“ในหลวง” พระราชทานเงิน 42 ล้านบาท สร้างทดแทนอาคารหลังเดิมที่เสียหายจากสถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา โรงพยาบาลพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

“ในหลวง” พระราชทานเงิน 42 ล้านบาท สร้างทดแทนอาคารหลังเดิมที่เสียหายจากสถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา โรงพยาบาลพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และกรรมการมูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูล พร้อมด้วย พล.อ.อ. ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารภูมิพัฒน์ และอาคารพักเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ โดย พล.ท. วีรยุทธ รักศิลป์ มทภ.2, พล.ต. อัครสิทธิ์ ปะกิระตา ผบ.มทบ.25, ผบ.กองกำลังสุรนารี, จิตอาสา 904, จิตอาสาพระราชทาน พร้อมด้วย นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์, นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 9 และผู้บริหารรวมถึงบุคลากร ร่วมพิธี

จากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ช่วงวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้อาคารภูมิพัฒน์ และอาคารพักพยาบาล โรงพยาบาลพนมดงรักฯ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ไม่สามารถซ่อมแซมได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเงินจำนวน 42 ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารภูมิพัฒน์และอาคารพักพยาบาลทดแทน

พร้อมกันนี้ องคมนตรีได้เป็นผู้แทนมอบชุดตรวจเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ 4 สายพันธุ์ จำนวน 2,000 ชุด ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานแก่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติทั้ง 11 แห่ง เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรค รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชน

#ทรงพระเจริญ #วางศิลาฤกษ์อาคารภูมิพัฒน์


พรพิพัฒน์ รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนรับมืออุทกภัย “ย้ำกองทัพภาคที่ 2 อยู่เคียงข้างประชาชนทุกสถานการณ์”

แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนรับมืออุทกภัย “ย้ำกองทัพภาคที่ 2 อยู่เคียงข้างประชาชนทุกสถานการณ์”

แม้ภารกิจหลักของกองทัพภาคที่ 2 คือการพิทักษ์รักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติในพื้นที่ภาคอีสาน แต่ในยามที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ กำลังพลของ กองทัพภาคที่ 2 ยังคงพร้อมปฏิบัติหน้าที่เคียงข้างประชาชนอย่างเต็มกำลัง

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการในการประชุมเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเมื่อ 9 มิถุนายน 2569 ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ให้หน่วยทหารทุกระดับเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะ เครื่องมือกู้ภัย และจัดทำแผนบรรเทาสาธารณภัยของหน่วย เพื่อรองรับการปฏิบัติภารกิจสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในห้วงฤดูฝน จัดชุดปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้หน่วยทหารประสานความร่วมมือกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด จัดผู้ประสานร่วมในศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับพื้นที่เมื่อเกิดสถานการณ์

แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า กองทัพไม่ได้มีหน้าที่เพียงป้องกันประเทศจากภัยคุกคามด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

การเตรียมความพร้อมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทัพภาคที่ 2 ในการเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกสถานการณ์ สร้างความเชื่อมั่นว่าหากเกิดเหตุอุทกภัยขึ้น หน่วยทหารจะสามารถเข้าถึงพื้นที่และให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

#บรรเทาสาธารณภัย #กองทัพภาคที่2


พรพิพัฒ์ รายงาน

เริ่มแล้วเทศกาลกระท้อนหวานของดีเมืองลพบุรี

จังหวัดลพบุรี – เทศกาลกระท้อนหวาน สินค้า GI และของดีเมืองลพบุรี ที่ชาวสวนเริ่มนำผลผลิตออกมาจำหน่ายให้กับนักชอบ นักชิม กระท้อนตำบลตะลุง ที่รสชาติหวานละมุนลิ้น

นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นายชาญ จูดคง นายอำเภอเมืองลพบุรี นางวิมล เจริญฤทธิ์ พาณิชย์จังหวัดลพบุรี นางอารีย์ ฤกษ์สภาพ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี นายธงอาจ จันทร์แดง เกษตรจังหวัดลพบุรี นายประยุทธ โพธิ์ยิ้ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล ตะลุง ได้ร่วมกัน แถลงข่าวเทศกาลกระท้อนหวานและของดีเมืองลพบุรี ครั้งที่ 33 ณ สวนกระท้อนผู้ใหญ่อนุวัชร โตสวัสดิ์ (ผู้ใหญ่หนึ่ง) หมู่ที่ 7 ตำบลตะลุง อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ซึ่งในงานแถลงข่าวยังได้มีการเปิดตัว การแปรรูปผลผลิตกระท้อน มากมาย รวมถึง เมนูใหม่ เต้ากั้วกระท้อนและกระเพรากระท้อน ซึ่งมีรสชาติที่อร่อย และ สีสันชวนน่ารับประทาน ให้แก่ผู้ร่วมงานได้ลิ้มรสด้วย

สำหรับการจัดงานเทศกาลกระท้อนหวานและของดีเมืองลพบุรี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 33 กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ ระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน – 5 กรกฎาคม 2569 ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ภายในงานจะมีผลกระท้อนสด จากชาวสวนกระท้อน มาจำหน่าย หลากหลายสายพันธุ์ เช่น พันธุ์ปุยฝ้าย พันธุ์อีล่า พันธุ์นิ่มนวล พันธุ์ทองกำมะหยี่ พันธุ์ทับทิม ซึ่งเป็นสินค้า GI ที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดลพบุรี และยังมีกระท้อนแปรรูป ได้แก่ กระท้อนลอยแก้ว กระท้อนกวน กระท้อนทรงเครื่อง มาวางจำหน่าย เพื่อให้เลือกซื้อหาไปรับประทาน และเป็นของฝากจากลพบุรี ให้ได้เลือก ชิม ช้อป ด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “รำวงย้อนยุค” โดยชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน การแสดงของชาติพันธุ์ การแสดงดนตรี ลูกทุ่ง และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึง การแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP จังหวัดลพบุรี การจัดแสดงพันธุ์ไม้ และสินค้าของดีเมืองลพบุรี

สำหรับ กระท้อนของลพบุรี เป็นกระท้อน ที่มีชื่อเสียงจะอยู่ใน 3 ตำบลของอำเภอเมืองลพบุรี ได้แก่ ตำบลตะลุง ตำบลโพธิ์เก้าต้น และตำบลงิ้วราย ของอำเภอเมืองลพบุรี มีลักษณะภูมิประเทศที่พิเศษไม่เหมือนที่ใด คือ เป็นพื้นที่น้ำไหลทรายมูล เพราะอยู่ใกล้แม่น้ำลพบุรี เหมาะสมกับการผลิตกระท้อนคุณภาพดี จนกระท้อนจังหวัดลพบุรี ได้รับการรับรองเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ในชื่อ “กระท้อนตะลุง” จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เนื่องจาก กระท้อนมีคุณภาพดี รสชาติหวาน อมเปรี้ยว อร่อย ถูกใจผู้บริโภค แตกต่างจากระท้อนที่อื่น ซึ่งจะมีผลผลิตในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกรกฎาคม แต่จะมีผลผลิตมากสุดในเดือนมิถุนายน

จากข้อมูลล่าสุดของสำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี ในปี 2569 มีเกษตรกรผู้ปลูกกระท้อนจำนวน 168 ราย ในพื้นที่ 608 ไร่เศษ ทั้งนี้ กระท้อนลพบุรีได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI ) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา จำนวน 80 ราย ในพื้นที่ 353.25 ไร่ ซึ่งปีนี้จะมีผลผลิตออกมาจำหน่ายอยู่ที่ ประมาณ 362,357 กิโลกรัม สำหรับ ราคากระท้อนสดจะจำหน่าย 35-100 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับขนาดของผล โดยจะมีช่องทางการจำหน่ายผ่านตลาดออนไลน์ของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรี สำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี และชาว สวนกระท้อนเอง นอกจากนี้ยังเปิดจำหน่ายที่บริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรีและริมทางถนนลพบุรี-บ้านแพรก

จังหวัดลพบุรีจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชิมกระท้อนหวาน สินค้า GI และของดีเมืองลพบุรี ส่งตรงจากสวน และเลือกซื้อสินค้าอัตลักษณ์ชุมชนตลอด 12 วัน 12 คืน ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน ถึง 5 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ชื่นชมเจ้าหน้าที่ ปภ.มุกดาหาร เก็บเงินสดกว่า 2 หมื่นบาท ตกกลางถนน รีบแจ้งตำรวจตามหาเจ้าของส่งคืน

มุกดาหาร – เรื่องราวดี ๆ ที่สร้างความประทับใจให้กับสังคม เมื่อเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร แสดงความซื่อสัตย์สุจริต หลังพบเงินสดจำนวนกว่า 20,000 บาทตกอยู่ริมถนน ก่อนรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามหาเจ้าของและส่งคืนให้ครบทุกบาท

เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจาก นายเรืองพร สุคำภา พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร ว่าได้พบเงินสดจำนวนหนึ่งตกอยู่บนถนนสายมุกดาหาร–คำชะอี บริเวณจุดกลับรถใกล้สำนัก งานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร

นายเรืองพร เปิดเผยว่า ขณะขับรถยนต์ไปปฏิบัติราชการเพื่อนำส่งเอกสาร พร้อมกับแฟนสาว ได้สังเกตเห็นธนบัตรตกกระจัดกระจายอยู่บนพื้นถนน จึงจอดรถเพื่อตรวจสอบและช่วยกันเก็บรวบรวม ก่อนพบว่าเป็นเงินสดจำนวนมาก รวมมูลค่ากว่า 20,000 บาท ลังจากตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ทั้งสองตัดสินใจไม่เก็บเงินดังกล่าวไว้เป็นของตนเอง แต่รีบประสานแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ให้เข้าตรวจสอบ พร้อมส่งมอบเงินทั้งหมดเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และดำเนินการติดตามหาเจ้าของที่แท้จริง

นายเรืองพร กล่าวว่า เงินจำนวนนี้ถือเป็นเงินก้อนใหญ่สำหรับหลายคน เชื่อว่าเจ้าของเงินน่าจะกำลังได้รับความเดือดร้อนหรือมีความจำเป็นต้องใช้เงิน จึงอยากให้ได้รับเงินคืนโดยเร็วที่สุด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับมอบเงินดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างประชาสัมพันธ์ติดตามหาเจ้าของเงินตัวจริง

ประชาสัมพันธ์ถึงผู้ที่ทำเงินสูญหาย หากเชื่อว่าตนเป็นเจ้าของเงินจำนวนดังกล่าว สามารถติดต่อแสดงตนพร้อมนำหลักฐานยืนยันความเป็นเจ้าของ เช่น จำนวนเงิน ชนิดธนบัตร หรือรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอรับเงินคืนได้ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร

เหตุการณ์ครั้งนี้ได้รับคำชื่นชมจากประชาชนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความซื่อสัตย์สุจริต จิตสำนึกสาธารณะ และการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม

📍 ผู้ที่ทำเงินตกหล่น สามารถติดต่อรับเงินคืนได้ที่ สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมแสดงหลักฐานยืนยันความเป็นเจ้าของ


จ.มุกดาหาร : ทรงสิทธิ์ สาระกิจ
โทร. 098-869-9888

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่พบปะกำลังพลและครอบครัว จัดกิจกรรม “เสนาสนเทศ” มอบสิ่งของบำรุงขวัญ เสริมสร้างคุณภาพชีวิต

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่พบปะกำลังพลและครอบครัว จัดกิจกรรม “เสนาสนเทศ” มอบสิ่งของบำรุงขวัญ เสริมสร้างคุณภาพชีวิต

วันนี้ (9 มิ.ย. 69) เวลา 16.00 น. พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ พร้อมพบปะพูดคุยกับกำลังพลและครอบครัว ณ บริเวณบ้านพักข้าราชการทหาร เพื่อดำเนินกิจกรรม “เสนาสนเทศ” อย่างใกล้ชิด เปิดใจรับฟัง มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อรับทราบปัญหา ข้อขัดข้อง และความต้องการของกำลังพลและครอบครัวในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการและการเป็นอยู่ เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขและยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังพลให้ดียิ่งขึ้นตามนโยบายของกองทัพบก มอบความห่วงใยและสิ่งของบำรุงขวัญ

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 และภริยา ได้ร่วมกันมอบเครื่องอุปโภคบริโภค สิ่งของชุดตรวจเยี่ยม และถุงยังชีพ ให้แก่กำลังพลและครอบครัว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมและขอบคุณในความเสียสละของกำลังพลทุกระดับชั้น รวมถึงครอบครัวที่เป็นเบื้องหลังสำคัญในการสนับสนุนภารกิจของกองทัพด้วยดีเสมอมา

“เพราะกำลังพลและครอบครัว คือหัวใจสำคัญของกองทัพ การดูแลเอาใจใส่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก”บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง สร้างความปลาบปลื้มใจและเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลและครอบครัวเป็นอย่างมาก

#กองทัพภาคที่2 #พัฒนาคุณภาพชีวิต #เพราะกำลังพลและครอบครัว #เสนาสนเทศ #สมาคมแม่บ้านทหารบกสาขากองทัพภาคที่2 #ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่2


พรพิพัฒน์ รายงาน

กรมบังคับคดี ลงพื้นที่ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ อำนวยความสะดวกประชาชนยื่นคำขอรับชำระหนี้ คดีเหมืองทองอัครา

เพชรบูรณ์ – กรมบังคับคดี ลงพื้นที่อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ อำนวยความสะดวกประชาชนยื่นคำขอรับชำระหนี้ คดีเหมืองทองอัครา

วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ณ วัดราษฎร์ศรัทธาราม อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ กรมบังคับคดีลงพื้นที่ให้บริการประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ในการยื่นคำ ขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง

สืบเนื่องจากประกาศศาลแพ่ง คดีหมายเลขดำที่ สว2/2559 คดีหมายเลขแดงที่ สว3/2562 ที่สั่งให้บริษัทจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์และสมาชิกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตจากการทำเหมืองทองคำ เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิในการเยียวยาอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว กรมบังคับคดีจึงจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รับเอกสารและให้คำแนะนำในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาคดีแบบกลุ่มโดยตรง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากในการเดินทางของประชาชน โดยมี นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบัง คับคดี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่สังเกตการณ์ ติดตามการดำเนินงาน และให้คำแนะนำแก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด

นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า ตามที่ศาลมีคำพิพากษาให้บริษัทจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์และสมาชิกกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านสุขภาพ สิ่งแวด ล้อม และวิถีชีวิตนั้น ผู้มีสิทธิได้รับการชดใช้จะต้องเป็นประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในช่วงปี พ.ศ. 2545 – 2559 โดยแต่ละรายจะได้รับค่าสินไหมทดแทนแตกต่างกันไปตามลักษณะและระดับความเสียหายที่เกิดขึ้น การลงพื้นที่ในวันนี้มุ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม อันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับสิทธิตามคำพิพากษาอย่างครบถ้วน

ซึ่งภายหลังจากการยื่นคำขอแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีจะดำเนินการตรวจสอบและมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตต่อไป ส่วนการจ่ายเงินเยียวยานั้น จะขึ้นอยู่กับกระบวนการบังคับคดีและการรวบรวมทรัพย์สินของบริษัทจำเลย ซึ่งกรมบังคับคดีจะดำเนินการอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินชำระหนี้ในจำนวนมากที่สุด สำหรับการลงพื้นที่รับคำขอรับชำระหนี้ในครั้งนี้ จะให้บริการในพื้นที่ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2569 อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นคำขอ หรือไม่สามารถเดินทางมายื่นได้ทันตามกำหนด ยังสามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเพชรบูรณ์ และสำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร

ทั้งนี้ ในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ครั้งนี้ นอกจากประชาชนชาวเพชรบูรณ์ในพื้นที่แล้ว ยังมีประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากพื้นที่จังหวัดพิจิตรเดินทางมายื่นคำขอด้วย กรมบังคับคดีจึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิที่ยังไม่ได้ยื่นเอกสาร เร่งดำเนินการยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง โดยกรมบังคับคดีมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เพื่อให้กระบวนการเยียวยาเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมต่อไป


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

กลุ่มอนุรักษ์ชี้ “ป่าภูยูง” ยังสมบูรณ์ ไม่ได้เสื่อมโทรม สงสัยมีความพยายามทำให้ป่าเสียหายเพื่อรองรับโครงการพลังงานลม

มุกดาหาร – ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 (ขอน แก่น) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบป่าภูยูง ตำบลนาโสก อำเภอเมืองมุกดาหาร หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มอนุรักษ์ป่าภูยูง กรณีพบการถากเปลือกไม้ ตีตรา และพ่นสีบนต้นไม้จำนวนมากในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงบังอี่

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบร่องรอยการถากเปลือกไม้และการประทับตราบนต้น ไม้หลายจุด จึงได้บันทึกภาพและเก็บพิกัดไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

กลุ่มอนุรักษ์ป่าภูยูงยืนยันว่า พื้นที่ป่าภูยูงยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่ได้อยู่ในสภาพเสื่อม โทรมตามที่มีการกล่าวอ้าง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำบางอย่างที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อาจเข้าข่ายเป็นความพยายามทำให้ป่าเสื่อมสภาพ เพื่อสร้างเงื่อนไขรองรับการดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมในอนาคต

นอกจากนี้ กลุ่มอนุรักษ์ยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกระบวนการอนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างโปร่งใส และขอให้ระงับกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ไว้ก่อน จนกว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายจะแล้วเสร็จ

ด้านเจ้าหน้าที่ป่าไม้ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการตรวจสอบตามข้อร้องเรียนของประชา ชน และจะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


จ.มุกดาหาร
ทรงสิทธิ์ สาระกิจ
098-869-9888

สำนักงานอัยการภาค 2 จัดพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

สำนักงานอัยการภาค 2 จัดพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

เวลา 09.30 น. วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายคำนึง วงษ์ทวีทรัพย์ อธิบดีอัยการภาค 2 พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการสำนักงานอัยการภาค 2 สำนักงานคดีศาลสูงภาค 2 สำนักงาน อัยการจังหวัดพัทยา สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพัทยา สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ (สาขาพัทยา) ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณ ณ บริเวณโถงชั้น 1 สำนักงานอัยการภาค 2 อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ในการนี้ สำนักงานอัยการสูงสุด กำหนดให้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาฯ 4 รอบ โดยให้หน่วยงานในสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุด ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ดังนี้ ตกแต่งสถานที่ประดับพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินี พร้อมเครื่องราชสักการะ จัดพิธีลงนามถวายพระพรสำหรับข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุด


ภาพข่าว/อำนวยชัย มลิลา
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

บันทึกผ่านเลนส์เป็นประวัติศาตสร์ ภาพถ่ายจากสมรภูมิ

ไม่จำเป็นต้องเป็นมืออาชีพ เพราะสิ่งที่ลั่นชัตเตอร์ในวันนั้นคือ “หัวใจ” และ “สถานการณ์จริง” นี่คือภาพถ่ายจากทหารที่อยู่ในเหตุการณ์จริง แม้พวกเขาจะไม่ใช่ช่างภาพอาชีพ แต่ทุกชัตเตอร์ที่กดลงไปได้ทำหน้าที่ปกป้องและบันทึก ‘หน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุด’ ของชาติไทย ภาพเหล่านี้บ่งชี้ถึงความสามัคคี ความกล้าหาญ และจิตวิญญาณของทหารไทยที่ไม่เคยยอมแพ้

#กองทัพบก #RTAกองทัพภาคที่2 #บันทึกผ่านเลนส์เป็นประวัติศาตสร์ #combatcamera #ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่2


พรพิพัฒนื รายงาน

กองทัพภาคที่ 2 รวมพลังปลูกป่า-หญ้าแฝก 1.2 แสนกอ พัฒนาอ่างเก็บน้ำในค่ายสุรนารี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

กองทัพภาคที่ 2 รวมพลังปลูกป่า-หญ้าแฝก 1.2 แสนกอ พัฒนาอ่างเก็บน้ำในค่ายสุรนารี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปลูกต้นไม้และหญ้าแฝก ณ อ่างเก็บน้ำและสวนสุขภาพอิสระภักดี ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569

กิจกรรมครั้งนี้ กองพลทหารราบที่ 3 ได้ร่วมแรงร่วมใจกำลังพล ครอบครัว และประชาชนรอบค่ายกว่า 400 คน ร่วมกันปรับปรุงสภาพแวดล้อมและเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยมีกิจกรรมสำคัญ 3 ส่วน คือ

  • ปลูกไม้ยืนต้น 380 ต้น: รอบอ่างเก็บน้ำและแนวลู่วิ่ง (ต้นสาธร, อินทนิล, กัลปพฤกษ์, เสลา, ทองอุไร และชะแมบทอง)
  • ปลูกหญ้าแฝก 120,000 กอ: บริเวณพื้นที่ลาดเอียงริมอ่างเก็บน้ำ เพื่อยึดเกาะและป้องกันการพังทลายของหน้าดิน
  • ฝึกอบรมกู้ชีพขั้นพื้นฐาน: ให้ความรู้เรื่องการทำ CPR, การใช้เครื่อง AED และวิธีช่วยเหลือคนจมน้ำ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ผู้มาใช้บริการสวนสุขภาพ

งานนี้สำเร็จลงได้ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่สนับสนุนพันธุ์กล้าไม้และหญ้าแฝก รวมถึงทีมวิทยากรและอุปกรณ์ฝึกอบรมจากโรงพยาบาลและหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ (ศูนย์เพาะชำกล้าไม้นครราชสีมา/อุดรธานี, สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา, โรงพยาบาลค่ายสุรนารี, โรงพยาบาล ป.แพทย์, ปภ.เขต 5 และมูลนิธิพุทธธรรม 31)

กองทัพภาคที่ 2 ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นปอดและสวนสุขภาพที่ปลอดภัยของชุมชนอย่างแท้จริง

#วันเฉลิมพระชนมพรรษา #จิตอาสาพระราชทาน 3กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก #RTA


พรพิพัฒน์ รายงาน