ครอบครัวเผือกประพันธุ์ – ประกอบพิธีลอยอังคาร ส่งพ่อจำรัส สู่สรวงสวรรค์

         ที่ท่าเทียบเรือกลางอ่าวกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นาง สุพัตรา เผือกประพันธุ์ ผู้บริหารห้างทองสุพัตราเยาวราช พร้อมด้วย ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ (ดร.เอ) สส.เขต 8 ชลบุรีและครอบครัวได้ประกอบพิธีลอยอังคารอัฐิผู้วายชนม์ พลเรือโท จำรัส เผือกประพันธุ์ เพื่อไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายและให้ดวงวิญญาณไปสู่สรวงสวรรค์ โดยมี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 11ตลอดจนญาติ ตลอดผู้ที่รู้จักมักคุ้น ขึ้นเรือร่วมในพิธีลอยอังคาร

         สำหรับ พลเรือโท จำรัส เผือกประพันธุ์ เป็นผู้มีนิสัยโอบอ้อมอารีย ใจบุญ ชอบบริจาคทาน รักษาศีล และชอบช่วยเหลืออนุเคราะห์ แก่ผู้ทีเดือดร้อนอยู่เป็นนิจ เป็นบุคคลตัวอย่างที่น่าเคารพนับถือ พร้อมด้วยพรหมวิหารธรรม คือความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และพร่ำสอนให้ลูกๆได้ประพฤติดี ปฎิบัติชอบตามคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนาและประกอบกิจที่เป็นสาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวมมากมาย จึงเป็นที่เคารพรักของชาวสัตหีบ

         ท่านเกิดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2492 ที่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 7 ตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ ทอง จังหวัดอ่างทอง บิดาชื่อนายลด มารดาชื่อ นางผิว เผือกประพันธุ์ อาชีพเกษตรกร มีพี่น้องรวม 4 คน ได้แก่ พลเรือโท จำรัส เผือกประพันธุ์, นางอนงค์ ควงฉวี, นางอรอุไร หล่อเหลี่ยม, นายอนันทชัย เผือกประพันธุ์ (เสียชีวิต) สมรสกับ นางสุพัตรา เผือกประพันธ์ มีบุตรจำนวน 5 คน ได้แก่ นายชัยพร จริยธรรมานุกูล, นายจีรศักดิ์ เผือกประพันธุ์, นายสุรชัย เผือกประพันธุ์, นายพงศ์พันธุ์ เผือกประพันธุ์, ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 จังหวัดชลบุรี

          ประวัติการศึกษาจบการศึกษาชั้นประถมศึกษา จากโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง “จินดามณี”นักเรียนจ่าทหารเรือทหารเรือรุ่น 09 จบการศึกษาโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 11 นักเรียนนายเรือรุ่นที่ 68 เข้ารับการศึกษาหลักสูตรชั้นนายเรือนาวิกโยธิน พ.ศ.2519 หลักสูตรเสนาธิการทหารเรือ หลักสูตรวิทยาลัยเสนาธิการทหาร สำเร็จการฝึก หลักสูตรส่งทางอากาศนาวิกโยธิน ,หลักสูตรรบพิเศษแขนงการลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบกและจู่โจมนาวิกโยธิน

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323

นครนายก – หนุ่มใหญ่พาพ่อมาเยี่ยมแม่ป่วยที่ รพ. จอดรถ จยย.ไว้ 30 นาที รถหาย

หนุ่มใหญ่พาพ่อมาเยี่ยมแม่ป่วยที่โรงพยาบาลนครนายกจอดรถจักยานยนต์ไว้ที่ลานจอด ลงจากตึกผู้ป่วยพบรถจักรยานยนต์หายไปแล้ว

          ศูนย์วิทยุเมืองนครนายก ได้รับแจ้งเหตุมีรถจักรยานยนต์หาย จอดไว้ที่ลานจอดรถโรงพยาบาลนครนายก ระหว่างตึกผู้ป่วย น้ำใจ-ไมตรี จึงได้รายงาน พ.ต.ต. วีระศักดิ์ ญาณวุฒิโธ สารวัตรเวร สถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก เจ้าหน้าที่สายตรวจและเจ้าหน้าที่สืบสวนเมือง ไปยังที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นลานจอดรถจักรยานยนต์ของโรงพยาบาลนครนายก พบนายยุทธ เครือทอง อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 3 ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ แจ้งว่าตนได้พาพ่อมาเยี่ยมแม่ป่วยที่ตึกน้ำใจ ตนได้ขับรถจักรยาน ยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 100 สีชมพูคาดดำ หมายเลขทะเบียน จำหมวดอักษรไม่ได้ หมายเลข 280 ฉะเชิงเทรา มาจอดไว้ที่ลาดจอดรถเมื่อเวลา 07.30 น.ของวันนี้ และพาพ่อขึ้นไปเยี่ยมแม่ที่ป่วยได้ประมาณ 30 นาที่ กลับลงมาจากตึกผู้ป่วยพบว่ารถจักยานยนต์ที่ตนจอดไว้ได้หายไปแล้ว ตนจึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายกไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางโรงพยาบาลนครนายก เพื่อนำมาตรวจสอบและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

         จากการบอกเล่าของนายยุทธ เจ้าของรถจักยานยนต์ทีถูกคนร้านลักรถไปเล่าว่าตนนั้นได้ขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว พาพ่อที่ชรามาจากตำบลสาริกา เพื่อมาเยี่ยมแม่ป่วยที่โรงพยาบาลนครนายก ที่ตึกน้ำใจ ชั้น 3 ได้ประมาณ 30 นาที จึงได้ลงมาจากตึกผู้ป่วยเพื่อจะกลับบ้านที่ตำบลสาริกา แต่มาถึงจุดที่ตนเองจอดรถจักรยานยนต์ไว้ ไม่พบรถแล้ว จึงไปแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยโรงพยาบาลนครนายก ช่วยออกตรวจสอบทั่วโรงพยาบาลก็ไม่พบรถของตน จึงได้พาตนไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อจะได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กาชาดจังหวัดชลบุรี – มอบบ้านให้ประชาชนผู้ยากไร้ เฉลิมพระเกียรติ

         วันนี้ 24 ต.ค.62 นาง สุภาพร เทียนไชย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี มาเป็นประ ธาน ในโครงการมอบบ้านกาชาดรวมใจเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา ประจำปี 2562 ณ หมู่ที่ 7 ตำบลพลูตาหลวง อ. สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ, นางพรทิพย์ อินทศร นายกกิ่งกาชาดอำเถอสัตหีบพร้อมคณะ, พันจ่าเอกพิษณุ โตสมบัติ นายก อบต.พลูตาหลวง, หัวหน้าส่วนราชการ, สมาชิกสภา, ตลอดจน นายสมชาย พูลมี ผู้ที่รับมอบบ้าน ร่วมให้การต้อนรับ

         นาย อนุชา อินทศร กล่าวว่า อำเภอสัตหีบได้รับการพิจารณาการอนุมัติ งบประมาณจากสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด ในการสร้างที่อยู่อาศัย เพื่อผู้ยากไร้ประจำปี 2562 โดยเหล่ากาชาดจังหว้ชลบุรี ได้พิจารณาอนุมัติ งบประมาณให้อำเภอสัตหีบในกาดำเนินการก่อ สร้างที่อยู่อาศัย เพื่อผู้ยากไร้ในเขตพื้นที่อำเภอสัตหีบ จำนวน 2 หลัง ๆ ละ 200,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 400,000 บาท

         ขอเรียนข้อมูลเบื้องต้น ของครอบครัวผู้ได้รับความช่วยเหลือในการสร้างที่อยู่อาศัย นายสมชายพูลมี อายุ61 ปี อาศัยอยู่บ้านเลที่12/8 หมู่ที่7 ตำบลพลูตาหลวง ประกอบ อา ชีพรับจ้างซ่อมไดนาโม รายได้ไม่แน่นอน มีคนมาจ้างก็ได้ทำ ปัจจุบันอาศัยอยู่กับภรรยา ซึ่งมีอาชีพรับจ้าง มีบุตร 2 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน และหลานชาย 1 คน นายสมชาย พูลมี เป็นคนที่มีความขยันหมั่นเพียร ประกอบอาชีพสุจริต และต่อสู้ชีวิตด้วยความยากลำบาก บ้านที่อยู่เดิมเป็นบ้านเช่า ต่อมามารดาได้แบ่งที่ดินให้ คณะกรรมการพิจารณาแล้ว จึงเสนอขอรับการสนับสนุน งบประมาณจากเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรีพิจารณา จนกระทั่งได้รับอนุมัติงบประมาณในการสร้างบ้าน กระผม เป็นตัวแทนครอบครัวนายสมชาย พูลมี ขอขอบคุณท่านสุภาพร เทียนไชยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี และคณะ ทุกท่านที่ได้กรุณาให้ความช่วยเหลือในการสร้างที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้ยากไร้ในเขตพื้นที่อำเภอสัตหีบในครั้งนี้

         นางสุภาพร เทียนไชย กล่าวว่า ซึ่งทั้งหมดที่ได้รับการมอบบ้านในวันนี้ล้วนแล้วแต่ มีความยากลำบาก มีฐานะยากจน มีความประพฤติตนที่ดีและมีความเดือดร้อนจริง ซึ่งได้พิจารณาคัดกรองคัดเลือกอย่างละเอียด ถี่ถ้วนแล้ว ในแต่ละปี เหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี จะทำการพิจารณาเงินรายได้จากการเปิดร้านมัจฉากาชาด เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือผู้ยากไร้ ในจังหวัดชลบุรี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และบรรเทาความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ที่ประกอบอาชีพสุจริต มีฐานะยากจน และเป็นคนดีของสังคม

          หลังจากมอบบ้านให้นาย สมชาย พูลมี เสร็จสิ้นแล้วนั้น นาง สุภาพร เทียนไชยได้เดินทางไปเยี่ยมบ้าน นาง พรพรรณ ประดิษฐ์ชัย ซึ่งอยู่ในหมู่เดียวกันได้รับการซ่อมแซมบ้าน เปลี่ยนหลังคา เปลี่ยนประตูห้องน้ำ เปลี่ยนสายไฟและทาสีใหม่ ใช้งบประมาณ ซ่อมแซม 34,000 บาท ก่อนจะเดินทางไปยังเขตพื้นที่นาจอมเทียนเพื่อมอบบ้าน หลังที่ 2 ต่อไป

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645, 0945565622/086-3684323

อิ่มบุญอิ่มใจ – รองนายกแหลมฉบัง จัดพิธี หล่อพระประจำวันเกิดครบ 7 วัน นิมนต์ หลวงปู่ฮก เข้าร่วม พร้อมเปิดโรงทาน

อิ่มบุญอิ่มใจ รองนายกแหลมฉบัง จัดพิธีหล่อพระประจำวันเกิดครบ 7 วัน นิมนต์ หลวงปู่ฮก เข้าร่วม พร้อมเปิดโรงทาน เชิญชาวบ้านทานฟรีตลอดวัน

         ที่บริเวณบริษัท สุขุมคอนสตรัคชั่น แอนด์ ซัพพลาย จำกัด ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรี ราชา จังหวัดชลบุรี นายสุขุม อินแดง รองนายเทศมนตรีนครแหลมฉบัง พร้อมด้วยครอบครัว ได้จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด 23 ตุลาคม 2562 อายุครบ 59 ปี โดยมีการนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 9 รูป มาทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล และเปิดโรงทานให้กับผู้เข้าร่วมงานได้รับประทานอาหารร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น

          โดยมีนายบุญเลิศ น้อมศิลป์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลแหลมฉบัง นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล คณะกรรมการชุมชน ข้าราชการตำรวจ ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชาวบ้านในพื้นที่ เข้าร่วมในครั้งนี้ หลังจากนั้นได้มีพิธีบวงสรวงเทพหล่อพระประจำวันเกิด ทั้ง 7 วัน หล่อระฆัง พระสิวสี และพระปางชนะมาร โดยนิมนต์ หลวงปู่ฮก รตินฺธโร วัดราษฎร์เรืองสุข ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เข้าร่วมพิธีอีกด้วย

         ทั้งนี้รายได้ทั้งหมดที่ผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญบริจาคมาในครั้งนี้ จะส่งมอบให้กับโรงพยาบาลแหลมฉบัง เพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์และมอบเป็นทุนค่าอาหารกลางวันให้กับโรง เรียน ในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นพิธี การได้มีการแจกผ้ายันต์ และสายศิลป์ ให้กับผู้เข้าร่วมงานได้นำติดตัวกลับบ้านไปอีกด้วย

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เสริมศิริมงคล ตามความเชื่อคนไทย !! อัยการจังหวัดชลบุรี จัดพิธีทำบุญอาคารสำนักงาน

เสริมศิริมงคลตามความเชื่อคนไทย !! อัยการจังหวัดชลบุรี จัดพิธีทำบุญตึกที่ทำการสำนักงานอัยการ เสริมศิริมงคล ตามความเชื่อของคนไทย

         วันอังคารที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562 สำนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี ได้จัดพิธีทำบุญตัก บาตรและทำบุญอาคารสำนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี ณ บริเวณสำนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลุรี โดยมีพระอาจารย์ชวัญชัย ธมฺมวโร เจ้าอาวาสวัดนามะตูม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ประกอบพิธี จากนั้นพระสงฆ์จำนวน 9 รูป เจริญพระ พุทธมนต์ เพื่อเป็นศิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน

         นางสาวกรภัทร นิษฐาอัครากุล อัยการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า จังหวัดชลบุรี มีหน่วยงานสังกัดกรมอัยการ จำนวน 6 หน่วยงาน ประกอบด้วย มี 6 หน่วยงาน ประกอบด้วย

  1. นักงานอัยการเขต2
  2. ที่ทำการอัยการฎีกาเขต2
  3. ที่ทำการอัยการอุทธรณ์จังหวัดชลบุรี
  4. ที่ทำการอัยการจังหวัดชลบุรี
  5. ที่ทำการอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี
  6. สำนักงานคุ้มครองสิทิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชนจังหวัดชลบุรี

          เดิมมีที่ทำการอยู่ในอาคารศาลากลางจังหวัดชลบุรี ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีเนื้อทำงานคับแคบ อัยการพิเศษประจำเขต2 และเจ้าหน้าที่อัยการจังหวัดชลบุรีทุกคน ที่ได้มาปฏิบัติหน้าที่อยู่ในจังหวัดชลบุรี ได้เล็งเห็นว่ากรมอัยการน่าจะมีอาคารที่ทำการเป็นเอกเทศ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติของกรมอัยการและพนักงานอัยการ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้พนักงานอัยการ ได้ใช้ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และในปี 2528 นายสืบ รอดประเสริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีในสมัยนั้น ได้อนุญาตให้ใช้ที่ดินบริเวณต่อจากอาคารศาลากลางจังหวัดกับศาลจังหวัดชลบุรี มีเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 30 ตารางวา ทำการก่อสร้างอาคารที่ทำการอัยการ โดยดำเนินการก่อสร้างแบบเดี่ยวกับศาลากลางจังหวัด มีกองช่างเทศบาลเมืองชลุบรี ได้ดำเนินการออกแบบ ซึ่งกรมอัยการได้รับอนุมัติเงินงบประมาณ จำนวน 6,890,000 บาท

         ปัจจุบันสำนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ที่อาคารอัยการชลบุรี ถนนมนตเสวี ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จในปี 2531 และเริ่มเข้าใช้อาคารโดยย้ายสำนังกานจากศาลากลางจังหวัดในวันที่ 2 มิถุนายน 2531 โดยมี ดร.โกเมน ภัทรภิรมย์ อธิบดีกรมอัยการ ได้ทำพิธีเปิดอาคารอัยการชลบุรีอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2531 จำนวน 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย

  1. สำนักงานอัยการภาค 2 (ชลบุรี)
  2. สำนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี
  3. สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงชลบุรี
  4. สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชลบุรี
  5. สำนักงานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชนจังหวัดชลบุรี

         นางสาวกรภัทร นิษฐาอัครากุล อัยการจังหวัดชลบุรี กล่าวต่อไปอีกว่า สำนักงานอัย การจังหวัดชลบุรี มีเขตอำนาจหน้าที่ครอบคลุมท้องที่ อำเภอเมืองชลบุรี อำเภอพานทอง อำเภอพนัสนิคม อำเภอบ้านบึง อำเภอบ่อทอง อำเภอหนองใหญ่ อำเภอเกาะสีชัง อำเภอเกาะจันทร์ และอำเภอศรีราชา (ตำบลสุรศักดิ์ ตำบลบางพระ ตำบลหนองขาม และตำบลเขาคันทรง)

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด – พุทธศาสนิกชนชาวอําเภอคลองใหญ่ ร่วมกับ ชาวตําบลหาดเล็ก จัดพิธีทอดกฐินสามัคคี สนับสนุนสร้าง โรงครัววัดคลองมะนาว

พุทธศาสนิกชนชาวอําเภอคลองใหญ่ร่วมกับชาวตําบลหาดเล็ก จังหวัดตราด จัดพิธีทอดกฐินสามัคคี สนับสนุนสร้างโรงครัววัดคลองมะนาวได้กว่า 7 แสนบาท

         วันที่ 24 ตุลาคม 2562 โดยมีนายสมศักดิ์ ศรีวิไล, นางสําราญ ประสิทธิเวช เป็นประ ธาน โดยมีนายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ ให้เกียรติ เป็นประธานจุดธูปเทียน พร้อมด้วย พระครูพิทักษ์บูรเขต เจ้าคณะอําเภอคลองใหญ่ เจ้าอาวาสวัดคลองมะนาว เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และคณะกรรมการ พ.ต.ท.มนตรี จินะ, นส.กิจปภา ประสิทธิเวช, นายปิยวุฒิ ประสิทธิเวช, นางวรรณรี ประไพ และหน่วยงานสายในพื้นที่เข้าร่วม

          โดยมีชาวบ้านตําบลไม้รูดบ้านคลองมะนาว ให้การต้อนรับและร่วมพิธีจํานวน 500 คน ก่อนพิธีทอดกฐิน ได้มีการแห่องค์กฐิน ไปรอบๆอุโบสถวัดคลองมะนาว 3 รอบ พร้อมนําองค์กฐิน เข้าร่วมประกอบพิธี

         ซึ่งการทอดกฐินสามัคคีวัดคลองมะนาวในครั้งนี้ ได้จตุปัจจัยถวายวัดคลองมะนาว จํานวนทั้งสิ้น ๗๒๕,๑๘๕ บาท สําหรับนําไปใช้ในการก่อสร้างโรงครัวหลังใหม่ขึ้น จํานวน 1 หลัง ซึ่งทางวัดยังขาดทุนทรัพย์เป็นจํานวนมาก และจะนําไปใช้ในกิจการของวัดและศาสนาให้รุ่งเรื่องสืบต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ยะลา – รวบพ่อค้าเสื้อมือ 2 ต้มน้ำท่อมขาย ขยายผลต่อ พบยาไอซ์-ปืนm16 – เครื่องกระสุน เพียบ

         วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา ประมาณ15.30 น. ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เบตง จ.ยะลา ตรวจค้นร้านขายเสื้อผ้ามือ 2 กลางเมืองเบตง พบน้ำกระท่อม สารภาพ จำหน่ายให้วัยรุ่นในพื้นที่ ขยายผลพบ ยาไอซ์, ปืน M16 เจ้าของร้านรับสารภาพ ยาไอซ์ น้ำกระท่อม มีไว้เสพ ส่วนปืนมีไว้ป้องกันตัว

         พ.ต.อ.ต่อศักดิ์  สารีรัตน์ ผกก.สภ.เบตง มอบหมายให้ พ.ต.ท.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล รอง ผกก.สส.ฯ ฯ  พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภุชงค์ สงวนจิตร สว.สส.ฯ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน  สภ.เบตง ได้เข้าตรวจสอบร้านขายเสื้อผ้ามือสอง ไม่มีเลขที่ ริมถนนนาคราชบำรุง ในเขตเทศบาลเมือเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา หลังสืบทราบว่า มีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมให้กับวัยรุ่นในพื้นที่

         จากการตรวจสอบพบนายมะแอ สาแม อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านเสื้อดังกล่าว  จากตรวจค้นภายในร้านพบ น้ำต้มพืชใบกระท่อม บรรจุอยู่ในขวดน้ำดื่ม จำนวน 1 ขวด เครื่องชั่งดิจิตอล สีดำ จำนวน 1 เครื่อง และยาไอซ์ ส่วนหนึ่งพร้อมอุปกรณ์เสพยาไอซ์ จำนวน 1 หลอด จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นตำรวจได้ตรวจค้น รถยนต์กระบะโตโยต้าสีขาว ที่จอดอยู่หน้าร้าน พบอาวุธปืนยาว ยี่ห้อ โคล เอ็ม 16 สีดำ จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 5.56 มิลลิเมตร จำนวน 145 นัดและกระสุนปืนขนาด .357 นิ้ว จำนวน 1 นัด นอกจากนี้ยังขยายผลไปยังบ้านเช่า ถ.คงคา ต. อ.เบตง จ.ยะลา ของผู้ต้องหา ซึ่งไม่ห่างจากร้านจำหน่ายเสื้อผ้า เจ้าหน้าที่ยังพบไอซ์ น้ำหนัก 1.70 กรัม

         จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ยาไอซ์และ น้ำกระท่อมมีไว้เสพ ส่วนอาวุธปืน M16 เพิ่งให้ญาติหามาให้ในราคา 50,000 บาท โดยซื้อมาจากพื้นที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส โดยอ้างว่ามีไว้เพื่อป้องกันตัว ระหว่างเดินทาง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืน และยาเสพติด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี

สำนักข่าวความมั่นคง3จังหวัดชายแดนภาคใต้

รอง นรม.วิษณุฯ เป็นประธานพิธีจุดเทียน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

          วันนี้ (23 ต.ค.62) เวลา 19.30 น. ณ ท้องสนามหลวง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีนางวัชราภรณ์ เครืองาม ภริยารองนายกรัฐมนตรี ประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญพร้อมภริยา คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน และภาคประชาชน เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

          เมื่อรองนายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางถึงท้องสนามหลวง รองนายกรัฐมนตรีและภริยา ยืน ณ ด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รองนายกรัฐมนตรี ทำวันทยหัตถ์ ณ ด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ภริยารองนายกรัฐมนตรี ถอนสายบัว)

          จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ความว่า เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันนี้ข้าพระพุทธเจ้า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ที่มาชุมนุมพร้อมเพรียงกัน ณ ที่แห่งนี้ ต่างน้อมจิตรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ถวายเป็นราชสักการะกตัญญุตาบูชาแด่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ

         ตลอดรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงอุทิศบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์ และทรงปกครองพระราชอาณาจักร ให้มีความมั่นคงและร่มเย็นเป็นสุข ทรงพระราชอุตสาหะเสด็จประพาสต้น เพื่อสดับตรับฟังทุกข์สุขของปวงพสกนิกร ในท้องถิ่นต่าง ๆ พระองค์มีพระราชดำริพัฒนาชาติบ้านเมืองให้มีความเจริญรุ่งเรืองในทุก ๆ ด้าน ทรงนำวิทยาการ ที่ได้จากการเสด็จพระราช ดำเนินไปเยือนต่างประเทศ มาวางรากฐานการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ทั้งการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิรูประบบการเงินการคลัง การศึกษา การสาธารณูปโภค ด้วยพระปรีชาสามารถ และสายพระเนตรอันกว้างไกลทำให้ประเทศชาติพัฒนาก้าวหน้าทันสมัย ทรงยกเลิกระบบทาส และระบบไพร่ และทรงนำศาสตร์การปกครองของไทย และชาติสากล มาผนวกใช้ในการปกครองพระราชอาณาจักร นำพาชาติบ้านเมืองให้ผ่านพ้นภัย ดำรงอธิปไตย และความเป็นเอกราชของชาติไว้ได้อย่างมั่นคง ทำให้ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรืองพัฒนาไพบูลย์สืบเนื่องมาจนกาลปัจจุบัน พระปรีชาสามารถและพระเกียรติยศ เป็นที่ประจักษ์แก่นานาอารยประเทศ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น พสกนิกรชาวไทยทั้งหลายจึงต่างน้อมรำลึก เทิดพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้ถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ว่า “พระปิยมหาราช”

          เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอให้ผู้ที่ชุมนุมกัน ณ สถานที่แห่งนี้และสถานที่ต่าง ๆ พร้อมใจกันจุดเทียน และยืนสงบนิ่ง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระมหากษัตริย์ผู้ทรงอุทิศพระองค์ เพื่อประโยชน์สุขของปวงประชาราษฎร และเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย และจักจดจารึกพระเกียรติคุณและคุณูปการอันใหญ่หลวงของพระองค์ไว้ในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ ต่อจากนั้น รองนายกรัฐมนตรีและภริยารับมอบเทียน แล้วชมวีดิทัศน์น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ จบแล้ว รองนายกรัฐมนตรี ทำวันทยหัตถ์ ณ ด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ภริยารองนายกรัฐมนตรี ถอนสายบัว) เสร็จพิธี

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

รองนายกฯ อนุทิน ขอบคุณทุกภาคส่วน เห็นสุขภาพประชาชนมาก่อน เผย กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าออกกฎกระทรวง หลัง คกก.วัตถุอันตรายมีมติแบน 3 สาร

          น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอบคุณคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มีมติปรับวัตถุอันตราย 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออกและมีไว้ครอบครอง ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 สอดคล้องกับที่กระทรวงสาธารณสุข รับนโยบายในเรื่องดังกล่าวจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยให้คำนึงถึงสุขภาพของประชาชนเป็นลำดับแรก

          ทั้งนี้ นายอนุทิน ขอบคุณคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ตระหนักถึงคุณภาพชีวิตของเกษตรกรที่ต้องเผชิญกับการใช้สารเคมีโดยตรง  และยังส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคอีกด้วย นอกจากนี้ ยังขอบคุณทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม ข้าราชการ นักวิชาการ รวมถึงศิลปิน อาทิ นายยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ที่ช่วยกันรณรงค์เพื่อแก้แก้ปัญหาสุขภาพของประชนชนอย่างเข้มแข็ง

          น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า หลังจากนี้ จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างครบถ้วนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย รวมถึงรับฟังข้อเสนอแนะว่าเมื่อแบนการใช้สารเคมี 3 ชนิดแล้ว จะมีการทดแทนอย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบต่อวิถีชีวิตของเกษตรกร พร้อมกันนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะดำเนินการออกกฎกระทรวงว่าด้วยการปรับวัตถุอันตราย 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออกและมีไว้ครอบครอง เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

“ชัช-เตาปูน” ควง​ “ดำรงค์-จตุพร-อารีย์​” วางศิลาฤกษ์ ก่อสร้าง สถานีรถไฟ

         เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2562​ เวลา 12.00 น.: นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท พร้อมนายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย, นายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อชาติ, นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และคณะ​ เดินทางไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเป็นประธานวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างสถานีรถไฟบริเวณหน้าวัดธาตุน้อย โดยมีคหบดีใจบุญ คุณจิมมี่ ร่วมพิธีในวันที่ 24 ตุลาคม 2562

          นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวว่า ในการเดินทางมาครั้งนี้เพื่อช่วยพัฒนาเมืองนครศรีธรรมราช ให้มีความเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ตนขอยืนยันว่าทุกพรรคการเมืองคือเพื่อนกัน​ และพร้อมที่จะทำงานร่วมกันในการพัฒนาประเทศ และดูแลพี่น้องประชาชนชาวไทย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​