ตำรวจภูธรภาค 1 ทลายโกดังเข้าตรวจค้นจับกุมมิจฉาชีพ ของออนไลน์ที่ส่งพัสดุหลอกลวงประชาชน ได้ผู้ต้องหาและของกลางคาโกดังเป็นจำนวนมาก

สนองนโยบาย ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 / ผู้การบอย พล.ต.ต. วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 นำกำลัง ชุดสืบสวนปราบปรามเข้าทลายโกดังเข้าตรวจค้นจับ กุมมิจฉาชีพ ของออนไลน์ที่ส่งพัสดุหลอกลวงประชาชน ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ได้ผู้ต้องหาและของกลางคาโกดังเป็นจำนวนมาก

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ในฐานะรองโฆษก ตำรวจภูธรภาค 1 ปฏิบัติหน้าที่แทน โฆษกตำรวจภูธรภาค 1 ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า…..

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศปอส.ตร. ให้สืบสวนจับกุม ร้านขายสินค้าและบริการ ที่เป็นการหลอกลวงประชาชน ตำรวจภูธรภาค 1 ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 ได้สั่งการให้ บก.สส.ภ.1 ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการส่งพัสดุสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือพัสดุที่ไม่ได้มีคำสั่งซื้อเกิดขึ้นจริง แล้วเก็บเงินปลายทาง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับประชาชนเป็นวงกว้าง

พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติ โดยให้ทำการตรวจสอบย้อนหลังไปยังศูนย์รวมส่งพัสดุต่างๆ ว่ามีสินค้าใดบ้างที่ถูกปฎิเสธการส่ง ต่อมา ได้รับปประสาน จาก กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา และ ฝ่ายสืบสวน สภ.สำโรงใต้ ได้ส่งรายงานการสืบสวน ถึงที่มาขอพัสดุ มายัง กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 ได้ทำการสืบสวนเพิ่มเติมจนกระทั่งทราบว่า ที่คลังกระจายสินค้า ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พิกัด 13.59559750, 100.68171870 มีพัสดุที่ถูกตีกลับส่งมาเก็บไว้ในคลังเก็บพัสดุดังกล่าวเป็นจำนวนมากน่าเชื่อว่าเป็นแหล่งส่งออก และแหล่งพักสินค้าที่ใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงหรือฉ้อโกงประชาชน (ไม่ได้สั่งสินค้าแต่มีสินค้าเก็บเงินปลายทางมาส่งที่บ้าน) จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องขอออกหมายค้นต่อศาล และศาลได้ออกหมายค้นตามหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 79 / 2569 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569

ต่อมาในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2519 เวลา 08.00 น. เจ้าพนักงานตำรวจ บก.สส.ภ.1 ได้นำหมายค้นดังกล่าวเข้าตรวจสอบโกดังเก็บพัสดุสินค้า พบสินค้าพัสดุถูกตีกลับจำนวนประมาณ 50,000 ชิ้น จึงได้ทำการสอบปากคำพนักงานประจำโกดัง โดยพนักงานให้การว่า พัสดุตีกลับดังกล่าวจะถูกเก็บไว้ในโกดังเพื่อรอออเดอร์ครั้งใหม่จากระบบ และเมื่อมีออเดอร์ครั้งใหม่มาพนักงานจะทำการจ่าหน้าพัสดุใหม่ ตราประทับผู้รับคนใหม่เพื่อส่งพัสดุ เก็บปลายทางยังลูกค้าคนต่อไป เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดอายัดสินค้าพัสดุทั้งหมดเพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าดังกล่าว ว่า มีแหล่งกำเนิดในประเทศไทยหรือไม่ ถือเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมหรือไม่

นอกจากนี้จากการตรวจสอบในระบบที่มีการเตรียมจัดส่งไปยังลูกค้ารายใหม่ พบว่ามีการออร์เดอร์มาจากระบบ แต่เมื่อเจ้าพนักงานโทรศัพท์ไปสอบถามยังผู้รับปลายทาง ปรากฏว่าไม่ได้เกิดการสั่งสินค้าพัสดุเก็บเงินปลายทางชิ้นดังกล่าวแต่อย่างใด จึงได้ทำการตรวจยึด อายัด พัสดุดังรายการต่อไปนี้

  1. สินค้าที่ไม่ได้มีแหล่งผลิตในประเทศไทยที่มีความผิดตาม พรบ.ศุลกากรฯ  จำนวน  59  รายการ
  2. พัสดุที่ถูกตีกลับ โดยแจ้งว่าผู้รับปฏิเสธการรับสินค้า   จำนวน  100   รายการ
  3. พัสดุที่ถูกบันทึก เข้ามาในระบบและเตรียมจัดส่งให้กับลูกค้า จำนวน  100  รายการ
  4. พัสดุที่เตรียมจัดส่งให้กับลูกค้า วันที่ 5 ก.พ.2569 หมายเลขพัสดุ TH 67028B3B1G2B1 ระบุชื่อผู้ส่ง AA0636 โทร 0839985742 ที่อยู่ 108/17 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540 ระบุชื่อผู้รับ สินิทรา โทร 0898713112 ที่อยู่ บางลาป่าดอง Thailand ป่าตอง กระทู้ 83150 จำนวน 1 รายการ

และตรวจยึด/อายัด พัสดุ จำนวน  53,889 กล่อง ที่โกดัง คลังตีกลับสินค้า Flash Fulfillment(BPL2) ที่อยู่ 88/25 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบถึง ดเจ้าของสินค้า และนายทุน เจ้าของบริษัท ผู้สั่งการ/ผู้รับผลประโยชน์ ตลอดจนความผิดอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ต่อไป


คณะครูโรงเรียนหนองปลาไหลและบุคคลากร ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปโดยได้นำนักเรียน ระดับอนุบาล 2 – ป.6 โดยการเดินรณรงค์เชิญชวนให้ผู้ปกครองไปใช้สิทธิ์ลงคะแนน

คณะครูโรงเรียนหนองปลาไหลและบุคคลากร ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปโดยได้นำนักเรียน ระดับอนุบาล 2 – ป.6 โดยการเดินรณรงค์เชิญชวนให้ผู้ปกครองไปใช้สิทธิ์ลงคะแนน

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 โรงเรียนวัดหนองปลาไหล(ปานพลอุปถัมภ์) นำโดย ผอ.ชุติสรา หาดแมน คณะครูและบุคคลากร ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตยระดับอนุบาล 2 – ป.6 โดยการเดินรณรงค์และใช้รถสามล้อประชาสัมพันธ์ภายในชุมชน ร่วมเชิญชวนให้ผู้ปกครองไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง

เริ่มเดิน ณ บริเวณภายชุมชนโดยรอบของ ตำบล ทุ่งกระพังโหม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เพื่อให้ประชาชนมีความตื่นตัวและความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป และออกเสียงประชามติ ประจำปี 2569 ทั้งนี้มีการเดินรณรงค์บริเวณตลาดตามร้านค้า บ้านเรือนประชาชน พร้อมแจกเอกสารแผ่นพับ และรถสามล้อเคลื่อนที่เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้แนวคิด “สร้างสรรค์ประเทศไทย พร้อมใจไปเลือกตั้ง”


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สภาทนายความจับมือ สมาคมธรรมาภิบาล และมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต ลงนาม MOU ความร่วมมือด้านวิชาการและกฎหมาย

สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ผนึกกำลังสภาสมาคมธรรมาภิบาล และมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านธรรมาภิบาล ด้านกฎหมาย และด้านอื่นๆ

วันที่ 6 ก.พ.2569 ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 3 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ : ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ นายกสภาสมาคมธรรมาภิบาล และประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กับสภาสมาคมธรรมาภิบาล และมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต

โดยบันทึกความร่วมมือทางวิชาการฉบับนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ด้านการฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านธรรมาภิบาล ด้านกฎหมาย และด้านอื่นๆ โดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงให้ความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร

ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

  1. การฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากร
    1. มีการส่งเสริมสนับสนุนการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและในหลักสูตรการเรียนรู้ของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กับสภาสมาคมธรรมาภิบาล และมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต สำหรับสาขาวิชาที่มีความสัมพันธ์และสอดคล้องกับการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ทั้งทางด้านธรรมาภิบาล ด้านกฎหมาย และด้านอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการในมิติต่างๆ ให้สูงขึ้น
    2. มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ของทั้งสององค์กร เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
    3. มีการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระหว่างกัน ตลอดจนสนับสนุนเกื้อกูล และอำนวยความสะดวกในการดำเนินการตามภารกิจที่เกี่ยวข้องของแต่ละองค์กร
    4. มีการสร้างความร่วมมือทางด้านการจัดการอบรมในหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนให้ความร่วมมือระหว่างกันในการใช้บุคลากร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
    5. มีการสร้างความร่วมมือด้านการประชุมสัมมนาทางวิชาการ และสนับสนุนเกื้อกูลระหว่างกัน สำหรับการเป็นเครือข่ายในการจัดการประชุมทางวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ทั้งในด้านบุคลากร สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
    6. สภาสมาคมธรรมาภิบาล และมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ หรือบุคลากร หรือทั้งงบประมาณและบุคลากร ให้กับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อใช้ในการอบรมโครงการต่างๆ ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ดำเนินการจัดให้มีขึ้นในแต่ละครั้ง หรือตลอดระยะเวลาที่ได้จัดทำแผนงานจัดอบรมในแต่ละปี
    7. และอื่นๆ ตามความประสงค์ของทั้งสององค์กร
  2. การดำเนินการในกิจกรรมตามข้อ 1. ตลอดจนกิจกรรมใดที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของความร่วมมือข้างต้นให้บังเกิดผล จะต้องได้รับการพิจารณาร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่ายในรายละเอียดเป็นรายกรณี
  3. การแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมบันทึกความร่วมมือนี้ สามารถกระทำได้โดยความเห็นชอบของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ให้จัดทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบ และเห็นชอบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยจัดทำเป็นบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติม
  4. คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีสิทธิบอกเลิกบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการนี้ โดยทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร และแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 90 วัน (เก้าสิบวัน) ก่อนวันที่ประสงค์ให้บันทึกความร่วมมือฉบับนี้สิ้นสุดลง
  5. บันทึกความร่วมมือฉบับนี้ มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันที่ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เว้นแต่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะมีการบอกเลิกบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยการบอกเลิกให้เป็นไปตามสัญญาข้อ 4.

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการฉบับนี้ จะทำให้เกิดการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรทั้งสองฝ่ายให้มีความเข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงขึ้นต่อไป


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

ปิดฉากยิ่งใหญ่ Bangkok International Hair Show 2026 เฟ้นหาสุดยอดช่างผมไทยคว้าถ้วยพระราชทานฯ สู่เวทีโลก

ปิดฉากยิ่งใหญ่ Bangkok International Hair Show 2026 เฟ้นหาสุดยอดช่างผมไทยคว้าถ้วยพระราชทานฯ สู่เวทีโลก

วงการเสริมสวยไทยประกาศศักดาอย่างภาคภูมิใจในงาน Bangkok International Hair Show 2026 ที่เพิ่งปิดฉากลงอย่างอลังการ ณ BCC Hall เซ็นทรัล ลาดพร้าว เมื่อวันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยปีนี้ถือเป็นศูนย์รวมของเหล่ากูรูและช่างผมระดับแชมป์ที่มาร่วมอัปเดตเทรนด์ความงามปี 2026 กันอย่างคับคั่ง พร้อมการออกบูธสินค้าแบรนด์ดังในราคาพิเศษที่จัดมาเพื่อคนในวงการโดยเฉพาะ

ไฮไลท์สำคัญของงานคือการแข่งขันชิงแชมป์เพื่อเฟ้นหาสุดยอดฝีมือระดับประเทศ เข้ารับถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งถือเป็นเกียรติยศสูงสุด โดยในปีนี้มีผู้ชนะเลิศใน 4 สาขาหลัก ได้แก่ คุณจีรศักดิ์ หอมขุนทด (ประเภทแต่งหน้าเกล้าผมเจ้าสาว), คุณ Trinyathapron Rumpungjit (ประเภทต่อขนตา),คุณภูเบศ เนติชัยธรรม (ประเภททำสีตัดซอยสุภาพสตรี) และ คุณสรัน คำหอม (ประเภทตัดซอยผมสุภาพบุรุษ) ซึ่งทุกคนได้รับเงินรางวัลพร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ ท่ามกลางบรรยากาศการตัดสินที่เข้มข้นจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

นอกจากความสำเร็จบนเวทีแล้ว ผู้บริหารและผู้สนับสนุนหลักได้ร่วมเปิดใจถึงความสำเร็จของการจัดงานในครั้งนี้

คุณทินกร ตันติอำไพวงศ์ บรรณาธิการบริหารนิตยสาร Hair & Beauty และผู้จัดงาน กล่าวว่า “การจัดงานในปีนี้เราตั้งใจให้เป็นมากกว่าแค่การแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่รวบรวมองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้ช่างผมไทยได้เตรียมพร้อมรับเทรนด์ปี 2026 ซึ่งผลตอบรับที่ยอดเยี่ยมในครั้งนี้คือเครื่องพิสูจน์ว่าวงการเสริมสวยไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่ระดับสากลอย่างเต็มภาคภูมิ”

คุณรัฐวุฒิ ด่านทอง นายกสมาคมช่างผมประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “ทางสมาคมฯ มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันและช่วยเหลือพี่น้องช่างผมทั่วประเทศให้มีมาตรฐานวิชาชีพที่สูงขึ้น งานนี้ถือเป็นต้นแบบที่ดีเยี่ยมในการสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับฝีมือแรงงานไทย ผมขอชื่นชมทีมผู้จัดงานที่ร่วมกันสร้างเวทีคุณภาพระดับประเทศเช่นนี้ขึ้นมา”

คุณนิวัฒน์ อ่างทอง กรรมการผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Yougee Hair Color กล่าวทิ้งท้ายว่า “Yougee มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนงานที่ยิ่งใหญ่นี้ เรามุ่งเน้นการส่งต่อนวัตกรรมครีมเปลี่ยนสีผมและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่โดดเด่นด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อสุขภาพผมที่ดีของลูกค้าและการทำงานที่เป็นมืออาชีพของช่างผมไทย การเห็นความสำเร็จของแชมป์ในวันนี้ทำให้เรามั่นใจในศักยภาพของบุคลากรไทยในเวทีความงามโลกครับ”

BangkokInternationalHairShow2026 #BIHS2026 #ช่างผมไทย #แข่งตัดผม #ถ้วยพระราชทาน #HairAndBeauty #YougeeHairColor #เทรนด์ผม2026 #สมาคมช่างผมประเทศไทย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กกท.–สคม. จัดอบรมผู้ฝึกสอนมวยไทยชาวต่างชาติที่ภูเก็ต สะท้อนความสำเร็จมวยไทยในระดับนานาชาติ

กกท.–สคม. จัดอบรมผู้ฝึกสอนมวยไทยชาวต่างชาติที่ภูเก็ต สะท้อนความสำเร็จมวยไทยในระดับนานาชาติ

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย (สคม.) การกีฬาแห่งประ เทศไทย (กกท.) ดำเนินโครงการอบรมผู้ฝึกสอนมวยไทยชาวต่างชาติ (ระดับพื้นฐาน) Muaythai Instructor Course for Foreigners 2025 ณ โรงแรมดารา (Dara Hotel) จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติทั้งที่พำนักในประเทศไทย และผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ เข้าร่วมการอบรมกว่า 100 คน สะท้อนถึงความนิยมและความเชื่อมั่นในหลักสูตรมวยไทยที่ได้รับการรับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทย

นายณัฐพล อันตรเสน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย กล่าวว่า โครงการอบรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับมาตรฐานกีฬามวยไทยในระดับสากล โดยเน้นการถ่าย ทอดองค์ความรู้ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และอัตลักษณ์มวยไทย ซึ่งการมีผู้เข้าร่วมการอบรมผู้ฝึกสอนกีฬามวยไทยชาวต่างชาติ จะได้นําความรู้ ความสามารถ ทักษะและหลักการสอน ตลอดจนเทคนิคต่างๆ ไปถ่ายทอดฝึกซ้อมให้แก่นักมวยทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทักษะกีฬามวยไทย ทักษะการใช้อุปกรณ์กีฬามวยในการฝึกซ้อม ตลอดจนความรู้ด้านระเบียบกติกาการแข่งขันกีฬามวย เพื่อเป็นการเพิ่มเติมองค์ความรู้ของผู้ฝึกสอนกีฬามวยไทยให้มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐาน

ด้าน นายธีรวัฒน์ ศิลปอาชา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมพัฒนากีฬามวย สคม. กล่าวเพิ่มเติมว่า การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Discover. Train. Inspire.” มุ่งสร้างเครือข่ายผู้ฝึกสอนมวยไทยชาวต่างชาติที่มีความรู้และมาตรฐานเดียวกัน โดยได้นำคณะวิทยากรผู้ฝึกสอนมวยไทย ผู้มีประสบการณ์ระดับ license มาเพื่อร่วมอบรมกว่า 10 ท่าน โดยเนื้อหาการอบรมครอบคลุมทุกด้านของกีฬามวยไทย ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และผู้ผ่านการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรรับรอง เพื่อนำไปใช้ประกอบวิชาชีพหรือเผยแพร่มวยไทยในต่างประเทศอย่างเหมาะสม

สำหรับโครงการอบรมผู้ฝึกสอนมวยไทยชาวต่างชาติ (ระดับพื้นฐาน) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–7 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเน้นการปูพื้นฐานความรู้ด้านมวยไทยในระดับเบื้องต้น เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านกีฬามวยไทย และสนับสนุนการขยายเครือข่ายมวยไทยในเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ลาดกระบัง เดินหน้าลุยพื้นที่โค้งสุดท้าย ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 มุ่งอาสาพัฒนาลาดกระบัง ภายใต้แนวคิด “เข้าถึง เข้าใจ เข้าไปพัฒนา”

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 20 เขตลาด กระบัง (ยกเว้นแขวงลำปลาทิว) ก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปอย่างคึกคัก โดย นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ผู้สมัคร ส.ส. หมายเลข 13 พรรคประชาธิปัตย์ เร่งลง พื้นที่พบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความมุ่งมั่นในการอาสาเข้ามาทำหน้าที่ทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของประชาชนและการพัฒนาประเทศ

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายรัฐศักดิ์ ลงพื้นที่หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ที่บริเวณสวน 60 พรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถ,ตลาดเกรียงไกร พื้นที่เคหะร่มเกล้า,แอร์พอร์ตลิ้งค์ลาดกระบัง โดยได้รับการต้อนรับจากประชาชนในพื้นที่อย่างอบอุ่น พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนสะท้อนปัญหาและความต้องการในพื้นที่ เพื่อนำไปเป็นแนวทางผลักดันการพัฒนาอย่างตรงจุด

แม้พื้นที่ดังกล่าวจะถูกมองว่าเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน จากผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่การลงพื้นที่อย่างหนักและต่อเนื่องของนายรัฐศักดิ์ฯ หมายเลข 13 กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง และทำให้การแข่งขันในสนามเลือกตั้งครั้งนี้มีความเข้มข้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน กระแสตอบรับของพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจับตามองเพิ่มขึ้น ภายหลังการปรับภาพลักษณ์และรีแบรนด์พรรคในช่วงที่ผ่านมา โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำหน้าที่หัวหน้าพรรค ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกพรรคและผู้สนับสนุน ส่งผลให้การหาเสียงของผู้สมัครในหลายพื้นที่ รวมถึงเขตลาดกระบัง ได้รับความสนใจจากประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พรรคประชาธิปัตย์ยังสะท้อนจุดยืนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศในการก้าวข้ามปัญหาสะสม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความขัดแย้งทางการเมือง โดยพรรคพร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใสในการบริหารประเทศ และผลักดันเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตอย่างยั่งยืน

ด้านประวัติและศักยภาพของผู้สมัคร นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง เกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2516 ปัจจุบันอายุ 52 ปี เป็นชาวอำเภอโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะผู้นำทางสังคม ธุรกิจและการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต และกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท คณะผู้นำฯ จากมหาวิทยาลัยรังสิต อีกทั้งยังผ่านการอบรมหลักสูตรด้านผู้นำและนักบริหารระดับสูงมากกว่า 10 หลักสูตร อาทิ หลักสูตรธรรมศาสตร์เพื่อสังคม รุ่นที่ 22 หลัก สูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) รุ่นที่ 16 และ 17 รวมถึงหลักสูตรพลังอำนาจแห่งชาติ (พอช.1และ2) และหลักสูตรเดอะมาสเตอร์ รุ่นที่ 9

ในด้านประสบการณ์การทำงาน ปัจจุบันเป็นนักธุรกิจ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เจ้า ของ บริษัทชไนเดอร์ ลิฟท์(ประเทศไทย)จำกัด ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถด้านการบริหารจัดการและประสบการณ์ภาคเอกชนที่พร้อมนำมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาพื้นที่และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

นอกจากนี้ นายรัฐศักดิ์ฯ ยังมีบทบาทด้านสังคมและศาสนา เคยอุปสมบทที่วัดหงษ์รัตนารามราชวรวิหาร มีพระธรรมวชิรเมธี (ท่านเจ้าคุณมีชัย)เป็น พระอุปฌาย์ โดยมีอดีตนายกรัฐมนตรี 2 คนของประเทศไทยไปร่วมพิธีอุปสมบทคือ พณฯท่านชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อีกทั้งยังได้รับรางวัลพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ประจำปี 2568 และรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น สาขาผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงและรับใช้สังคม จากสถาบันวิทยาการธรรมศาสตร์เพื่อสังคม

ดังนั้น การเสนอตัวและการได้รับความไว้วางใจจากพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 20 เขตลาดกระบัง หมายเลข 13 จึงสะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพของคุณรัฐศักดิ์ ที่มุ่งนำประสบการณ์จากภาคธุรกิจและงานเพื่อสังคม มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ลาดกระบังให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิดของคุณรัฐศักดิ์ “เข้าถึง เข้าใจ เข้าไปพัฒนา” พร้อมย้ำความตั้งใจที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับประชาชน รับฟังทุกปัญหา และผลักดันการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 20 เขตลาดกระบัง จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งตามเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด อย่าลืมเข้าคูหา X 13 (บัตรสีเขียว)


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตำรวจภูธรภาค 1 ชี้แจงกรณี เพจพระจันทร์ ลายกระต่าย V5 ลงว่ามีการปล่อยให้คนนอกเช่าแฟลตส่วนกลางตำรวจภูธรภาค 1

ตำรวจภูธรภาค 1 ชี้แจงเพจพระจันทร์ ลายกระต่าย V5 ลงว่ามีการปล่อยให้คนนอกเช่าแฟลตส่วนกลางตำรวจภูธรภาค 1

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 : กองบังบังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ขอชี้แจงกรณี เพจพระจันทร์ ลายกระต่าย V5 โพสต์ “แฟลตส่วนกลางตำรวจภูธรภาค 1 คนต่อคิวเยอะมาก มีการปล่อยให้คนนอกเช่า ส่วนคนที่ไม่อยู่ก็กั๊กห้องไว้ ไม่มีการเคลื่อนไหวการใช้น้ำก็ยังมีสิทธิพักอาศัยสวัสดิการไม่มีการตรวจสอบอย่างชัดเจน กำลังพลขาดแฟลตไม่มีรองรับใครจะอยากมาช่วย รอมา 2-3 ปียังไม่ได้ห้อง รบกวนช่วยเรื่องนี้ด้วยครับ”

จากกรณีเพจพระจันทร์ ลายกระต่าย V5 โพสต์ เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 โดยมีข้อความว่า “รบกวนช่วยเป็นกระบอกเสียง แฟลตส่วนกลางตำรวจภูธรภาค 1 คนต่อคิวเยอะมาก มีการปล่อยให้คนบอกเช่า ส่วนคนที่ไม่อยู่ก็กั๊กห้องไว้ ไม่มีการคลื่อนไหวการใช้น้ำยังมีสิทธิ์พักอาศัย สวัสติการไม่มีการตรวจสอบอย่างชัดเจน กำลังพลขาดแฟลดไม่มีรองรับ ใครจะอยากมาช่วย รอมา 2-3 ปียังไม่ได้ห้อง”

จากกรณีดังกล่าว ตำรวจภูธรภาค 1 โดย กองบังบังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ที่รับผิดชอบการบริหารจัดการเกี่ยวกับสวัสดิการของข้าราชการในสังกัด ตำรวจภูรภาค 1 ขอชี้แจงรายละเอียดตามที่เป็นประเด็นดังกล่าว ดังนี้ ฝ่ายอำนวยการ 1 (งานสวัสดิการ) กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 มีหน้าที่รับผิดชอบบริหารจัดสรร กำกับดูแล สวัสดิการต่างๆให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัด ตำรวจภูธรภาค 1 ที่มีคุณสมบัติและได้สิทธิเข้าพักอาศัยในอาคารอิสระ ภ.1 (ส่วนกลาง) โดยได้ตรวจสอบข้อมูลข้าราชการตำรวจที่หมดสิทธิพักอาศัยในอาคารอิสระ ภ.1 (ส่วนกลาง) เนื่องจากมีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.1 (ระดับ รองสารวัตร – ประทวน) ที่ได้รับแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จึงเป็นเหตุให้หมดสิทธิพักอาศัยในอาคารอิสระ ภ.1 (ส่วนกลาง) โดยได้มีหนังสือกำชับให้ข้าราชการตำรวจที่หมดสิทธิพักอาศัยในอาคารอิสระ ภ.1 (ส่วนกลาง) ตามหนังสือ บก.อก.ก.1 ด่วนที่สุด ที่ 016.115/243 ลง 20 มกราคม 2569 ต้องดำเนินการคืนห้องพักตามระเบียบภายในกำหนด และในการจัดสรรห้องพักเป็นไปตามลำดับการยื่นเอกสารก่อนหลังที่แจ้งความประสงค์ขอที่พักอาศัยอาคารอิสระ ภ.1 (ส่วนกลาง) โดยมีคณะกรรมการของ ภ.1 พิจารณาจัดลำดับและตรวจสอบเอกสารความถูกต้อง ซึ่งการดำเนินการเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม สามารถตรวจสอบได้ ส่วนประเด็นที่ไม่มีการเคลื่อนไหวการใช้น้ำแล้วยังมีสิทธิพักอาศัยนั้น ได้ตรวจสอบแล้วเป็นข้าราชการในสังกัด บก.สส.ภ.1 ที่ออกปฏิบัติหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีสำคัญนอกพื้นที่แต่ยังมีสิทธิพักอาศัยในอาคารอิสระ ภ.1 (ส่วนกลาง) และมีใช่เป็นการให้บุคคลภายนอกเข้ามาเช่าพักอาศัยแต่อย่างใด

ซึ่งหากพบการกระทำดังกล่าว ฝ่ายอำนวยการ 1 และคณะกรรมการฯ จะพิจารณาตัดสิทธิการเข้าพักอาศัยโดยทันที และเสนอให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาด หรือหากท่านใดพบเบาะแสการกระทำดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลให้ ฝ่ายอำนวยการ 1 (งานสวัสติการ) กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธภูธรภาค 1 ถนนวิภาวดี รังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ทราบและจะปกปิดข้อมูลการแจ้งเบาะแลไว้เป็นเรื่องสำคัญ ฝ่ายอำนวยการ 1 (งานสวัสดิการ) กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 และคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพักอาศัยในอาคารอิสระ ภ.1 (ส่วนกลาง) ได้จัดลำดับการยื่นคำร้องที่มีความประสงค์ขอที่พักอาศัย คำสั่งประกาศ ตลอดจนเอกสารแบบฟอร์มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานสวัสดิการบ้านพักอาศัยในอาคารอิสระ ภ.1 (ส่วนกลาง) โดยสามารถ Download และตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้ทาง website ตำรวจภูธรภาค 1

กองบังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ขอขอบคุณที่กรุณาเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการประชาสัมพัมพันธ์


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วรวงศ์ วรปัญญา เด็กบ้านนอก อ้อนขอคะแนนแม่ค้าตลาดนัด ตลาดสด

จังหวัดลพบุรี – ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ 4 ลพบุรี เดินหาเสียงแนะนำตัว พบกับประชาชนพ่อค้าแม่ขายตลาดสด ตลาดนัด ชี้แจงนโยบายพรรค พร้อมชูผลงานที่ผ่านมา ที่ดีใจและภาคภูมิใจที่เกิดมาเป็นเด็กบ้านนอก ผู้สมัครหนุ่มยิ้มแก้มปริได้รับคำอวยพรที่สร้างขวัญและกำลังใจอย่างดี

สำหรับบรรยากาศในการหาเสียงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรียิ่งใกล้วันเลือกตั้งยิ่งคึกคัก ซึ่งพบว่ามีประชาชนให้ความสนใจในการที่จะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส.ในครั้งนี้กันมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้เนื่องจากว่ามีความเข้าใจในหน้าที่ของประชาชนที่จะเป็นผู้ที่จะพาประเทศไทยเดินทางไปในทิศทางไหน เพื่อที่จะได้ให้ผู้ที่เราเลือกเข้าไปเป็นแกนนำบริหารประเทศตามนโยบายที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคได้ให้คำสัญญาไว้กับประชาชน ซึ่งตรงตามที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน แก้ปัญหาในเรื่องปากท้อง ด้านสาธารณูปโภค ปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาราคาผลผลิตและต้นทุน การสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจ เรื่องสุขภาพ ด้านสวัสดิการ ปัญหาภัยพิบัติ การสร้างงาน ความมั่นคงของประเทศชาติ และการศึกษา

โดยเฉพาะในการหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.ในเขตเลือกตั้งที่ 4 ของจังหวัดลพบุรี พบว่ามีการหาเสียงกันอย่างคึกคักต่างจากในเขตเลือกตั้งอื่น ๆ ในจังหวัดลพบุรี จากที่ นายวรวงศ์ วรปัญญา ผู้สมัครสังกัดพรรคเพื่อไทย หมายเลข 5 หลังจากได้มีการเปิดเวทีปราศรัยย่อย และ เวทีปราศรัยใหญ่ ไปตามจุดต่าง ๆ อย่างทั่วถึงทุกอำเภอในเขตเลือกตั้งที่ 4 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นการสร้างความใจให้กับประชาชนที่จะออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งว่ามีการรับบัตรเลือกตั้งลงคะแนนเลือก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อกับแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง รวมทั้งมีบัตรลงคะแนนในการเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่อีก 1 ใบ ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยกระตุ้นให้มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้คึกคักมากขึ้น ผู้สมัครหนุ่มหล่อ อายุน้อยคนนี้ ยังขยันขันแข็งเดินแนะนำตัว ไม่หยุดหย่อน ออกอ้อนขอคะแนนจากประชาชนตามหมู่บ้าน ตลาดนัด ตลาดสด ร้านทอง ทุกที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ทุกครั้งจะมีประชาชนขอถ่ายภาพคู่เป็นที่ระลึก ขอกอด ขอหอมแก้มพร้อมคำอวยพรขอให้โชคดี ประสบกับความสำเร็จแล้วกลับมาพัฒนาบ้านเกิดอย่างที่ให้คำมั่นสัญญากับประชาชน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ศอ.จอส.พระราชทาน ภาค 3 จัดฝึกอบรมจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 จัดฝึกอบรมจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569 เพื่อเป็นแกนนำของประชาชนจิตอาสา เป็นต้นแบบของเยาวชน ในการทำประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวม

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569 ที่ หอประชุมเดชะตุงคะ กองบิน 41 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ จิตอาสาพระราชทาน จิตอาสา 904 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี ซึ่งการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-20 กุมภาพันธ์ 2569 มีข้าราชการพลเรือน, ทหาร, ตำรวจ, ประชาชน และนักเรียนนักศึกษา จาก 17 จังหวัดภาคเหนือ เข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 200 คน

ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มีการฝึกอบรมหลักสูตรจิอาสา 904 เพื่อผลิตจิตอาสา 904 ปฏิบัติหน้าที่สำคัญในการเป็นแกนนำของประชาชนจิตอาสา ร่วมสร้างจิตสำนึกให้กับคนในชาติในการทำประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวม รวมทั้งเป็นแบบอย่างในการปลูกฝังทัศนคติที่ดี เป็นต้นแบบของเยาวชน ในด้านการเสียสละ ความมีระเบียบวินัย มีจิตสาธารณะ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน มีทัศนคติที่ดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

โดยหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค3) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569 นี้ เน้นการฝึกปฏิบัติรวมทั้งการบรรยายจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ โดยแบ่งการฝึกอบรมเป็น 5 หมวดวิชา ได้แก่ การพัฒนาบุคลิกภาพ, วิชาอุดมการณ์ และสถาบันพระมหากษัตริย์, องค์ความรู้จิตอาสา, วิชาองค์ความรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการศึกษาดูงาน ตามสถานที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการสนับสนุนการฝึกอบรมตลอดหลักสูตร โดยผู้ที่สำเร็จการศึกษาแล้วจะได้รับพระราชทานใบประกาศนียบัตร พร้อมทั้งเครื่องหมายหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” อันเป็นเครื่องแสดงความสามารถ พร้อมที่จะเป็นบุคลากรที่มีคุณค่า เพื่อการทำประโยชน์ให้กับส่วนรวมและประเทศชาติต่อไป ภายใต้ร่วมพระบารมีอันแผ่ไพศาล แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้วยความจงรักภักดี


นที มีเดช รายงาน

มทบ.37 “มอบรอยยิ้ม ผ่าน 2 มือ 1 หัวใจ สู่หยาดเหงื่อ เพื่อประชาชน”

มณฑลทหารบกที่ 37 พร้อมกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน จัดกิจกรรม “มอบรอยยิ้ม ผ่าน 2 มือ 1 หัวใจ สู่หยาดเหงื่อ เพื่อประชาชน” ด้วยการช่วยต่อเติมบ้านพักอาศัยให้กับราษฎรที่ปฏิบัติงานอยู่ใน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ หมู่ 9 ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริบ้านห้วยหญ้าไซ พร้อมกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน จัดกิจกรรม “มอบรอยยิ้ม ผ่าน 2 มือ 1 หัวใจ สู่หยาดเหงื่อ เพื่อประชาชน” โดยการต่อเติมบ้านพักอาศัยให้กับ นายจะสอ ยาหยี อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 บ้านห้วยหญ้าไซ ซึ่งเป็นผู้ที่มีฐานะยากจน เป็นผู้ด้อยโอกาส การดำรงชีวิตประจำวัน มีความยากลำบากมีรายได้โดยเป็นลูกจ้างของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเชียงราย เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ประสบความทุกข์ยากให้ได้มีบ้านพักอาศัยที่มั่นคง แข็งแรง รวมทั้งทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และเพื่อระลึกถึงเกียรติภูมิของนักรบกล้าหาญ ตลอดจนเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีและวีรกรรมของเหล่าทหารหาญที่ทำให้เราอยู่กันอย่างสงบสุขบนผืนแผ่นดินไทย เพื่อสดุดีวีรกรรมของทหารผ่านศึก วีรชนผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อแผ่นดิน ส่งเสริมเชิดชูเกียรติและเอื้ออาทรต่อทหารผ่านศึก เพราะเหล่าทหารกล้าที่ทำให้พวกเราชาวไทยมีอธิปไตยมีชาติ บ้านเมือง ให้ได้อยู่อาศัย ตราบชั่วลูกชั่วหลานจวบจนปัจจุบัน
ทั้งนี้ นายจะสอ ยาหยี พร้อมครอบครัว ได้กล่าวขอบคุณ หัวหน้าชุดและเจ้าหน้าที่ทหาร ที่ได้เสียสละเวลาอันมีค่ามาเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ให้ได้มีที่พักอาศัยที่ดีขึ้น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนอื่นใด

โดยการทำความดีไม่มีสิ่งอื่นใดที่ดีที่สุดคือการให้การช่วยเหลือประชาชนและผู้ตกทุกข์ได้ยาก เพราะเราคือ ทหารของพระราชาและเป็นทหารของประชาชน ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#จิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ #เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน