นายก อบจ.ระยอง – เปิดงาน “กราบหัวใจคนลูกทุ่ง” ตบเท้าวิ่งบุญทักษิณาวัตร ถวายหลวงปู่ทิม อิสริโก ครั้งที่ ๑ ประจำปี ๒๕๖๒

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 6.00 น.(3พ.ย.62) ณ วัดละหารไร่ โดยมี พระครูวิจิตรธรรมาภิรัต (หลวงพ่อเชย) เจ้าอาวาสวัดละหารไร่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์อ.บ้านค่าย จ.ระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยนายดาระใน ยี่ภู่ นายอำเภอบ้านค่าย นายสุจินต์ สุขเกิด นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองบัว และแขกรับเชิญผู้มีเกียรติ ภายในงานมีการลงสมัครวิ่งจำนวนประมาณ ๓,๐๐๐ คน และมีผู้เดินทางมาร่วมเดิน-วิ่งจำนวน ๑,๐๐๐ คน นับว่าเป็นการทำบุญโดยตรงของทางวัดละหารไร่ ถึงแม้ท่านที่สมัครแล้วไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้แต่ทุกท่านก็ได้นำปัจจัยร่วมทำบุญ เพื่อนำไปทอดกฐินกับทางวัดละหารไร่ในวันที่ ๑๐ พ.ย. ๖๒ ที่จะถึงนี้ ทางวัดขออนุโมทนาบุญ เพื่อบูรณะกระเบื้องเบญจรงค์ภายในวิหารหลวงปู่ทิม โดยมี พระครูวิจิตรธรรมาภิรัต หรือหลวงพ่อเชย เจ้าคณะตำบลหนองละลอก เจ้าอาวาสวัดละหารไร่ ประธานฝ่ายสงฆ์, นายดาระใน ยีภู่ นายอำเภอบ้านค่าย, พตอ.ทะนุเนตร ปิตุเตชะ ผกก. บ้านค่าย, หัวหน้าส่วนราชการ, พร้อมคณะผู้จัดงานวิ่ง, ศิลปินสายบุญจากค่ายลายไทยเรคคอร์ด, ประชาชนนักวิ่งกว่าพันคน เข้าร่วมงาน

          สำหรับกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล “ทักษิณาวัตร” เพื่อบูรณะบุกระเบื้องเบญจรงค์ภายในวิหารหลวงปู่ทิม ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอบ้านค่ายและใกล้เคียงจากทุกสารทิศ ที่ศรัทธาหลวงปู่ทิม เกจิอาจารย์ที่ชาวจังหวัดระยองให้การนับถือเป็นอย่างมาก เป็นพระอาจารย์ผู้มีคาถาวิชาด้านความศักดิ์สิทธ์จนเป็นที่น่านับถือ โดยผู้ที่มาร่วมงานวิ่งจะได้รับเหรียญ์รูป หลวงปู่ทิมเป็นที่ระลึก ไว้บูชาและนอกจากนั้นยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพพลานามัยพร้อมยังได้ชมภูมิทัศน์ภายในวัดละหารไร่อีกด้วย…

ภาพ/ข่าว ราชัญ กองทอง  ผู้สื่อข่าว จ.ระยอง
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี – แม่บ้านร่วมบุญพิธียกเศียรพ่อแก่สูงที่สุดในโลก ถูกหวยเลขท้าย 2 ตัว 20 ใบ พ่วงรางวัลที่ 5 อีก 2 ใบ

          เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 ที่อาศรมฤๅษีเณรธาตุพุทธคุณริมถนนหมายเลข 9 ปทุมธานี-บางปะอิน ต.โพแตง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา นางพร อินสว่าง อายุ 50 ปี อาชีพแม่บ้าน ชาวจังหวัดกาญจนบุรี ถูกล็อตเตอรี่รางวัลเลขท้าย 2 ตัว เลข 79 จำนวน 20 ใบ มูลค่า 40,000 บาท รางวัลที่ 5 เลข 809822 จำนวน 2 ใบ มูลค่า 20,000 บาท โดยได้เลขจากอ่างน้ำมนต์ ในวันมาร่วมพิธียกเศียรปู่ฤๅษีพรหมเมศร์องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

          ด้านนางพร อินสว่าง กล่าวว่า ถูกล็อตเตอรี่รางวัลเลขท้าย 2 ตัว เลข 79 จำนวน 20 ใบ และรางวัลที่ 5 เลข 809822 จำนวน 2 ใบ ได้ร่วมพิธียกเศียรปู่ฤๅษีพรหมเมศร์องค์ใหญ่ที่สุดในโลกจากนั้นได้มามองดูตัวเลขภายในอ่างน้ำมนต์ที่อยู่ใกล้กับรูปหล่อปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ ที่อาศรมฤๅษีเณร จึงได้ไปซื้อล๊อตเตอรี่ เมื่อได้เงินรางวัลที่ที่ถูกล๊อตเตอรี่งวดนี้จะแบ่งมาร่วมบุญสร้างวิหารปู่ฤๅษีพรหมเมศร์เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม อีกส่วนจะเก็บไว้ทำบุญต่อไปอีก.

CR. ภาพ-ข่าว พี่อนันต์ ผู้สื่อข่าวปทุมธานี

ทัพเรือภาคที่ 1 เยี่ยมพบปะกลุ่มสมาคมประมง และองค์การสะพานปลา เชิญเข้าร่วมกิจกรรมน้อมเกล้าฯ ถวายปลากระตัก

         พลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 จังหวัดชลบุรี มอบหมายให้ นาวาเอก เกียรติกูล สุวรรณ รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นผู้แทนนำ นาวาเอก สุรศักดิ์ สิงขรวัฒน์ เสนาธิการ กองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 1, นาวาเอกนพพล นาคสวาท ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ 1 ฝ่ายอำนวยการ ทัพเรือภาคที่ 1 และรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัด เข้าเยี่ยมพบปะกลุ่มสมาคมชาวประมงร่วมใจปากน้ำชุมพร, สมาคมประมงปากน้ำหลังสวน จังหวัดชุมพ,ร กลุ่มสมาคมประมงปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, สมาคมประมงสมุทรสงคราม, สมาคมเรือลากคู่สมุทรสงคราม, สหกรณ์ประมงแม่กลองจำกัด จังหวัดสมุทรสงคราม, และองค์การสะพานปลากรุงเทพ

          เพื่อเชิญเข้าร่วมกิจกรรมน้อมเกล้าฯ ถวายปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็ม และอาหารทะเล ที่มีสารไอโอดีน เพื่อโดยเสด็จตามพระราชกุศล โครงการตามพระราชดำริ ต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน ในปีงบประมาณ 2563 ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มสมาคมประมงและองค์การสะพานปลาอย่างดียิ่ง ระหว่างวันที่ 28-31 ต.ค.62 ที่ผ่านมา

ภาพ-ข่าว ปชส.กพร.ทรภ.1
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธาน ในพิธีทอดกฐินสามัคคีมหากุศล

พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรีเป็นประธานในพิธีทอดกฐินสามัคคีมหากุศล จัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม“พระพุทธเมตตา” ที่วัดเทพประธาน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี

         วันนี้ (3 พ.ย.62 ) ที่วัดเทพประทาน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีทอดกฐินสามัคคีมหากุศล โดยมีนายวิทูรัช ศรีนามผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี //นายอภินันท์ จันทรังษี อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายกสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย พร้อมคณะกรรมการสมาคมฯ //นายกิตติศักดิ์ หาญกล้าผู้อำนวยการการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 7 จันทบุรี เป็นผู้แทนอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมคณะผู้บริหารสำนักประชาสัมพันธ์เขต 7 จันทบุรี //คณะกองทัพอากาศ //คณะองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรีและภาครัฐ//ภาคเอกชนและประชาชนผู้มิจิตศรัทธาร่วมพิธี เพื่อรวบรวมปัจจัยสมทบทุนจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม“พระพุทธเมตตา” ขนาดใหญ่มาก หน้าตักกว้าง 29 เมตร สูง 45 เมตร (สูงเท่ากับตึก 15 ชั้น) ทำด้วยนิลรัตนะทั้งองค์ โดยยอดกฐินครั้งนี้จำนวน 35,041,650.50 บาท

         ทั้งนี้การจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม (พระพุทธเจ้าพระองค์แรกในพุทธันดร) “พระพุทธเมตตา” เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554

          โดยเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายกประทานพระเมตตา ทรงเป็นองค์ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสงฆ์, พลเอก เปรมติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการฯ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการจัดสร้าง โดยเริ่มตอกเสาเข็มต้นแรก พฤษจิกายน 2556 ปัจจุบันสร้างฐานองค์พระความสูงประมาณ 13 เมตร เสร็จแล้ว ขณะนี้หล่อองค์พระฯ ต้นแบบแล้ว คาดว่าจะสร้างเสร็จพร้อมตกแต่งในปี 2563 ด้วยงบประมาณเกือบ 450 ล้านบาท สนใจร่วมทำบุญ ติดต่อ 08-5114-8900,08-9215-3455,08-1621-9797

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – มูลนิธิอาสา สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุข จัดโครงการรถทันตกรรมเคลื่อนที่

มูลนิธิอาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี จัดโครงการรถทันตกรรมเคลื่อนที่ พอ.สว.จังหวัดจันทบุรี อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ ผู้พลาดพลั้งในเรือนจำจังหวัดจันทบุรี

         วันนี้ ( 4 พ.ย.62 ) ที่แดน 8 เรือนจำจังหวัดจันทบุรี นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจหน่วยแพทย์ พอ.สว. โดยมูลนิธิอาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี ได้จัดโครงการรถทันตกรรมเคลื่อนที่ พอ.สว. จังหวัดจันทบุรี ปีงบประมาณ 2563

          จัดขึ้นเพื่อรณรงค์ทางทันตสาธารณสุขให้แก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ ผู้พลาดพลั้งในเรือนจำจังหวัดจันทบุรี และประชาชนที่ด้อยโอกาสในพื้นที่ทุรกันดารและห่างไกล ได้รับบริการทันตกรรมและได้รับความรู้การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากที่ถูกต้อง

         ในโอกาสนี้ โครงการรถทันตกรรมเคลื่อนที่ พอ.สว. จังหวัดจันทบุรี กำหนดพื้นที่การจัดโครงการทั้งหมด 7 อำเภอในจังหวัดจันทบุรี ได้แก่

  1. อำเภอเมือง
  2. อำเภอแหลมสิงห์
  3. อำเภอท่าใหม่
  4. อำเภอสอยดาว
  5. อำเภอแก่งหางแมว
  6. อำเภอนายายอาม
  7. อำเภอขลุง

         ซึ่งทางมูลนิธิ พอ.สว.ได้จัดเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ เวชภัณฑ์ และวัสดุทันตกรรม ในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนอย่างเต็มที่ ในระหว่างวันที่ 4 – 15 พฤศจิกายน 2562

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร # ทหารพราน กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ปราบปราม ยานรกอย่างต่อเนื่อง


          เมื่อวันที่ 3 พ.ย.62 เวลา 21.00 น. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้จัดกำลังตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ถนนเข้า-ออก บ.หนองฮู -ถ.212 พบรถจักรยานยนต์ ขับขี่ออกมาจาก บ.หนองฮูไป ถ.212 จึงให้สัญญานเรียกตรวจ พบชายวัยรุ่น 2 คน ท่าทางมีพิรุจ เมื่อลงจากรถ ชายคนที่ซ้อนท้าย (ทราบชื่อต่อมา นายวิทยาฯ)ได้เอามือกุมที่ท้อง เมื่อปล่อยมือ มีห่อถุงหูหิ้วตกลงพื้น จนท.จึงตรวจสอบ พบว่าเป็นก้อนวัตถุ พันด้วยเทปดำ1 ก้อน

         เมื่อสอบถาม ทั้งสองได้ยอมรับว่าเป็นยาบ้าของนายทศพล(คนขับ)ซึ่งมารับที่ บ.หนอง ฮูฯ จากคนลาวในราคา มัดละ 60,000 บ.จนท.จึงเปิดออก พบมียาบ้า 2 มัดและไอซ์บรรจุในถุงพลาสติคใส จึงได้ประสาน จนท.สภ.เหล่าหลวงและ มว.คทร.ที่ 3 บก.ควบคุมที่ 2 กก. สุรศักดิ์มนตรี ร่วมตรวจยึด/จับกุมและตั้งข้อกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( แมทแอมเฟตามีน ) มีไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายและเสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง มาที่ สภ.เหล่าหลวง เพื่อตรวจนับ

         ผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมผู้ต้องหา ได้ จำนวน 2 ราย คือนายนายทศพล พูลเพิ่ม อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 505 ม.2 บ.สามแยก ต.พรเจริญ อ.พรเจริญ จว.บ.ก.(คนขับ) และนายวิทยา เพียช่อ อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 338 ม.2 บ.สามแยก ต.พรเจริญ อ.พรเจริญ จว.บ.ก.(ซ้อนท้าย) พร้อมของกลาง

  • ยาบ้า จำนวน 2 มัด ประทับอักษร A บรรจุใส่ถุงพลาสติกสีฟ้าชนิดแบบกดปิด – ดึงเปิด จำนวน 16 ถุง+สีชมพู (A) 4 ถุง จากการตรวจนับรวมยาบ้าทั้งหมด จำนวน 3,994 เม็ด (แดง3,957+เขียว37)
  • ยาไอซ์ ชั่งพร้อมถุงหนัก17กรัม,รถ จยย.ฮอนด้าเวฟสีขาว ทะเบียน 1 กก9955 บึงกาฬ จำนวน1คัน และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

          ผลตรวจปัสสาวะผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเป็นผลบวก เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง สภ.เหล่าหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


Cr.ฐนกร จิตร์จะโปะ
/////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน // T-092-5259-777

สลด !! สถานที่แบบนี้ ปล่อยเด็กเข้าไปได้ยังไง

เห็นภาพนี้แล้วรู้สึกสลดใจ !! สถานที่แบบนี้ปล่อยให้เด็กเข้าไปได้ยังไง ข้างในมีทั้งตู้ม้า, ตู้สล๊อด ตู้การพนันต่างๆ แล้วเยาวชนของชาติ อนาตคจะเป็นยังไง หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ ผู้มีอำนาจ โปรดพิจารณาด้วย สถานที่แห่งนี้อยู่ในพื้นที่ สน.ย่านลาดพร้าว….

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าว เหตุรุนแรงในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี

          เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 62 เวลา 13.30 น. ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาค 4 พร้อมด้วย พันเอกเกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และพันเอกวัชรกร อ้นเงิน รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.ปัตตานี เมื่อคืนวันที่ 31 ตุลาคม 2652 ที่ผ่านมา

          พันเอกวัชรกร อ้นเงิน รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า สำหรับกรณีเหตุคนร้ายปล้นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อฟอร์ด 4 ประตูจาก อบต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เพื่อนำไปก่อเหตุระเบิดบริเวณหน้า สภ.ไม้แก่น (หลังเก่า) ม.4.ต.ไทรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 62 เวลาประมาณ 22.10 น. ในเบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และทรัพย์สินของทางราชการไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 62 เวลาประมาณ 18.00 น. คนร้ายจำนวน 3 คน ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 110 สีดำ เป็นพาหนะ ปิดบังใบหน้า ใช้อาวุธปืนพกสั้นจี้และมัดมือ นายนิเฮง ยานยา จนท.รักษาความปลอดภัย อบต.น้ำดำ พร้อมทั้งบังคับขึ้นรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด รุ่น เรนเจอร์ สีเขียว ทะเบียน กข-5146 ปัตตานี ซึ่งเป็นรถยนต์ทางราชการของ อบต.น้ำดำ และได้นำตัว นายนิเฮงฯ ไปทิ้งไว้บริเวณป่ามะพร้าวข้างกุโบร์ ม.2 บ้านน้ำดำ ซึ่งหากจากที่เกิดเหตุประมาณ 1.3 ก.ม. แล้วขับรถยนต์คันดังกล่าวหลบหนีไป พร้อมกำชับว่าไม่ถึง 2.ทุ่มห้ามกลับ เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง นายนิเฮงฯ จึงได้เดินเท้าไปขอความช่วยเหลือจาก นายซาการียา อาแว กำนัน ต.น้ำดำ เพื่อติดตามคนร้ายที่ปล้นรถยนต์ของ อบต.น้ำดำต่อไป ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 22.10.น..คนร้ายได้นำรถยนต์กระบะคันดังกล่าวประกอบติดตั้งระเบิด (คาร์บอม) โดยนำไปจอดไว้บริเวณกำแพงด้านหน้า สภ.ไม้แก่น (หลังเก่า) ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นที่พักของ จนท. ตำรวจและครอบครัว สภ.ไม้แก่น โดยแรงระเบิดทำให้กำแพง และรถยนต์ของ จนท.ตำรวจ และประชาชนที่พักอาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายบางส่วน เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

          พันเอกวัชรกร อ้นเงิน รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ EOD.และ พิสูจน์หลักฐาน ร่วมถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบในพื้นที่ เพื่อค้นหาหลักฐาน และตรวจสอบวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบระเบิดบรรจุในถังแก๊สไม่ทราบขนาด และพบขวดพลาสติกคาดว่าบรรจุน้ำมัน ยังไม่พบตัวจุดชนวน ซึ่งระเบิดค่อนข้างจะทำงานได้สมบูรณ์ โดยจากการตรวจสอบเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดในพื้นที่พบพฤติกรรมของคนร้าย ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันที่ 1 เป็นรถนำ ตามด้วยด้วยรถคันที่ 2 เป็นรถยนต์กระบะที่ใช้ในการก่อเหตุ และตามด้วยรถคันที่ 3 เป็นรถจักรยานยนต์ที่ใช้รับคนร้ายที่ก่อเหตุระเบิดเพื่อหลบหนี

          ด้าน พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวถึงเหตุการณ์ความไม่สงบอีกเหตุการณ์ว่า เมื่อ 31 ต.ค.62 เวลา 22.15 น. ในพื้นที่ ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี คนร้ายประมาณ 6-7 คน ใช้รถยนต์กระบะ จำนวน 2 คัน ขับมาจากทาง จว.ยะลา เมื่อก่อนถึงจุดตรวจ ชคต.เขาตูม ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี กลุ่มคนร้ายได้ปิดไฟหน้ารถ และได้ใช้อาวุธปืน ขนาด 5.56 มม. (ทราบจากปลอกกระสุนที่ตกบนถนน) ยิงใส่ ฐาน ชคต.เขาตูม จำนวน 1 ชุด ประมาณ 20-30 นัด จากนั้นกำลังพลที่รักษาการณ์ บนหอสูงได้ทำการยิงตอบโต้ คาดว่ามี ผกร. ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นทั้ง 2 คันได้ขับหลบหนีไปตาม ทางหลวง 410 มุ่งหน้าไปทาง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี หน่วยได้วิทยุถึงด่านที่ ต.เมาะมาวี ซึ่งเป็นด่านที่ใกล้ที่สุด ห่างจากที่เกิดเหตุ ประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ไม่พบรถต้องสงสัยผ่านไป แต่อย่างใด จึงคาดว่าคนร้ายได้ใช้เส้นทางรองในการหลบหนี ส่วนเจ้าหน้าที่ทั้งหมดปลอดภัย

          “ต่อมา เวลา 22.50 น. ได้รับแจ้งจาก จนท.ตร.สภ.บ้านสโร่ง ว่ามี ประชาชน ถูกยิงได้รับบาดเจ็บและพยายามจะให้ จนท.พยาบาล รพ.สต.โสร่ง รักษา แต่ จนท.ตำรวจ ทราบข่าว จึงควบคุมตัวไปที่ รพ.ศูนย์ยะลา จากนั้นได้สอบถาม เพื่อนผู้บาดเจ็บทราบว่า ผู้บาดเจ็บ ได้โทรหาและบอกให้ออกมาพบที่สี่แยกไฟแดงตลาดมะพร้าว แต่ไม่ทราบว่านายบารี ยี ถูกยิงเพราะสาเหตุใด ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาดว่านายบารี ยี อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยิงก่อกวน. ชคต. เขาตูม เนื่องจากพฤติการณ์สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าว

          ส่วนทางด้าน พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กองทัพภาค 4 กล่าวว่า เมื่อเวลา 2210 ที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ชป.จรยุทธ์ ของ กรม ทพ. 44 ได้ทำการ ลาดตระเวนเส้นทางถนน ต.ปะเสยะวอ – ต.บางเก่า ตามภาพข่าวที่ปรากฏว่ากลุ่ม ผกร.จะก่อเหตุลอบวางระเบิดยานพาหนะ จนท.รัฐ ซึ่งในระหว่าง ลาดตระเวนเส้นทางดังกล่าว ได้ตรวจพบสิ่งผิดปกติ เป็นตะกร้า ใส่ผลไม้มีตาข่ายปิดบังอำพรางไว้ จึงได้ปิดกั้นพื้นที่ และประสานให้ จนท.เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้ามาตรวจสอบ พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบถังแก๊สปิคนิค น้ำหนักประมาณ 20 – 25 กก. จุดชนวนด้วยระบบวิทยุสื่อสาร บรรจุอยู่ในกล่องพลาสติกพร้อมวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในการจุดชนวนระเบิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บกู้และนำไปตรวจพิสูจน์ ต่อไป

          “และเหตุการณ์ต่อมา เมื่อ 31 ต.ค. 62 เวลา 22.15 น. ชป.พิเศษ ฉก.ทพ.44 ทำการตั้งจุดตรวจ ตามภาพข่าวที่ปรากฏ ได้มีบุคคลชายต้องสงสัย จำนวน 2 คน แต่งกายใช้ผ้าปิดบังอำพรางใบหน้า ขับขี่รถ จยย. ไม่ทราบยี่ห้อและไม่ทราบหมายเลขแผ่นป้ายทะเบียน ขับขี่มายังด่านตรวจท่าทางมีพิรุธ จนท. จึงทำการเรียกตรวจสอบ แต่บุคคลชายต้องสงสัยทั้ง 2 คน ได้กลับรถเพื่อทำการหลบหนี ด่านตรวจของ จนท. พร้อมทั้งได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ จนท. จึงเกิดการปะทะกันขึ้น และ จนท. ได้ใช้อาวุธปืนประจำกายทำการยิงตอบโต้ พร้อมทั้งใช้รถ จยย. ไล่ติดตามกลุ่มชายต้องสงสัย โดยกลุ่มชายต้องสงสัยได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ จนท. อีกครั้ง จึงเป็นเหตุให้มีการปะทะเป็นระลอก สุดท้ายรถชายต้องสงสัยล้มลงข้างทางและชายต้องสงสัยได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ จนท.ที่ไล่ติดตาม เกิดการปะทะกัน ประมาณ 5 นาที เสียงปืนสงบลง จนท.ได้เข้าตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยเสียในที่เกิดเหตุ จำนวน 2 ราย จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบอาวุธปืนพก ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก ยี่ห้อ บาเร็ตต้า รุ่น 92.FS.(ลบหมายเลขทะเบียน) ปลอกกระสุนจำนวนหนึ่ง แม็กกาซีน จำนวน 1 แม็ก ซองปืนพก จำนวน 1 อัน และรถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีดำ หมายเลขทะเบียน กรท 316 ยะลา ตรวจสอบแล้ว เป็นของ นางพาตีน๊ะ ลาเต๊ะ ที่อยู่ ต.ละแอ อ.ยะหา จว.ย.ล. โดยรถอยู่ระหว่างการแจ้งหาย” พันเอกปราโมทย์ กล่าว

           โฆษก กองทัพภาค 4 ยังกล่าวอีกว่า สำหรับลักษณะการแต่งกายของคนร้าย พบว่าคนขับขี่รถ จยย. สวมใส่เสื้อแขนยาวสีดำทับเสื้อกีฬา สวมกางเกงขายาวสีน้ำตาลเข้ม สวมถุงมือไหมพรหมสีแดงทั้ง 2 ข้าง และใช้ผ้าปิดปาก พร้อมทั้งใช้ผ้าคลุมศีรษะปิดบังอำพราง ทราบชื่อภายหลัง คือ นายอัมรัน บือราเฮง เป็นสมาชิกแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ ส่วนคนซ้อนท้าย สวมใส่เสื้อแขนยาวสีม่วงทับเสื้อกีฬาสีน้ำเงิน ใส่ถุงมือยางที่มือซ้าย พร้อมทั้งใช้ผ้าคลุมศีรษะปิดบังอำพราง ตรวจสอบ ทราบชื่อภายหลัง นายลุกมาน สาและ เป็น สมาชิกกลุ่ม ผกร.ระดับปฏิบัติการ ซึ่งจากพฤติกรรมของคนร้ายที่ตรวจพบ โดยหนึ่งในนั้น ได้เคยถูกเชิญตัวไปให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่รัฐที่ศูนย์ซักถามมาแล้ว แต่เนื่องจากได้ให้การปฏิเสธ และเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีหลักฐานเพียงพอในขณะนั้น จึงได้ทำการปล่อยตัวไปทั้งนี้ได้แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ได้ใช้อำนาจตามขอบเขตที่มีอยู่อย่างจำกัดเท่านั้น ในการค้นหาความจริงจากผู้ถูกเชิญตัวด้วยการซักถาม รวมทั้งดูแลความเป็นอยู่ในระหว่างถูกเชิญตัว ภายใต้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยที่ผ่านมา ยังมีอีกหลายกรณีที่ผู้ก่อเหตุที่ผ่านการซักถามแล้ว ยังได้ออกไปก่อเหตุการณ์ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน และสร้างความเสียหายให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งภายหลังเกิดเหตุการณ์ พล.ท. พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจประจำพื้นที่ เร่งเข้าคลี่คลายสถานการณ์ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ รวบรวมวัตถุพยาน เพื่อตรวจหาความเชื่อมโยงของอาวุธที่กลุ่มคนร้ายใช้ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งให้หน่วยในพื้นที่ เร่งเข้าทำความเข้าใจกับประชาชนรวมทั้งญาติผู้เสียชีวิต เพื่อหาทางช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมต่อไป

ขอบคุณข้อมูล : 77kaoded

มาเลเซียและไทย – ร่วมแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ โดยสันติวิธี

          วันนี้ (2 พ.ย.62) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หารือทวิภาคีกับ ตุน ดร. มหาธีร์ บิน โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง

          ศาตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

          พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยินดีกับความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ใกล้ชิดในทุกมิติ และจากการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย มีผลการหารือที่นำไปสู่ความร่วมมือที่เกิดผลเป็นรูปธรรมหลายประการ พร้อมขอบคุณมาเลเซียที่สนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของไทย

          นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวยินดีกับความสำเร็จการเป็นประธานอาเซียนของไทย ทั้งนี้ ไทยและมาเลเซียในฐานะสมาชิกอาเซียนต่างมีพัฒนาการความสัมพันธ์ที่เข้มแข็ง และร่วมสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยอาเซียนเป็นการรวมกลุ่มระดับภูมิภาคที่มีพัฒนาการและการเติบโตไปด้วยกัน

          นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย กล่าวขอบคุณรัฐบาลมาเลเซียที่ได้เชิญหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขในจังหวัดชายแดนใต้ไปพบปะหารือ และสนับสนุนความพยายามของไทยในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้โดยสันติวิธี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้กล่าวย้ำถึงการสนับสนุนการแก้ปัญหาของไทยและเห็นพ้องว่าแบ่งแยกดินแดนจะต้องไม่เกิดขึ้นหรือแบ่งแยกได้

          ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเร่งเสริมสร้างความเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานชายแดน พร้อมผลักดันการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขนส่งสินค้าทางถนนข้าม พรมแดนได้ในเร็ววัน ซึ่งจะอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าอย่างไร้รอยต่อระหว่าง กรุงเทพฯ ถึงท่าเรือปีนัง ยะโฮร์บารู และต่อไปยังสิงคโปร์ รวมทั้ง ถนนเชื่อมด่านฯที่จะเร่งดำเนินการเพื่อก่อสร้างถนนได้ ในโอกาสอันใกล้ หากทั้งสองฝ่ายเร่งหาข้อสรุปโดยนายกรัฐมนตรีหวังว่า มาเลเซียจะสนับสนุนการนำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในภาคใต้ของไทย และเป็นปัจจัยสนับสนุนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ของไทยในมิติด้านเศรษฐกิจอีกด้วย

          ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องในการร่วมมือแก้ปัญหาการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายตามแนวชายแดน และปัญหาการจัดเก็บภาษี เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ

#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #จังหวัดชายแดนใต้ #ASEAN #ASEANThailand #ASEAN2019 #StrongerTogether #ผู้นำอาเซียน #การประขุมสุดยอดอาเซียน #กระทรวงการต่างประเทศ

ขอบคุณข้อมูล : ศปชส.ฯ

สำนักข่าวความมั่นคง

“รู้จักกับการฝึกทหารใหม่”

  • เค้าฝึกอะไรกันบ้าง
  • นานแค่ไหน
  • ฝึกอย่างไร
  • ทำอะไรบ้าง
  • สวัสดิการเป็นอย่างไร
  • จะต่อยอดการเป็นทหารได้ไหม

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมันคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศปชส.ฯ

สำนักข่าวความมั่นคง