นนทบุรี ตร.บางบัวทอง เจ๋ง จับอดีต รปภ.วัย 24 ปี ตระเวนงัดเครื่องซักซ้าหยอดเหรียญภายใน 2 ชม.

          เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 25 พ.ย.62 นางสาวนวรัตน์ ทิมดี อายุ 57 ปี เจ้าของอพาร์ทเม้นต์ดวงธนิต เลขที่ 39/5 หมู่ที่5 ต.พิมชราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เดินทางเข้าเเจ้งความกับ ร.ต.อ.ธงชัย พานิชอำนวย รอง สว.สอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี กรณีถูกชายวัยรุ่นอายุประมาณ 25-30 ปี เข้ามางัดเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญจนได้รับความเสียหาย

          ขณะเดียวกันภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพชายสวมเสื้อยืดคอกลมสีส้ม กางเกงขาสั้นลายดอก สวมใส่รองเท้าแตะ ขับขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีน้ำเงิน ไม่ทราบหมายเลข ขับมาจอดที่หน้าอพาร์ทเม้นต์เมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.11 น.วันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยคนร้ายปีนกำแพงเข้ามาทางด้านข้างตึก เเล้วเข้ามาก่อเหตุงัดเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญ ที่ตั้งอยู่ตรงบริเวณบันไดทางขึ้นชั้นล่าง แต่เนื่องจากที่หยอดเหรียญมีระบบป้องกันแน่นหนา คนร้ายจึงไม่สามารถเอาเงินไปได้ จากนั้นคนร้ายจึงได้เดินกลับไปที่รถ จยย.แล้วขับหลบหนีไป

          ทางด้านนางสาวนวรัตน์ ทิมดี ผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนสังเกตุเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดมีลักษณะผิดปกติ จึงตรวจสอบดู ปรากฎว่าพบคนร้ายเป็นชายเข้ามางัดเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญ จึงรีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจ ตอนที่เห็นคนร้ายในกล้องวงจรปิดตอนนั้นตกใจมาก ไม่คิดว่าอพาร์ทเม้นต์ของตนจะเกิดเรื่องแบบนี้

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง นำโดย พ.ต.ท. ณัฐยุทธ์ แก้วปาน สว.สส. พร้อมด้วย ร.ต.อ.ประสิทธิ์ อินทร์อุ่นโชค รอง สว.สส. , ด.ต.มนัส แย้มสุดใจ ผบ.หมู่ สส. ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายขับหลบหนี จนกระทั่งทราบว่าคนร้ายเช่าห้องพักแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านบัวทอง4 หมู่ที่7 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง เจ้าหน้าตำรวจจึงไปเคาะประตูเรียก โดยเรียกอยู่ประมาณ 10 นาที จึงมีคนเปิดประตูห้องออกมา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ไปก่อเหตุงัดเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญที่อพาร์ทเม้นต์ดังกล่าว อีกทั้งยังสวมใส่ชุดที่ไปก่อเหตุอีกด้วย ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือนายพรเทพ มหิมา อายุ 24 ปี อดีต รปภ. บ้านเลขที่ 42/11 หมู่1 ต.พงศ์ประสาท อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้ยังพบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ ทะเบียน ขคม 458 ยะลา คันก่อเหตุจอดอยู่ที่บริเวณหอพักจึงยึดไว้เป็นของกลาง จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.บางบัวทอง

          ทางด้าน พ.ต.อ.สิริภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง กล่าวว่า หลังจากได้รับเเจ้งเหตุจากผู้เสียหายจึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฐยุทธ์ แก้วปาน สว.สส.นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแส จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นใครพักอยู่ที่ไหน ต่อมาจึงนำกำลังเข้าจับกุมโดยคนร้ายยังสวมใส่ชุดที่ก่อเหตุอยู่ จากการตรวจสอบพบประวัติโชกโชน เคยต้องโทษจำคุกหลายคดี อาทิเช่นครอบครองเครื่องกระสุนปืน เมื่อปี พศ.2555 ครอบครองยาเสพติด ปี พศ.2557 จากนั้นจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน พร้อมเเจ้งข้อหาพยายามลักทรัพย์ในเคหะสถาน, บุกรุกในยามวิกาล, ทำให้เสียทรัพย์

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี

หมู่บ้านมิรันดา ระเบิดศึกลูกหนังมิรันดาคัพครั้งที่ 3 เชื่อมความสามัคคี

          นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ เป็นประธานเปิดการแข่งขัน ฟุตบอล มิรันดา คัพ ครั้งที่ 3 เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชน ห่างไกลจากยาเสพติด โดยมี นายพนธกร ใคร่ครวญ รองนายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ นายยศวัฒน์ ภูวรัตน์เลิศคุณ ผู้บริหาร หมู่บ้านมิรันดา นายสมบูรณ์ ลาลาด รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลพลูตาหลวงนายสุรพล จิตต์ธรรม สมาชิกสภาเทศบาลเมืองสัตหีบ นายอมตะ ใคร่ครวญ เลขานุการนายก อบต พลูตาหลวง นางสาวเตือนจิตร์ ทรัพย์นา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ตำบลนาจอมเทียน นายอภิชาติ อร่ามรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านม.3 และนายอัครพล แสงศรี ผู้ใหญ่บ้านม.6 ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม หมู่บ้านมิรันดา ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
       

          นายยศวัฒน์ ภูวรัตน์เลิศคุณ ผู้บริหาร หมู่บ้านมิรันดา กล่าวว่า ตามที่หมู่บ้านมิรันดา สัตหีบ และคณะผู้จัดการแข่งขันฟุตบอล ได้ร่วมกันจัดการแข่งขันฟุตบอล มิรันดาคัพ ครั้งที่ 3 ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียมมิรันดา FC มีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่รุ่นทั่วไป จำนวน 38 ทีม รุ่นอาวุโส 45 ปี ขึ้น จำนวน 10 ทีมเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชน ห่างไกลจากยาเสพติด

          นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นพวกท่านร่วมแข่งขันฟุตบอลด้วยความสนุกสนาน นำมาซึ่งความสามัคคีเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพพลานามัย อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ พบปะสังสรรค์ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกท่านจะมีความรัก สมัครสมาน สามัคคี มีความสัมพันอันดี จากการได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอล มิรันด้า คัพ ครั้งที่ 3 ในครั้งนี้ ขอให้ท่านแข่งขันด้วยความสนุกสนาน รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และผมหวังว่า ในโอกาสต่อไป ผมจะได้เห็นการจัดการแข่งขันฟุตบอลในลักษณะแบบนี้ เป็นระยะๆ

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ทหารพราน ฉก.ทพ.48 ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ช่วยกันทำบังเกอร์และพัฒนาป้อม ชรบ. ในชุมชนเพื่อให้มีความปลอดภัยมากขึ้น

         ทหารพราน ฉก.ทพ.48 ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ช่วยกันทำบังเกอร์และพัฒนาป้อม ชรบ. ในชุมชนเพื่อให้มีความปลอดภัยมากขึ้น

#ศูนย์ปฏิบัติการข่าวสารและเทคโนโลยี ฉก.ทพ.48

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า รายงานผลการปฏิบัติงานเดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดในห้วง (1 พย. 2561 – 21 พย. 2562)

          กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า สรุปผลการปฏิบัติงานการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของศูนย์ปฏิบัติการร่วมอำเภอ 37 อำเภอ (ศปร.อ. 37 อำเภอ) ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2561 – 21 พฤศจิกายน 2562 ดังนี้

1. การบังคับใช้กฎหมาย สามารถดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย ดังนี้ ผู้ค้ารายใหญ่ 207 ราย, ผู้ค้ารายย่อย 4,307 ราย รวมผู้เสพ 19,838 ราย

2. ตรวจยึดของกลางยาบ้า 3,248,691 เม็ด, กัญชา 25.788 กิโลกรัม, ใบกระท่อม 25,068.743 กิโลกรัม, น้ำกระท่อม 17,564.472 ลิตร, ยาไอซ์ 131.837 กิโลกรัม, ยาแก้ไอ 24,487 ขวด แบ่งบรรจุ จำนวน 26,090.490 ซีซี., เฮโรอีน 39.097 กิโลกรัม, ยาอี 308 เม็ด รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 9,282 ราย

3. การดำเนินการต่อผู้เสพยาเสพติด ที่สมัครใจรายงานตัวเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง เพื่อเข้ารับการบำบัดยาเสพติด ตามนโยบาย แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 จำนวน 15,267 ราย, กระบวนการบำบัดฟื้นฟู 13,876 ราย, ติดตามบำบัดฟื้นฟู 8,721 ราย และ ส่งเสริมอาชีพ 351 ราย

         กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือ พี่น้องประชาชน หากพบเบาะแสยาเสพติดในพื้นที่ ทั้งการซื้อ จำหน่าย หรือการเสพ ขอให้แจ้งมา ที่ ตู้ปณ. 41 ปณจ. เมืองยะลา จ.ยะลา ระบุเบาะ แสให้ชัดเจนไม่ต้องลงชื่อแต่อย่างใด ยาเสพติด ภัยร้ายทำลายชีวิต ร่วมกันส่งคืนคนดีสู่อ้อมกอดของครอบครัว

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

มทภ.4 – สั่งหน่วยกำลังเพิ่มมาตรการเข้ม ในการควบคุมพื้นที่ หลังเจ้าหน้าที่ปะทะกลุ่มผู้ก่อเหตุในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

มทภ.4 สั่งหน่วยกำลังเพิ่มมาตรการเข้มในการควบคุมพื้นที่ หลังเจ้าหน้าที่ปะทะกลุ่มผู้ก่อเหตุในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

         เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 62 พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษก กอ. รมน. ภาค 4 สน. ได้เปิดเผยว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าติดตามบังคับใช้กฏหมายในพื้นที่ บ.คอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และได้ปะทะกับกลุ่มคนร้ายเมื่อคืนวันที่ 21 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา นั้น แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กำชับเน้นย้ำให้ทุกหน่วยในพื้นที่ เพิ่มมาตรการเข้มในการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย จัดกำลังจรยุทธ์กระจายในทุกพื้นที่ โดยเน้นพื้นที่เสี่ยง และชุมชนล่อแหลมเป็นสำคัญ ป้องกันการตอบโต้จากผู้ก่อเหตุรุนแรง และขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชน เนื่องจากได้พบข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ามาพักอาศัยเพื่อเตรียมการก่อเหตุในพื้นที่ พร้อมทั้งขอให้มีการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้โดยตรงที่เบอร์สายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

          ภาค 4 สน. ได้เปิดเผยว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าติดตามบังคับใช้กฏหมายในพื้นที่ บ.คอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และได้ปะทะกับกลุ่มคนร้ายเมื่อคืนวันที่ 21 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา นั้น แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กำชับเน้นย้ำให้ทุกหน่วยในพื้นที่ เพิ่มมาตรการเข้มในการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย จัดกำลังจรยุทธ์กระจายในทุกพื้นที่ โดยเน้นพื้นที่เสี่ยง และชุมชนล่อแหลมเป็นสำคัญ ป้องกันการตอบโต้จากผู้ก่อเหตุรุนแรง และขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชน เนื่องจากได้พบข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ามาพักอาศัยเพื่อเตรียมการก่อเหตุในพื้นที่

          พร้อมทั้งขอให้มีการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้โดยตรงที่เบอร์สายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

          รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยังได้กล่าวอีกว่า “สำหรับผู้ที่ให้การพักพิงผู้ก่อเหตุ อาจจะมีความผิดเท่ากับผู้ก่อเหตุ และสำหรับในเรื่องนี้ เราได้มีการประชาสัมพันธ์เน้นย้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคดีต่าง ๆ ได้เคยปรากฏให้เห็นถึงบทลงโทษมาแล้วหลายครั้ง จึงขอเน้นย้ำในส่วนนี้ตรงนี้ด้วย”

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมยกระดับคุณภาพการศึก ษาและเชิดชูเกียรติพร้อมกับมอบเกียรติบัตรผู้บริหารดีเด่น และครูดีเด่นประจำปีการศึกษา 2562

ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมยกระดับคุณภาพการศึก ษาและเชิดชูเกียรติพร้อมกับมอบเกียรติบัตรผู้บริหารดีเด่น และครูดีเด่นประจำปีการศึกษา 2562

         เมื่อวันที่ 23 พ.ย.62 เวลา 09.30 น. พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธาน ในพิธีเปิดโครงการอบรมยกระดับคุณภาพการศึกษาและเชิดชูเกียรติพร้อมกับมอบเกียรติบัตรผู้บริหารดีเด่น และครูดีเด่นประจำปีการศึกษา 2562 ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ตำบลทุ่งเรนท์ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

ผบช.ทท. แถลงข่าวจับแก๊งดอลลาร์ปลอมชาวไทย ตระเวนแลกเงินในพัทยา รวมมูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท

ผบช.ทท. แถลงข่าวจับแก๊งดอลลาร์ปลอมชาวไทย ตระเวนแลกเงินในพัทยา รวมมูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท

พัทยา-เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 24 พ.ย. 62 พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล ผกก.2 บก.ทท.1 พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ร่วมแถลงข่าวหลังนำกำลังร่วมจับกุมแก๊งคนไทยนำแบงก์ดอลลาร์สหรัฐปลอมไปตระเวนแลกเงินตามจึดรับแลกเงินต่างประเทศในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน ประกอบด้วย น.ส.ขวัญฤทัย จูตะกานนท์ อายุ 37 ปี นายสังวาล สุจันทร์ อายุ 51 ปี และนายธนกฤต แพน้อย อายุ 55 ปี พร้อมด้วยของกลาง ธนบัตรสกุลดอลลาร์สหรัฐปลอม ชนิดราคา 100 ดอลล่าร์จำนวน 398 ใบ และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

พล.ต.ท.เชษฐา กล่าวว่าสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ได้รับแจ้งว่ามีคนไทยจำนวน 2 คน นำธนบัตรสกุลดอลลาร์สหรัฐปลอม ฉบับละ 100 ดอลล่าร์ จำนวน 398 ใบ คิดเป็นเงินไทยมูลค่ากว่า 1,200,000 บาท มาแลกเป็นเงินบาทไทย ที่ร้านรับแลกเงินต้างประเทศของบริษัท ที ที เคอเรนซี่ เอ็กซ์เช้นท์ สาขา ทวีทุนถาวร สำนักงานใหญ่ ถ.พัทยาสายสอง ย่านพัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงได้ร่วมกับชุดตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา นำกำลังไปตรวจสอบพบ น.ส.ขวัญฤทัย และ นายสังวาล (ผู้ต้องหา) กำลังจะพยายามหลบหนี ตำรวจจึงทำการควบคุมตัวมาสอบสวน และนำธนบัตรมาตรวจสอบ ซึ่งผลจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าธนบัตรทั้งหมดเป็นของปลอม

จากการสอบถาม ผู้ถูกจับทั้งสองคน ทราบว่า ได้เดินทางมาจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อนำธนบัตรสกุลดอลลาร์สหรัฐปลอมมาแลกเป็นเงินสกุลบาทไทยที่ตู้หรือร้านรับแลกเงินต่างประเทศในพื้นที่เมืองพัทยา แต่พนักงานร้านรับแลกเงินตรวจสอบพบว่าเป็นของปลอม ก่อนจะถูกตำรวจจับกุมได้ในที่สุด จากการตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์พบการสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ของทั้งคู่ พบว่าได้รับธนบัตรดังกล่าวมาจาก นายธนกฤต จึงรวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติหมายจับ นายธนกฤต แพน้อย จนสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ขณะที่ นางคะนึงนาถ ฤทธิ์ลุน อายุ 37 ปี ผู้จัดการร้านแลกเงิน เปิดเผยข้อมูลด้วยอีกว่า สำหรับการดูธนบัตรดอลลาร์ปลอมนั้นไม่ยากมาก โดยสังเกตผิวจากธนบัตรสามารถมั่นใจได้ทันที เนื่องจากธนบัตรปลอมจะมีเนื้อผิวคอนข้างลื่น ถ้านำมาเปรียบเทียบกับธนบัตรของจริง โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ถือว่าเป็นที่จำนวนธนบัตรมีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านบาท ในรอบหลายปี จึงอยากฝากไปยังผู้ประกอบการร้านให้ช่วยกันระวังหากพบการผิดสังเกตแจ้งตำรวจตรวจสอบจับกุมเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของธนบัตรซึ่งสร้างความเสียหายต่อประเทศไทย หลังตำรวจแถลงข่าวการจับกุมเสร็จจึงส่งแก๊งดอลลาร์ปลอมทั้งหมดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

พัทยา จ.ชลบุรี /โยธิน พรมแตง
-คัมภีร์ อาบสุวรรณ์-วิรัตน์ ขำแตร-ศิระ แย้มตระกูล *086-1499878

สุโขทัย – ป่ายังอุดมสมบูรณ์ เก้งหม้อหลุดจากป่า โดนหมาไล่-สังกะสีบาด ชาวบ้านช่วยทัน

เก้งหม้อเพศผู้หลุดจากป่าศรีสัชนาลัย วิ่งเข้าหมู่บ้านโดนหมาไล่โดดหนีตกใส่สังกะสีบาดเป็นแผลลึก เจ้าของบ้านปิดประตูล้อมจับแจ้ง จนท.ช่วยเย็บแผล-อนุบาลก่อนส่งคืนป่าต่อ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ8:05น. วันนี้ 24 พ.ย. 2562 พบเก้งสีน้ำตาล น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม พัดหลงจากป่าวิ่งเข้ามายังบ้านนางจรูญ ธุรี อายุ49 ปี บ้านเลขที่ 44/1 หมู่4 บ้านวังค่าต.ป่างิ้ว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย นางบังอร กับสามีและลูกจึงช่วยกันจับขังใว้ในกรง พร้อมแจ้งนายวิทิต ประเสริฐสูง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านวังค่า เพื่อให้ติดต่อประสานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย ทราบและมารับเก้งดังกล่าวไปดูแลปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

          นางบังอร ธุรี เล่าว่า ช่วงกำลังทำกับข้าวเห็นเก้งถูกสุนัขวิ่งไล่มา เจอคนก็ตกใจซ้ำวิ่งเลาะข้างบ้าน แล้ววิ่งมาหน้าบ้าน เลยปิดประตูไล่จับเอามาขังไว้ในกรง เพราะกลัวมันถูกหมากัดแล้ววิ่งหนีไปที่อื่น แต่ว่าตอนไล่จับ เก้งกระโดดออกจากบ้านแล้วพลาดตกใส่สังกะสี ทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ขาจนต้องเย็บแผล 4 เข็ม

          เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย บอกว่า เก้งหม้อเพศผู้ตัวนี้ อายุไม่เกิน 2 ปี ชอบหากินตามลำพัง หรือเป็นคู่ อาศัยอยู่ในป่าเบญจพรรณ คาดว่าตัวนี้อาจจะผสมพันธุ์มาจากที่อื่น หรือหลุดมาจากเขตป่าที่อยู่ใกล้เคียง

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

ลพบุรี – งานเลี้ยงโต๊ะจีนลิงครั้งที่ 31 คึกคัก นักท่องเที่ยวล้นหลาม

          เมื่อเวลา 10.09 น. ที่บริเวณรอบปรางค์สามยอด ต.ท่าหิน อ.เมือง ลพบุรี นายสุปกิต โพธ์ปภาพันธ์ ผวจ.ลพบุรี นายยงยุทธ กิจวัฒนานุสนธิ์ ประธานบริษัทลพบุรีอินน์ กรุ๊ป ร่วมกันเปิดงานงานเลี้ยงโต๊ะจีนลิงลพบุรี ครั้งที่ 31 ประจำปี 2562 ในวันนี้ทางประธานบริษัทลพบุรีอินท์ กรุ๊ป ได้นำผลไม้นานาชนิด ผลไม้ตามฤดูกาลนาๆ ชนิดที่ลิงชอบ รวมทั้งขนมหวาน มาวางไว้ที่รถแฟนตาซีสองชั้น ที่ประดับประดา ทาสี่ ตกแต่งอย่างสวยงาม

          จากที่นายยงยุทธ กิจวัฒนานุสนธิ์ แถลงข่าวป่าวประกาศอย่างเป็นทางการให้ลิง และนักท่องเที่ยวรู้ว่า “ขอเชิญคุณจ๋อ ทุกเพศวัย ทุกก๊ก ทุกเหล่า ทุกสังกัด ร่วมฉลองงานเลี้ยงโต๊ะจีนลิง ลพบุรี ครั้งที่ 31 ในวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น. เวลา 12.00 น. และเวลา 16.00 น. สะดวกเวลาใด ก็เชิญมาเวลานั้น ไม่ต้องเกรงใจกัน ณ สถานที่เดิม (ลานรอบพระปรางค์สามยอด การแต่งกายชุดประจำชาติลิง ไม่จำกัดสี งานนี้กินฟรี งดรับซอง” พอเสร็จจากการป่าวประกาศ ของนายยงยุทธ เหล่าบรรดาลิงน้อยใหญ่นับพันตัวต่างกระโดดขึ้นรถแย่งอาหารกินอย่างเอร็ดอร่อย

          ซึ่งในช่วงเลี้ยงโต๊ะจีนลิงรอบแรก 10.00 น. มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ จำนวนมาก เดินทางมาเที่ยวชมอย่างล้นหลาม ซึ่งลิงลพบุรีไม่ทำให้ผิดหวังได้โชว์ความน่ารัก น่าเอ็นดูและความซุกซน ซึ่งทำให้บรรดาเหล่านักท่องเที่ยวต่างมีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน พร้อมทั้งได้บันทึกภาพเก็บความน่ารัก น่าเอ็นดู ความประประทับใจไปเป็นที่ระลึก

          สำหรับจังหวัดลพบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ปรางค์แขก วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ โดยเฉพาะพระปรางค์สามยอด และศาลพระกาฬ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องตื่นตาตื่นใจกับเหล่าบรรดาลิงใหญ่น้อย ที่คอยต้อนรับเปรียบเสมือนเป็นเจ้าบ้านของเมืองลพบุรี ในความเชื่อของชาว จ.ลพบุรี นับว่าบรรดาลิงทั้งหลายเหล่านี้เป็นลูกศิษย์ของเจ้าพ่อพระกาฬ ที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากรายล้อมเต็มบริเวณศาลพระกาฬกลางใจเมืองลพบุรี บริเวณศาลพระกาฬ และพระปรางค์สามยอด

          นักท่องเที่ยวที่มาสักการะศาลพระกาฬ ก็จะนำอาหารมาเลี้ยงลิงเหล่านั้น ประกอบกับความเชื่อที่ว่าลิงเป็นลูกศิษย์ของเจ้าพ่อพระกาฬ ซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดลพบุรี และทุกๆปี ครอบครัวของ นายยงยุทธ กิจวัฒนานุสนธิ์ ประธานกลุ่มในเครือโรงแรมลพบุรีอินน์จะนำเครื่องเส้นไปถวายเจ้าพ่อพระกาฬ อีกทั้งยังได้ขออนุญาตใช้รูปลิงเป็นตราสัญลักษณ์ของโรงแรมเมื่อครั้งแรกที่สร้างโรงแรมลพบุรีอินน์ และมีความเชื่อว่าลิงเป็นสัตว์นำพาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองมาให้ตนและครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงมีแนวคิดและเริ่มจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนลิงครั้งแรก ในวันที่ 25 พ.ย.2532 และจัดขึ้นทุกๆปีเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตงรายงาน

อบจ.ปราจีนบุรี – จัดโครงการบรรพชาอุปสมบท ถวายพระราชกุศลในหลวง รัชกาลที่ 9

อบจ.ปราจีนบุรีจัดโครงการบรรพชาอุปสมบทถวายพระราชกุศลในหลวง รัชกาลที่ 9

          วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 ที่วัดป่ามะไฟ ตำบลโคกไม้ลาย อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี นางบังอร วิลาวัลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ได้จัดโครงการบรรพชาอุปสมบทถวายพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ด้วยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ธ. ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ กับพสกนิกรชาวไทย และประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรี อย่างหาที่สุดมิได้ รวมทั้งทำนุบำรุงเผยแผ่พระพุทธศาสนาน้อมนำหลักคุณธรรมจริยธรรม หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อความสุขความสงบ ความสามัคคีแก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระองค์ท่านตลอดมาประจำทุกปี

          สำหรับในปีนี้มีผู้เข้าร่วมบรรพชาอุปสมบท ศึกษาและปฏิบัติธรรมในระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 ถึงวันที่ 8 ธันวาคม 2562 จำนวน 59 ท่าน หลังจากที่ได้ทำการปลงผมแล้ว จึงได้นำนาคทั้งหมดขึ้นรถขบวนแห่ไปที่ศาลพระหลักเมืองปราจีนบุรี และได้เดินรอบตลาดเทศบาลเมืองปราจีนบุรี เพื่อให้ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองได้ร่วมกันทำบุญในครั้งนี้ จากนั้นจึงได้ไปกราบขอพรที่บริเวณศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวจังหวัดปราจีนบุรี และในวันถัดไปจะได้จัดให้มีพิธีบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ต่อไป

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก