น.2​ ร่วมประชุมป้องกันและปราบปรามการแข่งรถ​ พื้นที่ บก.น.5

         วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่​ 9 พ.ย.62 เวลา 19.30 น.​ณ ห้องประชุม ชั้น 1 สน.ทุ่งมหาเมฆ : พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. ประธานการประชุมป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง ร่วมกับ พ.ต.อ.โสภณ สารพัฒน์,พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช รองผบก.น.5, ผกก.สน.ทองหล่อ, ท่าเรือ, ทุ่งมหาเมฆ และบางนา, รองผกก.ป., รองผกก.จร., และ รองผกก.สส. ใน สน.พื้นที่ บก.น.5 เพื่อป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง ในพื้นที่ บก.น.5

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

191 รวบเครือข่ายยานรก ยึดยาบ้า 3.1 แสนเม็ด พร้อมอาวุธปืน 1 กระบอก และจับกุมหนุ่มเสพไอซ์ ทำบัตรราชการปลอม ราคาเริ่มตั้งแต่หลักพัน

         วันที่ 8 พ.ย.62 เวลา 14.00 น. ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) หรือ 191 ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ : พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เพตรา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ​ ต๊ะ​วิชัย, พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม​ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สำราญ นวลมา​ ผบก.สปพ.และ พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจฯ ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับคดีอาชญากรรม รวม 2 คดี

โดยคดีแรก จับกุมนายสิทธิพล หรือบอย ใจพระ อายุ 34 ปี และนายสมศักดิ์ หรือตุ๊ก จารเหนือ อายุ 38 ปี ผู้ต้องคดีฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ” โดยนายสิทธิพลฯ ถูกแจ้งข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง” พร้อมของกลางยาบ้า 314,000 เม็ด, ปืนดัดแปลงขนาด 5.56 มม.1 กระบอก, ซองกระสุนปืน 2 ซอง, เครื่องกระสุนปืน 5.56 มม.120 นัด และรถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแม็ค สีแดง ทะเบียน 6กด–5032 โดยจับกุมได้หน้าลิฟท์ ชั้น 6 อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งใน ต.หลักหก อ.เมือง​ จ.ปทุมธานี ต่อเนื่องห้องพักเลขที่ 613 ภายในอาคารเดียวกัน

          พ.ต.อ.ปิยรัชฯ กล่าวว่า​ ได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มบุคคลลักลอบใช้รถกระบะขนย้ายยาเสพติดจากทางภาคตะวันออกมาซุกซ่อนไว้ท่ีบริเวณเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร และบริเวณหอพักใกล้เคียงกับมหาวิทยาลัยย่านเมืองเอก ทั้งยังลักลอบขายยาเสพติดให้กับประชาชน หรือนักเรียนนักศึกษา ในบริเวณดังกล่าว ชุดจับกุมจึงสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิด ก่อนลงพื้นที่หาข่าวและทราบว่าขบวนการกลุ่มนี้ได้รับการติดต่อจากนายบาส ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ว่าจ้างให้ขนลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยได้ทำมาแล้วประมาณ 3 เดือน ขายสัปดาห์ละ 1 ล้านเม็ด ส่วนอาวุธปืนนั้น ผู้ต้องหาอ้างว่า มีไว้เพื่อป้องกันตัวเอง จากนี้เจ้าหน้าที่เตรียมส่งอาวุธปืนตรวจเทียบเคียงกับคดีอื่นๆ ในพื้นที่นครบาลต่อไป

คดีที่สอง จับกุม นายธงไชย หรือ แบ็งค์​ อภิยางกูล อายุ 28 ปี พร้อมของกลางยา ไอซ์ 4 กรัม และอุปกรณ์การเสพ, บัตรประชาชนชาวไทยปลอม 170 ใบ, บัตรประจำตัวคนต่างด้าวปลอม 19 ใบ, ใบขับขี่ปลอม 82 ใบ, ตราขนส่ง 10,000 ดวง และอุปกรณ์การปลอมแปลงเอกสารอีกหลายรายการ ต้องความผิดฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย,เสพยาเสพติดฯ และปลอมแปลงเอกสารราชการ” โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถห้างฟู๊ดแลนด์ ซ.เอกมัย แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.

          พ.ต.อ.ปิยรัชฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก สายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปพ. พบเบาะแสว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “คุโด้คุง” ประกาศรับต่อภาษี รถหลุดจำนำ เล่มทะเบียนรถยนต์ ทำใบอนุญาตขับขี่ปลอม พร้อมทั้งบัตรประชาชนปลอม จึงสืบสวนเรื่อยมากระทั่งทราบชื่อเจ้าของเพจ คือนายธงไชย เมื่อตรวจสอบประวัติเพิ่มเติมพบว่านายธงไชย มีหมายจับติดตัว 13 หมาย ทั้งยังมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

          ต่อมาเจ้าหน้าที่​ตำรวจจึงสืบสวนติดตามตัวและพบนายธงไชยฯ ที่ลานจอดรถห้างฟู๊ดแลนด์ดังกล่าว จึงเข้าจับกุมตัวก่อนขยายผลพาเข้าตรวจห้องพักเลขที่ 912 ชั้น 30 คอนโดฯย่านรามคำแหง ก่อนจะพบของกลางต่างๆ จำนวนมาก สอบสวนผู้ต้องหารับว่ามีนายหน้าสั่งให้ผลิตบัตรต่างๆ โดยมีราคาบัตรประชาชน 5,000 บาท ใบขับขี่ 4,000 บาท บัตรต่างด้าว 3,000 บาท ก่อนคุมตัวพร้อมนำของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย และขยายผลสืบสวนหาตัวผู้สั่งซื้อหรือผู้ที่มีภาพหน้าบัตรต่างๆ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“วัชระ” ร้องค้าน กก. สอบเลขาฯสภา ผิดวินัยร้ายแรง เชื่อมีส่วนได้เสีย

          วันที่​ 8พ.ย.62​ ที่อาคารสุขประพฤติ​ : นายวัชระ เพชรทอง และนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตสส.ปชป.เข้าให้การต่อคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร คุกคามทางเพศข้าราชการหญิง​ และสร้างสภาล่าช้าที่มีนายนัฑ ผาสุข เป็นประธาน โดยยื่นหลักฐานคัดค้านคณะกรรมการทั้งคณะว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อน​ และมีส่วนได้เสียกับนายสรศักดิ์ฯ ขณะเดียวกันก็ได้ยื่นสำเนาหนังสือจากบริษัทผู้รับเหมาที่เรียกค่าเสียหายจากเลขาธิการสภาฯกรณีสร้างสภาฯใหม่กว่า 1,600 ล้านบาทไว้เป็นหลักฐานด้วย

          ส่วนในช่วงบ่าย นายวัชระฯ ยังได้ยื่นหนังสือให้นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 กรณีนายสรศักดิ์​ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กระทำความผิดวินัยร้ายแรงฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมข้าราชการรัฐสภาสามัญคุกคามทางเพศข้าราชการหญิงผู้ใต้บังคับบัญชา​ และการก่อสร้างอาคารรัฐสภาล่าช้าด้วยเช่นกัน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เลขาธิการ กช. “ตั้งคณะทำงานลงพื้นที่ตรวจสอบ กรณีโรงเรียนเอกชน จ่ายเงินเดือนไม่ครบ ย้ำ​ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าว โรงเรียนเอกชนหลายแห่ง เรียกรับเงินคืนจากเงินเดือนของครู โดยการบังคับครูเซ็นต์บริจาคให้กับทางโรงเรียนทุกเดือน เพื่อแลกกับการมีงานทำนั้น

          ดร.อรรถพล ตรึกตรอง รักษาราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) เปิดเผยว่า มีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยสาเหตุของปัญหาเกิดจากการที่เงินอุดหนุนรายบุคคลในส่วนที่สมทบเป็นเงินเดือนครูไม่เพียงพอกับค่าตอบแทนครู และเป็นปัญหาในทุกพื้นที่ เนื่องจาก กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไม่ได้จ่ายเงินเดือนให้กับครูโดยตรง แต่จะสมทบกับเงินอุดหนุนรายบุคคลของนักเรียนในอัตราคนละ 7,224.50 บาทต่อคน/ปี สำหรับระดับก่อนประถมศึกษา​ และประถมศึกษา​ ส่วน 9,032.50 บาทต่อคน/ปี สำหรับระดับมัธยมศึกษา ซึ่งสมทบรวมกับค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เป็นค่าใช้จ่ายรายบุคคลที่รัฐอุดหนุนให้ โดยโรงเรียนจะต้องนำเงินจำนวนนี้จ่ายเป็นเงินเดือนครูเป็นอันดับแรก และที่เหลือจ่ายเป็นการจัดการเรียน การสอน พัฒนาสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ ปรับปรุงอาคารสถานที่ ฯลฯ ซึ่ง พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน กำหนดให้โรงเรียนเป็นผู้จ้าง บรรจุ และจ่ายเงินเดือนครูเอง หากโรงเรียนบรรจุครูมากเกินไป ทำให้เป็นปัญหาค่าตอบแทนเงินเดือนครูไม่เพียงพอและไม่มีเงินเหลือเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอน ในส่วนอื่นๆ ซึ่งทาง สช. ได้กำชับให้โรงเรียน บรรจุครู และบุคลากรในสัดส่วนที่เหมาะสม และ สช. จะได้หาวิธีการกำหนดมาตรฐานการบรรจุครูด้วยเช่นกัน

          และตามที่มีการนำเสนอข่าวทางโซเชี่ยลมีเดียในเรื่องดังกล่าวในพื้นที่ภาคอีสาน ตนได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนลงพื้นที่ในการดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วนแล้ว เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ดร.อรรถพลฯ กล่าวในที่สุด

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน

พล.ต.ต.ปิยะฯ​ – ประชุม​เรื่องการป้องกัน ปราบปราม อาชญากรรม และป้องกันเหตุ ช่วงเทศกาลลอยกระทง

          วันเสาร์​ที่​ 9 พ.ย.62 เวลา 14.00 น.​ ณ ห้องประชุม ศปก.บก.น.8​ : พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.ประชุมทางไกลผ่านระบบ (video conference) เรื่องการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และป้องกันเหตุช่วงเทศกาลลอยกระทงในแต่ละพื้นที่ของกองบัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (บช.น.)​

         ต่อมาเวลา 15.00 น.พล.ต.ต.ปิยะฯ​ เป็นประธานการประชุมป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง ร่วมกับ พ.ต.อ.เศรษฐศักดิ์ ยิ้มเจริญ รองผบก.น.8, พ.ต.อ.อดิศร เสมสวัสดิ์ รองผบก.น.8, ผกก.ฯ, รองผกก.ป.ฯ, รองผกก.จร.ฯ และ รองผกก.สส.ฯ ใน สน.พื้นที่ บก.น.8 ทั้งหมด เพื่อป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง พื้นที่ บก.น.8

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สนง.การวิจัยแห่งชาติ นำผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี 2562 ไปถวาย ณ วัดสุทธิวาตวราราม จังหวัดสมุทรสาคร

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นำผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี 2562 ไปถวาย ณ วัดสุทธิวาตวราราม ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

         วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2562​ : ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 และถวายผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี พ.ศ.2562

          โดยมี นายสุรศักดิ์ ผลยังส่ง​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมเป็นเกียรติในพิธีพรัอมด้วยคณะผู้บริหาร และบุคลากร วช. ตลอดจนประชาชนทั่วไปเข้าร่วมในพิธีฯ​ ในการนี้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลฯ เพื่อถวายพระภิกษุ สามเณร ถวายบำรุงพระอารามและเพื่อการศึกษา เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น   1,068,048.25 บาท

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ชาวการศึกษาเอกชน ชื่นชม “ดร.อรรถพล” นั่งจับเข่าพูดคุย และรับฟังปัญหาสู่การปฎิบัติอย่างจริงจัง

          ในที่ประชุมสัมมนาเครือข่ายพัฒนาการศึกษาเอกชน ณ โรงแรมรอยัลซิตี้ กทม. ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7-8 พ.ย.62​ ที่ผ่านมา ดร.อรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการ กช. นำทีมผู้บริหาร สช. ร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็น ปัญหาของการศึกษาเอกชน และแนวทางในการร่วมแก้ไข โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย ประธาน ปส.กช. จังหวัด ผู้แทนโรงเรียนเอกชน โดยผู้เข้าร่วมการประชุม ต่างกล่าวแสดงความรู้สึกยินดีที่ เลขาธิการ กช. ได้จัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากชาวเอกชนโดยตรงทำให้เกิดขวัญและกำลังใจในการร่วมทำงานต่อไป

          ดร.อรรถพลฯ กล่าวว่า เมื่อได้มารับหน้าที่ดูแลงานการศึกษาเอกชน ตนก็มีความตั้งใจมุ่งมั่น เพื่อจะทำให้การทำงานในยุคนี้มีปัญหาความล่าช้าน้อยที่สุด กฎหมายเก่าล้าสมัยควรปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันเหมาะสมกับสถานการณ์ การสนับสนุน ส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชน และครูเอกชนก็จะให้ความสำคัญดูแลเช่นกัน เพราะครูเอกชนมีคุณภาพก็ส่งผลต่อการเรียนการสอนต่อเด็กให้มีคุณภาพ โรงเรียนเอกชนก็อยู่ได้ ฉะนั้น ทุกส่วนต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน

          ดร.อรรถพลฯ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้นำเสนอปัญหาสะท้อนจากที่ประชุมหลายประการที่รอการแก้ไข อาทิ เรื่องการบรรจุครูของ สพฐ. เรื่องเงินอุดหนุน เรื่องค่ารักษาพยาบาลที่ต้องการให้ครอบคลุมถึงครอบครัว ซึ่งตรงนี้ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์รมช.ศธ. ท่านได้รับไว้โดยให้ความสำคัญและกำลังดำเนินการอยู่ เรื่องสัญญาจ้างระหว่างครูและโรงเรียนเอกชนที่ต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย เรื่องภาษีโรงเรียนเอกชน เรื่องระเบียบการยืมเงินของโรงเรียน เรื่องการขอให้มีบัตรประจำตัวครู เรื่องกรอบและรายละเอียดการดำเนินการพัฒนาครูโรงเรียนเอกชน เรื่องตราสาร เหล่านี้เป็นต้น จะกลับไปดูว่าเรื่องใดติดอะไร ควรปรับปรุง หรือแก้ไขอะไรได้บ้าง แล้วจะรีบดำเนินการทันที ซึ่งทุกเรื่องที่เสนอแนะมานี้ ทุกคนล้วนแล้วแต่มีความปรารถนาดีในการช่วยเหลือ และพัฒนางานเอกชนทั้งสิ้น

         “ผมได้ขอฝาก 3 เรื่องสำคัญ เพื่อให้โรงเรียนเอกชนได้ช่วยกันกำกับ ดูแลอย่างเคร่ง ครัด คือ

  1. การดูแลสอดส่องไม่ให้เกิดเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้นในโรงเรียนเด็ดขาด
  2. เรื่องระบบการรับ-ส่งของโรงเรียนเอกชน ในกรณีที่เกิดการโยกย้ายของนักเรียนเพื่อไม่ให้เกิดนักเรียนซ้ำซ้อนขึ้น
  3. โรงเรียนเอกชนต้องเคร่งครัดในการส่งเงินสมทบให้กับกองทุนสงเคราะห์ เพื่อให้กองทุนมีเงินหมุนเวียน เพราะกองทุนสงเคราะห์เป็นกองทุนเดียวที่เรามีอยู่ เราต้องช่วยกันดูแล กองทุนอยู่ได้ครูเอกชนก็อยู่ได้ ” ดร.อรรถพลฯ กล่าวในที่สุด

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

จันทบุรี – งาน ชื่น ชม ชิม อาหารถิ่นจันทบูร

งาน ชื่น ชม ชิม อาหารถิ่นจันทบูร ประชาชน นักท่องเที่ยว ร่วมแต่งกายชุดไทยร่วมงาน ชิม ช็อป อาหารท้องถิ่น พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย

         ค่ำวันนี้ ( 8 พ.ย.62 ) ที่ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรีได้จัดให้มีงาน ชื่น ชม ชิม อาหารถิ่นจันทบูร สมัยที่ 2 โดยนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน นักท่องเที่ยว แต่งกายชุดไทยย้อนยุค ร่วมงานชมการแสดงและเลือกซื้ออาหารพื้นเมืองรับประทานกันอย่างคึกคัก ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย

         ซึ่งจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจันทบุรี /หอจดหมายเหตุแห่งชาติจันทบุรีและภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อ เป็นการโชว์อาหารถิ่นของดีเมืองจันท์ กระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ชุมชน โดยนำเสนอ อัตลักษณ์ท้องถิ่นด้านวิถีการกินและอาหารถิ่นที่มีการสืบทอด จากอดีตสู่ปัจจุบัน รวบรวมอาหารถิ่นจันทบุรีนานาชนิด อาทิ อาหารทะเล อาหารท้องถิ่น อาหารอาหารชุมชนเมืองจันท์กว่า 40 ร้าน การแสดงดนตรีและลีลาศย้อนยุค เทิดพระเกียรติ และการแสดงชุด “ระบำแก้วจันทราศรีสุนันทาลัย” นิทรรศการ “ฟิลม์กระจก มรดกโลก คุณค่าแห่งการสืบสาน” ซึ่งทางหอจดหมายเหตุแห่งชาติได้รับการประกาศจาก UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก UNESCO OF THE WORLD เชิญชวนแต่งชุดไทยเพื่อถ่ายภาพ ณ มุมชักภาพย้อนยุค งานมีไปถึง 10 พฤศจิกายน ณ บริเวณหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จังหวัดจันทบุรี

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดจันทบุรี – นำจิตอาสาร่วมรณรงค์รักษาความสะอาด แม่น้ำ ลำคลอง เตรียมความพร้อม ลอยกระทงปลอดภัย สืบสานวัฒนธรรมไทย ใส่ใจสายน้ำ

         วันนี้ ( 9 พ.ย.62 ) ที่ บริเวณท่าน้ำหน้าวัดจันทนาราม จังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำ จิตอาสา วปร.๙๐๔ และ ประชาชนจิตอาสาร่วมกิจ กรรมจิตอาสา พัฒนาบำเพ็ญประโยชน์ รณรงค์รักษาความสะอาดแม่น้ำ จันทบุรี เทิดพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศลฯ และเตรียมความพร้อมการจัดงานลอยกระทง ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากสายน้ำของแม่น้ำจันทบุรี ที่สะอาด

         โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำจิตอาสาที่มาร่วมกิจกรรมกล่าวขอขมาพระแม่คงคา ตามความเชื่อ เชื่อมโยงการจัดงานส่งเสริมประเพณี ลอยกระทง ๑๐๐ ปี น่านนที วิถีจันท์ วัดจันทนาราม โดยขบวนเรือ จิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ ทำความสะอาดแม่น้ำจันทบุรี เริ่มต้นจากท่าน้ำวัดจันทนาราม ไปสิ้นสุดที่ ศาลเจ้าพ่อสระบาป สะพานตรีรัตน์ ขณะที่บริเวณริมคลองตลอด 2 ฝั่ง แม่น้ำจันทบุรี ทั้งชุมชน ริมน้ำจันทบูร และ ชุมชนหลังวัดโรมันคาทอลิก มีประชาชนจิตอาสาออกมาร่วมกันเก็บขยะ กำจัดวัชพืช ปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองให้สะอาดสวยงาม รองรับประชาชน นักท่องเที่ยวที่จะมาเยี่ยมเยียนจังหวัดจันทบุรีในช่วงเทศกาลลอยกระทง

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด – ศิษย์ตำหนักร่างทรง ร่วมแห่ไหว้ครู บวงสรวงเทพเจ้า เจ้าที่ตำบลไม้รูด ปีที่ 9

ศิษย์ตำหนักร่างทรงร่วมแห่ไหว้ครูบวงสรวงเทพเจ้าที่ตำบลไม้รูด ปีที่ 9 ที่ตำหนักร่างทรงบ้านไม้รูด ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

         เมื่อเวลา 10.09 น. วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 ศิษย์ตำหนักร่างทรงจำนวนมากร่วมแห่กัน จัดพิธีไหว้ครูบวงสวงเทพเจ้าขึ้น โดยมีนายอนุสรณ์ เครือวิเศษ (บุญยัง) ร่างทรง เป็นประธานจุดเทียนชัย ก่อนร่วมพิธีจะมีการรําถวายบวงสรวงเทพเจ้า โดยเชื่อกันว่าเป็นหมอที่มีชาวบ้านทั่วสารทิศและประชาชนทั่วไป นับถือกันมาช้านานตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ นอกจากมีการรักษาโรคต่างๆให้หายแล้ว ยังช่วยรักษาคนเจ็บป่วยที่ถูกผีเข้า ชาวบ้านจึงเลื่อมใสศรัทธา

         นายอนุสรณ์ ร่างทรง ได้กล่าวว่า ผู้ที่เข้ามารักษาไม่ได้เรียกร้องเงินทอง เพียงแต่ผู้รักษาจะบริจาคให้ ตามแต่ศรัทธา ไม่มีก็รักษาได้ ถือว่าเป็นร่างทรงมาช่วยคนทุกข์ยาก คนเดือดร้อน ในการประกอบพิธีไหว้ครูจะมีขึ้นทุกปี ในเดือนพฤศจิกายน เพื่อแสดงถึงการเคารพบูชาและน้อมรําลึกพระคุณของร่างทรง ซึ่งเป็นประเพณีอันดีงามที่ปฎิบัติสืบทอดกันมาแต่สมัยโบราณ การจัดพิธีไหว้ครูบวงสวงเทพ ซึ่งมีผู้ที่นับถือเป็นจํานวนมากในแต่ละปีเข้าร่วม

         โดยในพิธีมีการแสดงสิงโตจากเจ้าแม่ทับทิมคลองใหญ่ในแต่ละปีอีกด้วย พร้อมกันนี้ได้โปรยทาน จับของรางวัล เช่น โทรศัพท์ กระติกน้ำร้อน และพัดลม โดยมีนายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายก อบต.ไม้รูด เข้าร่วมในพิธีและโปรยทานอีกด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก