เจ้าหน้าที่ นราธิวาส ยึดไม้หลุมพอ 4 ท่อนใหญ่ พบเตรียม’สวมตอ’ส่งโรงเลื่อยทำเฟอร์นิเจอร์


         วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.36 น. ชุดพยัคฆ์ไพรร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) นำโดยนายศุภชัย สุกใส ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นธ.3 (ระแงะ -จะแนะ) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอจะแนะ เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 4902 ร่วมกันตรวจยึดไม้หลุมพอ 4 ท่อน ความยาวไม่ต่ำกว่า 4 เมตร ปริมาตร 24.73 ลูกบาศก์เมตร บริเวณบ้านกาแย หมู่ที่ 5 ตำบลดุชงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส หลังจากประชาชนในพื้นที่ได้แจ้งมายังเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) ว่ามีกลุ่มขบวนการทำไม้แปรรูป ตระเวนหาซื้อไม้หลุมพอขนาดใหญ่ในพื้นที่ป่า เพื่อนำไปสวมตอไม้ ในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ ส่งโรงเลื่อยนำไปแปรรูปเป็นแผ่นไม้ขนาดใหญ่ เพื่อทำแผ่นโต๊ะ นำไปจำหน่าย

เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันเข้าตรวจยึด พร้อมทำบันทึกตรวจยึด นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรจะแนะ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนไม้ของกลางขณะนี้ยังไม่สามารถนำออกจากพื้นที่ได้ เนื่องจากในขณะเข้าตรวจยึดได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นธ.3 ระแงะ-จะแนะ ทหารพราน ฝ่ายปกครอง ออกตรวจเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการสูญหาย.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี /ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำนักข่าวความมั่นคง

ยะลา – ฟอร์จูนเนอร์ขับฝ่าด่านตรวจ บริเวณเส้นทาง 410 หน้า อบต ถ้ำทะลุ

https://youtu.be/Q3_AAVnEFak

         เมื่อ 21พ ย 62 เวลา 16.00 น ขณะที่ ร้อย ทพ 3307 ฉก ทพ 33 ร่วมกับ จนท อส ชคต ถ้ำทะลุ ปฎิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจ บริเวณเส้นทาง 410 หน้า อบต ถ้ำทะลุ ตรวจพบรถฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน กข 9142 เบตง ขับผ่านมา จึงได้ทำการโบกให้จอดเพื่อขอตรวจ แต่รถคันดังกล่าวไม่ยอมจอด กลับเร่งเครื่องขับฝ่าด่านตรวจ ไปทางอำเภอบันนังสตา ทราบภายหลังว่าเป็นรถที่ถูกขโมยมาจาก อ ธารโต ฉก ทพ 33 จึงสั่งการให้ทุกหน่วย ทุก ชป จรยุทธ์ พร้อมทั้งประสาน สภ.บันนังสตา และ อำเภอบันนังสตาปฎิบัติตามแผนสกัดกั้น

         เมื่อ เวลา 17.00 น สามารถสกัดรถได้ที่ บ้านวังหิน ต บันนัง สตา จว ยะลา พิกัด QG 482 883 โดย ร้อย ทพ 3301 ฉก ทพ 33 ร่วมกับ ชรบ บ้านวังหิน คนขับรถวิ่งกลับหนี หน่วยได้จัด กำลังติดตาม ปัจจุบันดำเนินการ ควบคุมพื้นที่ และประสาน EOD กับชุดนิติวิทยาศาสตร์ เข้าตรวจสอบ

#ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี/ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

#สำนักข่าวความมั่นคง

Police I lert u แอปพลิเคชัน ตร.ออนไลน์ เพื่อช่วยเหลือประชาชน จนท.เผย ให้ประชาชนฝึกลองใช้ ยังมีประโยชน์ในพื้นที่ จชต. ได้ดี หากมีกรณีฉุกเฉิน

          Police I lert u เป็นแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนมีทั้งในระบบแอนดรอยด์ และไอโอเอส เพียงใช้อินเตอร์เน็ตในการดาวโหลดใช้ได้ทันที โดยใช้เชื่อมต่อกับเฟสบุ๊คที่ทุกคนใช้อยู่เป็นประจำ ระบุตัวตนสักเล็กน้อย เรียนรู้ไม่ยากมากนัก และสามารถใช้ได้ทันที ใช้ในโอกาสกรณีเหตุด่วนฉุกเฉิน อุบัติเหตุ หรือเหตุร้ายต่างๆ ที่สำคัญตอบโจทย์ให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ จชต. หากแจ้งเหตุด่วนให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งมือถือ แอปพลิเคชั่น จะทำงานร่วมกันโดยระบุจำแหน่งปัจจุบัน ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบทันที ทำให้การประสานงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว

          ร.ต.ท.โสรส ชนะพันธ์ ร้อยเวร สภ.เมืองนราธิวาส ได้กล่าวว่า เป็นแอปพลิเคชันที่ดีมากๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ จชต. ซึ่งทำให้ประชาชนสามารถเป็นหูเป็นตา ดูแลความสงบในชุมชน หมู่บ้าน ได้ด้วยตัวเอง โดยส่งข้อมูลเหตุด่วน เหตุฉุกเฉินได้ในทันที ซึ่งตั้งแต่มีแอปพลิเคชันนี้ขึ้นมา การประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ จชต.ยังน้อย ประชาชนยังไม่รู้จักกันมากนัก ที่สำคัญในบางครั้ง บางพื้นที่ พื้นที่ห่างไกล ตำแหน่งค่อนข้างเพี้ยนจากที่ระบุไว้ ต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ในชุมชนนั้นๆ ก่อนลงไปช่วยเหลือประชาชนได้ ซึ่งต้องใช้เวลา มีข้อแม้บางประการที่ต้องมั่นใจว่าที่นั่นมีเหตุร้ายตรงจุด หรือตรงตำแหน่งจริง อย่างไรก็ดีคนที่นี่ติดการโทรหาเบอร์ 191 แบบเดิม ซึ่งก็ยังเป็นเรื่องดีเช่นกัน

          ประชาชนที่ใช้แอปพลิเคชันนี้ กล่าวกันว่า มีประโยชน์ ใช้ไม่ยาก หากใครที่เพิ่งลองใช้ ศึกษาทดลองใช้สักระยะเดี่ยวก็เป็นเอง บางเหตุการณ์ที่เคยใช้ ตำรวจลงพื้นที่ช่วยเหลือได้เร็วกว่าที่คิด มีประโยชน์กรณีเหตุด่วนต่างๆ อยากให้ประชาชนทุกคนใช้กันเพื่อความสะดวกในยามเหตุฉุกเฉิน

          Police I lert u แอปพลิเคชัน ตำรวจออนไลน์เพื่อช่วยเหลือประชาชน เปิดช่องทางในการช่วยเหลือเหตุฉุกเฉินได้อย่างรอบคอบ โดยบันทึกภาพในที่เกิดเหตุ พิมพ์ข้อความสั้นๆ ระบุขอความช่วยเหลือต่างๆ สถานะที่จุดเกิดเหตุ ตำรวจจะประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้อย่างรัดกุม และเข้าไปช่วยเหลือได้ทันที อย่าลืมไปดาวน์โหลดใช้กัน ด้วยความปราถนาดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ
#WafeeMadakakul

ขอบคุณข้อมูล : SPMNEWS online

แม่ทัพภาคที่ 4 ต้อนรับ เจ้ากรมพระธรรมนูญ และคณะ ในโอกาสลงพื้นที่ประชุมโครงการประกวดศาลทหารต้นแบบ

แม่ทัพภาคที่ 4 ต้อนรับ เจ้ากรมพระธรรมนูญ และคณะ ในโอกาสลงพื้นที่ประชุมโครงการประกวดศาลทหารต้นแบบ

         วันนี้ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น. ที่ ห้องรับรองกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้การต้อนรับ พลเอกประชาพัฒน์ วัจนะรัตน์ เจ้ากรมพระธรรมนูญและคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมและเป็นประธานการประชุม โครงการประกวดศาลทหารต้นแบบ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของศาลทหาร ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้เพื่ออำนวยความสะดวกด้านคดีต่างๆ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมตามนโยบายของรัฐบาล โดยมี พลโทกิตติยุทธ กิตติยุทธโยธิน หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร, พลตรีกฤษฎา พงษ์สามารถ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยกำลังในพื้นที่ร่วมประชุม

          พลเอกประชาพัฒน์ วัจนะรัตน์ เจ้ากรมพระธรรมนูญ กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าและข้อขัดข้องเพื่อรับฟังปัญหา พร้อมทั้งบรรยายให้ความรู้แก่กำลังพลในการอำนวยความยุติธรรมการพิจารณาคดีของศาลในระบบ 4.0 ตามโครงการศาลทหารต้นแบบ เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจ จากการได้เยี่ยมชมศาลทหารต้นแบบเมื่อปีที่แล้ว พบว่ามีศาลทหาร จำนวน 26 ศาล ที่สมัครใจขอร่วมเป็นศาลทหารต้นแบบ 1 ในนั้นมีศาลทหารจากจังหวัดปัตตานีรวมด้วย จากนั้นได้มีการนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมพิจารณา พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญว่า ศาลทหารต้นแบบควรมีทั่วประเทศ จึงได้สั่งการให้ศาลทหารทุกศาลต้องเป็นศาลทหารต้นแบบ

          ปัจจุบันศาลทหารต้นแบบได้ขยายผลทั่วประเทศให้มีมาตรฐานเป็นสากลและสอดคล้องกับที่กฎหมายกำหนด ศาลทหารถือเป็นองค์กรหนึ่งในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ปลัดกระทรวงกลาโหมได้พัฒนาให้มีมาตรฐาน ทั้งแบบแผน ความสะอาด ความสะดวก และมีความสง่างามสมศักดิ์ศรี เครื่องมือในการพิจารณาคดีที่พร้อมและเสริมทักษะบุคลากรศาลให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ เพื่อเป็นที่เชื่อมั่นกับประชาชนในการอำนวยความยุติธรรมอย่างแท้จริง

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

ทหารพรานหญิง จชต. ฝึกเข้ม สวนสนาม !!

#ทหารพรานหญิง จชต. ฝึกเข้ม สวนสนาม !! จะได้ร่วม เป็น กองพันสวนสนาม ในการสวนสนาม เนื่องในพิธีบรมราชา ภิเษก 2562 และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณในวันกองทัพไทย 18 มกราคม 2563

#ทหารพรานหญิงกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ #หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน
#กองพันสวนสนาม กองพันที่ 32
#สวนสนามของทหาร-ตำรวจ เนื่องในพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 และ #พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณในวันกองทัพไทย
.
.
.
ฝึกซ้อม ณ #ลานหน้าศาลาสุริโยทัยกองบัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี■

เครดิตภาพ : อร อรพินทร์

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

ทหารใหม่เตรียมพร้อม…ฝึกซ้อมยิงปืน…เพื่อความแม่นยำ!!

ทหารใหม่เตรียมพร้อม…ฝึกซ้อมยิงปืน…เพื่อความแม่นยำ!!

ทหารใหม่จากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 3 ทำการฝึกซ้อมยิงปืนด้วยกระสุนจริง เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย ความชำนาญ และมีความรู้ ความเข้าใจในอาวุธปืนประจำกาย สามารถใช้งานอาวุธได้อย่างมีประสิทธิภาพ


#ทหารใหม่ #เกาะสถานการณ์ทหารใหม่
Cr. เพจ กองพันย่าโม

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานสวดพระอภิธรรมศพราษฎรไทยพุทธที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบยิงขณะขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

          วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 17.00 น.  พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4/ผอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธานสวดพระอภิธรรมศพ นายอนุกุล ขุนแก้ว อายุ 60 ปี และ นางยุพิน ขุนแก้ว อายุ 55 ปี 2 สามี-ภรรยา ราษฎรไทยพุทธที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบยิงขณะขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน ในพื้นที่ บ้านตุปะ หมู่ที่ 5 ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งทางคณะเจ้าภาพได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม ณ วัดโพธาราม อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี โดยกำหนดให้มีพิธีฌาปนกิจในวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน นี้

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : www.southpeace.go.th

มทภ. 4 พบปะเครือข่ายไทย-พุทธชายแดนใต้ สร้างความมั่นใจ ย้ำจะทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียชีวิตทุกคน

         วันที่ 20 พ.ย. 2562 เวลา 14.00 น. ที่ ณ สโมสรนายทหารสัญญาบัตรกองพลทหารราบที่ 15 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย อ. หนองจิก จ.ปัตตานี พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พบปะเครือข่ายประชาชนชาวไทย-พุทธในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนำความห่วงใย สร้างความเข้าใจและความมั่นใจแก่ประชาชนเครือข่ายไทย-พุทธ ตลอดจนมอบนโยบายแก่กลุ่มขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาไทย-พุทธ ในพื้นที่ 3 จชต. และ 4 อำเภอสงขลา โดยมีประชาชนเครือข่าย ไทย-พุทธ เข้าร่วมกว่า 500 คน

           พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า วันนี้มาเพื่อต้องการพบปะพูดคุย สร้างความเข้าใจในดูแลควบคุมพื้นที่ เพราะทุกคนคือตัวแทนที่จะช่วยการแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก ตลอดเวลา 15 ปีที่ผ่านมา สถิติคดีต่างๆ ลงไปมาก วันนี้ตั้งใจมาคุยกับพี่น้องเพื่อสร้างความเข้าใจกับทุกคน และขอยืนยันกับทุกคนให้มั่นใจ นอกจากนี้ อยากให้ทุกคนได้เสนอความต้องการในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ร่วมกันผ่าน สภาสันติสุขตำบลทั้ง 290 ตำบล เพราะการแก้ปัญหาจะเกิดผลสูงสุดได้เราต้องจับมือแก้ไขไปด้วยกัน

          สำหรับการปรับแผนดูแลความปลอดภัยพื้นที่ ได้จัดชุดจรยุทธ์เข้าดูแลยังหมู่บ้าน ชุมชน และเสริมกำลังทางอากาศ เข้าพื้นที่เมื่อมีเหตุ พร้อมเสริมชุดจักรยานยนต์เคลื่อนที่เร็ว กว่า 700 ชุด เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามอยากฝากให้พี่น้องประชาชนทุกคนช่วยระมัดระวังตนเอง หากต้องเดินทางไปยังพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย ขอให้ประสานเจ้าหน้าที่ให้ช่วยเหลือดูแล เพราะพื้นที่กว้างเจ้าหน้าที่อาจเข้าไม่ทั่วถึง ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา เป็นเครือข่ายตาสับปะรดสอดส่องเฝ้าระวังแจ้งเหตุอีกทางหนึ่ง ขอให้พี่น้องทุกคนได้มีกำลังใจที่เข้มแข็ง และเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่าตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดี ที่หวังจะใช้สถานการณ์นี้ปลุกระดมให้เกิดความหวาดกลัวและ สร้างแตกแยก ขอให้มั่นใจผมจะทวงคืนความยุติธรรมให้ผู้เสียชีวิตทุกคน ด้วยการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ก่อเหตุทำร้ายประชาชนอย่างเต็มที่ นี่คือหน้าที่ที่ต้องทำ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวทิ้งท้าย

          ขณะที่ตัวแทนประชาชนเครือข่ายไทย-พุทธ ได้ชื่นชมการปรับแผนดูแลรักษาความปลอดภัย ของแม่ทัพภาคที่ 4 และได้เสนอแนวทางการดูแลประชาชนในพื้นที่ พร้อมฝากให้แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ช่วยดูแลปกป้องพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัย เพื่อให้สร้างความมั่นใจแก่ประชาชน

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : www.southpeace.go.th

กลุ่มเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคมจังหวัดชายแดนใต้ มอบรางวัล เลิศรัฐ แก่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

          เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลตรี พิเศษ ศิริเกษม รองหัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก มอบถ้วยรางวัล เลิศรัฐ ให้แก่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งเป็นรางวัลที่กลุ่มเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคมทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ได้ร่วมกับขับเคลื่อน ภายใต้โครงการโครงการรู้รักสามัคคี เพราะเราคือพี่น้องกัน โมเดลจิตอาสาเพื่อความมั่นคง สนับสนุนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชาย แดนภาคใต้ ที่ได้รับการตัดสิน จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ระดับประเทศให้ได้รับรางวัลเลิศรัฐ เครือข่ายประชาชนมีส่วนร่วม สาขาประชาชนมีส่วนร่วม ประเภทสัมฤทธิ์ผลประชาชนมีส่วนร่วม ระดับดี จาก สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ที่ยอม รับการ เป็นตัวอย่างของการทำงานที่ดีงาม ความเสียสละเพื่อประเทศชาติ โดยไม่มุ่งหวังผลตอบแทน ส่งผลถึงความยั่งยืน เพื่อให้เกิดความสันติสุขในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลตรี เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นผู้แทนรับมอบ

         พลตรี เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า วันนี้ได้เป็นผู้แทนของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รับมอบถ้วยรางวัล เลิศรัฐ จากเครือข่ายจิตอาสาประชาสังคมทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ตั้งใจนำรางวัลนี้มามอบให้แก่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โครงการนี้เป็นโครงการต้นแบบที่จะเป็นตัวอย่างให้แก่พื้นที่อื่นๆ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป และขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันทำงานกันอย่างมีจุดมุ่งหมายด้วยความมุ่งมั่น ที่จะนำพาสันติสุขมาสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รางวัลเลิศรัฐ เกิดจากความตั้งใจความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องจิตอาสาประชาสังคมและทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้ร่วมกันเสียสละหยาดเหงื่อแรงกาย โดยไม่หวังผลตอบแทน เป็นการแสดงออกที่มีจิตอาสาซึ่งสำคัญยิ่งในปัจจุบัน เป็นการทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อจะสร้างสันติสุขให้เกิด ขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า /issoc4news

สำนักข่าวความมั่นคง

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอความร่วมมือห้ามนำเข้าวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และแผงวงจรสำเร็จรูป หรือ IC

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอความร่วมมือห้ามนำเข้าวงจรอิเล็กทรอ นิกส์ และแผงวงจรสำเร็จรูป หรือ IC

         เมื่อ 21 พ.ย. 62 เวลา 09.00 น. ที่ห้องแถลงข่าว ศูนย์ประ ชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พ.อ. วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ของ จชต. ในห้วงที่ผ่านหลายครั้ง พบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุได้นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ประเภทวงจรถอดรหัสสัญญาณความถี่ DTMF และวงจรตั้งเวลาด้วย IC มาเป็นส่วนประกอบในการจุดชนวนระเบิดหลายครั้ง โดยมีการสั่งซื้อจากตลาดซื้อขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แหล่งใหญ่ในพื้นที่ กทม. รวมทั้งสั่งซื้อผ่านระบบซื้อขายแบบออนไลน์ ด้วยวิธีการขนส่งทางไปรษณีย์ และขนส่งเอกชน เข้ามายังพื้นที่จังหสัดชายแดนภาคใต้เป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าอาจจะมีการนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของระเบิดแสวงเครื่อง เพื่อนำมาก่อเหตุในพื้นที่

         ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกัน ระงับ ยับยั้ง เหตุการณ์ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ จชต. โดยอาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 11(9) แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถาน การณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และ มาตรา 18(6) แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 จึงออกประกาศกำหนดมาตรการควบคุมวงจรถอดรหัสสัญญาณความถี่ DTMF.และวงจรตั้งเวลาด้วย IC สรุปใจความสำคัญตามประกาศแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้

✍ IC ที่ห้ามนำเข้าและซื้อขายโดยเด็ดขาด โดยห้ามมิให้นำเข้าซึ่ง IC.และแผงวงจรสำเร็จรูปที่มี IC ที่สามารถนำไปใช้ประกอบเป็นวงจรจุดระเบิดแสวงเครื่อง ตามบัญชีรายการอุปกรณ์อิเล็ก ทรอนิกส์ ที่สามารถนำไปใช้ประกอบเป็นวงจรจุดระเบิดแสวงเครื่อง คือ
▶️ MT8870DE IC 18 ขา
▶️ MT8870DS IC 18 ขา
▶️ HT9170D IC 18 ขา
ไอซีถอดรหัสสัญญาณความถี่ DTMF เป็นไอซีที่ใช้ สำหรับวงจร DTMF เท่านั้น โดยห้าม เข้ามาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเด็ดขาด
✍ขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านค้า และผู้ประกอบการขนส่ง กรณีมีบุคคลสั่งซื้อ IC.ตามบัญชีแนบท้ายประกาศฉบับนี้ เป็นจำนวนมาก หรือตามที่เฝ้าระวัง ให้ทำการบันทึกชื่อ/สกุล/ที่อยู่ และภาพถ่าย หรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ แล้วรายงานให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ทราบ
✍สำหรับตัว IC คือ ตัววงจรรวม ซึ่งตัว IC เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นการรวมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่ประกอบกันเป็นวงจร หรือส่วนของวงจรที่มีขนาดเล็กไว้ในตัวเดียวกัน ตัวอย่างเช่น ทรานซิสเตอร์ ตัวต้านทาน หรือ ไดโอด เป็นต้น ซึ่งตัว IC.มีหลายชนิดแล้วแต่หน้าที่การทำงานจะมีเลขกำกับเพื่อบ่งบอกชนิดและประเภทการใช้ (ผู้ที่มีความรู้ด้านวงจรไฟฟ้าจะทราบกันโดยทั่วไป)

         กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ออกประกาศดังกล่าว โดยได้มอบหมายให้ กองกำลังตำรวจจัง หวัดชายแดนภาคใต้ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการตรวจสอบและควบคุมให้เป็นไปตามประกาศฉบับนี้ กรณีผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งประกาศฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ลงนามโดย พล.ท. พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 / หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

          จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการร้านค้า และผู้ประกอบการขนส่งทุกท่านได้ร่วมกันป้องกันและควบคุม เพื่อป้องกันการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถหาซื้อและสั่งซื้อได้โดยง่าย มาก่อเหตุร้ายสร้างความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์

#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง