มุกดาหาร # พิธีเปิดกิจกรรม ไทกกแดง เดิน วิ่ง ปั่น เพื่อสุขภาพ อ.นิคมคำสร้อย

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 เวลา 16.00 น. ณ สนามกีฬาโรงเรียนคำแฮดประชาสรรค์ อ.นิคมคำสร้อย นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอนิคมคำสร้อย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม ไทกกแดง เดิน วิ่ง ปั่น เพื่อสุขภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมการออกกำลังกายของประชาชนในพื้นที่แต่ละตำบล และสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีแก่ตนเองให้มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์สามารถประกอบอาชีพประจำวันดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นการลดภาวะค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพอีกทางหนึ่ง

โดยมีนายกฯ​อบต., เทศบาล​ หัวหน้าส่วนราชการอำเภอนิคมคำสร้อย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนชาวอำเภอนิคมคำสร้อยร่วมในกิจกรรมครั้งนี้เป็นจำนวนมาก อำเภอนิคมคำสร้อย ขับเคลื่อนการพัฒนาอำเภอนิคมคำสร้อยโดยใช้กลไกของ กพอ. (คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอฯ) ซึ่งเป็นการบูรณาการทำงานของทั้งภาคราชการ และประชาชน ซึ่งขับเคลื่อนพัฒนาใน 5 มิติ คือมิติคนดี รายได้ดี สิ่งแวดล้อมดี การศึกษาดี และสุขภาพดี

ซึ่งในส่วนของมิติสุขภาพดี พชอ. ได้ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนได้ออกกำลังกายโดย เดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพในทุกวันอังคารของทุกสัปดาห์ หมุนเวียนกันไปในทุกตำบล และหมุนเวียนกันไปตลอดอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทุกคนในอำเภอนิคมคำสร้อยได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง หากประชาชนมีสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว จะสามารถขับเคลื่อนพัฒนาในมิติต่างๆให้ประสบความสำเร็จเป็นรูปประธรรม.


Cr. ฐานิตา คนหาญ
//// เดวิด มุกดาหาร รายงาน //// T-092-5259-777

มุกดาหาร # เปิดแผนปฏิบัติการตัด ฟัน เผาทำลายไร่ต้นกัญชาบนภูเขาพื้นที่ อ.ดงหลวง

มุกดาหาร ฝ่ายปกครอง อำเภอดงหลวง ฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน. จ.มุกดาหาร ป่าไม้ร่วมเปิดแผนปฏิบัติการ ตัด ฟัน เผา ทำลายต้นกัญชา หลังพบว่า ชาวบ้านลักลอบปลูกบนไหล่เขาจำนวน 2 แปลง บนเนื้อที่ 1 ไร่ รวม 350 ต้น มีมูลค่า 2 ล้านบาท

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 พันโท ธัญวพิสิทธิ์ จิรากฤติภาสกุล หัวหน้าชุอปฎิบัตการเคลื่อนที่เร็ว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.มุกดาหาร นายอำเภอดงหลวง หลังได้รับรายงานจากศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดมุกดาหาร ว่ามีขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติ ขึ้นไปแผ้วถางพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบนภูค้อ บริเวณบ้านฝั่งแดงพิกัด ม.1 ต.บ้านฝั่งแดง อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร มีการลักลอบปลูกต้นกัญชาจำนวนมาก

และกำลังเตรียมปลูกต้นกัญชาขยายออกเป็นวงกว้างจึงสั่งการให้ผ่ายปกครองประสานหน่ายงานข้างเคียงนำกำลังร่วมจำนวน 50 นาย เดินเท้าขึ้นเข้าตรวจสอบพบต้นกัญชาปลูกตามแนวไล่เขาจำนวนมากโดยเบื้องต้นพบมีการปลูกต้นกัญชาจะถูกปลูกแยกออกเป็น 2 แปลง แต่ละแปลงต่างสายพันธุ์ สายพันธุ์หางกระรอกไทย และหางกระรอกต่างประเทศ ปลูกในหลุมรวมจำนวน 200 หลุม ซึ่งแต่ละหลุมจะมีต้นกัญชาจำนวน 4-5 ต้นแต่ละต้นมีความสูง 1 เมตร ถึง1.50 เมตร

คาดว่ากลุ่มขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติกำลังเตรียมขึ้นมาเก็บเกี่ยว ส่งขายนายทุนอยู่ต่างประเทศโดยเฉพาะต้นกัญชาสายพันธุ์ไทยหางกระรอกแห่งอัดแท่งส่งออกปลายทางต่างประเทศ จะมีมูลค่ากิโลกรัม 3-4 หมื่นบาท ถูกเจ้าหน้าที่บุกตรวจยึดและตัดฟันเผาทำลายไปจำนวน 350 ต้น ซึ่งมีมูลค่า 2 ล้านบาท ก่อนที่กลุ่มขบวนการค้ากัญชาขึ้นมาเก็บเกี่ยวส่งขายนายทุนต่างประเทศ

โดยหลังเจ้าหน้าที่ตัดเผาทำลาย ต้นกัญชาและเนื่องจากไม่สามารถนำกัญชาของกลางทั้งหมดออกมาได้ เจ้าหน้าที่จึงได้เผาทำลายในพื้นที่ปลูก ยกเว้นบางส่วนที่ใช้เป็นของกลางในการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดงหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


พวงเพชร จันทร์ดี / หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// T-092-5259-777

ผบ.ตร. – บินด่วนลงพื้นที่ ตรวจจุดเกิดเหตุ ป้อม ชรบ.ลำพะยา

ยะลา – “พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา” ผบ.ตร. บินด่วนลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุป้อม ชรบ.ลำพะยา อ.เมืองยะลา สั่งตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐาน 10 เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุให้ครอบคลุมทั้งหมด

วันนี้ (6 พ.ย.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.อ.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผช.ผบ.ตร. ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุ เพื่อติดตามความคืบหน้าด้านคดี และความคืบหน้าในการติดตามจับกุมกลุ่มคนร้าย โดยมี พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ให้ข้อมูลถึงเหตุการณ์ที่เกิดเหตุ

โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุโดยรอบ และซักถามรายละเอียดของเหตุการณ์ต่างๆ และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐานที่ 10 เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุให้ครอบคลุมทั้งหมด เพื่อที่จะสามารถนำมาเป็นหลักฐานในการติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุได้

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เปิดเผยว่า หลังจากที่ท่านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้รายงานสถานการณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้า ตนจึงเดินทางลงมาพื้นที่เพื่อมารับทราบสถานการณ์ด้วยตนเอง ซึ่งหลังจากที่เห็นสภาพพื้นที่แล้วก็ต้องไปวิเคราะห์ว่ากลุ่มคนร้ายเป็นใคร เพราะได้ใช้อาวุธหลายชนิดด้วยกันในการก่อเหตุ ซึ่งพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายตนเองก็ได้รับรายงานจากรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ก็คงจะต้องขอเวลาการทำงาน เบื้องต้นกลุ่มคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 10 คน

ส่วนการปรับแผนการดูแลรักษาความปลอดภัยก็จะมีการปรับอย่างแน่นอน ซึ่งจะต้องมีการพูดคุยกันทั้ง 3 ฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ และปกครอง ในส่วนใดที่เป็นจุดอ่อน จุดแข็ง ซึ่งที่ตนมาดูก็เป็นอย่างที่แม่ทัพภาค 4 กล่าวไว้ จุดที่ตั้งของป้อม ชรบ.ยังไม่ดีส่วนความคืบหน้าของพยานหลักฐาน ก็ต้องขอเวลาในการทำงาน เพราะหลักฐานได้มาพอสมควร แต่ก็จะพูดอะไรมากไม่ได้ ส่วนอาวุธที่ถูกคนร้ายนำไปด้วยนั้น ก็เป็นเรื่องหลักของกลุ่มคนร้ายอยู่แล้วที่ต้องการอาวุธ ซึ่งเบื้องต้นได้รับรายงานว่า 4-5 กระบอกที่หายไป ก็จะต้องตรวจสอบจำนวนที่ถูกต้องอีกครั้ง.

#ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี /ศูนย์ข่าว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

#สำนักข่าวความมั่นคง

แม่ทัพภาค 4 รุดตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ยิงถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา

6 พ.ย 2562 เวลา 10.35 น. พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 ได้เดินทางมาตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ โดยแม่ทัพภาค 4 พร้อมด้วย พลตรีอาคม พรหมพงศ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา, พลตำรวจตรีตรีปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมด้วย พลตำรวจตรีปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

โดยแม่ทัพภาค 4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามกลุ่มคนร้ายที่หลบหนี มาดำเนินคดี และให้เร่งตรวจสอบดีเอ็นเอที่ได้จากเลือดของคนร้าย รวมทั้งได้สั่งการให้ดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 15 ราย และที่บาดเจ็บ 5 ราย

พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 เปิดเผยว่า ตนเองต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของพี่น้อง ชรบ. ที่เสียชีวิตทุกท่าน ชรบ.คือพี่น้องประชาชนที่เสียสละ ประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน ที่ว่างเว้นจากการทำงานมาช่วยกันดูแลพื้นที่ ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาเราต้องสูญเสียพี่น้องไปถึง 15 ท่าน ตนเองรู้สึกเสียใจ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านมีความเป็นห่วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา ได้สั่งการให้เยียวยาผู้เสียชีวิตทุกท่าน และการติดตามบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ

ที่ผ่านมาหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านสีขาว ไม่มีการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องประชาชนของเราต้องออกมาต่อต้านกลุ่มบุคคลภายนอกประเทศ ภายในประเทศ ที่ก่อเหตุรุนแรงทำร้ายผู้บริสุทธิ์

เหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้หญิงเสียชีวิต 3 ราย ที่ไม่มีอาวุธ และถูกกลุ่มคนร้ายยิงอย่างโหดเหี้ยม ทางกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ประสานภาคประชาสังคมในการปลุกพี่น้องประชาชน 290 ตำบล ประชาชนกว่า 2 ล้านคน ต้องออกมาต่อต้านเหตุการณ์เหล่านี้ได้แล้ว ที่ผ่านมากลุ่มคนร้ายก็ถูกฝ่ายเจ้าหน้าที่ไลล่าอยู่ บังคับใช้กฎหมาย ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องประชาชนจะต้องออกมาปฎิเสธคนนอกประเทศที่สั่งการ หรือคนในประเทศที่สั่งมา รวมทั้งการปรับแผน หน่วยที่อ่อนแอ เช่นกลุ่ม ชรบ.อรบ. ชาวบ้านที่อ่อนแอ ไม่มีอาวุธ ฝ่ายคนร้ายเข้ากระทำการเพื่อสร้างภาพข่าวให้คนไทยตกใจทั้งประเทศ ทั้งที่ฝ่ายกลุ่มคนร้ายเองปฎิบัติการแล้วรีบถอยอย่างรวดเร็ว มีการบาดเจ็บ เนื่องจากพบกองเลือด กลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้ปฎิบัติการเพื่อต้องการภาพข่าวเท่านั้น กลุ่มคนร้ายไม่ได้มีจำนวนมาก ที่เจ้าหน้าที่จะต้องติดตามต่อไป

“คนร้ายต้องการเพียงภาพข่าว ต้องการเท่านี้ เพราะกำลังฝ่ายคนร้ายไม่เยอะ ตนต้องขอความร่วมมือพี่น้องในพื้นที่ ขณะนี้ได้ให้กำลังจรยุทธเข้าพื้นที่หมดแล้ว รวมทั้งพี่น้องประชาชนช่วยกันสกรีนคน ใครเข้า-ออกหมู่บ้าน ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว แต่ก็ยังมีช่องว่าง จึงต้องมีการปรับแผนใหม่ เป็นจรยุทธ จะอยู่ประจำป้อม ประจำฐานไม่ได้แล้ว จะต้องมีการปรับแผนพอสมควร” มทภ 4 กล่าว

พบโทพรศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีการสั่งการจากกลุ่มคนร้ายนอกประเทศ นั้น จากภาพข่าวก็เห็น ที่ผ่านมาก็มีการพูดคุยกันอยู่ ตามแนวชายแดนก็มีความเข้มงวดอยู่ตลอด ทีมพูดคุยก็เดินหน้าพูดคุยไป แต่ทีมกำลังทหารฝ่ายตรงข้าม ที่มีการสั่งการในพื้นที่ ก็มีอยู่ไม่มาก ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ต้องบังคับใช้กฎหมายพิเศษ/.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี /ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

#สำนักข่าวความมั่นคง

แม่ทัพภาคที่ 4 เยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุยิงป้อม ชรบ.ลำพะยา จ.ยะลา

วันนี้ 6 พฤศจิกายน 2562 เวลา 11.00 ณ โรงพยาบาลศูนย์ยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมคณะ เดินทางเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา จากเหตุการณ์คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่จุดตรวจ ชรบ.บ้านทางลุ่ม หมู่ที่ 5 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา เมื่อคืนวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 15 ราย และผู้บาดเจ็บอีก 4 ราย

แม่ทัพภาคที่ 4 ได้แสดงความห่วงใย ปลอบขวัญให้กำลังใจ และมอบกระเช้าเยี่ยมป่วย พร้อมเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น และยังคงเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นร่วมกันปฏิบัติงาน เพื่อรักษาความปลอดภัย มีกำลังใจในการทำหน้าที่ เพื่อพี่น้องประชาชนมีความปลอดภัยและเกิดความมั่นใจต่อเจ้าหน้าที่รัฐ

สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ มีจำนวน 5 ราย ประกอบด้วย 1.นายมะรอซี มะแซ ถูกยิงบริเวณก้นกบ ต้นแขนซ้ายและนิ้วซ้าย ได้รับบาดเจ็บ 2. นายณรงฤทธิ์ สิทธิพันธิ์ มีแผลสะเก็ดระเบิดบริเวณขาเหนือเข่าทั้ง 2 ข้าง ได้รับบาดเจ็บ 3. นายเนาวรัตน์ รัตนเสถียร ถูกยิงบริเวณสะโพกด้านขวา น่องด้านขวา สะโพกด้านขวาหัก ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส 4. นางสายัน ปานทอง ถูกยิงบริเวณหน้าท้อง แขนขวาหักและมีแผลบริเวณน่องขวา ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งหมดพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลาและอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด ส่วนนายอาหาหมัด รัตนตัญญู ไม่ได้รับบาดเจ็บ อยู่ในภาวะตกใจ แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้


#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

ขอแสดงความเสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์รอบยิงป้อมชรบ.

ขอแสดงความเสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต กับเหตุการณ์คนร้ายลอบก่อเหตุ จนทำให้เกิดการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของหลายๆครอบครัว จากเหตุการณ์รอบยิงป้อมชรบ. ม.5 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อคืนวันที่ 5 พ.ย.62

#ขอประมาณการกระทำครั้งนี้
#ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน
#ผู้เสียสละ
#หยุดทำร้ายปลายด้ามขวาน
#หยุดทำร้ายประเทศไทย

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

ธงไตรรงค์ ธำรงไทย… สัญลักษณ์แห่งการรวมใจและสามัคคี

ธงชาติไทย…สัญลักษณ์สูงสุดของชาติ
สิ่งเตือนใจให้อนุชนได้รำลึกถึงการเสียสละเลือดเนื้อของบรรพบุรุษ
เพื่อรักษาไว้ซึ่งแผ่นดิน และร้อยดวงใจคนทั้งชาติให้เป็นหนึ่ง
หล่อหลอมความรัก สามัคคี สร้างเสริมความภูมิใจในความเป็นชาติ
ก่อเกิดเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ในการพัฒนาชาติไทยให้วัฒนาสถาพร.

หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข จัดกิจกรรม ครูช่วยสอน เสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ให้กับน้องๆศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดตรอซัน (ตาดีกาตรอซัน) บ.พงสะตา ม.๕ ต.ยะรัง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี.

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

หมอทหารใจดี มอบอุปกรณ์และเครื่องอุปโภคบริโภคให้ราษฎรผู้พิการและสูงอายุ

นอกจากภารกิจรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่แล้ว การดูแลเรื่องสุขภาพอนามัย และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ทางหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 ให้ความสำคัญ เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้พิการ ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญ และการช่วยเหลือเบื้องต้นแก่บุคคลเหล่านั้นด้วย

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 ร่วมกับ พันเอก โชคชัย ขวัญพิชิต รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแพทย์จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอชต.) และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านบือซู เข้าพบปะพูดคุยพัฒนาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจพร้อมทั้งมอบกายอุปกรณ์ (ไม้เท้าก้านร่ม) และเครื่องอุปโภคบริโภคให้ราษฎรผู้พิการและสูงอายุ ในพื้นที่บ้านบือซู เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยมี ผู้นำหมู่บ้านและประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย ณ สำนักสงฆ์บ้านแป้น ม.6 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

เร่งช่วยเหลือเยียวยา ติดตามไล่ล่าคนร้ายมาลงโทษตามกฏหมาย ~ ศปชส.กอ.รมน.ภาค 4 สน.

จากกรณีกลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและกลุ่มชาวบ้านเสียชีวิต 15 รายและบาดเจ็บ 5 ราย เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2562 เวลา 23.25 เหตุเกิดพื้นที่หมู่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ย.2562 พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งให้ หน่วยเฉพาะกิจยะลาเข้าควบคุมสถานการณ์และบริหารจัดการที่เกิดเหตุและให้เก็บรวบรวมวัตถุพยานพร้อมช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดพร้อมทั้งต้องขอแสดงความเสียใจต่อญาติและครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บในครั้งนี้

ในการนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้สั่งการให้หน่วยเร่งรัดช่วยเหลือเยียวยาอย่างเต็มที่ควบคู่กับให้ใช้มาตรการทางกฎหมายกับกลุ่มก่อเหตุอย่างเด็ดขาด

โดยล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค 4 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยสั่งการเน้นย้ำทุกหน่วยปรับแผนการรักษาความปลอดภัยขยายไปยังชุมชนที่ไม่ล่อแหลมด้วย พร้อมกับเน้นย้ำให้ตำรวจรวบรวมวัตถุพยานให้รัดกุมที่สุดเพื่อบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มขบวนการ brn ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สน. พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ก่อเหตุรุนแรง หวังสร้างภาพข่าว ให้คนไทยทั้งประเทศตกใจกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ขนาดนี้ ชรบ.คือ พี่น้องประชาชนที่อาสามาดูแลพื้นที่ เป็นชาวบ้านธรรมดา กลางวันทำงาน กลางคืนเสียสละออกมาดูแลพื้นที่ ซึ่งเป็นเป้าหมายของผู้ก่อเหตุรุนแรง ณ ขณะนี้ ทั้ง อส. ชรบ. เป็นเป้าหมายหลักของเขา เป็นจุดอ่อนที่เลือกก่อเหตุ ถ้าสังเกตุล่าสุดเหตุที่ปัตตานี สายบุรี เรามีการโต้ตอบอย่างทันควัน เพราะมีกำลังพร้อมมาก นั่นคือกำลังทหารหลัก ทหารพราน ซึ่งตรงจุดนี้เราต้องปรับแผนพอสมควรคือ เปลี่ยนเป็นเข้าพื้นที่แทนการประจำตามป้อม จะไม่อยู่ตามป้อม อาจจะต้องจรยุทธ์ ไม่ให้สามารถจับเป้าหมายได้ถูก ทำเลต้องปรับ และต้องเจาะลึก คือไม่ใช่นอนในป่า แต่ต่อไปต้องนอนใต้ถุนบ้าน ในหมู่บ้าน นี่คือสิ่งที่ต้องปรับแน่นอน ขณะนี้ 118 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านสันติสุขที่หน่วยกำลังจรยุทธ์เข้าดูแลพื้นที่หมดแล้ว เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งสามารถเช็คได้หมดว่าใครเข้าใครออกอย่างไร โดยจะเร่งขยายให้ครอบคลุมพื้นที่ต่อไป จึ

ฝากไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่รู้เบาะแส ขอให้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ เพราะเป็นญาติพี่น้องทั้งนั้น ยืนยันความต้องการพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันดับแรกคือ อยากให้รัฐบาลปราบยาเสพติด ซึ่งเราทำอยู่แล้ว และสอง คือ ยุติความรุนแรง ซึ่งเรื่องความรุนแรงรัฐไม่เคยก่อเลย ดังนั้นพี่น้องประชาชนต้องช่วยคนละไม้คนละมือ และออกมาต่อต้านผู้ที่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ถึงเวลาที่ทุกคนต้องออกมาปฏิเสธคนที่สั่งการอยู่ทั้งในและนอกประเทศ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่ ต้องช่วยสกรีนคนที่เข้าออกหมู่บ้าน ต้องช่วยกัน 290 ตำบล ต้องออกมาร่วมยุติความรุนแรง ต้องกล้า รวมไปถึงพี่น้องประชาชนด้วย

ส่วนกฎหมายพิเศษจะต้องดำเนินการใช้ในพื้นที่ต่อหรือไม่ นั้น แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวเพิ่มเติมว่า การพูดคุยเพื่อสร้างสันติสุขยังดำเนินการต่อไป แต่ทีมกำลังทหารที่เป็นการสั่งการอยู่ในพื้นที่ ซึ่งมีไม่มาก ต้องบังคับใช้กฎหมาย โดยต้องใช้กฎหมายพิเศษ ซึ่งไม่ได้ใช้โดยฝ่ายมั่นคงเพียงฝ่ายเดียว แต่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าของบ้านเป็นหลัก เข้าไปร่วมดำเนินการด้วยทุกครั้งที่มีการใช้กฎหมายพิเศษเข้าปิดล้อม ตรวจค้น เราบังคับกฎหมายอย่างเต็มที่

เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่บ่งชี้ว่ากลุ่มคนร้ายยังไม่ละความพยายามในการก่อเหตุโดยไม่เลือกเป้าหมาย และยังคงย้อนแย้งกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรต่างๆในพื้นที่ ที่พยายามเรียกร้องให้รัฐ ยกเลิกการใช้กฎหมายพิเศษโดยไม่เคยคำนึงถึงผลกระทบทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ จึงขอให้สังคมช่วยกันเรียกร้องและตรวจสอบพฤติกรรมขององค์กรเหล่านี้อย่างใกล้ชิดเพราะการแสดงตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ไม่ต่างจากอาชญากรที่กำลังละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงต่อพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องกว่า 15 ปี ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบรอยเลือด หมวก เป้ ปลอกกระสุน และดีเอ็นเอ คาดว่า จะรู้กลุ่มที่ก่อเหตุได้ในไม่ช้า ตอนนี้ต้องขอเวลาตรวจสอบปลอกกระสุนและหลักฐานต่างๆ 2 วัน ผู้ก่อเหตุเองก็โดนยิงได้รับบาดเจ็บ เพราะว่าเราพบรอยเลือดกองใหญ่อยู่ที่เกิดเหตุด้วย ส่วนอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ก็ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุนำออกไปด้วยบางส่วน คาดว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มเดิมๆ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวทิ้งท้าย

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : issoc4news.blogspot.com

สำนักข่าวความมั่นคง

ดอกไม้เหล็กชายแดนใต้

นี่คืออาสาสมัครทหารพรานหญิงที่เปิดรับสมัครไปปฏิบัติหน้าที่ยังจังหวัดชายแดนภาคใต้

หญิงสาว ที่สมัครมาด้วยใจและสอบแข่งขันจากคนนับพันคนเพื่อจะได้เข้ามารับใช้ชาติเป็นทหารหญิง พวกเขาคืออาสาสมัครทหารพรานหญิงนาวิกโยธิน

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้่า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง