สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดสัมมนาใหญ่ ยกระดับผู้เชี่ยวชาญการปราบปรามคดีค้ามนุษย์ ที่พัทยา วันที่ 25 – 27 กันยายน 2562

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการผู้เชี่ยวชาญการสืบสวนสอบสวนคดีค้ามนุษย์ และการสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพ การปฏิบัติงานการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสืบสวนสอบสวน การป้องกันปราบปรามคดีค้ามนุษย์
   
พัทยา- เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ก.ย.62 ที่โรงแรม พูลแมน พัทยา จี อ.บางละมุง จ.ชลบุรี   พลตำรวจโท จารุวัฒน์  ไวศยะ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี/ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็กสตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการผู้เชี่ยวชาญการสืบสวนสอบสวนคดีค้ามนุษย์ และการสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพ การปฏิบัติงานการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 27 กันยายน  2562

พลตำรวจโท จารุวัฒน์ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี/ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์  ชี้แจงว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์  โดยกำหนดให้ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนและจริงจัง  นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2562 (TIP Report 2019) โดยในปีนี้ ไทยได้รับการจัดระดับ ให้อยู่ใน Tier 2 ซึ่งเป็นการคงอันดับเดิมจากปี 2561 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ผลการดำเนินการป้องกันและปราบปรามคดีค้ามนุษย์ในปี 2562 ได้มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด จำนวน 195 คดี จำแนกเป็น คดีทางเพศ (ค้าประเวณี, สื่อลามก, ทางเพศในรูปแบบอื่น) 105 คดี, คดีแรงงานและขูดรีด (แรงงานประมง, ขูดรีด, เอาคนมาเป็นทาส) 84 คดี, คดีขอทาน 6 คดี (ข้อมูล ณ วันที่ 19 กันยายน 2562)
  

ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ศูนย์พิทักษ์เด็ก  สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการผู้เชี่ยวชาญการสืบสวนสอบสวนคดีค้ามนุษย์ และการสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเพิ่มพูนทักษะให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวนคดีค้ามนุษย์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแก้ไขข้อบกพร่องในการสืบสวนสอบสวนคดีค้ามนุษย์ รวมถึงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวนคดีค้ามนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยหัวข้อการสัมมนาที่สำคัญได้แก่ การบรรยายพิเศษ เรื่อง “วิธีการและความต้องการข้อมูลสำหรับการเขียน TIP Report และบทบาทอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์” “แนวทางการสั่งคดีของพนักงานอัยการในคดีค้ามนุษย์” และ “ทำไมการขนแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายจะเป็นคดีค้ามนุษย์ได้ การบรรยายเรื่อง “การคัดแยกผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์ การคุ้มครองผู้เสียหาย  สิทธิประโยชน์ของผู้เสียหาย และการขอรับเงินรางวัลและค่าตอบแทนในการนำจับและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์” นอกจากนี้ยังมีการฝึกปฏิบัติการทำคดีค้ามนุษย์รูปแบบเพศ รูปแบบแรงงาน และเอาคนลงเป็นทาส  มีผู้เข้ารับการสัมมนาประกอบด้วย คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญในคดีค้ามนุษย์ ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และชุดปฏิบัติการการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ตสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวม 230 คน 

ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้ ได้กำหนดหัวข้อการสัมมนาที่สำคัญ ได้แก่ การบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “วิธีการและความต้องการข้อมูลสำหรับการเขียน TIP Report และบทบาทอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์” โดยพลตำรวจเอกธรรมศักดิ์ วิชชารยะ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และการบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “แนวทางการสั่งคดีของพนักงานอัยการในคดีค้ามนุษย์ และทำไมการขนแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายจะเป็นคดีค้ามนุษย์ได้” โดยวิทยากรจากสำนักงานอัยการสูงสุด รวมถึงได้เรียนเชิญวิทยากรจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาบรรยายเรื่อง “การคัดแยกผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์ การคุ้มครองผู้เสียหาย  สิทธิประโยชน์ของผู้เสียหาย และการขอรับเงินรางวัลและค่าตอบแทนในการนำจับและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์”จากกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ นอกจากนี้ยังมีการฝึกปฏิบัติการทำคดีค้ามนุษย์รูปแบบเพศ รูปแบบแรงงาน และเอาคนลงเป็นทาส.

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง-คัมภีร์ อาบสวรณ์ -วรัตน์ ขำแตร-ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878

สุโขทัย-จัดโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ ฟื้นฟู และดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย

วันที่ 25 กันยายน 2562 ณ บริเวณวัดยางซ้าย ต.ยางซ้าย อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย นายเนตร สมบัติ เกษตรจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัยของจังหวัดสุโขทัย ซึ่งหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับจิตอาสาพระราชทาน 904 ร่วมรับฟังถ่ายทอดสด การมอบนโยบาย “โครงการ จิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย” โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์” ร่วมพิธีเทิดพระเกียรติองค์ราชัน

ซึ่งการดำเนินงานจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดสุโขทัยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทั้งเรื่องดิน น้ำ ปศุสัตว์ ประกอบด้วย การให้ความช่วยเหลือสำรวจความเสียหาย, การให้คำปรึกษาทางด้านวิชาการและสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืช, การดูแลปรับปรุงพื้นฟูสภาพดิน, และให้การสนับสนุนพันธุ์พืช สารชีวภัณฑ์ กล้าพันธุ์มะละกอ มะเขือ พริก กล้วยน้ำว้า มะม่วง และจิตอาสา ซ่อมแซมเครื่องจักรกลทางการเกษตร โดยมีหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดสุโขทัย และประชาชนจิตอาสาร่วมกิจกรรม ประมาณ 150 คน

ทั้งนี้ที่ผ่านมา จังหวัดสุโขทัยได้รับผลกระทบจากพายุ “โพดุล” วันที่ 31 สิงหาคม 2562ถึง 4 กันยายน 2562 ซึ่งทางจังหวัดได้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้วประกอบด้วย พื้นที่ประสบภัย จำนวน 7 อำเภอ 35 ตำบล 141 หมู่บ้าน จำนวน 9,271 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายด้านพืช จำนวน 34,886 ไร่ ด้านประมงบ่อปลา 900 บ่อ และด้านปศุสัตว์ เป็นสัตว์ปีก จำนวน 256 ตัว ซึ่งจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัด จะได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ ในแต่ละพื้นที่ต่อไป

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

กฟภ.สุโขทัยจัดระเบียบสายสื่อสารโทรคมนาคมบนเสาไฟ รื้อถอนสายและอุปกรณ์ที่ไม่ใช้งาน

วันที่ 25 กันยายน 2562 เวลา 09.00 น. นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดการจัดระเบียบสายและอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมบนเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พร้อมปล่อยขบวนรถออกไปดำเนินงานจัดสารสื่อสารตามจุดด่างๆ ณ บริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

ด้วยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อนุญาตให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนพาดสายและติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารบนเสาไฟฟ้า เพื่อใช้ในกิจการของตนเองและบริการแก่สาธารณะ ทั้งในส่วนของโทรศัพท์และบริการอินเทอร์เน็ต แต่ด้วยความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว จึงมีสายและอุปกรณ์สื่อสารจำนวนมากทั้งที่ใช้งานและไม่ได้ใช้งานอยู่บนเสาไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจึงร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ กสทช. ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีและหน่วยราชการส่วนท้องถิ่น ดำเนินการจัดการให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสายสื่อสาร ซึ่งจากความร่วมมือในการจัดระเบียบสายและอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมบนเสาไฟฟ้าในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญของการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบไปพร้อมกับการพัฒนากิจการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศไทย สร้างทัศนียภาพที่สวยงามและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยส่วนรวม เพื่อความมั่นคงในระบบจำหน่ายของ กฟภ.

สำหรับจังหวัดสุโขทัยวันนี้ได้เริ่มจัดระเบียบสายสื่อสารในเส้นทางถนนสิงหวัฒน์ และถนนจรดวิถีถ่อง ตั้งแต่ที่ว่าการอำเภอเมืองสุโขทัย ถึงสี่แยกคลองโพธิ์ รวมระยะทาง 3 กิโลเมตร

ภาพข่าว:วิชัย สิทธิพันธ์
รายงาน:พงศ์เทพ สาคร

จัดพิธีย่ำพระสุริย์ศรีแสดงมุทิตาจิตแด่อดีต ผบ.นย.ลำดับที่ 28 และอีก 180 ชีวิต นาวิกโยธินที่เกษียณอายุราชการ

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 24 ก.ย.62 พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ จัดพิธีย่ำพระสุริย์ศรี เพื่อเป็นเกียรติและแสดงมุทิตาจิตแด่ พลเรือเอก ศังกร พงษ์ศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ และผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ลำดับที่ 28 พร้อมคณะนายทหารของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ รวม 181 นาย ในโอกาสที่รับราชการมาจนครบเกษียณอายุราชการ ประจำปี 2562 ณ กองบัญชาการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

พร้อมจัดพิธีสวนสนามทางบกและสวนสนามยานยนต์ แสดงแสนยานุภาพและขีดความสามารถของทหารนาวิกโยธิน แห่งกองทัพเรือ เพื่อเป็นเกียรติกับผู้ที่เกษียณอายุราชการ ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กล่าวว่า พิธีย่ำพระสุริย์ศรีเป็นพิธีการสำคัญที่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จัดขึ้นเพื่อเป็นการเทิดเกียรติ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ ที่ปฏิบัติราชการมาจนครบวาระเกษียณอายุราชการ มีความหมายว่า “การจบลงอย่างสง่างาม” เป็นการบ่งบอกว่า ห้วงเวลาการรับราชการนั้นสิ้นสุดลงแล้ว ด้วยความอาลัย ด้วยความทรงจำที่ดียิ่ง ของผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งนับว่าเป็นความสง่างามเสมือนกับดวงอาทิตย์เคลื่อนลับขอบฟ้าในช่วงเวลายามเย็น

และในโอกาสที่จะต้องอำลาชีวิตราชการจากกองทัพเรือไปตามวาระในวันที่ 30 กันยายนนี้ ทหารนาวิกโยธินได้ประกอบพิธีย่ำพระสุริย์ศรี เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติ และแสดงความขอบคุณที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละสร้างคุณประโยชน์ให้กับ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง จนครบมาครบเกษียณอายุราช การในครั้งนี้

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ฝนถล่ม น้ำมาถนนพังยับ !! อันตราย น้ำเซาะใต้พื้นถนนเป็นโพรงขนาดใหญ่ลึกกินถนน 1 เลน หวั่นถนนทรุดอันตรายใหญ่หลวง

ผู้ใหญ่บ้านหวั่นเกิดอันตราย ร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขโดยไว หลังพบน้ำเซาะใต้ฐานถนนสายหลักจนเป็นโพรงขนาดใหญ่ ลึกกินถนน 1 เลน เกรงว่าถ้าไม่รีบซ่อมแซมหากรถโดยสารรับคนงานวิ่งผ่าน ถนนอาจหักพังลงมาทำให้เกิดอุบัติเหตุหมู่ได้

เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ ( 24 ก.ย. ) นายนริศ ปาลกะวงษ์ ณ อยุธยา ปลัดอาวุโสอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายบรรจง แก้วมณี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา ว่าขอให้ช่วยประสานงานทางหลวงชนบทให้ช่วยซ่อมแซมฐานใต้ถนนสายบึง – ปากร่วม หมู่ 7 ปากทางเข้าชุมชนบึงบน แยกอ่างเก็บน้ำห้วยสะพานตำบลบึง อำเภอศรีราชา ให้อย่างเร่งด่วน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดถนนทรุดทำให้ผู้สัญจรผ่านไปมาในเส้นทางดังกล่าวจะได้รับอันตราย จึงเดินทางไปร่วมตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุเป็นทางโค้ง บริเวณปากซอยเข้าอ่างเก็บน้ำห้วยสะพาน พบใต้ฐานพื้นผิวถนนเป็นโพรงขนาดใหญ่ ยาวเกือบ 10 เมตร ลึกเข้าไปใต้พื้นถนนอีกประมาณ 3 เมตร พื้นผิวบริเวณริมถนนมีการทรุดตัว แตกหักลงมาแล้ว ที่กั้นบอกทางโค้งก็เอนฉีกออกมาจากตัวถนนแล้ว ข้างทางเป็นแอ่งลึกประมาณ 4 เมตร กว้างเกือบ 10 เมตรรอบบริเวณ มีเศษทรายดินไหลไปเป็นทางยาว ดูแล้วน่ากลัว เกรงว่าถนนจะทรุดเป็นอย่างมาก ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางหลังของประชาชนที่จะเดินทางไปทำงานในนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในตำบลบ่อวิน จึงมีรถสัญจรผ่านไปมาเป็นจำนวนมากทั้งวัน

โดยนายบรรจง แก้วมณี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนเองได้ขับรถตรวจดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชนอยู่นั้น ก็ได้มาพบน้ำไหลกัดเซาะใต้พื้นฐานของถนนจนเป็นโพรงขนาดใหญ่ ตนเองเกรงว่าประชาชนจะได้รับอันตราย จึงประสานไปที่อำเภอศรีราชา เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ให้แจ้งไปที่ทางหลวงชนบท ให้ช่วยมาแก้ไขให้อย่างเร่งด่วน ซึ่งแจ้งไปหลายสัปดาห์แล้ว แต่ก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหว จึงร้องเรียนไปอีก ในวันนี้จึงพบว่ามีเจ้าหน้าที่นำกรวยมาวางกั้นไม่ให้รถเข้ามาในบริเวณนี้

ส่วนสาเหตุที่เกิดโพรงเช่นนี้เนื่องจากบริษัทจัดการน้ำแห่งหนึ่งได้มาขุดทำท่อส่งน้ำ แล้วไม่ได้นำดินถมกลับให้เต็มเหมือนเดิม พอเกิดฝนตกก็ทำให้น้ำไหลเซาะดินใต้ถนนไหลออกไปจนเกิดโพรงขนาดใหญ่อย่างที่เห็น ซึ่งถ้าไม่รีบดำเนินการแก้ไข ก้เกรงว่าถนนดังกล่าวจะทรุดตัวลงมาและทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนก็เป็นไปได้

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สยองแทบช็อด !! สาวกรี๊ดลั่น เปิดประตูหลังห้องพักเจอคนผูกคอเสียชีวิต ย้ายห้องหนีแทบไม่ทัน

สาวโรงงานกรี๊ดลั่นห้องพัก หลังเปิดประตูหลังห้องพักไปพบกับร่างคนผูกคอเสียชีวิต ตกใจวิ่งเข้าห้องเรียกแฟนมาดู ยืนยันว่าไม่ตาฝาด แจ้งเจ้าของหอพักย้ายห้องทันที

เวลาประมาณ 17.30 น.วันนี้ ( 24 ก.ย.) กู้ภัยสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา ได้รับแจ้งเหตุมีผู้พบร่างผู้เสียชีวิต สาเหตุผูกคอ ที่บริเวณหอพักมีชื่อแห่งหนึ่ง หลังโรงงานไลอ้อน หมู่ 11 ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมประสาน ร.ต.อ.อุทัย อบมาลี ร้อยเวรสอบสวน สภ.หนองขาม เข้าร่วมตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบผู้ที่พักในหอพักยืนจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่เกิดขึ้น โดยมีผู้เช่นห้องที่อยู่โดยรอบห้องที่เกิดเหตุขนของย้ายห้องพักกันจ้าละหวั่น โดยห้องที่เกิดเหตุเป็นห้องพักเลขที่ 18 B ซึ่งอยู่บนชั้นสอง ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายยุทธนา ประตาทะกัง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 8 ต.หนองบัว แดง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ใช้ผ้าขาวม้าผูกกับระเบียงแล้วห้อยตัวลงมาจากชั้นสองเสียชีวิต ในสภาพถอดเสื้อ ใส่กางเกงยีนส์ขายาวตัวเดียว เสียชีวิตมาประมาณ 5 ชั่วโมง ท่ามกลางความเสร้าเสียใจของแม่และน้องสาวผู้เสียชีวิต

จากการสอบสวน นางสาวณัฏฐณิชา หารฮอง อายุ 19 ปี ผู้ที่เห็นเหตุการณ์เป็นคนแรกได้เปิดเผยว่า ขณะที่ตนเองเตรียมจะอาบน้ำไปทำงาน พอเปิดประตูห้องพักด้านหลังจะไปหยิบผ้าเช็ดตัว ในจังหวะที่เงยหน้าขึ้นไปก็เห็นขาผู้เสียชีวิตห้อยโตงเตงอยู่ด้านหลังห้อง ตนเองตกใจสุดขีดจึงร้องเรียกแฟนและวิ่งหนีเข้าห้องไปนั่งร้องไห้ด้วยความตกใจ พอแฟนออกมาดูก็พบว่ามีผู้เสียชีวิตจริง ตนเองรู้สึกกลัวเป็นอย่างมากจึงตัดสินใจย้ายห้องพักหนีทันที ส่วนห้องข้าง ๆ ที่เกิดเหตุพอทราบข่าวต่างก็ขอย้ายห้องหนีด้วยเช่นกัน

ทางด้าน น.ส.วรรณิกา ประตาทะกัง น้องสาวของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า พี่ชายตนเพิ่มกลับมาจากอยุธยาได้เพียงแค่สองวัน มีอาชีพขายไอศครีม ซึ่งก่อนหน้านี้พี่ชายตนเองติดสุราอย่างหนักจนไปเลิกที่ถ้ำกระบอก และสัญญาว่าจะไม่กินอีก แต่พอออกมาก็กลับไปดื่มสุราอีก คราวนี้ดื่มหนักมากกว่าเดิม ทำให้พี่ชายเกิดความเครียดและมีอาการหลอน หลังจากมาอยู่ที่หอพักแห่งนี้ได้สองวัน ก่อนวันเกิดเหตุ พี่ชายก็ไปดื่มกับเพื่อนอีกถึง 5 กลม ก่อนกลับมานอนที่ห้องพักในช่วงบ่ายสองโมง โดยไม่มีใครอยู่ที่ห้องเนื่องจากออกไปทำงานกันหมด พอกลับมาเพื่อนข้างห้องก็บอกว่าพี่ชายตนเองผูกคอเสียชีวิตไปแล้ว

ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้งที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง ก่อนให้ญาตนำร่างไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ช่างติดวงจรปิดพลาดนิดถึงชีวิต !! หนุ่มอุบล ติดตั้งกล้องวงจรปิดในโรงงาน ถูกไฟช็อตร่างหล่นฟาดพื้นดับอนาถ

หนุ่มอุบลติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในโรงงาน ขณะปีนบันไดขึ้นไปสูงกว่าสองเมตร ถูกไฟช็อตร่างกระเด็นหล่นลงมาหน้าฟาดขอบไม้พาเหรดหมดสติปลุกไม่ตื่น ต้องช่วยกันทำ CPR แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ เสียชีวิตที่โรงพยาบาล

เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันนี้ ( 24 ก.ย. ) ศูนย์วิทยุกู้ภัยเพียวเยี่ยงไท้ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุคนตกจากที่สูงได้รับบาดเจ็บ หมดสติปลุกไม่ตื่น ภายในโรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 2 ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมประสานหน่วยแพทย์กู้ชีพลั่นทม โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เข้าร่วมตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันทำ CPR ให้กับผู้บาดเจ็บที่เป็นชาย ทราบชื่อคือ นายเอกชัย ศรีจันทร์ อายุ 34 ปี เป็นช่างติดตั้งกล้องวงจรปิด อยู่บ้านเลขที่ 130 หมู่ 5 ตำบลแก้ง อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี นอนหมดสติปลุกไม่ตื่น พร้อมทั้งมีบาดแผลที่บริเวณกรามถูกกระแทกจนแตกมีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นรถพยาบาลกู้ชีพก็มาถึงก่อนจะทำ CPR ต่อเนื่องและนำตัวส่งโรงพยาบาลแหลมฉบังเพื่อส่งให้แพทย์ทำการช่วยเหลือเป็นการด่วน แต่ปรากฏว่าผู้ได้รับบาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบ สวนเพื่อนร่วมงานเปิดเผยว่า ขณะที่กำลังติดตั้งกล้องวงจรปิดให้กับโรงงานแห่งนี้อยู่ โดยผู้เสียชีวิตปีบันได้ขนาด 2 เมตรขึ้นไปเตรียมติดตั้งกล้องอยู่นั้น ส่วนตนเองเตรียมอุปกรณ์อยู่ด้านล่าง ก็ได้ยินเสียงนายเอกชัยร้องโอ๊ยก่อนร่วงลงมาคว่ำหน้ากระแทกกับพื้น โดยหน้าฟาดเข้าไปที่ขอบไม้พาเหรดที่รองสินค้าอย่างแรง ตนเห็นดังนั้นจึงร้องเรียกให้คนช่วย แต่ปรากฏว่านายเอกชัยนอนแน่นิ่ง จึงช่วยกันทำ CPR ก่อนโทรเรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาทำการช่วยเหลือ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เกษตรช่วยที มันระบาดแล้ว !! โรคใบด่างมันสำปะหลังระบาดชลบุรี 120 ไร่ ทำลาย 23 ไร่ ให้ความรู้เกษตรกรเร่งด่วน

สถานการณ์ โรคใบด่างมันสำปะหลัง ชลบุรีโดนไป 120 ไร่ ตัดทิ้งฝังทำลายแล้ว 23 ไร่ มั่นใจสามารถควบคุมได้โดยการให้ความรู้ป้องกัน ควบคุม และกำจัดให้กับเกษตรกรได้รับทราบ ส่วนการช่วยเหลือรอความแน่ชัดอีกครั้ง

วันนี้ ( 24 ก.ย. ) นายจำลอง พุฒซ้อน เกษตรจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในวันรณรงค์เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง เพื่อรณรงค์ และประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกร หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง

โดยมี นายนริศ ปาลกะวงษ์ ณ อยุธยา ปลัดอาวุโสอำเภอศรีราชา นายคณิต เจียหลิม กำนันตำบลบ่อวิน นายสุเมศร์ แก่นจันทร์ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช และเกษตรกรกว่า 200 คนเข้าร่วมงาน ที่แปลงเกษตร หมู่ที่๖ ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราขา จังหวัดชลบุรี

นายจำลอง พุฒซ้อน เกษตรจังหวัดชลบุรี สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังในประเทศไทยตอนนี้ระบาดอยู่ใน 11 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี นครราชสีมา สระแก้ว สุรินทร์ ศรีษะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา คิดเป็นพื้นที่จำนวน 45,400 ไร่ ซึ่งจังหวัดชลบุรีมีพื้นที่การแพร่ระบาดแล้วประมาณ 120 ไร่ และทำการทำลายฝังกลบไปแล้ว 23 ไร่ การจัดงานในวันนี้ก็เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ให้เกษตรกรว่า ลักษณะของโรคเป็นอย่างไร เกิดจากอะไร แก้ไขได้ด้วยวิธีไหน เพื่อให้เกษตรกรได้ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังให้อยู่ในวงจำกัด การแพร่ระบาดของโรคนี้มีอยู่สองวิธีคือ โรคที่มากับท่อนพันธุ์ โดยเกษตรกรไปซื้อท่อนพันธุ์ที่มีการแพร่ระบาดมาปลูกก็ทำให้ต้นที่ปลูกมีเชื้อตัวนี้อยู่ และการแพร่ระบาดที่มาจากแมลงหวี่ขาวเป็นพาหะ โดยแมลงหวี่ขาวจะไปดูดน้ำเลี้ยงจากต้นที่เป็นโรคแล้วไปดูดน้ำเลี้ยงอีกต้นก็จะทำให้ต้นอื่นติดเชื้อนี้ไปได้ ซึ่งการให้ความรู้ในครั้งนี้จะทำให้เกษตรกรสามารถป้องกัน ควบคุม และกำจัดการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังไปได้

ทางด้านการช่วยเหลือทราบว่าในตอนนี้คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาโรคใบด่างในมันสำปะหลังแล้ว แต่รายละเอียดทางส่วนกลางยังไม่ได้แจ้งว่าจะให้การช่วยเหลือได้อย่างไร ซึ่งในภายภาคหน้าถ้าได้รับแจ้งจากส่วนกลางมาแล้วก็จะแจ้งให้ทางเกษตรกรได้รับทราบอีกครั้ง

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร #“พาณิชย์” จูงมือกรมส่งเสริมสหกรณ์ เสริมแกร่งเกษตรกรโคเนื้อภาคอีสาน ใช้เอฟทีเอบุกตลาดต่างประเทศ

กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเวทีสัมมนาติดอาวุธและยกระดับสหกรณ์และเกษตรกรโคเนื้อภาคอีสาน ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์แนะต้องใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอให้มากขึ้น ชี้ตลาดอาเซียนและจีนมีอนาคต

นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล) ให้เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการ “พัฒนาความพร้อมของสหกรณ์ไทยสู่การค้าเสรี”

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 ณ โรงแรมพลอยพาเลซ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในภาคอีสาน รุกใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอมากขึ้น สร้างแต้มต่อในการส่งออกสินค้าเกษตรในพื้นที่ โดยเฉพาะสินค้าโคเนื้อและผลิตภัณฑ์ ไปตลาดต่างประเทศ เช่น อาเซียนและจีน เป็นต้น ซึ่งไม่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าโคเนื้อและผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกจากไทยแล้ว ภายใต้ข้อตกลงร่วมกันในเอฟทีเอ พร้อมชี้แนะแนวทางการรับมือโคเนื้อนำเข้าจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่ไทยจะต้องเปิดเสรีในปี 2564 นี้

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เสริมว่า การสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ กรมฯ ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีระดมความคิดเห็นและให้ความรู้ในหัวข้อ “ติดอาวุธสหกรณ์ไทยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ” และ “ยกระดับการแข่งขันสหกรณ์ไทย ให้ก้าวไกลในโลกการค้าเสรี” ให้กับสมาชิกสหกรณ์ เกษตรกร ในจังหวัดมุกดาหาร นครพนม กาฬสินธุ์ และสกลนคร รวม 200 คน เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอโคเนื้อ การเปิดตลาดสินค้าโคเนื้อและผลิตภัณฑ์สู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมนำทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าและการตลาดมาวิเคราะห์สินค้า และแนะนำตลาดส่งออกที่เหมาะสมให้กับสหกรณ์ โดย กรมฯ มั่นใจว่าการลงพื้นที่และการสัมมนาฯ ในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อสหกรณ์ เกษตรกร และผู้เข้าร่วมสัมมนา เข้าใจถึงช่องทางการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ ที่ไทยทำกับประเทศต่างๆ เพิ่มแต้มต่อการส่งออกของไทย โดยเฉพาะอาเซียนและจีน

ปัจจุบันไทยมีการจัดทำความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA จำนวน 13 ฉบับ กับ 18 ประเทศ เช่น ไทย-ชิลี ไทย-เปรู ไทย-ญี่ปุ่น อาเซียน-อินเดีย อาเซียน-จีน เป็นต้น โดย FTA หลักๆ อย่าง อาเซียน จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง ภาษีนำเข้าเนื้อโคและผลิตภัณฑ์ที่เก็บจากไทยเป็นร้อยละ 0 แล้ว และไทยควรใช้โอกาสส่งออกไปประเทศเหล่านี้มากขึ้น โดยมีตลาดส่งออกของโคมีชีวิตสำคัญ ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา ส่วนเนื้อโคและผลิตภัณฑ์ มีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และกัมพูชา เนื่องจากเป็นตลาดที่ไทยได้รับการยกเว้นการเก็บภาษีภายใต้เอฟทีเอแล้ว.


พวงเพชร จันทร์ดี / หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

มุกดาหาร # สาวเมืองระยองร้องทุกข์ ศูนย์ดํารงธรรมผีพนันเอารถไปจำนองหอบเงินหนีคดีไม่คืบ


มุกดาหาร นางสาวณธษา ไชยมุสิก ชาว จ.ระยองเดินทางมานำเอกสารหลักฐานพร้อมหนังสื่อร้องเรียนเข้าร้องทุกข์ กับศูนย์ดํารงธรรมอยู่ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งผู้ร้องทุกข์เป็นเจ้าของยนต์ รถพอร์จูนเนอร์ ถูกสาวใหญ่เป็นผู้กว้างขวางในสังคมนำไปจำนอง ในจำนวนเงิน 400,000 บาท ไปใช้จ่ายส่วนตัวเจ้าของรถได้มาร้องทุกข์ศูนย์ดํารงธรรมและแจ้งความลงบันทึกประจําวัน อยู่ที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีกับสาวใหญ่ จนเวลาผ่านไปนาน 2 ปีคดียังเงียบหายไม่คืบหน้า

สืบเนื่องเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2560 นางสาวณธษา ไชยมุสิก อายุ 49 ปี ชาว ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ระยอง มีเรื่องเดือดร้อนเกี่ยวกับแฟนหนุ่มคือนายพงศ์ศิลป์ มั่นกิจเจิญวัฒนา มีความจำเป็นต้องใช้เงินและหลักทรัพย์จำนวนหนึ่งเพื่อที่จะนำไปดำเนินการใช้เป็นหลักทรัพย์เพื่อประกันตัวที่ศาลมีนบุรี แต่ในขณะนั้นผู้เสียหายยังไม่สมารถหาหลักทรัพย์หรือเงินสด พอที่จะไปดำเนินการได้ทัน ในขณะที่ผู้เสียหายกำลังหาหนทางแก้ไขอยู่ ในขณะนั้นได้มีพนักงานของบริษัทของผู้เสียหายได้ติดต่อประสานกับสาวใหญ่อยู่มุกดาหาร เพื่อที่จะหาหลักทรัพย์เพื่อที่จะนำมาประกันตัวแฟนหนุ่ม

กำลังอยู่ในภาวะวิตกกังวลใจเป็นอย่างมากจึงไม่สามารถตัดสินใจใดๆได้แฟนหนุ่มถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ เวลาก็เริ่มผ่านไปใจกังวลซึ่งในวันเดียวกันสาวใหญ่ก็ได้ติดต่อมาว่าจะช่วยเหลือและชี้แนะให้ผู้เสียหายนำทรัพย์สินใดๆที่มีอยู่ในขณะนี้ซึ่งสาวใหญ่ก็ได้พูดย้ำชักชวนนำรถยนต์ที่ใช้งานส่วนตัวของผู้เสียหายให้พนักงานนำรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน 3 กต-9599 กรุงเทพฯ มาส่งที่ จ.มุกดาหาร และรับปากว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันที่28ธันวาคม 2560

เพื่อนำเงินไปประกันตัวแฟนหนุ่มของผู้เสียหายออกมาผู้เสียหายจึงให้พนักงานขับรถคันดังกล่าวมาให้สาวใหญ่อยู่ที่ จ.มุกดาหาร เพื่อริบดำเนินการให้ทันภายในวันที่29 ธันวาคม 2560 จากนั้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2560 สาวใหญ่ได้ติดต่อประสาน มายังผู้เสียหายว่าจะรีบนำรถคันดังกล่าวไปจำนองเพื่อส่งเงินให้ทันการประกันตัวภายในวันที่ 29 ธันวาคม 2560

ต่อมาสาวใหญ่ติดต่อมาอีกบอกว่าไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามที่ตกลงกันไว้จากนั้นสาวใหญ่ ก็เดินทางข้ามไปฝั่งลาวแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว จากนั้นมาก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย นางสาวณธษา ไชยมุสิกผู้เสียหาย และแฟนหนุ่มมีความเห็นร่วมกันว่าถูกลอกลวงอย่างแน่นอนทั้ง 2 ต้องพากันเดินทางมาที่ จ.มุกดาหาร สืบเสาะหานายทุนที่รับจำนำรถเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2561 ก็พบแหล่งรับจำนำรถโดยมีรถคันดังกล่าวที่สาวใหญ่นำมาจำนำผู้เสียหายจึงประสานติดต่อเพื่อขอไถ่ถอนรถคันดังกล่าวในวงเงิน 455,000 บาท และดอกเบี้ยที่เกิดจากระยะเวลานับเดือน อีก 40,000 บาทรวมค่าเสียหายประมาณ 500,000 บาทซึ่งจำนวนทั้งหมดเป็นเงินของผู้เสียหายนำมาไถ่ถอน

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2561ผู้เสียหายได้นำหลักฐานจำนวนเงินการไถ่ถอนรถคันดังกล่าว พร้อมนายทุนที่รับจำนำรถมาเป็นพยาน ให้ปากคำต่อหน้าร้อยเวรเพื่อลงบันทึกประจำวันดำเนินคดีกับสาวใหญ่ฐานยักยอก ฉ้อโกง เป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย หลอกหลวง แต่คดีก็ล่วงเลยมาเกือบ 2 ปี ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

จนถึงวันนี้วันที่ 24 กันยายน 2562 นส.ณธษา ไชยมุสิก อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 หมู่ 4 ถนนสายบ้านแลง ตำบลบ้านแลง อำเภอเมืองระยองจังหวัดระยองเขาเององทุกข์ เป็นครั้ง ที่ 2 ตามที่ได้ร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมุกดาหารเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2561 ในคดียักยอกทรัพย์ ซึ่งเป็นรถยนต์ Toyota Fortuner คันหมายเลขทะเบียน 3 กต. 9599 กทม. ปัจจุบันยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเพื่อส่งให้ศาลพิจารณาได้

ขอให้ดำเนินการเร่งรัดจับกุมผู้ต้องหาและขอทราบความคืบหน้าผลคดีอาญาดังกล่าวเนื่องจากคดีนี้เกิดขึ้นเป็นเวลา 2 ปีกว่า แต่ยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดมารับโทษได้ จึงขอให้พิจารณา ให้ความเป็นธรรมแก่ ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนซึ่ง นส.ณธษา ไชยมุสิกผู้เสียหายได้เดินทางมาร้องทุกข์ ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมุกดาหารครั้งนี้เป็นครั้งที่2 เพื่อขอความอนุเคราะห์ ทำหนังสื่อถึง สภ.เมืองมุกดาหารเพื่อเร่งรัดนำตัวสาวใหญ่รายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี / หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน