ตราด – อบต.ไม้รูด จัดพิธีรับพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี

องค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด จัดพิธีรับพระราชทานพระ บรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562

          วันที่ 29 พย.2562 เวลา 10.00 น. ณ.อาคารเฉลิมพระ เกียรติ 50 พรรษา ขององค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด จ.ตราด นายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนตําบไม้รูด เป็นประธาน ในพิธีรับพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 พร้อมด้วย นางเบญจวรรณ วิศวเวช ปลัดองค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 รัฐบาลโดยคณะอนุกรรมการฝ่ายกลังกรองโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชภิเษกได้ โดยคณะผู้บริหารสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด และหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ เข้าร่วม เสนอโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวาระมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกกระทรวงมหาดไทย

         โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้นําเนินการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เชิญ พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ฉายกับสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ไปจัดพิมพ์เป็นแผ่นภาพขนาด 8.25 x 11.75 นิ้ว จํานวน 23,323,000 แผ่น เอามาสําหรับมอบให้แก่ประชาชนทุกครัวเรือน แบ่งให้ในพื้นที่ขององค์บริหารส่วนตําบลไม้รูด จำนวน 1,741 แผ่น โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนหน่วยงานและองค์กรต่างๆได้น้อมสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

         ดังนั้น องค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูดจึงได้จัดพิธีรับพระ ราชทานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีในครั้งนี้ขึ้น

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รพ.สิริกิติ์ฯ – จัดกิจกรรมวันเบาหวานโลก

รพ.สิริกิติ์ฯ จัดกิจกรรมวันเบาหวานโลก สาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 รองจากโรคหัวใจและโรคมะเร็ง คาดในปี 2573 มีผู้ป่วยเบาหวานถึง 522 ล้านคนทั่วโลก

          โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ จัดกิจกรรม “วันเบาหวานโลก ปี 2562” เพื่อรณรงค์ให้ผู้ป่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรค หลังพบจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่ รพ.สิริกิติ์ ฯ มีมากถึง 3,000 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปี คาดในปี 2573 มีผู้ป่วยถึง 522 ล้านคนทั่วโลก การจัดกิจกรรม มุ่งเน้นการดำเนินงานเชิงรุกด้านการดูแลรักษาตั้งแต่แรก รวมทั้งป้องกันและค้นหาประชากรกลุ่มเสี่ยงเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม

         วันนี้ 29 พ.ย.62 พลเรือตรี เกิดศักดิ์ วีระโยธิน ผอ.โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นประ ธานเปิดการจัดกิจกรรม “วันเบาหวานโลก ปี 2562” ณ ห้องโถงอาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลสมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ฯ ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมมอบรางวัลชนะเลิศให้แก่ ผู้พิชิตเบาหวาน และรางวัลอื่นๆ แก่ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมเบาหวาน โดยมี นาวาเอก พัลลภ สุภากรณ์ ผช.ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร และหัวหน้ากลุ่มงานออร์ โธปิดิกส์ฯ หัวหน้ากลุ่มงานอายุรเวชกรรมฯ คณะดำเนินงาน และสมาชิกค่ายเบาหวาน โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

         น.อ.หญิง รุจิเรข ธรรมเจริญ หัวหน้าห้องตรวจโรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิก รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ร่วมกับสหพันธ์เบาหวานนานาชิต (IDF) ได้กำหนดให้วันที่ 14 พ.ย. ของทุกปีเป็นวันเบาหวานโลก นับตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปได้รู้ถึงสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค การป้องกันและชะลอการเกิดโรค อันตรายและผลกระทบอันร้ายแรงของโรคเบาหวานสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน มีเป้าหมาย มุ่งเน้นการให้ความรู้ วิธีการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันภาวะแทรก ซ้อน หากดูแลรักษาตั้งแต่เริ่มแรกจะสามารถช่วยลดอัตราความพิการ การเสียชีวิต และสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับคนปกติทั่วไป

          ทั้งนี้ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ มีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานมากถึง 3,000 รายต่อปี และผู้ป่วยเบาหวานขณะตั้งครรภ์ 300 รายต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปี เบาหวานจัดเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง แต่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตในอันดับที่ 3 รองจากโรคหัวใจและโรคมะเร็ง ขณะนี้มีประชากร 425 ล้านคนทั่วโลกป่วยเป็นโรคเบาหวาน โดย 1 ในล้านคนเป็นเบาหวานในเด็ก และวัยรุ่นเด็กแรกเกิด 1 ใน 6 คน เกิดจากแม่ที่เป็นเบาหวาน ในปี พ.ศ. 2560 พบอัตราการตายจากโรคเบาหวานถึง 4 ล้านคนทั่วโลก และคาดว่าจะมีผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มมากขึ้นถึง 522 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2573

         พลเรือตรี เกิดศักดิ์ วีระโยธิน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมวันเบาหวานโลกทำให้ได้รู้ถึงพิษภัยของโรคเบาหวาน แก่ผู้ป่วยเบาหวานทั้งในวัยเด็ก วัยผู้ใหญ่ ผู้ป่วยเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานในอนาคต รวมทั้งประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงผลกระทบอันร้ายแรงของโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า โรคเบาหวานทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจอัมพาต เบาหวานขึ้นจอประสาทตาเรื้อรัง และที่เท้าจนนำไปสู่การถูกตัดขา และหากได้รับการรักษาที่ไม่ดีพอ จะทำให้มีภาวะแทรกซ้อนที่ไต ทั้งนี้ผู้ป่วยจำนวนมากต้องได้รับการฟอกไตและเพิ่มอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย

         การจัดกิจกรรมในวันนี้ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งนอกจากจะเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจแล้ว ยังเป็นการรณรงค์ให้ผู้ป่วยเบาหวานและประชาชนโดยทั่วไป ได้มีความตระหนักถึงพิษภัยของโรคเบาหวาน และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมต่อการป้องกันสภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน และลดความรุนแรงของผลกระทบสำหรับผู้ป่วยเบาหวานในระยะต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอีกด้วย

          การจัดกิจกรรมในวันนี้ นอกจากมีการจัดนิทรรศการวันเบาหวานโรคแล้ว ยังจัดกิจกรรมตรวจน้ำตาลในเลือด ให้คำแนะ นำการรับประทานอาหารที่ถูกต้องเหมาะสมกับผู้ป่วยเบาหวาน กิจกรรมการแสดงด้าหน้าเวทีจากชมรมผู้สูงอายุ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ การบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทำอย่างไรให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวห่างไกลโรคเบาหวาน” พร้อมตอบคำถามชิงรางวัล

          และที่สะดุดตาเห็นจะได้แก่ ทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ที่แต่งกายด้วยชุดฮาวาย ย้อนยุค “แดง ไบเล่” สมัยปี 2499 มาร่วมกิจกรรม สร้างสีสันแบบน่ารักและความเป็นกันเองกับผู้เข้าร่วมกิจ กรรมในวันนี้อีกด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผู้ต้องขัง เรือนจำฐานทัพเรือสัตหีบ ร่วมสอบธรรม สนามหลวงใช้ธรรมมะขัดเกลาจิตใจ

ผู้ต้องขังเรือนจำฐานทัพเรือสัตหีบร่วมสอบธรรมสนามหลวงใช้ธรรมมะขัดเกลาจิตใจ

         วันนี้ 29 พ.ย.62 ที่เรือนฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พระครูวิสาทรสุตากร เจ้าคณะตำบลพลูตาหลวง เจ้าอาวาสวัดช่องแสมสาร พระครูวิธานธรรมมานุยุต เจ้าคณะตำบลบางเสร่ เจ้าอาวาสวัดบางเสร่คงคาราม พร้อมคณะสงฆ์ มาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ การเปิดสอบธรรมศึกษาชั้น ตรี โท เอก ประจำปี 2562 (สนามสอบที่ 3)

          โดยมี นาวาตรี สำราญ คล้ายสุด ผู้บังคับเรือนจำฐานทัพเรือสัตหีบ ข้าราชการ ทหาร ตลอดจน ทหารกองประจำการ ผู้ต้องขัง นักเรียนโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง กองทัพเรือแบบพิเศษ ฐานทัพเรือสัตหีบ เข้าร่วมในการสอบธรรมสนามหลวง

         นาวาตรี สำราญ คล้ายสุด กล่าวว่า ในการสอบธรรม สนามหลวงธรรมศึกษาชั้น ตรี โท เอก ประจำปี 2562 ของเรือนจำฐาน ทัพเรือสัตหีบ เป็นสนามสอบที่3 โดยมีผู้ที่สมัครเข้าสอบ แบ่งเป็นสอบนักธรรมตรี ผู้ต้องขังและทหารกองประจำการ จำนวน 46 นาย นักเรียน โรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองฯ จำนวน 68 นาย สอบนักธรรมโท 4 นาย นักธรรมเอก จำนวน 2 นาย รวมผู้เข้าสอบทั้งสิ้น 120 นาย

          ซึ่งเน้นให้ผู้ต้องขังได้ศึกษาวิชาธรรมให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อเสริมเพิ่มเติมจากวิชาทั่วไป เพื่อให้มี คุณธรรม จริยธรรม และนำไปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติหลังพ้นโทษออกไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ไทย – ฮ่องกง ร่วมยกระดับการพัฒนา ด้านเศรษฐกิจ ระหว่างกันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ไทย-ฮ่องกง ร่วมยกระดับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจระหว่างกันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

          วันนี้ (29 พ.ย.62) เวลา 09.30 น. ณ ตึกสันติไมตรีหลังใน ทำเนียบรัฐบาล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ นางแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมเป็นประธานการประชุมระดับสูงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างไทย-เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ครั้งที่ 1 โดยมีคณะรัฐมนตรีประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมด้วย สรุปสาระสำคัญดังนี้

          รองนายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีต่อการเยือนไทยครั้งนี้ของผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมิตรภาพที่แน่นแฟ้นและความสัมพันธ์ที่มีพลวัตระหว่างกัน ทั้งนี้ไทยให้กำลังใจและหวังว่ารัฐบาลฮ่องกงจะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ในฮ่องกงด้วยดี รวมถึงเชื่อมั่นว่าด้วยพื้นฐานที่มั่นคงทางเศรษฐกิจและศักยภาพของฮ่องกง จะทำให้ฮ่องกงแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

          ทั้งสองฝ่ายเชื่อมั่นว่าการประชุมฯ ครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดแนวทางและเป้าหมายของความร่วมมือระหว่างกัน ซึ่งนับเป็นมิติใหม่ในความสัมพันธ์ ไทย – ฮ่องกง เนื่องจากจะเป็นกลไกเชิงนโยบายที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมหารือกัน โดยที่ประชุมฯ เห็นพ้องส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1. ด้านการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าจะร่วมมือกันผลักดันให้มูลค่าการค้าไทยและฮ่องกงบรรลุเป้าหมาย 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2563 ตามที่ทั้งสองฝ่ายได้ตั้งเป้าไว้ เมื่อปี 2560 พร้อมทั้งเริ่มหารือในเบื้องต้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย – ฮ่องกง และการปรับปรุงความตกลงว่าด้วยการคุ้มครองการลงทุนของภาคเอกชนให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน
2. ด้านการลงทุนและการโยกย้ายฐานการผลิต ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนในการสร้างเครือข่าย การแลกเปลี่ยนการเยือน และการร่วมกิจกรรมระหว่างกัน โดยมุ่งยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการทั้งสองฝ่าย
3. ด้านการเงิน ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันขับเคลื่อนการเชื่อมโยงตลาดหลักทรัพย์และตลาดทุนของกันและกัน ผ่านผลิตภัณฑ์การลงทุนชนิดใหม่ ๆ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลการตลาด โดยเฉพาะการทำ regulatory mapping ซึ่งจะปูทางไปสู่ผลิตภัณฑ์ด้านการเงินใหม่ ๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนสีเขียว (ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม)
4. ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยที่คนไทยและฮ่องกงต่างมี “พลังแห่งความสร้างสรรค์” (creative power) อยู่มาก อาทิ ในด้านภาพยนตร์ ละคร โฆษณา การออกแบบ สองฝ่ายจึงจะร่วมกันพัฒนาและเสริมสร้างให้มีการใช้พลังนั้นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการของทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะมีการจัดทำแผนงานร่วมกันต่อไป
5. ด้านการส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น (Start-up) ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี ทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างระบบนิเวศของการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม และได้รับทราบถึงพัฒนาการที่เป็นรูปธรรมระหว่าง Hong Kong Cyberport และ Innospace Thailand และแสดงความพร้อมที่จะส่งเสริมความร่วมมือในลักษณะดังกล่าวให้มีมากยิ่งขึ้น โดยจะร่วมกันสนับสนุนการดำเนินการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ การทำวิจัยร่วม เพื่อส่งเสริมให้ Start-up เข้าสู่ตลาดโลกได้ง่ายขึ้น

          ในตอนท้าย ทั้งสองฝ่ายยืนยันความพร้อมในการร่วมมือกันทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเชื่อมั่นว่าการประชุมฯ ในวันนี้จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันในทุกมิติแก่ทั้งไทยและฮ่องกง รวมทั้งภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม

          โดยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมฯ รองนายกรัฐมนตรีและผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน และร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงต่างๆ อีก 5 ฉบับ ได้แก่

  1. บันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์กับศูนย์การออกแบบฮ่องกง
  2. บันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์กับสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง
  3. บันทึกความเข้าใจระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกับสหพันธ์อุตสาหกรรมฮ่องกง
  4. บันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทยกับสหพันธ์อุตสาหกรรมฮ่องกง
  5. บันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกับอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง

          จากนั้น รองนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ได้ร่วมกันแถลงข่าว ณ โถงกลางตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

นายกรัฐมนตรี ย้ำขับเคลื่อน พัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมยางพาราไทย แบบครบวงจร

นายกรัฐมนตรี ย้ำขับเคลื่อนพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมยางพาราไทยแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางยางพาราในภูมิภาค รักษาระดับผู้ผลิตและผู้ส่งออกยางให้ได้

          วันนี้ (29 พ.ย.62) เวลา 09.30 น. ณ อิมแพค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี  อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดงาน “Thailand Rubber Expo 2019 ”  จัดโดยการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเป็นเวทีในการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการด้านยางพาราทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่การประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์จากยางพาราของเกษตรกร สถาบันเกษตรกร ชาวสวนยางไทย และผู้ประกอบการ รวมทั้งแสดงศักยภาพความเป็นผู้นำของไทยในฐานะผู้ผลิตยางคุณภาพ โดยมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เอกอัครราชทูต ผู้ประกอบธุรกิจการยาง ภาคธุรกิจเอกชนจากในและต่างประเทศ ภาคเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน

         นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการจัดงาน “Thailand Rubber Expo 2019 ” ว่า เป็นโอกาสที่ดีที่ได้มาเห็นการพัฒนาการของอุตสาหกรรมยางพาราของไทยที่ได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ยางพารา ซึ่งประเทศไทยมีการผลิตยางพาราจำนวนมาก โดยนำมาใช้ในประเทศจำนวนหนึ่งและส่งออกไปต่างประเทศด้วย ทั้งนี้การที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ และมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพาราจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นมาได้ ส่งผลดีไปสู่เกษตรชาวสวนยางและเกษตรกรอื่นโดยรวมต่อไป ในอดีตอุตสาหกรรมยางพาราของไทยเติบโตตามทิศทางราคายางและความต้องการใช้ยางทั่วโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมยางของไทยกำลังเผชิญกับความท้าท้ายจากภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน ประเทศที่เป็นตลาดหลักยางพาราที่ไทยต้องพึ่งการส่งออก เช่น สหรัฐอเมริกาและยุโรปมีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ หรือประเทศคู่มิตรอย่างจีนที่ต้องการเป็นศูนย์กลางสินค้ายาง พาราระดับโลก ตามแผนพัฒนาของจีน มีการลงทุนปลูกยางในประเทศอื่นเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้จีนสามารถเพิ่มผลผลิตยางพาราเพื่อใช้ภายในประเทศมากขึ้นและอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกยางพาราของไทย โดยเรื่องนี้ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันคิดหาแนวทางที่จะทำให้เกิดประโยชน์ร่วมกันเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ลดความเหลื่อล้ำ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

          นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมยางพาราไทยครอบคลุมทั้งระบบตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ไปจนปลายทาง โดยในส่วนของต้นทาง รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางในการสร้างเสถียรภาพราคายาง ในระยะยาว เช่น การจัดทำแผนการบริหารจัดการยางพาราของประเทศทั้งระบบ การลดพื้นที่เพาะปลูกในพื้นที่ที่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการนำองค์ความรู้มาใช้ในการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนของเกษตรกร พร้อมทั้งส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐใช้วัตถุดิบยางพาราจากเกษตรการชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ขณะที่กลางทาง หรือผู้ประกอบการยางพารา รัฐบาลมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราของไทยอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาพัฒนาต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ยางพารา และผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางแบบครบวงจร พร้อมยกระดับและพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางยางพาราในภูมิภาค เพื่อรักษาระดับผู้ผลิตและผู้ส่งออกยางให้ได้ พร้อมกันนี้ ได้กำหนดมาตรการทางการเงินเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการยางพาราสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          นอกจากนี้ รัฐบาลยังดำเนินงานเชิงรุกเพื่อแสวงหาและขยายไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพอื่น ๆ เช่น อินเดีย ตุรกี เป็นต้น และจะขยายตลาดไปสู่ประเทศแอฟริกาซึ่งกำลังมีการพัฒนาในเรื่องของโครงการพื้นฐานและมีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์จากยางพาราในการทำถนนด้วย จึงเป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทยที่จะขยายตลาดไปสู่ประเทศดังกล่าวด้วย เพื่อสร้างโอกาสให้ผลิตภัณฑ์ยางพาราไทยเติบโตขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ โดยการจัดงานในวันนี้ถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมยางพาราไทยตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อีกทั้งเป็นกลไกในการสร้างความร่วมมือ การสร้างเครือข่าย การเจรจาการค้าการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับยางพาราไทยต่อไป

          จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการการจัดงาน  “Thailand Rubber Expo 2019 “อาทิ นิทรรศการการยางแห่งประเทศไทย ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วว.) พร้อมเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากยางพาราที่นำมาจำหน่ายภายในงานด้วย เช่น บรรจุภัณฑ์อาหาร สมุนไพร หมอนเพื่อสุขภาพ โดยนายกรัฐมนตรี ได้ย้ำถึงการผลิตสินค้าว่าต้องคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นสำคัญให้ครอบคลุมทั้งด้านคุณภาพและราคาที่เหมาะสม ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ รวมถึงการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิมเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันในการพัฒนาประเทศให้ก้าวต่อไปข้างหน้า

         ทั้งนี้ ผู้สนใจและนักธุรกิจ ผู้ประกอบการ นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไป สามารถมาร่วมงาน “Thailand Rubber Expo 2019 ” ได้ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 1 ธันวา คม 2562 ณ อิมแพค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี  อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

         โดยภายในงานจะได้พบกับนิทรรศการนวัตกรรมและงานวิจัยยางพารา ได้แก่ โซนจับคู่ธุรกิจ/นัดหมายเจรจาการค้า โซนออกร้านจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ยางพาราและสินค้าอื่น  โซนนิทรรศการนวัตกรรมและงานวิจัยยางพารา โซนเสวนาและจัดกิจกรรมพิเศษต่างๆ ในงาน โซนให้บริการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน  ตลอดจนนิทรรศการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานร่วมบูรณาการ อาทิ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ อีกทั้งยังจะได้จับจ่ายสินค้าผลิต ภัณฑ์ยางพาราและสินค้าอื่นที่เกี่ยวข้อง กว่า 250 ร้านค้า

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

อบต. มะเกลือเก่า​ เพิ่มศักยภาพ หน่วยงานรับโอนรถดับเพลิง​ “บิ๊กวิน”

นายกฯอบต.มะเกลือเก่า รับโอนรถดับเพลิงชนิดมีหัวฉีดน้ำในตัว Mercedes-Benz และ ชุดดับเพลิง จากกรุงเทพ มหานคร​ มาประจำการ เพิ่มศักยภาพภาระกิจหน่วยป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ช่วยเหลือประชาชน

         เมื่อวันที่ 22 พ.ย.62 ที่จ.นครราชสีมา​ : ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกชัย พรหมพันธ์ใจ นายกอบต.มะเกลือเก่า​ จ.นครราชสีมา ทำหนังสือประสานงานไปยัง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้​ว่าราช การกรุงเทพมหานคร เพื่อรับโอนรถดับเพลิงเคลื่อนที่เร็วชนิดมีหัวฉีดน้ำในตัว บรรทุกน้ำได้ 1,500 ลิตร ยี่ห้อเมอร์ซิเดสเบนซ์ (Mercedes-Benz) ที่ติดตั้งเครื่องดับเพลิงชนิดที่มีผงเคมีแห้งที่มีประสิทธิภาพในการดับไฟ

          ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นอกจากนี้ยังส่งมอบอุปกรณ์การกู้ภัยขั้นต้นที่สามารถฉีดน้ำดับเพลิงได้สูงประมาณ ตึก 3 ชั้น หรือ อาคารขนาดไม่เกิน 4 ชั้น รวมทั้งบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่ในตรอก ซอก ซอย เพื่อใช้เสริมศักยภาพพลังภาระกิจงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยอบต.มะเกลือเก่า ในการช่วยเหลือประชาชน

ตุ๋ย-อาชญากรรม-หน.ศูนย์ข่าวนครราชสีมา
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

อุ่นใจเมื่อเดินทางไปกับ​ “นครชัย 21”

         นครชัย 21​ รถโดยสารปรับอากาศที่ปรับปรุง​ ด้าน การบริการ การประชาสัมพันธ์ พนักงานขับรถ แอร์โฮสเตท ฯลฯ ที่ให้บริการลูกค้าผู้ใช้บริการด้วยความประทับใจ

          ขณะเดียวกันรถโดย สารก็มีสิ่งอำนวยความดวกมากมาย เช่น เบาะนั่งปรับเอนได้กว้าง เบาะนั่งแบบนวดได้ทั้งแผ่นหลัง เป็นต้น​ นับเป็นการบริการที่อัพเดทในระดับหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้บริการประทับใจ​

นครชัย 21​ จ.นครราชสีมา สามารถติดต่อขอรับบริการได้ที่​ โทร.044-257-997

Cr.ตุ๋ย-อาชญากรรม-ข่าวนครราชสีมา
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เอกอัครราชทูตจีนฯประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธี “รำลึกครบรอบ 80 ปี ท่านเหียกวงเอี่ยม” อดีตประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธี “รำลึกครบรอบ 80 ปี ท่านเหียกวงเอี่ยม” อดีตประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

         เมื่อเร็วๆนี้ พฤศจิกายน​ 2562 ฯพณฯ หลู่ย์เจี้ยน เอก อัคร ราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธี “รำลึกครบรอบ 80 ปี ท่านเหียกวงเอี่ยม” อดีตประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งสมัยที่ 1, 2 และ 3

         จัดโดยนายอร่าม เอี่ยมสุรีย์ กรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และทายาทครอบ ครัวเอี่ยมสุรีย์ โดยมี นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรม การ คณะกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และตัวแทนสถาบันวิทยาการผู้นำไทย-จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ดร.จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานหอการค้าไทย-จีน ร่วมขึ้นกล่าวคำรำลึก ณ ศาลาเอี่ยมสุรีย์ อำเภอบางปู จังหวัดสมุทรปราการ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน.ขอนแก่น บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาประจำปีงบประมาณ 2563 ครั้งที่ 1/63

กอ.รมน.ขอนแก่น บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาประจำปีงบประมาณ 2563 ครั้งที่ 1/63

         เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2562 เวลา 15.00 น.​ : พ.ต. เอกชัย ไสวงาม ชรก.กอ.รมน.จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นายณชพัฒน์ ไกรศรีวรรธนะ จนท.ปฏิบัติการด้านการข่าว กอ.รมน. จังหวัดขอนแก่น เป็นผู้แทนหน่วย ร่วมบูรณาการกับพาณิชย์จังหวัดขอน แก่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การลงพื้นที่ตรวจป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาประจำปีงบประมาณ 2563 ครั้งที่ 1/63

         โดยปฏิบัติ ตามนโยบายการแก้ใขปัญหาการละเมิดทรัพย์ สินทางปัญญาฯ ประจำเดือนพฤศจิกายน​ 2562 ณ ศูนย์ค้าส่ง ประตูน้ำขอนแก่น และตลาดต้นตาล ขอนแก่น ผลการปฏิบัติ ไม่พบผู้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมแนะนำสถานประกอบการให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับกฎหมายโดยเคร่งคัดได้รับความร่วมมือจากสถานประกอบการเป็นอย่างดี

Cr.ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ขอนแก่น
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ป่อเต็กตึ๊ง “ปันน้ำใจสู่ชาวชุมชน” นำร่องยกระดับการช่วยเหลือชาวชุมชนในเขตกรุงเทพฯ

ป่อเต็กตึ๊ง “ปันน้ำใจสู่ชาวชุมชน” นำร่องยกระดับการช่วยเหลือชาวชุมชนในเขตกรุงเทพฯ

          เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวันชิด ศิรสีห์ รองผู้จัดการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยนายฐิติวัชร์ วรรณมโนมัย หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน และนางสาวศิริพร เอกบุตร หัวหน้าแผนกบริการทั่วไป จัดทีมแพทย์อาสา พร้อมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปและจ่ายยา ตัดผม แจกจ่ายไม้เท้าช่วยพยุงแก่ผู้สูงอายุและผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ รวมทั้งให้บริการอาหารและน้ำดื่ม จำนวน 500 ชุด แก่ประชาชนในชุมชนโรงปูน ณ ที่ทำการโรงปูน ถนนเพชรพระราม เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

          ปัจจุบัน หน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ออกบริการประชาชนตามชุมชนต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมทั้งในพื้นที่ห่างไกลเป็นประจำทุกเดือน อีกทั้งแผนกบริการ ได้ออกบริการอาหารและน้ำดื่มแก่ประชาชนในงานกิจกรรมรวมถึงพิธีต่างๆ เรื่อยมา

          โดยทุกท่านสามารถติดตามภารกิจมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org หรือ Facebook Fanpage : facebook.com/atpohtecktung

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #ติดต่อ-สอบถาม #ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418 #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​