เพชรบูรณ์ – ฮือฮา พบต้นมะละกอประหลาด ออกลูกไม่มีเมล็ด แต่กลับพบคล้ายเขี้ยวหมูตัน คอหวยไม่พลาด มุงดูตัวเลข เตรียมเสี่ยงโชค

เพชรบูรณ์ ฮือฮาพบต้นมะละกอประหลาด ออกลูกไม่มีเมล็ด แต่กลับพบคล้ายเขี้ยวหมูตัน คอหวยไม่พลาดมุงดูตัวเลขเตรียมเสี่ยงโชค

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านหมู่ที่ 2 บ้านคลองน้ำคัน ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ต่างพากันฮือฮาเป็นอย่างมาก เมื่อพบว่ามีต้นมะละกอแปลกประหลาด กำลังออกลูกดกเต็มต้น หากมองดูภายนอก จะเหมือนลูกมะละกอทั่วไป แต่พอนำมาผ่าครึ่งเตรียมรับประทาน กลับพบว่าภายในไม่มีเมล็ด แต่มีสิ่งผิดปกติมองคล้ายกับเขี้ยวหมูตันสีขาวทดแทน สร้างความประหลาดใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก โดยบางคนบอกว่าตั้งแต่เกิดมา ก็ยังไม่เคยพบสิ่งผิดปกติเช่นนี้มาก่อน

          จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบกับ นายสมศักดิ์ ทุยตระกลู อายุ 56 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่156 หมู่ 2 บ้านคลองคัน ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ เจ้าของบ้าน ได้นำผู้สื่อข่าวไปดูต้นมะละกอประหลาดที่สวนหลังบ้าน ซึ่งมีอยู่เพียง 1 ต้น และขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่ ขนาดความสูงราว 3 เมตร โดยบนต้นมีลูกมะละกอ ทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ กว่า 10 ลูก แต่มีอยู่ 1 ลูก ที่กำลังสุกงอม เมื่อผ่าออกมากลับพบว่าภายในลูกมะละกอ แทนที่จะมีเมล็ดเล็กๆเหมือนมะละกอทั่วไป แต่กลับพบสิ่งผิดปกติ มองคล้ายลักษณะเขี้ยวหมูตัน สีขาว วางขวางอยู่ในลูกมะระกอแทน สร้างความประหลาดใจ และตกตะลึงเป็นอย่าง จึงบอกให้คนในบ้านมาดู และพอเพื่อนบ้านทราบข่าวดังกล่าว ต่างพากันฮือฮา และจัดเตรียมดอกไม้ ธูปเทียน พร้อมแต่งขันธ์ 5 มาทำพิธีขอโชคขอลาภตามความเชื่อ โดยใช้แป้งฝุ่นลูบไปตามลำต้นมะละกอประหลาดเบาๆ เพื่อมองหาตัวเลข บางคนก็เปิดกล้องโทรศัพท์มือถือส่องดู พร้อมถ่ายภาพส่งต่อลงโซเชียลกันอย่างคึกคัก หวังนำเลขเด็ดไปเสี่ยงโชคเสี่ยงดวงกันต่อไป

          นายสมศักดิ์ ทุยตระกลู อายุ 56 ปี เล่าว่า ขณะที่เดินเล่นสวนหลังบ้าน ได้สังเกตเห็นต้นมะละกอประหลาดต้นนี้ ซึ่งขึ้นเองตามธรรมชาติ ได้ออกลูกดกเต็มต้น และมีอยู่ 1 ลูก กำลังสุกงอม จึงได้สอยลงมาเพื่อรับประทานผลสุก แต่พอผ่าครึ่งออกมา ก็ต้องรู้สึกตกใจ และแปลกใจอย่างมาก เมื่อพบกับสิ่งผิดปกติ มองดูคล้ายเขี้ยวหมูตันสีขาว ซึ่งตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อน จึงได้ไปสอยลูกอื่นลงมาผ่าดู ก็พบว่ามีเมล็ดปกติเช่นมะละกอทั่วไป ตนจึงเชื่อว่าสิ่งที่พบเห็นคล้ายเขี้ยวหมูตัน จะนำโชคลาภมาให้มาให้ตนและครอบครัว

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์

รวบ 2 วัยรุ่นกาฬสินธุ์ แวะเติมน้ำมันปั้ม ปตท. ขณะมารับยานรก 1,936 เม็ด

          เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 เวลา 08.30 น. กกล.สุรศักดิ์มนตรี โดย ฉก.ทพ.21 ร้อย. ทพ.2107 โดย ผบ.ร้อย ฯได้รับการประสานจาก สภ.บ้านแพง ว่าได้ตรวจพบชายวัยรุ่น 2 คน ยืนอยู่ข้างรถ จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีดำ ทะเบียน 1 กก 70 กาฬสินธุ์ บริเวณหน้าห้องน้ำของปั้มน้ำมัน ปตท.สาขาบ้านแพง ม.4 ต./อ.บ้านแพง จว.นครพนม ท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัว เพื่อขอทำการตรวจสอบ ตรวจพบก้อนลักษณะคล้ายยาเสพติดห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกใส จำนวน 2 ก้อน ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าคาดเอวสีแดง ที่นายนวพล ผู้ถูกจับที่ 2 คาดอยู่ที่เอวด้านหน้า ปรากฏว่าเป็นยาเสพติด (ยาบ้า) เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังพล ชป.2 (เนินคนึง) พร้อมกับ มว.ตชด.2374 ร่วมตรวจยึดจับกุม สอบถาม

  • ผู้ต้องหาที่ 1 ชื่อนายไชยวัฒน์ อรรถประจง อายุ 23 ปีบ้านเลขที่ 105 ม.2 ต.นาบอน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์
  • ผู้ต้องหาที่ 2 ชื่อนายนวพล คาดีวี อายุ 17 ปีบ้านเลขที่ 79 ม.11 ต.นาบอน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์
  • ของกลาง ยาบ้าลักษณะกลมแบนผิวเรียบด้านหนึ่งมีอักษร WY (สีแดง จำนวน 1,917 เม็ด, สีเขียว จำนวน 19 เม็ด) รวมของกลางยาบ้า จำนวน 1,936 เม็ด, รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110 จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

          จากการสอบถามผู้ต้องหาทราบว่า ได้เดินทาง มาจาก อ.คำม่วง จ.กาฬสินธ์ เพื่อมารับยาบ้า ที่หลักกิโลเมตรที่ 6 ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อ อ.ศรีสงคราม กับ อ.บ้านแพง จว.นครพนม เมื่อเวลา 05.00 น. ต่อมา น้ำมันรถจักรยานยนต์ใกล้จะหมด จึงได้มาเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท.แล้วถูกตำรวจจับกุม จากนั้นเจ้าหน้าที่ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง โดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพง เพื่อสอบสวนขยายผลและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


Cr.ฐนกร จิตร์จะโปะ
/////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน //////

มุกดาหาร ทหารพราน ปฏิบัติการ สกัดจับ กระเทียมเถื่อน ลักลอบนำเข้า กลางแม่น้ำโขง

(แถลงข่าว)มุกดาหาร ทหารพรานสกัดจับ ยึดกระเทียมเถื่อนกว่า 2 ตัน ลักลอบขนจากประเทศเพื่อนบ้าน ข้ามฝั่งแม่น้ำโขง หลีกเลี่ยงพิธีการด่านศุลกากร มีมูลค่า 250,000 บาท

          เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2562 พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผบ.กองร้อยทหารพรานที่ 2110 มุกดาหาร นำเจ้าหน้าที่ทหารพรานร่วม กอ.รมน.ฝ่ายความมั่นคง จ.มุกดาหาร และกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สกัดตรวจจับ ยึดกระเทียมเถื่อนจำนวน 100 กระสอบ น้ำหนักกว่า 2,000 กิโลกรัม มาแถลงข่าว หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบขนมาทางเรือหางยาว ข้ามแม่น้ำโขงจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในพื้นที่ บ้านบางทรายใหญ่ บริเวณใต้ท้องสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่2 ม.2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร

          จึงนำกำลังไปดักซุ่มดู ได้พบเรือกีบเหล็กติดเครื่องยนต์หางยาว ขนกระสอบกระเทียมสีชมพูเต็มลำเรือ ขับมาด้วยความเร็วข้ามมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีชายไม่ทราบสัญชาติ เป็นคนขับเรือส่วนอีกคนนั่งหัวเรือเห็นเจ้าหน้าที่ชายทั้ง 2 กระโดดลงน้ำโขงหลบหนี ส่วนกลุ่มชายฉกรรจ์ จำนวน 7-8 คน อยู่ริมฝั่งเตรียมแบกกระสอบกระเทียมขึ้นฝั่ง นำไปซุกในโกดังริมฝั่งโขง เห็นเจ้าหน้าที่ต่างพากันวิ่งหลบหนี

         เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดกระเทียมทั้งหมด พร้อมเรือกีบเครื่องยนต์หางยาว มาที่กองร้อย ทหารพรานเพื่อตรวจสอบดูว่ามีสิ่งผิดกฎหมายอื่นหรือไม่ แต่ก็ไม่พบแต่อย่างใดเจ้าหน้าที่ จึงนำของกลางกระเทียมมีมูลค่า 250,000 บาท ส่งด่านศุลกากร จ.มุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทรดี / หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///////

กก.4 บก.สส.สตม. – ใช้ฐานข้อมูล Biometrics จับกุมชาวจีน ใช้พาสปอร์ตอินโดนีเซีย หลบหนีคดี

กก.4 บก.สส.สตม.ใช้ฐานข้อมูล Biometrics จับกุมชาวจีน ใช้พาสปอร์ตอินโดนีเซียหลบหนีคดี

         วันนี้​ วัน​พุธที่ 30 ต.ค.62 เวลา 14.30 น.ณ ห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต. อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ, พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฺฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รองผบช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รองผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.พงษ์นคร นครสันติภาพ รองผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ปฏิญญา จีรชนาสิน ผกก.กก.4 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.สส. บก.น.4,พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา รองผกก.4 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.จักริน พิริยะจิตตะ รอง ผกก.สส.บก.น.4 และ พ.ต.ต.นนท์สมรรถ โบว์สุวรรณ สว.กก.4 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้

         พ.ต.อ.ปฏิญญาฯ​ กล่าว​ว่า​ เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2562 กองกำกับการ 4 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับแจ้งว่า นายลัคแมน (Lukman) ถือหนังสือเดินทางประเทศอินโดนีเซีย มีข้อมูลเอกลักษณ์บุคคลคล้ายกับ นายเหอ (He) สัญ ชาติจีน จึงได้จัดชุดปฏิบัติการสืบสวนเฝ้าติดตามพฤติกรรม ซึ่งจากการสืบสวน เชื่อว่า นาย ลัคแมน น่าจะเป็นคนสัญชาติอื่น ที่ใช้หนังสือเดินทางประเทศอินโดนีเซียปลอม จึงได้ตรวจสอบข้อมูลหนังสือเดินทางประเทศอินโดนีเซียดังกล่าว ไปยังสถานทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย

         ผลการตรวจสอบจากสถานทูตอินโดนีเซีย แจ้งยืนยันว่าเป็นหนังสือเดินทางปลอม โดยหนังสือเดินทางหมายเลขดังกล่าวเป็นของ KARHAN ที่ออกโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง Sumbawa Besar เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสืบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงติดตามจับกุมตัวนายลัคแมน พบตัวนายลัคแมน ที่บริเวณปากซอยพัฒนาการ 54 แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร

         สอบถามแจ้งว่าตนเองชื่อ นายลิน (Lin) จึงขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง นายลิน ได้แสดงหนังสือเดินทางประเทศอินโดนีเซีย ให้เจ้าหน้าที่ดู จึงได้ทำการจับกุมตัว นำส่งพนัก งานสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินคดี โดยจากการขยายผลทราบว่าผู้ต้อง หาใช้หนังสือเดินทางปลอม เพื่อหลบหนีการกระความผิดจากประเทศจีน และยังพบว่า ผู้ต้อง หามีการติดต่อกับกลุ่มปลอมแปลงหนังสือเดินทาง เนื่องจากหนังสือเดินทางประเทศอินโดนี เซียปลอมที่ใช้อยู่ ใกล้หมดอายุ โดยกลุ่มปลอมแปลงหนังสือเดินทางได้ส่งภาพตัวอย่างหนังสือเดินทาง 2 ชาติ แต่ภาพใบหน้าเป็นบุคคลคนเดียวกัน ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลต่อไป

          พ.ต.อ.ปฏิญญาฯ​ ฝากประชาสัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กก.1 บก.สส.สตม.รวบชาวโอมานต้มตุ๋น ผ่านธุรกรรมออนไลน์ มูลค่าร่วม 10 ล้านบาท

         วันนี้​ วัน​พุธที่ 30 ต.ค.62 เวลา 14.30 น. ณ ห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต. อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ, พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ปฺฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รองผบช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รองผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.1 บก.สส.สตม. พร้อมชุดสืบสวน ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายตามหมายจับของประเทศโอมานต้มตุ๋นผ่านธุรกรรมออนไลน์มูลค่าร่วม 10 ล้านบาท

         พล.ต.ต.พรชัยฯ​ กล่าวว่า​ สืบเนื่องมาจากการประสานงานความร่วมมือการทำงานระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ และสำนักงานตำรวจประเทศโอมาน​ เรื่อยมา และในการประชุมตำรวจสากลที่ประเทศชิลี เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคม 2562 ตำรวจสากลประจำประเทศโอมาน ได้ขอความร่วมมือให้ สตม. ติดตามจับกุม MR.SAIF สัญชาติ โอมาน อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นคนร้ายตามหมายจับตำรวจสากล กรณีกระทำความผิดฐาน ฉ้อโกงและหลอกหลวงผ่านการทำธุรกรรมออนไลน์ ซึ่งมีผู้เสียหายหลายสิบราย รวมมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งหลายรายอยู่ระหว่างการสอบสวนและดำเนินคดี แม้ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีออกจากประเทศโอมานแล้ว แต่ก็ยังหลอกลวง และฉ้อโกงคนในประเทศโอมาน ซึ่งมีผู้เสียหายมากกว่า 10 ราย ผ่านธุรกรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยใช้เงินที่หาได้ท่องเที่ยวตามประเทศในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงประเทศไทย

         พ.ต.อ.วัชรพลฯ​ กล่าวว่า​ กก.1 บก.สส.สตม.ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการติดตามคนร้ายในคดีนี้ เพื่อส่งตัวกลับไปดำเนินคดียังประเทศโอมาน โดยจากการสืบสวนทราบว่าคนร้ายรายนี้หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ชุดสืบสวนจึงได้ลงพื้นที่สืบสวนติดตามตัว จนกระทั่งสามารถจับกุม MR.SAIF ไว้ได้ และได้ดำเนินการส่งตัวกลับประเทศโอมานในทันที เนื่องจากเป็นคนร้ายที่ทางการประเทศโอมานต้องการตัวเป็นอย่างมาก

          พล.ต.ต.พรชัยฯ​ ขอฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง​ มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.2​ – สกัด​ และผลักดัน เครือข่ายการพนันออนไลน์ข้ามชาติ 231 ราย

         วันนี้​ วัน​พุธที่ 30 ต.ค.62 เวลา 14.30 น. ณ ห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต. อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ, พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฺฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รองผบช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 และ พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ รองผบก.ตม.2 ได้สั่งการให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรมและกวดขันจับกุมคนต่างด้าว ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณา จักร โดยผิดกฎหมายหรือมีพฤติกรรมจะเข้ามากระทำความผิดทางอาญาหรือก่อความเดือดร้อนวุ่นวายให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

         ต่อมา พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม ผกก.กก.สส.ปป.บก.ตม.2 และ พ.ต.อ.จันทร์ชัย แดงประเสริฐ ผกก.ด่าน ตม.ทอ.กรุงเทพ บก.ตม.2 ว่าจากสถานการณ์การระดมกวาดล้าง จับกุมการพนันออนไลน์ที่ไม่ได้รับอนุญาตทั่วประเทศของประเทศกัมพูชา ประกอบกับข้อมูลการข่าวที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้รับ จนสืบทราบว่ากลุ่มเครือข่ายการพนันออนไลน์ จะมีการย้ายฐานออกจากประเทศกัมพูชาไปยังประเทศข้างเคียง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็น ประเทศไทย, เมียนมาร์ และ สปป.ลาว จึงได้กำชับให้เฝ้าระวังและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองผู้โดยสารในเที่ยวบินที่มาจากประเทศกัมพูชาเป็นพิเศษ

         โดยในห้วงเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้ทำการปฏิเสธคนต่างด้าวสัญชาติจีน ที่มีลักษณะน่าเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายการพนันออนไลน์ข้ามชาติ ที่จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย จำนวน 231 ราย โดยพบว่าคนต่างด้าวกลุ่มนี้ ได้ขนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์จำนวนมากเข้ามาด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบภายในคอมพิวเตอร์พบข้อมูลที่เชื่อมโยงกับการประกอบกิจการพนันออนไลน์จำนวนมาก จึงพิจารณาเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรและดำเนินการปฏิเสธการเข้าเมืองพร้อมทั้งผลักดันออกไปนอกราชอาณาจักร และยังคงกำชับให้เฝ้าระวังการเข้ามาตั้งฐานของเครือข่ายการพนันออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

         การผลักดันขบวนการเครือข่ายการพนันออนไลน์ข้างต้น เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในสนามบิน โดยเฉพาะการให้ความรู้ด้านการสกัดกั้น ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ แก่หน่วยงานที่เป็นเครือข่ายประชาคมของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 เป็นเจ้าภาพ ได้มีการจัดการประชุมประชาคมข่าวเป็นประจำทุกเดือน โดยมีหน่วยงานต่างๆ เช่น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) กลุ่มธุรกิจการบิน (AOC) ศุลกากร ปปส. หน่วยงานตำรวจต่างๆ เช่น ตร.ท่องเที่ยว, สันติบาล, ตร.ปส. สภ.สุวรรณภูมิ เข้าร่วมประชุม​ และขณะนี้ได้มีความร่วมมือระหว่างสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กับ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน หรือ IOM อบรม “ครูแม่ไก่” โดยคัดเลือกข้าราชการตำรวจที่มีความรู้ความสามารถในการตรวจสอบเอกสารเดินทางและคัดกรองผู้โดยสาร จาก 150 คน คงเหลือเพียง 30 คน เพื่อเป็นวิทยากรบรรยายเอกสารเดินทางและการคัดกรองผู้โดยสารของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญเป็นอาจารย์ร่วมบรรยายครั้งนี้ด้วย

          อนึ่ง หากพบคนต่างด้าวมีท่าทีพิรุธอาจจะเข้ามากระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งหรือสอบถาม ผ่านสายด่วน 1178 หรือ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 หมายเลขโทรศัพท์ 02-134-0303 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.นครปฐม บก.ตม.3​ – รวบพระกัมพูชา หลบหนีเข้าเมือง อาศัยผ้าเหลือง ออกบิณฑบาต เรี่ยไรเงินชาวบ้าน

         วันนี้​ วัน​พุธที่ 30 ต.ค. 62 เวลา 14.30 น. ณ ห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต. อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ, พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฺฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รองผบช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3, พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รองผบก.ตม.3, พ.ต.อ. ประวิทย์ ศิริธร​ ผกก.ตม.จ.นครปฐมฯ, พ.ต.ท.เทียนชัย ชมภู รอง ผกก.ตม.จ.นครปฐมฯ, พ.ต.ต.กิตติ เฮงเจริญ สว.ตม.จ.นครปฐม บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดี พระกัมพูชา หลบหนีเข้าเมือง อาศัยผ้าเหลือง ออกบิณฑบาต เรี่ยไรเงินชาวบ้าน

         พล.ต.ต.อาชยนฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 22 ต.ค.62 เวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ ตรวจสอบแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย ในเขตพื้นที่บริเวณตลาดสดสมภพ และบริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 5 ต่อมาเวลาประมาณ 07.30 น.ได้มีประ ชาชน ไม่ประสงค์ออกนาม เข้ามาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ ตม.จ.นครปฐม ซึ่งออกปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ว่าในเขตพื้นที่จังหวัดนครปฐม มีคนต่างด้าวบวชเป็นพระสงฆ์ออกเดินบิณฑบาต โดยมีพฤติการณ์รับปัจจัยเฉพาะเงินสดและสิ่งของจากประชาชน และส่วนใหญ่จะออกมาบิณฑ บาต แถวตลาดสดพุทธมณฑล และเข้ามาพักอาศัยอยู่ตามสำนักปฏิบัติธรรมหรือสถานที่ที่อยู่ใกล้แหล่งชุมชน

     โดยจะเข้ามาเป็นกลุ่ม โดยบวชเป็นพระสงฆ์มาแล้ว และมีวัตถุประสงค์เพื่อเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปรามจึงได้ออกตรวจสอบและสืบสวนหาข่าวตามวัดและสถานที่ปฏิบัติธรรมหลายแหล่ง และได้เข้าตรวจสอบที่สำนักปฏิบัติธรรม พุทธชยันตรี 2,600 ปี ตั้งอยู่ที่ ต.บางแก้วฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม พบผู้ดูแลสำนักฯ ชื่อ พระธีรธนัชณฤทธา อายุ 52 ปี สัญชาติไทย และพบพระสงฆ์ สัญชาติกัมพูชา จำนวน 2 รูป สามเณร สัญชาติกัมพูชา จำนวน 2 รูป ซึ่งเป็นพระกลุ่มเดียวกันกับที่ประชาชนร้องเรียน เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทาง พบว่าไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารมาแสดง

         เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำพระสงฆ์และสามเณร ทั้ง 4 รูป ไปดำเนินการลาสิกขา โดยความเต็มใจของพระสงฆ์และสามเณร จากนั้นได้ดำเนินการจับกุมในข้อหา “เป็นบุคคลต่าง ด้าวเดินทางเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” รายละเอียดการจับกุม​ของบุคคลต่างด้าว มีดังนี้ คือ

  • นาย ซกเมียน ไม่มีนามสกุล อายุ 49 ปี สัญชาติกัมพูชา
  • นาย โพน ซอน ไม่มีนามสกุล​ อายุ 39 ปี สัญชาติกัมพูชา
  • ด.ช.กลม​ ไม่มีนามสกุล อายุ 14 ปี สัญชาติกัมพูชา​
  • ด.ช.จอน เลน ไม่มีนามสกุล อายุ 14 ​ปี สัญชาติกัมพูชา

           โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จ.นครปฐม บก.ตม. 3 ได้ดำเนินสืบสวนขยายผลในลำดับถัดไป

          พล.ต.ต.อาชยนฯ​ ขอฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นนทบุรี – ผอ.กองช่าง ทม.พิมลราช ชี้แจง กรณีรถบรรทุกขนดินวิ่งถนนเลียบคลองตาชม ทำถนนพัง บ้านทรุด

นนทบุรี ผอ.กองช่าง ทม.พิมลราช ชี้แจง กรณีรถบรรทุกขนดินวิ่งถนนเลียบคลองตาชม ทำถนนพัง บ้านทรุด

         เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 30 ต.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พร้อมกับ นายมะนะชัย คำวงค์ ผู้อำนวยการกองช่าง เพื่อตรวจสอบ กรณีมีชาวบ้านร้องทุกข์ผ่านสื่อมวลชน ว่ามีรถบรรทุกขนดิน ขับผ่านบริเวณถนนเลียบคลองตาชม หมู่ที่ 8 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ทำให้ถนนพัง บ้านทรุด รถติด คนในชุมชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

         ความคืบหน้าล่าสุด นายมะนะชัย คำวงค์ ผู้อำนวยการกองช่าง เทศบาลเมืองพิมลราช เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากกรณีที่มีชาวบ้านร้องสื่อฯ ว่ามีรถบรรทุกขนดินวิ่งผ่านนั้น พบว่าเป็นเรื่องจริง อาจจะมีการรถติดบ้าง ใบบางส่วน เบื้องต้นจะดำเนินการแก้ไขและแจ้งผู้ประ กอบการ ขอความร่วมมือเกี่ยวกับระยะเวลาการเดินรถ เช่น ช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน ชาวบ้านต้องออกไปทำงานและเด็กต้องไปโรงเรียนและช่วงเย็นหลังโรงเรียนเลิก และหลังเลิกงานให้รถบรรทุกขนดินหยุดเดินรถก่อน ส่วนในเรื่องของเวลาในการอนุญาตให้ใช้เส้นทางได้นั้น ก็จะเชิญผู้ประกอบการมาหารืออีกทีนึง

         นายมะนะชัย ยังกล่าวต่ออีกว่า ในส่วนที่ชาวบ้านร้องเรียน โครงการหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งที่กำลังก่อสร้างอยู่ ว่ามีรถถมดินมาวิ่งรถในชุมชนและทำให้ถนนเสียหายบ้านทรุดตัวนั้น ขอชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวได้ขออนุญาตกับทางเทศบาลเมืองพิมลราช ในการขอใช้เส้นทางแล้ว และก็ทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้ทุกประการ อาทิเช่น เสริมคันนาเพื่อป้องกันดินสไลค์ ซ่อมแซมถนนในกรณีที่ถนนชำรุด และเก็บเศษดินที่ตกตามท้องถนน ซึ่งที่ผ่านมา ทางผู้รับเหมาก็ทำตามทุกอย่าง ส่วนประเด็นที่ชาวบ้านแจ้งว่า มีเส้นทางอื่นที่สามารถให้รถบรรทุกใช้เดินรถได้นั้น ทางเทศบาลได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าเส้นทางดังกล่าว ทางเจ้าของโครงการกำลังจะปรับปรุงพื้นผิวถนน รถบรรทุกขนดินจึงเข้าออกถนนเลียบคลองตาชมได้เพียงช่องทางเดียว คาดว่าน่าจะใช้เวลาในการถมดินที่โครงการแห่งนี้อีกประมาณ 1 เดือน จึงจะเเล้วเสร็จ

         ส่วนรถบรรทุกดินและรถบรรทุกพ่วงที่ขับเข้ามาใช้เส้นทางเลียบคลองตาชมนั้น มีหลายบริษัทที่ลักลอบเข้ามาจนทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิดคิดว่าเป็นของโครงการดังกล่าว จนนำไปสู่การร้องเรียนผ่านสื่อฯ แต่หลังจากที่ประชาสัมพันธ์กับผู้ประกอบการแล้ว และยังพบ เห็นรถบรรทุกที่ทำผิดเงื่อนไข ก็จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี

ปัตตานี – หน่วยงานราชการ ร่วมลงพื้นที่ ให้ความช่วยเหลือครอบครัว ที่ได้รับความเสียหายจากอัคคีภัย

          วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๓๐ น. ภายใต้การอำนวยการของ นายรอยาลี ยะดะหะ นายอำเภอทุ่งยางแดง/ผอ.ศปก.อ.ทุ่งยางแดง ได้มอบหมายให้ นายประภักดิ์ เขียวดำ ปลัดอำเภอ ผู้เป็นหัวหน้าประจำตำบลพิเทน, ปลัดอำเภอรับผิดชอบงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, น.ส.นูรีซัม ดอเลาะ เจ้าหน้าที่ปกครองตำบลพิเทน, น.ส.นุรม๊ะ ดอเลาะ เจ้าหน้าที่อำนวยความเป็นธรรม, น.ส.คอปีเสาะ เจะซา เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นายสมาน ปาเก ผู้ใหญ่บ้าน ผรส. และซอฟียะห์ ยานา บอส. หมู่ที่ ๒ ตำบล พิเทน อำเภอทุ่งยางแดง ลงพื้นที่พบปะ เยี่ยมเยียน และตรวจสอบสภาพความเสียหาย ณ บ้านเลขที่ ๙๓/๓ หมู่ที่ ๒ ตำบลพิเทน ซึ่งเป็นบ้านของครอบครัวน.ส.นูรีซัน สะอะ ได้รับความเสียหายจากอัคคีภัย

          ในการนี้ได้มอบถุงยังชีพเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้แก่ครอบครัวดังกล่าว สำหรับความเสียหายของบ้านเรือน องค์การบริหารส่วนตำบลพิเทนจะให้ความช่วยเหลือวัสดุในการซ่อมแซมบ้าน ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ณ หมู่ที่ ๒ ตำบลพิเทน อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี.

# ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี / ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้.

#สำนักข่าวความมั่นคง

ออกหมายจับ – หนุ่มปัตตานี วัย 19 แฮ็กระบบป่วน ชิมช้อปใช้ ทำลงทะเบียน สะดุด

         เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐ กิจและสังคม กล่าวก่อนประชุมครม. กรณีแฮกเกอร์ เข้ามาป่วนเว็ปไซต์ธนาคารกรุงไทย ในระหว่างการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียน “ชิม ช้อป ใช้ เฟส 2” ว่า เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวผู้กระทำการ จนรู้ว่าอยู่ที่ไหน และขออนุมัติศาล ออกหมายจับและสามารถจับตัวได้เมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นชายชาวจ.ปัตตานีอายุประมาณ 19 – 20 ปี มีความสามารถด้านไอที เทคโนโลยี และสารภาพว่ากระทำจริง

     จึงยึดอุปกรณ์ ทั้งคอมพิวเตอร์ ซิมการ์ดจำนวนมาก เครื่องมือสื่อสาร และนำตัวมาที่กทม. เพื่อแถลงข่าวในวันเดียวกันนี้ เวลา 15.00 น. ทั้งนี้จากการติดตามและจับกุมตัวผู้กระทำผิดภายในไม่กี่วัน แสดงว่าระบบความปลอดภัยไซเบอร์ รวมทั้งบุคลากรของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) กระทรวงดีอี มีความเข้มแข็ง มีกระบวนการติดตามคนที่โจรกรรมข้อมูลหรือคนที่คิดไม่ดีได้

          เมื่อถามว่านโยบายของตัวรัฐมนตรีเน้นการปราบปราม ตักเตือน หรือการลงโทษทางกฎหมาย นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ต้องประกอบกัน เพราะเรื่องไซเบอร์มีความรวดเร็ว ที่ต้องเริ่มจากการปราม การเตือนก่อนที่ต้นเหตุ แต่ถ้าไปถึงปลายเหตุ เช่น มีการโจรกรรมข้อมูลที่สำคัญ ต้องติดตามจนจับตัวมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งกรณีนี้ถือว่ายังไม่ทันได้ก่อความเสียหาย เพราะระบบที่ทำไว้ดีมาก ส่วนผู้แฮ็กต้องยอมรับว่ามีความสามารถพอสมควร จึงทำให้ระบบหน่วงจนประชาชนเข้าถึงได้ช้า

         เมื่อถามว่า มีรายงานเบื้องต้น ว่าเป็นความคึกคะนองส่วนตัว หรือมีผู้บงการเบื้องหลังนั้น นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ยังไม่มีรายละเอียด ว่าไปโยงใยกับใคร ซึ่งจะแถลงรายละเอียดในเวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมบก.ปอท.ชั้น 4 อาคารบี ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ.

# ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี / ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

#สำนักข่าวความมั่นคง