หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 42 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบุตรของกำลังพล ที่ทุพพลภาพและมีความต้องการพิเศษ

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบุตรของกำลังพลที่ทุพพลภาพและมีความต้องการพิเศษ

         เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลา 16.30 น. พันเอก สมคิด คงแข็ง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 พร้อมด้วย คุณสุภาพร คงแข็ง ภริยาผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42, ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 ลงพื้นที่ หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งพอ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เพื่อเยี่ยมเยียน เด็กชายอับดุลกอเด ภูเขาทอง ซึ่งเป็นบุตรของกำลังพลของหน่วย ที่ทุพพลภาพและมีความต้องการพิเศษ

          สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อสำรวจความต้องการ และตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ พร้อมทั้งติดตามดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ของครอบครัวกำลังพล ทั้งนี้ได้มอบทุนสนับสนุนและกระเช้าของที่ระลึกเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

รองผู้บัญชาการทหารบก – ประชุมมอบนโยบายและรับฟังผลการปฏิบัติงาน ของหน่วยมณฑลทหารบกที่ 45 ภายในค่ายวิภาวดีรังสิต

รองผู้บัญชาการทหารบก ประชุมมอบนโยบายและรับฟังผลการปฏิบัติงานของหน่วยมณฑลทหารบกที่ 45 ภายในค่ายวิภาวดีรังสิต

          เมื่อวันที่ ( 27 พ.ย.62 เวลา 13.00 น. ) พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก เดินทางพร้อมด้วย พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 มายังค่ายวิภาวดีรังสิต จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อประชุมมอบนโยบายและรับฟังผลการปฏิบัติงานของหน่วยมณฑลทหารบกที่ 45 ภายในค่ายวิภาวดีรังสิต เน้นย้ำการทำงานตามหน้าที่ ฝากดูแลหน่วยฝึกทหารใหม่ให้ปฏิบัติตามนโยบาย และระเบียบของการฝึกอย่างเคร่งครัด ภารกิจสำเร็จ และให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

          ต่อมา รองผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย แม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 45 เพื่อพบปะกับน้อง ๆ นักศึกษาวิชาทหาร มอบนโยบายและให้กำลังใจในการศึกษา ปลุกจิตสำนึกของความเป็นนักศึกษาวิชาทหาร พร้อมรับชมนิทรรศการ และผลการดำเนินงานกิจกรรมต่าง ๆ ของนักศึกษาวิชาทหาร โดยเน้นย้ำว่า “นักศึกษาวิชาทหารจะต้องมีทัศนคติที่ดีมีความคิดสร้างสรรค์ มีจิตสาธารณะ ทำตนให้มีความทันสมัย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นเยาวชนที่มีภาพลักษณ์ของความสง่างาม มีความเป็นผู้นำ และมีความสามัคคีกลมเกลียวกัน คิดถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักสำคัญ” โดยมี พลตรี มโนช จันทร์คีรี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 45, ผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

ผอ.สปร.ทบ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ติดตาม ผลการดำเนินงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ผอ.สปร.ทบ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

         เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น. พลตรี เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ให้การต้อนรับ พลเอก สมศักดิ์ สมรักษ์ ผอ.สปร.ทบ. และคณะฯ เดินทางมาตรวจเยี่ยม ติดตาม ผลการดำเนินงานโครง การ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และงานนโยบาย/สั่งการกองทัพบก ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 4 ณ ห้องประชุม 1 กองบังคับการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม จังหวัดปัตตานี

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

รอง ผบ.ทบ. และคณะ ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

          เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 เวลา 13.30 น. ณ หน่วยฝึกทหารใหม่ กรมทหารราบที่ 153 กองพลทหารราบที่ 15 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก และคณะ เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่กรมทหารราบที่ 153 และหน่วยขึ้นตรง

          พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปการปฏิบัติงานของกรมทหารราบที่ 153 โดยมี พลตรี สิทธิพร มุสิกะสิน รองแม่ทัพภาคที่ 4, พลตรี สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15, คณะผู้บังคับบัญชา, กำลังพลกองพลทหารราบที่ 153 และทหารใหม่ ร่วมให้การต้อนรับโดยพร้อมเพรียงกัน

           ในการนี้ หลังจาก พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก และคณะ ได้ร่วมสักการะพระสยามเทวาธิราชภายในกรมทหารราบที่ 153 แล้ว จากนั้นได้เข้าฟังบรรยายสรุปการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมาของกรมทหารราบที่ 153 กองพลทหารราบที่ 15 หลังจากนั้นรองผู้บัญชาการทหารบกได้ปลูกต้นอินทนิล บริเวณข้างตึกกองบังคับการกรมทหารราบที่ 153 และเดินทางต่อไปยัง หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 1, กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 153 และ หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารช่างที่15 กองพลทหารราบที่ 15 เพื่อตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ รุ่นปี 2562 ผลัดที่ 2 พร้อมตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ และระบบสาธารณูปโภคของหน่วยฝึกทหารใหม่

          ทั้งนี้ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก ได้ฝากเน้นย้ำแก่ผู้ฝึกทหารใหม่ ถึงการเพิ่มมาตรการในการดูแลปัญหายาเสพติดของทหารใหม่ภายในหน่วย ตลอดถึงการดูแลความเป็นอยู่ ความสะอาดของเรือนโรงต่างๆ ภายในอาคาร ห้องน้ำ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ทหารใหม่ พร้อมกันนี้ รองผู้บัญชาการทหารบกร่วมพูดคุยสร้างขวัญกำลังใจแก่ครูฝึก และทหารใหม่ ในการฝึกให้เป็นไปตามความมุ่งหมายของกองทัพบกต่อไป

           จากนั้นเวลา 16.00 น. คณะเดินทางมายัง กองอำนวยการรักษาความรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อร่วมประชุมและติดตามการดำเนินการของหน่วยในพื้นที่ โดยมี พลโท สมพล ปานกุล แม่ทัพน้อยที่ 4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และหัวหน้าส่วนร่วม ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : southpeace.go.th

สำนักข่าวความมั่นคง

กิจกรรม สานสัมพันธ์ ฉันท์น้องพี่ ชาวคอลอ รักสันติ

กิจกรรม สานสัมพันธ์ ฉันท์น้องพี่ ชาวคอลอ รักสันติ

          วันนี้ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น. หน่วยเฉพาะกิจหรมทหารพรานที่ 43 ร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอหนองจิก และสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองจิก จัดกิจกรรม “สานสัมพันธ์ ฉันท์น้องพี่ ชาวคอลอ รักสันติ” เพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจ ข้อเท็จจริงกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่บ้านคอลอตันหยง จากกรณีเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่ายเข้าติดตามบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ บ้านคอลอตันหยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และได้ปะทะกับกลุ่มคนร้าย ทำให้คนร้ายเสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา โดยมี นายเอก ยังอภัยย์ ณ สงขลา นายอำเภอหนองจิก, พันเอกหาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43, ผู้แทนผู้บังคับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองจิก, นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้นำชุมชน, ผู้นำศาสนาและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม ณ มัสยิดดารุสสลาม หมู่ที่ 1 ตำบลคอลอตันหยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

         กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการพบปะเสริมสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน โดยได้ชี้แจงกับประชาชนในพื้นที่ ได้เข้าใจถึงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่และสร้างความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบเพื่อบังคับใช้กฎหมาย โดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก และปฏิบัติตามขั้นตอน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

          ผลจากการปะทะดังกล่าวทำให้บ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหาย ล่าสุดเจ้าหน้าได้ร่วมกันปรับปุรงซ่อมแซมบ้านจนแล้วเสร็จ และได้มอบเครื่องใช้ในบ้านให้กับผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว พร้อมให้กำลังใจและยืนยันว่าทุกส่วนจะได้รับการเยียวยาอย่างเต็มที่ก่อนจะร่วมพิธีละหมาดฮายัต เพื่อขอพรให้เกิดสันติสุขในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป

          ด้านนายเอก ยังอภัยย์ ณ สงขลา นายอำเภอหนองจิก ยังได้ฝากความห่วงใยจาก พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้ทุกคนร่วมแสดงเจตานารมณ์และปฏิเสธการก่อเหตุรุนแรง และอย่าได้สนับสนุนผู้ที่กระทำผิดที่มาอาศัยอยู่ในพื้นที่ ในหมู่บ้านหรือชุมชน และหากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่ สามารถโทรสายด่วน หมายเลข 1341 และ เบอร์โทรศัพท์ 061-1732999 และอีกช่องทางหนึ่งคือเขียนจดหมาย ส่งผ่านตู้ ปณ. 41 โดยไม่ต้องลงชื่อ

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

รอง ผบ.ทบ. และคณะ ลงพื้นที่ประชุมติดตามความก้าวหน้าด้านการพัฒนา พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

รอง ผบ.ทบ. และคณะ ลงพื้นที่ประชุมติดตามความก้าวหน้าด้านการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

          เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลา 09.00 น. ที่ ห้องประชุม ปัญจเพชร ชั้น 3 อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะฯ เดินทางมายัง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อประชุมติดตามความก้าวหน้าด้านการพัฒนาพื้นที่ และดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในห้วงที่ผ่านมา

          โดยนี้มี พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4, พลโท สมพล ปานกุล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, นายชนธัญ แสงพุ่ม ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะผู้บริหาร ข้าราชการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม

          พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า การลงมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้ เพื่อมอบนโยบายให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมร่วมประชุมติดตามความก้าวหน้าด้านการพัฒนาพื้นที่ ที่ผ่านมาศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อพี่น้องประชาชน มองเห็นจากความก้าวหน้า และความสำเร็จในการดำเนินงานด้านต่างๆ ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ชัดเจน และเป็นรูปธรรม ทั้งงานด้านความมั่นคง และด้านการพัฒนา

         นายชนธัญ แสงพุ่ม ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า สำหรับ การแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง เป็นหลัก โดยมีงานที่ต้องดำเนินการด้วยกัน 2 ด้านคือ ด้านความมั่นคง และด้านการพัฒนา ที่ผ่านมาได้ดำเนินการมุ่งสู่เป้าหมายหลัก 3 ประ การ คือการยกระดับคุณภาพชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, เสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง, การสร้างฐานชุมชนระดับตำบลให้เข้มแข็ง โดยการสร้างทัศนคติที่ดีและถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชน และคนรุ่นใหม่ให้เข้าใจถึงหลักการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

          นอกจากนี้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมกับคณะทำงานเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อสร้างเสริมการเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรม และการพัฒนามนุษย์ เรื่องการฟื้นฟูชุมชนไทยพุทธได้ดำเนินการต่อเนื่อง, เรื่องการอำนวยความเป็นธรรมและเยียวยา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือเยียวยา รวมทั้งงานการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ที่ผ่านมาได้ดำเนินโครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ใช้กลไกลสภาสันติสุขตำบล เพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนระดับตำบล ให้เป็นฐานที่เข้มแข็งทั้งมิติด้านความมั่นคงปลอดภัยอีกด้วย

         ในการนี้รองผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวชื่นชมการทำงานของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้เน้นย้ำการประสานงานความร่วมมือกันระหว่างกองอำนวยการรักษาความภาคใต้มั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดน ทั้งในมิติของการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้กับต่างประเทศให้ได้รับทราบถึงการพัฒนาด้านต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ควบคู่ไปกับงานด้านการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด รวมทั้งเน้นย้ำ งานด้านการพัฒนาศักยภาพและต่อยอดความสามารถของเยาวชนในพื้นที่ เพราะเยาวชนถือเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงเหตุระเบิดรางรถไฟที่ บริเวณบ้านโต๊ะเด็ง ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงเหตุระเบิดรางรถไฟที่ บริเวณบ้านโต๊ะเด็ง ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

          เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลา 11.00 น. ที่ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พันเอก เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวชี้แจง เหตุระเบิดรางรถไฟบริเวณบ้านโต๊ะเด็ง ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เป็นเหตุให้รางรถไฟได้รับความเสียหายประมาณ 1 เมตร ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลาประมาณ 05.30 น.

          พันเอก เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากเกิดเหตุระเบิดรางรถไฟที่ บริเวณบ้านโต๊ะเด็ง ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เป็นเหตุให้รางรถไฟได้รับความเสียหายประมาณ 1 เมตร ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นที่เกิดเหตุ และประสานเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบพื้นที่ และพิสูจน์ทราบชนิดของวัตถุระเบิดที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้ในครั้งนี้ โดยในขั้นต้น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ประสานกับศูนย์ปฏิบัติการเดินรถภาค 4 ทราบว่า การซ่อมรางรถไฟที่ได้รับความเสียหายจะเร่งดำเนินการโดยด่วนให้เสร็จภายในวันนี้ เพื่อให้ประชาชนที่ใช้บริการรถไฟ สามารถกลับมาใช้บริการได้โดยเร็วที่สุด โดยผู้โดยสารที่รับผลกระทบ ศูนย์ปฏิบัติการเดินรถภาค 4 ได้นำรถบัสมารับผู้โดยสารที่ตกค้าง จากสถานีตันหยงมัส ไปส่งยังสถานีปลายทางของผู้โดยสารนั้นๆ ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนและประชาชนที่เดินทางไปโรงเรียนและไปจ่ายตลาดในช่วงเช้า และช่วงเย็นหลังเลิกเรียน

          ภายหลังทราบเหตุ พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจพิสูจน์และเก็บกู้วัตถุระเบิดที่อาจหลงเหลืออยู่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันการลวงและวางระเบิดซ้ำของผู้ก่อเหตุรุนแรง รวมทั้งให้รักษาความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการเดินรถภาค 4 ในการซ่อมแซมรางรถไฟที่ได้รับความเสียหายจนกว่าจะแล้วเสร็จ

          ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนหากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่สามารถแจ้งได้โดยตรงที่หมายเลขสายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชม.

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

พลเอก ประวิตรฯ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2562

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2562 ผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อน 5G มุ่งประโยชน์เพื่อสาธารณะให้เกิดเป็นรูปธรรม

          วันนี้ (28 พ.ย. 62) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 109 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2562 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมด้วย  โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาและรับทราบประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ผลการดำเนินงานของคณะกรรมการภายใต้พระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 รายงานผลการศึกษาเทคโนโลยี 5G และแนวทางการดำเนินงานของประเทศไทย และผลงานการจัดงาน Digital Thailand Big Bang 2019

          ทั้งนี้ ที่ประชุมรับทราบแนวทางการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อน 5G ซึ่งมีแนวทางดำเนินงานสำหรับประเทศไทยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ (1) ระยะเตรียมการ จัดทำแผนการจัดสรรคลื่นความถี่ การกำกับดูแล กำหนดมาตรฐานและแนวทางบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน (2) ระยะเปลี่ยนผ่าน 4G สู่ 5G ดำเนินการจัดสรรคลื่นฯ การทดสอบการวางโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมและมีเสถียรภาพ ส่งเสริมการนำไปใช้ในด้านอุตสาหกรรม และ (3) ระยะเปิดให้บริการโครงข่ายเชิงพาณิชย์ กำหนดนโยบายการจัดสรรและขยายคลื่นความถี่ให้สามารถใช้กับ 5G

          อีกทั้งรับทราบรายงานความสำเร็จของกระทรวงดิจิทัลฯ ในการจัดงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ระหว่างวันที่ 28 – 31 ตุลาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ซึ่งประสบความสำเร็จและสร้างภาพลักษณ์ของการพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศไทยสู่เวทีโลกเป็นอย่างมาก

          พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้มีการทบทวนมติบอร์ดดีอี ในคราวประชุมครั้งที่ 5/2561 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ในเรื่องแนวทางการดำเนินการนำสายสื่อลงใต้ดินตามนโยบายของรัฐบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และได้มีมติเห็นชอบตามมติคราวที่แล้ว และมอบหมายให้กรุงเทพมหานคร ปฏิบัติตามมติโดยคำนึงถึงกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้ง ได้เร่งดำเนินงานการจัดระเบียบสายสื่อสารของประเทศ โดยต้องมีแผนการดำเนินงานทั้งในระยะสั้น และระยะยาว บูรณาการร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม

          รองนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำการทำงานร่วมกันของคณะกรรมการฯ ให้ดำเนินการเป็นไปตามเป้าหมายตามที่กำหนดในนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป รวมทั้งให้มีการกำหนดแผนการดำเนินงานการจัดระเบียบสายสื่อสารประเทศ ทั้งระยะสั้น และระยะยาว โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และคำนึงไม่ให้ส่งผลกระทบต่อด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง สิ่งแวดล้อม และประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องของราคาค่าบริการที่จะเกิดขึ้นต้องมีความเหมาะสมเกิดความเป็นธรรมกับประชาชนผู้ใช้บริการ เพื่อประโยชน์สาธารณะ และไม่ขัดต่อการแข่งขันในเชิงธุรกิจ พร้อมมอบหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กำหนดทิศทางและผลักดันการพัฒนางานด้านดิจิทัลของประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

ไทย – จีน ย้ำสัมพันธ์พี่น้อง เดินหน้าความร่วมมือ อย่างเป็นรูปธรรม

         เมื่อวันที่ (27 พฤศจิกายน 2562) เวลา 14.00 น. ณ ห้องรับรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตรฯ) ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายหวัง เสี่ยวหง (H.E. Mr. Wang Xiaohong) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้

         รองนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับ ในโอกาสเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 13 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมยินดีที่รัฐมนตรีฯ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมรักษาความปลอดภัยพิเศษ (Special Security Bureau) อีกหนึ่งตำแหน่ง โดยช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของความสัมพันธ์ไทย – จีน เชื่อมั่นว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือ เพื่อผลักดันความสัมพันธ์ให้มีความเป็นรูปธรรมในทุกมิติบนพื้นฐานของหลักการ 3 Ms – ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน (mutual trust), ความเคารพซึ่งกันและกัน (mutual respect), และผลประโยชน์ร่วมกัน (mutual benefit)

         ด้านรัฐมนตรีฯ กล่าวยินดีกับพัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่มีความแน่นแฟ้นและรอบด้าน โดยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสีฯ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญมิตรภาพของสาธารณรัฐประชาชนจีนแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณประชาชนจีน อีกทั้งนายกรัฐมนตรีหลี่ฯ ยังได้ฝากความปรารถนาดีมายังรองนายกรัฐมนตรี สะท้อนให้เห็นว่าจีนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ในทุกระดับระหว่างทั้งสองประเทศเป็นอย่างมาก

          ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างและยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงและทางทหารให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบให้เสริมสร้างความร่วมมือด้านการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การต่อต้านการก่อการร้าย ความร่วมมือทางอาญา และการต่อต้านการฟอกเงินรวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย

“PMU พบ ประชาคมวิจัย”

          “PMU พบประชาคมวิจัย” เป็นการเปิดเวทีทำความเข้าใจระหว่างหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (PMU) เกี่ยวกับภาพรวมในการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมในบริบทของประเทศ การดำเนินงานแนะรายละเอียดการให้ทุนวิจัยและนวัต กรรมปี 2563 – ปี 2564 และขอบข่ายการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมของ PMU รวมถึงการตอบประเด็นซักถามต่างๆ ของประชาคมวิจัย

          สืบเนื่องมาจากระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้มีการออกแบบแนวทางการสนับสนุนงบประมาณวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศที่สอดรับกับ “นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.2563–2570” เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยในปี พ.ศ. 2563 และ 2564 ได้กำหนดให้มี 4 แพลตฟอร์ม ได้แก่
1) การพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้
2) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม
3) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสมารถการแข่งขัน
4) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ

          ตลอดจนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) และมี 16 โปรแกรม ผ่านกลไกสำคัญในการบริหารงบประมาณวิจัยโดยมีหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (Program Management Unit, PMU) ประกอบด้วย

  1. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
  2. สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.)
  3. สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.)
  4. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
  5. หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.)
  6. หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประทศ (บพข.)
  7. และหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

          ซึ่งทั้ง 7 หน่วยได้เห็นควรให้มีการประชุมชี้แจงเพื่อร่วมกันในการสร้างความเข้าใจในการดำเนินงานและกลไกการบริหารจัดการทุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (PMU)

          การจัดประชุมชี้แจง “PMU พบประชาคมวิจัย” ในครั้งนี้ จะทำให้ประชาคมวิจัยเข้าใจในการดำเนินงานและกลไกการบริหารจัดการทุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงสามารถดำเนินการตามแผนงาน/โครงการสำคัญให้บรรลุเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์สำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​