ลำพูนต้อนรับ นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ในโอกาสที่มาดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าฯ ลำพูน

จังหวัดลำพูนให้การต้อนรับ นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ในโอกาสที่ย้ายมาดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพระเถระชั้นผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นมงคลแก่ตนเองและเป็นการเริ่มต้นการทำงานด้วยความราบรื่น

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.30 น. นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยนางณัษฐพร ชูวงศ์ ภริยา เข้ากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพระเถระชั้นผู้ใหญ่จังหวัดลำพูน เนื่องในโอกาสที่ย้ายมาดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนคนใหม่ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านและข้าราชการในพื้นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และเพื่อความเป็นมงคลแก่ตนเองครอบครัว และเป็นการเริ่มต้นการทำงานด้วยความราบรื่นประสบความสำเร็จ โดยมี นางศุกลรัตน์ จันทร์มณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

โดยในเวลา เวลา 08.30 น. รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนคนใหม่ เข้าสักการะอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี, สักการะพระสุวรรณจังโกฏเจดีย์ สักการะกู่อัฐิครูบาศรีวิชัย ณ วัดจามเทวี, สักการะศาลพระนางจามเทวี สักการะศาลพระเจ้ามหันตยศและพระเจ้าอนันตยศ (โอรสพระนางจามเทวี) สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ณ ศาลากลางจังหวัดลำพูน (หลังเก่า), สักการะสถูป กู่ช้าง – กู่ม้า, สักการะพระประธานในพระวิหารหลวง สักการะองค์พระบรมธาตุหริภุญชัย กราบนมัสการพระศรีธรรมโสภณ รองเจ้าคณะจังหวัดลำพูน สักการะเสาหลักเมือง คณะสะดือเมือง ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน จากนั้นเดินทางไปสักการะศาลพระภูมิชัยมงคล ณ บ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน


นที มีเดช รายงาน

รองผบ.มทบ.39 เป็นผู้แทน แม่ทัพภาค3 ร่วมกิจกรรม “วันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน” ประจำปี 2568

รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมกิจกรรม “วันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน” World Day of Remembrance for Road Traffic Victims) ประจำปี 2568

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568 พันเอก วิชา อมระดิษฐ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดกิจกรรม “วันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน (World Day Of Remembrance for Road Traffic Victims) ประจำปี 2568” Safe Road Save Lives (SRSL) ถนนปลอดเหตุ ชีวิตปลอดภัย เพื่อ “รณ รงค์” การใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย โดยมี นายพัชรพล มั่นปาน นายอำเภอเมืองพิษณุโลก เป็นประธาน ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ริมน่าน อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมที่สำคัญ ประกอบด้วย จุดเทียนบริเวณหน้าเวทีสวนชมน่านเพื่อรำลึกถึงผู้ที่ได้รับความสูญเสียจากอุบัติ, แจกหมวกกันน็อกรวม 130 ใบ ให้แก่เด็กนักเรียนในจัง หวัดพิษณุโลก รวม 7 โรงเรียน และ เดินขบวน “รณรงค์“ โดยอาสาสมัครนักเรียน ทหารจากกองทัพภาคที่ 3 มณฑลทหารบกที่ 39 และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างการรับรู้ บริเวณสวนชมน่านจนถึงสถานีรถไฟ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

เนื่องในโอกาสวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน Word Day of Remembrance for Road Victims ซึ่งจัดขึ้นโดย สโมสรโรตารีในจังหวัดพิษณุโลกภาค 3360 โรตารีสากล พร้อมเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดพิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์ ให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปตระหนักถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุบนทางถนน อีกทั้งยังสร้างจิตสำนึกและวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน แก่เยาวชนและสาธารณ ชนทั่วไป

ขณะที่ นายบุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดกิจกรรม “วันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน” (World Day of Remembrance for Road Traffic Victims) ประจำปี 2568ณ บริเวณตลาด 1 ตำบล 1 ตลาดนัดชุมชน ตำบลวังพิกุล อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก

โดย รองผู้ว่าราชการจัหวัดพิษณุโลก อ่านสารนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะสร้าง “วัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน” เช่นการสร้างวัฒนธรรม “ดื่มไม่ขับ” การปลูกฝังเรื่องความปลอดภัยทางถนนในหมู่เยาวชนและโรงเรียน รวมถึงการตัดตอนห่วงโซ่เหตุการณ์ หรือ Chain of event เป็นต้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รัฐบาลขอขอบคุณในความร่วมมือและความเสียสละของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน และเพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นในประเทศไทยและขอถือโอกาสนี้เป็นกำลังใจให้ครอบครัวผู้สูญเสีย และขอให้ทุกท่านมีกำลังกายกำลังใจ และกำลังสติปัญญาที่เข้มแข็งเพื่อร่วมเป็นพลังสำคัญในการก้าวเดินไปสู่การบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้โดยเฉพาะการสร้าง”วัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน”เพื่อช่วยให้ถนนทุกสายของประ เทศไทย เป็นเส้นทางสัญจรแห่งความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกได้ร่วมเดินขบวนรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน เนื่องในวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน พร้อมกับส่วนราชการ นักเรียน และประชาชน อีกด้วย

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกได้ร่วมเดินขบวนรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน เนื่องในวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน พร้อมกับส่วนราชการ นักเรียน และประชาชน อีกด้วย

และ สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2557 เห็นชอบให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ร่วมกับ หน่วยงานทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมเนื่องในวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ในวันอาทิตย์สัปดาห์ที่สาม ของเดือนพฤศจิกายน เป็นประจำทุกปี เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความตระหนักรู้ และป้องกันไม่ให้อุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้นโดยในวันนี้ ยังมีกิจกรรมการร่วมยืนถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี นาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กิจกรรมยืนสงบนิ่งไว้อาลัย 1 นาที การอ่านสารนายกรัฐ มนตรี การจุดเทียนรำลึกถึงผู้เสียชีวิตฯ การเดินขบวนรณรงค์ ฯลฯ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยกันส่งต่อความตระหนักถึงความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ไปยังบุตรหลาน ประชาชน และให้ทุกคนช่วยกันเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรทางถนน มีวัฒน ธรรมความปลอดภัยไม่ละเมิดกฏหมายจราจร ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะช่วยให้ถนนทุกฝ่ายในจังหวัดพิษณุโลก เป็น ‘ถนนปลอดเหตุ ทุกชีวิตปลอดภัย’


นที มีเดช รายงาน

จิตอาสา 904 ร่วมอำนวยความสะดวกนำประชาชน จ.กำแพงเพชร เดินทางเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน (ภาค 3) รุ่นที่ 1/62 และ หลักสูตรพื้นฐาน (ภาค 3) รุ่นที่ 2/65 ร่วมอำนวยความสะดวกนำประชาชน 11 อำเภอ ของจังหวัดกำแพงเพชร เดินทางเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 เวลา 21.00 น. นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร มอบหมายให้นายกองเอกชัยพฤกติ์ เชียรธานรักษ์ ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในการนำประชาชนทั้ง 11 อำเภอ ของจังหวัดกำแพงเพชร เดินทางเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

โดยกระทรวงมหาดไทย กำหนดให้เดินทางวันละ 4 จังหวัด โดยเรียงลำดับตามหมวดอักษรจังหวัด เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งจังหวัดกำแพงเพชร เป็น กลุ่มจังหวัดเป้าหมายในชุดที่ 1 ในการนี้จิตอาสาพระราชทาน 904 และประชาชนจิตอาสา ได้ร่วมอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ในการเดินทางเข้าเฝ้าฯด้วย บริเวณปั๊ม ป.ต.ท.สลกบาตร อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร

มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม : ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ จิตอาสาพระราชทาน จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน (ภาค 3) รุ่นที่ 1/62 และ หลักสูตรพื้นฐาน (ภาค 3) รุ่นที่ 2/65 ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหาร/พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนจิตอาสา รวมจำนวน 1,100 คน


นที มีเดช รายงาน

อำเภอโพนสวรรค์ ปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”

อำเภอโพนสวรรค์ ปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”

17 พ.ย.68 ภายใต้การอำนวยการของ นายณัฐวุฒิ ชัยสิทธิ์ นายอำเภอโพนสวรรค์ (ผอ.ศป. ปส.อ.โพนสวรรค์) มอบหมายให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง(จพง. ป.ป.ส.) นำกำลังสมาชิก อส., ร้อย.อส.อ.โพนสวรรค์ 7(ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอโพนสวรรค์)ดำเนินการปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”

โดยลงพื้นที่ ต.นาหัวบ่อ ตามที่สายข่าวรายงาน ได้ดำเนินการจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จำนวน 1 ราย ชายไทย อายุ 26 ปี เป็นราษฏร ม.9 ต.นาหัวบ่อ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม พร้อมของกลาง “ยาบ้า” จำนวน 196 เม็ด โดยแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ พร้อมบันทึกจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนสวรรค์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

แม่ทัพภาคที่2 ตรวจพื้นที่ช่องเหว ติดตามผลเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่

แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจพื้นที่ช่องเหว ติดตามผลเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ ช่องเหว บ้านไทยนิยม ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามและรับฟังผลการปฏิบัติงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดจาก ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) และหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 4 กองบัญชาการกองทัพไทย โดยมี กองทัพภาคที่ 2 / กองกำลังสุรนารี ให้การสนับสนุนการปฏิบัติในพื้นที่

แม่ทัพภาคที่ 2 ได้รับทราบความก้าวหน้าของการปฏิบัติภารกิจ รวมถึงรับฟังปัญหา อุปสรรคด้านภูมิประเทศ และความเสี่ยงต่อการปฏิบัติงาน พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยดำเนินงานด้วยความรอบคอบภายใต้มาตรการความปลอดภัยสูงสุด และสร้างการรับรู้ร่วมกับประชาชน เพื่อป้องกันอันตรายจากทุ่นระเบิดตกค้างในพื้นที่ชายแดน

กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันความมุ่งมั่นในการสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรม ลดภัยคุกคามจากทุ่นระเบิด และสร้างความปลอดภัยให้กับพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พร้อมต่อภารกิจในการปกป้องอธิปไตย

#กองทัพภาคที่ 2 #คืนพื้นที่ปลอดภัย #ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ #TMAC


กองทัพภาค2 ตอกหน้าสื่อเขมร ปั่น ‘ฮีโร่’ คืนสนามรบ ที่แท้ เชลยศึก ไทยปล่อยตัว เหตุป่วย ‘พิษสุราเรื้อรัง-เสียสติ’ ย้ำชัด ไร้มนุษยธรรม

กองทัพภาคที่ 2 ตอกหน้าสื่อเขมร ปั่น ‘ฮีโร่’ คืนสนามรบ ที่แท้ เชลยศึก ไทยปล่อยตัว เหตุป่วย ‘พิษสุราเรื้อรัง-เสียสติ’ ย้ำชัด ไร้มนุษยธรรม

17 พ.ย. 68 เฟซบุ๊กเพจ “กองทัพภาคที่ 2” โพสต์ข้อความระบุว่า “ตามที่ปรากฏภาพข่าว สำนักข่าว Fresh News Daily ว่า คุณยังจำฮีโร่ทหารของเราชื่อ “ซึม ซ็อมแอง” ได้หรือไม่??? เขาคือคนที่ถูกทหารไทยจับกุม และได้รับการปล่อยตัว และตอนนี้ได้ฟื้นตัวกลับมาอยู่แนวหน้าอีกครั้งแล้ว” “นี่คือจิตวิญญาณความกล้าหาญ ที่แข็งแกร่งที่สุดของฮีโร่ ทหารกัมพูชา ผู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ ภายใต้สถานการณ์ใดๆ”

“ความจริง คือ ร.ต.ซึม ซ็อมแอง คือ เชลยศึกที่ถูกฝ่ายไทยเราควบคุมตัวไว้ในช่วงการสู้รบ ห้วงวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2568 ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนที่ทางการไทยจะปล่อยตัวกลับไปก่อน 2 รายเนื่องจากอาการป่วยหนัก และมีอาการทางระบบประสาท หรือ จิตเวช เราจึงได้ส่งตัวกลับไป เพื่อให้เข้ารับการรักษาต่อในประเทศกัมพูชา จึงมีเชลยศึกที่ถูกฝ่ายไทยควบคุมตัวเหลืออยู่ 18 ราย ซึ่ง ร.ต.ซึม ซ็อมแอง เป็นบุคคลที่มีอาการพิษสุราเรื้อรัง และเสียสติ จากความเครียดในระหว่างการทำการรบ โดยก่อนส่งตัวกลับ ร.ต.ซึม ซ็อมแอง ได้ทำเอกสารสัญญาว่า… จะไม่เข้าทำการรบอีก ตามที่เขาลงนามเอาไว้”

“ ระหว่างการถูกควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ฯของไทย ได้จัดหารองเท้าให้ใส่อยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ยอมใส่ จนฝ่ายกัมพูชามีการไปออกข่าวบิดเบือนว่าเรากลั่นแกล้งไม่ให้ใส่รองเท้าอีกด้วย”
“การที่กัมพูชา มีการนำบุคคลที่มีอาการทาง จิตเวช เสียสติ หรือ สภาพจิตใจไม่ปกติ มาเข้าทำการรบ ถือว่า เป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง และการกระทำเยี่ยงนี้ ยิ่งเป็นที่ย้ำชัดเลยว่า การปล่อยตัวเชลยศึกที่เหลืออีก 18 ราย ไม่สามารถกระทำได้ จนกว่า ความเป็นปรปักษ์จะสิ้นสุดต่อกัน” ทั้งนี้ หลักการสากลที่เกี่ยวข้อง

  1. อดีตเชลยศึกไม่ควรถูกบังคับกลับเข้าสู่การรบโดยทันที หลังการปล่อยตัว ตามอนุสัญญาเจนีวา
  2. บุคคลที่มีภาวะปัญหาสุขภาพจิตหรือสงสัยว่ามีอาการ PTSD ถือว่าเป็นผู้เปราะบาง (Vulnerable person)
  3. การนำผู้ป่วยหรือผู้สงสัยว่าป่วยทางจิตเข้าสู่สนามรบโดยไม่ผ่านการรักษาและประเมินความพร้อม ถือเป็นการเสี่ยงต่อชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
  4. การใช้งานทหารหรือบุคคลในสภาพ ไม่พร้อมรบทางกายหรือทางจิตใจ อาจเข้าข่าย การละเมิดหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน

ตามมาตรฐานสากลด้านความมั่นคงและมนุษยธรรม การนำบุคคลที่มีภาวะผิดปกติทางจิต หรือสงสัยว่า มีอาการ PTSD กลับไปปฏิบัติการรบ โดยไม่ได้รับการรักษา และประเมินความพร้อมอย่างเป็นทางการ ถือเป็นแนวปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม และอาจเข้าข่ายไม่เป็นมนุษยธรรม


ขอบคุณข้อมูล : กองทัพภาคที่ 2

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ชายแดนตรวจเยี่ยมความพร้อมรบของกำลังพล ในพื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำความพร้อมปกป้องอธิปไตย ยึดมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ชายแดนตรวจเยี่ยมความพร้อมรบของกำลังพล ในพื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำความพร้อมปกป้องอธิปไตย ยึดมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 / ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกำลังพล หน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ได้เดินตรวจเยี่ยมการพัฒนาเส้นทางยุทธวิธีในพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์จริงในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เน้นย้ำให้หน่วยในพื้นที่เสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยทุกมิติ การปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังภัยคุกคามทุกรูปแบบ พร้อมยกระดับความพร้อมรบของกำลังพล เพื่อป้องกันเหตุร้ายและรักษาเสถียรภาพพื้นที่ชายแดนอย่างใกล้ชิด ให้ทุกหน่วยปฏิบัติด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และยึดมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด

แม่ทัพภาค2 ชื่นชมความเสียสละและความมุ่งมั่นของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกล พร้อม ย้ำว่า ทุกก้าวที่ยืน ทุกคำสั่งที่ออก คือความตั้งใจในการพิทักษ์ผืนแผ่นดินไทย กำลังพลทุกนายต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพ ด้วยจิตวิญญาณของนักรบผู้พิทักษ์ชาติ และต้อง พร้อมเต็มร้อย และสอบถามสารทุกข์สุกดิบต่อกำลังพล ช่วยสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนให้มีกำลังใจในการปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก

ทั้งยังได้ให้แนวทางการปฏิบัติ โดยเน้นย้ำให้ยึดมั่นในอุดมการณ์ของทหาร ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ อดทน มีระเบียบวินัย และให้มีความพร้อมรบอยู่เสมอ สร้างขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลผู้ปฏิบัติงานในแนวหน้า เพื่อดำรงความพร้อมสูงสุดทุกสถานการณ์ ปกป้องอธิปไตยของชาติ และดูแลความปลอดภัย ของประชาชนให้มั่นคงอย่างยั่งยืน


ขอบคุณภาพ : กองทัพบก Royal Thai Army

ชวนกันดื่มริมสระน้ำกลางทุ่ง ก่อนพลัดตกสระน้ำลึกกว่า 4 เมตร เสียชีวิต

ลำปาง – ชวนกันดื่มริมสระน้ำกลางทุ่ง ก่อนพลัดตกสระน้ำลึกกว่า 4 เมตร เสียชีวิต

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13:15 น. เกิดเหตุคนพลัดตกสระน้ำกลางทุ่งนาเสียชีวิต จุดเกิดเหตุบริเวณบ้านหัวทุ่งสามัคคี ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ที่เกิดเหตุเป็นสระน้ำมีเจ้าของอยู่บริเวณกลางทุ่งนา มีการล้อมที่โดยใช้รั้วลวดหนามขึงกับเสาปูน กู้ภัยอัมรินทร์ตรวจสอบในที่เกิดเหตุตามรับแจ้ง ร่วมกับชุดประดาน้ำจากกู้ภัยสว่างนครลำปาง ลงค้นหาตามข้อมูลที่ได้จากเด็กชายบ้านใกล้เคียงในจุดเกิดเหตุ เนื่องจากช่วงเกิดเหตุเด็กชายคนดังกล่าวได้ยินเสียงของกลุ่มผู้เสียชีวิตและเพื่อนๆ ในจุดเกิดเหตุ จึงได้ออกมาดูว่ามีใครมาทำอะไรในจุดดังกล่าว จึงทราบว่ามีคน 1 ในกลุ่ม ได้พลัดตกลงไปในสระน้ำ จึงได้แจ้งขอความช่วยเหลือ และเป็นคนชี้จุดให้ชุดประดาน้ำทำการค้นหา กู้ภัยใช้เวลาดำน้ำค้นหาเพียง5นาทีก็พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย1ราย อายุ48ปี มีภูมิลำเนาอาศัยอยู่บ้านโทกหัวช้าง ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง

ผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตและเพื่อนๆได้ชวนกันมาดื่มสุราในที่เกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตพลาดลื่นตกสระน้ำและจมหายไปต่อหน้า เพื่อนที่มาด้วยกันพยายามช่วยเหลือแต่สระน้ำดังกล่าวมีความลึกมากเพื่อนๆจึงช่วยไว้ไม่ทัน

ผลการชันสูตรผู้เสียชีวิตเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด เนื่องจากผู้เสียชีวิตชอบดื่มสุราอยู่เป็นประจำ ทางญาติจึงเชื่อว่าเกิดจากอุบัติเหตุซึ่งผู้เสียชีวิตคงจะเมาหนักจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ทางญาติไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่จึงมอบร่างผู้เสียชีวิตให้กับทางญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป


ศรัญญู วังกาวี ข่าวลำปาง รายงาน

มทบ.37 จัด “วันเยี่ยมญาติทหารใหม่” ผลัด 2/68 สร้างความเชื่อมั่นและกำลังใจแด่ครอบครัวทหาร!

มทบ.37 จัด “วันเยี่ยมญาติทหารใหม่” ผลัด 2/68 สร้างความเชื่อมั่นและกำลังใจแด่ครอบครัวทหาร!

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 กิจกรรมสุดประทับใจได้เกิดขึ้น ณ ลานหน้า ร้อย.มทบ.37 ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร. โดย พล.ต. จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผบ.มทบ.37/ผู้อำนวยการฝึกฯ ได้ให้เกียรติตรวจเยี่ยม พบปะพูดคุยกับน้องทหารใหม่ ผู้ปกครอง และญาติพี่น้องอย่างใกล้ชิด ในกิจกรรม “เยี่ยมญาติทหารใหม่ ผลัดที่ 2/68” ของหน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.37

กิจกรรมนี้จัดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์อันอบอุ่น เพื่อให้ครอบครัวคลายความกังวลใจเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของบุตรหลานที่เข้ามารับใช้ชาติ สร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกครอบครัว และที่สำคัญที่สุดคือการเสริมสร้างกำลังใจให้น้องทหารใหม่ทุกคนได้ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง พล.ต. จักรวีร์ฯ ได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นของกองทัพบกในการดูแลน้องทหารใหม่เสมือนคนในครอบครัว มั่นใจได้ว่าทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด

ผลจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สร้างความอบอุ่นใจและความประทับใจให้กับทั้งน้องทหารใหม่และญาติพี่น้องได้อย่างดียิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันและห่วงใยที่ทางหน่วยมีให้

#เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน #วันเยี่ยมญาติทหารใหม่ #มทบ37 #กองทัพบก #ทหารใหม่ #เชียงราย #สร้างความเชื่อมั่น #กำลังใจทหาร


ศูนย์ประชาสัมพันธ์
มณฑลทหารบกที่³⁷

ฮ.สิงหนาท ลงจอดฉุกเฉิน บินกลับ ฉก.สิงหนาทเรียบร้อย

เฮลิคอปเตอร์ หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท ค่ายม่อนตะแลง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ ฮ่องสอน ลงจอดฉุกเฉิน หลังบินไปส่งสัมภาระทางทหารให้หน่วยปฏิบัติตามแนวชาย แดนด้านอำเภอขุนยวมและแม่สะเรียง ขณะนี้ตรวจเช็คระบบเสร็จเรียบร้อย กำลังบินกลับที่ตั้ง ฉก.

จากกรณีเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 11.00 น. ราษฎรบ้านห้วยต้นนุ่น ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน แจ้งเหตุพบ เฮลิคอปเตอร์ของ หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท รุ่น เบลล์ 212 จำนวน 1 ลำ ลงจอดฉุกเฉินในที่นาของราษฎรที่เพิ่งเกี่ยวข้าวเสร็จใหม่ ๆ โดยลำแรก ลงที่นาข้าว นายวิศิษฐ์ วิชญพันธ์ ลำที่ 2 ลงที่นาข้าว นายเทพพิทักษ์ ทอผ้าทอง ราษฎร บ.ห้วยต้นนุ่น หมู่ 4 ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน สร้างความตกใจให้กับราษฎรในพื้นที่เป็นอย่างมาก

หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท ชี้แจงว่า ชุดปฏิบัติการบินกองทัพบก (ชปบ.ทบ.ฉก.สิงหนาท )ได้ดำเนินการส่ง สป. สนับสนุน ฉก.ทพ.36 ด้วยอากาศยาน ฮท.212/033 ตามวงรอบประจำเดือน พื้นที่ อ.ขุนยวม/อ.แม่สะเรียง จ. เกิดเหตุฉุกเฉิน ฮท.212/033 หลังจากจบภารกิจพื้นที่ อ.ขุนยวม กำลังมุ่งหน้าไป อ.แม่สะเรียง ในขณะบิน MASTER CAUTION ไฟกระพริบ จึงดูที่ CAUTION PANEL ไม่พบไฟ caution light show ต่อมาประมาณ 10 วินาที MASTER CAUTION LIGHT ILLUMINATE และ XMSN OIL PRESS ILLUMINATE และเครื่องวัด XMSN OIL PRESSURE เข็มตกต่ำกว่าย่านปกติ และมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ นักบินจึงติดสินใจลงจอดฉุกเฉินตามกฏการบิน LAND AS SOON AS POSSIBLE บริเวณทุ่งนาบ้านห้วยต้นนุ่น ปัจจุบันอากาศยานลงจอดปลอดภัย อยู่ในระหว่างดำเนินการหาสาเหตุ โดยทางหน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท จึงชี้แจงต่อประชาชนโดยทั่วไป และที่อยู่ในพื้นที่ว่า ไม่ต้องเป็นห่วง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาและคาดว่าจะสามารถแก้ไขได้ให้แล้วเสร็จภายในวันนี้

ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 น. ของวันเดียวกัน หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท แจ้งว่า ขณะนี้ ฮ.ท.เบลล์ 212 ที่ลงจอดฉุกเฉินกลางทุ่งนาบ้านห้วยต้นนุ่น ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ช่างเครื่องประจำเฮลิคอปเตอร์ได้ทำการตรวจสอบกรณีไฟกระพริบ MASTER CAUTION LIGHT ILLUMINATE และ XMSN OIL PRESS ILLUMINATE และเครื่องวัด XMSN OIL PRESSURE และช่างเครื่องได้แก่ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังบินขึ้นจากทุ่งนาบ้านห้วยต้นนุ่น กลับที่ตั้งหน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท บ้านม่อนตะแลง ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เรียบร้อยแล้ว ด้วยความปลอดภัย

สำหรับเฮลิคอปเตอร์ ที่มาสนับสนุนภารกิจของหน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท มาจากกองบินจังหวัดลพบุรี เป็น ฮ.รุ่น เบลล์ 212 มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมาหลายสิบปี โดยเป็น ฮ.ที่มาทดแทน ฮท.1 หรือฮิ้วอี้ เฮลิคอปเตอร์สมัยสงครามเวียดนามที่ไทยได้รับสนับสนุนจากอเมริกา ซึ่งปัจจุบัน ฮท.1 ได้ถูกยกเลิกการใช้ไปแล้ว และส่ง ฮ.เบลล์ 212 มาทดแทน
ทั้งนี้ เฮลิคอปเตอร์ Bell 212 เป็นเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลาง 2 ใบพัด 2 เครื่องยนต์ ที่ผลิตโดยบริษัท Bell Helicopter มีชื่อเล่นว่า “Twin Huey” และมีความสามารถในการบรรทุกผู้โดยสารได้ประมาณ 14-15 ที่นั่ง ถูกนำไปใช้ในหลากหลายภารกิจ เช่น การขนส่งกำลังพล การสนับสนุนธุรการ การค้นหาและกู้ภัย และการส่งกลับสายแพทย์

ภารกิจของ ฮ. รุ่นเบลล์ 212 ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีหลากหลายภารกิจ ไม่ว่าจะเป็น การลำเลียง สป.และยุทธภัณฑ์ทางทหาร ให้แก่หน่วยทหารที่ประจำการตามฐานที่มั่นตามแนวชายแดน การช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤติ เช่นการลำเลียงเครื่องอุปโภค และบริโภคสนับสนุนให้แก่ราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัยที่เส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านถูกตัดขาด รวมไปถึงการสนับสนุน ทีมกู้ชีพฉุกเฉิน Sky Docter บินรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉินไปรักษา เนื่องจากผู้ป่วยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลกันดาร หากลำเลียงผู้ป่วยด้วยทางบก จะไม่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ทันเวลา



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน