รองผู้บัญชาการทหารบก – ประชุมมอบนโยบายและรับฟังผลการปฏิบัติงาน ของหน่วยมณฑลทหารบกที่ 45 ภายในค่ายวิภาวดีรังสิต

รองผู้บัญชาการทหารบก ประชุมมอบนโยบายและรับฟังผลการปฏิบัติงานของหน่วยมณฑลทหารบกที่ 45 ภายในค่ายวิภาวดีรังสิต

          เมื่อวันที่ ( 27 พ.ย.62 เวลา 13.00 น. ) พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก เดินทางพร้อมด้วย พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 มายังค่ายวิภาวดีรังสิต จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อประชุมมอบนโยบายและรับฟังผลการปฏิบัติงานของหน่วยมณฑลทหารบกที่ 45 ภายในค่ายวิภาวดีรังสิต เน้นย้ำการทำงานตามหน้าที่ ฝากดูแลหน่วยฝึกทหารใหม่ให้ปฏิบัติตามนโยบาย และระเบียบของการฝึกอย่างเคร่งครัด ภารกิจสำเร็จ และให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

          ต่อมา รองผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย แม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 45 เพื่อพบปะกับน้อง ๆ นักศึกษาวิชาทหาร มอบนโยบายและให้กำลังใจในการศึกษา ปลุกจิตสำนึกของความเป็นนักศึกษาวิชาทหาร พร้อมรับชมนิทรรศการ และผลการดำเนินงานกิจกรรมต่าง ๆ ของนักศึกษาวิชาทหาร โดยเน้นย้ำว่า “นักศึกษาวิชาทหารจะต้องมีทัศนคติที่ดีมีความคิดสร้างสรรค์ มีจิตสาธารณะ ทำตนให้มีความทันสมัย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นเยาวชนที่มีภาพลักษณ์ของความสง่างาม มีความเป็นผู้นำ และมีความสามัคคีกลมเกลียวกัน คิดถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักสำคัญ” โดยมี พลตรี มโนช จันทร์คีรี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 45, ผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

ผอ.สปร.ทบ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ติดตาม ผลการดำเนินงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ผอ.สปร.ทบ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

         เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น. พลตรี เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ให้การต้อนรับ พลเอก สมศักดิ์ สมรักษ์ ผอ.สปร.ทบ. และคณะฯ เดินทางมาตรวจเยี่ยม ติดตาม ผลการดำเนินงานโครง การ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และงานนโยบาย/สั่งการกองทัพบก ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 4 ณ ห้องประชุม 1 กองบังคับการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม จังหวัดปัตตานี

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

รอง ผบ.ทบ. และคณะ ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

          เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 เวลา 13.30 น. ณ หน่วยฝึกทหารใหม่ กรมทหารราบที่ 153 กองพลทหารราบที่ 15 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก และคณะ เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่กรมทหารราบที่ 153 และหน่วยขึ้นตรง

          พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปการปฏิบัติงานของกรมทหารราบที่ 153 โดยมี พลตรี สิทธิพร มุสิกะสิน รองแม่ทัพภาคที่ 4, พลตรี สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15, คณะผู้บังคับบัญชา, กำลังพลกองพลทหารราบที่ 153 และทหารใหม่ ร่วมให้การต้อนรับโดยพร้อมเพรียงกัน

           ในการนี้ หลังจาก พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก และคณะ ได้ร่วมสักการะพระสยามเทวาธิราชภายในกรมทหารราบที่ 153 แล้ว จากนั้นได้เข้าฟังบรรยายสรุปการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมาของกรมทหารราบที่ 153 กองพลทหารราบที่ 15 หลังจากนั้นรองผู้บัญชาการทหารบกได้ปลูกต้นอินทนิล บริเวณข้างตึกกองบังคับการกรมทหารราบที่ 153 และเดินทางต่อไปยัง หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 1, กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 153 และ หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารช่างที่15 กองพลทหารราบที่ 15 เพื่อตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ รุ่นปี 2562 ผลัดที่ 2 พร้อมตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ และระบบสาธารณูปโภคของหน่วยฝึกทหารใหม่

          ทั้งนี้ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก ได้ฝากเน้นย้ำแก่ผู้ฝึกทหารใหม่ ถึงการเพิ่มมาตรการในการดูแลปัญหายาเสพติดของทหารใหม่ภายในหน่วย ตลอดถึงการดูแลความเป็นอยู่ ความสะอาดของเรือนโรงต่างๆ ภายในอาคาร ห้องน้ำ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ทหารใหม่ พร้อมกันนี้ รองผู้บัญชาการทหารบกร่วมพูดคุยสร้างขวัญกำลังใจแก่ครูฝึก และทหารใหม่ ในการฝึกให้เป็นไปตามความมุ่งหมายของกองทัพบกต่อไป

           จากนั้นเวลา 16.00 น. คณะเดินทางมายัง กองอำนวยการรักษาความรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อร่วมประชุมและติดตามการดำเนินการของหน่วยในพื้นที่ โดยมี พลโท สมพล ปานกุล แม่ทัพน้อยที่ 4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และหัวหน้าส่วนร่วม ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : southpeace.go.th

สำนักข่าวความมั่นคง

กิจกรรม สานสัมพันธ์ ฉันท์น้องพี่ ชาวคอลอ รักสันติ

กิจกรรม สานสัมพันธ์ ฉันท์น้องพี่ ชาวคอลอ รักสันติ

          วันนี้ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น. หน่วยเฉพาะกิจหรมทหารพรานที่ 43 ร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอหนองจิก และสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองจิก จัดกิจกรรม “สานสัมพันธ์ ฉันท์น้องพี่ ชาวคอลอ รักสันติ” เพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจ ข้อเท็จจริงกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่บ้านคอลอตันหยง จากกรณีเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่ายเข้าติดตามบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ บ้านคอลอตันหยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และได้ปะทะกับกลุ่มคนร้าย ทำให้คนร้ายเสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา โดยมี นายเอก ยังอภัยย์ ณ สงขลา นายอำเภอหนองจิก, พันเอกหาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43, ผู้แทนผู้บังคับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองจิก, นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้นำชุมชน, ผู้นำศาสนาและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม ณ มัสยิดดารุสสลาม หมู่ที่ 1 ตำบลคอลอตันหยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

         กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการพบปะเสริมสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน โดยได้ชี้แจงกับประชาชนในพื้นที่ ได้เข้าใจถึงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่และสร้างความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบเพื่อบังคับใช้กฎหมาย โดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก และปฏิบัติตามขั้นตอน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

          ผลจากการปะทะดังกล่าวทำให้บ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหาย ล่าสุดเจ้าหน้าได้ร่วมกันปรับปุรงซ่อมแซมบ้านจนแล้วเสร็จ และได้มอบเครื่องใช้ในบ้านให้กับผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว พร้อมให้กำลังใจและยืนยันว่าทุกส่วนจะได้รับการเยียวยาอย่างเต็มที่ก่อนจะร่วมพิธีละหมาดฮายัต เพื่อขอพรให้เกิดสันติสุขในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป

          ด้านนายเอก ยังอภัยย์ ณ สงขลา นายอำเภอหนองจิก ยังได้ฝากความห่วงใยจาก พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้ทุกคนร่วมแสดงเจตานารมณ์และปฏิเสธการก่อเหตุรุนแรง และอย่าได้สนับสนุนผู้ที่กระทำผิดที่มาอาศัยอยู่ในพื้นที่ ในหมู่บ้านหรือชุมชน และหากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่ สามารถโทรสายด่วน หมายเลข 1341 และ เบอร์โทรศัพท์ 061-1732999 และอีกช่องทางหนึ่งคือเขียนจดหมาย ส่งผ่านตู้ ปณ. 41 โดยไม่ต้องลงชื่อ

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

รอง ผบ.ทบ. และคณะ ลงพื้นที่ประชุมติดตามความก้าวหน้าด้านการพัฒนา พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

รอง ผบ.ทบ. และคณะ ลงพื้นที่ประชุมติดตามความก้าวหน้าด้านการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

          เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลา 09.00 น. ที่ ห้องประชุม ปัญจเพชร ชั้น 3 อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะฯ เดินทางมายัง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อประชุมติดตามความก้าวหน้าด้านการพัฒนาพื้นที่ และดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในห้วงที่ผ่านมา

          โดยนี้มี พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4, พลโท สมพล ปานกุล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, นายชนธัญ แสงพุ่ม ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะผู้บริหาร ข้าราชการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม

          พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า การลงมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้ เพื่อมอบนโยบายให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมร่วมประชุมติดตามความก้าวหน้าด้านการพัฒนาพื้นที่ ที่ผ่านมาศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อพี่น้องประชาชน มองเห็นจากความก้าวหน้า และความสำเร็จในการดำเนินงานด้านต่างๆ ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ชัดเจน และเป็นรูปธรรม ทั้งงานด้านความมั่นคง และด้านการพัฒนา

         นายชนธัญ แสงพุ่ม ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า สำหรับ การแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง เป็นหลัก โดยมีงานที่ต้องดำเนินการด้วยกัน 2 ด้านคือ ด้านความมั่นคง และด้านการพัฒนา ที่ผ่านมาได้ดำเนินการมุ่งสู่เป้าหมายหลัก 3 ประ การ คือการยกระดับคุณภาพชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, เสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง, การสร้างฐานชุมชนระดับตำบลให้เข้มแข็ง โดยการสร้างทัศนคติที่ดีและถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชน และคนรุ่นใหม่ให้เข้าใจถึงหลักการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

          นอกจากนี้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมกับคณะทำงานเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อสร้างเสริมการเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรม และการพัฒนามนุษย์ เรื่องการฟื้นฟูชุมชนไทยพุทธได้ดำเนินการต่อเนื่อง, เรื่องการอำนวยความเป็นธรรมและเยียวยา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือเยียวยา รวมทั้งงานการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ที่ผ่านมาได้ดำเนินโครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ใช้กลไกลสภาสันติสุขตำบล เพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนระดับตำบล ให้เป็นฐานที่เข้มแข็งทั้งมิติด้านความมั่นคงปลอดภัยอีกด้วย

         ในการนี้รองผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวชื่นชมการทำงานของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้เน้นย้ำการประสานงานความร่วมมือกันระหว่างกองอำนวยการรักษาความภาคใต้มั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดน ทั้งในมิติของการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้กับต่างประเทศให้ได้รับทราบถึงการพัฒนาด้านต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ควบคู่ไปกับงานด้านการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด รวมทั้งเน้นย้ำ งานด้านการพัฒนาศักยภาพและต่อยอดความสามารถของเยาวชนในพื้นที่ เพราะเยาวชนถือเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงเหตุระเบิดรางรถไฟที่ บริเวณบ้านโต๊ะเด็ง ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงเหตุระเบิดรางรถไฟที่ บริเวณบ้านโต๊ะเด็ง ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

          เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลา 11.00 น. ที่ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พันเอก เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวชี้แจง เหตุระเบิดรางรถไฟบริเวณบ้านโต๊ะเด็ง ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เป็นเหตุให้รางรถไฟได้รับความเสียหายประมาณ 1 เมตร ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลาประมาณ 05.30 น.

          พันเอก เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากเกิดเหตุระเบิดรางรถไฟที่ บริเวณบ้านโต๊ะเด็ง ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เป็นเหตุให้รางรถไฟได้รับความเสียหายประมาณ 1 เมตร ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นที่เกิดเหตุ และประสานเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบพื้นที่ และพิสูจน์ทราบชนิดของวัตถุระเบิดที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้ในครั้งนี้ โดยในขั้นต้น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ประสานกับศูนย์ปฏิบัติการเดินรถภาค 4 ทราบว่า การซ่อมรางรถไฟที่ได้รับความเสียหายจะเร่งดำเนินการโดยด่วนให้เสร็จภายในวันนี้ เพื่อให้ประชาชนที่ใช้บริการรถไฟ สามารถกลับมาใช้บริการได้โดยเร็วที่สุด โดยผู้โดยสารที่รับผลกระทบ ศูนย์ปฏิบัติการเดินรถภาค 4 ได้นำรถบัสมารับผู้โดยสารที่ตกค้าง จากสถานีตันหยงมัส ไปส่งยังสถานีปลายทางของผู้โดยสารนั้นๆ ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนและประชาชนที่เดินทางไปโรงเรียนและไปจ่ายตลาดในช่วงเช้า และช่วงเย็นหลังเลิกเรียน

          ภายหลังทราบเหตุ พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจพิสูจน์และเก็บกู้วัตถุระเบิดที่อาจหลงเหลืออยู่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันการลวงและวางระเบิดซ้ำของผู้ก่อเหตุรุนแรง รวมทั้งให้รักษาความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการเดินรถภาค 4 ในการซ่อมแซมรางรถไฟที่ได้รับความเสียหายจนกว่าจะแล้วเสร็จ

          ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนหากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่สามารถแจ้งได้โดยตรงที่หมายเลขสายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชม.

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

พลเอก ประวิตรฯ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2562

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2562 ผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อน 5G มุ่งประโยชน์เพื่อสาธารณะให้เกิดเป็นรูปธรรม

          วันนี้ (28 พ.ย. 62) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 109 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2562 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมด้วย  โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาและรับทราบประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ผลการดำเนินงานของคณะกรรมการภายใต้พระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 รายงานผลการศึกษาเทคโนโลยี 5G และแนวทางการดำเนินงานของประเทศไทย และผลงานการจัดงาน Digital Thailand Big Bang 2019

          ทั้งนี้ ที่ประชุมรับทราบแนวทางการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อน 5G ซึ่งมีแนวทางดำเนินงานสำหรับประเทศไทยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ (1) ระยะเตรียมการ จัดทำแผนการจัดสรรคลื่นความถี่ การกำกับดูแล กำหนดมาตรฐานและแนวทางบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน (2) ระยะเปลี่ยนผ่าน 4G สู่ 5G ดำเนินการจัดสรรคลื่นฯ การทดสอบการวางโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมและมีเสถียรภาพ ส่งเสริมการนำไปใช้ในด้านอุตสาหกรรม และ (3) ระยะเปิดให้บริการโครงข่ายเชิงพาณิชย์ กำหนดนโยบายการจัดสรรและขยายคลื่นความถี่ให้สามารถใช้กับ 5G

          อีกทั้งรับทราบรายงานความสำเร็จของกระทรวงดิจิทัลฯ ในการจัดงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ระหว่างวันที่ 28 – 31 ตุลาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ซึ่งประสบความสำเร็จและสร้างภาพลักษณ์ของการพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศไทยสู่เวทีโลกเป็นอย่างมาก

          พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้มีการทบทวนมติบอร์ดดีอี ในคราวประชุมครั้งที่ 5/2561 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ในเรื่องแนวทางการดำเนินการนำสายสื่อลงใต้ดินตามนโยบายของรัฐบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และได้มีมติเห็นชอบตามมติคราวที่แล้ว และมอบหมายให้กรุงเทพมหานคร ปฏิบัติตามมติโดยคำนึงถึงกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้ง ได้เร่งดำเนินงานการจัดระเบียบสายสื่อสารของประเทศ โดยต้องมีแผนการดำเนินงานทั้งในระยะสั้น และระยะยาว บูรณาการร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม

          รองนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำการทำงานร่วมกันของคณะกรรมการฯ ให้ดำเนินการเป็นไปตามเป้าหมายตามที่กำหนดในนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป รวมทั้งให้มีการกำหนดแผนการดำเนินงานการจัดระเบียบสายสื่อสารประเทศ ทั้งระยะสั้น และระยะยาว โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และคำนึงไม่ให้ส่งผลกระทบต่อด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง สิ่งแวดล้อม และประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องของราคาค่าบริการที่จะเกิดขึ้นต้องมีความเหมาะสมเกิดความเป็นธรรมกับประชาชนผู้ใช้บริการ เพื่อประโยชน์สาธารณะ และไม่ขัดต่อการแข่งขันในเชิงธุรกิจ พร้อมมอบหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กำหนดทิศทางและผลักดันการพัฒนางานด้านดิจิทัลของประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

ไทย – จีน ย้ำสัมพันธ์พี่น้อง เดินหน้าความร่วมมือ อย่างเป็นรูปธรรม

         เมื่อวันที่ (27 พฤศจิกายน 2562) เวลา 14.00 น. ณ ห้องรับรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตรฯ) ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายหวัง เสี่ยวหง (H.E. Mr. Wang Xiaohong) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้

         รองนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับ ในโอกาสเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 13 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมยินดีที่รัฐมนตรีฯ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมรักษาความปลอดภัยพิเศษ (Special Security Bureau) อีกหนึ่งตำแหน่ง โดยช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของความสัมพันธ์ไทย – จีน เชื่อมั่นว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือ เพื่อผลักดันความสัมพันธ์ให้มีความเป็นรูปธรรมในทุกมิติบนพื้นฐานของหลักการ 3 Ms – ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน (mutual trust), ความเคารพซึ่งกันและกัน (mutual respect), และผลประโยชน์ร่วมกัน (mutual benefit)

         ด้านรัฐมนตรีฯ กล่าวยินดีกับพัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่มีความแน่นแฟ้นและรอบด้าน โดยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสีฯ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญมิตรภาพของสาธารณรัฐประชาชนจีนแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณประชาชนจีน อีกทั้งนายกรัฐมนตรีหลี่ฯ ยังได้ฝากความปรารถนาดีมายังรองนายกรัฐมนตรี สะท้อนให้เห็นว่าจีนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ในทุกระดับระหว่างทั้งสองประเทศเป็นอย่างมาก

          ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างและยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงและทางทหารให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบให้เสริมสร้างความร่วมมือด้านการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การต่อต้านการก่อการร้าย ความร่วมมือทางอาญา และการต่อต้านการฟอกเงินรวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย

“PMU พบ ประชาคมวิจัย”

          “PMU พบประชาคมวิจัย” เป็นการเปิดเวทีทำความเข้าใจระหว่างหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (PMU) เกี่ยวกับภาพรวมในการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมในบริบทของประเทศ การดำเนินงานแนะรายละเอียดการให้ทุนวิจัยและนวัต กรรมปี 2563 – ปี 2564 และขอบข่ายการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมของ PMU รวมถึงการตอบประเด็นซักถามต่างๆ ของประชาคมวิจัย

          สืบเนื่องมาจากระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้มีการออกแบบแนวทางการสนับสนุนงบประมาณวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศที่สอดรับกับ “นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.2563–2570” เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยในปี พ.ศ. 2563 และ 2564 ได้กำหนดให้มี 4 แพลตฟอร์ม ได้แก่
1) การพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้
2) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม
3) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสมารถการแข่งขัน
4) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ

          ตลอดจนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) และมี 16 โปรแกรม ผ่านกลไกสำคัญในการบริหารงบประมาณวิจัยโดยมีหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (Program Management Unit, PMU) ประกอบด้วย

  1. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
  2. สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.)
  3. สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.)
  4. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
  5. หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.)
  6. หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประทศ (บพข.)
  7. และหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

          ซึ่งทั้ง 7 หน่วยได้เห็นควรให้มีการประชุมชี้แจงเพื่อร่วมกันในการสร้างความเข้าใจในการดำเนินงานและกลไกการบริหารจัดการทุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (PMU)

          การจัดประชุมชี้แจง “PMU พบประชาคมวิจัย” ในครั้งนี้ จะทำให้ประชาคมวิจัยเข้าใจในการดำเนินงานและกลไกการบริหารจัดการทุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงสามารถดำเนินการตามแผนงาน/โครงการสำคัญให้บรรลุเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์สำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กก.2​ สืบสวน​ตม. รวบแก๊งชาวจีน ตบตาคนไทย แกล้งใบ้ หูหนวก ขอเงินรักษามะเร็ง

กก.2​ สืบสวน​ตม.รวบแก๊งชาวจีน ตบตาคนไทย แกล้งใบ้ หูหนวก ขอเงินรักษามะเร็ง พบบินขอทานหลายที่ทั้ง ไทย มาเลย์ เวียดนาม

         วันพฤหัสบดีที่ 28 พ.ย.62 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.กฤชมง กุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม. พร้อมชุดสืบสวน ร่วมแถลงข่าวกลุ่มแก๊งชาวจีนแสบ แสร้งทำเป็นใบ้ หูหนวก ถือป้ายหลอกเป็นโรคร้าย ขอเงินนักท่องเที่ยว ตระเวนทำในหลายประเทศ เช่น ไทย มาเลเซีย เวียดนาม สลับกันไป

         พล.ต.ต.พรชัยฯ​ กล่าว​ว่า​ สืบเนื่องมาจาก กก.2 บก.สส. สตม. ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ให้ดำเนินการกับกลุ่มแก๊งชาวจีน ที่เข้ามารบเร้านักท่องเที่ยว โดยการเดินถือป้ายข้อ ความต่างๆ และแสร้งทำเป็นคนใบ้ หูหนวก เรียกความสงสาร สร้างความตระหนกตกใจและความเดือดร้อนต่อนักท่องเที่ยว

         โดยเมื่อวันที่​ 19 พ.ย.62​ เจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่สืบหากลุ่มบุคคลดังกล่าว ย่านสุขุมวิท​พระโขนง จนกระทั่งพบ นายตันฯ อายุ 61 ปี สัญชาติ จีน ขณะเรี่ยไรขอเงินบุคคลทั่วไป โดยถือป้ายมีข้อ ความว่า “ขอความช่วยเหลือ ภรรยาของฉันป่วยเป็นมะเร็งเม็ดโลหิตขาว รักษาอยู่ในโรงพยาบาลต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก จึงวอนขอความช่วยเหลือจากท่านทั้งหลาย”

         จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบ นายตันฯ ใช้ภาษามือบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าตนเป็นใบ้ หูหนวกไม่ได้ยินเสียง เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยังล่ามภาษาจีน ภายหลังรับว่าตนเองไม่ได้เป็นใบ้ หูหนวก แต่อย่างใดและภรรยาก็ไม่ได้ป่วยตามที่กล่าวอ้าง เจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนขยายผล ทราบว่ามีเพื่อนร่วมแก๊งอีกหลายคน อาศัยโรงแรมย่านสถานีรถไฟหัวลำ โพง จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบโรงแรมดังกล่าว พบเพื่อนร่วมแก๊งขอทานชาวจีนอีกจำนวน 3 ราย ภายในห้องพักกำลังนั่งจับกลุ่มดื่มเบียร์ พบเศษก้นบุหรี่จำนวนมาก และพบไพ่หลายสำรับ รับสารภาพว่าเงินส่วนหนึ่งที่ได้จากการขอทาน ได้นำมาเล่นการพนันไพ่กัน และให้การต่อไปว่ารายได้จากการพนันเฉลี่ยวันละ 2,500 บาท

         ขอทานชาวจีนกลุ่มนี้มาจาก มณฑลหูเป่ย​ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เดินทางโดยเครื่องบินไปขอทานในหลายประเทศ เช่น ไทย มาเลเซีย และเวียดนาม สลับกันไป ดังนั้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีในข้อหา “กระทำการอันเป็นขอทาน” พร้อมได้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ด้วยเหตุผล “ไม่มีปัจจัยยังชีพตามควรแก่กรณีที่เข้ามาในราชอาณาจักร” จากนั้นจะได้ขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

         สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ใคร่ขอเรียนกับพี่น้องประชาชนว่า หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​