แน่นแฟ้น ผอ.สง.ปรมน.ทร. ประสานงานด้านการข่าว จก.ขว.ทร.

         พลเรือโท เชษฐา ใจเปี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ (ผอ. สง.ปรมน. ทร.) นำคณะนายทหารของ สง.ปรมน.ทร. เข้าเยี่ยม พลเรือโทวุฒิชัย สายเสถียร เจ้ากรมข่าวทหารเรือ กรมข่าวทหารเรือ (จก.ขว.ทร.) เพื่อหารือข้อราชการและประสานงานด้านการข่าว เพื่อ สนับสนุนข้อมูลด้านข่าวสารให้กับผู้บังคับบัญชา ในการนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจต่อไป เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องประชุมกรมข่าวทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

ภาพ/ข่าว ปชส.สง.ปรมน.ทร.
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

สุโขทัย – ท่องเที่ยวสุขใจ ไปกับงาน “ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ” ประจำปี 2562

ท่องเที่ยวสุขใจไปกับงาน “ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ” จ.สุโขทัย ประจำปี 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กวาดล้างอาชญา กรรม รับเทศกาลลอยกระทง เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

         เมื่อเวลา 15:30 น. วันที่ 10 พ.ย 62 บริเวณโค้ง ก ไก่ ลานด้านหน้าอุทยานประวัติ ศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย พล.ต.ทวิสนุ ปราสาททองโอสถ  ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 3) เดินทางเป็นประธานในพิธีปล่อยแถวเจ้าหน้าที่เพื่อระดมกำลังกวาดล้างอาชญากรรม , ยาเสพติดและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่นักท่องเที่ยวในช่วงของการจัดงาน “ประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ” จ.สุโขทัย ระหว่างวันที่ 2-11 พ.ย 2562 โดยมี พล.ต.ต. อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ ผบก.ภ.จว.สุโขทัย พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธีดังกล่าว

          พล.ต.ท. วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดให้ทุกหน่วยงานระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงก่อนเทศกาลลอยกระทงคือ ระหว่างวันที่ 2-11 พ.ย พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งจังหวัดสุโขทัยถือว่า เป็นต้นกำเนิดของงานประเพณีลอยกระทงและมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ในปีนี้ถึง 10 วัน 10 คืน จึงต้องมีมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในทุกประเภท พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรด้วย เนื่องจากจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนารวมทั้งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในจังหวัดสุโขทัยเป็นจำนวนมาก อาจทำให้เกิดปัญหาและความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนขึ้นได้

         ด้าน พล.ต.ต. อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ ผบก.ภ.จว.สุโขทัย กล่าวว่า การปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ระดมกวาดล้างอาชญากรรมในครั้งนี้ เป็นการสนธิกำลังจากหลายหน่วยงาน อาทิเช่น ตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง,ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจทางหลวง, นายอำเภอเมืองสุโขทัย,กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดสุโขทัย, ป้องกันภัยจังหวัดสุโขทัย, อาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดสุโขทัย ,อาสาสมัครตำรวจบ้านและหน่วยกู้ภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย รวมทั้งสิ้นจำนวน 399 นาย ทั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวงาน “ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ” จ.สุโขทัย ประจำปี 2562

นายพงษ์เทพ สาคร รายงาน

ตม.สุราษฎร์ฯ – จับ 3 เมียนมาร์ ไม่แจ้งงานที่ทำ

          วันที่​ 9 พ.ย.62 : ภายใต้สั่งการของพ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล​ ผกก.ตม.จ.สุราษฎร์ธานี นำโดย ร.ต.อ.อรุณ มูสิกิ้ม รองสว.ฯ ปฏิบัติราชการ รองสว.ตม.จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมชุดสืบสวนฯ ออกระดมกวาดล้างอาชญากรรมห้วงวันที่ 6-11 พ.ย.62 มีผลการปฏิบัติโดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาดังนี้

  1. นาย ซอ หูเก (Mr.Zaw Huu Gay) สัญชาติเมียนมา อายุ​ 31​ ปี หนังสือเดินทางเลขที่ MD751951
  2. นายมา วิน ติน (Mr.Mya Win Tin) สัญชาติเมียนมา อายุ​ 46​ ปี หนังสือเดินทางเลขที่​ MD592835
  3. นายมินซอ ทุน (Mr.Min Zaw Tun) สัญชาติเมียนมา อายุ​ 43 ปี หนังสือเดินทางเลขที่​ MD592832

          ในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ทำงานไม่แจ้งให้ทราบถึงการเป็นนายจ้างลักษณะงานและงานหลักที่ทำฯ เหตุเกิดที่ โครงการก่อสร้างโรงรับจำนำ ม.6 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกันนี้ชุดจับกุมได้นำตัวผู้ถูกจับส่ง พงส.สภ.บ่อผุดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง​ มอบศาลาที่พักผู้โดยสาร เพื่อไว้เป็นสาธารณประโยชน์ จำนวน 4 หลัง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง​ มอบศาลาที่พักผู้โดยสาร เพื่อไว้เป็นสาธารณประโยชน์ จำนวน 4 หลัง

         วันนี้​ วัน​อาทิ​ตย์ที่​ 10 พ.ย.62​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งโดยแผนกสังคมสงเคราะห์ นำโดยนายพินัย ศรีพนาสณฑ์ ผจก.ฝ่ายสังคมฯ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผช.หน.ผ.สังคมฯ พร้อมคณะกรรมการมูลนิธิปากน้ำโพประชานุเคราะห์ จ.นครสวรรค์ ทำพิธีมอบศาลาที่พักผู้โดยสาร เพื่อไว้เป็นสาธารณประโยชน์ จำนวน 4 หลัง บริเวณ หลังที่​ 1-2​ หน้าค่ายจิระประวัติ ต.นคร สวรรค์ออก อ.เมือง จ.นครสวรรค์​ หลังที่ 3 บริเวณหน้าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย อ.เมือง หลังที่ 4 บริเวณหน้าโรงเรียนวัดศรีประชาสรรค์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ คิดเป็นมูลค่า 400,000 บาท​ (สี่แสนบาทถ้วน) โดยมีหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธีครั้งนี้

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิตรักษาชีวิต #สร้างชีวิตติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418​ (pink cellphone)(tablet) #แอปพลิเคชันและสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง​ 1418​ ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

น.2​ – ร่วมงานวิ่งการกุศล​ Thai Health Day Run 2019

น. 2​ ร่วมงานวิ่งการกุศล​ Thai Health Day Run 2019

         วันนี้​ วัน​อาทิ​ตย์ที่ 10 พ.ย.62 เวลา 05.00 น. ​: พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. ร่วมพิธีเปิดงานวิ่งการกุศลThai Health Day Run 2019 โดยมี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รมช. สาธารณสุข เป็นประธาน​ ณ ลานอเนกประสงค์ ใต้สะพานพระราม 8 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผู้ว่าฯ ยะลา – อันเชิญกระเช้าพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มอบแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา อันเชิญกระเช้าพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มอบแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

         วันนี้ 8 พฤศจิกายน 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทาน  มอบให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีเหตุการณ์ลอบยิงป้อม ชรบ. ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต โดยตั้งศพบำเพ็ญกุศลในเขตพื้นที่จังหวัดยะลา จำนวน 10 ราย (9 ครัวเรือน) ประกอบด้วย

  1. ครอบครัวนายฉลอง ทองงาม บ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 4 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา
  2. ครอบครัวนายสุพร และนางรัชนก ยอดแก้ว บ้านเลขที่ 56/1 หมู่ที่ 4 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา
  3. ครอบครัวนายบรรจบ ทองกลิ่น บ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 6 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา
  4. ครอบครัวนางนัยนา โพธิ์เตี้ยเทียม บ้านเลขที่ 55/4 หมู่ที่ 4 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา
  5. ครอบครัวนายพูลสวัสดิ์ พูลแก้ว บ้านเลขที่ 50 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา
  6. ครอบครัวนายเนตร จอมทอง บ้านเลขที่ 52/5 หมู่ที่ 1 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา
  7. ครอบครัวนายวิรัช เพ็ชรปล่อง บ้านเลที่ 47/2 หมู่ที่ 6 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา
  8. ครอบครัวนายธวัชชัย สุพงษ์ บ้านเลขที่ 58/2 หมู่ที่ 6 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา
  9. ครอบครัว ร.ต.อ.พยุง คิมขุนทต บ้านเลขที่ 309 หมู่ที่ 1 ตำบลลำใหม่ อำเภอเมืองยะลา

ซึ่งได้สร้างความปลาบปลื้มแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต หาที่สุดมิได้

#ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา #กระเช้าพระราชทาน #ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ (thainews.prd.go.th)

ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เห็นด้วยกับการทำเหตุรุนแรง กรณีเหตุการณ์ในพื้นที่ตำบลลำพะยา จังหวัดยะลา

ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เห็นด้วยกับการทำเหตุรุนแรง กรณีเหตุการณ์ในพื้นที่ตำบลลำพะยา จังหวัดยะลา

         จากกรณีที่ได้มีคนร้าย บุกเข้าไปยิงในฐานปฏิบัติ ชรบ. ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 15 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวน 5 ราย นางคอดีเยาะ หะหลี ภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนที่ไม่ได้มาสัมผัสด้วยตนเอง อาจจะไม่ถึงแก่นแท้ของความรู้สึกเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ในส่วนของตนเองได้ติดตามตั้งแต่ครั้งแรก หลังจากนั้น ได้ลงมาสัมผัสเองและได้เข้ามาดูสภาพคนที่บาดเจ็บ ซึ่งเขาเหล่านั้นก็มีคำถามว่า “เขาผิดอะไร ทำไมต้องไปทำร้ายเขา ทำไมต้องไปฆ่าเขา” พวกเขาไม่เคยมีปัญหา ไม่เคยทะเลาะอะไรกับใครเลย แล้วทำไมต้องมาทำกับเขาขนาดนี้ รู้สึกจุกอยู่ในใจกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น และหลังจากนั้น เราก็ได้เดินทางมาที่วัด ได้เห็นถึงความรู้สึกของหลายคน บางคนก็มีพ่ออยู่คนที่เป็นที่พึ่ง เขาไม่เหลือใครแล้ว หลังจากที่เราได้พูดคุย เราได้สัมผัสความรู้สึกของเขา เขารู้สึกเจ็บปวด เราก็รู้สึกเห็นใจเขา และอยากให้กำลังใจเขา อยากร่วมเจ็บปวดไปกับเขาด้วย

         นางคอดีเยาะ หะหลี กล่าวอีกว่า ความรู้สึกของเราก็ไม่ต่างอะไรจากคนที่สูญเสียในเหตุการณ์ครั้งนี้ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะต้องร่วมมือกัน เราต้องมาร่วมกันหาทางออก  ไม่ใช่มาจ้องจับผิดแล้วก็มาโจมตีซึ่งกันและกัน มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย อยากจะให้ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นไทยพุทธ หรือมุสลิม หรือเชื้อสายอื่น ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ ในพื้นแผ่นดินนี้ เราควรที่จะรักและสามัคคีกัน และมาร่วมกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยประณาม หยุดโจมตี หยุดทำร้าย หยุดด่า เราอยากให้มีความคิดในเชิงบวก ที่ทำยังไงก็ได้ให้เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น แล้วนำไปแก้ไขปัญหา ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องร่วมมือกัน ไม่มีใครที่ไหนที่จะมาช่วยเราได้ นอกจากคนในพื้นที่ของเรา รักกันและสามัคคีกัน และช่วยกันหาทางออก

         นางคอดีเยาะ หะหลี ยังกล่าวด้วยว่า การกระทำเช่นนี้เกินกว่าคนปกติเขาทำกัน หัวใจทำด้วยอะไรถึงไร้ความรู้สึกขนาดนี้ คงไม่มีใครสนับสนุนในสิ่งที่เขาทำ จะมีแต่คนประณามในสิ่งที่เขา ดังนั้น สิ่งที่คุณทำทั้งหมดนี้มีผลแห่งกรรม มันจะตกไปอยู่ที่คุณไม่วันใดก็วันหนึ่งหรือไม่ก็ครอบครัวของคุณ เพราะว่าทุกวันนี้ทุกคนก็มีแต่ความเจ็บปวด ทุกคนมีบาดแผล ความรู้สึกเหล่านี้ ที่เขาพูดมาทั้งหมด ก็จะส่งผลถึงคนในอนาคตอย่างแน่นอน

#ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ #ไม่เห็นด้วยกับการทำเหตุรุนแรง #เหตุการณ์ในพื้นที่ตำบลลำพะยา จังหวัดยะลา #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND 

ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ (thainews.prd.go.th)

วัฒนธรรมยะลา – ดึงเยาวชน เรียนรู้ การประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ

วัฒนธรรมยะลา ดึงเยาวชนเรียนรู้การประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ

          วันนี้ 8 พฤศจิกายน 2562 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยะลา ได้มีการจัดกิจกรรมการอบรมการประดิษฐ์กระทงแก่นักเรียนของโรงเรียนคณะราษฎรบำรุงจังหวัดยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา จำนวน 89 คน เพื่อสร้างความตระหนักในคุณค่า และความสำคัญของประเพณีลอยกระทงแก่เยาวชนที่เข้ารับการอบรม และให้เยาวชนได้เรียนรู้วิธีประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเพื่อสืบสานประเพณีลอยกระทง ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ในสังคมไทยต่อไป โดยเยาวชนแต่ละคนให้ความสนใจในการประดิษฐ์เป็นอย่างมาก

         นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย วัฒนธรรมจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ปัจจุบันขนบธรรมเนียม ประเพณี หลาย ๆ อย่างได้สูญหายไป บางอย่างได้รับความนิยมน้อยลง แต่ประเพณีลอยกระทงยังได้รับความนิยมอยู่แต่มีความเบี่ยงเบนไปจากอดีต ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ทุกคนคงจะได้ลงมือปฏิบัติกันอย่างทั่วถึง เพราะทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยะลา ได้ประสานมีวิทยากรที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์จำนวนหลายท่าน รวมทั้งจัดหาวัสดุสำหรับการฝึกอบรมอย่างเพียงพอ และระยะเวลาในการอบรมที่มีความเหมาะสม

#วัฒนธรรมยะลา #ดึงเยาวชนเรียนรู้การประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ (thainews.prd.go.th)

นายกรัฐมนตรี – แสดงความเสียใจ และห่วงใย ต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ จากเหตุณ์ยิงถล่มจากป้อม ชรบ. จังหวัดยะลา

         วันนี้ (8 พฤศจิกายน 2562) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในนามของรัฐบาล ได้มอบหมายให้พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจ และความห่วงใยต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์บุกยิงโจมตีป้อมยามจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ประจำหมู่บ้านทุ่งสะเดา และชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) หมู่ที่ 4 ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เป็นเหตุให้มีราษฎร ชรบ. อรบ. และตำรวจ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต  15 ราย โดยที่ 13 ราย เป็นชาวไทยผู้นับถือศาสนาพุทธ และอีก 2 ราย เป็นเป็นชาวไทยผู้นับถือศาสนาอิสลาม เมื่อคืนวันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา

          พลโท พรศักดิ์ฯ กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ได้ส่งพวงหรีดเพื่อแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยประชาชนผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเหล่านี้ล้วนเป็นผู้กล้าหาญ ทำหน้าที่ปกป้องชาติบ้านเมืองจากผู้ไม่ประสงค์ดีให้จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดความสุขสงบและสันติ พร้อมกันนี้ ได้กำชับและสั่งการให้ทุกหน่วยงานร่วมบูรณาการ และเร่งรัดการแก้ไขปัญหาในส่วนของตนเองอย่างเต็มกำลังสุดความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งค้นหาผู้กระทำผิด การวางมาตราการที่เข้มข้นในการปกป้องชีวิตผู้บริสุทธิ์ทุกเชื้อชาติและศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวและชุมชน การฟื้นฟูและเสริมสร้างความเข้มแข็งของหมู่บ้านและชุมชนให้สามารถทำหน้าที่ได้เช่นที่ผ่านมา

          พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังขอร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันสร้างความรักและความสามัคคีให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากวันนี้ทุกฝ่ายได้ตระหนักแล้วว่าประชาชนไม่ว่าจะเชื้อชาติไหน ศาสนาใด ล้วนมีภัยจากผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งมิใช่ความขัดแย้งทางศาสนาของคนในพื้นที่ เป็นภัยร่วมกันของคนในพื้นที่และคนในประเทศไทย ที่เฝ้าห่วงใยพี่น้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้น การแสดงความรักและความสามัคคีของพี่น้องประชาชน จะเป็นปราการสำคัญในผนึกกำลังปกป้องและดูแลพี่น้องประชาชนทุกคนในพื้นที่ใ ห้ได้รับความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่และทำให้ดีที่สุด

         ขณะที่ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชาย แดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า ศอ.บต. ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บตามอำนาจหน้าที่ของ ศอ.บต. ให้เร็วที่สุด โดยวันนี้ทั้งวัน ตนเองได้ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพจากทุกกระทรวง เพื่อจัดทำข้อมูลการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่เกิดเหตุแบบเฉพาะราย การกำหนดแนวทาง การเยียวยาและให้ความช่วยเหลือครอบครัว เพื่อให้ครอบครัวสามารถเป็นพลังในการดูแลสมาชิกในครอบครัวต่อไปได้ ทำให้ครอบครัวยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยสมบูรณ์

         นอกจากนี้ จะได้เพิ่มมาตรการการเยียวยาและให้ความช่วยเหลือชุมชน โดยเฉพาะในชุมชนที่เกิดเหตุครั้งนี้ จะเป็นตัวอย่างของการดำเนินการที่ทำแล้วจะประสบความสำเร็จนั่นคือ การสร้างพลังและความเข้มแข็งให้กับชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถฟื้นฟูความเข้มแข็ง ที่จะกลับมาดูแลและช่วยเหลือกันเองได้ ในส่วนนี้ ศอ.บต. จะเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระบบการสนับสนุนการทำงานที่เกี่ยวข้องทุกมิติลงไปในพื้นที่ชุมชน เพื่อให้ชุมชนได้เป็นแกนหลักการทำงานในเชิงพื้นที่ ซึ่งเป็นแนวทางตามที่รองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มอบหมายและสั่งการไว้แล้ว

#นายกรัฐมนตรี #แสดงความเสียใจ #เหตุณ์ยิงถล่มจากป้อม ชรบ. #จังหวัดยะลา #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ (thainews.prd.go.th)

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ลั่น 1-2 วัน เปิดปฎิบัติการไล่ล่าแก๊งค์โจรใต้ยิงถล่มป้อม ชรบ.

         วันนี้ 8 พฤศจิกายน 2562 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พลตำรวจโท รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พลตำรวจตรี ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พลตำรวจตรี ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้เข้าร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่หน่วยปฎิบัติการร่วมพิเศษทหารพราน และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบ สวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เพื่อติดตามความคืบหน้าเหตุคนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ. บ้านตะวันออก หมู่ที่ 5 ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เป็นเหตุให้มี ชรบ. และชาวบ้านเสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง

         พลตำรวจโท รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผย ภายหลังการประชุมว่า ในวันนี้เป็นการประชุมชุดสืบสวนทั้งหมด เนื่องจากคดีนี้มี 2 จังหวัด ที่มีความเชื่อมโยงกัน คือ ยะลา กับปัตตานี และได้เชิญเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่มาร่วมประชุมแนวทางการสืบสวน ซึ่งแนวทางการสืบสวนที่เกิดเหตุทั้งหมดในวันเกิดเหตุ ปรากฏว่ามีการโจมตี  1 จุด นอกจากนั้น อีก 5 จุด เป็นพื้นที่การโปรยตะปูเรือใบ ตัดต้นไม้ขวางถนน ระเบิดเสาไฟ ซึ่งแต่ละพื้นที่มีพยานหลักฐานเยอะมากพอสมควร และจากจุดเกิดเหตุก็พบว่าคนร้ายได้ทิ้งสิ่งของบางอย่างที่สามารถติดตามตัวคนร้ายได้ไว้ในหลาย ๆ จุด การไล่ล่าติดตามจากรอยเลือด หรือจากพยานหลักฐานต่าง ๆ ในส่วนของการตรวจอาวุธปืนของคนร้ายที่เข้ามาในที่เกิดเหตุ พบว่าในที่เกิดเหตุมีการใช้ปืนอย่างน้อย 25 กระบอก ซึ่งรวมกับปืนของเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งเมื่อตัดปืนของเจ้าหน้าที่ออกไป ก็น่าจะเป็นของคนร้าย 18 กระบอก จึงเชื่อว่าคนร้ายที่เข้าโจมตีในจุดนี้ 18 คน แต่จุดอื่นที่เหลืออีก 5 จุด ก็จะมีคนร้ายชุดอื่นปฎิบัติการ ซึ่งเชื่อว่าปฎิบัติการในครั้งนี้กลุ่มคนร้ายใช้กำลังประมาณ 40-50 คน

          “…ผลจากการตรวจนิติวิทยาศาตร์ สามารถระบุกลุ่มคนร้ายได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มาจากยะหา กาบัง และบันนังสตา จังหวัดยะลา และอีกกลุ่มมาจากพื้นที่โคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ซึ่งในการเชื่อมโยงของพยานหลักฐานก็พบว่า มีหลายเหตุการณ์ที่คนร้ายเคยใช้อาวุธปืนเหล่านี้ ขณะนี้ ทางพิสูจน์หลักฐาน กำลังเร่งตรวจสอบหลักฐาน ส่วนผู้ต้องสงสัยที่ควบคุมตัวเองไว้ 1 ราย เป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ แต่หลบหนีไปอยู่อีกพื้นที่ จึงได้ทำการเชิญตัวเข้าสู่กระบวนการซักถาม เบื้องต้นให้การปฎิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ แต่รับว่าเคยก่อเหตุในเหตุการณ์อื่น สำหรับกลุ่มคนร้ายในครั้งนี้มาจาก 2 กลุ่ม คือ กลุ่มจากทางปัตตานีรวมถึง 4 อำเภอของสงขลา กลุ่มนี้ก็จะเชื่อมโยงกับการโจมตีจุดตรวจฆอลอปี และเมื่อ 2 เดือนก่อน อีกส่วนหนึ่งมาจากกาบัง ยะหา และบันนังสตา ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ คือ กลุ่มที่ได้มีการออกหมายจับเอาไว้ในคดีอื่นแล้วหลบหนี และตนได้มีการพูดคุยกับท่านแม่ทัพภาค 4 แล้วว่าจะมีการเปิดปฎิบัติการเชิงรุกเพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้ภายใน 1-2 วันนี้ โดยกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้เป็นคนร้ายที่ติดตามจับกุมจากคดีเก่า ๆ มาโดยตลอด รู้ว่าเป็นใคร แต่หาตัวไม่เจอ เนื่องจากกลุ่มนี้จะอยู่ในพื้นที่ป่าเขา ซึ่งจะมีการปฎิบัติการในพื้นที่เหล่านี้ด้วย มีเป้าหมายแล้ว…”

          อีกทั้ง มีรายงานจากชุดสืบสวนสอบสวนระบุว่า สำหรับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก คือ กลุ่มจากปัตตานี และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา จะมี นายบูคอรี หลำโซ๊ะ นายซอบรี หลำโซ๊ะ นายรอซาลี หลำโซ๊ะ 3 พี่น้องตระกูลหลำโซ๊ะ เป็นแกนนำกลุ่ม ส่วนกลุ่มของอำเภอกาบัง ยะหา และบันนังสตา จะมีนายอับดุลเลาะ โต๊ะเต้ นายรอกิ ดอเลาะ นายฮูไบดีละห์ รอมือลี นายอหมัด ตืองะ เป็นแกนนำกลุ่ม และร่วมปฎิบัติการกับกลุ่มเปอร์มูดอในพื้นที่ ซึ่งกลุ่มเปอร์มูดอ คือ กลุ่มแนวร่วมกลุ่มใหม่ที่ผ่านการฝึกการปฎิบัติการ และทางฝ่ายความมั่นคงยังไม่มีข้อมูล โดยสองกลุ่มหลักนี้รวมตัวกันเฉพาะกิจเพื่อปฎิบัติการในครั้งนี้

#ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 #ปฎิบัติการไล่ล่าแก๊งค์โจรใต้ยิงถล่มป้อม ชรบ. #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ (thainews.prd.go.th)