นายกรัฐมนตรีมั่นใจศักยภาพประเทศไทย ดึงประชาชน ข้าราชการและรัฐบาล มีส่วน ร่วมในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศ

          วันนี้ (16 กันยายน 2562) เวลา 09.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาบุคลากรภาครัฐ “ยุทธศาสตร์ชาติภาคปฏิบัติ : ร่วมขยับขับเคลื่อนภาครัฐ เพื่อประชาชน (National Strategy in Action: Integrated Implementation for THAIS)” และกล่าวปาฐกถาพิเศษ ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม  อาคารอิมแพคฟอรั่ม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  และข้าราชการประมาณ 1,000 คน เข้าร่วมงาน โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ ความว่า

          นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่ได้มาร่วมในพิธีเปิดการสัมมนาบุคลากรภาครัฐ “ยุทธศาสตร์ชาติภาคปฏิบัติ : ร่วมขยับขับเคลื่อนภาครัฐ เพื่อประชาชน” เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดย “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” รัฐบาลได้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี หลักสำคัญคือบูรณาการทำงานร่วมกัน ซึ่งถือว่า “ข้าราชการ” ทุกประเภทและระดับตำแหน่ง รวมทั้งข้าราชการในส่วนกลาง ภูมิภาคและท้องถิ่น ต้องร่วมกันทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ของประชาชน

          นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า หลักสูตรการพัฒนานักบริหารของส่วนราชการภายใต้กรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) นี้ ได้เสนอแนะให้มีการจัดหลักสูตรเพื่อให้ผู้นำภาคราชการร่วมกันปฏิรูปประเทศ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ และสร้างความสามัคคีปรองดอง รวมทั้งสร้างความร่วมมือในภาครัฐด้วยกันเอง ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ในวันนี้ได้รับฟังการนำเสนอตัวอย่างการทำงานของข้าราชการตามบทบาทหน้าที่เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ  ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากคนหลายกลุ่มและหลายระดับในองค์กรที่จะเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน กลุ่มแรก คือหัวหน้าทีมงานที่เข้าอบรมหลักสูตร ป.ย.ป. 1 และ ป.ย.ป. 2 กลุ่มคนรุ่น Gen Y หรือที่เรียกว่า New Wave กลุ่มข้าราชการพันธุ์ใหม่ ข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง (HiPPs) และกลุ่มนักเรียนทุนรัฐบาล ข้าราชการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคจะต้องร่วมกันใช้ความรู้และประสบการณ์เพื่อลงไปพัฒนาท้องถิ่น เป็นเสมือนผู้ที่เชื่อมต่อนโยบายจากส่วนกลางลงสู่การดำเนินโครงการจริง ที่สำคัญคือคุณค่าของการทำงานเพื่อรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง

          นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการเกษตร ซึ่งต้องมีการพัฒนาต่อไปทั้งเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ ขับเคลื่อนเกษตรแบบชีวภาพ ด้วยเทคโนโลยี BCG รวมทั้งการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรกับการผลิตด้านไฟฟ้าพลังงาน เช่น การนำน้ำปาล์มผลิตน้ำมัน B20  การผลิตกระแสไฟฟ้าจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เป็นต้น และการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับ 5 พืชเศรษฐกิจ ได้แก่ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และอ้อย เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในด้านราคาสินค้าการเกษตรที่มีความผันผวนตลอดเวลา ทั้งระยะสั้นและระยะยาวอย่างยั่งยืน

          การบริหารจัดการน้ำนั้นรัฐบาลดูแลครอบคลุมทั้งการจัดกักเก็บน้ำ การระบายน้ำ ช่องทางระบายน้ำ การจัดทำแก้มลิงชั่วคราวหรือการทำแก้มลิงถาวร โดยต้องหาความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งการปรับเปลี่ยนอาชีพในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ใช้เงินเยียวยาลดน้อยลง นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินป่าไม้

          นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลห่วงใยพี่น้องประชาชนทุกคน พร้อมให้การช่วยเหลือ แต่ขอให้เข้าใจว่า ทุกอย่างต้องดำเนินการภายใต้กรอบระเบียบ กฎกติกา กฎหมาย ที่ผ่านมาประเทศไทยขาดแคลนข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big data สาเหตุอาจมาจากการจัดเก็บข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ รวมถึงขาดความร่วมมือกับประชาชน  ดังนั้นการศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะการปลูกฝังอุดมการณ์จิตสำนึกที่ดีตั้งแต่เด็ก การส่งเสริมการเคารพกฎหมายและการรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น

         สำหรับการบริหารภาครัฐนั้น อาจพิจารณาให้มีการว่าจ้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านแบบครั้งคราว หรือตามการบรรจุข้าราชการ แบ่งเป็นสองส่วนทั้งทดแทนข้า ราชการเกษียณและเพิ่มกลุ่มคนมีความสามารถเฉพาะหน้าที่ รวมทั้งการพิจารณาการให้ทุนการศึกษา การอบรมเฉพาะทางโดยต้องระวังไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ แต่ขอเน้นให้เป็นสร้างโอกาสที่เท่าเทียม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม  การทำหน้าที่ของข้าราชการจะต้องดึงประชนเข้ามามีส่วนร่วม ร่วมกันคิดทำไปพร้อมกัน ทั้งประชาชนข้าราชการ และรัฐบาล เพราะโลกเปลี่ยนเราต้องปรับเพื่อเข้าสู่ศตวรรษ 21 ทั้งนี้รัฐบาลฟังทุกความคิดเห็นและปรับการทำงานทุกวัน ซึ่งประชาชนก็ต้องร่วมปรับตัวไปด้วยกัน สำหรับการทำงานในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของตนตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยถืออัตตา พร้อมรับฟังความคิดเห็นเพราะทุกคนต้องร่วมกันทำงานกับรัฐบาล  ทุกคนต้องรักประเทศชาติ ถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยนประเทศด้วยตัวเราเอง

          ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงเป้าหมายสำคัญในการสร้างความปรองดอง ซึ่งแนวทางการพัฒนาแบบบูรณาการ เชื่อมโยงข้าราชการตั้งแต่รุ่นใหญ่ รุ่นกลาง รุ่นน้อง ทั้งส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น และส่วนภูมิภาคมาทำงานร่วมกันแล้ว ยังถือเป็นโอกาสในการสร้างความรับรู้ ความเข้าใจให้ข้าราชการและประชาชนเดินไปด้วยกัน

          หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินชมนิทรรศการเกี่ยวกับการพัฒนากลุ่มกำลังคนคุณภาพ ในระบบราชการภายใต้แนวคิด ป.ย.ป. คือ ปฏิรูป ยุทธศาสตร์ชาติ ปรองดอง เพื่อเสริมสร้างข้าราชการไทยให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและเทคโนโลยี สำหรับประเทศไทย 4.0


ขอบคุณ เรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

เทศบาล ต.เกาะช้าง ถมดินคอสะพานคลองพลูที่ขาดเสร็จเรียบร้อย รถยนต์วิ่งผ่านได้แล้ว

          เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 16 ก.ย.62 ทางเทศบาล ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้างจ.ตราด ได้จัดหาผู้รับเหมานำเครื่องจักรกล รถบรรทุกดินและหินมาใส่ช่วงคอสะพานคลองพลู ที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะพื้นถนนใต้ล่างขาดหายไป ยาวกว่า 6 เมตร ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ก็ดำเนินการเสร็จยานพาหนะรถยนต์ของประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถวิ่งข้ามผ่านไป-มาได้ตามปกติแล้ว ท่ามกลางความดีใจของนักท่องเที่ยวที่นำรถมาจอดรอเพื่อเดินทางไปยังท่าเรือเฟอร์รี่โดยมี นายทศพล สินยบุตร นายอำเภอเกาะช้าง-นายสัญญา เกิดมณี นายกเทศมนตรีต.เกาะช้าง-ปภ.เขต17- ปภ.จ.ตราด-เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน-ประชาชนจิตอาสาฯและอาสากู้ภัยสมาคมสว่างบุญฯตราดเขตเกาะช้างร่วมกันอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างเข้มแข็ง

          นายสัญญา เกิดมณี นายกเทศมนตรี ต.เกาะช้าง กล่าวว่า ที่ต้องให้ผู้รับเหมานำดินมาใส่ที่คอสะพานดังกล่าว เพื่อให้ยานพาหนะของประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่นำยานพาหนะส่วนตัวมาท่องเที่ยวพักผ่อนตามโรงแรม-รีสอร์ต ทางด้าน คลองพร้าว-ไก่แบ้-โลนลี่บีช-บางเบ้า สามารถขับยานพาหนะรถยนต์ผ่านได้ชั่วคราวไปก่อน เพื่อเดินทางไปยังท่าเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากกลับภูมิลำเนาได้ เป็นการแก้ปัญหาในเบื้องต้น ขณะเดียวกันก็ได้จัดเจ้าหน้าที่เทศบาล ต.เกาะช้าง ออกตั้งโต๊ะรับแจ้ง กรณีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ บ้านเรือนได้รับความเสียหาย จากภัยธรรมชาติน้ำป่าไหลหลาก ที่บริเวณวัดคลองพร้าว หมู่ 4 ต.เกาะช้าง เพื่อประสานหน่วยงานส่วนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการช่วยเหลือโดยเร่งด่วน

          ทั้งนี้ จากการสำรวจในเบื้องต้นพบว่า ในพื้นที่ ต.เกาะช้าง มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวน กว่า 100 ราย มีคอสะพานได้รับความเสียหาย เนื่องจากถูกกระแสน้ำกัดเซาะจำนวน 3 แห่ง ด้วยกันประกอบด้วย สะพานข้ามคลองในย่านชุมชนไก่แบ้ 2 แห่ง สะพานข้ามคลองพลู 1 แห่ง


ภาพ/ข่าว วรโชติ เกาะช้าง-วิเชียร ม่วงสี ทีมข่าวภูมิภาค/รายงาน

ตราด-ฝนตกหนัก น้ำป่าจากเขาบรรทัด ทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ต.ท่ากุ่ม ทั้งตำบล

ตราด-ฝนตกหนัก น้ำป่าจากเขาบรรทัดทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ต.ท่ากุ่ม ทั้งตำบล ศูนย์ข่าวภาคตะวันออก ตะลุยข่าว 4 ภาค จ.ตราด

         16 ก.ย. 62 ตราดฝนตกหนักต่อเนื่องช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา พื้นที่ของตำบลท่ากุ่ม อ. เมือง จ.ตราด มีน้ำป่าจากเขาบรรทัดไหลหลากลงมาอย่างรวดเร็ว โดยน้ำป่าได้ไหลลงบริเวณหมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 8 ช่วงเช้ามืดของวันนี้ ประมาณ 03.00 นาฬิกา โดยระดับน้ำเริ่มไหลลงไปตามหมู่ต่างๆ ทำให้เกิดน้ำท่วมทั้งตำบลท่ากุ่ม ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบระดับน้ำกับทางเจ้าหน้าที่ ตชด.117 พบระดับน้ำสูงประมาณ 50-60 ซม. และบางแห่งมีระดับน้ำท่วมสูงถึงกว่า 1 เมตร ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหลายหลังคาเรือน

          ซึ่งขณะนี้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากุ่มได้เปิดศูนย์ประสานงานให้ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม มาแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือของทางราชการได้ ยังมีกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ที่ถูกน้ำท่วมนากุ้งได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน มีบางเจ้าต้องติดต่อพ่อค้ามาจับกุ้งที่บ่ออย่างเร่งด่วน เพื่อให้ได้รับความเสียหายน้อยที่สุด ตั้งแต่เช้าที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือฯตราด และเจ้าหน้าที่กู้ภัยหลักเกาะ ได้นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้น โดยช่วยขนสิ่งของออกมาจากบ้านที่ถูกน้ำท่วม ด้านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตราด ได้ออกตรวจสอบเพื่อทำการตัดไฟฟ้าสำหรับพื้นที่น้ำท่วมสูง และพื้นที่เสี่ยงจากกระแสไฟฟ้ารั่วแล้ว

          ด้าน พ.ต.อ.ชิดพล ยืนยาว ผกก.สภ.เมืองตราด ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตราด และเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เช่นเดียวกัน โดย ผกก.สภ.เมืองตราดกล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งว่าพื้นที่ตำบลท่ากุ่มถูกน้ำท่วมก็ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่มาคอยอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และจัดกำลังไปอยู่หน่วยคัดกรองที่ อบต.ท่ากุ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอีกด้วย

          สำหรับสถานการณ์ล่าสุดในช่วงบ่าย ในพื้นที่ของตำบลท่ากุ่ม ระดับน้ำที่ไหลลงมาจากหมู่ 6 และ หมู่ 8 ขยายวงกว้าง ไปทั้งตำบลทำให้หมู่ อื่นๆได้รับผลกระทบระดับน้ำท่วมสูงขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงเฝ้าระวังกันอย่างต่อเนื่อง….


ภาพ/ข่าว ธนเดช เดชะเทศ จ.ตราด

เลขานุการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เป็นประธานมอบบ้าน โครงการปันน้ำใจ เพื่อผู้ยากไร้ หลังที่ 17

          วันนี้ ที่บ้านเลขที่ 1/2 หมูที่ 5 ตำบลดงจิก อำเภอโป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี พลเอกสุรัตน์ วรรักษ์ เลขานุการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด มาเป็นประธานมอบบ้านโครงการปันน้ำใจเพื่อผู้ยากไร้ หลังที่ 17 โดยมีนายบุญช่วย น้อยสันเทียะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และพลเรือโท รณรงค์ สิทธินันท์ ผู้บัญชาการป้องกันชายอดนจันทบุรีและตราด และผู้แทนมณฑลทหารบกที่ 19 ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรี เทศบาลเมืองท่าช้าง กลุ่มชายแดนกรุ๊ป สโมสรโรตารีจันทบูร สโมสรไลออนส์จันทบุรี เมืองจันท์ และหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมพิธีทำบุญและมอบบ้าน โครงการปันน้ำใจเพื่อผู้ยากไร้ บ้านปันน้ำใจ เพื่อมอบให้แก่ นางสมหวัง เล็กชิน ซึ่งอาศัยอยู่กับเด็กซึ่งป่วยเป็นโรคออธิสติก จำนวน 2 คน ในพื้นที่ ม.5 ต.ดงจิก อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี

         โดยนายเฉลิมพล ศักดิ์คำ นายกเทศมนตรีเมืองท่าช้าง ได้กล่าวรายงานถึงความเป็นมาในโครงการปันน้ำเพื่อผู้ยากไร้ ที่ได้ดำเนินการช่วยเหลือมาแล้ว ทั้งหมด 16 หลังคาเรือนในพื้นที่ของจังหวัดจันทบุรี และบ้านโครงการปันน้ำเพื่อผู้ยากไร้หลังนี้ เป็นบ้านหลังที่ 17 ซึ่งมีหลายภายส่วนให้การสนับสนุน ทั้งทางด้าน ดร.รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพัชร นายกสมาคมการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา นางศิณีพร สวัสดิชัย อดีตนายกสโมสรโรตารีจันทบูรและหน่วยงานต่างๆ ให้การสนับสนุนการช่วยเหลือ

         สืบเนื่องจากมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดได้รับการประสานจากสำนักงานทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดจันทบุรี ว่ามีช้างป่าเข้ามาทำลายบ้านของนางสมหวัง จนได้รับความเสียหายพังทั้งหลังซึ่งอยู่ในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด และเป็นประชาชนที่มีความยากจน เมื่อบ้านถูกทำลายจึงต้องไปอาศัยห้องเก็บของภายในโรงเรียนโป่งน้ำร้อนพิทยาคมเป็นที่พักอาศัย อีกทั้งจะต้องดูแลเด็กพิการเป็นออทิสติกที่รับอุปการะไว้ จึงรีบให้ชุดมวลชนสัมพันธ์ของมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ประสานหน่วยงานทั้งทางทหาร, ตำรวจ, ข้าราชการระดับจังหวัด, ระดับอำเภอและผู้นำชุมชนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ร่วมกันบูรณาการเพื่อจัดหาพื้นที่พร้อมสร้างบ้านที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ให้กับนางสมหวังและขณะนี้บ้านได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว

          สำหรับการสร้างบ้านดังกล่าว เป็นบ้านชั้นเดียว มี 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว และมีพื้นที่ใช้สอยบริเวณรอบบ้าน สำหรับการก่อสร้างบ้านหลังดังกล่าว โครงการปันน้ำเพื่อผู้ยากไร้ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน รวมทั้งแก้ปัญหาด้านที่อยู่อาศัยให้กับผู้ด้อยโอกาส ให้มีที่อยู่อาศัย ที่มีความมั่นคงแข็งแรงและมีความปลอดภัย คิดเป็นมูลค่าก่อสร้างประมาณ 200,000 บาท


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สวนนงนุชพัทยาเชิญพี่น้องภาคกลาง 4 จังหวัด “นนทบุรี-นครปฐม-สมุทรสาคร-สมุทร สงคราม” เที่ยวฟรี 1 เดือน

สวนนงนุชพัทยา เชิญพี่น้องภาคกลาง 4 จังหวัด “นนทบุรี-นครปฐม-สมุทรสาคร-สมุทร สงคราม” เที่ยวฟรี 1 เดือน (ตุลาคม 2562) ” พร้อมเปิดตัวไดโนเสาร์อันดับที่ 166 กราซิลีแร็ปเตอร์

         วันที่ 16 ก.ย. 62 ที่บริเวณสวนลอยฟ้า สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เป็นประธานเปิดโครงการไทยเที่ยวไทย 4 จังหวัด (นนทบุรี-นคร ปฐม-สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม) เข้าชมสวนนงนุชพัทยา ฟรี 1 เดือน (เดือนตุลาคม 2562) เพียงแสดงบัตรประชาชน(ตัวจริง) ภูมิลำเนาในจังหวัดที่ร่วมรายการ ณ จุดจำหน่ายบัตรสวนนงนุชพัทยา

          โดยมี นางณัฎฐิรา แพงคูณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนนทบุรี ดร.พรรณพิมล ฉายาจิตชยวัศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสาคร นายอุดม โอษฐ์ยิ้มพราย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครปฐม และนางทนาดา วิจักขณะ รองผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดสมุทรสงคราม ขึ้นกล่าวถึงโครงการและขอบคุณสวนนงนุชพัทยา

         โครงการดังกล่าวเป็นการสร้างรอยยิ้มให้สังคม โดยสวนนงนุชพัทยาได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบความสุขให้พี่น้องประชาชนชาวไทยด้วยการจัดลำดับเปิดให้ประชาชนจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ทุกเพศ ทุกวัย เข้าเยี่ยมชมสวนนงนุชพัทยา ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงแค่แสดงบัตรประชาชนตามช่วงเวลาและรอบของแต่ละจังหวัดตามที่กำหนด ระยะเวลาตลอด 1 เดือนเต็ม โดยในเดือนตุลาคม 2562 นี้ เป็นโอกาสของพี่น้องประชาชนใน 4 จังหวัดภาคกลาง ประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทร สงคราม ทั้งนี้ ในพิธีเปิดโครงการดังกล่าวยังได้ถือโอกาสตัดริบบิ้นเปิดตัวไดโนเสาร์อันดับที่ 166 ของสวนนงนุชพัทยา “กราซิลีแร็ปเตอร์” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชน และเป็นที่ต้อนรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมสวนนงนุชพัทยา

          สำหรับ กราซิลีแร็ปเตอร์ เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อวงศ์ตระกูลโดรมิโอซอริคขนาดเล็ก ที่อาศัยอยู่ในช่วงต้นยุคครีเทเชียส มีขนาดความยาวประมาณ 1 เมตร เป็นไดโนเสาร์น้ำหนักเบาเพียง 1.5 กิโลกรัม มีจุดเด่นคือ ลักษณะคล้ายนก มีขนปกคลุมทั้งตัว และเข้าใกล้การวิวัฒนาการเป็นนกในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ฟอสซิลของไดโนเสาร์ชนิดนี้ถูกค้นพบในจีน ช่วงปลายปี 2004


พัทยา จ.ชลบุรี/ โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์-วิรัตน์ ขำแตร -ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878

สนง.ประชาสัมพันธ์จ.จันทบุรี จัดกิจกรรม ผู้ว่าฯ พบสื่อมวลชน ประชาสัมพันธ์ผลงานโครงการของรัฐบาลที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน กระชับสัมพันธไมตรี

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรีจัดกิจกรรม ผู้ว่าฯ พบสื่อมวลชน ประชาสัมพันธ์ผลงานโครงการของรัฐบาลที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน กระชับสัมพันธไมตรี

         วันนี้ ( 16 ก.ย.62 ) ที่ ห้องณุลักษณา โรงแรมเคพีแกรนด์ จังหวัดจันทบุรี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี ได้จัดโครงการ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีพบสื่อมวลชน โดยมี นาย วิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธาน นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชาสัมพันธ์ผลงานของหน่วยงานต่าง ๆ แลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็น สรุปผลงานกิจกรรมของจังหวัดที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล รับทราบข้อเสนอแนะ ประเด็นคำถามที่เป็นประโยชน์เพื่อการพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืน และเป็นไปตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ผ่านสื่อมวลชนท้องถิ่นสู่ประชาชนในจังหวัดจันทบุรี

          พร้อมทั้งกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างสื่อมวลชนท้องถิ่นกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยครั้งนี้มีประเด็นคำถามหลายเรื่อง อาทิ จุดกลับรถถนนสายบำรุงราศนราดูร อ.เขาคิชฌกูฏ / การป้องกันแก้ไขปัญหาสาธาณะภัย / ปัญหาที่จอดรถผู้มาใช้บริการโรงพยาบาลพระปกแกล้า / ปัญหาการจราจรติดขัดช่วงเวลาเร่งด่วนบริเวณศูนย์เด็กเล็กวัดป่าคลองกุ้ง / ปัญหาการก่อสร้างถนนบริเวณตำบลพลับพลาที่ล่าช้า เป็นต้น โอกาสนี้ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนที่ร่วมสนับสนุนกิจกรรมของสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี แม่บ้านมหาดไทย จนได้รับรางวัล เข็มเพชรดอกแก้ว


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

อาชีวศึกษาจังหวัดนครนายก ยกย่องเชิดชูเกียรติสถานประกอบการที่ร่วมจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีพัฒนากำลังคนคุณภาพป้อนภาคอุตสาหกรรมของประเทศ

นครนายก อาชีวศึกษาจังหวัดนครนายก ยกย่องเชิดชูเกียรติสถานประกอบการที่ร่วมจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีพัฒนากำลังคนคุณภาพป้อนภาคอุตสาหกรรมของประเทศ

​          สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 3 โดยอา ชีวศึกษาจังหวัดนครนายก ได้จัดพิธียกย่องเชิดชูเกียรติสถานประกอบการ ประจำปีการศึกษา 2562 ระดับอาชีวศึกษาจังหวัดนครนายก ภายใต้โครงการขยายและยกระดับการจัดการอาชีว ศึกษาระบบทวิภาคี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 หวังสร้างเครือข่ายความร่วมมือ สร้างความภาคภูมิใจ และยกย่องสถานประกอบการที่ได้ร่วมจัดการศึกษาระบบทวิภาคีเป็นอย่างดี โดยมีสถานประกอบการเข้าร่วมงาน 52 แห่ง จากสถานศึกษา 6 แห่ง โดยมีนายศิริ จันบำรุง ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 3 เป็นประธาน ณ ห้องประชุมหลวงบรรณสารประสิทธิ์ วิทยาลัยเทคนิคนครนายก

         นายศิริ จันบำรุง ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 3 กล่าวภายหลังจากเป็นประธานเปิดงานว่า การจัดงานในครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาด้านมาตรฐานคุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์ และการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา โดยมอบหมายให้อาชีวศึกษาจังหวัดนครนายกดำเนินกิจกรรมดังกล่าว เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีร่วมกับสถานประกอบการ การขอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับสถานประกอบการ การยกย่องเชิดชูเกียรติ การทบทวนบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ และแนะแนวทางการจัดทำแผนการฝึกงาน/อาชีพร่วมกัน

         ทั้งนี้ “อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี” มีรูปแบบการเรียนเปรียบเสมือนโรงเรียนในโรงงาน บางรูปแบบก็เป็นโรงงานในโรงเรียน มีการฝึกใช้อุปกรณ์ และเครื่องมือที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ตกรุ่น และมีครูฝึกจากสถานประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญคอยให้ความรู้ และเป็นที่ปรึกษา โดยนักเรียน นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชา ชีพชั้นสูง (ปวส.) ที่เรียนในระบบทวิภาคี จะเข้าไปฝึกงาน/ฝึกอาชีพในสถานประกอบการเป็นระยะเวลา 1 ปี ก่อนจบการศึกษา ทำให้เป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบ มีวินัยในการทำงาน ที่ดี เข้าใจวัฒนธรรมองค์หรือวิถีอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่สถานประกอบการต้องการอย่างยิ่ง สิ่งที่สำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จมาจากการวางแผนร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ โดยออกแบบหลักสูตร และการดูแลผู้เรียนอย่างใกล้ชิด มีครูนิเทศจากสถานศึกษา มีครูฝึกในสถานประกอบการที่ให้คำปรึกษาตลอดเวลาของการฝึกประสบการณ์ ผู้เรียนจะได้ฝึกงานในสิ่งแวดล้อมของการทำงานจริง ๆ ใกล้ชิดกับหัวหน้างาน มีพี่เลี้ยงในที่ทำงาน มีรุ่นพี่เป็นเพื่อนร่วมงาน รวมถึงได้พบปะกับลูกค้าในสายงานของตัวเอง ต้องเผชิญกับสถานการณ์จริง แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ สร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ซึ่งหากไม่ได้เรียนอาชีวะ จะไม่มีโอกาสได้รับ โดยการเรียนในระบบทวิภาคีนี้จะไม่ใช่เพียงการไปฝึกงานในบริษัทธรรมดา แต่เป็นการ “ฝึกทำงานในอาชีพเฉพาะทาง” ดังนั้นผู้จบการศึกษาในระดับ ม.3 ม.6 ปวช.หรือปวส. ที่สนใจสามารถสมัครเข้าเรียนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีแบบนี้ได้เช่นกัน

         ด้านนายวิวรรธน์ วิไลลักษณ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครนายก และประธานอาชีวศึกษาจังหวัดนครนายก กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานประกอบการที่ได้รับโล่เชิดชูเกียรติมีจำนวน 52 แห่ง และสถานประกอบการที่ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง 4 แห่ง จาก 6 สถานศึกษา ประกอบด้วย วิทยาลัยเทคนิคนครนายก, วิทยาลัยการอาชีพนครนายก, วิทยาลัยการอาชีพองครักษ์, วิทยาลัยเทคโนโลยีวีรพัฒน์, วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการนครนายก และวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและพาณิชยศาสตร์ รายละเอียดดังนี้

วิทยาลัยเทคนิคนครนายก มีสถานประกอบการ 28 แห่ง

  1. บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน)
  2. บริษัท เสถียร โมบิลิตี้ ดีไซน์ จำกัด
  3. บริษัท ฮอนด้า โลจิสติกส์ เอเชีย จำกัด
  4. บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
  5. บริษัท ตรีเพชรอีซูซุบริการ จำกัด บริษัท เอส ซี เอ็น ออโต กรุ๊ป จำกัด
  6. บริษัท นครนายก ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด
  7. ธนาคารออมสิน สาขาอำเภอเมืองนครนายก
  8. บริษัท ปทุมการบัญชี จำกัด
  9. ส่วนงานจราจร ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  10. บริษัท ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด (มหาชน)
  11. หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 12
  12. สำนักงานพัฒนาภาค 1
  13. หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย
  14. การประปาส่วนภูมิภาค สาขาอำเภอบ้านนา
  15. บริษัท บีดี สตรอว์ จำกัด สำนักงานเกษตรจังหวัดนครนายก
  16. บริษัท เบฟ ซิสเท็มส์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
  17. บริษัท เอส.เอ็ม.ซี. (ประเทศไทย) จำกัด
  18. บริษัท แมทช์พอยท์ อินโนเวชั่น จำกัด
  19. บริษัท เพอร์เฟค ครีเอชั่น เทคโนโลยี จำกัด
  20. บริษัท ธนาสตีล ดีไซน์ จำกัด
  21. บริษัท เคซีอี เทคโนโลยี จำกัด
  22. ภูสักธารรีสอร์ท จังหวัดนครนายก
  23. บริษัท เอ็ม เค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
  24. เดอะ แรบบิท โฮม
  25. บริษัท พีเอส 2017 กรุ๊ป
  26. สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก
  27. ร้านแม่บุญศรี โทรทัศน์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาอำเภอองครักษ์
  28. บริษัท เอกชัย ดิสทริบิวชั่น ซีสเทม จำกัด

วิทยาลัยการอาชีพนครนายก มีสถานประกอบการ 6 แห่ง

  1. บริษัท เอส ที เอส อินสตรูเม้นท์ จำกัด
  2. บริษัท ไอ มีเดียอินโนเวชั่น จำกัด
  3. บริษัท ฮอนด้าปรารถนาดี จำกัด
  4. อู่ทรัพย์ทวี ออโต้
  5. สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์นครนายก
  6. สำนักงานณัฐญา การบัญชี

วิทยาลัยการอาชีพองครักษ์ มีสถานประกอบการ 6 แห่ง ได้แก่

  1. บริษัท นครนายกอีซูซุ เซอร์วิช จำกัด สาขาอำเภอองครักษ์
  2. บริษัท แม็กซ์ ออโตเทค จำกัด
  3. ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพ้นบอล นครนายก
  4. ห้างหุ้นส่วนจำกัด จีโพร์เอนเตอร์เทนเม้นท์
  5. บริษัท โตโยต้านครนายก จำกัด สาขาอำเภอองครักษ์

วิทยาลัยเทคโนโลยีวีรพัฒน์ มีสถานประกอบการ 5 แห่ง

  1. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
  2. บริษัท บิซิเนส เซอร์วิสเซส อัลไลแอนซ์ จำกัด
  3. บริษัท บีควิก จำกัด
  4. บริษัท วีอาร์โปรเซอร์วิส จำกัด
  5. อิงธาร รีสอร์ท

วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการนครนายก มีสถานประกอบการ 5 แห่ง

  1. ได้แก่ บริษัท โตโยต้า พาราก้อน มอเตอร์ จำกัด
  2. บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน)
  3. บริษัท ปริทัศน์อุทยานนางรอง จำกัด
  4. บริษัท โซนี่เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดชลบุรี
  5. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและพาณิชยศาสตร์ มีสถานประกอบการ 2 แห่ง

  1. รอยัล ฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดนครนายก
  2. องค์การบริหารส่วนตำบลดงละคร จังหวัดนครนายก

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก
​​​​​​​

สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากท่วมเส้นทาง และบ้านเรือนของชาวบ้านใน 3 ตำบล เริ่มคลี่คลาย หลังฝนหยุดตก

สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากท่วมเส้นทาง และบ้านเรือนของชาวบ้านใน 3 ตำบล เริ่มคลี่ คลาย หลังฝนหยุดตก ขณะที่ทางจังหวัดยังสั่งการให้ 10 อำเภอ เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเนื่องจากท้องฟ้ายังมืดครึม และมีฝนตกโปรยปรายลงมาอีก

         วันที่ 16 กันยายน 2562 เวลา 08.00 น.ผู้สื่อข่าวได้ติดตามสถานการณ์น้ำป่าที่ไหลหลากลงมาจากเทือกเขาสระบาป และท่วมเส้นทาง สวนผลไม้ และบ้านเรือนของชาวบ้านใน 3 ตำบล ในช่วงเย็นเมื่อวานที่ผ่านมา ล่าสุดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากเริ่มคลี่คลายลง หลังฝนหยุดตก น้ำที่ท่วมถนนสายจันทบุรี-ตราด ขาออก รถสามารถสัญจรผ่านไปมาได้แล้ว ส่วนสวนผลไม้ และบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมชาวบ้านเริ่มออกมาล้างทำความสะอาด และเก็บข้าวของเข้าที่ แต่ในเบื้องต้นยังมีน้ำท่วมขังในบางจุดที่เป็นแอ่งกระทะอยู่ ส่วนความเสียหายคอสะพานวัดตะปอนน้อย ที่ถูกน้ำป่าไหลหลากซัดจนได้รับความเสียหาย ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เตรียมเข้าไปซ่อมแซมฟื้นฟู เพื่อให้กลับมามีสภาพเหมือนเดิม ขณะที่ร้านขายพันธุ์ไม้ ที่ถูกน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมเสียหายนับแสนบาท เจ้าของร้านก็ได้ออกมาเก็บข้าวของ และเก็บพันธุ์ไม้ที่ถูกน้ำป่าพัดเสียหาย เพื่อเปิดร้านขายตามปกติแล้ว

         ในเบื้องต้นชาวบ้านใน 3 ตำบล คือ ตำบลเกวียนหัก, ตำบลพลิ้ว, อำเภอแหลมสิงห์ และตำบลตะปอน อำเภอขลุง ยังคงวิตกกังวลกับสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากอยู่ เนื่องจากชาวบ้านอยู่มา 20 ปี พึ่งเคยเจอน้ำท่วมหนักคราวนี้ และยังคงเฝ้าติดตามข่าวสาร และการแจ้งเตือนของหน่วยราชการอยู่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากในเช้าวันนี้ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ท้องฟ้ามืดครึม และมีฝนตกโปรยปรายลงมาแต่ไม่หนักเท่ากับเมื่อวาน ส่วนปริมาณน้ำใน 4 จุดหลัก ที่เป็นจุดวัดน้ำสำคัญ คือ แม่น้ำจันทบุรี ฝายยาง อำเภอเมือง ฝายท่าระม้า อำเภอมะขาม และสะพานกระทิง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี พบว่ามีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น มีสีขุ่นแดง และไหลเชี่ยว แต่ปริมาณน้ำยังไม่ถึงจุดวิกฤต เนื่องจากทางชลประทานจังหวัดจันทบุรี ได้มีการเปิดประตูระบายน้ำบริเวณคลองภักดีรำไพ เพื่อพร่องน้ำให้ไหลลงสู่ทะเล และป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจชั้นใน

          ขณะที่น้ำตก 4 แห่ง ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ทางอุทยานแห่งชาติทั้ง 4 แห่ง ยังคงปิดชั่วคราว และห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด เนื่องจากบนเขายังคงมีฝนตกลงมา และมีน้ำไหลเชี่ยว ทั้งนี้ทางอุทยานแห่งชาติต้องมีการประเมินสถานการณ์วันต่อวัน ส่วนคลื่นลมในทะเลพบว่ามีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวประมงพื้นบ้านใน 4 อำเภอ ต่างนำเรือมาจอดหลบคลื่นลมในทะเลเป็นจำนวนมาก ทางอุตุนิยมวิทยาจังหวัดจันทบุรี ได้มีการแจ้งเตือนให้เรือเล็กงดออกจากฝั่งในช่วงนี้ออกไปก่อน ส่วนเรือประมงขนาดใหญ่ ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

—————————-

Cr.สุปราณี แก้วหุง/จันทบุรี

ลพบุรี -วัดพระบาทนำ้พุ เร่งบรรจุของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ชาวนาลพบุรี เร่งเก็บเกี่ยวหนีน้ำเช่นกัน

          วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี เร่งจัดข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม ขนม อุปกรณ์ยังชีพ บรรจุใส่ถุงยังชีพไปช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ขณะที่เกษตรกรทำนาจังหวัดเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำ หลังมีประกาศเตือนพายุลูกใหม่

          โดยเมื่อเช้าวันนี้ 16 ก.ย. 62 พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ พระอลงกต ติกฺขปญฺโญเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ต.เขาสามยอด อำเภอเมืองลพบุรี ได้ร้องขอทหารกว่า 50 นาย เร่ง จัดข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม ขนม นมเนย และอุปกรณ์ในการยังชีพ บรรจุใส่ถุงยังชีพ เพื่อจัดส่งไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบกับอุทกภัยในเขตพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะได้ไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอีกทางหนึ่ง

          สำหรับข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ขนม นมเนย และอุปกรณ์ยังชีพ ที่บรรจุใส่ถุงยังชีพในครั้งนี้ได้รับบริจาคมาจากประชาชนที่มามอบให้กับทางวัด และที่หลวงพ่อออกไปบิณฑบาตในพื้นที่ต่าง ๆ โดยมีประชาชนชาวไทยทั่วสารทิศที่มีจิตศัทธรา ได้บริจาคสิ่งของต่างๆ มาจำนวนมาก เพื่อนำไปให้กับผู้ที่ประสบอุทกภัย ที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนักอยู่ ณ ขณะนี้ อาหารแห้งที่นำมาบรรจุใส่ในถุงยังชีพที่ทางวัดมอบไปนี้ สามารถนำไปเก็บไว้ได้ไม่น้อยกว่า 3 เดือน ซึ่งยังมีภาคเอกชนที่จะเดินทางไปจากจังหวัดลพบุรี ไปมอบให้กับมือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว

          ขณะที่ในท้องทุ่งเขตอำเภอบ้านหมี่ และอำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำนาพบว่าช่วงที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้พื้นที่นามีน้ำขังเริ่มสูงขึ้นข้าวก็กำลังต้องท้องใกล้ที่จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว จึงทำให้เกษตรกรผู้ทำนาหวั่นวิตกว่าจะมีน้ำท่วมนาจากการประกาศเตือนพายุลูกใหม่ที่จะเข้ามาอีกไม่ช้านี้ รวมถึงน้ำที่ระบายออกมาจากเขื่อนเจ้าพระยา ได้เริ่มเร่งระบายลงมาแล้วทำให้น้ำเอ่อสูงขึ้นตามลำดับ โดยท้องทุ่งดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นแก้มลิง หากมีน้ำส่งมาเพิ่มหรือฝนตกลงมาอีกนาข้าวจะถูกน้ำท่วม จึงได้ไปจ้างรถเกี่ยวข้าวมาเร่งเก็บเกี่ยวก่อนที่จะมีพายุฝนตกลงมาทำให้ข้าวที่จะเก็บเกี่ยวได้รับความเสียหาย



ภาพ/ข่าว : นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
นายโยธิน พรมแตง/รายงาน

ตราด-คณะทํางานขับเคลื่อนธนาคารปูม้า จากสนง.วิจัยแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประเมินผล ธนาคารปูม้า ครั้งที่ 2

ตราด/คณะทํางานขับเคลื่อนธนาคารปูม้า จากสํานักงานวิจัยแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประเมินผล ธนาคารปูม้า ครั้งที่ 2 ระยะที่ 1 ของตําบลไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

          วันที่ 15 กันยายน 2562 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ชุมชนบ้านคลองมะนาวและชุมชนบ้านคลองตะเคียน ต.ไม้รูด โดยมี ดร.สุกัญญา ธีรกูรณ์เลิศ ประธานคณะทํางานขับเคลื่อนการขยายผลธนาคารปูม้า ตามมติคณะรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ผู้สนับสนุนโครงการวิจัยเรื่องรูปแบบการจัดการเพื่อติดตั้งธนาคารปูม้าอย่างยั่งยืน โดยมีชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมกรณีศึกษาการทําประมงพื้นบ้านจังหวัดตราด พร้อมผู้รับทุนได้แก่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เบ็ญจมาศ ไพบูลย์กิจกุล มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี เข้าร่วมชม และตรวจประเมินความก้าวหน้าของโครงการธนาคารปูม้า ที่ชุมชนบ้านคลองมะนาวและชุมชนบ้านคลองตะเคียน ของ อบต.ไม้รูด ในระยะที่ 1 โดยมีผู้เข้าร่วมธนาคารปูม้า 8 ธนาคาร ซึ่งที่ผ่านมามีแม่ปูม้าไข่นอกกระดองสีดําได้บริจาคเข้าสู่ธนาคารปูทั้งสิ้น 2500 ตัว คิดเป็นลูกปูม้าที่ปล่อยออกสู่ทะเลประมาณ 3040 ล้านตัว

          ซึ่งโครงการธนาคารปูม้าของรัฐบาลนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้คนในชุมชนชายฝั่งทะเลเข้ามาร่วมโครงการ เพื่อให้ตระหนักเรื่องการบริจาคไข่ปูม้านอกกระดอง เพื่อให้ลูกปูปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดยมีประมงพื้นบ้านให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพื่อการมีทรัพยากรปูม้าให้มากขึ้น เพื่อเอาไปใช้ประโชยน์อย่างยั่งยืนถึงรุ่นลูกหลานสืบต่อไป ดร.สุกัญญา ยังได้กล่าวว่า ในครั้งนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม พื่อหาข้อคิดเห็นร่วมกันของการตรวจประเมินในครั้งนี้ จะนําไปสู่การพัฒนาโครงการธนาคารปูม้าให้ดียิ่งขึ้นไป เพื่อเป็นการอนุรักษ์และเพิ่มพูนทระพยากรปูม้าให้มากขึ้นและให้อยู่อย่างยั่งยืนต่อไป


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก