มุกดาหาร # ทพ.2110 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายเครือข่ายยานรก 3 หลัง

https://youtu.be/NCKbftCuy2U

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 เวลา 07.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.สวราชย์ แสงผล ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี, พ.อ.ยงยุทธ ขันทวี ผบ.บก.ควบคุมที่ 1, พ.อ.สุภัทร ชูตินันทน์ ผบ.ฉก.ทพ.21, พ.ท.ธารนรินทร์ บำรุงภักดี รอง ผบ.ฉก.ทพ.21 ได้สั่งการให้ พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อย ทพ. และ ร.ต.ไกรศิลย์ ป้องทอง ผบ.มว.คทร.ที่ 3 กกล.สุรศักดิ์มนตรี จัดชุด เฝ้าติดตามพฤติกรรมกลุ่มขบวนค้ายาเสพติด หลังจากได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่ อ.เมือง จว.มุกดาหาร อย่างต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 07.30 หน่วยจึงได้ประสาน ชุดข่าว กกล.สุรศักดิ์มนตรี, ชปข.ที่ 7 กกล.สุรศักดิ์มนตรี, ชปข.สขว.กอ.รมน., ชรต.209 กอ.รมน. มุกดาหาร จนท.กอ.รมน.จังหวัด ม.ห., ขกท. กกล.สุรศักดิ์มนตรี มว.คทร.ที่ 3 ร้อย.คทร.ที่ 1 ( กกล.สุรศักดิ์มนตรี ) เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นบ้านของกลุ่มบุคคลเป้าหมายค้ายาเสพติด ฯ จำนวน 3 เป้าหมาย

เวลา 08.15 น. เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้น บ้านเลขที่ 69/1 ถ.วงค์คำภา ต.มุกดาหาร อ.เมือง จว.มุกดาหาร ผลการตรวจค้น พบ นางสาวมยุเรศ ปาลจิณ อายุ 30 ปี และ นายภานุเดช สาระคุณ (เสื้อสีเทาดำ) อายุ 22 ปี พร้อมตรวจปัสสาวะเป็นบวก และ อุปกรณ์การเสพยาเสพติด หน่วยจึงได้ทำการขยายผลไปยังผู้ค้ารายย่อย

เวลา 08.40 น. เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้น บ้านเลขที่ 128 ม.12 บ.เหล่าคราม ต.คำอาฮอน อ.เมือง จว.มุกดาหาร ผลการตรวจค้น พบ นายลึก ไชยาวงค์ ( เสื้อสีเหลือง ) อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 1 ถุง น้ำหนัก 0.01 กรัม ( 1 จี ) และ ยาบ้า 1 เม็ด บรรจุอยู่ในกล่องใส่ลูกอม สีเหลือง ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงของตน และหน่วยได้ขยายผลต่อไปยังผู้ค้ายาเสพติดในพื้นทีดังกล่าว

ต่อมาเวลา 09.00 น. เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้น บ้านเลขที่ 211 ม.9 บ.เหล่าคราม ต.คำอาฮวน อ.เมือง จว.มุกดาหาร ผลการตรวจค้น พบ นางสาวมินตรา ไชยายงค์ ( เสื้อสีขาว ) อายุ 22 ปี พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 21 ถุง น้ำหนัก 0.21 กรัม ( แบ่งเป็นถุงละ 1 จี หรือ 0.01 กรัม ) และ ยาบ้าเม็ดสีแดง 2 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกใส ซุกซ่อนอยู่ในกระตร้าใส่ผ้าหลังบ้าน ซึ่งของกลางดังกล่าว นางสาวมินตราฯ ได้ยอมรับว่าเป็นของตนจริง เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด หน่วยได้นำมาที่ บก.ร้อย.ทพ.2110 เพื่อขยายผล และตรวจสอบ ,ประสาน เจ้าหน้าที่ ชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี /หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// T-092-5259-777

สานสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2562 : ดร.กรวิทย์ เลิศศิริโชติ ผู้อำนวยการโรงเรียนฤทธิยะ วรรณาลัย​ 2 และคณะกรรมการกิจกรรมเยาวชนแสงตะวันประเทศจีน นำคณะครูศิลปะที่ได้วับรางวัลดีเด่นทั่วประเทศจีน มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทย ที่โรงเรียนฤทธิยะ วรรณาลัย​ 2 กิจกรรมในครั้งนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 45 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยจีน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

น.2​ ร่วมประชุมเตรียมความพร้อม ก่อนการซักซ้อม พระราชพิธีฯ ชลมารค

วันนี้ 12 พ.ย.62 เวลา 13.30 น. : พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.พร้อมด้ว​ย​ พล.ต.ต. สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม., พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผบก.ปทส., พ.อ.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา​ ผบ.ร 21 รอ. และผู้บังคับบัญชาโซน 5 ฝ่ายทหาร-ตำรวจ​ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยร่วมปฏิบัติร่วมประชุมเตรียมความพร้อมก่อนการซักซ้อมพระราชพิธีฯ ชลมารค ณ ทก.โซน 5 ชั้น 7 อาคารศิริราชปิยะมหาราชการุณย์

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.อยุธยา​ – ดูแลความเรียบร้อยช่วงเทศกาลลอยกระทง

วันที่ 11 พ.ย. 62 เวลา 18.30 น. ​: พ.ต.อ.เดชรพี คงดี​ ผกก.ตม.จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภาคภูมิ สุริยาชัยวัฒน์ รอง.ผกก.ตม.จ.พระนครศรีอยุธยา​ และพ.ต.ต.พงศธร รักษาทิพย์​ สว.ตม.จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมปล่อยแถวป้องกันเหตุอาชญากรรมช่วงเทศกาลลอยกระทงตม.จ.พระนครศรีอยุธยา

โดยจัดชุดปฎิบัติการเคลื่อนที่่เร็วออกตรวจป้องกันเหตุอาชญากรรม ดังนี้ วัดกษัตราธิราช วรวิหาร, ใต้สะพานปรีดีฯ, หน้าวังจันทรเกษม และพื้นที่รับผิดชอบ จ.พระนครศรีอยุธยา

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบช่างก่อสร้าง ฆ่าเพื่อน เหตุทวงเงินพนันไฮโล และเป็นผู้ต้องหาตามปฏิทิน นครบาล 5 ปี 2559

วันที่ 12 พ.ย.62 ที่กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง : พล.ต.ต. จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.,พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป.สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป., พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์ รองผกก.5. บก.ป. ปฏิบัติการโดย พ.ต.ท. นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.5. บก.ป., ร.ต.อ.วชิรเชษฐ์ อัครธีระพงศฺ รอง สว.กก.5 บก.ป.ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายวิระชาญ สุวะมาตย์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 หมู่ 6 ตำบลสงเปือย อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพระโขนงที่ ส.1830/2551 ลง 6 สิงหาคม 2551 ซึ่งต้องหาว่า “ฆ่าผู้อื่น”

โดย นายวิระชาญฯ​ (ผู้ต้องหา)​ และ นายศิริ ยอดขำ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 ม.6 ต.คลองม่วง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา (ผู้ตาย) ทำงานเป็นช่างก่อสร้างอยู่ด้วยกัน โดยพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักคนงานก่อสร้าง ในซอยลาซาล 2 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ ต่อมาเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2551 เวลาประมาณ 22.30 น. นายวิระชาญฯ และ นายศิริฯ ได้ตั้งวงดื่มสุราอยู่บริเวณบ้านพักคนงานดังกล่าว เมื่อทั้งสองคนเมาได้ที่ นายวิระชาญฯ ได้พูดทวงเงินจาก นายศิริฯ ที่ นายศิริฯ เคยติดหนี้การพนันไฮโลไว้ เป็นเหตุให้ทั้งสองคนมีปากเสียง จนถึงขั้นทะเลาะชกต่อยกัน

จากนั้น นายศิริฯ ได้หยิบท่อนไม้ที่วางอยู่บริเวณดังกล่าวขึ้นมา แล้วตีเข้าที่แขนของ นายวิระขาญฯ จำนวน 1 ครั้ง นายวิระชาญฯ โมโหที่ถูก นายศิริฯ ใช้ไม้ตี จึงเดินกลับมาที่ห้องพัก เพื่อหยิบมีดทำครัวยาวประมาณ 5 นิ้ว แล้วเดินกลับไปหา นายศิริฯ อีกครั้ง ใช้อาวุธมีดดังกล่าวแทง นายศิริฯ เข้าที่บริเวณหน้าอกจำนวน 2 ครั้ง และที่แขนอีกจำนวน 1 ครั้ง เป็นเหตุให้ นายศิริฯ เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ จากนั้น นายวิระชาญฯ ได้หลบหนีไป พนักงานสอบสวน สน.บางนา จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับผู้ต้องหาต่อศาล

ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ทำการตรวจสอบจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีอุฉกรรจ์ และคดีสำคัญต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงทำการตรวจสอบผู้ต้องหาตามหมายจับนายวิระชาญฯ มีคดี “ฆ่าผู้อื่น” จากการสืบสวนติดตามผู้ต้องหารายนี้ทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาประกอบอาชีพเป็นช่างก่อสร้าง และพักอาศัยอยู่ที่บริเวณพื้นที่หมู่ 5 ตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับ กุม จึงได้ลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหา พบ นายวิระชาญฯ ผู้ต้อง หา อยู่บริเวณหน้าร้านขายของชำไม่มีชื่อดังกล่าว จึงจับกุมตัวและนำส่งพนักงานสอบ สวน สน.บางนา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป (ตามปฏิทินหมายจับของกองบังคับ การตำรวจ นครบาล 5 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ปี พ.ศ.2559 และหลบหนีคดีนาน 11 ปี) จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง​
สุรเชษฐ​ศิลา​นนท์​รายงาน​

ตม.1 จัดกำลังดูแลอาชญากรรมช่วงเทศกาลลอยกระทง

วันที่​ 11 พ.ย.62​ เวลาประมาณ 18.00 น. : พล.ต.ต. ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1 ได้สั่งการให้​ พ.ต.อ.เจนกมล คำนวล รอง ผบก.ตม.1 และ​ พ.ต.อ.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย ผกก.สืบสวน บก.ตม.1​ พร้อมข้าราชการตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1 ร่วมพิธีปล่อยแถวระดมป้องกันปราบปรามอาชญากรรม​ ณ สวนสันติชัยปราการ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ​ และลงพื้นที่ตรวจระวังป้องกันเหตุเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในช่วงเทศกาลลอยกระทงประจำปี 2562

ในสถานที่ที่มีการจัดงานประเพณีลอยกระทง​ จุดที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทางด้านพ.ต.อ.เจนกมล คำนวลรองผบก.ตม.1 และพ.ต.อ. ชัชวาล ทิพย์พิชัย ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมกันเปิดเผยว่า พื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่รับผิดชอบของ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 และวันนี้เป็นวันในเทศกาลลอยกระทง ซึ่งเป็นวันสำคัญของชาติวันหนึ่ง เป็นประเพณีเก่าแก่ที่ผ่านมาของประเทศไทยจึงมีความห่วงใยนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย ที่มาเที่ยวในงานเทศกาลลอยกระทงซึ่งเป็นประเพณีวัฒนธรรมที่สวยงามของประเทศไทยจึงทำการนำกำลังชุดสืบสวนปราบปราม และรถอัจฉริยะตรวจการณ์ BMW ไฮเทคไปเพื่อ ป้องกันและปราบปรามและตรวจสอบข้อมูล บุคคลที่เฝ้าระวังและต้องสงสัย

โดยรถตรวจการณ์อ้จฉริยดังกล่าว มีระบบเทคโนโลยีชั้นสูง ทั้งกล้องจับภาพรวมถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในการเช็คข้อมูล แบบเรียลไทม์ เพื่อเชื่อมต่อไปยัง ประวัติของบุคคลต่างๆที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยทั้งชาวต่างชาติและคนไทย ตลอดจนเชื่อมต่อกับหน่วยอื่นเพื่อเช็ค ทะเบียนรถเเละยี่ห้อรถต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องสงสัยหรืออยู่ตามจุดต่างๆ ในงานเทศกาลลอยกระทงที่จัดขึ้น ว่าถูกต้องและเสี่ยงต่อความปลอดภัยหรือไม่

โดยเป็นไปตามสั่งการของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์สุบรรณ ณ อยุธยา​ รองผบช.ต​ชด. (ปฏิบัติราชการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)​ และ พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1 ซึ่งสั่งการให้เข้มงวดกวดขันในการตรวจตราดูแลความสงบสุขของชาวไทยและเทศ โดยเฉพาะชาวต่างประเทศ ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองพุทธศักราช 2522 และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

หากประชาชนหรือผู้ใด พบการกระทำความผิดหรือต้องการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดของชาวต่างชาติหรือที่เกี่ยวข้องกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหมายเลข 1178 หรือแจ้งได้ที่ที่ทำการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้ทันที หรือ เข้าเว็บไซต์ได้ที่gogle พิมม์ชื่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือพิมพ์คำว่ากองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ดูข้อมูลรายละเอียดได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รอง ผบช.น. – ออกตรวจ​จุด​ ด่านตรวจป้องกันกวดขันการแข่งรถพร้อมให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่

วันที่​ 12 พ.ย.62 เวลา 01.10 น.​ : พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.ออกตรวจ​จุด​ ด่านตรวจป้องกันกวดขันการแข่งรถในทาง ตามแผนปฏิบัติการ สน.บุคคโล ณ ซอยตากสิน 37​ พบ พ.ต.ท.สันติชัย หนูทอง รอง ผกก.ป.สน.บุคคโล, พ.ต.ท.ศุภกร กัณทาลักษณ์ สวป.สน. บุคคโล พร้อมกำลัง 8 นาย โดยรายงานเหตุการณ์ปกติ​ พร้อมทั้งให้คำแนะนำ สอบถาม ให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่

ต่ามาเวลา 01.20 น.พล.ต.ต.ปิยะฯ มาตรวจจุด ตรวจด่าน ป้องกันกวดขันการแข่งรถในทาง ตามแผนปฏิบัติการ สน.บางมด ณ จุดโพธิ์ทอง​ พบ พ.ต.ท.อรรถพล ดารก สว.จร.สน.บางมด พร้อมกำลัง 5 นาย โดยรายงานเหตุการณ์ปกติ​ พร้อมทั้งให้คำแนะนำ สอบถาม ให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่

หลังจากนั้นเวลา 02.30 น.พล.ต.ต.ปิยะฯ​ เดินทางมาตรวจจุด ตรวจด่าน ป้องกันกวดขันการแข่งรถในทาง ตามแผนปฏิบัติการ สน.ท่าเรือ,สน.บางนา และ สน.พระโขนง​ ตามลำดับ​ พบ พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ลาวัณย์วิสุทธ์ รอง ผกก.ป.สน.พระโขนง และพ.ต.ต.วัฒนา โสดา สวป. สน. บางนา พร้อมกำลัง 9 นาย โดยรายงานเหตุการณ์ปกติ​ พร้อมทั้งให้คำแนะนำ สอบถาม ให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.กาญจนบุรี​ – สุดเจ๋ง บูรณาการรวบพม่า หนีหมายจับ ซุกใจกลางกรุงประเทศไทย

วันนี้ วันอังคารที่ 12 พ.ย.62 เวลา 13.00 น.​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1​ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)​ สวนพลู​ : พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม.​ พร้อม​ด้วย​ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3​ ได้สั่งการ​ให้​ พ.ต.อ.ภาส ศิริสุขะ รอง ผบก. ตม.3, พ.ต.อ.สำราญ​ กลั่นมา​ ผกก.ตม.จ.กาญจนบุรี บก.ตม.3 พร้อมชุดสืบสวน ตม.จ. กาญจนบุรี บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายตามหมายจับ ดังนี้

พล.ต.ต.สุรพงษ์​ฯ​ กล่าว​ว่า​ ได้รับคำสั่งการจาก พล.ต.อ.สุชาติ ธีรสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. (ปป) ให้ดำเนินการติดตามตัว นาย Soe Htun ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาต้องการตัว จากการตรวจสอบข้อมูลของนาย Soe Htun บุคคลตามหมายจับไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้า–ออกราชอาณาจักรไทยตั้งแต่ปี 2017 ชุดสืบสวน รอง ผบ.ตร.(ปป) และ ชุดสืบสวน ตม.จว.กาญจนบุรี บก.ตม.3 จึงได้ประสานกับชุดสืบสวนกก.สส.ปป.บก.ตม.2 เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหา

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบนาย Soe Htun บุคคลตามหมายจับที่บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงเชื่อได้ว่า นาย Soe Htun ได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย จากนั้นได้ประสานศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองผิดกฎหมายสำนัก งานตรวจคนเข้าเมือง (ศปชก.สตม.) ร่วมบูรณาการกำลัง สืบสวนติดตามจนทราบว่านาย Soe Htun ได้เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แขวง ศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร จึงได้เข้าควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

พล.ต.ต.สุรพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ​ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบ พระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

“กนกวรรณ” ดันงาน กศน.สร้างคน สร้างงาน ขานรับครม.สัญจร

วันที่​ 11​ พ.ย.62 ณ กศน.อำเภอท่ามะกา จ.กาญจนบุรี​ : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการและนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมตรวจเยี่ยมสถานศึกษาในจังหวัดกาญจนบุรี ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่1/62 ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 (กาญจนบุรี,ราชบุรี และสุพรรณบุรี) พร้อมด้วย​ นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ,นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ,นายพะโยม ชิณวงศ์ หัวหน้าคณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ ตลอดจนคณะผู้บริหารทุกสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ

จุดแรกได้ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามนโยบาย ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงาน กศน. ณ กศน.อำเภอท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เพื่อการรับทราบปัญหาต่าง ๆ และข้อเสนอแนะจากข้าราชการ นักศึกษาและประชาชนในพื้นที่เพื่อนำเสนอในที่ประชุมครม.ซึ่งมีการนำเสนอผลการดำเนินงานและกิจกรรมการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของสถานศึกษาใน 3 จังหวัด ได้แก่ สำนักงาน กศน.จ.กาญจนบุรี สำนักงาน กศน.จ.ราชบุรี และสำนักงาน กศน.จ.สุพรรณบุรี เข้าร่วมนำเสนอในประเด็นต่างๆ ได้แก่ กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ศูนย์จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ออนไลน์ กศน. (OOCC) ห้องเรียนออนไลน์ยุคใหม่ โครงการ กศน.WOW ขับเคลื่อนสู่ กศน.ดิจิทัล 6G เป็นต้น

ดร.กนกวรรณฯ เปิดเผยหลังจากรับฟังและเยี่ยมชมผลงานของ กศน. ว่า “ในเรื่องของนโยบายที่วางไว้ก็เริ่มเดินหน้า สิ่งใดที่รับปากว่าจะช่วยปรับให้ถูกต้อง เหมาะสม เข้าที่เข้าทางแก้ไขในสิ่งที่สามารถทำได้มากที่สุด เพื่อที่จะให้ทำให้นโยบายนั้นสามารถที่จะขับเคลื่อนนโยบายให้มีประสิทธิภาพ เช่น การสร้างขวัญกำลังใจของครู กศน.ตำบลที่ขาดโอกาสไม่มีความก้าวหน้า เป็นปัญหาตั้งแต่มารับตำแหน่ง ปัญหานี้ก็กำลังถูกแก้ไข เดินหน้าที่จะให้ทำให้ครู กศน. สามารถมีคุณสมบัติที่จะสามารถเป็นครูได้ ซึ่งจะต้องให้ครู กศน.ได้รับโอกาสตรงนั้นก่อน

ในวันนี้ได้เห็นการขับเคลื่อนกิจกรรมด้านส่งเสริมการอ่านของ กศน.ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จระดับหนึ่ง ในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในการสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ในชุมชนได้เป็นอย่างดี โดยสำนักงาน กศน.จังหวัดกาญจนบุรี ได้ดำเนินการตามโครงการพัฒนากาญจนบุรีสู่เมืองแห่งการเรียนรู้ โดยกำหนดขับเคลื่อนภายใต้คำขวัญ “เมืองนักอ่าน คนกาญจนบุรี” ด้วยการจัดกิจกรรมตาม PDCA อย่างครบวงจร ครอบคลุมไปถึงการพัฒนาบุคลากรภาคีเครือข่าย แหล่งเรียนรู้ สื่อส่งเสริมการอ่าน และขยายผลเมืองแห่งการเรียนรู้ ที่สร้างผลลัพธ์ที่มีความชัดเจน

ส่วนสำนักงาน กศน.จังหวัดราชบุรี ได้นำเสนอห้องสมุดเคลื่อนที่ของชาวตลาด และแอปพลิเคชันห้องสมุดมือถือ กศน.จังหวัดราชบุรีที่มีความน่าสนใจ และที่สำคัญสำนักงาน กศน.จังหวัดสุพรรณบุรี ได้นำเสนอนวัตกรรมภายใต้แนวคิด “ปันการอ่าน ผ่านรถบริการอาหารสมอง” โดยใช้รถ 3 รูปแบบเป็นตัวกลางในการนำอาหารสมองบริการสู่กลุ่มเป้าหมายมานำเสนอ นับเป็นการขยายผลการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้สู่ชุมชน โดยการนำรูปแบบจากการพัฒนาและองค์ความรู้จากภูมิปัญญาในพื้นที่ สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ต้นแบบผ่านกิจกรรมของ กศน.ในรูปแบบที่หลากหลาย รวมทั้งการพัฒนาบุคลากร บรรณารักษ์ ครู กศน.ตำบล และภาคีเครือข่ายให้มีศักยภาพในการส่งเสริมการอ่าน

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม้กศน.ได้ริเริ่มดำเนินการสร้างชุมชน เพื่อพัฒนาพื้นที่สู่เมืองแห่งการเรียนรู้ ทำให้ประชาชนมีการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการอ่านและให้ความสนใจกับกิจกรรมที่สำนักงาน​ กศน.จังหวัด​ จัดทุกกิจกรรม แต่ยังมีกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่สามารถอ่าน เขียนภาษาไทยไม่ได้ และกลุ่มผู้ลืมหนังสือเป็นจำนวนมาก จึงขอให้ กศน.เป็นหน่วยงานหลักในการร่วมสร้างให้ประชาชนเกิดวัฒนธรรมรักการอ่านนำไปสู่ชุมชนแห่งการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริงในทุกพื้นที่ และปัญหาในการส่งเสริมการอ่านที่สำคัญอีกเรื่อง คือ เรื่องของเทคโนโลยีที่ติดลิขสิทธิ์ แล้วเป็นข้อจำกัดที่ กศน. เคยทำไม่ได้ ได้มอบนโยบายให้ทางเลขา กศน.หาวิธีการในการแก้ไขกฎระเบียบอย่างไรจะทำให้คนไทยทั้งประเทศสามารถที่จะเข้าถึงการอ่านกับ กศน.ได้ ทั้งในสื่อดิจิทัล สื่ออิเลคทรอนิคส์ สื่อสิ่งพิมพ์และ สื่อการเรียนรู้ต่างๆที่เป็นเล่ม

นอกจากนี้จะต้องวางแผนการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ให้สามารถเข้าสื่อกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพาหนะ หรืออุปกรณ์เสริมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาเชื่อมโยงสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ทุกพื้นที่ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาตามนโยบายที่วางไว้”

“งาน กศน. นับวันยิ่งจะต้องทำให้กว้างไกล เพราะกลุ่มเป้าหมาย คือ ประชาชนทั่วประเทศ ที่ไม่เพียงประสบปัญหาด้านความไม่เสมอภาคทางการศึกษา แต่ยังเผชิญกับความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในหลายๆด้านที่สะท้อนกลับถึงชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน การเดินหน้าตามนโยบาย 4.0 ของรัฐบาล ให้เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ข้อจำกัดมีมากมายที่เกิดขึ้นจะค่อยๆทลายลง ซึ่งเป็นมิติที่ดีวันนี้ที่การลงพื้นที่ ครม. สัญจร ทำให้หน่วยงานทุกสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการได้มาระดมรับฟังปัญหาและความสำเร็จของพื้นที่ เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนไปสู่การพัฒนาร่วมกัน ดังนั้นการช่วยแก้ไขปัญหาและสร้างขวัญกำลังใจครู กศน. ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้วทุกอย่างจะค่อยๆมีทางออกและจะคลี่คลายในที่สุด ตนเองคาดหวังว่าจะทำงานให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพดังที่นโยบายรัฐบาลกระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งใจไว้

ซึ่งตนมุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาครู เมื่อได้ทำไปแล้ว ก็จะทำต่อเนื่อง ขวัญกำลังใจมาอันดับ 1 คนเรามีขวัญกำลังใจดียิ่งจะมีความสุขที่จะทำงานได้ทุกอย่าง ดังนั้น ขอให้ทุกภาคส่วนของกระทรวงศึกษาธิการร่วมบูรณาการการทำงานเชิงรุกในทุกมิติ อย่างเป็นเอกภาพ ส่งเสริมการทำงานซึ่งกันและกัน เพื่อนำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ การทำให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยมีความรู้ ความสามารถและมีสติปัญญา ขอให้ช่วยจับมือกันในทลายทุกข้อจำกัดทางการศึกษาสร้างและเสริมทักษะให้ผู้เรียนมีความรู้ มีศักยภาพ มีความรู้ มีอาชีพและมีรายได้ต่อไป สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงศึกษาธิการย้ำมาโดยตลอด คือ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” รมช.ศธ.กล่าวในที่สุด

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.สมุทรปราการ – รวบชายไทยปลอมเอกสารคนเข้าเมือง หลอกชาวต่างชาติ

วันนี้ วันอังคารที่ 12 พ.ย.62 เวลา 13.00 น.​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1​ สำนัก งานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)​ สวนพลู​ : พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม.​ พร้อม​ด้วย​ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3​ ได้สั่งการ​ให้​ พ.ต.อ.ภาส ศิริสุขะ รอง ผบก. ตม.3, พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกษร ผกก.ตม.จ.สมุทรปราการ และ พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3

พล.ต.ต.สุรพงษ์ฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 11 ก.ค.62 ได้มีบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ได้มารายงานตัวอยู่เกิน 90 วัน ตามวงรอบ ของ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา​ 37(5) เมื่อ จนท.ได้ดำเนินการการตามขั้นตอน ปรากฏว่า ไม่สามารถบันทึกข้อมูลลงในระบบได้ จนท.จึงทำการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร พบว่า เอกสารใบแจ้งรับรายงานตัวอยู่เกิน 90 วัน ของคนต่างด้าว พบพิรุธข้อสังเกตุ​

จึงได้สอบถามคนต่างด้าวว่า เมื่อครั้งที่ผ่านมา ได้มารายงานตัวกับ จนท.ด้วยตนเองหรือไม่อย่างไร คนต่างด้าวให้การว่าได้มอบให้ นายอนันท์ (ไม่ทราบนามสกุล) สัญชาติไทย เป็นผู้มาดำเนินการให้ โดยได้รับการแนะนำจากเพื่อนชาวเมียนมาด้วยกัน หากไม่อยากเสียเวลาในการทำงาน ให้ติดต่อ นายอนันท์ฯ เป็นผู้รวบรวมมาดำเนินการให้พร้อมกับชาวเมียนมาอีกหลายคน โดยกลุ่มคนต่างด้าวเป็นคนออกค่าใช้จ่าย และจ่ายค่าเสียเวลาให้กับ นายอนันท์ฯ​ เจ้าหน้าที่​ตม.จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนติดตามและขยายผลหาตัวผู้กระทำความผิด

ซึ่งผลการสืบสวนทราบเป็นที่แน่ชัดว่ามี นายอนันท์ฯ บุคคลสัญชาติไทย มีตัวตนตามที่คนต่างด้าวกล่าวอ้างจริง จึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พงส.สภ.เมืองสมุทรปราการ ต่อมา พงส.สภ. เมืองสมุทรปราการ ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดสมุทรปราการ ออกหมายจับนายอนันท์ฯ ในข้อหา“ปลอมเอกสารราชการและปลอมตราประทับของเจ้าหน้าที่​ ”ตามหมายจับที่ 687/2562 และ 688/2562 ลง 29 ต.ค.62

ต่อมา เมื่อวันที่ 4 พ.ย.62 จนท.ฝ่ายสืบสวน ตม.จ.สมุทรปราการ, กก.สส.บก.ตม.3 พร้อมด้วย กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ทำการจับกุมตัว นายอนันท์ฯ​ ได้ที่ ภายในอาคารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และได้นำตัว ผู้ต้องหา​ไปตรวจค้นในห้องพักหมายเลข 9 ชั้นล่าง ห้องสุดท้าย อพาร์ทเมนต์ไม่มีชื่อสีส้ม ภายในซอยอ่อนนุช 53 แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม. ตรวจยึดสิ่งของที่ใช้ในการกระทำความผิด จำนวน 8 รายการ

สอบถาม นายอนันท์ฯ​ ให้การยอมรับว่า ได้ดำเนินการทำเอกสารดังกล่าวให้กับคนต่างด้าวจริง โดยได้รับค่าดำเนินการ คนละ 60 บาท ถ้าหากเกินกำหนดวงรอบการรายงานตัวอยู่เกิน 90 วัน คิดค่าดำเนินการ คนละ 300 บาท โดยได้ดำเนินการมาตั้งแต่ เดือน มิถุนายน​ 2562 เป็นต้นมา จำนวน 300-400 ราย จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่ง พนักงาน​สอบสวน​ สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.สุรพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวด ขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​