ลพบุรี – เคซี่เวฟ เครื่องเล่นภายในงานฤดูหนาว สะบัดเด็กหลุดเหินฟ้า กระแทกพื้นเจ็บ 3 ราย

ลพบุรี เคซี่เวฟเครื่องเล่นภายในงานฤดูหนาวสะบัดเด็กหลุดเหินฟ้ากระแทกพื้นเจ็บ 3 ราย

           เมื่อเวลา 22.30 น.ตำรวจ สภ.เมือง ลพบุรี ได้รับแจ้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการเล่น CRAZYWAVE “เควี่เวฟ” ภายในสวนสนุกในงานฤดูหนาวจังหวัดลพบุรี ประจำปี 2562 จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย เป็นเด็กชาย 2 ราย และหญิงจำนวน 1 รายถูกนำตัวส่ง รพ.พระนารายณ์มหาราชไปก่อนหน้าแล้ว

          ที่สวนสนุกภายในงาน เคซี่เวฟ พบว่าได้หยุดเล่นไปแล้ว และไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่คุมเครื่อง สอบถามผู้ที่อยู่ใกล้เหตุการณ์ เล่าว่าก่อนเกิดเหตุมีผู้เล่นจำนวนมากรอคิว เพื่อเล่นเคซี่เวฟ ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กชาย หญิง ในขณะที่เครื่องเริ่มหมุน ไปได้ประมาณ 2-3 รอบ เคซี่เวฟ ได้สะบัดผู้เล่นจำนวน 4 ราย ล่วงลงกับพื้น ซึ่งมีเด็กชายที่นั่งด้านขวาสุดของเครื่องได้สะบัดกระเด็นตกลงมาที่พื้นด่านล่างได้รับบาดเจ็บศรีษะแตกเลือดอาบ และมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ขวาอีก 2 รายถูกนำตัวส่ง รพ. อีก 1 รายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

          เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าเคซี่เวฟ มีจำนวน 18 ที่นั่ง หมุนวนไปตามแนว เป็นวงโดยมีคำเตือนติดไว้ที่หน้าเครื่องเล่นถึงระเบียบและการระวัง โดยมีชื่อรายชื่อของวิศวกรควบคุมการติดตั้งเครื่องเล่นดังกล่าวติดไว้ และเครื่องเล่นภายในสวนสนุกทุกชิ้นมีการประกันภัยไว้ทุกชนิด ซึ่งก่อนจะมีการติดตั้ง และเริ่มเล่นจะมีวิศวกรมาคอยควบคุมกำกับดูแล ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับ เครื่องเล่น เคซี่เวฟ แต่อาจเกิดจากเจ้าหน้าที่ดูแลที่ ไม่ได้ ล็อคสลักที่นั่งไม่เรียบร้อย เมื่อเคซี่เวฟ หมุนเหวี่ยงแรงขึ้นทำให้ตัวคนนั่งหลุดลอย เดชะบุญที่เครื่องเพิ่มเริ่มหมุนได้เพียง 2-3 รอบที่ยังไม่มีแรงเหวี่ยงมาก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งให้งดเครื่องเล่นดังกล่าวไว้ก่อน เพื่อรอวิศวกรผู้ชำนาญการลงพื้นที่ตรวจสอบถึงสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี 08908599090
โยธิน พรมแตง รายงาน

จันทบุรี – ประชาชนกว่า 4 พันคน ร่วมกิจกรรม วิ่งเฉลิมพระเกียรติ สานพลังท้องถิ่นไทยถวายพ่อของแผ่นดิน

ประชาชนในจังหวัดจันทบุรีกว่า 4 พันคน ร่วมกิจกรรม วิ่งเฉลิมพระเกียรติ สานพลังท้องถิ่นไทยถวายพ่อของแผ่นดิน แสดงความรัก สามัคคี และออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

          วันนี้ ( 1 ธ.ค.62 ) ที่บริเวณคลองกลาง คลองภักดีรำไพ จ.จันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานนำข้าราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนรวมกว่า 4,400 คน จากผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม 4,271 คน และผู้ที่สมัครใจร่วมวิ่งด้วยตนเองประมาณ 200 กว่าคน ที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมเดิน – วิ่ง มินิฮาร์ฟมาราธอน เฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก “สานพลังท้องถิ่นไทยถวายพ่อของแผ่นดิน” แสดงพลังความรัก ความสามัคคี เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และร่วมกันออกกำลังกายเพื่อสุขภาพป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ

         แบ่งประเภทการแข่งขันออกเป็น ประเภท Fun run ระยะ 4.5 กิโลเมตร / มินิมาราธอน ระยะทาง 9 กิโลเมตร รุ่นอายุ 19 ปี, รุ่นอายุ 20 ถึง 29 ปี, รุ่นอายุ 30 ถึง 39 ปี, รุ่นอายุ 40 ถึง 49 ปี, รุ่นอายุ 50 ถึง 59 ปี, และรุ่นอายุ 60 ปีขึ้นไป และวิ่งเก็บขยะรณรงค์รักษาความสะอาดรอบคลองภักดีรำไพ โดยผู้ชนะเลิศวิ่งเก็บขยะ คือ นาย ทวีศักดิ์ สิทธิศร เก็บขยะในขณะวิ่งได้ 5 ขีดกว่า, รองชนะเลิศ ได้แก่นางลัดดา จำปาทองเก็บขยะได้ 4 ขีดกว่า

          ทั้งนี้รายได้จากการจัดกิจกรรมครั้งนี้จะนำไปสนับสนุนทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตน้อมเกล้า ที่จะกลับมาเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนและเยาวชนที่ประพฤติดีมีฐานะยากจนในจังหวัดจันทบุรีต่อไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด – โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม จัดการแข่งขันกีฬาเพื่อการศึกษา ครั้งที่ 6

โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม จัดการแข่งขันกีฬาเพื่อการศึกษา รายการ คลองใหญ่ A-MATH ซูโดกุ ครอสเวิร์ด คำคม เกมส์ ครั้งที่ 6

         เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 พย.2562 โดยมี ดร.สมศักดิ์ ทองเนียม ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 17 เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเพื่อการศึกษารายการ คลองใหญ่ A-MATH ซูโดกุ ครอสเวิร์ด คําคมเกมส์ ครั้งที่ 6 ขึ้น ณ.หอประชุมโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม นายสําเนา บุญมาก ผู้อํานวยการโรงเรียนคองใหญ่วิทยาคม กล่าวรายงานการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ พร้อมด้วย ดร.สุรชาติ มานิตย์ อดีตผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 และคณะครูอาจารย์ผู้ปกครองนักเรียนเข้าร่วมในพิธีเปิด

          นายสําเนา บุญมาก ผอ.รร.คองใหญ่วิทยาคม ได้กล่าวว่า การแข่งขัน A-MATH ครอสเวิร์ด ซูโกดุ คําคม เป็นเกมกีฬาทางวิชาการที่ผู้แข่งขันต้องใช้ทักษะทางด้านคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทยในการเล่น อีกทั้งยังให้นักเรียนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ฝึกฝนสมาธิ และส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม จึงได้เล็งเห็นถึงความสําคัญและประโยชน์ของเกมกีฬาทางวิชาการดังกล่าว จึงได้ร่วมกับสมาคมครอสเวิร์ด เอแม็ท คําคม และซูโกดุแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันขึ้นในวันที่ 30 พย.2562 ในการแข่งขันในครั้งนี้ ทั้งในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา

         โดยได้มีโรงเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 35 โรงเรียน จาก 4 จังหวัด จังหวัดตราด จังหวัดจันทบุรี จังหวัดนครราชสีมาจํานวน 2 โรงเรียน ในการแข่งขันในครั้งนี้ได้แบ่งทีมจํานวน การแข่งขันทั้งหมด 4 ประเภท คือ

  • การแข่งขัน A-Math จํานวน 92 ทีม 150 คน
  • การแข่งขันซูโกดุ จํานวน 55 ทีม 55 คน
  • การแข่งขันคําคม จํานวน 62 ทีม 101 คน
  • และการแข่งขันครอสเวิร์ด จํานวน 102 คน

         โดยการรวมทีมที่้เข้าแข่งขันทั้งสิ้น 267 ทีม จํานวนนักเรียนเข้าแข่งขันทั้งสิ้น 408 คน พร้อมชิงถ้วยรางวัลของผู้อํานวยการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 17 ด้วย ในการเข้าการแข่งขันในครั้งนี้ มีผู้อุปการคุณสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรม จํานวน 3 ราย คือ คุณปอร์วัน ไชยศิริ สนับสนุน จํานวน 10,000 บาท, คุณเฉลิม สุดประเสริฐ สนับสนุน จำนวน 2,000 บาท, คุณพนม ท่าพริก และคุณโสภิต ท่าพริก สนับสนุน จํานวน 3,500 บาท ทางโรงเรียนขอขอบคุณมายังผู้ที่สนับสนุนจัดกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สาวโรงงานสุดซวย !! ขี่ จยย.ออกมาพักเที่ยง แต่ไม่ได้ทันได้กินข้าว แต่ต้องไป รพ. แทน

สาวโรงงานสุดซวย !! ขี่ จยย.ออกมาพักเที่ยง แต่ไม่ได้ทันได้กินข้าว แต่ต้องไป รพ. หลังขี่ จยย.ชนกับกระบะพ่อค้าตลาดนัด สาหัส

          สาวโรงงานพักเที่ยง ขี่รถ จยย.ออกมากินข้าว แต่ไม่ทันได้กิน มาประสพเหตุชนกับรถกระบะ พ่อค้าตลาดนัด ที่กลับจากเอาของลงตลาด จะกลับเข้าบ้านพัก ก่อนจะออกมาขายของที่ตลาดช่วงเย็น ขณะกำลังเลี้ยวเข้าซอย ถูกรถ จยย.สาวโรงงานที่ขับมาทางตรง พุ่งเข้าชนด้านข้างด้านแก้มด้านหน้าอย่างแรง ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่หนุ่มพ่อค้าตลาดนัด ตกใจทำอะไรไม่ถูก รีบแจ้งกู้ภัยฯช่วยเหลือ เร่งนำสาวโรงงานเคราะห์ร้ายส่ง รพ. เบื้องต้นอาการสาหัส

          เมื่อเวลา 12.30 น.ของวันนี้( 30 พ.ย.62) กู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา ได้รับแจ้งมีเหตุรถ จยย.ชนกับรถยนต์กระบะที่แยก ปากซอยในชาก หมู่ 1 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรีบรุดมายังที่เกิดพร้อมรถพยาบาล

          ที่เกิดเหตุบริเวณทางแยกปากซอย ในชาก พบรถกระบะ ยี่ห้อ เซฟโรเลช สีดำ ทะเบียน ฒย-2149 กทม. ตีวงเลี้ยวคาปากซอย ขาเข้า ด้านแก้มซ้ายด้านหน้า มีสภาพเสียหายและในที่เกิดเหตุพบรถ จยย.ยี่ห้อ ยามาฮ่า มีโอ สีดำ ทะเบียน คษษ – 326 ชลบุรี ด้านล้อหน้าเสียหายล้มคว่ำอยู่ ใกล้กันพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง นอนแน่นนิ่งอยู่ กู้ภัยฯจึงเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมรีบเร่งนำส่ง รพ.ทราบชื่อต่อมา น.ส.ขวัญแก้ว ทวนกิ่ง อายุ 30 ปี พนักงานโรงงานแห่งหนึ่ง

          ทางด้านนาย รุ่ง (นามสมมุติ) คนขับรถกระบะ เผยว่า ตนเองเป็นพ่อค้าขายของที่ตลาดนัดใกล้ที่เกิดเหตุ ช่วงเวลาดังกล่าวได้นำของมาลงที่ตลาด เพื่อเตรียมขายในข่วงเย็น หลังลงของเสร็จจะขับรถกลับเข้าบ้านพัก ถึงทางแยกระหว่างกำลังเลี้ยวเข้าซอย ก็มีรถ จยย.ขับขี่มาทางตรง พุ่งเข้าชน อย่างแรงดังกล่าว

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สุโขทัย “สมศักดิ์” เป็นประธานเผาหญิงถูกฆ่ายัดตู้เย็น วัดบ้านไร่

รมว.ยุติธรรม สมศักดิ์ เทพสุทิน ลงพื้นที่ให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตกรณีถูกฆ่าและหั่นศพยัดตู้เย็น พร้อมเป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ ณ วัดบ้านไร่ จังหวัดสุโขทัย

         วันนี้ 30 พฤศจิกายน 2562 เวลา 16.00 น. ที่วัดบ้านไร่หมู่ 5 ตำบลบ้านไร่ อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เดินทางมาเป็นประธานในการฌาปนกิจศพ นางสาว ยุรีย์ เถาวัลย์ อายุ 42 ปี ซึ่งพบว่าถูกฆ่าหั่นศพ โดยนำชิ้นส่วนอวัยวะยัดตู้เย็นภายในบ้าน

           โดยในครั้งนี้ ทางกระทรวงยุติธรรมได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเป็นจำนวนเงิน 110,000 บาทเป็นเบื้องต้น ให้แก่นางประยงค์ เถาวัลย์ มารดา ซึ่งเป็นทายาทของผู้เสียหาย ได้แก่ค่าตอบแทนในกรณี ที่ผู้เสียหายถึงแก่ความตาย 50,000 บาท ค่าจัดการศพ 20,000 บาท ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดูจำนวน 40,000 บาท

          ซึ่งกรณีนางสาวยุรีย์ เถาวัลย์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน โดยนายศิระ สมเดช อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยชื่อดัง เป็นผู้ก่อเหตุฆ่าหั่นศพนางสาวยุรีย์ เถาวัลย์ ผู้เป็นแม่โดยนำชิ้นส่วนอวัยวะยัดตู้เย็นภายในบ้านพักซอยท่าข้าม 28 แยก 6 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียนกรุงเทพฯ ก่อนจะใช้อาวุธปืนขนาดจุด 38 ลั่นไกยิงตัวเองที่ขมับข้างขวาทะลุซ้าย 1 นัดเสียชีวิต ทั้งนี้ในวันที่ 26 พฤศจิกายน ญาติได้เดินทางมารับศพที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลศิริราช เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดบ้านไร่เป็นเวลา 3 วันและกำหนดฌาปนกิจวันนี้ คือวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายนเวลา 16:00 น.

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

จันทบุรี – กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง จัดโครงการ นำร่องส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชนฐานราก

กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง จัดโครงการ นำร่องจัดทำชุมชน ให้เป็นห้องประชุม ในที่ราชพัสดุ พร้อมเปิดตลาดชุมชนบริเวณชายหาดแหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชนฐานราก

         เย็นวันนี้ ( 30 พ.ย.62 ) ที่บริเวณชายหาดแหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี สำนัก งานธนารักษ์ พื้นที่จังหวัดจันทบุรีได้จัดโครงการ จัดทำชุมชน ให้เป็นห้องประชุม ในที่ราชพัสดุ พร้อมเปิดตลาดชุมชนบริเวณชายหาดแหลมสิงห์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชนฐานราก โดยนางสุจิตรา ศรีนาม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี กล่าวต้อนรับ นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ ที่เดินทางมาเป็นประธานเปิดโครงการ จัดทำชุมชน ให้เป็นห้องประชุม ในที่ราชพัสดุ และเปิด ถนนคนเดิน สุขหรรษา สนองนโยบายรัฐบาลปรับโครงสร้างเศรษฐกิจชุมชนฐานราก อันเป็น 1 ใน 12 นโยบาย “ ประชารัฐ” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง ประชาชนมีความสุขและมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือภายใต้การบูรณาการระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ภายใต้กลยุทธ์ 3 สร้าง คือ

  1. สร้างความรู้ สร้างอาชีพ
  2. สร้างตลาด สร้างรายได้
  3. สร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

          การเปิดตลาดชุมชนในครั้งนี้ ที่ชายหาดแหลมสิงห์ได้รับความสนใจจากประชาชน นักท่องเที่ยว ร่วมเลือกซื้อสินค้าของชุมชนจำนวนมาก หลังจากนั้นอธิบดีกรมธนารักษ์ได้ประชุมมอบนโยบายกลุ่มธนารักษ์พื้นที่ 9 ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราดเรื่อง โครงการ จัดทำชุมชน ให้เป็นห้องประชุม ในที่ราชพัสดุ ที่ถือว่าจังหวัดจันทบุรีเป็น 1 ในจังหวัดนำร่อง 17 จังหวัดทั่วประเทศ

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ลพบุรี – ความคืบหน้า เกือบฆ่าพ่อโดยไม่ตั้งใจ พระฮีโร่ เปิดใจนาทีช่วย

           กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้กุฏิพระท้ายวัดหนองพิมาน หมู่ที่ 6 ต.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ที่เกือบจะมรณภาพ โชคดีที่มีพระ และชาวบ้านช่วยเอาไว้ได้ทันเวลา แต่ก็ส่งผลให้พระน้อย ถูกไฟลวกพุพอง และสำลักควันไฟ ซึ่งจากเหตุการณ์ไฟไหม้กุฏิพระน้อย ล้อสกุลทอง อายุ 79 ปี ที่ป่วยด้วยชรา และอาพาธ ที่เกิดเหตุแพทย์ รพ.โคกสำโรงได้รักษาบาดแผล และให้ดูอาการให้ห้องปลอดเชื้อ

          ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ พบที่ประตูห้องพระน้อยถูกพังเป็นช่อง มีทรัพย์สินภายในกุฏิถูกเพลิงเผาผลาญวอดทั้งหมด โดยมีพระทวี สิริปญโญ อายุ 54 ปี พระลูกวัดที่เป็นพระองค์แรกที่เข้ามาทำการช่วยเหลือ เล่าว่าช่วงเกิดเหตุ พระอีกองค์ที่ชราภาพเช่นกันที่อยู่ใกล้กุฏิหลวงได้ตะโกนเรียกว่าเกิดไฟไหม้ ที่ห้องพระน้อย ตนจึงได้วิ่งมาที่หน้าห้อง แต่ไม่สามารถเปิดประตูได้ เนื่องจากติดกุญแจ จึงได้ใช้ขอนไม้พังประตูเข้าไป ซึ่งขณะนี้มีทั้งเปลวไฟที่กำลังโหมลุกไม้อย่างรุนแรง และมีควันตลบอบอวล ได้ยินแต่เสียงเรียกช่วยด้วยๆๆ แต่มองไม่เห็นคน ตนจึงได้ใช้ถังน้ำราดตัวเองเพื่อดับความร้อน และสาดเข้าไปในที่เกิดเหตุเพื่อเข้าช่วยเหลือ จนมีพระอีกหลายองค์ และชาวบ้านใกล้เคียงที่ได้ยินเสียง ได้มาช่วยกันดับไฟ จนเห็นว่าพระน้อยตะเกียกตะกายพยายามที่จะปีนหนีไฟขึ้นไปบนชั้นสองด้วยอาการบาดเจ็บ จึงได้รีบนำตัวออกมาด้านนอกทำการปฐมพยาบาล ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยฯ ได้เข้ามาทำการช่วยเหลือนำส่ง รพ. และสกัดเพลิงได้ในวงจำกัด

          ด้านนายอมรินทร์ บำรุงวุฒิ อายุ 34 ปี เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ ที่ได้มาถึงที่เกิดเหตุ และนำพระน้อยส่ง รพ.เล่าว่านับว่าโชคดีที่พระทวีมีสติ ที่ตัดกระแสไฟฟ้าห้องที่เกิดเหตุ และสามารถพังประตูเข้าไปช่วยเหลือออกมาได้อย่างหวุดหวิด เนื่องจากที่ห้องพระน้อยอยู่ติดลูกกรงเหล็กดัดไว้ทุกบานหน้าต่าง ซึ่งยากต่อการทุบทำลาย ซึ่งอาการของพระน้อยอยู่ในขั้นปลอดภัย ทางแพทย์ได้ทำการรักษาบาดแผลพุพอง ซึ่งเกรงจะติดเชื้อ อีกทั้งยังลำลักควันอยู่นาน ซึ่งต้องรอดูอาการสักระยะ

          ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงสาเหตุของการเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ว่ามาจากสาเหตุใด ซึ่งพระทวี สิริปญโญ กล่าวต่อวา พระน้อย ล้อสกุลทอง อายุ 79 ปี ซึ่งอาพาธ ป่วยด้วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ และกล้ามเนื้ออ่อนแรง บอกตนเองว่าได้จุดธูป เทียนไหว้พระ แล้วเผลอหลับ โดยที่ตากจีวรไว้ภายในห้อง ซึ่งคาดว่าพัดลมที่เปิด และที่เปิดหน้าต่างไว้ ลมคงพัดจีวรที่ตากภายในห้องไปติดไฟจากเทียน จนไหม้ลุกลาม ไปทั่ว และไม่สามารถดับได้ อีกทั้งไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ ได้พยายามหนีตาย ตะเกียกตะกายขึ้นไปบนชั้นสอง

          พระทวี ยังกล่าวอีกว่าที่ลูกชายล็อคกุญแจห้องไว้ เนื่องจากว่าพระน้อยหลงๆ ลืมๆ ชอบเดินออกจากวัดไป และไม่สามารถกลับวัดได้ บางครั้งหายไปหลายวัน หลายคืน ต้องออกติดตามกันอยู่บ่อยครั้ง พระและลูกหลานทุกคนเป็นห่วงเกรงจะได้รับอันตราย จนนายพรชัย ล้อสกุลทอง อายุ 50 ปี บุตรชาย ได้ตัดสินใจ ขังพ่อโดยการล็อคกุญแจกุฏิด้านนอกไว้ โดยช่วงเช้า กลางวัน และเย็นก็จะนำอาหารมาถวาย ทำความสะอาดห้อง และให้กินยาตามแพทย์สั่ง ซึ่งทำเช่นนี้มานานนับปี และจะมานอนพักด้วยเป็นบางครั้ง โดยมีเครื่องอำนวยความสะดวกให้ไว้กับพ่อ จนมาทราบจากพระว่าไฟไหม้กุฏิพ่อแล้ว รู้สึกตกใจทำอะไรไม่ถูกได้รีบมาช่วยพ่อ แต่ถูกนำตัวส่ง รพ.ไปก่อนแล้ว

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
โยธิน พรมแตงรายงาน

ลพบุรี – คุณนายสายบุญ แจกข้าวสาร ให้กับคนจน ผู้พิการ กว่า 50 ตัน

          ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน อ.ท่าวุ้ง ว่าที่บ้านเลขที่ 101 หมู่ที่ 6 ต.โพธิ์ตลาดแก้ว อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นบ้านของคุณป้ามะลิ ตุละรัต อายุ 73 ปี (หรือที่ชาวบ้านเรียกคุณนายสายบุญ) ภริยา พล.ท.พัลลภ ตุละรัต อดีต ผบ.ศูนย์การทหารปืนใหญ่ค่ายพหลโยธิน ต.เขาพระงาม อ.เมือง ลพบุรี มีการแจกข้าวสารให้กับคนยากจน และผู้ป่วย ผู้พิการติดเตียงในพื้นที่ อ.ทาวุ้ง จึงได้เดินทางไปยังที่สถานที่รับแจ้ง พบที่บ้านดังกล่าวมีต้นไม้นาๆพันธุ์ ดูร่มรื่น สดชื่น มีชาวบ้านกว่า 50 คน ที่กำลังรับประทานอาหารด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย เพื่อรอรับข้าวสารจำนวนคนละ 1 กระสอบ( 50 กิโลกรัม) จากคุณป้ามะลิ คุณนายสายบุญ

         คุณป้ามะลิ ในวัย 73 ปี ที่ใบหน้ายิ้มแย้ม แจ่มใส กำลังตักอาหารให้กับชาวบ้าน กล่าวว่าตนเองพื้นเพเป็นชาว อ.ท่าวุ้งโดยกำเนิด ครอบครัวมีความพร้อมมากกว่าคนอื่นๆ ซึ่งตนเองชอบทำบุญ ทำทานทุกอย่าง ทั้งในพื้นที่ และต่างจังหวัด ระยะหลังเห็นว่าตามวัดวาอารามต่างๆ นั้นในแต่ละปีจะมีผู้มีจิตศรัทธาไปร่วมทำบุญทอดผ้าป่า ทอดกฐิน กันเป็นจำนวนมาก ย้อนกลับมามองในพื้นที่เกิด ยังเห็นผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากอีกมากมาย จึงได้ปรึกษาหารือกับครอบครัว ว่าต่อไปนี้เราจะทำบุญ ทำทาน ให้กับคนจนคนพิการในพื้นที่ อ.ท่าวุ้ง โดยได้ปรึกษากับผู้นำท้องถิ่นในแต่ละหมู่บ้านในเขตพื้นที่ อ.ท่าวุ้งใน 10 ตำบล และสาธารณสุขในพื้นที่ ให้พิจารณา และขอรายชื่อผู้ที่ยากจน และผู้พิการติดเตียงที่เดือดร้อนเพื่อทำการช่วยเหลือเบื้องต้น นำข้าวสาร อาหารแห้ง ในการดำรงชีพอยู่ได้นานนับเดือน และรถเข็ญ รถโยก เตียงนอน สำหรับผู้ป่วยที่พิการและผู้ป่วยติดเตียง อีกทั้งยังได้มอบเงินสดครอบครัวละ 1,000-2,000 บาท ตามสภาพความเดือดร้อน

          โดยวันนี้ทางคุณนายสายบุญ ได้ทำการแจกข้าวสารอย่างดีจำนวน 110 กระสอบ กระสอบละ 50 กิโลกรัม ส่งถึงมือคนจนในเขตพื้นที่ อ.ท่าวุ้ง หลายตำบล อีกทั้งยังได้เดินทางไปยังบ้านยายนกเล็ก เที่ยงแท้ อายุ 68 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 11 และนายสมศักดิ์ อ่ำส้ม อายุ อายุ 52 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 12 ต.ท่าวุ้ง ที่พิการ โดยมอบข้าวสาร อาหารแห้ง เงินสดไว้ให้จำนวนหนึ่ง โอกาสเดียวกันนี้คุณนายสายบุญยังเดินทางไปยังวัดรัมภาราม (บ้านกล้วย) เพื่อมอบข้าวสารให้กับชาวบ้านจำนวน 30 ราย ที่มารอรับข้าวสารด้วยความความตื่นเต้น เพราะไม่เคยมีใครมามอบให้ถึงที่มากถึงเพียงนี้ ต่างยกมือไหว้ขอบคุณในความเอื้อเฟื้อ ความมีน้ำใจ กับผู้ที่ยากจน และผู้พิการ ของคุณนายมะลิ คุณนายสายบุญตัวจริงของชาวอำเภอท่าวุ้ง ลพบุรี

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
โยธิน พรมแตง รายงาน

“ธรรมนัส” จัดที่ดินทำกิน เดินหน้าเร่งรัดโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ละเมาตอนบนและพื้นที่โดยรอบ

“ธรรมนัส” จัดที่ดินทำกิน เดินหน้าเร่งรัดโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ละเมาตอนบนและพื้นที่โดยรอบ หนุนพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน แม่สอด จ.ตากอย่างยั่งยืน

          วันที่​ 30 พ.ย.62​ : ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ให้กับเกษตรกรในในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดตาก จำนวน 30 ราย พร้อมมอบแหล่งน้ำในไร่นา​ นอกเขตชลประทาน จำนวน 4 ราย และบัตรดินดี จำนวน 4 ราย ณ วัดไทยสามัคคี อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ว่า

          กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดตาก (ส.ป.ก.ตาก) ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน มีพื้นที่ดำเนินการ จำนวน 410,527 ไร่ มีผลการจัดที่ดินให้เกษตรกร 27,355 ราย 34,490 แปลง เนื้อที่ 366,785 ไร่ ในพื้นที่ 9 อำเภอ 41 ตำบล คงเหลือเนื้อที่ดำเนินการจำนวน 11,667 ไร่ สำหรับอำเภอแม่สอด​ มีผลการจัดที่ดินให้เกษตรกรแล้ว 2,891 ราย 3,579 แปลง เนื้อที่ 50,730 ไร่ ซึ่งในปีงบประมาณ 2562 ส.ป.ก.ตาก ได้ดำเนินการจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน อำเภอแม่สอด และอำเภอพบพระ จังหวัดตาก จำนวน 66 ราย 77 แปลง เนื้อที่ 1,064 ไร่ และดำเนินการมอบให้แก่เกษตรกรไปแล้วบางส่วน ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) แก่เกษตรกรในอำเภอแม่สอด จำนวน 30 ราย

         ขณะเดียวกัน กรมพัฒนาที่ดินยังได้จัดทำโครงการบัตรดินดี (ID Din Dee) เฉลิมพระ เกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อให้เกษตรกรทราบถึงลักษณะดินของตนเองว่ามีความอุดมสมบูรณ์มากน้อยเพียงใด และทราบปัญหาของดินในแปลงปลูกพืช พร้อมกับคำแนะนำในการแก้ไขปรับปรุงบำรุงดิน สำหรับสถานีพัฒนาที่ดินตาก ได้ดำเนินการจัดทำข้อมูลบัตรดินดีให้แก่เกษตรกร ในปีงบประมาณ 2562 เป้าหมายทั้งจังหวัด 2,250 ราย ประกอบด้วย อำเภอเมือง จำนวน 484 ราย, อำเภอวังเจ้า จำนวน 102 ราย, อำเภอบ้าน ตาก จำนวน 521 ราย, อำเภอสามเงา จำนวน 488 ราย, อำเภอพบพระ จำนวน 130 ราย, อำเภออุ้มผาง จำนวน 29 ราย, อำเภอท่าสองยาง จำนวน 3 ราย, อำเภอแม่ระมาด จำนวน 44 ราย, และอำเภอแม่สอด จำนวน 449 ราย ในพื้นที่ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด มีจำนวน 105 ราย และจะมอบบัตรดินดีให้เกษตรกร จำนวน 4 ราย

         นอกจากนี้ ยังจัดทำโครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบการทำการเกษตร ในพื้นที่ทำการเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทาน ซึ่งมักประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยดำนเนินการขุดสระน้ำขนาด 1,260 ลูกบาศก์เมตร และให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการออกค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นการบรรเทาสภาพปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำในพื้นที่ทำการเกษตรของเกษตรกร

          ซึ่งในปีงบประมาณ 2562 กรมพัฒนาที่ดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินตาก มีเป้าหมายดำเนินการจำนวน 133 บ่อ ครอบคลุมพื้นที่ดำเนินการจำนวน 6 อำเภอ ดังนี้ อำเภอเมือง จำนวน 66 บ่อ, อำเภอวังเจ้า จำนวน 20 บ่อ, อำเภอบ้านตาก จำนวน 3 บ่อ, อำเภอสามเงา จำนวน 14 บ่อ, อำเภอแม่ระมาด จำนวน 16 บ่อ, และอำเภอแม่สอด จำนวน 14 บ่อ ในส่วนของตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จำนวน 8 บ่อ มีเกษตรกรรับมอบสระน้ำ จำนวน 4 ราย

         และในโอกาสนี้ รมช.ธรรมนัส ได้เดินทางต่อไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ละเมาตอนล่าง เพื่อติดตามเร่งรัดการดำเนินงานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ละเมาตอนบน และพื้นที่อื่นๆ โดยรอบ “รัฐบาลมีความห่วงใยและต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทั้งในเรื่องที่ดินทำกิน รวมไปถึงเรื่องการบริหารจัดการแหล่งน้ำ และการเตรียมการรับมือภัยแล้ง ซึ่งในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำ ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องบูรณาการร่วมกันเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้นและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป” รมช.ธรรมนัสฯ กล่าว

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตำรวจขยายผลหลังวิสามัญ “ไอ้อู้” เมียนมานักค้ายาข้ามชาติ บุกรังซุกยา

ตำรวจขยายผลหลังวิสามัญ “ไอ้อู้”เมียนมานักค้ายาข้ามชาติบุกรังซุกยา ตะลึงตั้งแท่นผลิตกลางเมืองทุ่งสงยึดมหาศาลส่วนผสมเสร็จพร้อมผลิต 11 กก. ผลิตแล้ว 5 แสนเม็ด พร้อมจำหน่าย ไอซ์อีก 11 กก.

          การขยายผลของตำรวจนครศรีธรรรมราช ภายหลังจากการวิสามัญฆาตกรรมนายอู้ หรือที่รู้จักในวงการนักค้ายาคือ “ไอ้อู้” ชาวเมียนมานักค้ายารายสำคัญที่เป็นที่ต้องการตัวของทางการ ที่ถนนสาย 41 ตำบลหนองหงส์ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช วานนี้หลลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลและเข้าทำการล่อซื้อ แต่นายอู้ หรือไอ้อู้ ยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่จนถูกวิสามัญฆาตกรรมพร้อมกับยาบ้าหลายหมื่นเม็ด ไอซ์อีกกว่า 1 กิโลกรัม หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เร่งขยายผลถึงแหล่งพักยาบ้าอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน

          ล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมาพลตำรวจตรีสนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 79/6 หมู่บ้านพัฒนาการ ในเขตเทศบาลตำบลปากแพรก อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากพบข้อมูลว่านายอู้ ใช้บ้านหลังนี้พักยาเสพติดไว้กระจายออกสู่ลูกค้า เมื่อเข้าทำการตรวจค้นถึงกับตกตะลึง พบว่าไม่ใช่เป็นเพียงแค่แหล่งพักยาเสพติดเท่านั้น ยังเป็นแหล่งผลิตครบวงจรโดยเจ้าหน้าที่พบแท่นปั๊มเม็ดผลิตยาบ้า พร้อมทั้งผงยาบ้าที่เตรียมพร้อมปั๊มจำนวน 11 กิโลกรัม วางอยู่บริเวณห้องน้ำด้านหลังบ้าน และเมื่อตรวจค้นบนชั้น 2 พบยาบ้าผลิตเรียบร้อยแล้วบรรจุหีบห่อพร้อมจำหน่ายจำนวนกว่า 5 แสนเม็ด ไอซ์บรรจุพร้อมส่งจำหน่ายอีกมากกว่า 10 กิโลกรัม จึงทำการตรวจยึดทั้งหมด

          นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ที่ยังขยายผลพบว่านายอู้มีภรรยาชาวไทย ซึ่งต่อมาได้เชิญตัวมาสอบสวนขยายผลอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ทราบชื่อคือนางสาวกิตติยา ศักดิ์สูง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 217 ตำบลปากแพรก อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยนางสาวกิตติยา ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่ทราบเลยว่านายอู้เป็นชาวเมียนมา โดยได้หลอกตนเองว่าเป็นชาวเชียงราย ทำธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือสองระหว่างภาคเหนือกับภาคใต้ ก่อนที่จะอยู่กินด้วยกันนั้นรู้จักกันผ่านทางเฟชบุ๊ค บ้านที่เช่าผลิตยาเสพติดก็ไม่รู้เลยว่านายอู้มาเช่าบ้านอยู่อีกหลังที่นี่ ปกติจะอาศัยอยู่ในบ้านเช่าในย่านถนนชัยชุมพล และไม่เคยแพร่งพรายข้อมูลใดๆที่เกี่ยวกับยาเสพติดเลย

          ขณะที่พลตำรวจตรีสนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ได้เริ่มขยายผลจากการสั่งซื้อยาเสพติดออนไลน์มีผู้ต้องหาเป็นชาวจังหวัดปัตตานี แต่มาอาศัยอยู่ในอำเภอบางขัน หลังจากนั้นสืบสาวจนสามารถติดต่อกับนายอู้ได้แล้วจึงเข้าทำการล่อซื้อ จนเมื่อนายอู้นำยาเสพติดมาส่งมอบกลับรู้ตัวว่าถูกล่อซื้อจึงยิงต่อสู้จนถูกวิสามัญ และเมื่อขยายผลสืบสวนต่อเนื่องจึงมายึดแท่นผลิตพร้อมของกลางจำนวนมาก นับเป็นการทำลายต้นตอการผลิตและจำหน่ายยาเสพติดรายสำคัญ ส่วนนายอู้ เป็นชาวเมียนมานักค้ายาข้ามชาติที่ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามมาอย่างต่อเนื่องเข้าถึงได้ยากมาก ถูกออกหมายจับโดยเลขาธิการ ปปส.มาตั้งแต่ปี 2561 มาจนมุมถูกวิสามัญที่ นครศรีธรรมราชในที่สุด.

/////

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน