ใส่ใจกำลังพล เน้นย้ำการปฏิบัติงาน

ใส่ใจกำลังพล เน้นย้ำการปฏิบัติงาน “ผบ.พัน.ร.เชิงรุก 1 ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม ร้อย.ร.เชิงรุก 1”

         เมื่อ 25 พ.ย.62 เวลา 15.00 น. พ.อ.โกเมธ รัตนผ่องใส ผบ.พัน.ร.เชิงรุก 1 ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม ร้อย.ร.เชิงรุก 1 อ.แว้ง จ.นราธิวาส ในการดูแลท่าข้ามพรมแดน ในพื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 2 ท่าข้าม เพื่อเป็นการกำกับดูแล และแนะนำแนวทางในการปฏิบัติงานให้กับ กำลังพล

          รวมทั้งได้มอบเครื่องบริโภค เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ ในพื้นที่ ม.4 บ.กีแยมัส ต.ฆอเลาะ อ.แว้ง จ.นราธิวาส

#ข่าวทหาร ทภ.4

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

พิธีรับ – ส่งหน้าที่ ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมกองกำลังอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้

         วันนี้ ( 25 พฤศจิกายนยน 2562) เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุม บังคับการควบคุมกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี กองบังคับการควบคุมกองกำลังกำลังอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดพิธีรับ – ส่งหน้าที่ ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่าง พลโท สมพล ปานกุล และ พลตรี มโนช จันทร์คีรี โดยมีคณะนายทหาร, นายสิบ และลูกจ้างร่วมพิธี

         ในการนี้ พลตรี มโนช จันทร์คีรี ผู้บังคับกองบังคับการควบ คุมกองกำลังอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คนใหม่) ได้กล่าวถึงการปฏิบัติงานต่อจากนี้ว่า จะสานต่อนโยบายของผู้บังคับกองบังคับการควบคุมกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชาย แดนภาคใต้ (คนเก่า) อย่างเต็มความสารมารถ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนประสานการกับปฏิบัติกับหน่วยงานอื่นๆ ให้การปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิ ภาพสูงสุด และจะทำหน้าที่ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมกองกำลังอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดสันติสุขต่อไป

          สำหรับกองบังคับการควบคุมกองกำลังอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีบทบาทหน้าที่ในการควบคุมดูแล อาสาสมัครรักษาดินแดน ตลอดจน ชุดคุ้มครองตำบล, ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน,ราษฎรอาสารักษาหมู่บ้าน, ราษฎรอาสารักษาเขตเมือง, ไทยอาสาป้องกันชาติ และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ให้มีขีดความสามารถในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน ตำบล รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยในเขตเมืองเศรษฐกิจ ชุมชนเขตเทศบาล และมาตรการเชิงรับอื่นๆ

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ลพบุรี – เด็กชาย 12 ปี ขี่ จจย แซงซ้ายเฉี่ยวชนรถเก๋ง ก่อนเสียหลักหัวกระแทกเสา สมองกระจาย

          เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 25 พ.ย. 62 ร.ต.ท.อรวรรณ แสงทอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมือง ลพบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าได้เกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถยนต์เก๋ง ที่ถนนพหลโยธิน ใกล้ปั๊มน้ำมันบางจาก ในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

          ที่ทางเข้าปั๊มน้ำมันพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน สศ-4179 กรุงเทพมหานครจอดอยู่ปากทางเข้าปั๊ม มีร่องรอยการเฉี่ยวชนที่ด้านซ้ายได้รับความเสียหาย ที่หน้าป้ายประกาศราคาน้ำมัน พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า สีฟ้า-ขาว หมายเลขทะเบียน 1กจ-656 สระบุรี ล้มคว่ำอยู่ในสภาพพังยับเยิน เศษชิ้นส่วนกระเด็นกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณที่เกิดเหตุ ที่กลางป้ายไฟพบศพ ด.ช. ชลอภิชาติ อ่อนถา อายุ 12 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/3 หมู่ที่ 1 ต.ท่าแค อ.เมือง ลพบุรี เสียชีวิตในสภาพสยดสยอง เนื่องจากศรีษะกระแทกกับเสาอย่างรุนแรง จนสมองแตกกระจายเกลื่อนถนน เป็นที่น่าสยดสยองกับผู้ที่พบเห็น

          จากการสอบสวน นางกัญญาพัชร กล่ำนาค อายุ 62 ปี ผู้ที่ขับรถยนต์เก๋ง ให้การด้วยอาการตื่นตระหนกเล่าว่าตนเองขับรถมาตามเส้นทางด้วยความเร็วประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อเลี้ยวซ้ายเข้าปั๊มน้ำมัน จู่ๆ ได้ยินเสียงดังโครม ที่ด้านซ้าย และเห็นรถจักรยานยนต์พุ่งชนกับเสาป้ายราคาน้ำมัน ร่างคนขับกระแทกเสาอย่างจัง เสียชีวิตคาที่

          ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ่าหน้าที่ตำรวจ ในเบื้องต้นคาดว่ารถจักรยานยนต์ที่ขับตามหลังมาด้วยความเร็วสูง แซงซ้ายซึ่งเป็นจังหวะที่รถเก๋งเลี้ยวซ้ายเช่นกัน ไม่สามารถหักหลบหรือเบรกได้ทันได้เฉี่ยวชนรถเก๋งก่อนที่จะเสียหลักพุ่งชนเสาจนเสียชีวิตอย่างสยดสยองดังกล่าว

          ทั้งนี้ร้อยเวรได้ควบคุมตัวนางกัญญาพัชร ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ส่วนผู้เสียชีวิตนำส่ง รพ.พระนารายณ์มหาราชเพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรอีกครั้ง ก่อนที่จะติดต่อญาติ นำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตงรายงาน

ท่าเรือแหลมฉบัง ขอคืนพื้นที่ จากผู้บุกรุกพื้นที่ท่าเรือฯ บริเวณพื้นที่ริมถนนทางเข้าชุมชนบ้านทุ่ง

ท่าเรือแหลมฉบัง ขอคืนพื้นที่จากผู้บุกรุกพื้นที่ท่าเรือฯ บริเวณพื้นที่ริมถนนทางเข้าชุมชนบ้านทุ่ง

          เรือโท ยุทธนา โมกขาว ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เผยว่าวันนี้ (26 พ.ย.) เวลา 15.00 น. ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ. แหลมฉบัง เข้าดำเนินการขอคืนพื้นที่จากผู้บุกรุกพื้นที่ท่าเรือฯ บริเวณพื้นที่ริมถนนทางเข้าชุมชนบ้านทุ่ง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว ท่าเรือฯ จะทำการพัฒนาตามแผนการใช้ประโยชน์ในที่ดินของท่าเรือฯ

          แต่มีบุคคลภายนอกบุกรุกพื้นที่ อยู่จำนวนมาก ทั้งตั้งเป็นร้านค้าขายอาหาร และลักลอบนำรถพ่วง รถบรรทุกเข้ามาจอดในพื้นที่ โดยเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 62 ท่าเรือฯ ได้ขอความร่วมมือให้ผู้บุกรุกออกจากพื้นที่ ซึ่งกลุ่มรถพ่วง รถบรรทุก ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และยินยอมเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ภายในวันดังกล่าว

         โดยยังมีผู้บุกรุก 1 ราย ซึ่งเป็นพ่อค้าที่ตั้งร้านขายอาหารอยู่ในพื้นที่ ยังไม่ยอมย้ายออกไป ท่าเรือแหลมฉบัง ได้แจ้งให้เจ้า ของร้านดังกล่าวทราบล่วงหน้าเป็นระยะเวลาหลายเดือนแล้ว จนกระทั่งครั้งสุดท้าย ท่าเรือฯ ได้แจ้งให้ทราบว่าจะเข้าดำเนินการขอคืนพื้นที่ในวันที่ 20 พ.ย.62 แต่ทางเจ้าของร้านไม่ยอมดำเนินการใดๆ ตามระยะเวลาที่กำหนด ทางท่าเรือฯ จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ไปทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ทั้งหมด ในวันนี้ ซึ่งในส่วนทรัพย์สินร้านอาหารของผู้บุกรุก ทางท่าเรือฯ ไม่ได้ทำลายหรือยึดถือไว้แต่อย่างใด โดยให้ทางเจ้าของร้าน ขนย้ายออกไปภายในวันดังกล่าว

          ทั้งนี้ท่าเรือฯ ได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ. แหลมฉบังด้วยแล้วเนื่องจากทางผู้บุกรุกไม่ยินยอม

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี – นักธุกิจแฟรนไชส์ ประสบความสำเร็จ ได้รับโชคถวายน้ำแดง 250 ขวด

          เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 ที่อาศรมฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 ปทุม ธานี – บางปะอิน ได้มีประชาชนเดินทางมากราบสักการะกุมารเจ้าสัวเฮงแล้วได้รับโชคประสบความสำเร็จตามของหวัง จึงถวายน้ำแดงและจุดประทัดแก้บน

         บรรยากาศที่อาศรมฤาษีเณร มีประชาชนพาครอบครัวเข้ามากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์กันตลอดทั้งวัน โดยบริเวณรอบ ๆ อาศรมฯแห่งนี้ กำลังก่อสร้างวิหารพ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศ สำหรับปฎิบัติธรรม โดยมีรูปหล่อองค์พ่อปู่ฤๅษีสูง 34 เมตร และที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากคือ กุมารเจ้าสัวเฮงที่นักเสี่ยงโชคหรือคอหวย จะแวะเวียนเดินทางเข้ามาขอพรและแก้พรด้วยน้ำแดงจำนวนมาก

          ด้าน นางสาววิไลวรรณ นามพรหม อายุ 43 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ครอบครัวทำอาชีพค้าขายเดินทางมาจากอำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมา เพื่อมาไหว้สักการะกุมารเจ้าสัวเฮง เนื่องจากเห็นจากสื่อต่างได้นำเสนอว่ามีคนเข้ามาไหว้แล้วได้รับโชคจึงได้เดินทางมาไหว้ก่อนหวยออก ที่ผ่านมาได้รับโชคจากกุมารเจ้าสัวเฮงแล้วหลายครั้งจึงได้นำน้ำแดงมาถวายเพื่อเป็นการแก้บน

          ส่วน นายนพพล บุญโชคยิ่ง เจ้าของแฟรนไชส์ร้านOK20 กล่าวว่า หลังจากที่ได้เข้ามากราบอาจารย์ฤๅษีเณร พร้อมกับได้มาไหว้สักการะกุมารเจ้าสัวเป็นตามที่มีกระแสข่าวว่าศักดิ์สิทธิ์นัก แล้วพบว่าธุรกิจที่ทำอยู่ดีขึ้นมา จึงได้เดินทางมาแก้บนโดยการซื้อน้ำแดงจำนวน 250 ขวด จุดประทัด 10,000 นัดพร้อมของเล่นรถบังคับขนาดใหญ่สีส้ม 1 คัน.

CR. พี่อนันต์ ปทุมธานี

เราทำความดี ด้วยหัวใจ จิตอาสาสัตหีบ ร่วมฟื้นฟู ชายหาดอ่าวดงตาล

          วันนี้ 26 พ.ย.62 พลเรือโท วราห์ แทนขำ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นประธานเปิดโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ เราทำความดี ด้วยหัวใจ พัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาดอ่าวดงตาล และบริเวณชุมชนชายทะเล บริเวณลานเอนกประสงค์เทศบาลเมืองสัตหีบ หน้าสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

         โดยมี พลเรือตรี อุทัย ชีวะสุทธิ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชา การ ต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งกองทัพเรือ นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศบาลเมืองสัตหีบ ตลอดจนประชาชนจิตอาสาพระราชทาน ทุกภาคส่วนทุกหน่วยงาน กว่า 500 คน ร่วมทำกิจกรรม

         พลเรือโท วราห์ แทนขำ กล่าวว่าด้วยสำนึกพระมหากรุณาธิ คุณ ที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ เราทำความดี ด้วยหัวใจ ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า มีความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์สูงสุดของชุมชนส่วนรวม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนเพื่อให้เกิดความรัก ความผูกพันใน 4 สถาบันหลัก ของชาติ คือสถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชน

         เป็นที่น่ายินดีในวันนี้ ที่ท่านทั้งหลายได้มาชุมนุม โดยพร้อมเพรียงกัน ณ ที่นี้ เพื่อร่วมพิธีเปิดและร่วมมือร่วมใจทำกิจกรรมพัฒนาบริเวณ พัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาดอ่าวดงตาล และบริเวณชุมชนชายทะเล ซึ่งเป็นกิจกรรมอันเป็นสาธารณประ โยชน์ และที่สำคัญเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนทุกคนทุกฝ่ายต่างตระหนัก และให้ความสำคัญในการรักษาความสะอาดบ้านเรือนถิ่นฐานที่อยู่ ร่วมจนถึงสถานที่ท่องเที่ยว ให้สะอาดสวยงาม

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กองเรือยุทธการ ประดับยศนายทหารกว่า 100 นาย ก้าวขึ้นมาสู่ความสำเร็จ ในชีวิตรับราชการ

กองเรือยุทธการประดับยศนายทหารกว่า 100 นายก้าวขึ้นมาสู่ความสำเร็จในชีวิตรับราชการ

          วันนี้ 26 พ.ย.62ที่ สโมสรสัญญาบัตร กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือเอก ชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการ กองเรือยุทธการ เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศนายทหารสัญญาบัตร ที่ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น จำนวน 216นาย นาย โดยมีคณะผู้บังคับบัญชาหน่วยขึ้นตรง ร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดี

          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา7 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479 และคำสั่งกห.(เฉพาะ)ที่ 281/60 ลง27 พ.ค.60 โดยมีนายทหารสัญญาบัตรที่ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น เป็นว่านาวาตรี ว่าที่เรือเอก ว่าที่เรือโท ว่าเรือตรี สังกัดกร.จำนวน 216 นาย ตามคำสั่งกห.ที่1420/2562 ลง 1 พ.ย.62และ คำสั่งกห. ที่ 1473/2562 ลง 12 พ.ย.62 เรื่องเลื่อนยศนายทหารสัญญาบัตรและตามคำสั่งกห.ที่1438/2562 ลง 7พ.ย.62 เลื่อนนายทหารประทวนเป็นนายทหารสัญญาบัตร

          พลเรือเอก ชุมศักดิ์ นาควิจิตร กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับข้าราชการ ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น นับเป็นเกียรติความภาคภูมิใจแก่ตนเอง และวงศ์ตระกูล อันเกิดจากความตั้งใจ พากเพียร และอุตสาหะ เพื่อก้าวขึ้นมาสู่ความสำเร็จในชีวิตรับราชการ อย่างไรก็ตาม ขอให้นายทหารทุกนาย จงปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริต เที่ยงธรรม พร้อมนำความสามารถมาพัฒนากองทัพเรือ และกองเรือยุทธการ ไปสู่ความเจริญก้าวหน้า และปกป้องประเทศชาติให้คงความเป็นเอกราชสืบไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ

ทัพเรือภาคที่ 1 สนับสนุนกำลังพลกองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 และ กำลังพลจากเรือในหมวดเรือเฉพาะกิจทัพเรือภาคที่ 1 จำนวน 30 นาย ร่วมกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ

          วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2562 ด้วยศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราช ทาน 904 วปร. อำเภอสัตหีบ ร่วมกับเทศบาลเมืองสัตหีบ เทศบาลตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล ทหาร ตำรวจ และประชาชนจิตอาสา อำเภอสัตหีบ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ณ บริเวณลานอเนกประ สงค์เทศบาลเมืองสัตหีบ (หน้าสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาสัตหีบ) หมู่ 1 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

         โดยมี พลเรือโท วราห์ แทนขำ ผู้บัญชา การฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นประธานฯ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
ภาพ/ข่าว ปจว./ ปชส.กพร.บก.ทรภ.1

ความดี ไม่มีขาย ใครอยากได้ ต้องทำเอง !!

ความดี ไม่มีขาย ใครอยากได้ ต้องทำเอง !! ชมรมเรารักชนบท ร่วมจิตอาสา จัดดนตรีเปิดหมวก หาเงินช่วยโรงเรียนและเด็กบนดอยสูง

         อย่างนี้สังคม ยังต้องการอีกเยอะ “ความดี ไม่มีขาย ใครอยากได้ ต้องทำเอง” กลุ่มคนในนาม เรารักชนบท ร่วมกับกลุ่มจิตอาสา ตระเวนเล่นดนตรีเปิดหมวก เพื่อหารายได้ ช่วยโรงเรียน บนยอดดอย ที่ห่างไกล แล้วระดมหาทุนสร้างสนามจอดเฮอร์ริค็อปเตอร์ เพื่อขนส่งสิ่งของต่างๆและขนย้ายชาวบ้านที่เจ็บป่วย นำส่ง รพ. เพราะอยู่ห่างไกล ตลอดจนหาเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ให้แก่เด็กๆ และชาวบ้าน บนยอดดอย เนื่องจากอากาศ หนาวเย็น

         โดยนาย พยับ สิงห์คำคูณ ประธานชมรมเรารักชนบท ได้เผยว่า ทางชมรมฯและเหล่ากลุ่มจิตอาสา ได้จัดกิจกรรม ช่วยเหลือโรงเรียนและเด็กที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารและห่างไกล มาโดยตลอด ซึ่งในปีนี้เป็นวโรกาศ ชมรมเรารักชนบท ครบรอบ 13 ปี จึงได้ร่วมกับกลุ่มจิตอาสา จัดกิจกรรมดนตรีเปิดหมวกขึ้น เพื่อรับบริจาค หาทุนทรัพย์

         โดยในปีนี้จะเดินทางขึ้นบนยอดดอยที่ห่างไกลและทุรกันดาน ร.ร.บ้านจอซิเดอเหนือ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในการสร้างห้องน้ำให้กับทางโรงเรียน 4 ห้อง ซ่อมแซมหลังคา อาคารเรียน, สร้างลานจอดฮอ ที่จะลงมือเทปูนในสิ้นเดือนวันที่ 30 พ.ย.62 นี้ เพื่อใช้ในการขนส่งสิ่งของต่างๆตลอดจนผู้เจ็บป่วย มายัง รพ.

         นอกจากนี้ยังจัดสร้างสนามเด็กเล่น และเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม กันหนาวให้กับเด็กๆและชาวบ้าน อีกด้วย โดยจะเล่นดนตรีเปิดหมวกไปตามตลาดนัดต่างๆในเขตเครือสหพัฒน์ เพื่อขอรับบริจาคสมทบทุน จึงใครขอเชิญชวนร่วมบริจาค ช่วยเหลือเด็กๆและโรง เรียนบนดอยสูง อยู่ห่างไกลและทุรกันดาร

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตัดสินปัญหารักโหด !!อดีตสามีพาอดีตภรรยา เที่ยวทะเล หลังหาจังหวะขอคืนดี กลับมาถูกอดีตภรรยายิงโหด หลังก่อเหตุใช้อาวุธกระบอกเดียวกันยิงตัวตายหนีผิด

         เกิดเหตุเศร้าเมื่อเวลา 12.45 น. (26 พ.ย.62) สภ.ศรีราชา ได้รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณหน้า ศรีราชา ฮาร์เบอร์ เลขที่ 31/4 ม.4 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมรายงานต่อ พ.ต.อ.จักรพันธุ์ กิตติสิริพรกุล ผกก.สภ. ศรีราชา พร้อม พ.ต.ท.เทียนชัย เนื่องจำนงค์ สารวัตรสอบสวนและกำลังชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบสอบสวนทันที

         ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย รายแรกเป็นหญิง ทราบชื่อ น.ส.วรรณวิสา ธีระอัครวิภาส อายุ 22 ปี ส่วนอีกรายเป็นชายทราบชื่อ นายชาญวิชย์ สุขกุล อายุ 39 ปี ในที่เกิดเหตุพบอาวุธสั้น ขนาด 99 มม. พร้อมกระสุนที่ถูกยิงไปแล้ว 2 นัด สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บฝ่ายหญิง ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา เพราะกระสุนเข้าจุดสำคัญ บริเวณศรีษะ ส่วนฝ่ายชายถูกกระสุนเข้าบริเวณขา ได้รับบาดเจ็บ ทางกู้ภัยสว่างประทีบศรีราชา นำส่ง รพ.เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว

         สำหรับสาเหตุจากการสอบสวนทราบว่า ก่อนหน้าก่อนเกิดเหตุ ทั้งสองเป็นอดีตสามีภรรยากัน นายชาญวิชย์ อดีตสามีได้มารับฝ่ายหญิงอดีตภรรยาไปทานข้าวหวังจะหาโอกาศ ง้อขอคืนดี แต่ไม่เป็นผล หลังกลับมาโดยอดีตภรรยาได้เข้าทำงานแล้ว นาย ชาญวิชย์ ได้โทรเข้าไปหาอดีตภรรยา และบอกว่าเราเลิกกัน เราเข้ากันไม่ได้ ทำให้นางสาววรรณวิสา ไม่พอใจเรียกให้ตกลงกันที่หน้าสำนักงานแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ทำให้อดีตภรรยาบันดาล โทสะ คว้าอาวุธปืนออกมายิง นายชาญวิชย์ อดีตสามี แล้วหันปากกระบอกปืนลั่นไกเข้าศรีษะ ตนเองล้มลงจมกองเลือด ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ภาพจากกล้องวงจรปิด มาตรวจสอบอีกครั้งว่าเป็นมาอย่างไร

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก