พระนวกะโพธิ – แม่ชีพรหมโพธิ ร่วมทำกิจกรรม ที่มูลนิธิพระราหู จังหวัดสระบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พระนวกะโพธิ-แม่ชีพรหมโพธิ “โครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ ตามรอยพระบรมศาสดา สู่ดินแดนพุทธภูมิ แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน 4 ตำบล รุ่นที่ 3” ร่วมทำกิจกรรมที่มูลนิธิพระราหู จังหวัดสระบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

         เมื่อเร็วๆนี้ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษาบริษัท รักษาความปลอดภัย จีจีไอ. กรุ๊ป จำกัด ประธานที่ปรึกษา “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” และประธานจัดโครงการบรรพชาอุป สมบทหมู่ ตามรอยพระบรมศาสดา สู่ดินแดนพุทธภูมิ แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน 4 ตำบล รุ่นที่ 3” ณ ประเทศอินเดีย พร้อมด้วยภริยาและนายสัญญา นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร เขต 3 จ.นครสวรรค์ รวมทั้งคณะศรัทธาได้ร่วมนิมนต์พระนวกะโพธิ จำนวน 35 รูป และแม่ชีพรหมโพธิ จำนวน 6 ท่าน ที่เข้าร่วมบวชในโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ฯ ณ ประเทศอินเดีย ตั้งแต่วันที่ 9-22 ตุลาคม 2562​ ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปยัง มูลนิธิพระราหู, หลวงพ่อวัดบ้านแหลม (จำลอง) สถานปฏิบัติธรรมหิรัณย์พัฒน์ ต.บัวลอย อ.หนองแค จ.สระบุรี เพื่อร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตักบาตร​ และฉันท์เพล พร้อมทั้งทำพิธีปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งทางคณะได้นำหน่อมาจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย

         โดยมีพระชลรัช ผิวพรรณ (อิทธิวรโพธิ) ประธานพระนวกะโพธิ รุ่นที่ 3 เป็นประธานนำสวดพิธี ก่อนที่จะร่วมทำพิธีปลูกหน่อพระศรีมหาโพธิ์ พร้อมด้วยการปล่อยปลา ที่ซื้อมาจากตลาดเพื่อไถ่ชีวิต พร้อมสวดถวายองค์พระราหู เพื่อเป็นศิริมงคล โดยมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ยังมีชาวบ้านใกล้เคียงมูลนิธิพระราหู นำโดยนายทวีศักดิ์ อยู่ถาวร(เสี่ยเก่ง บัวลอย) เข้าร่วมพิธีและจัดหาอาหารคาว–หวาน มาร่วมเลี้ยงแขกผู้มีเกียรติและผู้เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย

          ภายหลังประกอบพิธีต่างๆ เสร็จสิ้น ณ มูลนิธิพระราหู ดร.หิมาลัย และ คณะพระนวกะโพธิ แม่ชีพรหมโพธิ ที่บวชในโครงการฯ รุ่นที่ 3 พร้อมด้วยคณะศรัทธา ได้เดินทางไปที่วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ คณะพระนวกะโพธิ แม่ชีพรหมโพธิ ในโครงการบรรพชา อุปสมบทหมู่ฯ รุ่นที่ 3 ได้เดินกลับวัดอุทัยธาราม (บางกะปิ) แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พร้อมกับทำพิธีลาสิกขา ในวันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา

          โครงการบรรพชา อุปสมบทหมู่ฯได้จัดขึ้นติดต่อกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา สำหรับปีนี้เป็นปีที่ 3 ซึ่งได้รับความสนใจจากหน่วยงานต่างๆรวมทั้งประขาชนทั่วไปได้มาเข้าร่วมโครงการฯ​ เป็นอย่างมาก สำหรับโครงการบรรพชา อุปสมบทหมู่ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพระธรรม ในดินแดนกำเนิดของพระพุทธศาสนา หรือ พุทธสังเวชนียสถาน 4 ตำบล แห่งดินแดนพุทธภูมิ สถานที่เนื่องด้วยการประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งจะทำให้คณะผู้ที่บรรพชา อุปสมบท ในครั้งนี้ มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา มีจิตใจที่สงบ มีความเข้าใจในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น และเพื่อเป็นการช่วยกันจรรโลงพุทธศาสนาสืบต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ข้าวตราฉัตร – ภายใต้โครงการ “ข้าวไทย เด็กไทย” สนับสนุนการจัดงาน​ “3 ทศวรรษ น้ำพระทัยสมเด็จเจ้าฟ้าสู่โอลิมปิกวิชาการ”

ข้าวตราฉัตร ภายใต้โครงการ “ข้าวไทย เด็กไทย” สนับสนุนการจัดงาน​ “3 ทศวรรษ น้ำพระทัยสมเด็จเจ้าฟ้าสู่โอลิมปิกวิชาการ”

          บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด จ้ากัด (ข้าวตราฉัตร) ภายใต้โครงการ “ข้าวไทย เด็กไทย” ร่วมสนับสนุนกิจกรรม วิชาการ ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการ​ และพัฒนา มาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทร์ (สอวน.) และส้านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ภายใต้การจัดงาน “3 ทศวรรษ น้ำพระทัยสมเด็จเจ้าฟ้าสู่โอลิมปิกวิชาการ”

         เพื่อกระตุ้น และเผยแพร่ให้นักเรียน ได้รู้จักโครงการโอลิมปิกวิชาการมากขึ้น โดยข้าวตราฉัตร สนับสนุนผ่าน 2 กิจกรรมหลักภายในงาน ได้แก่

  1. สนับสนุนเงินรางวัล มอบให้กับผู้ที่ผ่านการคัดเลือก เข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้าย กิจกรรม Mini Science and Math Olymplads
  2. สนับสนุนการจัดงานสัมมนา “เด็กไทยยุคใหม่ เก่ง ดี มีความสุข” ปี 2 รวมมูลค่าการสนับสนุนกว่า 500,000 บาท

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช. ร่วมสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลอง​ และวิทยุบังคับ จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาส 60 ปี (วช.)​

          สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ​ (วช.) : ศาสตราจารย์ นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดกิจกรรมที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาส 60 ปี (วช.)​ “การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง เทคนิคการบินโดรนแปรอักษร ระดับอาชีวศึกษา” ซึ่ง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ​ (วช.) ร่วมกับสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับจัดขึ้น เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 ณ อาคาร​ วช. 4

          วช.โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ได้กล่าวว่า วช.สนับสนุน​ และพัฒนาทักษะของเยาวชนด้านการประดิษฐ์คิดค้นและนวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยการฝึกอบรมเพื่อนำโดรนมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาทักษะและสมรรถนะด้านการประดิษฐ์แก่เยาวชน วช.ได้ดำเนินการสนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในขณะนี้โดรนเป็นนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจในการพัฒนาและการใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าและการพัฒนาไปประยุกต์ใช้งานในหลากหลายมิติ ซึ่งการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “เทคนิคการบินโดรนแปรอักษร ระดับอาชีวศึกษา” ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม 2562

         ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการต่อยอดให้สามารถพัฒนาซอฟท์แวร์ควบคุมฝูงโดรน ที่เป็นเทคโน โลยีใหม่ ในด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ผู้เข้าอบรมจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปเขียนโปรแกรมสั่งการที่ซับซ้อน และต่อยอดไปสู่การสร้างและพัฒนาโดรนที่มีสมรรถนะสูงขึ้น โดยวช.จะสนับสนุนกิจกรรมการพัฒนาเยาวชนรูปแบบนี้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง จะขยายผลการพัฒนาไปยังเยาวชนในภูมิภาคต่างๆ เพื่อเพิ่มความรู้และทักษะด้านประดิษฐ์คิดค้นและนวัตกรรมในด้านการใช้ประโยชน์จากโดรนอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

          ในการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีทีมระดับอาชีวศึกษาเข้าร่วมอบรมจำนวน 45 ทีม โดยภายหลังการอบรม วช.ได้จัดให้มีการแข่งขันเทคนิคบินโดรนแปรอักษร เพื่อทดสอบความสามารถของผู้เข้าร่วมอบรม และมีการมอบรางวัลเพื่อเป็นแรงจูงใจ ในวันที่ 27 ตุลาคม 2562 อีกด้วย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สว.นท. – จัดงาน “ทอดกฐินเบญจศีล” ประจำปี 2562​ ณ วัดถ้ำสายชล

สว.นท. จัดงานทอด “กฐินเบญจศีล” ประจำปี 2562​ ณ วัดถ้ำสายชล ได้ “ใบหม่อน-กิตติยา” พร้อม 3 พระเอกไอพีเอ็มร่วมงานบุญ

          สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สว.นท.) นำทีมโดย ดร.อำนาจ หมัดสดาย ประธาน พร้อมด้วย​ ดร.ทวีศักดิ์ เผ่าบัณฑูร รองประธาน และ ดร.กัญฐณา สนเจริญ กรรมการฝ่ายคัดเลือก​ และประชาสัมพันธ์ ร่วมกันจัดงาน “ทอดกฐินเบญจศีล” โดย พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีในรัชกาลที่ 9 ประธานฝ่ายฆราวาส เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 และถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ณ วัดถ้ำชายชล อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินสร้างสถานปฏิบัติธรรม และพระอุโบสถให้สำเร็จ ระหว่างวันที่ 22-23 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา

         งานนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.วโรดม ศิริสุข ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตสถานีโทรทัศน์ไอพีเอ็ม, กฤตธน การะเกตุ ผู้กำกับฯ, เพชรา วงศ์เทวัญ, รัชดาภรณ์ เกตุเทศ นอกจากนี้ยังมีนางเอกจากละคร “มัจจุราชฝึกหัด” ช่อง 7HD น้องใบหม่อน – กิตติยา จิตรภักดี พร้อม 3 พระเอกจากค่ายไอพีเอ็ม มาร่วมบุญด้วย บอล-ว่าที่ร้อยตรีติณณภัทร์ ภูนอก จาก “ซีรี่ย์รักไม่จำกัดนิยาม”, วายุ-ชยพล แก้วเรือน จาก “มัทนะพาธา” และ บอส-พงศ์พณิช คงเจริญ จาก “มโนราห์ผลัดถิ่น” เข้าร่วมงานบุญด้วย

          งานบุญเริ่มต้นจากพิธีบวงสรวง มุจลินทร์นาคราช นำทีมโดย พรามหณ์เกตุ (ปฏิญญา คำสุทธิ์) พร้อมศิษยานุศิษย์ เพื่ออวยชัยให้ลูกหลานอยู่ดีมีสุข ไม่เจ็บ ไม่จน พิธีเริ่มขึ้นด้วยการรำถวายจากธิดานาคี ทอฝัน-ไอณัฐชา และการรำมโนราห์ จาก บอล-ติณณภัทร์ ปิดท้ายด้วยพิธีครอบเศียร “พระพิฆเนศวร์” ที่เขาว่า ขลังนัก​ และเชื่อว่าทำการสิ่งใดจะประสบความสำเร็จทุกประการ

          ช่วงค่ำมีพิธีสมโภชกฐิน มีชาวบ้านในอำเภอปลายพระยา และอำเภอใกล้เคียง ต่างนำต้นกฐินของตัวเองมาร่วมพิธีอย่างคับคั่ง ตบท้ายด้วยการ “รำวงเวียนครก” วัฒนธรรมพื้นบ้านที่สนุกสนาน และประทับใจเป็นที่สุด

          รุ่งเช้าตั้งขบวนนางรำที่แห่มาตั้งแต่ตลาด จนถึงบริเวณวัด และขบวนกฐินเบญจศีล เวียนรอบพระอุโบสถ 3 รอบ ที่ทุกคนต่างมีรอยยิ้มแห่งความสุข และความปลาบปลื้มจากการร่วมบุญในครั้งนี้ และเมื่อถึงเวลา ดร.อำนาจ หมัดสดาย ก็ทำหน้าที่ประธานในพิธีจุดธูปเทียน และกล่าวคำถวายผ้ากฐิน

         งานนี้ยังมีเซอร์ไพร้ส จากสุดยอดมโนราห์อย่าง ดร.ไข่เหลี้ยม วิเชียรศรชัย มโนราห์ชื่อดัง เดินทางมาร่วมงาน และสมทบทุนเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท สรุปยอดเงินในการทอดกฐินเบญจศีลสาย สว.นท. 170,036 บาท และยอดรวมทั้งหมด 454,518 บาท

         “กฐินเบญจศีล” ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก “ประธาน” ทั้ง 9 สาย รวมทั้ง คุณประภัสสร คุ้มสุวรรณ์ ผู้จัดละคร “พระมหาชนก” และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที่นอน เดอะวินเนอร์ 2003 จำกัดและบริษัท ออเร้นจ์ แมทเทรส จำกัด คุณสิริภัสร ฤกษ์สงเคราะห์ หรือ แม่แขก ฝ่ายเสื้อผ้าจากละครชื่อดังหลายๆ เรื่อง คุณจุรีรัตน์ ชัยพรหมประสิทธิ์ พีอาร์สายบุญ และที่ขาดไม่ได้คือ คุณอุษา วิเศษนาวิน ที่เป็นโต้โผในการประสานงานกฐินเบญจศีลในครั้งนี้ รวมทั้งผู้ใหญ่ใจดี คุณแม่เปิ้ล-คุณโท จาก ร้านเทโมเบเกอรี่ กับอาหารรสชาติเด็ด และขนมหวานแสนอร่อย มาถึงกระบี่ไม่มาร้านนี้ถือว่าพลาด,คุณนะโม กุดกลาง,คุณแสนดี พ่อครัว แม่ครัว และพ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอปลายพระยา​ ที่ให้การต้อนรับ​ และดูแลคณะ สว.นท. เป็นอย่างดี​ และอบอุ่นอย่างที่สุด

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช. มอบรางวัล 12 ผลงานวิจัยและนวัตกรรมดีเด่น 60 ปี วช.

          สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มอบรางวัลผลงานวิจัยและนวัตกรรมดีเด่น 60 ปี วช. แก่นักวิจัย นักประดิษฐ์ ผู้ผลิตผลงานที่มีศักยภาพ สร้างคุณูประการและเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคม การพัฒนาชุมชนและพื้นที่ การพัฒนาเศรษฐกิจ/อุตสาหกรรม และสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการ ในงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ครบรอบ 60 ปี เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ชั้น 2 อาคาร วช 1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

          ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. เป็นหน่วยงานหลักในการให้ทุนการวิจัยของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้าด้านการวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรม รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการนำผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในมิติต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบ 60 ปี จึงได้คัดเลือกผลงานวิจัยและนวัตกรรม เข้ารับรางวัลผลงานวิจัยและนวัตกรรมดีเด่น 60 ปี วช. จำนวน 12 ผลงาน ใน 3 ด้าน โดยมีผลงานที่ได้รับรางวัล ดังนี้

ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ด้านการพัฒนาสังคม จำนวน 4 ผลงาน ได้แก่

  1. ผลงานเรื่อง “ชุดอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียม: ผลิตเอง ใช้เอง เพิ่มคุณค่าจากยางพาราสำหรับการดูแลผู้ป่วย ที่มีทวารเทียม” ของผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ และคณะ
  2. ผลงานเรื่อง “ซีลค์ฮีล​ : แผ่นปิดกระตุ้นการหายของบาดแผลจากโปรตีนกาวไหม” ของศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ และคณะ
  3. ผลงานเรื่อง “บลิกซ์พ็อพ สนามจินตนาการ: Blixpop Imaginative Playground” ของนางสาวณัชชา โรจน์วิโรจน์ และ
  4. ผลงานเรื่อง “การศึกษาพัฒนาพรมมิเพื่อใช้เป็นสมุนไพรบำรุงความจำ” ของรองศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ และคณะ

ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ด้านการพัฒนาชุมชนและพื้นที่ จำนวน 3 ผลงาน ได้แก่

  1. ผลงานเรื่อง “เครื่องปลูกมันสำปะหลังชุมชน” ของนายโมเสส ขุริลัง
  2. ผลงานเรื่อง “เครื่องอบแห้งถังหมุนแบบเคลื่อนย้ายได้ สำหรับผลผลิตทางการเกษตร” ของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรมาส เลาหวณิช และคณะ และ
  3. ผลงานเรื่อง “การออกแบบเครื่องทอผ้าแบบยกดอกพิเศษด้วยเครื่องแจ๊คการ์ด (JACQUARD) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเชิงนิเวศน์เศรษฐกิจ” ของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กิตติศักดิ์ อริยะเครือ

ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม จำนวน 5 ผลงาน ได้แก่

  1. ผลงานเรื่อง “มันสำปะหลัง​ ห้วยบง 60” ของรองศาสตราจารย์ ดร.วิจารณ์ วิชชุกิจ และคณะ
  2. ผลงานเรื่อง “เอทีเอส-2: พันธุ์ข้าวโพดหวานลูกผสมเพื่อฝักสดและอุตสาหกรรมแปรรูป” ของ ดร.ทวีศักดิ์ ภู่หลำ
  3. ผลงานเรื่อง “เครื่องตรวจความผิดปกติของนม ยู.เอช.ที. หรือผลิตภัณฑ์อาหารเหลวบรรจุกล่องแบบไม่ทำลาย” ของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุวรรณ หอมหวล และคณะ
  4. ผลงานเรื่อง “ลูกบอลดับเพลิง ELIDE FIRE( EXTINGUISHING BALL” ของนายภณวัชร์นันท์ ไกรมาตย์ และคณะ และ
  5. ผลงานเรื่อง “โครงการบูรณาการเทคโนโลยีชีวภาพในการสร้างพันธุ์ข้าว เพื่อเพิ่มมูลค่าและคุณค่าสูง: ข้าวไรซ์เบอร์รี่” ของศาสตราจารย์ ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร และคณะ

         ผลงานที่ได้รับรางวัลในแต่ละด้าน จะได้รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติคุณ โล่เกียรติ คุณ เงินรางวัล ผลงานละ 10,000 บาท และสิทธิ์ในการรับการสนับสนุนทุนเพื่อพัฒนาต่อยอดผลงาน ซึ่งผลงานวิจัยและนวัตกรรม ทั้ง 12 ผลงาน ล้วนเกิดมาจากความทุ่มเทของคณะนักวิจัย และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ จนทำให้ผลงานวิจัยตอบโจทย์ความต้องการของสังคมรวมทั้งสร้างผลกระทบ เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไปในทิศทางที่ดี ดังที่ปรากฏเป็นที่ประจักษ์

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รองนายกรัฐมนตรี – ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า ด้านการพัฒนาชายแดนภาคใต้

         วันที่ 26 ตุลาคม 2562 เวลา 09.00 น. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและคณะลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า และรับฟังสรุปความก้าวหน้า ตามแนวทางการพัฒนาแบบไร้รอยต่อ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมแนะนำข้อสั่งการ ในการนำไปขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นผลรูปธรรม

          โดยมี พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผอ.รมน.ภาค 4 พร้อมด้วย พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต., นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา/ยะลา/นราธิวาส/สตูล, นายพงศ์เทพ ไข่มุกด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, นายบุญพาศ รักนุ้ย ปลัดจังหวัดปัตตานี, นายอำเภอทุกอำเภอ, หัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน, ผู้แทนภาคเอกชน และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอื่นๆ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 1 ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี.

สำนักข่าวความมั่นคง3จังหวัดชายแดนภาคใต้

เพชรบูรณ์ – พบงูหัวกะโหลกขดอยู่ข้างโอ่งน้ำ แจ้งกู้ภัยมาช่วยจับสำเร็จ ด้านชาวบ้าน แห่นำตัวเลขไปเสี่ยงโชค

https://drive.google.com/file/d/1AkZpy8HCzOrUycvje1FDAiDLtzE2c-Lw/view?usp=sharing

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยวังโป่งรวมใจ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งจาก นางสงการต์ สุขวิเศษ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 ต.วังโป่ง ว่าพบงูขนาดใหญ่ ลักษณะไม่คุ้นชิน หวั่นจะเป็นงูพิษ ทำอันตรายต่อคนในครอบครัวได้ จึงนำกำลัง พร้อมอุปกรณ์จับสัตว์เลื้อยคลาน และอุปกรณ์ไฟส่องสว่าง รุดไปยังที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 44 หมู่ 13 ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง ซึ่งต่อเติมเป็นร้านยางและขายของชำ พบเจ้าของบ้านกำลังยืนรอเจ้าหน้าที่ด้วยอาการตื่นตระหนก พร้อมนำเจ้าหน้าที่เข้าไปบริเวณหลังบ้าน ซึ่งเป็นห้องครัว พบงูขนาดใหญ่ขดตัวอยู่ข้างโอ่งน้ำ จึงได้กันคนไม่เกี่ยวข้องให้ออกห่าง เนื่องจากงูตัวดังกล่าวมีลักษณะไม่คุ้นชิน จากนั้นได้ใช้อุปกรณ์ลักษณะเป็นบ่วง ทำการคล้องคองูด้วยความระมัดระวัง กระทั่งสามารถนำตัวออกมาได้สำเร็จ และปลอดภัย ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นงูหัวกะโหลก หรือ งูเหลือมอ้อ ลำตัวขนาดใหญ่ ความยาว 1 เมตรเศษ จึงได้ช่วยกันจับตัวใส่ถุงปุ๋ย นำไปปล่อยในพื้นที่เหมาะสม คืนสู่ธรรมชาติต่อไป

          จากการสอบถาม นางสาวนันทิกานต์ บุญเสริม ลูกสาวเจ้าของบ้านเล่าว่า ขณะที่กำลังอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียง เจ้าส้ม ซึ่งเป็นแมวเพศผู้ที่เลี้ยงไว้ กำลังส่งเสียงขู่และจ้องมองอะไรบางอย่าง พร้อมทำท่าทีใช้เท้าหน้าเขี่ยไปมา ตอนแรกตนคิดว่า เจ้าส้มกำลังหยอกล้อกับแมวตัวอื่น จึงเปิดไฟจากโทรศัพท์มือถือเพื่อส่องดู ก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบว่าสิ่งที่เจ้าส้มกำลังหยอกล้ออยู่นั้น ไม่ใช่แมวแต่เป็นงูขนาดใหญ่ ที่มีลักษณะไม่คุ้นชิน ซึ่งทราบต่อมาภายหลังว่าเป็นงูหัวกะโหลก หรือ งูเหลือมอ้อ จึงรีบวิ่งไปบอกพ่อกับแม่ให้มาดู พร้อมรีบอุ้มเจ้าส้มหนีออกมา หวั่นถูกงูฉกได้รับอันตรายได้ จากนั้นรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ เข้ามาช่วยเหลือจับงูได้สำเร็จ และปลอดภัย

          ขณะเดียวกัน ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของกู้ภัยวังโป่งรวมใจ ปรากฎว่ามีชาวบ้าน และเพื่อนบ้านข้างเคียงที่ทราบข่าว ต่างมามุงดูงูหัวกะโหลก หรือ งูเหลือมอ้อ กันอย่างคึกคัก เนื่องจากส่วนใหญ่ต่างบอกว่าไม่เคยเห็น และพบเห็นได้ยาก จึงพากันนำเลขที่บ้าน และตัวเลขที่เกี่ยวข้อง เตรียมไปเสี่ยงโชคกันตามความเชื่อต่อไป

          สำหรับงูหัวกะโหลก หรือ งูเหลือมอ้อ ชื่อวิทยาศาสตร์ Homalopsis buccata เป็นงูพิษอ่อนชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในวงศ์งูน้ำ มีลวดลายสีน้ำตาลอ่อนที่ส่วนหัว แลคล้ายหัวกะโหลก อันเป็นที่มาของชื่อเรียก งูหัวกะโหลก

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

สภ.ท่าอุเทน – แถลงการณ์ ตรวจยึดกัญชาอัดแท่ง 123 กิโล

         เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2562 ที่ สภ.ท่าอุเทน จ.นคพรนม ว่าที่ ร.ต.ภูมิศักดิ์ ขำปู่ นายอำเภอท่าอุเทน จ.นคพรนม พร้อมด้วย พ.ต.อ.นที สิริวรวัชร์ ผกก.สภ. ท่าอุเทน, พ.ต.ท.ฌานนท์ เนื่องกัลยา รองผกก.สส.สภ.ท่าอุเทน, พ.ต.ท.ทวี ภาน้อย ผบ.ร้อย ตชด.ที่ 237, ร.ท.สุทธิพงษ์ ปริปุญโญ ผบ.ร้อย ชุดเคลื่อนที่เร็ว ที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปรามยาเสพติด แถลงการณ์ ตรวจยึดกัญชาบรรจุในถุงดำขนาดใหญ่ จำนวน 3 กระสอบ รวมตรวจนับได้ จำนวน 123 แท่ง แท่งละ ประมาณ 1 กิโล กรัม รวมน้ำหนัก 123 กิโลกรัม

         โดยตรวจยึดได้ ภายหลัง มีชาวบ้านแจ้งเบาะแส พบวัยรุ่น 2-3 คน มีพฤติกรรมต้องสง สัย มีท่าทางพิรุธ เข้ามาพักในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลตำบลท่าอุเทน และมีการลำ เลียง สิ่งของต้องสงสัยเข้าไปในห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ พบห้องพักดังกล่าว ผู้เข้าพักหลบหนีไปก่อนเจ้าหน้าที่มา เชื่อไหวตัวทัน ตรวจสอบพบกระสอบถุงดำขนาดใหญ่ 3 กระสอบ ภายใน บรรจุกัญชาอัดแท่ง ตรวจนับ ได้ 123 กิโลกรัม จึงตรวจยึดเป็นของกลาง คิดเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท เนื่องจากมีราคาซื้อขาย ตามชาย แดนประมาณ กิโลกรัมละ 5,000 บาท หากส่งเข้าพื้นที่ตอนในของไทย จะมีราคาสูงประมาณ กิโลกรัมละ 20,000 บาท

         เบื้องต้นจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ทราบว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มวัยรุ่น จำ นวน 2- 3 คน เข้ามาติดต่อพักในรีสอร์ท โดยได้ลงเชื่อเพียงชื่อเล่น คือ นนท์ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดข้อมูลคนพัก จากนั้น ได้เข้าไปพักและมีรถยนต์ เข้าออกผิดปกติ จนกระทั่ง มีชาวบ้านแจ้งเบาะแส ให้ทางตำรวจ มีการตรวจสอบพฤติกรรม เกรงว่าจะมีการมั่วสุ่ม จนกระทั่ง มีการระดมกำลังเข้าตรวจสอบ แต่ไม่พบกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว เชื่อว่า ไหวตัวหนีทัน แต่พบเพียงหลักฐานกัญชาภายในห้องพัก ซึ่งจะได้ มีการสอบสวนเจ้าของโดยละเอียด เพื่อเร่งขยายผลติดตามจับกุม ผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี คาดว่าเป็นขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติในพื้นที่ ซึ่งใช้วิธีขนแบบกองทัพมด ใช้รีสอร์ทเป็นที่พักกัญชา เลี่ยงการจับกุม ทำทีเข้าพัก และนำกัญชามาพักรอการส่งต่อ

          โดยทางเจ้าหน้าที่ จะได้ เพิ่มมาตรการเข้ม ในการสกัดกั้นปราบปรามจับกุม อีกทั้ง ประสานไปยัง ที่พัก รีสอร์ทกลุ่มเสี่ยง ตามพื้นที่ ชายแดน ให้ หมั่นตรวจสอบดูแล และมีการเข้มงวดในการ รับลูกค้าเข้าพัก ป้องกันขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ใช้เป็นที่พักยาเสพติด ยิ่งในช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยว เชื่อว่าจะมีการลักลอบขนส่งเข้าไทย มากขึ้นอีกทั้ง น้ำโขงแห้งเร็ว เชื่อว่าจะเอื้อต่อการพักยาเสพติด ต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ.


พวงเพชร จันทร์ดี / หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน /////

ยะลา – รายงานเพิ่มเติม เหตุพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา

         เมื่อ 26 ต.ค.62 เวลา 09.40 น. คนร้ายลอบวางระเบิด ชป.ร้อย.ทพ.3301 ฉก.ทพ.33 ขณะ กำลังพลจำนวน 4 นาย เดินทางด้วยรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บค 4058 ยะลา กลับจากไปส่งกำลังพลที่ป่วยเป็นไข้หวัด ที่ รพ.บันนังสตา เพื่อกลับฐานฯ ร้อย.ทพ.3301 เบื้องต้นทำให้ รถยนต์ได้รับความเสียหายเล็กน้อย ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

         จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้น พบเป็นเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ไม่ทราบภาชนะบรรจุ และการจุดชนวน วางเร่งด่วน บริเวณที่เกิดเหตุ บ.วังหิน ม. 8 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา พิกัด QG 496897 รายละเอียดเพิ่มเติม แรงระเบิดทำให้รถยนต์ได้รับความเสียเล็ก และเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 4 นาย

  1. ส.ต.ดำรงค์ฤทธิ์ ศิริภานุกูล (อาการแน่นหน้าอกปวดหู)
  2. อส.ทพ.ธนวัฒน์ เจ้ากลดี (อาการเจ็บขา)
  3. อส.ทพ.อนุชน เป็นดล (คนขับ) (อาการหูอื้อ แน่นหน้าอก)
  4. อส.ทพ.มนตรี ศิริ (อาการหูอื้อ)

ถูกนำส่ง รพ.บันนังสตาฯ จว.ยะลารายลเอียดเพิ่มเติมจะรายงานอีกครั้ง

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี

สำนักข่าวความมั่นคง 3จังหวัดชายแดนภาคใต้

ลพบุรี – ไฟไหม้บ้าน บิดา สส.ลพบุรี คาดไฟฟ้าลัดวงจร

https://youtu.be/gvzuH_byFFI

เกิดเหตุเพลิงไหม้ บ้านอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นบิดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบัน โดยสอบสวนเบื้องต้นคาดไฟฟ้าในบ้านลัดวงจรมีผู้สำลักควันติดภายใน 2 คนช่วยออกมาได้หวุดหวิด

         วันที่ 26 ต.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองลพบุรี ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ใจกลางเมืองลพบุรี เลขที่ 119 และ 119/1 ถนนนเรศวร ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมืองลพบุรี หลังจากที่ได้รับแจ้ง ได้ประสานไปยังรถดับเพลิง บริเวณใกล้เคียงให้มาช่วยควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด รวมทั้งประสานไปยังเจ้าหน้าที่ไฟฟ้ามาทำการตัดไฟ ทางเจ้าหน้าที่ ได้ใช้เวลาในการควบคุมเพลิงนานประมาณ 30 นาที ก็สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

         สำหรับบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของนายกมล จิระพันธุ์วาณิช อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรีหลายสมัย และยังเป็นบิดาของนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต 2 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งที่ด้านล่าง ได้เปิดเป็นร้านจำหน่ายสินค้าสะดวกซื้อจำนวน 5 คูหา ขณะเกิดเหตุมีผู้ที่อาศัยอยู่ภายในบ้านประมาณ 6 คน ทางแม่บ้านได้ยินเสียงเหมือนเสียงระเบิดดังขึ้นที่แผงควบคุมภายในบ้านใกล้กับบันไดทางลงมาจากชั้นบน จากนั้นก็มีกลุ่มควันและมีเปลวไฟลุกขึ้นแม่บ้านได้ตะโกนให้คนในบ้านทราบแล้วช่วยกันดับ แต่ไม่สามารถที่จะดับได้ ก็เลยพากันวิ่งหลบหนีออกมาจากนอกบ้าน โดยทราบว่าว่ายังมีคนติดอยู่ด้านบนอีก 2 คนเป็นบุตรสาว ไม่สามารถออกมาได้เพราะบริเวณบันไดมีไฟลุกไหม้ ทางเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันพาออกมาได้ในเวลาต่อมาทราบว่าสำลักควันต้องพาตัวส่งไปยังโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช สำหรับสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้และค่าเสียหายอยู่ระหว่างทางเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบ

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ ลพบุ่รี 0890899090
โยธิน พรมแตงรายงาน