มุกดาหาร # แม่ทัพภาค 2 และประธาน พสบ. รุ่นที่ 2 มอบบ้านพร้อมเงินบริจาคให้แก่ผู้พิการประสบอุทกภัย

          เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2562 พลโทธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 และพล.ต.เกียรติศักดิ์ วิเวก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21 ประธานนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร(พสบ.) กองทัพภาคที่ 2 รุ่นที่ 2 มอบบ้านและเงินบริจาคของนักศึกษาฯ ให้แก่นางอุดร วงศ์ปัญญา ราษฎรพิการที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมกระแสน้ำพัดบ้านพังเสียหายจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ที่บ้านเลขที่ 89 หมู่ที่ 7 บ้านคูสว่าง ตำบลหนองกินเพล อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

          โดยมีนายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ กรรมการนักศึกษาฯ ผู้แทนสื่อมวลชนจังหวัดมุกดาหาร และศิลปิน นักร้อง นักแสดง ร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก


พวงเพชร หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร #ตม.จว.มุกดาหาร จับคนลาวอยู่เกินกำหนด (Overstay) 594 วัน

         วันนี้ (3 ต.ค. 2562) เวลา 05.40 น. ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 และพ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร โดยการนำของ : พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล สว.ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการจับกุม MR.KHAMPHOU อายุ 20 ปี สัญชาติ ลาว ถือหนังสือเดินทางเลขที่ P1958496 ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”
สถานที่จับกุม : หน้าร้านขายเสื้อผ้าภายในบริเวณลานจอดรถก่อนข้ามพรมแดน (ติดกับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2) ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

         พฤติการณ์ในการจับกุม : ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกองบังคับ การตรวจคนเข้าเมือง 4 ให้ระดมกวาดล้างจับกุมคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) และผู้กระทำผิดตามกฎหมายคนเข้าเมืองและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนาม) ว่ามีคนต่างด้าวสัญชาติลาวที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด จะเดินทางมาที่บริเวณหน้าด่านพรมแดนมุกดาหารเพื่อออกนอกราชอาณาจักร ต่อมาในวันนี้ (3 ต.ค.2562) ตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ออกตรวจพื้นที่และวางกำลังโดยรอบบริเวณลานจอดรถก่อนข้ามพรมแดน จนกระทั่งตรวจพบ MR.KHAMPHOU อายุ 20 ปี สัญชาติ ลาว (ทราบชื่อ-สกุล อายุ และสัญชาติภายหลัง) นั่งอยู่ที่มุมหน้าร้านขายเสื้อผ้าบริเวณที่เกิดเหตุ มีรูปร่างลักษณะคล้ายคนต่างด้าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว ผู้ถูกจับได้ยื่นเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง (LAISSEZ-PASSER) แสดงตนว่าเป็นบุคคลสัญชาติ ลาว แต่ไม่มีตราประทับของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร แต่อย่างใด จากการสอบถามผู้ถูกจับรับว่าตนเป็นคนต่างด้าวสัญชาติ ลาว ได้ลักลอบอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ต่อมาผู้ถูกจับได้นำหนังสือเดินทางเลขที่ P1958496 ที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสัมภาระมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม

          จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางของหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าวในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Biometrics) พบว่าผู้ถูกจับได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2561 (18 JAN 2018) ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึง วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 (16 FEB 2018) แต่ผู้ถูกจับได้อยู่ในราชอาณาจักรมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดข้อหา “อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 จึงทำการจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎมายต่อไป.


เดวิด มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร #ทหารพรานบุกตรวจจับกุมหนุ่มใหญ่ เอเย่นต์ค้ายาบ้าพร้อมของกลาง 400 เม็ด

มุกดาหาร กองร้อยทหารพรานบุกตรวจจับเครือข่ายยาบ้าสองฝั่งโขง โดยใช้อาชีพหาปลาลักลอบส่งยาบ้ากันจากเครือข่ายฝั่งประเทศเพื่อนบ้านกลางแม่น้ำโขงมาเปิดบ้านมั่วสุมเสพยา ขายยา กลางหมู่บ้านถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมพร้อมของกลางยาบ้ารวมจำนวน 400 เม็ด

          จังหวัดมุกดาหาร พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อยที่ 2110 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่บ้านไม่มีเลขที่ อยู่ที่บ้านท่าไคร้ ต.นาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ตรวจสอบเฝ้าติดตามกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ ดังกล่าว จนกระทั่งสืบทราบว่ามีการมั่วสุมเสพยาเสพติด และจำหน่ายยา จริงตามที่สายลับแจ้งมา

          จึงได้นำกำลังทหารพราน เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายขณะเดียวกันได้มีชายกำลังขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวตรวจสอบชายดังกล่าวทราบชื่อคือนาย จินดา โคตรรสขึง อายุ 54 ปีเป็นเจ้าของบ้านตรวจค้นตามตัวพบกระเป๋าผ้าคาดเอวด้านในกระเป๋ามีกระปุกครีมพลาสติกด้านในพบยาบ้าจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาเข้าไปตรวจค้นภายในบ้าน

          จากการตรวจค้นพบยาบ้า 2 มัด อยู่บนตู้เย็นโดยใช้ถุงมือทับไว้ตรวจสอบพบยาบ้ารวมจำนวน 400 เม็ดโดยผู้ต้องหารับว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตนจริง เจ้าหน้าที่สอบสวนว่ายาบ้ารับมาจากใคร อยู่ที่ไหนผู้ต้องหารับสารภาพว่าสั่งชื้อมาจากเครือข่ายฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน มาส่งให้กลางแม่น้ำโขงทำมาหลายครั้งแล้ว เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้าส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหารเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร รายงาน

อบต.ท้ายดง จัดการสอบวัดผลให้กับนักเรียนผู้สูงอายุเพื่อพัฒนาควมมคิดและความจำ

         ที่โรงเรียนสร้างสุขผู้สูงวัย องค์การบริหารส่วนตำบลท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ น. ส.ฉัตรนภา เมืองแป้น นายกอบต.ท้ายดง ผู้อำนวยการโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงวัย ได้จัดให้มีการสอบวัดผลให้กับนักเรียนผู้สูงวัยในภาคเรียนที่1/2562 ขึ้น

         โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความคิดความจำและการถ่ายทอดความรู้ในวิชาเรียน ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับวิชาที่สอบในวันนี้มีวิชาพระพุทธศาสนา, คณิตศาสตร์, ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยมีคุณครูอาสาจากอบต.ท้ายดงและเหมืองทองอัคราเป็นผู้ออกข้อสอบ มีนักเรียนเข้าสอบทั้งสิ้น 66 คน หลังจากนั้นได้มีการนันทนาการก่อนปิดเทอมภาคเรียนที่1บรรยากาศเป็นไปด้วยความสุขความสนุกสนาน

ยุทธ ศรีทองสุข ภาพ/ข่าว

ลพบุรี-หลวงพ่อมอบเงินช่วยเหลือคนตาย สองแสนบาทและให้คนขับรถขอขมาญาติ

         เมื่อเวลา 19.00 น.วั้นที่ 2 ต.ค. 62 หลวงพ่ออลงกต ได้มอบหมายให้พระครูภัทรปัญญาวุธ เจ้าอาวาสวัดสิงห์คูยาง เจ้าคณะอำเภอโคกสำโรง เป็นตัวแทนไปกับลูกศิษย์ นำเงินจำนวน 2 แสนบาท ไปมอบให้กับญาติผู้เสียชีวิต รายละ 100,000 บาท โดยมีนางประนอม ปัญญา อายุ 67 ปี แม่ของนางระอุ่น ปัญญา และ น.ส.อรสา แสนอภัย อายุ 27 ปีบุตรสาวนายสุนทร เป็นผู้รับมอบ เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเรื่องค่าทำศพเบื้องต้นไปก่อน โดยไปมอบกันที่ สภ.โคกสำโรง รวมทั้งไปร่วมในการสวดพระอภิธรรมศพทั้ง 2 ศพด้วย ทั้งที่สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพนายสุนทร ที่วัดวังขอนขว้าง ซึ่งจะการฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 5 ต.ค.นี้ ส่วนศพนางระอุ่น ปัญญา จะทำการฌาปนกิจในวันที่ ที่ 3 ต.ค. นี้ ที่วัดห้วยเจริญ โดยก่อนหน้านี้ทางหลวงพ่อได้สั่งให้นำพวงหรีดไปวางที่หน้าศพทั้ง 2 แล้ว

          นอกจากนี้ หลวงพ่ออลงกต ยังมีความเป็นห่วงในครอบครัวของผู้เสียชีวิตถามกับลูกศิษย์ที่เดินทางไปดูแลตลอดโดยวันนี้กำชับให้ดูแลทั้งสองครอบครัวให้ดีที่สุด และในโอกาสเดียวกันนี้ได้ให้นายพีระพงษ์ เหล่าลูกอินทร์ อายุ 22 ปี คนขับรถในวันเกิดเหตุเข้าขอขมาญาติผู้เสียชีวิตทั้งสองราย ซึ่งหลวงพ่ออลงกตต้องการที่จะเดินทางกลับไปพักรักษาตัวที่วัดพระบาทน้ำพุ เนื่องจากมีความเกรงใจผู้ที่มาพักรักษาตัวคนอื่น ๆ เพราะมีลูกศิษย์มาเยี่ยมตลอดทั้งวันทำให้ผู้ป่วยคนอื่น ๆ ไม่ได้พักผ่อน รวมทั้งในเรื่องของการจอดรถที่ทาง รพ.พระนารายณ์มหาราชมีพื้นที่จำกัด ทั้งนี้ก็ต้องลองคุยกับทางคณะแพทย์ที่มาทำการรักษาว่าจะสามารถกลับไปพักฟื้นที่วัดได้หรือไม่ เพื่อที่จะได้อำนวยความสะดวกกับทางศิษย์ยานุศิษย์ได้อีกทางหนึ่งด้วยเช่นกัน ซึ่งทางแพทย์ได้อนุญาตให้หลวงพ่อกลับไปพักรักษาตัวได้ในวันเสาร์ที่ 5 ต.ค.นี้

          ขณะที่ทางลูกศิษย์คนสนิทของ หลวงพ่ออลงกต ได้เปิดเผยว่าก็ยังมีลูกศิษย์บางรายที่ หลวงพ่ออลงกต ได้อนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้เป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากมีเรื่องงานที่จะต้องคุยกันในการดำเนินงานต่อ ซึ่งก็มีนายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ ผวจ.ลพบุรี นายกเหล่ากาชาด และนายจำเริญสละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี เพราะมีภารกิจที่จะต้องมาประสานงานกันในการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี

          ทางด้าน พ.ต.ท.ณัฐพล พงษานุวัฒน์ พงส.สภ.โคกสำโรง เจ้าของคดี ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ได้ดำเนินการสอบปากคำไปแล้ว 5 ปากคือ หลวงพ่ออลงกต คนขับรถ ลูกศิษย์ที่นั่งมาด้านข้าง ซึ่งให้การว่าในช่วงที่เกิดเหตุนั้นขับมาด้วยความเร็วประมาณ 130 กม/ชั่วโมงมาถึงจุดที่เกิดเหตุมีรถยนต์กระบะตัดหน้ากะทันหันทำให้ไม่สามารถเบรกหรือหยุดรถได้ทัน รวมทั้งสอบปากคำพยานในจุดที่เกิดเหตุและญาติผู้เสียชีวิต แต่จะต้องมีการสอบปากคำเพิ่มเติมหลังจากเสร็จพิธีศพไปก่อน โดยรถที่ หลวงพ่ออลงกต นั่งมานั้นมี พรบ.และประกันชั้น 1 ทำให้ไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องของการดูแลค่าเสียหายและทาง พนักงานสอบสวนก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม

ภาพ/ข่าวนายโยธิน พรมแตง
นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090 รายงาน

คณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี

           วันนี้ 2 ตุลาคม 2562 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดปัตตานี คณะกรรมมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม รองประธานคณะกรรมาธิการ ได้เดินทางเข้าพบนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี และจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังบรรยายสรุปภารกิจและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่มีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ สามารถดำเนินการตามกฏหมายกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง

          ในส่วนการพัฒนาพื้นที่และสร้างความเจริญ สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ จังหวัดปัตตานีได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า “เมืองเกษตรอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์ฮาลาลคุณภาพของประเทศ เป็นสังคมพหุวัฒธรรมที่สันติสุข” อีกทั้งมีการกำหนดการขับเคลื่อนจังหวัดปัตตานี 4 วาระ คือ ขจัดภัยยาเสพติดเร่งเศรษฐกิจให้เฟื่องฟู สร้างบ้านเมืองให้น่าอยู่ เชิดชูคนดี การขับเคลื่อนจังหวัดปัตตานีให้ห้วงเวลาที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนได้รวมพลังกันขับเคลื่อนจังหวัดปัตตานี โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อสร้างปัตตานีให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป จากนั้นเวลา 10.30 น. ได้เดินทางเข้าเยี่ยมหน่วยและรับฟังบรรยายสรุปภารกิจ การจัดหน่วย ตลอดจนสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ณ จังหวัดทหารบกปัตตานี ค่ายอิงคยุทธบริหาร

#คณะกรรมาธิการทหาร #สภาผู้แทนราษฎร #จังหวัดปัตตานี  #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล :ผู้สื่อข่าว – ธรรมนูญ คีรีนารถ /ผู้เรียบเรียง – วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี

แจ้งความเอาผิดอาญา’ ทหาร’ ทำ’อับดุลเลาะ อีซอมูซอ’เสียชีวิต

ครอบครัว อีซอมูซอกับทนายความมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม และตัวแทนมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ยื่นคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ให้สอบสวนดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีอาญา กรณีการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ที่บาดเจ็บสาหัสในค่ายทหารและเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

          วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. นางสาวซูไมยะห์ มิงกะ ภริยาของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ และนายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ  ทนายความประจำมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน     สถานีตำรวจภูธรหนองจิก จังหวัดปัตตานี ต่อการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะฯ ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25  สิงหาคม 2562  โดยที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ได้ออกหนังสือรับรองการเสียชีวิต ระบุว่าเสียชีวิตจากภาวะสมองขาดออกซิเจนและขาดเลือด

          ทั้งนี้ นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ถูกควบคุมเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2562 โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 ภายใต้อำนาจตามกฎอัยการศึกไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 03.00 นาฬิกา ของวันที่ 21 กรกฎาคม  2562 ถูกพบว่าหมดสติอยู่ในหน่วยซักถามของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ภายในค่ายอิงคยุทธบริหาร เจ้าหน้าที่ประจำค่ายจึงนำนายอับดุลเลาะฯ เข้ารับการรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร จากนั้นได้ส่งไปรักษาตัวต่อ ณ อาคารผู้ป่วยวิกฤติ(ICU) โรงพยาบาลปัตตานี ต่อมาวันที่ 22 กรกฎาคม 2562 ถูกส่งตัวไปรักษาต่อ ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และได้รับการักษาอย่างต่อเนื่อง โดยแพทย์ระบุว่าผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ไม่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ ผลเอ็กซเรย์สมองพบว่าสมองบวม มีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง ยังคงใส่เครื่องช่วยหายใจ มีสภาวะไตวายเฉียบพลันและจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดในหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤติทางอายุรกรรมเป็นเวลากว่า 30 วันและเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม  2562 ที่ผ่านมา

          กรณีดังกล่าวเป็นคดีที่มีความสำคัญต่อการสร้างให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในการควบคุมตัวบุคคลตามอำนาจกฎหมายพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้  การสืบสวนสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งมีหน้าที่ทำความจริงให้ปรากฎว่า  ก่อนการถูกควบคุมตัวนายอับดุลเลาะห์ฯไปนั้นนายอับดุลเลาะห์มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว สมาชิกในครอบครัวและสังคมต้องได้รับคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับนายอับดุลเลาะห์ ระหว่างถูกควบคุมตัวภายในศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43  ค่ายอิงคยุทธบริหาร และหากเป็นการกระทำที่เป็นความผิดทางอาญา พนักงานสอบสวนจึงมีหน้าที่ติดตาม และหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          โดยคดีนี้ทนายความศูนย์ทนายความมุสลิมและทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับมอบหมายให้ช่วยเหลือคดีเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับนายอับดุลเลาะห์และญาติต่อไปให้ถึงที่สุดทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ในระดับนโยบายและกระบวนการยุติธรรมในจังหวัดชายแดนใต้

         นอกจากนี้ ในวันที่ 5 ตุลาคม 2562 ทางญาติจะจัดงานครบรอบ  40 วันอันเป็นประเพณีทางศาสนาอิสลามให้แก่นายอับดุลเลาะห์ที่บ้านในพื้นที่ตำบลตะบิ้ง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี และในวันที่ 9 ตุลาคม 2562 จะมีการเดินทางมายื่นหนังสือให้คณะกรรมาธิการกฎหมาย  การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนของสภาผู้แทนราษฎรด้วย

ขอบคุณข้อมูล : mtoday

ศอ.บต. ร่วมกิจกรรมมอบบ้านสุขใจหลังที่ 2 แก่ราษฎรผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่เจาะไอร้อง

          เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 ที่บ้านโคก หมู่ที่ 5 ตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส  พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานในกิจกรรมส่งมอบบ้านสุขใจของเครือข่ายนักประชาสัมพันธ์และบริการประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายอำเภอเจาะไอร้อง ผู้แทนหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 48 หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ โต๊ะอีหม่าม เครือข่ายนักประชาสัมพันธ์ จชต. ตลอดจนประชาชนบ้านโคกและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วม

          พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ที่นี่เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งที่เราทุกคนอยากเห็นความร่วมมือในการสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งขณะนี้ได้มีการเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบ้านหนึ่งหลังอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่วันนี้ก็สามารถทำให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกคนในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ทั้งคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย นักประชาสัมพันธ์ จชต. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเยาวชนจิตอาสาที่รวมตัวกันสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่ ซึ่งสิ่งที่ได้มากกว่าบ้านคือความร่วมมือของทุกคน เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือการสร้างสันติสุขให้กับจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยที่นี่จะเป็นต้นแบบในการผลักดันพื้นที่อื่นๆให้เกิดการพัฒนาต่อไปด้วย

           ด้าน ตัวแทนนักประชาสัมพันธ์ จชต.เผยถึงการเข้ามาช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสภายใต้กิจกรรมของบ้านสุขใจว่า เป็นความร่วมมือของเครือข่ายนักประชาสัมพันธ์ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ เมื่อพบกรณีผู้ด้อยโอกาสจึงนำเรียนให้ทาง ศอ.บต. รับทราบเพื่อพิจารณาให้การช่วยเหลือ ซึ่งกรณีของนายเจ๊ะรอฮิม เจ๊ะเลาะ มีฐานะยากจน สภาพบ้านทรุดโทรม และมีสมาชิกในบ้านจำนวน 7 คน เมื่อผ่านการพิจารณาของ ศอ.บต. ทางเครือข่ายชมรมนักประชาสัมพันธ์จึงได้ร่วมจำหน่ายเสื้อเพื่อสมทบทุนในการก่อสร้างบ้านสุขใจหลังที่ 2 และได้รับเงินสนับสนุนจากฝ่ายซากาตและสังคมสงเคราะห์ ของกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ในการร่วมสมทบทุนก่อสร้างในครั้งนี้ด้วย

          ด้าน นายเจ๊ะรอฮิม เจ๊ะเลาะ ผู้ได้รับบ้านสุขใจในครั้งนี้กล่าวด้วยความรู้สึกตื้นตันว่า ตนรู้สึกดีใจมาก เพราะในชีวิตไม่เคยคิดว่าจะมีคนมาสร้างบ้านให้ อีกทั้งทุกคนที่มาช่วยก็มาด้วยใจที่อาสา ซึ่งตนสามารถสัมผัสได้และอยากขอบคุณทุกคนจริงๆ ที่ไม่ทอดทิ้งคนที่ลำบากให้เดียวดายและหมดหวัง

         สำหรับ กิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นสืบเนื่องจากนโยบายของ พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต.ที่ต้องการให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมดูแลผู้ยากไร้ และช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง 11 ประเภท พร้อมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งจากกิจกรรมดังกล่าวได้รับการตอบรับและเสียงชื่นชมจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจจนเห็นผลเป็นรูปธรรมด้วยการสร้างพื้นที่สันติสุขขนาดเล็กให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของภาครัฐที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังได้อย่างสมบูรณ์อีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล : News

ทหารพรานยิงปะทะโจรใต้กลุ่ม “ตอเย็บ แมทารง” ที่เชิงเขาสุไหงปาดี

ทหารพรานที่ 48 เดินลาดตระเวนในสวนยางพารา ก่อนเกิดเหตุยิงปะทะโจรใต้กลุ่มของ “ตอเย็บ แมทารง” บริเวณเชิงเขาสุไหงปาดี จ.นราธิวาส เปิดฉากยิงกันเป็นระลอกนานกว่า 10 นาที สุดท้ายทั้งสองฝ่ายไร้คนเจ็บ

          วันนี้ (1 ต.ค.) พ.อ.สฐิรพงษ์ อาจหาญ ผบ.ชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารชุดจรยุทธ์ ร้อย ทพ.4809 จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ นำกำลังขึ้นพิสูจน์ทราบความเคลื่อนไหวของกองกำลังติดอาวุธกลุ่ม นายตอเย็บ แมทารง ซึ่งมีหมายจับ ป.วิอาญา คดีความมั่นคงและพวก ที่เคลื่อนไหวบนเทือกเขาหลังหมู่บ้านสือแด หมู่ 7 ต.สากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

          ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทหารกำลังเดินลาดตระเวนในสวนยางพาราของชาวบ้านที่ปลูกไว้ที่เชิงเขา ซึ่งเป็นทางขึ้นน้ำตกสือแดอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ทหารได้พบกับกองกำลังติดอาวุธกลุ่มนายตอเย็บ ซึ่งมีกำลังจำนวน 5-6 คน ที่กำลังเดินลงจากเทือกเขา จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นระลอกนานกว่า 10 นาที กลุ่มคนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้ใช้ความชำนาญพื้นที่ และใช้อาวุธปืนยิงเบิกทางหลบหนีไปเข้าเขตรอยต่อบ้านดอเฮะ หมู่ 3 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดยที่สองฝ่ายไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

          ต่อมา พ.อ.สฐิรพงษ์ อาจหาญ ผบ.ชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ได้รับรายงานเหตุที่เกิดขึ้น จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำอยู่ฐานปฏิบัติการชั่วคราว ในพื้นที่เขตรอยต่อระหว่างบ้านสือแด หมู่ 7 ต.สากอ และบ้านดอเฮะ หมู่ 3 ต.ริโก๋ จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทหารติดตามไล่ล่ากดดันกลุ่มคนร้ายที่กำลังหลบหนีอย่างกระชั้นชิดแล้ว

          อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.สุพจน์ เรืองรุ่งโรจน์ หัวหน้า สภ.สากอ อ.สุไหงปาดี ได้มีการประสานไปยัง ร.ต.อ.พลวัฒน์ เทพษร รักษาราชการแทนหัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้ทำการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นสวนยางพาราของชาวบ้าน พบว่าลำต้นของต้นยางพารามีร่องรอยถูกกระสุนปืนของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ และเจ้าหน้าที่ทหารพรานเป็นรูพรุน และพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และอาก้าของทั้งสองฝ่ายตกกระจายอยู่ในสวนยางพาราจำนวนมาก

ขอบคุณข้อมูล : News

มูลนิธิพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรยะลา อัญเชิญพระจำลองออกแห่รอบเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคล เปิดงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2562

          วันนี้ (1 ตุลาคม 2562) เวลา 09.00 น. ที่ มูลนิธิพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายแพทย์สมหมาย  บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานพิธีเปิดงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2562 และอัญเชิญพระจำลองขึ้นประทับบนบุษบกแห่รอบเมือง เพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดี และให้ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนได้กราบไหว้สักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวในช่วงของเทศกาลถือศีลกินเจ โดยมี รองนายกเทศมนตรีนครยะลา, วัฒนธรรมจังหวัดยะลา, ประธานมูลนิธิพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร คณะกรรมการองค์กรจีนจังหวัดยะลาและใกล้เคียง รวมทั้งประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

          ทั้งนี้ การจัดเทศกาลกินเจ มูลนิธิพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรยะลา จัดขึ้นเพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นการทำบุญละเว้นกินเนื้อสัตว์ในเทศกาลกินเจ เป็นการพบปะสังสรรค์พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดยะลาอีกด้วย โดยกำหนดจัดกิจกรรมถือศีลกินเจ ระหว่างวันที่ 29 กันยายน -8 ตุลาคม 2562 เป็นเวลา 9 วัน โดยมีกิจกรรมนำองค์พระจำลองกิ๊วอ๊วงฮุคโจ้ว และองค์พระต่าง ๆ ประทับบนบุษบกแห่รอบเมือง การเวียนเทียน และการนำเรือพระอัญเชิญกิ๊วอ๊วงฮุคโจ้ว กลับสู่สวรรค์ เพื่อนำไปลอยแม่น้ำปัตตานีต่อไป

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง