นครนายก – วัดโพสต์เฟสบุ๊ค (กระทงพระทำ)

วัดอุดมธานีพระอารามหลวง โพสต์ลงเพจวัด (กระทงพระทำ) เพื่อเตรียมการจัดงานลอยกระทงสายไหลประทีปในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 นี้
ที่วัดอุดมธานีพระอารามหลวง ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก พระครูปริยัติโพธิสุนทร เจ้าคณะอำเภอเมืองนครนายก เจ้าอาวาสวัดอุดมธานี พระอารามหลวง พร้อมคณะกรรมการวัด และประชาชน ได้ร่วมจัดงานเทศกาลวันลอยกระทง ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งทางวัดได้เตรียมความพร้อมในการจัดสถานที่เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาลอยกระทงภายในวัด พร้อมมีสถานที่ถ่ายภาพ โดยมีโคมไฟสุ่มไก่ห้อยไว้ตามต้นไม้ในยามที่ฟ้ามืดมิดจะเกิดแสงสว่างทั่วบริเวณวัดอุดมธานี

พระครูปริยัติโพธิสุนทร กล่าวว่า ในวันนี้ได้เตรียมความพร้อมได้มอบหมายให้พระสงฆ์และเณร และชาวบ้าน ได้ช่วยกันนำกะลามะพร้าวมาผ่าครึ่ง จำนวน 509 ใบมาประดิษย์ทำเป็นกระทงสายไหลประทีป โดยนำเทียนพรรษาที่มีอยู่แล้วมาต้มให้ละลายแล้วนำมาเทใส่ไว้ในกะลามะพร้าวที่ประกอบ ไว้แล้ว รอให้เทียนในกระลาแห้งแล้วนำมาทดลองลอยในอ่างน้ำเมื่อเสร็จแล้วนำมาเก็บไว้เพื่อใช้ในการลอยกระทงสายไหลประทีปในวันที่ 11 พฤศจิกา ยน 2562 นี้ เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป

ในการประกอบกระทงในครั้งนี้ มีพระสงฆ์และสามเณรในวัดอุดมธานี ได้ช่วยกันทำ โดยมีรูปแบบที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และเป็นมรดกสืบทอดมาแต่โบราณ จากภูมิปัญญาท้องถิ่นแห่งความภาคภูมิใจของคนไทย

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดจันทบุรี จัดแถลงข่าวกิจกรรม“สานพลังท้องถิ่นไทยถวายพ่อของแผ่นดิน” เดิน – วิ่ง มินิฮาร์ฟมาราธอน เฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562

จังหวัดจันทบุรี จัดแถลงข่าวกิจกรรม “สานพลังท้องถิ่นไทยถวายพ่อของแผ่นดิน” เดิน – วิ่ง มินิฮาร์ฟมาราธอน เฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562

วันนี้ ( 5 พ.ย.62 ) ที่ห้องประชุม 1 ศาลากลางจัง หวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำส่วนราชการ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว การจัดกิจกรรม “สานพลังท้องถิ่นไทยถวายพ่อของแผ่นดิน” เดิน – วิ่ง มินิฮาร์ฟมาราธอน เฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กำหนดจัดกิจกรรมในวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2562 เวลา 05.30 น. บริเวณริมคลองภักดีรำไพ

แบ่งประเภทการแข่งขันออกเป็น ประเภท Fun run ระยะ 4.5 กิโลเมตร / มินิมาราธอน ระยะทาง 9 กิโลเมตร รุ่นอายุ 19 ปี รุ่นอายุ 20 ถึง 29 ปี รุ่นอายุ 30 ถึง 39 ปี รุ่นอายุ 40 ถึง 49 ปี รุ่นอายุ 50 ถึง 59 ปี และ รุ่นอายุ 60 ปีขึ้นไป รายได้สนับสนุนทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตน้อมเกล้า ที่จะกลับมาเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนยากจนในจังหวัดจันทบุรีต่อไป

ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ สำนักงานเทศบาลเมืองท่าช้าง หรือที่ เฟสบุ๊ค เดิน – วิ่ง มินิฮาร์ฟมาราธอน เฉลิมพระเกียรติ จันทบุรี กิจกรรมครั้งนี้มีเสื้อ และเหรียญที่ระลึกสวยงามควรค่าแก่การเก็บรักษาไว้มอบแก่ผู้สมัครทุกคน

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – ศึกเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่น นายกเล็ก เมืองจันทบุรี เริ่มแล้ว

อดีตรองผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดจันทบุรี เปิดตัวทีมงานอาสาลงสมัครรับเลือกตั้ง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองจันทบุรี ในนาม พลังจันท์ ครบ 3 เขต

วันนี้ ( 5 พ.ย.62 ) ที่บริเวณอาคารพาณิชย์หมู่บ้านมหาราชซิตี้ วัดป่าคลองกุ้ง พันตำรวจเอก สุเทพ บุญค้ำ อดีตรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย นายวิเชษฐ์ เปลี่ยนโมฬี อดีตรองนายกเทศมนตรี ท.เมืองจันทบุรี และ นายอิทธิพล จังสิริมงคล ทันตแพทย์ ได้ร่วมกันแถลงข่าว การเปิดตัว และ เปิดที่ทำการ ทีมพลังจันท์ เป็นการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งท้องถิ่น เทศบาลเมืองจันทบุรี และมีผู้สมัครเขตเลือกตั้งครบทั้ง 3 เขต รวม 18 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ คนรุ่นใหม่ที่มีบทบาททางสังคมในเมืองจันทบุรี

โดยมีนักการเมือง พ่อค้า นักธุรกิจ และประชาชนให้ความสนใจร่วมฟังการแถลงข่าวเปิดตัว และให้กำลังใจ จำนวนมาก ทั้งนี้ ทีมพลังจันท์ ถือเป็นกลุ่มการเมืองท้องถิ่น ที่อาสาลงเลือกตั้ง เทศบาลเมืองจันทบุรี ทีมแรกที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ภายใต้คำขวัญ “ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตั้งใจพัฒนา” ซึ่งคาดว่าการเลือกตั้งท้องถิ่น ของเทศบาลเมืองจันทบุรีสมัยหน้า จะมีความคึกคัก

เบื้องต้นมีผู้แสดงตัวจะลงศึกเลือกตั้งแล้วประมาณ 4 ทีม อาทิ

  • ทีมเก่าของนายกที่ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน คือ นางสุกานดา สุทธิพัฒนกุล
  • ทีมเรารักจันท์ ของ นายชยกร รักสุนทรธรรม หรือ สจ.แกละ
  • ทีมจันท์ก้าวหน้า ของ นายกิจฐพร โชติสุวรรณ หรือ สจ.บัท

ซึ่งชาวบ้าน คอการเมือง ต่างจับตามองการเลือกตั้งท้องถิ่น เทศบาลเมืองจันทบุรีที่เริ่มโชว์ตัวผู้สมัครกันอย่างคึกคักเป็นที่คาดเดายาก ว่าใครจะได้ นั่งเป็นผู้บริหารเทศบาลเมืองจันทบุรี ในสมัยต่อไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ลูกเรือพลัดตกเรือลอยคอในทะเล 11 ชม. ทัพเรือภาค 1 ส่งเรือ ต.81 ค้นหาช่วยเหลือรอดชีวิตหวุดหวิด

ทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ ส่งเรือ ต.81 (เรือตรวจการณ์ 81) ค้นหาลูกเรือประมงพลัดตกทะเลลอยคอตัวเปล่า นานกว่า 11 ชั่วโมง รอดชีวิตหวุดหวิดแบบปาฏิหารย์

ลูกเรือประมง ท.เทพอนุรักษ์ 9 พลัดตกทะเลขณะทำการประมงในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้ต้องลอยคอนานกว่า 11 ชั่วโมง ก่อนทัพเรือภาคที่ 1 ส่งเรือ ต.81 ค้นหาอย่างไม่ย่อท้อข้ามคืน ก่อนพบและให้ความช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย ตามที่ศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 1 ได้รับแจ้ง จากศูนย์อำ นวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ศรชล.จ.ประจวบคิรีขันธ์) ว่าลูกเรือประมง ท.เทพอนุรักษ์ 9 ชื่อนายพงษ์พร เปรี้ยวน้อย อายุ 51 ปี ได้พลัดตกทะเล ขณะทำการประมง เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.-19.00 น. ของวันที่ 4 พ.ย.62 บริเวณ แลต 11 องศา 41 ลิปดาเหนือ ลอง 99 องศา 47 ลิปดาตะวันออก (แบริ่ง 172 ระยะ 1 ไมล์ จาก เกาะพิง ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จว.ประจวบคีรีขันธ์)

พลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 จังหวัดชลบุรี และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1 (ผบ.ทรภ.1/ผอ.ศรชล.ภาค 1) สั่งการให้ เรือเอก วิโรจน์ อารียวงศ์สถิตย์ ผู้บังคับ การเรือ ต.81 นำเรือและเจ้าหน้าที่ประจำเรือ ออกทำการลาดตระเวนค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยดังกล่าว ในระยะ 15×18 ไมล์ (270 ตารางไมล์) จากจุดเกิดเหตุ โดยการใช้วิธีคำนวนทิศทางกระแสน้ำและกระแสลม แบริ่ง 150 ความเร็ว 6 น๊อต การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากกระเเสน้ำกระแสลมและคลื่นลมแรง ต้องใช้เวลาทำการค้นหาข้ามคืน

จนเมื่อเวลาประมาณ 06.15 น. ของวันนี้ (5 พ.ย.62) จึงพบผู้ประสบภัยและได้เข้าทำการช่วยเหลือปฐม พยาบาล ในเบื้องต้น ซึ่งผู้ประสบภัยมีอาการมือเท้าเปื่อย เกิดจากการลอยตัวอยู่ในทะเลนาน และมีอาการเบลอเล็กน้อย แต่พอสื่อสารได้ เรือ ต.81 จึงได้นำผู้ประสบภัยเดินทางกลับท่าเรือประจวบ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และได้ประสานศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อนำตัวผู้ประสบภัยเข้ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลต่อไป

พลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และผู้ประสบภัยในทะเลนั้น เป็นนโยบายของ พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชา การทหารเรือ ที่มอบหมายให้หน่วยต่างๆของกองทัพเรือได้เตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา ให้สามารถช่วยเหลือประชา ชนและผู้ประสบภัยในทะเลได้อย่างทันท่วงทีเพื่อให้เป็น “กองทัพเรือ ที่ประชาชนเชื่อมั่น และภาคภูมิใจ” พร้อมทั้งต้องขอขอบคุณหน่วยงานจาก ศรชล.และกู้ภัยสว่างราษฎ์ศรัทธาฯ บางสะพาน ที่ให้การสนับสนุนและร่วมให้ความช่วยเหลือลูกเรือประมงที่ประสบเหตุในครั้งนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว จาก ปชส.กพร.บก ทรภ.1
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี 0909535645 รายงาน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดนครศรีฯ จัดอบรมโครงการ “Happy Media, Happy Money”

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดอบรมโครงการ “Happy Media, Happy Money” ทักษะการวางแผนด้านการเงินและการออมแก่สื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

วันที่ (5 พ.ย.62) ที่โรงแรมปุระนคร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมโครงการ “Happy Media, Happy Money” ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กำหนดจัดขึ้นเพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะด้านการวางแผนด้านการเงินและการออมแก่สื่อมวลชนสาขาต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สร้างความมั่นคง และความสุขในวัยเกษียณ

อีกทั้งยังเป็นการหวังผลการเพื่อการขยายองค์ความรู้ และความเข้าใจไปยังประชาชนในพื้นที่ด้วย โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมบรรยายในหัวข้อ เรื่องเงินใกล้ๆ ตัว จากนายกิตติพัฒน์ แสนทวีสุข อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร

นอกจากนี้ยังจัดให้มีการถ่ายทอดทักษะการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อดิจิทัลตามไลฟ์สไตล์ของผู้รับสาร เพื่อให้โดนใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ในหัวข้อ “จากสื่อดั้งเดิมสู่สื่อดิจิทัล…โพสต์อย่างไรให้ปัง” โดยนายรัตนากร ตั้งพุทธรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออฟฟิเชี่ยนซี่ จำกัด

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

สมาคมสื่อมวลชนภาคเหนือ ประชุมสัญจร ครั้งที่ 2/2562

สมาคมสื่อมวลชนภาคเหนือประชุมสัญจรครั้งที่2/2562 โดยท่านภาษเดช หงษ์ลดารมภ์ รองผู้ว่าเชียงราย เป็นประธานเปิดประชุม วันที่ 4 – 6 พ.ย. 2562 ณ.ห้องประชุมวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย

ตราด /ชาวเรือประมง เจอศพหัวขาด ลอยกลางทะเลเกาะกูด เผยยืนปัสสาวะอยู่ท้ายเรือ ตกน้ำ 3 วัน เจอศพ

วันที่ 4 พย 62 เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลา 15.30 น. บ่ายวันที่ 4 พย 2562 สมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด เขต 2 คลองใหญ่ ได้รับแจ้งจากชาวเรือประมงว่าพบศพลอยน้ำอยู่กลางทะเลห่างจากฝั่ง 7 ไมล์ทะเล จึงแจ้ง พ.ต.ท.วีรวิชญ์ บัวสันเทียะ สารวัตรเวรสภ.คลองใหญ่ และขอกําลังตํารวจน้ำคลองใหญ่ นำเรือตรวจการณ์ 432 ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ

หลังเรือแล่นตระเวนไปในทะเลเกาะกูด พบศพ นอนหงายอยู่ในสภาพ ไม่มีศรีษะมีแต่ลําตัวสวมเสื้อลายขาวดําแขนยาว นุ่งกางเกงวอร์มขายาวสีดํา อยู่ในสภาพเน่าเหม็น ทราบชื่อนายวุฒิ เย็นวุฒิ อายุ 40 ปี สัญชาติกัมพูชา อยู่เรือชื่อ ต.ศักดิ์ 3 เป็นเรืออวนดํามีลูกน้องเรือทั้งหมด 28 คน ออกจากท่าเทียบเรือชลาลัยในวันที่ 1 พย.2562 ในเวลาบ่าย 14.00น.

ขณะที่ลูกชายของผู้ตายบอกว่านายวุฒิ ผู้เสียชีวิตเดินมาฉี่ท้ายเรือแล้วก็หายไปช่วงค่ำวันที่ 1 พย.แต่ไม่มีใครรู้ มารู้ตอนเย็นๆจึงได้ค้นหากันไม่พบ หลังจากนั้นได้กลับเข้าบ้านมาแจ้งทางเจ้าหน้าที่ ตม.และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยค้นหาจนพบศพได้นําศพไปทําการตรวจสอบอีกครั้งที่ รพ.คลองใหญ่เพราะเป็นแรงงานประมงถูกกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผบ.ตร. – สั่งไล่ล่า 3 ผู้ต้องขังคดียาเสพติด แทงตำรวจ ยิงปืนขึ้นฟ้า หลบหนีศาลพัทยา มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณี 3 ผู้ต้องหา คดียาเสพติด ใช้อาวุธมีดแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดพัทยา ได้รับบาดเจ็บว่า ได้รับรายงานว่าวันนี้ เวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุ 3 ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ใช้อาวุธมีดแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดพัทยา จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าจำนวน 4 นัด เพื่อขึ้นรถกระบะหลบหนีไป เหตุเกิดที่บริเวณด้านหลังอาคารคุมตัวผู้ต้องหาศาลจังหวัดพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พนักงานสอบสวน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันไปตรวจที่เกิดเหตุพบ ร.ต.อ.ธนะเมศฐ์ โพธิพันธ์ รอง สวป.สภ.สัตหีบ ช่วยราชการศาลจังหวัดพัทยา ถูกมีดพับสแตนเลสขนาดเล็กแทงปักอยู่ที่หน้าอกด้านซ้ายนอนฟุบอยู่กับพื้นบริเวณห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าช่วยเหลือ ก่อนเร่งนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพพัทยา จ.ชลบุรี 
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่าส จากการสอบถาม รปภ.ประจำศาลจังหวัด เบื้องต้นทราบว่าวันนี้ ทางเรือนจำพิเศษหนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้นำผู้ต้องหาคดีต่างๆจำนวน 14 รายเดินทางมาที่ศาลจังหวัดพัทยา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน จากนั้นก็คุมตัวทั้งหมดเข้าสู่ห้องควบคุมตัวด้านหลังอาคารศาล โดยขณะกำลังยืนรักษาความปลอดภัยอยู่ด้านนอก จากนั้นก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากด้านใน จากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ก่อนจะเห็นภาพผู้ต้องหา 3 รายเป็นชายต่างชาติ 1 ราย ชายไทย 1 ราย และหญิงไทยอีก 1 ราย ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนวิ่งตามกันออกมา จากนั้นก็ยิงปืนขึ้นฟ้าอีก 3 นัด แล้วพากันวิ่งขึ้นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนด์ ไม่ทราบทะเบียน ซึ่งจอดทิ้งไว้อยู่ด้านหน้าศาลก่อนพากันขึ้นรถหลบหนีไป

รอง โฆษก ตร.กล่าวต่อว่า โดยขณะนี้เจ้าหน้าตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้ประสาน สถานีตำรวจพื้นที่ข้างเคียงในการบูรณาการสกัดจับ ตลอดจน เร่งระดม ปูพรม ตรวจค้น สืบสวนหาข่าวตามจุดต่างๆ ที่คาดว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ใช้กบดาน เพื่อติดตามผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพราะถือเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ ผู้ต้องหามีอาวุธปืนทำร้ายเจ้าหน้าที่และสร้างความตื่นตระหนกให้แก่พี่น้องประชาชน โดยกำชับผู้บังคับบัญชาทุกพื้นที่ใกล้เคียง ควบคุมบัญชาการ การทำงานและกำหนดมาตรการป้องกันเหตุ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายขึ้นอีก

รองโฆษก ตร. กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลบหนี หรือให้การสนับสนุนในการหลบหนี หรือให้ที่พักอาศัย จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน จึงขอความร่วมมือจากญาติและบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องขัง เกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว และหากผู้ใดพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สำหรับพี่น้องประชาชนท่านใดทราบเบาะแสหรือมีข้อมูลของคนร้าย สามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) โทร.1599 หรือ สภ.เมืองพัทยา โทร. 038-420-804 ได้ตลอด 24 ชม.

สำหรับ ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายประกอบด้วย

  • นายหน่อย หรือต้น นิลเทศ ผู้ต้องหาในข้อหามียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง ได้แก่ ยาบ้า 229.800 เม็ด ยาอี 100 เม็ด ยาไอซ์ จาก สภ.บ่อวิน ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุแทงและใช้อาวุธปืนยิง
  • และ นายบาส หรือบาร์ค อาเลน เฮลมัส สัญชาติอเมริกัน
  • พร้อมด้วย น.ส.สิรินภา วิเศษฤทธิ์ คดีมียาเสพติดไว้ในครอบครองเป็นยาไอซ์น้ำหนัก 1 กก.และ มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต.

พัทยา จ.ชลบุรี/ โยธิน พรมแตง-คัมภีร์ อาบสุวรรณ์-วิรัตน์ ขำแตร-ศิระ แย้มตระกูล
*086-1499878


อุกอาจ!!ผู้ต้องขังคดีค้ายา 3 รายขณะนำตัวมาพิจารณาคดีที่ศาลพัทยา แทงตำรวจคุมศาลพัทยาสาหัส ก่อนชักปืนยิงขึ้นฟ้าเปิดทาง 4 นัด แล้วพากันขึ้นกระบะหลบหนีลอยนวล ผบ.ตร สั่งตำรวจทุกพื้นที่ไล่ล่าสกัดจับมาลงโทษให้ได้

พัทยา-เมื่อเวลาประมาณ 15.18 น.วันที่ 4 พ.ย.62 พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ รรท. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุ 3 ผู้ต้องหาคดียาเสพติด พากันแหกห้องควบคุมศาลจังหวัดพัทยา โดยใช้อาวุธมีดแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดพัทยาในห้องคุมขังจนบาดเจ็บสาหัส แล้วยังใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าจำนวน 4 นัด ขู่เข้าหน้าเพื่อเปิดหลบหนี จากนั้นทั้ง3ซึ่งมีเครื่องพันธนาการโซ่ตรวนติดตัว พากันวิ่งไปขึ้นรถกระบะที่จอดอยู่หน้าศาลขับหลบหนีไป โดยเหตุเกิดที่บริเวณด้านหลังอาคารคุมตัวผู้ต้องหาของศาลจังหวัดพัทยา ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับแจ้งจึงรีบรายงานผู้บัวคับบัญชาพร้อมนำกำลังไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยาไปชวยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บาดเจ็บทันที

ที่เกิดเหตุพบร่างของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกผู้ต้องใช้มีดแทงก็คือ ร.ต.อ.ธนะเมศฐ์ โพธิพันธ์ รอง สวป.สภ.สัตหีบ (ช่วยราชการศาลจังหวัดพัทยา) ถูกมีดพับสแตนเลสขนาดเล็กแทงเข้าที่ชายโครงซ้าย นอนฟุบจมกองเลือดอยู่กับพื้นบริเวณห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาอาการสาหัส ท่ามกลางความแตกตื่นของเจ้าหน้า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเข้าปฐมพยาบาลแล้วรีบนำตัวส่งไปรักษาที่ รพ.กรุงเทพพัทยา ทันที

เบื้องต้นจากการสอบสวน เจ้าหน้าที่ รปภ.ประจำศาลจังหวัดพัทยา เล่าว่าก่อนเกิดเหตุวันนี้ทางเรือนจำพิเศษหนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้นำผู้ต้องหาคดีต่างๆจำนวน 14 รายเดินทางมาที่ศาลจังหวัดพัทยา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนศาล จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็คุมตัวทั้งหมดส่งเข้าสู่ห้องควบคุมตัวด้านหลังอาคารศาล โดยขณะกำลังยืนรักษาความปลอดภัยอยู่ด้านนอก ก็ได้ยินเสียงดุงเอะอะโวยวายจากด้านในห้องควบคุม แล้วก็มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ก่อนจะเห็นผู้ต้องหา 3 คน เป็นชายชาวต่างชาติ 1 คน ชายไทย 1 คน และหญิงไทยอีก 1 คน ที่ยังถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนวิ่งตามกันออกมา จากนั้นผู้ต้องหาก็ยิงปืนขึ้นฟ้าอีก 3 นัด แล้วพากันวิ่งขึ้นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนด์ ไม่ทราบทะเบียน ซึ่งจอดทิ้งไว้อยู่ด้านหน้าศาลพากันขึ้นรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ซึ่ง รปภ.หน้าประตูศาลพยายามจะจับตัวผู้ต้องหาแต่ถูกยิงปืนขู่จึงต้องวิ่งหลบ แล้วผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทัเง3คนก็วิ่งออกไปทั้งๆที่มีโซ่ตรวจวิ่งขึ้นรถกระบะที่จอดอยู่หน้าศาลซึ่งไม่ทราบว่ามีคนมาจอดรอรับหรือไม่แล้วพากันหนีไปทางถนนเทพประสิทธิ์ ได้อย่างลอยนวลซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอุกอาจอย่างมาก

จากการตรวจสอบภาพวงจรปิดก็สามารถบันทึกเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุไว้ได้ทั้งหมดแต่เจ้าหน้าที่ยังไม่อยากเปิดเผย ส่วนอาวุธปืนที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุ น่าจะเป็นปืนขนาด 9 มม. อยู่ระหว่างตรวจสอบให้แน่ชัดว่าผู้ต้องหานำปืนและมีดพับมาได้อย่างไร หลังเกิดเหตุทาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค2ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา และพื้นที่ใกล้เคียงเร่งสกัดจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง3คนที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วพร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนสาเหตุที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 3 รายที่ก่อเหตุอุกอาจครั้งนี้ ประกอบด้วย

  • นายหน่อย หรือต้น นิลเทศ เป็นผู้ต้องขังแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ในข้อหามียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ได้แก่ ยาบ้า 229.800 เม็ด ยาอี 100 เม็ด ยาไอซ์ จาก สภ.บ่อวิน (ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุแทงตำรวจและใช้อาวุธปืนยิง)
  • นายบาส หรือบาร์ค อาเลน เฮลมัส สัญชาติอเมริกัน
  • น.ส.สิรินภา วิเศษฤทธิ์ เป็นผู้ต้องหาคดีมียาเสพติดไว้ในครอบครองเป็นยาไอซ์น้ำหนัก 1 ก.ก.และอาวุธปืน.

พัทยา จ.ชลบุรี/ โยธิน พรมแตง-คัมภีร์ อาบสุวรรณ์-วิรัตน์ ขำแตร-ศิระ แย้มตระกูล
*086-1499878

มุกดาหาร # ไม่รอดสายตา กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ตรวจยึดยาเสพติด(ยาบ้า) จำนวน 5,392 เม็ด และไอซ์ 602 กรัม ที่ จ.หนองคาย

          เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 62 เวลา 13.30 น. กกล.สุรศักดิ์มนตรี โดย ร้อย.คทร.ที่ 2 บก.ควบคุมที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรี จัดกำลังพล 1 ชป. จำนวน 4 นาย สนธิกำลังร่วมกับ สภ.เมืองหนองคาย และ ตม.หนองคาย ทำการจัดตั้งจุดตรวจ/ด่านตรวจ บริเวณด่านตรวจหนองสองห้อง ต.ค่ายบกหวาน อ.เมืองหนองคาย จว.หนองคาย ตรวจพบผู้ต้องสงสัยท่าทางมีพิรุธโดยสารมาในรถตู้โดยสารประจำทาง หมายเลข 224 – 13 บ้านแพง – อุดรธานี จนท. จึงได้ทำการขอตรวจค้น

          ผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมนายอนุพงษ์ อินเบิก อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 61/1 ม.3 ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จว.ป.จ. พร้อมของกลาง

  • ยาบ้า จำนวน 5,392 เม็ด (ลักษณะกลมแบนด้านหนึ่งผิวเรียบ อีกด้านประทับอักษรภาษาอังกฤษ WY สีแดง 5,338 และสีเขียว 54 เม็ด) บรรจุในถุงพลาสติกแบบกดปิด – ดึงเปิด สีน้ำเงิน
  • สีชมพู ประทับอักษรภาษาอังกฤษ A ห่อหุ้มด้วยเทปกาวสีดำ
  • ไอซ์ น้ำหนัก 602 กรัม บรรจุในถุงพลาสติกใสแบบกดปิด – ดึงเปิด ซุกซ่อนในกระเป๋าสะพายหลังสีกรมท่า

จึงนำตัวผู้กระทำผิดพร้อมของกลาง นำส่ง สภ.เมืองหนองคาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


Cr.ฐนกร จิตร์จะโปะ
//// เดวิด มุกดาหาร รายงาน //// T-092-5259-777