ขอบคุณกองทัพเรือ ช่วยเหลือลูกเรือ ตกทะเลลอยคอนานกว่า 10 ชม.รอดชีวิต

ขอบคุณกองทัพเรือ (หมวดเรือลาดตระเวนชายแดน ทัพเรือภาคที่ 1) เป็น #กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ

ในวันนี้ 8 ธ.ค.62 นายบุญธรรม เจริญกล้า นายกสมาคมอวนครอบปลากะตักแห่งประเทศไทย และนางสาว วิราวรรณ์ ศรีปลัด เจ้าของเรือประมงศรีเฉลิมพล นำคณะเดินทางเข้าขอบคุณ หมวดเรือลาดตระเวนชายแดน ทัพเรือภาคที่ 1 กรณี นาทีชีวิต กองทัพเรือ ช่วยลูกเรือชาวเมียนมาร์ ของเรือประมงศรีเฉลิมพลพลัดตกนำ้ลอยคอกลางทะเลตราดกว่า 10 ชม.

นางสาว วิราวรรณ์ ศรีปลัด เจ้าของเรือประมงศรีเฉลิมพล ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ครอบครัวของเธอ นั้นหากินกับทะเล มาทั้งชีวิต ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ เมื่อได้เห็นการทำงานของ ทหารเรือ ที่ต้องต่อสู้กับคลื่นลม จึงมีความห่วงใย และขอให้ทหารเรือ ทำงานด้วยความปลอดภัย สุดท้ายเธอมีความภูมิใจในกองทัพเรือ ที่ไม่ทอดทิ้งชาวประมง โดยเฉพาอย่างยิ่งในกรณีที่ได้นำเรือและอากาศยานออกค้นหาช่วยเหลือ นายตูนยี ลูกเรือชาวเมียนมาร์ ที่พลัดตกน้ำลอยคอกลางทะเลตราดกว่า 10 ชม. สำหรับนาย ตูน ลี นั้นเป็นลูกเรือที่ได้ทำงานร่วมกันมาเป็นเวลานาน อีกทั้งนายตูนยี เป็นคนดี มีความรับผิดชอบ มีมนุษยสัมพันธ์ดี มักจะมาปรึกษาและพูดคุย เรื่องต่างๆ กับตนอยู่เสมอ ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นคนในครอบครัว ต้องขอบคุณกองทัพเรืออีกครั้งจากใจจริง

นิราช -นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
:ภาพ/ข่าว กองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่1

จ.จันทบุรี – เดินหน้า รณรงค์วันต่อต้านคอร์รัปชั่นการทุจริต มุ่งสร้างจิตสำนึก เยาวชนไทยไม่ทนต่อการทุจริต

จ.จันทบุรี เดินหน้า รณรงค์วันต่อต้านคอร์รัปชั่นการทุจริต มุ่งสร้างจิตสำนึก เยาวชนไทยไม่ทนต่อการทุจริต

วันนี้ ( 9 ธ.ค.62 ) ที่หอประชุม โรงเรียนลาซานจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานนำข้าราชการ ครู นักเรียน ร่วมกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านคอรัปชั่น ปลุกจิตสำนึกข้าราชการ บุคลากรทางการศึกษา เด็กนักเรียนที่จะเติบใหญ่เป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคตได้เห็นถึงผลเสียของการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่จะบั่นทอนความเชื่อมั่น และทำลายชื่อเสียงของประเทศชาติ เป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลมุ่งมั่นแก้ปัญหาเป็นวาระแห่งชาติ ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ความซื้อสัตย์สุจริต และค่านิยมให้กับเด็กและเยาวชนในการนำไปสู่ความร่วมมือร่วมใจ ที่จะไม่เพิกเฉยต่อการทุจริตทุกรูปแบบ ช่วยกันพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนให้โปร่งใสทัดเทียมนานาอารยประเทศ

ภายในงานมีการจัดนิทรรศนาการให้ความรู้ และมอบรางวัลการประกวดเรียงความ รณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชั่นการทุจริ จำนวน 3 รางวัล ทั้งนี้วันต่อต้านการทุจริตสากล หรือ วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (International Anti-Corruption Day) ถือกำเนิดขึ้นหลังจากที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ (UN) มีมติเห็นชอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต พ.ศ. 2546 (United Nations Convention against Corruption-UNCAC, 2003) อย่างเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2546 จากนั้นประเทศภาคีสมาชิก UN 191ประเทศรวมถึงประเทศไทย ได้เข้าร่วมลงนามในอนุสัญญา ระหว่างวันที่ 9-11 ธันวาคม 2546 ณ เมืองเมอริด้า ประเทศเม็กซิโก ด้วยเหตุนี้ UN จึงประกาศให้วันที่ 9 ธันวาคมของทุกปีเป็น วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผู้ว่าฯจันทบุรี – ร่วมพิธีทำบุญ มอบนโยบายและให้โอวาท เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จ.จันทบุรี ประจำปี 2562

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ร่วมพิธีทำบุญ มอบนโยบายและให้โอวาท เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดจันทบุรี ประจำปี 2562

วันนี้ ( 9 ธ.ค.62 ) ที่ ลานค้าหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในพิธีทำบุญเพื่ออุทิศบุญกุศลให้กำนันผู้ใหญ่บ้านที่ล่วงลับไปแล้ว และกล่าวมอบนโยบาย ให้โอวาทแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบลและคณะกรรมการหมู่บ้าน เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดจันทบุรี ประจำปี 2562 โดยนายศิริพงษ์ ศรีงาม นายกสมาคมกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดจันทบุรี นำสมาชิกให้การต้อนรับและรับฟังนโยบาย การปกครองท้องที่เพื่อพัฒนาจังหวัดจันทบุรี อย่างยั่งยืน

โดยหลังจากเสร็จพิธีทำบุญ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้เป็นประธานนำกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนันและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมเปิดป้ายที่ทำการสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดจันทบุรีหลังใหม่ ซึ่งย้ายจากที่ทำการอำเภอเมืองจันทบุรี มาอยู่ที่ลานค้าหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี

ส่วนในภาคค่ำ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์กระชับสัมพันธไมตรี เสริมสร้างความสามัคคี เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดจันทบุรี

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จ.จันทบุรี – แถลงข่าวการจัดงาน Chanthaburi Miracle Christmas Festival of Lights 2019

จังหวัดจันทบุรี แถลงข่าวการจัดงาน Chanthaburi Miracle Christmas Festival of Lights 2019 ตื่นตาการแสดง แสง สี ฉาบอาคารอาสนวิหารฯ 21-24 ธันวาคม 2562

วันนี้ ( 9 ธ.ค.62 ) ที่อาสนวิหารปฏิสนธินิรมล วัดโรมันคาทอลิคนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานนำผู้เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว การจัดงาน Chanthaburi Miracle Christmas “Festival of Lights 2019” ที่กำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 21 ถึง 24 ธันวาคม 2562 ส่งเสริมอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมชุมชนชาวคริสต์ และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโดยจังหวัดจันทบุรีร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนในพื้นที่ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดขึ้น ซึ่งเทศกาลคริสต์มาศเป็นเทศกาลแห่งความรัก ความศรัทธา และการแบ่งปันเป็นงานประเพณีเฉลิมฉลองของชุมชนชาวคริสต์ เชื้อสายเวียดนามที่อยู่อาศัยในจังหวัดจันทบุรีมานานกว่า 300 ปี

ซึ่งนอกเหนือจากกิจกรรมทางคริสต์ศาสนาแล้ว ยังมีการแสดง 3D อนิเมชั่น แสงสีฉาบอาคารอาสนวิหารที่สวยงามตระการตา ชิม ช็อป อาหารท้องถิ่น การแสดงของเยาวชนนักเรียนจากโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ โรงเรียนลาซาล จันทบุรี และสถานรับเลี้ยงเด็กบ้านยอแซฟพิทักษ์ เป็นการแสดงที่สื่อถึงความหมายของเทศกาลคริสต์มาส เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกศาสนาสามารถร่วมกิจกรรมได้ ฟรี รวมทั้งเก็บภาพแห่งความประทับใจ นอกจากนี้บริเวณด้านข้างของโบสถ์ยังมีการประดับตกแต่งอุโมงค์ไฟ มุมถ่ายภาพสวยงามสะพานดาวข้ามแม่น้ำจันทบุรี

ทั้งนี้การแสดงแสงสีฉาบอาคารอาสนวิหารฯ จะจัดขึ้นวันละ 3 รอบ ระหว่างวันที่ 21ถึง 24 ธันวาคม 2562 ไม่มีการเก็บเงินค่าเข้าชมแต่อย่างใด และ ในวันอังคารที่ 24 ธ.ค.62 ซึ่งเป็นวันคริสต์มาส เวลา 22.00 น.จะมีพิธีเฉลิมฉลองคริสต์มาสไปจนถึงเที่ยงคืน มีการแบ่งปันความสุข อาหาร และ ขนมแก่ผู้ร่วมงานทุกคน

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตม.2​ เจ๋ง​ Biometrics สุดยอด​ พาสปลอม พาสหน้าเหมือนไม่รอดสายตา ระบบ Biometrics จับรวดถึง 9 คดี

วันจันทร์ที่ 9 ธ.ค.62 เวลา​ 10.00 น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 และ พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ รอง ผบก.ตม.2 ได้ร่วมกันแถลงข่าวการระดมกวาดล้างอาชญากรรมและกวดขันจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย หรือ ที่มีพฤติกรรมจะเข้ามากระทำความผิดทางอาญา หรือ ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม ผกก.กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ว่าในห้วงระหว่างเดือน พ.ย.62 ที่ผ่านมา​ กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ร่วมแถลงข่าว​ Biometrics สุดยอด​ พาสปลอม พาสหน้าเหมือนไม่รอดสายตา ระบบ Biometrics จับรวดถึง 9 คดี​ ในรอบเดือน​ พฤศจิกายน​

รายที่ 1 เมื่อวันที่ 5 พ.ย.62 เวลาประมาณ 21.15 น. จับกุมชายชาวเม็กซิโกใช้หนังสือเดิน ทางของผู้อื่นเพื่อขอรับการตรวจลงตรา โดยผู้โดยสารเดินมากับเพื่อนสัญชาติเดียวกันลักษณะเป็นกรุ๊ปทัวร์ รวมทั้งสิ้น 11 คน เริ่มท่องเที่ยวตั้งแต่ประเทศเม็กซิโก มากรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน และจะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย 5 วัน ก่อนจะมีกำหนดการเดินทางกลับประเทศเม็กซิโกในวันที่ 11 พ.ย.62 เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจลงตรานำหนังสือเดินทางตรวจสอบกับระบบ Biometrics ปรากฏว่าระบบแจ้งเตือนผู้โดยสารมีใบหน้าตรงกับภาพในหน้าข้อมูลส่วนบุคคลเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ สารภาพกับเจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนปราบปรามฯ ว่า ต้องการมาเที่ยวทัวร์กับเพื่อนๆ แต่ไม่มีหนังสือเดินทางจึงต้องใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นในการเดินทาง เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนปราบปรามฯ จึงจับกุมในข้อหา “ใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชน” และนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

รายที่ 2 เมื่อวันที่ 7 พ.ย.62 เวลาประมาณ 20.30 น. จับกุมชายชาวจีน ใช้หนังสือเดิน ทางของผู้อื่นเพื่อขอรับการตรวจลงตรา โดยผู้โดยสารเดินมาจากประเทศโมร็อคโคกับแฟนสาว เพื่อท่องเที่ยวในประเทศไทย เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจ​ ลงตรานำหนังสือเดินทางตรวจสอบกับระบบ Biometrics ปรากฏว่าระบบแจ้งเตือนผู้โดยสารมีใบหน้าตรงกับภาพในหน้าข้อมูลส่วนบุคคลเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ สารภาพกับเจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนปราบปรามฯ ว่าตนทำงานอยู่ในประเทศโมร็อคโคโดยใช้หนังสือเดินทางเล่มดังกล่าวซึ่งเป็นของญาติ เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนปราบปรามฯ จึงจับกุมในข้อหา“ใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชน” และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

รายที่ 3 เมื่อวันที่ 13 พ.ย.62 เวลาประมาณ 18.00 น. จับกุมชายไม่ทราบชื่อสกุล และสัญชาติที่แท้จริง โดยเจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม 2 (ชป.1) ได้ออกตรวจความเรียบร้อย บริเวณเคาน์เตอร์ออกบัตรโดยสาร B10 พบว่ามีบุคคลต่างด้าวถือหนังสือเดินทางพิรุธต้องสงสัย จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมือง ขอตรวจสอบหนังสือเดินทางและเอกสารการเดินทาง ซึ่งจากการสอบถามบุคคลต่างด้าวดังกล่าว ยอมรับว่าตนมีความประสงค์จะเดินทาง ออกนอกราชอาณาจักรไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยสายการบิน BRITISH AIRWAYS เที่ยวบินที่ BA10 เพื่อต่อเครื่องไปยังกรุงมาดริด ประเทศสเปน โดยสายการบิน BRITISH AIRWAYS เที่ยวบินที่ BA7065 โดยได้นำถือหนังสือเดินทางประ เทศอิสราเอล แสดงให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมดู และเมื่อตรวจสอบความถูกต้องของหนังสือเดิน ทางเบื้องต้น พบว่ามีลักษณะแตกต่างจากหนังสือเดินทางประเทศ อิสราเอลที่แท้จริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบว่าจะต้องถูกจับในข้อกล่าวหา “ปลอมและใช้หรือมีไว้ซึ่งหนังสือเดินทางของปลอม​ (หนังสือเดินทางประเทศอิสราเอล (ปลอม) ในการเดินทางระหว่างประเทศ” จึงได้ร่วมกันจับกุมตัว พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รายที่ 4 เมื่อวันที่ 22 พ.ย.62 เวลาประมาณ 00.30 น. จับกุมชายชาวบังคลาเทศใช้หนังสือเดินทางของประเทศแคนาดาปลอม โดยเจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม 2 (ชป.3) ได้ออกตรวจความเรียบร้อยพบผู้โดยสารลักษณะต้องสงสัยเดินทางมาจากประเทศจีน โดยเที่ยวบิน Shanghai Airlines เที่ยวบิน FM853 กำลังจะขอรับการตรวจอนุญาตเข้าราชอาณาจักร โดยผู้โดยสารแสดงหนังสือเดินทางประเทศแคนาดาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเมื่อตรวจสอบความถูกต้องของหนังสือเดินทางเบื้องต้น พบว่ามีลักษณะแตกต่างจากหนังสือเดิน ทางประเทศแคนาดาที่แท้จริง โดยชายคนดังกล่าวสารภาพว่าตนเป็นชาวบังคลาเทศ ได้หนังสือเดินทางปลอมมาจากนายหน้าชาวปากีสถานชื่อ นายโมฮัมหมัด โดยจ่ายเงิน 1,200,000 บังคลาเทศ หรือ 426,000 บาทไทย ให้กับนายหน้าคนดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบว่าจะต้องถูกจับในข้อกล่าวหา “ปลอมและใช้หรือมีไว้ซึ่งหนังสือเดินทางของปลอมฯ (หนังสือเดินทางประเทศแคนาดาปลอม)” และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

รายที่ 5 และ 6 เมื่อวันที่ 22 พ.ย.62 เวลาประมาณ 20.30 น. จับกุมชายชาวโมร็อคโค 2 ราย ใช้วีซ่าสวิสปลอม เพื่อเดินทางไปประเทศสเปน โดยเจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม 2 (ชป.1) ได้ออกตรวจความเรียบร้อย พบผู้โดยสารกำลังเช็คอินกับสายการบินกาตาร์ โดยผู้โดยสารแสดงหนังสือเดินทางประเทศแคนาดา​ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเมื่อตรวจสอบความถูกต้องของ วีซ่าสวิสเบื้องต้น พบว่ามีลักษณะแตกต่างจากวีซ่าที่แท้จริง โดยชายทั้ง 2 คน สารภาพว่า มีญาติทำงานอยู่ที่ประเทศสเปน ตนเองไดติดต่อนายหน้าชาวโมร็อคโค ชื่อ นายนาบิล เป็นผู้ดำเนินการและเสียค่าดำเนินการเป็นเงิน 4,000 ยูโร (คิดเป็นเงินไทย 133,000 บาท) เพื่อเดินทางไปลักลอบทำงานกับญาติ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบว่าจะต้องถูกจับในข้อกล่าวหา “ปลอมและใช้แผ่นปะตรวจลงตราปลอม (วีซ่าในกลุ่มประเทศยุโรป)อันใช้ในการตรวจลงตราสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ” และนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

รายที่ 7 จับกุมคนต่างด้าวลักษณะคล้ายชาวจีนทราบในภายหลังคือ ชาวไต้หวัน จำนวน 1 ราย ใช้หนังสือเดินทางปลอม โดยเมื่อวันที่ 24 พ.ย.62 เวลาประมาณ 07.10 น. จับกุมคนต่างด้าวลักษณะคล้ายชาวจีนทราบในภายหลัง คือ ชาวไต้หวันใช้หนังสือเดินทางไต้หวันปลอม เพื่อเดินทางออกไปกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบว่าจะต้องถูกจับในข้อกล่าวหา “ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอมฯ (หนังสือเดินทางไต้หวัน)” โดยนำตัวชาวจีนส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

รายที่ 8 จับชาวจีน 1 ราย ใช้หนังสือเดินทางปลอม โดยเมื่อวันที่ 26 พ.ย.62 เวลาประมาณ 02.00 น.จับกุมชายชาวจีน ใช้หนังสือเดินทางประเทศจีนปลอม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบว่าจะต้องถูกจับในข้อกล่าวหา “ปลอมและใช้หรือมีไว้ซึ่งหนังสือ เดินทางของปลอมฯ (หนังสือเดินทางประเทศจีน) ในการเดินทางระหว่างประเทศ” โดยนำตัวชาวจีนส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

รายที่ 9 เมื่อวันที่ 27 พ.ย.62 เวลาประมาณ 17.00 น. จับกุมชายไม่ทราบชื่อสกุล และสัญชาติที่แท้จริง ใช้หนังสือเดินทางประเทศฟิลิปปินส์ปลอม เดินทางมาจากประเทศบราซิล เปลี่ยนเครื่องที่เมืองแอดิสอาบาบา ประเทศเอธิโอเปีย เพื่อเข้ามายังประเทศไทย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตรวจสอบความถูกต้องของหนังสือเดินทางประเทศฟิลิปปินส์เบื้องต้น พบว่ามีลักษณะแตกต่างจากหนังสือเดินทางประเทศ ที่แท้จริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบว่าจะต้องถูกจับในข้อกล่าวหา “ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอมฯ (หนังสือเดินทางประเทศฟิลิปปินส์ปลอม)” และนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การจับกุมการกระทำความผิดข้างต้นเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในสนามบิน โดยเฉพาะการให้ความรู้แก่หน่วยงานที่เป็นเครือข่ายประชาคมของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งได้กำหนดให้มีการประชุมประชาคมข่าว เป็นประจำทุกเดือน โดย กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 เป็นเจ้าภาพ และมีหน่วยงานต่างๆ เช่น การท่าอากาศยานหรือ AOT กลุ่มธุรกิจการบิน หรือAOC ศุลกากร ปปส. หน่วยงานตำรวจต่างๆ เช่น ตร.ท่องเที่ยว สันติบาล ตร.ปส. สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้าร่วมประชุม

พล.ต.ต.วีรพลฯ​ ขอฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178​ หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน

ถึงจะเลยวันพ่อแห่งชาติไปแล้ว แต่เรายังสามารถกอด แสดงความรัก พ่อ และ คนในครอบครัว

ถึงจะเลยวันพ่อแห่งชาติไปแล้ว แต่เรายังสามารถกอด แสดงความรัก พ่อ และ คนในครอบครัว ในวันที่อากาศหนาวๆ ลมแรงๆ อย่างวันนี้ได้

กอดคือวิตามินป้องกันหนาว เติมความอุ่นสุขภาพร่างกาย สร้างรักสุขภาพใจต่อให้ไม่หนาว ก็ยังสามารถกอดคนที่คุณรักทุกวัน ได้เช่นกัน

#nnt #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #prdrd #กอด #อากาศหนาว #ป้องกันหนาว #กรมอนามัย

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ /ภาพจาก กรมอนามัย

ร่วมรำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญ ของทหารกล้า เนื่องในวัน “วีรไทย”

8 ธ.ค.62 พันเอก พีรพงศ์ วัลลภาทิตย์ รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 5 นำกำลังพลนายทหาร,นายสิบ และสมาคมแม่บ้านกองทัพบก สาขา กรมทหารราบที่ 5 วางพวงมาลา และเข้าร่วมประกอบพิธีวันวีรไทย เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของทหารกล้า โดยมี พลโท สมพล ปานกุล แม่ทัพน้อยที่ 4 เป็นประธาน ณ อนุเสาวรีย์กรมหลวงเสนาณรงค์ ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก Army PR Center

สำนักข่าวความมั่นคง

“8 ธันวาคม วันนักศึกษาวิชาทหาร”

จากวีรกรรมอันกล้าหาญของ “ยุวชนทหาร” ที่ร่วมกับทหาร ตำรวจ และราษฎรอาสา ต่อต้านทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่จังหวัดชุมพร และในหลายพื้นที่ทางภาคใต้ของไทย เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2484

เพื่อเป็นการรำลึกถึงความกล้าหาญของเยาวชนดังกล่าว กรมการรักษาดินแดน หรือ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ในปัจจุบัน จึงได้ขออนุมัติไปยังกองทัพบก ในปี พ.ศ.2542 เพื่อกำหนดเป็นวันสำคัญสำหรับนักศึกษาวิชาทหาร ซึ่งในการนี้ กองทัพบก ได้เห็นชอบ และอนุมัติให้ถือเอา วันที่ 8 ธันวาคม เป็น “วันนักศึกษาวิชาทหาร”

โดยมอบให้ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เป็นหน่วยรับผิดชอบในส่วนกลาง สำหรับในส่วนภูมิภาค มอบให้ ศูนย์การฝึกหรือหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบก เป็นผู้รับผิดชอบ โดยให้ประกอบพิธีกระทําสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหาร พร้อมกันทั่วประเทศ

การสวนสนามของ นศท. นั้น ได้เริ่มจัดขึ้นในส่วนกลาง เป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2509 ณ พระลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) โดยมี จอมพล ถนอม กิตติขจร ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธี และได้ประกอบพิธีดังกล่าว ในห้วงประมาณ เดือนพฤศจิกายน เรื่อยมา

ซึ่งในปีนี้ กำหนดจัดพิธีฯ ในวันที่ 6 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) โดยเรียนเชิญ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธี ถือได้ว่าพิธีกระทําสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหารนั้น เป็นพิธีสําคัญและเป็นเกียรติแก่นักศึกษาวิชาทหารทุกคน

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก Army PR Center

สำนักข่าวความมั่นคง

“78 ปี สดุดีวีรไทย” วีรบุรุษผู้กล้า สละชีพเพื่อปกป้องเอกราช และอธิปไตยของชาติ ให้คงอยู่คู่ลูกหลานสืบไป

“78 ปี สดุดีวีรไทย” วีรบุรุษผู้กล้า สละชีพเพื่อปกป้องเอกราช และอธิปไตยของชาติ ให้คงอยู่คู่ลูกหลานสืบไป

วันนี้ (8 ธ.ค.62) พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีรำลึกวันวีรไทย 2484 ณ บริเวณอนุสาวรีย์วีรไทย 2484 ค่ายวชิราวุธ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีคุณแจ่มจิตร์ พูลสวัสดิ์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบกสาขากองทัพภาคที่ 4 ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพภาคที่ 4 วีรชนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้บังคับหน่วยภายในค่ายวชิราวุธ และหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 4 หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ กำลังพลของกองทัพภาคที่ 4 และ พี่น้องประชาชน ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

เวลา 06.30 น. แม่ทัพภาคที่ 4 ประธานในพิธี ได้กระทำพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณวีรไทย โดยพราหมณ์โชติ ทวิสุวรรณ จากนั้นประธานและนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมโปรยข้าวตอก ดอกไม้ และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 100 รูป โดยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดต่าง ๆ ภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช จากนั้น หน่วยทหาร ส่วนราชการ องค์กร รัฐวิสาหกิจ และบุคคลต่าง ๆ ได้ร่วมวางพวงมาลา ตามลำดับ โดยในพิธีสดุดีวีรไทย ได้มีการกล่าวรายงานความเป็นมาของอนุสาวรีย์วีรไทย 2484 และร่วมยืนไว้อาลัยเพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณความดี ความกล้าหาญ และความเสียสละของวีรชน

โดยมีวีรชนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาร่วมเป็นเกียรติในพิธี และถ่ายภาพร่วมกับประธานเพื่อเป็นที่ระลึก จากนั้น ประธานและผู้ร่วมพิธีได้ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลอัฐิอุทิศดวงวิญญาณวีรไทย 2484 ณ ศาลาวีรไทย 2484 ก่อนมอบรางวัลการประกวดพวงมาลา ให้กับหน่วยงานที่ชนะการประกวด ซึ่งในปีนี้ผู้ที่ได้รับรางวัลการประกวดชนะเลิศอันดับ 1 คือโรงเรียนโยธินบำรุง

ในวันที่ 8 ธ.ค.ของทุกปี กองทัพภาคที่ 4 กำหนดให้มีการประกอบพิธีทำบุญตักบาตร พิธีบวงสรวงดวงวิญญาณวีรไทย พิธีวางพวงมาลาสักการะ พิธีสดุดีวีรไทย และพิธีบำเพ็ญกุศลอัฐิ เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของทหารและยุวชนทหารในภาคใต้ ที่ได้ประกอบคุณงามความดีอันยิ่งใหญ่ ยอมเสียสละเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อปกป้องเอกราชและอธิปไตยของชาติไว้เมื่อครั้งสงครามมหาเอเชียบูรพา โดยได้สละกำลังกาย กำลังใจ ตลอดจนชีวิตของตนเอง เพื่อต่อต้านกองกำลังผู้รุกรานที่ส่งกำลังยกพลขึ้นบกทางภาคใต้ ในพื้นที่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี เมื่อ 8 ธ.ค. 2484 อย่างกล้าหาญ

ต่อมาได้มีการจัดสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นและขนานนามอนุสาวรีย์แห่งนี้ว่า “อนุสาวรีย์วีรไทย 2484” หรือที่ชาวนครศรีธรรมราช เรียกกันว่า อนุสาวรีย์พ่อจ่าดำ ตั้งอยู่ภายในค่ายวชิราวุธ จ.นครศรีธรรมราช โดยตัวอนุสาวรีย์หล่อด้วยทองแดงรมดำ เป็นรูปทหารสองมือจับปืนติดดาบเตรียมแทง ขนาดเท่าครึ่งของคนจริง เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนในพื้นที่จวบจนปัจจุบัน

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน – เข้าช่วยเหลือประชาชนขนย้ายสิ่งของ

วันที่ 8 ธันวาคม 2562 เวลา 08.30 น. ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนร้อยปืนเล็กที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือที่ 33 เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ หมู่ 13 บ้านหวังยาเงาะ ตำบล โคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนขึ้นมาจากชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำ

ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เบื้องต้นโดยการช่วยขนย้ายสิ่งของ ของประชาชนไปไว้ในพื้นที่สูงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง