สภ.ศรีสาคร – คนร้ายยิงราษฎรชายเสียชีวิต 1 ราย

          เมื่อ วันที่ 28 ต.ค. 62 เวลา 01.45 น. สภ.ศรีสาคร รับแจ้งเหตุว่า มีคนร้ายยังไม่ทราบชื่อและจำนวน ใช้อาวุธปืนยังไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงราษฎรชายเสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ นายอินฮัม จันทร์ปลด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบ

         เหตุเกิดบริเวณ สะพานถนนสายศรีสาคร-โคกสะตอ (ร่อยต่อศรีสาคร-รือเสาะ) ม.6 ต.ตะมะยูง อ.ศรีสาคร จว.นราธิวาส

พื้นที่รับผิดชอบ สภ.ศรีสาคร จว.นราธิวาส /โทร. 073-561-069
รอง สว.(สอบสวน) ร.ต.ท.สิงหา วสัญหิรัญกิจ /โทร. 089-997-2529

พ.ต.อ.สุธาเวชช์ ธารีไทย ผกก.สภ.ศรีสาคร /โทร. 084-840-1851
ศูนย์วิทยุสื่อสารและเฝ้าฟัง ศปก.ตร.สน. /โทร. 073-203-690-1.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้.

สำนักข่าวความมั่นคง

จังหวัดลพบุรี – จุลกฐินวัดพุน้อย ปีที่ 14 คาดปีนี้ ได้เงินทำบุญกว่า 20 ล้านบาท

เหล่าพุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศมาร่วมงานจุลกฐินสามัคคี วัดพุน้อย ปีที่ 14 โดยได้นำทุนทรัพย์มาร่วมทำบุญกันเป็นจำนวนมากคาดว่าปีนี้จะได้รับเงินทำบุญประ มาณ 20 กว่าล้านบาท


         (28/10/62) สำหรับงานจุลกฐินที่ วัดพุน้อย ตำบลชอนม่วง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นงานที่หาชมได้ยากในปัจจุบันและเป็นประเพณีเก่าแก่ ที่จะหาวัดไหนจัดทำยากขึ้นทุกปี โดยพบว่าได้มีเหล่าพุทธศาสนิกชน ผู้มีจิตศรัทธาของจังหวัดลพบุรี และจังหวัด ต่างๆทั่วประเทศ เดินทางร่วมทำบุญทอดจุลกฐินสามัคคี

         สำหรับในปีนี้พบว่าเหล่าพุทธศาสนิกชนต่างทำพุ่มกฐินกันมาอย่างสวยงามเพื่อนำมาถวายกับพระโภณพัฒนคุณ เจ้าอาวาสวัดพุน้อย รองเจ้าคณะอำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรีกันอย่างคึกคัก ทุกคนเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของความสุข ที่ได้ร่วมทำบุญจุลกฐินในครั้งนี้ ย่างเข้าปีที่ 14 ในการถวายพุ่มกฐินจากพุทธศาสนิกชนที่เข้าแถวกันยาวกว่า 1 กิโลเมตร ซึ่งก็มีพุ่มเงินใหญ่ บ้างเล็กบ้าง ตามกำลังศรัทธา นำมาถวายร่วมในพิธีทำบุญ สำหรับประ เพณีจุลกฐิน จะพบเฉพาะในประเทศไทย และลาว

         ซึ่งในประเทศไทย มีหลักฐานว่ามีการทอดจุลกฐินมาแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยสา เหตุ ที่มีการทำจุลกฐินมาจาก กำหนดการกรานกฐินนั้นมีระยะเวลาจำกัด และพระสงฆ์ไม่สามารถขวนขวายดำเนินการ เพื่อให้ได้มาซึ่งผ้ากฐินเองได้ จึงอาจมีบางวัดที่ใกล้กำหนดหมดฤดูกฐิน แต่ยังไม่มีผู้นำกฐินมาถวาย ทำให้ในสมัยก่อนจะมีผู้ศรัทธาตระเวนไปตามวัดต่างๆ เมื่อเจอวัดที่ยังไม่ได้รับถวายผ้ากฐิน ต้องเร่งรีบขวนขวายจัดการทำผ้ากฐินให้เสร็จทันฤดูกฐินหมด ซึ่งบางครั้งอาจเหลือเวลาแค่วันเดียว จึงต้องอาศัยความร่วมมือของคนทั้งชุม ชน ในการร่วมกันจัดทำผ้าไตรจีวรให้สำเร็จ จากการร่วมมือกันจัดทำในระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้เรียกว่าจุลกฐิน โดยช่วงค่ำที่ผ่านมาประชาชนได้ร่วมกันทอผ้าที่จะนำมาทอดจุลกฐินสามัคคีจนเสร็จเรียบร้อย


          สำหรับในการจัดงานในปีนี้ได้มีพุทธศาสนิกชนนำทุนทรัพย์มาร่วมทำบุญประมาณ 20 กว่าล้านบาท จนทางวัดต้องจัดเตรียมเจ้าหน้าที่มาช่วยกันนับ รวมทั้งติดต่อให้ทางธนาคารนำเครื่องนับเงินมานับ แล้วนำไปฝากกับทางธนาคาร สำหรับเอกลักษณ์ของทางวัดนี้ ที่ทำให้มีผู้มีจิตศรัทธามาทำบุญกันเป็นจำนวนมาก คือเรือ หรือ ที่รู้จักกันว่าเศรษฐีเรือทอง นั้นเอง

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
โยธิน พรมแตง รายงาน

จังหวัดลพบุรี – สืบสานประเพณีอันดีงามทอดผ้าป่าทางเรือ

https://youtu.be/ZOF4N6UVlJc

          วันที่ 28 ต.ค. 62 นายสุปกิตโพธิ์ปภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้เป็นประธานในการประกอบพิธีทอดผ้าป่าทางเรือ ของชาวไทยเชื้อสายมอญ ณ ท่าน้ำท่าขุนนาง อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งประเพณีดังกล่าวชาวไทยเชื้อสายมอญ ตำบลบางขันหมาก อำเภอเมืองลพบุรี ได้ทำสืบทอดกันมาหลายช่วงอายุคนแล้ว สำหรับประเพณีดังกล่าวได้ล่องเรือไปในแม่น้ำลพบุรีสายน้ำประวิติศาสตร์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยแม่น้ำสายนี้ได้ใช้สัญจรทั้งด้านการค้าและด้านการฑูตซึ่งขบวนผ้าป่าที่ตั้งภายในลำเรือจะนำไปถวายให้กับวัด 4 วัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรี ได้แก่ วัดเชิงท่า วัดพรหมมาสตร์ วัดมะปรางหวาน และวัดอัมพวัน

         ทั้งนี้ได้มีหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนชาวไทยรามัญบางขันหมากจังหวัดลพบุรี ได้เข้าร่วมกิจกรรมสืบสานประเพณีลอยผ้าป่าทางเรือส่วนใหญ่จะแต่งกายในแบบของชาวมอญหรือชาวไทยรามัญ สำหรับประเพณีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและเป็นการฟื้นฟู อนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒน ธรรมและอนุรักษ์แม่น้ำลพบุรี นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้วัดเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจ กรรมด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งยังเป็นการให้อนุชนคนรุ่นหลังได้สืบทอดประเพณีเอาไว้อย่างต่อเนื่อง

         สำหรับประเพณีทอดผ้าป่าทางเรือในยุคก่อนๆ หลังออกพรรษาเดือน 11-12 ในชุมชนมอญบางขันหมาก เป็นชุมชนที่มีพื้นที่ลุ่ม พอถึงฤดูน้ำหลาก น้ำท่วมทุกปีจะนิยมนัดแนะรวมกัน หนุ่มสาวนำเรือตั้งตะเกียงเจ้าพายุหัวเรือ ตั้งกองผ้าป่าสามัคคีขึ้นและร้องรำทำเพลงพายทวนแม่น้ำลพบุรีบอกบุญตามริมตลิ่งหรือตามบ้านต่างๆ เป็นที่สนุกสนานเป็นการสร้างความสามัคคี ขณะที่ชาวบ้านสองฝั่งริมแม่น้ำลพบุรี ก็พากันแต่งกายด้วยชุดไทย ชุดประจำชาติชาวมอญหรือไทยรามัญ พร้อมทั้งได้ตบแต่งเรือพื้นบ้าน มาเข้าร่วมกันสืบสานงานประเพณีลอยผ้าป่าทางเรือมอญบางขันหมากกันอย่างสวยงาม

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตง รายงาน

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า – แจงเหตุคนร้าย ลอบวางระเบิด และยิงเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติจรยุทธ์ พื้นที่ยะลา และนราธิวาส

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจงเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด และยิงเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติ จรยุทธ์ พื้นที่ยะลา และนราธิวาส

         จากกรณีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ลอบวางระเบิด ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ กองร้อยทหารพรานที่ 3301 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 ขณะเดินทางกลับฐาน ภายหลังนำกำลังพลที่ป่วย ไปส่งตัวรักษายังโรงพยาบาลบันนังสตา อ.บังนังสตา จ.ยะลา เหตุเกิดบริเวณ บ้านวังหิน หมู่ 8 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2562, เวลา 09.50 น.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 4 นาย นั้น

          ล่าสุด วันที่ 28 ตุลาคม 2562 เวลา 09.00 น พันเอก เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2562 เวลา 09.40 ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้ลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ กองร้อยทหารพรานที่ 3301 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 ขณะเดินทางด้วยรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บค 4058 เบตง กลับจากการนำกำลังพลที่ป่วยเป็นไข้หวัดไปส่งตัวรักษายังโรงพยาบาลบันนังสตา อ.บังนังสตา จ.ยะลา ขณะเดินทางมาถึงบริเวณบ้านวังหิน หมู่ 8 ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้กดชนวนระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหายเล็กน้อยบริเวณกันชนด้านหน้า และกระจกมีรอยแตกร้าว เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 4 นาย ทราบชื่อ คือ

  1. ส.ต. ดำรงฤทธิ์ ศิริภานุกูล (หัวหน้าชุด)
  2. อส.ทพ.ธนวัฒน์ เจ้ากลดี
  3. อส.ทพ.อนุชน เป็นดล
  4. อส.ทพ.มนตรี ศิริ

         โดยทั้ง 4 นาย เจ้าหน้าที่ได้นำส่งไปตรวจอาการยัง โรงพยาบาลบันนังสตา อ.บันนัง สตา จ.ยะลา ซึ่งส่วนใหญ่มีอาการหูอื้อจากแรงระเบิด ซึ่งทั้งหมดอาการปลอดภัย และกลับมาปฏิบัติหน้าที่ยังต้นสังกัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าระเบิดที่คนร้ายใช้ เป็นระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุในกล่องเหล็ก น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร โดยคนร้ายวางแบบเร่งด่วนไว้ในพงหญ้าข้างทาง ห่างจากถนนประมาณ 2-3 เมตร

         นอกจากนี้ ในช่วงค่ำ 20.40 น. ของวันเดียวกัน ( 26 ตุลาคม 2562) ได้เกิดเหตุคน ร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิงเจ้าหน้า ที่ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ กองร้อยทหารพรานที่ 4601 ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 นาย คือ อส.ทพ.วิรัตน์ ฉิมพระ กระสุนถูกบริเวณต้นแขนขวาทะลุ ทำให้กระดูกต้นแขนหัก ขณะทำการรักษาความปลอดภัยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านบาโงกือเต๊ะ หมู่ 4 ตำบลสามัคคี อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เบื้องต้นได้นำตัวส่ง โรงพยาบาลรือเสาะ และส่งต่อมารักษาต่อยัง โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาส ขณะนี้อาการปลอดภัย

          โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณป่ารกทึบข้างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบาโงกือเต๊ะ ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายใช้ซุ่มยิง พบปลอกกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. ของคนร้ายจำนวน 12 ปลอก ตกอยู่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน และส่งตรวจพิสูจน์ต่อไป

          ภายหลังเกิดเหตุการณ์ ทั้ง 2 กรณี พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจประจำพื้นที่เร่งเข้าคลี่คลายสถานการณ์ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และรวบรวมวัตถุพยานต่าง ๆ เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเน้นย้ำให้ทุกพื้นที่จัดระเบียบคุ้มครองเส้นทาง และบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน ในการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่พี่น้องประชาชน และจากพฤติกรรมดังกล่าวคาดว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรนแรง มุ่งหวังก่อกวน สร้างสถานการณ์เพื่อสร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินทางราชการเป็นสำคัญ

         กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ วัตถุต้องสงสัย หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้โดยตรงที่สายด่วน 1341 หรือ หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ ตลอด 24 ชั่วโมง

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี ศูนย์ข่าว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำนักข่าวความมั่นคง

มุกดาหาร # ร้อย.ทพ.2110 ปฏิบัติการ ปิดล้อมตรวจค้น/จับกุม บุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องยาเสพติด(ยาบ้า)

         เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2562 เวลา 15.00 น. ร้อย.ทหารพรานที่ 2110 ( ชป.ผาสุข )ร่วมกับ มว.คทร.ที่ 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เข้าปิดล้อมตรวจค้น/จับกุม บุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องยาเสพติด(ยาบ้า) เนื่องด้วย หน่วยฯได้ทำการสอบสวน ขยายผลผู้เสพยาบ้า ได้ให้ข้อมูลว่า บ้านเลขที่ 99 ม.12 บ.ผาสุข ต./อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร มีการนำยาบ้ามารอจำ หน่ายให้กับกลุ่มผู้เสพเป็นประจำ จึงร่วมกันวางแผนเข้าตรวจสอบ ครั้นเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. ชุดเจ้าหน้าที่ เดินทางถึงบ้านหลังดังกล่าว พิกัด VD 894051 พบนายคชา โสมทอง ชื่อเล่นนิค (ทราบชื่อสกุลจริงภายหลัง) นั่งอยู่ข้างบ้านพร้อมกับเพื่อนอีก 2 คน และแสดงอาการพิรุธ พยายามจะวิ่งหนี หน่วยจึงควบคุมตัว/ตรวจค้นตามร่างกาย ผลการตรวจค้น

  1. นายคชา โสมทอง อายุ 21 บ้านเลขที่ 99 ม.12 บ.ผาสุข ต.ดอนตาล อ. ดอนตาล จว.มุกดาหาร พบก้อนยาบ้าอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านขวา เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นของตนจริง
  2. นายธนวัฒน์ พรมบาง อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 99 ม.12 บ.ผาสุข ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร (ปัสสาวะเป็นบวก)
  3. นายธีรพงษ์ อุณวงค์ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 63 บ.ดอนตาล ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร ( ปัสสาวะเป็นบวก )

         เจ้าหน้าที่ตราจนับของกลาง ยาบ้าได้จำนวน 131 เม็ด (แดง 130, เขียว 1) โดยกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครอง โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1(เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ จึงนำตัวผู้ต้อง หาพร้อมของกลาง หน่วยประสาน จนท.ตร.มว.ตชด.2342 บันทึกจับกุม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ.


พวงเพชร จันทร์ดี /หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
////// เดวิด มุดดาหาร รายงาน /////

ตึ่ง หนองปรือ – รับรางวัล วิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ พิฆเนศวร รางวัลนักแสดงดีเด่น(ชาย)

          นายโยธิน พรมแตง หัวหน้าศูนย์ข่าวความมั่นคง พัทยา จ.ชลบรี ขอแสดงความยินดีกับคุณอัฐพล ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา (ตึ่ง หนองปรือ)ได้รับรางวัลวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ พิฆเนศวร รางวัลนักแสดงดีเด่น(ชาย) เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2562 ณ.สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพมหานคร

นายโยธิน พรมแตง หัวหน้าศูนย์ข่าวความมั่นคง พัทยา จ.ชลบรี

ตม.จว.มุกดาหาร – จับชาวแอฟริกาใต้อยู่เกินกำหนด (OVERSTAY) 146 วัน

https://youtu.be/tvBnAuwEDXo

         เมื่อวันนี้ 27 ตุลาคม 2562 เวลา 14.30 น. ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 และ พ.ต.ท. ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รองผกก.ตม.จว.มุกดาหาร โดยการนำของ พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล สว.ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการจับกุม MR.STEFANUS ANDRIES VAN JAARSVELD อายุ 61 ปี สัญชาติ แอฟริกาใต้ ถือหนังสือเดินทางเลขที่ A04702645 ผู้ถูกจับ ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” สถานที่จับกุม บริเวณหน้าโรงแรมทรัพย์มุกดาภูมิเพลส ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

         พฤติการณ์ในการจับกุม ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกองบังคับ การตรวจคนเข้าเมือง 4 ให้ระดมกวาดล้างจับกุมคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักร โดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) และผู้กระทำผิดตามกฎหมายคนเข้าเมืองและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง วันนี้ (27 ต.ค.2562) เวลาประมาณ 14.00 น ก่อนเกิดเหตุขณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำรถยนต์ไฟฟ้าตรวจการณ์อัจฉริยะออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งจากพนักงานโรงแรมทรัพย์มุกดาภูมิเพลสว่ามี MR.STEFANUS ANDRIES VAN JAARSVELD อายุ 61 ปี สัญชาติ แอฟริกาใต้ ถือหนังสือเดินทางเลขที่ A04702645 ได้เข้ามาพักที่โรงแรมและมีพฤติกรรมต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเบื้องต้นจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (PIBICS) ในรถยนต์ไฟฟ้าตรวจการณ์อัจฉริยะพบข้อมูลว่าคนต่างด้าวดังกล่าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งล่าสุดเมื่อ 5 พฤษภาคม 2562 (5 MAY 2019) ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2562 (3 JUN 2019)

          ต่อมาตามวันและเวลาที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เดินทางไปตรวจสอบที่โรงแรมทรัพย์มุกดาภูมิเพลส พบ MR.STEFANUS ANDRIES VAN JAARSVELD อายุ 61 ปี สัญชาติ แอฟริกาใต้ (ทราบชื่อ-อายุ-และสัญชาติภายหลัง) จึงแสดงตัวเป็นพนักงานเจ้าหน้าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว ผู้ถูกจับได้ยื่นหนังสือเดินทางแอฟริกาใต้เลขที่ A04702645

          จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าว พบว่าผู้ถูกจับเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งล่าสุดเมื่อ 5 พฤษภาคม 2562 (5 MAY 2019) ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2562 (3 JUN 2019) แต่ผู้ถูกจับได้อยู่ในราชอาณาจักรมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 จึงทำการจับกุมและนำตัวผู้ถูกจับไปส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี /หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
////// เดวิด มุดดาหาร รายงาน /////

ชาวยะลา – ร่วมเดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ สานพลังท้องถิ่นไทยถวายพ่อของแผ่นดิน

ชาวยะลา ร่วมเดิน-วิ่ง มินิมาราธอน เฉลิมพระเกียรติ สานพลังท้องถิ่นไทยถวายพ่อของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนำเงินรายได้เข้ากองทุนการศึกษาฯ ในมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเป็นทุนการศึกษาของเยาวชน ผู้ยากจน ด้อยโอกาส 

         วันนี้ (26 ต.ค. 62) สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดยะลา ร่วมกับ เทศบาลตำบลปะแต   และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดโครงการสานพลังท้องถิ่นไทยถวายพ่อของแผ่นดิน เดิน-วิ่ง มินิมาราธอน เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จังหวัดยะลา ณ สนามโรงพิธีช้างเผือก เทศบาลนครยะลา โดยมี นายเจษฎา จิตรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิด และปล่อยตัวนักเดิน-วิ่ง  ฯ ร่วมกับ นายวิญญู สิงหเสม ท้องถิ่นจังหวัดยะลา นายก อบจ.ยะลา นายกเทศมนตรีตำบลปะแต หัวหน้าส่วนราชการ  

          ซึ่งการเดินวิ่งครั้งนี้ มีทั้งประชาชนทุกเพศ ทุกวัย และศิลปินดารานักแสดงจากช่อง 7 สี เข้าร่วมกิจกรรม เดิน-วิ่ง รวมจำนวน 3,500 คน แบ่งประเภทการวิ่งเป็นประเภทฟันรัน 5 กิโลเมตร จำนวน 3,250 คน และมินิมาราธอน 10.5 กิโลเมตร จำนวน 250 คน โดยมีเส้นทางการวิ่งภายในเขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งตลอดเส้นทางการวิ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อส. ร่วมดูแลรักษาความปลอดภัยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม


         สำหรับโครงการสานพลังท้องถิ่นไทย ถวายพ่อของแผ่นดิน “เดิน-วิ่งมินิมาราธอน เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” จัดขึ้น โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมกับสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย  ซึ่งเงินรายได้ทั้ง หมดไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปจัดตั้งกองทุนการศึกษาบรมราชาภิเษก 4 พฤษภาคม 2562 ในมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเป็นทุนการศึกษาของเยาวชน ผู้ยากจน ด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องจนจบขั้นสูงสุดตามอัตภาพ และส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษา และประชาชน สนใจการออกกำลังกายให้มีสุขภาพที่ดี


         ในส่วนของจังหวัดยะลา การจัดกิจกรรมครั้งนี้ จังหวัดยะลาได้มอบหมายให้ เทศบาลตำบลปะแต เป็นเจ้าภาพหลักดำเนินการโครงการ และได้รับสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดยะลาอีก 63 แห่ง ซึ่งมีผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น สมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้าง และประชาชนทั่วไป สมัครเข้าร่วมโครงการ เป็นเงินค่าสมัครคนละ 150 บาท เป็นเงิน 525,000 บาท เงินรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปจัดตั้งกองทุนการศึกษา บรมราชาภิเษกฯ ในมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ โดยจังหวัดยะลาจะคัดเลือกเด็กยากจนในพื้นที่เข้ารับทุนนี้ต่อไป


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ชาวรือเสาะ “ปั่นเพื่อคุณปั่นเพื่อ” ซื้อเครื่องกระตุกหัวใจ มอบเครือข่ายสุขภาพ

นราธิวาส จากใจชาวรือเสาะ” จัดกิจกรรม “ปั่นเพื่อคุณ ปั่นเพื่อขอบคุณ” จาก วิ่ง เดิน ปั่น เพื่อการกุศลซื้อเครื่องกระตุกหัวใจ(AED)ได้มอบกับเครือข่ายสุขภาพ สู่ชุมชน จำนวน 15 เครื่อง

         เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2562 เวลา 06.30 น.ที่โรงพยาบาลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส นายแพทย์มาหามะ เมาะมูลา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรือเสาะ เป็นประธาน จัดกิจกรรม “ปั่นเพื่อคุณ ปั่นเพื่อขอบคุณ จากใจชาวรือเสาะ” โดยเส้นทางปั่น ขาไป จุดเริ่มต้นจากโรงพยาบาลรือเสาะ ส้นทางสามัคคี สามแยกตะโหนด วงเวียนตะโละหะลอ มุ่งสู่ ชุม ชน สาวอฮูลู หลังจากนั้นพักทำกิจกรรม รับประทานอาหารเช้า ที่ชุมชนฮูลู De Sawor @ Ruso เส้นทางปั่นขากลับ จากชุมชน สาวอฮูลู เทศบาลตำบลรือเสาะ และโรงพยาบาลรือ เสาะด้วย เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา

         ด้วยบริษัททีโอทีจำกัดมหาชน ร่วมกับ อำเภอรือเสาะ ภาคีเครือข่ายสุขภาพอำเภอรือเสาะ โดยมีสำนักงานเทศบาลตำบลรือเสาะโรงพยาบาลรือเสาะ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอรือเสาะ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขอำเภอรือเสาะ ร่วมจัดกิจกรรม วิ่ง เดิน ปั่น เพื่อการกุศล move for new life กระตุ้นหัวใจเพื่อคนนรา โดยมีแนวคิดการดูแลส่งเสริมสุขภาพของตนเองเป็นหน้าที่พื้นฐานของประชาชนทุกคน ส่งเสริมให้ประชาชนถนัดถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพของตนเองด้วยการออกกำลังกาย

          ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2562 ได้มอบเครื่องกระตุกหัวใจ(AED)ที่ได้จัดโครงการ เดิน วิ่ง ปั่น ดังกล่าว ซึ่งรายได้ที่ได้ประมาณ900.000 บาท(เก้าแสนบาท) และตอนนี้ได้ซื้อเครื่องกระตุกหัวใจ(AED)ได้มอบกับเครือข่ายสุขภาพ จำนวน15เครื่อง จำนวน15ชุมชนของอำเภอรือเสาะเพื่อใช้ในกิจกรรมของกรณีผู้ป่วยหรือชาวบ้านที่มีปัญหาหมดสติการช่วยเหลือต้องใช้เครื่องกระตุกหัวใจและมีการให้ความรู้กับผู้ที่ดูแลเครื่องกระตุกหัวใจ(AED)ตามที่ชุมชนต่างๆอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล : songkhlatoday.com /ประพันธ์ ฤทธิวงศ์ /นราธิวา

สามฝ่ายความมั่นคงจังหวัดยะลา “ตรวจเข้ม” มาตรการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย

สามฝ่ายความมั่นคงจังหวัดยะลา “ตรวจเข้ม” มาตรการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย

          เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา โดยการนำของ ส.ต.อ.นฤดม วงศ์เอี่ยม ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองยะลา ได้นำกำลังตำรวจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร อาสารักษาดินแดนเมืองยะลา ตั้งจุดตรวจค้น บุคคล ยานพาหนะ ต้องสงสัย อย่างเข้มงวด ตามแผนรักษาความปลอดภัยเขตเมือง เพื่อป้องกัน สกัดกั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่อาจจะแฝงตัว ลักลอบนำอาวุธ วัตถุระเบิด ยานพาหนะเป้าหมาย เข้ามาก่อเหตุความไม่สงบ สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่

          โดยเน้นตรวจสอบบุคคลเป้าหมายคดีความมั่นคง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เป้าหมาย แจ้งเตือนการก่อเหตุ รวมทั้งอาวุธ วัตถุระเบิด สิ่งของต้องสงสัย หลังกลุ่มคนร้ายยังคง มีความพยายามที่จะก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดเมื่อวานนี้ (26 ต.ค. 62) คนร้ายได้วางระเบิดลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดยะลา

          ขณะที่ ทางกองทัพภาค 4 ได้สั่งทุกหน่วยในพื้นที่ให้เพิ่มความเข้มงวด และมีมาตรการควบคุมพื้นที่ให้มีความปลอดภัยสูงสุด ทั้งในพื้นที่รอบนอกและรอบใน สำหรับพื้นที่ชายแดน ด่านตรวจคนเข้าเมือง ให้เฝ้าระวังบุคคลตามบัญชีรายชื่อห้าพันกว่ารายชื่อ และให้ใช้ ชป.ชลยุทธ ลาดตะเวนเส้นทาง ท่าข้ามที่ผิดกฎหมาย ส่วนพื้นที่ตอนในให้ใช้มาตรการพิทักษ์ประชาชนและทรัพยากรเข้าไปในหมู่บ้าน โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารเป็นกำลังหลัก ร่วมกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. ผรส. รวมทั้งกำลังประจำถิ่น หรือ อส. เพื่อสร้างพื้นที่หมู่บ้านให้มีความปลอดภัยสูงสุด

#สามฝ่ายความมั่นคงจังหวัดยะลา #ตรวจเข้ม #มาตรการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : thainews.prd.go.th (NNT)