที่จะไม่ยอมรับยางพารา และไม้ยางพาราของไทยจากสวนยางที่ไม่ได้รับรองการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานนานาชาติ ทั้งมาตรฐาน FSC, มาตรฐาน PEFC และมาตรฐานการจัดการสวนป่าไม้เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน มอก. 14061

          ทั้งนี้ เนื่องจากกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกำลังเป็นประเด็นที่สำคัญของโลก ด้วยเหตุนี้ วช. และ สกสว.ได้มองเห็นความจำเป็นในการเตรียมความพร้อม จึงได้สนับสนุนทุนวิจัยดังกล่าว เพื่อแก้ปัญหาและเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรสวนยางทั้งรายเล็กและรายใหญ่เพื่อให้ปรับตัวและสามารถจัดการกับสวนยางให้สอดคล้องกับมาตรฐานการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานนานาชาติ

          ด้านศาสตราจารย์ นายแพทย์สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า สืบเนื่องจากยางพาราไทยมีราคาตกต่ำอย่างมาเป็นเวลานานกว่า 5 ปี ทำให้ชาวสวนยางได้รับความเดือดร้อน ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ประเทศ ผู้ซื้อยางและไม้ยางพารายังพยายามกดให้ราคาถูกลงอีก โดยใช้ข้อกีดกันทางการค้าอื่นที่ไม่ใช่ภาษี (Non tariff barriers) โดยประเทศผู้ซื้อจะอ้างอิงมาตรฐานการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืน ทั้ง Forest Stewardship Council (FSC) และ Program for the Endorsement of Forest Certification (PEFC) สกสว. ได้ตระหนักถึงปัญหาการกีดกันทางการค้าดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2559

          ซึ่งในขณะนั้น สกว. (ชื่อ เดิมของ สกสว.) ได้ให้ทุนสนับสนุนการทำวิจัย ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน เพื่อจัดทำมาตรฐานการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องและเหมาะสมกับรูปแบบการจัดการรวมทั้งขนบธรรมเนียม และวิถีชีวิตของชาวสวนยางไทย โดยต้องเป็นที่ยอมรับขององค์กรมาตรฐานระหว่างประเทศทั้ง FSC และ PEFC อาทิ มาตรฐานการจัดสวนป่าไม้อย่างยั่งยืน มอก.14061, FSC Thailand (มาตรฐาน FSC ที่เหมาะสมกับประเทศไทย)

          ผศ.ดร.ขวัญชัย ดวงสถาพร หัวหน้าภาควิชาการจัดการป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้กล่าวถึงวิกฤตการรับรองมาตรฐานการจัดการสวนยางพาราในประเทศไทย 6 ประการ ได้แก่
(1) ผลสืบเนื่องจากปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมโลกที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นส่งผลต่อการเร่งให้มีมาตรฐานการจัดการสวนยางพารา
(2) สถานการณ์การส่งออกผลิตภัณฑ์จากไม้ยางพาราในระยะยาวอยู่ในสถานภาพที่มีความเสี่ยงสูง
(3) ประเทศไทยมีพื้นที่สวนยางพาราที่มีการจัดการและได้รับการรับรองตามมาตรฐานการจัดการป่าไม้ในระดับนานาชาติเพียงร้อยละ 0.5 ของพื้นที่สวนยางพาราทั้งประเทศ
(4) มาตรฐานการรับรองการจัดการป่าไม้ในระดับนานาชาติตามเงื่อนไขของผู้ซื้อมีหลายมาตรฐาน
(5) ผู้ทำสวนยางพาราและผู้ประกอบธุรกิจไม้ยางพาราส่วนใหญ่ไม่เข้าใจในมาตรฐานการรับรองการจัดการป่าไม้ในระดับนานาชาติที่ดีพอ และ
(6) มีการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการรับรองของ FSC จากเวอร์ชั่น 4 เป็น เวอร์ชั่น 5 ในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งมีเงื่อนไขเพิ่มมากขึ้นในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐาน

          ซึ่ง ผศ.ดร.ขวัญชัย ดวงสถาพร ได้เสนอแนะแนวทางเพื่อตอบโจทย์เร่งด่วนของวิกฤตยางพาราไทยบนพื้นฐานงานวิจัย 6 ประการ ได้แก่
(1) กำหนดเป็นวาระแห่งชาติเร่งด่วนในการพัฒนาศักยภาพของการทำสวนยางพาราทั้งระบบเพื่อให้ได้รับการรับรองการจัดการป่าไม้ในระดับนานาชาติ
(2) กำหนดหรือสร้างองค์กรที่มีภารกิจในการรับมือ เจรจา และสร้างการรับรู้กับผู้เกี่ยวข้อง เช่น การยางแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ มหาวิทยาลัย
(3) พัฒนาศักยภาพและสร้างความพร้อมของผู้ทำสวนยางพารา ผู้ประกอบธุรกิจไม้ยางพารา และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ให้ได้รับการรับรองการจัดการป่าไม้ในระดับนานาชาติโดยด่วน
(4) สร้าง Forest Management Standard for Thailand บนพื้นฐานของงานวิจัย ที่ได้รับการรับรองจาก FSC หรือ PEFC
(5) เร่งวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมของการจัดการสวนยางพาราที่มีอยู่หลากหลายรูปแบบในประเทศไทย เช่น การปลูกเชิงเดี่ยว และการปลูกพืชร่วมยางพารา เพื่อรองรับการตรวจมาตรฐาน ภายใน 1-2 ปี และ
(6) ผลักดัน เร่งรัด และเพิ่มศักยภาพให้สวนยางพาราไทยผ่านมาตรฐานการรับรองการจัดการป่าไม้ในระดับนานาชาติตามปริมาณและความต้องการของผู้ซื้อภายใน 2 ปี

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พล.อ.ดร.ปกิตน์ สันตินิยม หัวหน้าพรรคสร้างชาติ ร่วมแสดงความอาลัยกับบิดาของเพื่อนร่วมรุ่น 4-5 ป.โท สื่อสารการเมือง

แสดงความอาลัย – พล.อ.ดร.ปกิตน์ สันตินิยม หัวหน้าพรรคสร้างชาติ ร่วมแสดงความอาลัยกับคุณพ่อธงชัย บิดา สิทธิชัย นุ่มแจ่ม เพื่อนร่วมรุ่น นศ.ป.โท สื่อสารการเมือง รุ่น4-5 ที่วัดพรหมวงศาราม ซอยเพิ่มสิน ประชาสงเคราะห์ 27 เขตดินแดง เมื่อวันก่อน

Cr. ทอนส์ 79